ราคาทองคำพุ่ง ออสเตรเลียตื่นทอง คนแห่ขุดเหมืองเก่าคึกคัก

 ราคาทองคำพุ่ง ออสเตรเลียตื่นทอง คนแห่ขุดเหมืองเก่าคึกคัก

6 พ.ย. 2568 11:01 น.

ราคาทองคำพุ่ง ออสเตรเลียตื่นทอง คนแห่ขุดเหมืองเก่าคึกคัก

ชาวออสเตรเลียตื่นทอง หลังราคาทองคำโลกพุ่งทะลุสถิติสูงสุด ทำให้ชาวบ้านในออสเตรเลียแห่ไปขุดหาทองตามเหมืองเก่า ขณะที่ร้านทองใจกลางซิดนีย์มีประชาชนแห่ไปซื้อขายทองคิวยาวเหยียด

ออสเตรเลียกำลังอยู่ในภาวะตื่นทองรอบใหม่ หลังราคาทองคำโลกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ทั้งบริษัทเหมืองรายใหญ่ นักลงทุนรายย่อย และชาวบ้านทั่วไปกลับมาลงแรงขุดหาทองคำในแหล่งเหมืองเก่าทั่วประเทศอีกครั้ง

อย่างบริเวณหุบเขา Great Dividing Range ทางตะวันออกของประเทศ ตอนนี้เต็มไปด้วยนักขุดทองสมัครเล่นที่ง่วนอยู่กับการร่อนทองริมธารน้ำ

ขณะที่เมืองฮิลล์เอนด์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองที่เคยรุ่งเรืองจากการขุดทองในศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังราคาทองคำพุ่ง ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทดลองร่อนทองในลำธารและพื้นที่เหมืองเก่า

นอกจากเมืองเหมืองเก่าแล้ว  บริเวณหน้าร้านทองและร้านจำหน่ายทองคำแท่ง ใจกลางนครซิดนีย์ มีประชาชนต่อแถวซื้อ ขายทองคำยาวเหยียด หลายร้านต้องขยายเวลาเปิดบริการและเพิ่มพนักงานรองรับความต้องการ

ข้อมูลจากตลาดโลกระบุว่า ราคาทองคำปรับขึ้นกว่า 50% ภายในปีเดียว และพุ่งทะลุระดับสูงสุดกว่า 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในเดือนตุลาคม นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่ากระแสนี้ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนรายย่อย ยังคงซื้อทองคำต่อเนื่อง

ด้านวาซู เมนอน กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของธนาคาร OCBC ระบุว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีหน้า อาจผลักให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำมากขึ้น.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทองคำ

ปูตินสั่งเตรียมพร้อมทดสอบนิวเคลียร์ หลังจากทรัมป์สั่งกลาโหมเตรียมทดสอบนิวเคลียร์เช่นกัน

ปูตินสั่งเตรียมพร้อมทดสอบนิวเคลียร์ หลังจากทรัมป์สั่งกลาโหมเตรียมทดสอบนิวเคลียร์เช่นกัน

6 พ.ย. 2568 10:41 น.

ปูตินสั่งเตรียมพร้อมทดสอบนิวเคลียร์ หลังจากทรัมป์สั่งกลาโหมเตรียมทดสอบนิวเคลียร์เช่นกัน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเรียกประชุมความมั่นคง สั่งเตรียมพร้อมทดสอบนิวเคลียร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งกลาโหมเตรียมทดสอบนิวเคลียร์เช่นกัน

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคง โดยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงศึกษาความเป็นไปได้ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมทดสอบนิวเคลียร์เช่นกัน

ระหว่างการประชุม นายอันเดรย์ เบลูซอฟ รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซีย  รายงานว่า กองทัพรัสเซียควรเริ่มเตรียมการอย่างเร่งด่วนในการทดลองนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ

ทางด้านพลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพรัสเซีย ระบุว่า การเตรียมการสำหรับการทดลองจะใช้เวลาแตกต่างกัน ตั้งแต่หลายเดือนจนถึงหลายปี ขึ้นอยู่กับชนิดของการทดสอบ พร้อมเตือนว่า หากไม่เริ่มดำเนินการตอนนี้ รัสเซียอาจเสียโอกาสตอบโต้สหรัฐฯ

ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินกล่าวย้ำว่า รัสเซียยังคงยึดมั่นในพันธกรณีตามสนธิสัญญาห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ แต่ก็อ้างถึงสุนทรพจน์ที่เขาเคยกล่าวในปี 2566 ที่ระบุว่า หากสหรัฐฯ หรือประเทศใดดำเนินการทดลองนิวเคลียร์ก่อน รัสเซียจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยมาตรการที่เหมาะสม.

“คิม จองอึน” เดือด ประณามสหรัฐฯ คว่ำบาตรจนท.-องค์กรเกาหลีเหนือ พัวพันฟอกเงินจากอาชญากรรมไซเบอร์

"คิม จองอึน" เดือด ประณามสหรัฐฯ คว่ำบาตรจนท.-องค์กรเกาหลีเหนือ พัวพันฟอกเงินจากอาชญากรรมไซเบอร์

6 พ.ย. 2568 10:15 น.

“คิม จองอึน” เดือด ประณามสหรัฐฯ คว่ำบาตรจนท.-องค์กรเกาหลีเหนือ พัวพันฟอกเงินจากอาชญากรรมไซเบอร์

ผู้นำเกาหลีเหนือประณามสหรัฐฯ ใช้นโยบายเป็นศัตรู เหตุคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กร 10 ราย พัวพันฟอกเงินจากอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมขู่จะตอบโต้ด้วยมาตรการเท่าเทียม

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือออกแถลงประณามรัฐบาลสหรัฐฯ หลังประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรบุคคล 8 ราย และองค์กร 2 แห่งของเกาหลีเหนือ ฐานพัวพันกระบวนการฟอกเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมไซเบอร์

โดยนายคิม อึนชอล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ฝ่ายกิจการสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการของสหรัฐฯ ครั้งนี้สะท้อนนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์อย่างเปิดเผยต่อเกาหลีเหนือ พร้อมประกาศว่า ตราบใดที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีท่าทีเป็นศัตรูเช่นนี้ เกาหลีเหนือจะอดทนและตอบโต้ด้วยมาตรการที่สาสมเช่นกัน 

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ครั้งนี้ มุ่งเป้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากเงินที่ถูกขโมยผ่านระบบไซเบอร์ กดดันให้รัฐบาลเกาหลีเหนือยุติการหารายได้เพื่อสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

นอกจากนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พิจารณาคว่ำบาตรเรือ 7 ลำ ซึ่งต้องสงสัยว่าลักลอบส่งออกถ่านหินและสินแร่เหล็กของเกาหลีเหนือไปยังจีน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมติคว่ำบาตรของยูเอ็น

อย่างไรก็ตาม การออกมาขู่ตอบโต้ต่้อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มีขึ้นแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะแสดงความต้องการพบกับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เพื่อรื้อฟื้นการเจรจาที่ชะงักงัน แต่เกาหลีเหนือยังไม่ตอบรับ

ขณะที่ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้  เปิดเผยว่า พบสัญญาณว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการพบปะระดับผู้นำของเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ โดยคาดว่าการประชุมสุดยอดอาจเกิดขึ้นหลังการซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม ปีหน้า.

พบแล้วกล่องดำ เครื่องบินขนส่ง UPS ระเบิดไฟลุก เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

พบแล้วกล่องดำ เครื่องบินขนส่ง UPS ระเบิดไฟลุก เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

6 พ.ย. 2568 10:00 น.

พบแล้วกล่องดำ เครื่องบินขนส่ง UPS ระเบิดไฟลุก เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

ทางการสหรัฐฯ ยืนยัน พบกล่องดำทั้ง 2 กล่อง ของเครื่องบินขนส่งสินค้า UPS ที่ตกและเกิดไฟไหม้ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกีแล้ว และจะเร่งนำไปตรวจสอบสาเหตุต่อไป โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 ศพ

เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB)  ยืนยันพบกล่องดำของเครื่องบินขนส่งสินค้า UPS ที่ตกและเกิดไฟไหม้ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกีแล้ว หลังเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยพบทั้งเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินและเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน หรือ “กล่องดำ” ซึ่งจะถูกนำไปตรวจสอบหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ต่อไป 

ด้านนายแอนดี บีเชียร์ ผู้ว่าการรัฐเคนทักกี เปิดเผยว่าล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 11 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 20 ราย โดยผู้เสียชีวิต 3 ศพอยู่บนเครื่องบิน ส่วนที่เหลืออยู่ภาคพื้นดิน โดยผลสอบเบื้องต้นเผยว่า ระหว่างที่เครื่องบินกำลังเร่งเครื่องเพื่อทะยานขึ้นจากรันเวย์ ปีกด้านซ้ายเกิดไฟลุก และเครื่องยนต์ด้านซ้ายหลุดออกจากตัวลำ ก่อนเครื่องจะตกกระแทกพื้นและระเบิดไฟลุกเป็นลูกไฟขนาดใหญ่กินพื้นที่เกือบครึ่งไมล์ โดยจุดเกิดเหตุเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศของ UPS ที่ใหญ่ที่สุดในโลก.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินตก

ไหหลำอพยพคนนับพัน ยกระดับเตือนภัย รับมือพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี

ไหหลำอพยพคนนับพัน ยกระดับเตือนภัย รับมือพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี

6 พ.ย. 2568 09:38 น.

ไหหลำอพยพคนนับพัน ยกระดับเตือนภัย รับมือพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี

พายุคัลแมกีที่ถล่มฟิลิปปินส์จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายเคลื่อนเข้าสู่ทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกาะไหหลำของจีนเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมหลายเมือง ทางการอพยพประชาชนเกือบ 6,000 คน

มณฑลไหหลำ หรือไหหนาน ทางตอนใต้ของจีนเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและต้องอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นประกาศยกระดับการรับมือฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์

รายงานจากทางการเมืองฉีงไห่ ระบุว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ฝนที่ตกหนักทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสาย เช่น เจียหลาง และจิ่วชู่ สูงเกินระดับเตือนภัย ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำกว่า 5,800 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว

ในเขตติ้งอัน ฝนที่ตกหนักตลอดสองวันทำให้หลายหมู่บ้านถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะเมืองหลงเหอ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องลงพื้นที่ตลอดคืนเพื่ออพยพประชาชนกว่า 150 คนจาก 64 ครัวเรือนไปยังที่ปลอดภัย

แม้สถานการณ์ในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย โดย 6 จาก 21 หมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งระบายน้ำและเปิดเส้นทางคมนาคมที่ยังจมอยู่ใต้น้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำกว่า 70 แห่งทั่วจังหวัดยังคงทำงานได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาไหหลำเตือนว่า พายุคัลแมกี อาจทวีกำลังแรงขึ้นอีกหลังเคลื่อนเข้าสู่น่านน้ำตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลจีนใต้ และอาจนำฝนระลอกใหม่เข้าถล่มจังหวัดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทางการจึงประกาศ เตือนภัยระดับสีส้ม สำหรับความเสี่ยงภัยทางธรณีในหลายพื้นที่ รวมถึงเมืองฉีงไห่ หว่านหนิง และถงชาง

เจ้าหน้าที่ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่เสี่ยง เช่น สะพานที่มีน้ำท่วมขัง และพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเมือง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งตรวจสอบระบบระบายน้ำและอ่างเก็บน้ำทั่วจังหวัด เพื่อป้องกันน้ำท่วมในเมือง

นอกจากนี้ ทางการรถไฟจีนได้ประกาศ ระงับการเดินรถโดยสารเข้าและออกเกาะไหหลำระหว่างวันพฤหัสบดีถึงศุกร์ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ก่อนหน้านี้ พายุคัลแมกีได้ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์เมื่อวันอังคาร สร้างความเสียหายรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 100 ราย ก่อนจะเคลื่อนออกสู่ทะเลจีนใต้ในวันพุธ พร้อมลมแรงเกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

ที่มา : CCTV

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พายุคัลแมกี

รัสเซีย-ยูเครน รบดุเดือดที่โปครอฟสก์ ชิงเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ

รัสเซีย-ยูเครน รบดุเดือดที่โปครอฟสก์ ชิงเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ

6 พ.ย. 2568 06:03 น.

รัสเซีย-ยูเครน รบดุเดือดที่โปครอฟสก์ ชิงเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ

กองทัพของยูเครนกับรัสเซียกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดที่เมืองโปครอฟสก์ ทางตะวันออกของยูเครน โดยมอสโกมุ่งมั่นจะยึดเมืองยุทธศาสตร์สำคัญนี้ให้ได้ ในขณะที่เคียฟพยายามขัดขวาง แต่สถานการณ์ไม่สู้ดี

เมื่อวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า กองกำลังของพวกเขากำลังรุกคืบขึ้นเหนือภายในเมืองโปครอฟสก์ เพื่อยึดการควบคุมเมืองของยูเครนแห่งนี้โดยสมบูรณ์ ขณะที่กองทัพยูเครนระบุว่า ทหารของพวกเขากำลังต่อสู้อย่างหนัก เพื่อพยายามยับยั้งไม่ให้รัสเซียยึดพื้นที่ใหม่ได้

ยูเครนยอมรับว่า กองทหารของตนเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทางตะวันออกแห่งนี้ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญของกองทัพยูเครน และเป็นเมืองที่รัสเซียพยายามยึดครองมานานกว่า 1 ปีแล้ว

รัสเซียมองว่าเมืองโปครอฟสก์เป็น “ประตูสู่การยึดครอง” พื้นที่ที่เหลืออีก 10% หรือประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตรของภูมิภาค ดอนบาส ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทางตะวันออกของยูเครน และเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัสเซียในสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 ปีนี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า หน่วยจู่โจม 2 หน่วยกำลังทำลายทหารยูเครนที่ถูกล้อมอยู่ในหลายเขตของเมือง และกำลังดำเนินการรุกขึ้นไปทางเหนืออย่างต่อเนื่อง และกองทัพรัสเซียกำลังจัดการทหารยูเครนในชุมชนต่าง ๆ ทางปีกตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโปครอฟสก์ และยับยั้งความพยายามของทหารยูเครนในการฝ่าวงล้อม

ด้านกองทัพยูเครนปฏิเสธข่าวที่ว่า ทหารของพวกเขาถูกล้อมอยู่ในเมืองโปครอฟสก์ และว่าพวกเขากำลังหยุดทหารรัสเซียไม่ให้รุกล้ำเข้ามา และพยายามหาทางรักษาความปลอดภัยและปกป้องเส้นทางขนส่งในพื้นที่

“มีการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อขัดขวางศัตรู ซึ่งกำลังพยายามแทรกซึมเข้ามาและสะสมกำลังในเมืองโปครอฟสก์” คณะเสนาธิการกองทัพยูเครนระบุ “กำลังมีการใช้มาตรการตอบโต้เชิงรุก เพื่อต่อต้านความพยายามของกองทหารราบของศัตรูที่จะสร้างฐานที่มั่นในพื้นที่”

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า พื้นที่รอบเมืองโปครอฟสก์ ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก แต่ทหารรัสเซียที่อยู่ในเมือง ซึ่งมีจำนวนมากสุด 300 นาย ยังไม่ได้รุกคืบใดๆ ในช่วงวันที่ผ่านมา และมีทหารรัสเซียเพียง 60 นายอยู่ในเมืองคูเปียนสก์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาตอบโต้ในวันพุธว่า เซเลนสกีน่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หรือไม่ก็จงใจพยายามปกปิดว่ากองทัพยูเครนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

กระทรวงกลาโหมรัสเซียบอกอีกว่า ตอนนี้ทหารยูเครนกำลังถูกล้อมในพื้นที่ 2 จุด และสถานการณ์ของพวกเขากำลังแย่ลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กองทัพรัสเซียรุกคืบอย่างต่อเนื่อง ไม่เปิดโอกาสให้ทหารยูเครนมีเวลาช่วยเหลือตัวเอง นอกเสียจากว่าพวกเขาจะยอมจำนน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

จับได้แล้ว ชายเมาลวนลาม ปธน.เม็กซิโกกลางถนน ลั่นจะดำเนินคดี

จับได้แล้ว ชายเมาลวนลาม ปธน.เม็กซิโกกลางถนน ลั่นจะดำเนินคดี

6 พ.ย. 2568 05:33 น.

จับได้แล้ว ชายเมาลวนลาม ปธน.เม็กซิโกกลางถนน ลั่นจะดำเนินคดี

ประธานาธิบดีเม็กซิโกเปิดใจ เจอชายเมาลวนลามกลางถนน โดยเธอตัดสินใจดำเนินคดีกับชายคนนี้เพื่อปกป้องผู้หญิงคนอื่นๆ ขณะที่ตำรวจตามจับกุมชายผู้ก่อเหตุได้แล้ว

เมื่อวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 น.ส. คลอเดีย เชนบาวม์ ประธานาธิบดีเม็กซิโกเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอที่รัฐบาลเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เรื่องที่เธอถูกชายเมาคนหนึ่งคุกคามขณะอยู่บนถนนใกล้กับทำเนียบรัฐบาล โดยเธอระบุว่า นี่ถือเป็นการทำร้ายผู้หญิงทุกคน และนั่นคือเหตุผลที่ตัดสินใจจะดำเนินคดีกับเขา

ก่อนหน้านี้ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพุธ น.ส.คลารา บรูกาดา นายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี้ ออกมาประกาศว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัวชายคนนี้ได้แล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ปธน. เชนบาวม์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถูกกล้องบันทึกเอาไว้ได้ และถูกเผยแพร่เป็นวงกว้างบนโลกออนไลน์ โดยแสดงให้เห็นว่า ชายคนนี้ดูเหมือนจะพยายามโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเพื่อจูบ และใช้มือสัมผัสร่างกาย ในขณะที่ประธานาธิบดีค่อยๆ ปัดมือเขาออกไป พร้อมกับหันไปฝืนยิ้มให้ พร้อมพูดอะไรบางอย่าง รวมถึงคำว่า “ไม่ต้องกังวล”

ในวันพุธ น.ส.เชนบาวม์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องทนทุกข์จากการคุกคามเช่นนี้ และปัญหาดังกล่าว เกินกว่าแค่ตัวเธอไปมาก

“ไม่มีผู้ชายคนใดมีสิทธิ์ที่จะล่วงละเมิดพื้นที่ส่วนตัวนั้นได้” น.ส.เชนบาวม์กล่าวในคลิปวิดีโอ “ฉันตัดสินใจที่จะดำเนินคดี เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันประสบมาในฐานะผู้หญิง และเป็นสิ่งที่เราในฐานะผู้หญิงต้องเผชิญในประเทศของเรา” เธอเสริมด้วยว่า เธอเคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนสมัยเป็นนักเรียน

“ฉันลองคิดในมุมกลับดูแล้วว่า หากฉันไม่แจ้งความดำเนินคดี จะทำให้ผู้หญิงเม็กซิโกตกอยู่ในสถานการณ์แบบใด?”

เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องการรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดี ซึ่ง น.ส.เชนบาวม์อธิบายว่า เธอและทีมงานตัดสินใจเดินเท้าจากทำเนียบประธานาธิบดี ไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อประหยัดเวลา เพราะการเดินใช้เวลาเพียง 5 นาที แต่กลับต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีหากใช้รถยนต์ โดยเธอยืนยันว่า เธอจะไม่เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติของเธอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews

ชายคลั่งขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะฝรั่งเศส เจ็บ 5 ราย ก่อนจุดไฟเผารถ

ชายคลั่งขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะฝรั่งเศส เจ็บ 5 ราย ก่อนจุดไฟเผารถ

6 พ.ย. 2568 04:23 น.

ชายคลั่งขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะฝรั่งเศส เจ็บ 5 ราย ก่อนจุดไฟเผารถ

คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะของฝรั่งเศส ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย อาการวิกฤต 2 ราย โดยคนร้ายถูกจับกุมตัวแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า นี่เป็นเหตุก่อการร้ายหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายจงใจขับรถยนต์พุ่งเข้าชนคนเดินถนนและคนปั่นจักรยานบนเกาะ โอเลรง (Oléron) บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โดย 2 รายในจำนวนนี้ มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเผยว่า ชายผู้ก่อเหตุเป็นคนท้องถิ่นอายุ 35 ปี โดยเขาเจตนาขับรถพุ่งชนผู้คน จากนั้นจึงจุดไฟเผารถของตัวเอง ก่อนที่เขาจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงปืนช็อตไฟฟ้าเข้าใส่ เนื่องจากพยายามขัดขืนการจับกุม และตอนนี้เขาอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจและในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีพยายามฆ่า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08:45 น. และกินเวลาประมาณ 35 นาที โดยนายติโบต์ เบรชคอฟฟ์ นายกเทศมนตรีเมือง โดลุส-โดเลรง (Dolus d’Oléron) เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุขับรถบนเส้นทางระหว่างหมู่บ้าน 2 แห่ง และชนผู้คนไปหลายราย

นายโลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ รวมถึงเรื่องที่ว่า มีแก๊ส 1 ถังหรือมากกว่านั้นอยู่ในรถของคนร้ายหรือไม่

นายนูเญซบอกอีกว่า ชายคนนี้เป็นที่รู้จักของตำรวจอยู่แล้ว แต่ในฐานะผู้ก่อคดีอาชญากรรมลหุโทษ ขณะที่หน่วยข่าวกรองไม่มีข้อมูลว่าชายคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหัวรุนแรงใด ๆ

ก่อนหน้านี้นาย อาร์โนด์ ลาเรซ อัยการสูงสุดของเมืองลา รอแชล (La Rochelle) กล่าวว่า ชายต้องสงสัยตะโกนคำว่า “อัลลอฮ์ อักบาร์” ในขณะถูกจับกุมตัวด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่งเป็นหญิงสาวอายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บหลายจุด ขณะที่อีกรายเป็นคนปั่นจักรยานอายุ 69 ปี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ยอมรับ ผลเลือกตั้งไม่ดีกับรีพับลิกัน หลังเดโมแครตกวาดเรียบ

ทรัมป์ยอมรับ ผลเลือกตั้งไม่ดีกับรีพับลิกัน หลังเดโมแครตกวาดเรียบ

6 พ.ย. 2568 01:53 น.

ทรัมป์ยอมรับ ผลเลือกตั้งไม่ดีกับรีพับลิกัน หลังเดโมแครตกวาดเรียบ

โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับ ผลเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันอังคารไม่เป็นผลดีกับรีพับลิกัน หลังฝ่ายเดโมแครตกวาดชัยชนะได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะที่ นิวยอร์ก, เวอร์จิเนีย หรือนิวเจอร์ซีย์

เมื่อวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดใจถึงเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งสำคัญในรัฐชายฝั่งตะวันออก ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งผลปรากฏว่า พรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นเหนือพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์

เมื่อวันอาทิตย์มีการเลือกตั้งสำคัญจัดขึ้นในหลายรัฐ ทั้งเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กับการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐของรัฐเวอร์จิเนียกับรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งฝ่ายเดโมแครตชนะทั้งหมด

นายทรัมป์พูดถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างรับประทานอาหารเช้าร่วมกับวุฒิสมาชิก โดยเขาเรียกการเลือกตั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า “เป็นค่ำคืนที่น่าสนใจ”

“เมื่อคืนนี้ มันก็เป็นคืนที่… คุณก็รู้ …ไม่คาดหวังว่าจะชนะ” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่าง “เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก” และมัน “ไม่เป็นผลดีสำหรับพรรครีพับลิกัน … แต่เรามีค่ำคืนที่น่าสนใจ และเราได้เรียนรู้มากมาย”

นายทรัมป์กล่าวอีกว่า ตามข้อมูลจากโพลสำรวจความคิดเห็น การชัตดาวน์ของรัฐบาลเป็นปัจจัยลบใหญ่หลวงสำหรับรีพับลิกัน และปัจจัยที่ “ใหญ่ที่สุด” คือ การที่ไม่มีชื่อของเขาอยู่บนบัตรเลือกตั้ง อนึ่ง รัฐบาลกลางต้องปิดหน่วยงานบางส่วนชั่วคราว (ชัตดาวน์) ตั้งแต่ 1 ต.ค. หลังจากรัฐสภาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงจัดสรรงบประมาณใหม่ได้

ทั้งนี้ การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก นาย โซห์ราน มัมดานี นักสังคมนิยมประชาธิปไตย คว้าชัยชนะเหนือนาย แอนดรูว์ คูโอโม ผู้สมัครอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจาก โดนัลด์ ทรัมป์ โดยนี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่นายมัมดานีเอาชนะนายคูโอโมได้ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นที่การเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีของพรรคเดโมแครต

ที่รัฐเวอร์จิเนีย อดีต ส.ส. สายกลาง อาบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ เอาชนะคู่แข่งไปได้อย่างง่ายดายด้วยคะแนนมากกว่า 64% สูงที่สุดเท่าที่พรรคเดโมแครตเคยได้จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐนี้ และที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ส.ส. สายกลางอีกคนคือ มิกกี้ เชอร์ริลล์ ก็เอาชนะนาย แจ็ค ชัตตาเรลลี ด้วยคะแนน 64% ต่อ 32%

นอกจากนั้นยังมีการโหวตขนาดเล็กแต่สำคัญอื่นๆ เกิดขึ้นในวันเดียวกัน โดยที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ลงคะแนนเสียงโหวตอนุมัติแผนที่เขตเลือกตั้งรัฐสภาใหม่ ซึ่งอาจทำให้พรรคเดโมแครตได้รับที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5 ที่นั่ง

ที่เพนซิลเวเนีย มีการโหวตตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดรัฐเพนซิลเวเนีย 3 ตำแหน่ง ซึ่งผลปรากฏว่าผู้พิพากษาเดโมแครต 3 คน จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 10 ปี รักษาเสียงข้างมากของพวกเขาในศาลสูงสุดของรัฐเพนซิลเวเนียเอาไว้ที่ 5 ต่อ 2 ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

ฟิลิปปินส์อ่วม เหยื่อไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ทะลุ 100 ศพ คาดเจอพายุอีก 3-5 ลูก

ฟิลิปปินส์อ่วม เหยื่อไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ทะลุ 100 ศพ คาดเจอพายุอีก 3-5 ลูก

6 พ.ย. 2568 00:00 น.

ฟิลิปปินส์อ่วม เหยื่อไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ทะลุ 100 ศพ คาดเจอพายุอีก 3-5 ลูก

จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น คัลแมกี ในฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 100 ศพแล้ว ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ปีนี้ฟิลิปปินส์จะเผชิญพายุอีก 3-5 ลูก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศฟิลิปปินส์ จากอิทธิพลของไต้ฝุ่น “คัลแมกี” เพิ่มขึ้นจนเกิน 100 ศพแล้ว ในวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 ขณะที่ภาพความเสียหายในจังหวัดเซบูซึ่งเผชิญกับเหตุน้ำท่วมหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ อิทธิพลของไต้ฝุ่นคัลแมกี ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองต่างๆ ในจังหวัดเซบู พัดพารถยนต์ เพิงริมแม่น้ำ และแม้แต่ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ไปด้วย ขณะที่ประชาชนกว่า 800,000 คนที่อาศัยอยู่บนเส้นทางของพายุ ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย

นายรอน รามอส โฆษกรัฐบาลจังหวัดเซบูบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เจ้าหน้าที่เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากพื้นที่น้ำท่วมในเมือง ลิโลอัน (Liloan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเซบูได้อีก 35 ศพ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในจังหวัดแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 76 ศพแล้ว

ขณะเดียวกัน บนเกาะเนกรอส (Negros Island) ที่อยู่ใกล้เคียง มีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 12 ศพ และสูญหายอีก 12 ราย หลังฝนที่กระหน่ำอย่างหนักจนทำให้โคลนภูเขาไฟ ซึ่งสะสมมาหลังจากเกิดภูเขาไฟปะทุเมื่อปีก่อน ไหลลงมาท่วมบ้านเรือนในเมือง กันลาออน (Canlaon)

นอกจากนั้น ยังมีผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศอีก 16 ศพ ซึ่งรวมถึงลูกเรือ 6 คนบนเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ ซึ่งประสบเหตุตกระหว่างออกปฏิบัติการบรรเทาทุกข์เมื่อหลายวันก่อน

เหตุน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเซบูเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชน ต่อโครงการควบคุมน้ำท่วมของรัฐบาล ซึ่งเชื่อกันว่าใช้เงินภาษีของประชาชนไปหลายพันล้านดอลลาร์ แต่กลับไม่สามารถรับมือเหตุน้ำท่วมหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาได้

นางพาเมลา บาริคัวโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู ก็ออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยเธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่น ABS-CBN ว่า “คุณต้องเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงมีน้ำป่าไหลหลากที่เลวร้ายขนาดนี้ ในเมื่อเรามีงบประมาณ 2.66 หมื่นล้านเปโซ สำหรับโครงการควบคุมน้ำท่วม (ในงบประมาณของประเทศ)”

“แน่นอนว่าเราได้เห็นโครงการต่าง ๆ ที่นี่… ที่ฉันจะบอกว่าเป็น โครงการผี” นางบาริคัวโตรกล่าว และเสริมว่า ทีมตรวจสอบของเธอไม่พบสิ่งก่อสร้างแม้แต่แห่งเดียวที่สร้างตามมาตรฐานของรัฐบาล

ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยแล้วประเทศฟิลิปปินส์จะเผชิญกับพายุและไต้ฝุ่นปีละ 20 ลูก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศคาดการณ์ว่า ตอนนี้ฟิลิปปินส์เผชิญพายุครบตามค่าเฉลี่ยดังกล่าวแล้ว แต่มีโอกาสที่พวกเขาจะต้องรับมือพายุอีก 3-5 ลูกจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้

ตอนนี้ ไต้ฝุ่นคัลแมกีกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลจีนใต้ และกำลังมุ่งหน้าสู่เวียดนาม ซึ่งทางการประกาศเตือนว่า พายุลูกนี้อาจซ้ำเติมความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ ที่เวียดนามเผชิญมานานนับสัปดาห์ และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายสิบคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna