อินโดนีเซียจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่ฉลอง 80 ปีวันกองทัพ

อินโดนีเซียจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่ฉลอง 80 ปีวันกองทัพ

6 ต.ค. 2568 09:06 น.

อินโดนีเซียจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่ฉลอง 80 ปีวันกองทัพ

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต นำทัพเฉลิมฉลองวันกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซีย ครบ 80 ปี จัดขบวนทหารสวนสนามสุดยิ่งใหญ่ พร้อมแสดงสมรรถภาพกองทัพบก–เรือ–อากาศ สะท้อนพลัง “ทหารเข้มแข็ง มืออาชีพ เป็นที่รักของประชาชน”

วันที่ 5 ตุลาคม 2568 กองทัพอินโดนีเซียจัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งการก่อตั้งกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซีย อย่างยิ่งใหญ่ ที่จัตตุรัสโมนาส ใจกลางจาการ์ตา โดยมีประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เป็นประธานในพิธี ซึ่งภายในงานมีขบวนสวนสนาม การแสดงทางอากาศ และการสาธิตยุทธวิธีทางยุทธการจากเหล่าทัพทั้งสาม ทหารกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ  เข้าร่วมหลายพันนาย พร้อมจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหาร รถถัง ยานเกราะ และอาวุธยุทธภัณฑ์ทันสมัย

บรรยากาศยังคึกคักด้วยการแสดงจากหน่วยรบพิเศษและการแสดงทางวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ของกองทัพที่แข็งแกร่งและเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชน

งานเฉลิมฉลองในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คำขวัญ “กองทัพแข็งแกร่ง มืออาชีพ และเป็นที่รักของประชาชน” เพื่อย้ำบทบาทของกองทัพอินโดนีเซียในฐานะเสาหลักแห่งความมั่นคงของชาติ ตลอดระยะเวลา 8 ทศวรรษแห่งการรับใช้สาธารณรัฐอินโดนีเซีย.  

ไต้ฝุ่น “แมตโม” พัดขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ทางการสั่งอพยพปชช. รวมกว่า 4 แสนคน

ไต้ฝุ่น "แมตโม" พัดขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ทางการสั่งอพยพปชช. รวมกว่า 4 แสนคน

6 ต.ค. 2568 08:41 น.

ไต้ฝุ่น “แมตโม” พัดขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ทางการสั่งอพยพปชช. รวมกว่า 4 แสนคน

พายุไต้ฝุ่น “แมตโม” พัดขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ทางการสั่งอพยพประชาชนรวมกว่า 4 แสนคน พร้อมปิดเมือง หยุดเรียน ยกเลิกหลายเที่ยวบิน คลื่นซัดฝั่ง–น้ำทะเลหนุนท่วมท่าเรือและร้านค้า 

วันที่ 5 ตุลาคม 2568 สถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนรายงานว่า “ไต้ฝุ่นแมตโม” (Matmo) ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 21 ของปี ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เมื่อเวลาประมาณ 14.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 42 เมตรต่อวินาที หรือราว 151 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  

ก่อนขึ้นฝั่ง พายุได้พัดนำลมแรงและคลื่นทะเลสูงเข้าถล่มคาบสมุทรเหล่ยโจวและเกาะไห่หนาน ทำให้น้ำทะเลหนุนเข้าท่วมท่าเรือ ร้านค้า และพื้นที่ชายฝั่งหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ท่าเรือประมง ซึ่งประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ขณะที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาบางส่วนถูกตัดขาดเพื่อความปลอดภัย

ภาพจากสถานีโทรทัศน์ CCTV เผยให้เห็นต้นไม้หักโค่น ฝนตกหนัก และคลื่นทะเลซัดแรงในหลายเมืองของมณฑลกวางตุ้งและไห่หนาน ขณะที่ท่าเรือหลายแห่งมีน้ำทะเลท่วมสูงและเรือประมงต้องเร่งเข้าเทียบท่าหลบภัย

ทางการจีนได้ประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นระดับ “แดง” และเตือนฝนตกหนักระดับ “ส้ม” ซึ่งเป็นสองระดับสูงสุดในระบบเตือนภัยสี่ขั้นของประเทศ ขณะที่มณฑลกวางตุ้ง ไห่หนาน และกว่างซี ได้ยกระดับแผนรับมือฉุกเฉินเป็นระดับสูงสุด

โดยศูนย์บัญชาการควบคุมน้ำท่วมและพายุไต้ฝุ่นของกวางตุ้งเผยว่า มีการอพยพประชาชนแล้วกว่า 271,500 คน ส่วนที่เกาะไห่หนานมีการย้ายผู้คนจากพื้นที่เสี่ยงกว่า 197,000 คน โรงเรียน หน่วยงานรัฐ ธุรกิจ และระบบขนส่งสาธารณะในเมืองไหโข่วถูกสั่งปิดทั้งหมดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน สนามบินนานาชาติไหโข่ว เหมยหลาน ยกเลิกเที่ยวบินทุกเที่ยว และปิดสะพานข้ามทะเลหลายแห่ง

ส่วนในเขตปกครองตนเองกว่างซี มีการระงับเส้นทางเรือโดยสารทั้งหมด และอพยพนักท่องเที่ยวกว่า 26,000 คน ออกจากเกาะเหว่ยโจว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางทะเลได้สั่งเรือประมงกว่า 20,000 ลำ เข้าจอดในท่าเรือและอพยพคนงานในแท่นขุดเจาะน้ำมันกว่า 4,000 คน เข้าสู่ที่ปลอดภัย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายพันนายถูกส่งไปประจำพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดเหตุรุนแรง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือสูญหายจากพายุลูกนี้.

ระทึก คนร้ายก่อเหตุกราดยิงกลางนครซิดนีย์เจ็บ 20 ราย ผู้ก่อเหตุวัย 60 ปีถูกรวบแล้ว

ระทึก คนร้ายก่อเหตุกราดยิงกลางนครซิดนีย์เจ็บ 20 ราย ผู้ก่อเหตุวัย 60 ปีถูกรวบแล้ว

6 ต.ค. 2568 08:00 น.

ระทึก คนร้ายก่อเหตุกราดยิงกลางนครซิดนีย์เจ็บ 20 ราย ผู้ก่อเหตุวัย 60 ปีถูกรวบแล้ว

ตำรวจออสเตรเลียจับกุมชายวัย 60 ปีได้แล้ว หลังก่อเหตุกราดยิงกลางถนนย่าน Inner West ของนครซิดนีย์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส

ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ระบุว่า สามารถรวบตัวคนร้ายวัย 60 ปีได้แล้ว หลังก่อเหตุระทึกยิงปืนกว่า 50-100 นัด ใส่รถยนต์ที่ขับผ่านไปมา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว 

เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนสายหนึ่งในเขต Inner West ของซิดนีย์ ซึ่งเป็นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านในช่วงค่ำ โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า เสียงปืนดังต่อเนื่องจนหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเสียงพลุ

โจ อาซาร์พนักงานออฟฟิศซึ่งทำงานอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเสียงหินขว้างใส่กระจกหรือพลุ แต่พอเห็นกระจกรถคนหนึ่งระเบิดแตก แล้วป้ายรถเมล์ก็พังทันที ถึงรู้ว่านี่คือเหตุยิงจริงๆ มันเกิดขึ้นเร็วมาก จนแทบไม่ทันตั้งตัว

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่จำนวนมากได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ ก่อนบุกเข้าจับกุมชายวัย 60 ปีภายในห้องพักชั้นบนของอาคารพาณิชย์ใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อม ยึดปืนไรเฟิล 2 กระบอก

ผู้ต้องสงสัยถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาบาดแผลที่ได้รับระหว่างการจับกุม โดยขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ

ตำรวจเปิดเผยว่า มีชาย 1 คนเดินทางมารับการรักษาด้วยตนเองหลังถูกยิง และขณะนี้อยู่ในอาการสาหัส ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 19 คนได้รับบาดแผลจากสะเก็ดกระจกและเศษโลหะ ซึ่งหลายรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการดูแลต่อ

โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนแรงจูงใจของคนร้าย รวมถึงตรวจสอบอาวุธและกระสุนที่ใช้ในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือกลุ่มอาชญากรรม.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เหตุกราดยิง

สหรัฐฯ ชัตดาวน์ต่อ 2 พรรคยังฝ่าทางตันไม่ได้ วุฒิสภาเตรียมโหวตจันทร์นี้

สหรัฐฯ ชัตดาวน์ต่อ 2 พรรคยังฝ่าทางตันไม่ได้ วุฒิสภาเตรียมโหวตจันทร์นี้

6 ต.ค. 2568 07:22 น.

สหรัฐฯ ชัตดาวน์ต่อ 2 พรรคยังฝ่าทางตันไม่ได้ วุฒิสภาเตรียมโหวตจันทร์นี้

สหรัฐฯ ชัตดาวน์ต่อเป็นวันที่ 5 หลังจากผู้นำของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ไขความเห็นที่ต่างกันเรื่องการจัดสรรงบประมาณได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้นำจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันมากในเรื่องวิธีการยุติการปิดทำการบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐฯ หรือการ “ชัตดาวน์” ขณะที่วันลงมติในวันจันทร์ที่ 6 ต.ค. 2568 กำลังจะมาถึงแล้ว

ในการให้สัมภาษณ์แยกกันในรายการ Meet the Press ของสถานี NBC เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร และ ไมค์ จอห์นสัน ผู้นำพรรครีพับลิกัน ต่างก็โทษว่าเป็นความผิดของพรรคอีกฝ่ายที่ทำให้ยังไม่สามารถฝ่าทางตันได้ ซึ่งการชัตดาวน์จะเข้าสู่วันที่ 5 ในวันจันทร์นี้

ประเด็นสำคัญที่สร้างความแตกแยกคือเรื่อง ประกันสุขภาพ (healthcare) โดยพรรคเดโมแครตต้องการทำให้แน่ใจว่า เงินอุดหนุนประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อยจะไม่หมดอายุ และมีเป้าหมายที่จะยกเลิกการลดงบประมาณในโครงการสุขภาพเมดิเคด (Medicaid)

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายเพื่อจัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลมีเงินใช้จนถึงวันที่ 21 พ.ย. 2568 ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ถูกตีตกในวุฒิสภาแล้วถึง 4 ครั้ง แม้ฝ่ายรีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากที่ 53 เสียง แต่มาตรการจัดสรรงบประมาณใด ๆ จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนถึง 60 เสียง จึงจะผ่านได้

นายเจฟฟรีส์ กล่าวหาพรรครีพับลิกันว่า “โกหก” เกี่ยวกับเจตนาของพรรคเดโมแครตในการเจรจา “เพราะพวกเขากำลังแพ้ในเรื่องความเห็นของประชาชน” แต่นายจอห์นสัน กล่าวว่า พรรคเดโมแครต “ไม่จริงจัง” และเจรจาด้วยเจตนาไม่สุจริต “พวกเขากำลังทำเช่นนี้เพื่อหาข้ออ้างทางการเมือง”

คาดกันว่า วุฒิสภาจะมีการประชุมอีกครั้งในช่วงบ่ายวันจันทร์ และจะหยิบยกมติคงคลัง 2 ฉบับขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งเพื่อจัดสรรงบประมาณให้กับรัฐบาล ก่อนจะมีการโหวตลงมติเป็นครั้งที่ 5

ในขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หลังนายจอห์นสันขยายช่วงพักของสภาผู้แทนราษฎรออกไปตลอดสัปดาห์ ซึ่งหมายความว่าสภาล่างของรัฐสภาจะไม่อยู่ในสมัยประชุมเพื่อรับพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ หากวุฒิสภามีการเปลี่ยนแปลงและบรรลุข้อตกลงใดๆ

อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจความคิดเห็นชุดใหม่จาก ซีบีเอส (CBS) ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวในอเมริกาของบีบีซี พบว่า ชาวอเมริกันมองการจัดการปัญหาการ ชัตดาวน์ ของทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไปในทางที่ไม่ดี และประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็ได้รับผลตอบรับเชิงลบเช่นกัน

ผลสำรวจพบว่า 80% ของชาวอเมริกันเกือบ 2,500 คนที่ตอบแบบสำรวจ มีความกังวลมากหรือค่อนข้างกังวล เกี่ยวกับผลกระทบของการชัตดาวน์ มีเพียง 23% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่กล่าวว่าจุดยืนของพรรครีพับลิกันคุ้มค่ากับการปิดทำการของรัฐบาล ขณะที่ 28% กล่าวเช่นเดียวกันสำหรับข้อโต้แย้งของพรรคเดโมแครต

ผลโพลพบด้วยว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งโทษ นายทรัมป์และพรรครีพับลิกันในรัฐสภาสำหรับสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้มากที่สุด ที่ 39% แต่พรรคเดโมแครตก็ไม่ได้ตามหลังมากนักโดยอยู่ที่ 30% ขณะที่มีชาวอเมริกันประมาณ 31% ที่ตอบแบบสำรวจว่า สมควรถูกตำหนิทั้งสองฝ่าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียยิงมิสไซล์-ส่งโดรนกว่า 500 ลำโจมตียูเครน ดับ 5 ศพ ไฟดับวงกว้าง

รัสเซียยิงมิสไซล์-ส่งโดรนกว่า 500 ลำโจมตียูเครน ดับ 5 ศพ ไฟดับวงกว้าง

6 ต.ค. 2568 04:57 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์-ส่งโดรนกว่า 500 ลำโจมตียูเครน ดับ 5 ศพ ไฟดับวงกว้าง

รัสเซียโจมตียูเครนระลอกใหม่ โดยยิงทั้งมิสไซล์และส่งโดรนหลายร้อยลำเข้าโจมตี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ และเกิดไฟดับกระทบคนนับหมื่น

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. 2568 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาเปิดเผยว่า รัสเซียยิงมิสไซล์และส่งโดรนจำนวนหลายร้อยลำเข้าโจมตีหลายจุดเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ ขณะที่ประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องประสบปัญหาไฟฟ้าดับ

เซเลนสกีระบุว่า รัสเซียยิงมิสไซล์กว่า 50 ลูก และส่งโดรนโจมตีราว 500 ลำ เข้าใส่แคว้นอิวาโน-ฟรานคิฟสก์, เชอร์นิฮิฟ, ซูมี, คาร์คิฟ, เคอร์ซอน, โอเดสซา, ลวิฟ, ซาปอริชเชีย และ คิโรโวห์ราด

ผู้เสียชีวิต 4 รายจากจำนวนดังกล่าว เป็นสมาชิกครอบครัว 4 คนซึ่งรวมถึงเด็กหญิงอายุเพียง 15 ปี โดยทั้งหมดถูกสังหารหลังอาวุธของรัสเซียโจมตีหมู่บ้าน ลาปาอิฟกา ในแคว้นลวิฟ ทางตะวันตกของยูเครน ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายอยู่ที่แคว้นซาปอริชเชีย

ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านของยูเครนอย่างโปแลนด์ ก็ตัดสินใจส่งเครื่องบินรบออกปฏิบัติการ เพื่อรับรองความปลอดภัยของน่านฟ้าโปแลนด์ โดยเครื่องบินรบของชาติพันธมิตรนาโตก็ถูกส่งออกบินด้วย

ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า กองทัพของพวกเขาประสบความสำเร็จในการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานและเป้าหมายทางทหารของยูเครน

ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนยังเรียกร้องขอความคุ้มครองจากชาติพันธมิตร “เราต้องการ การป้องกันที่มากขึ้น และ การดำเนินการตามข้อตกลงด้านกลาโหมทั้งหมดที่เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อทำลายความหมายของการก่อการร้ายทางอากาศนี้”

“การหยุดยิงฝ่ายเดียวบนท้องฟ้าเป็นไปได้ และสิ่งนี้แหละที่จะสามารถเปิดทางไปสู่การทูตที่แท้จริงได้” ผู้นำยูเครนระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เร่งช่วยระทึก พายุหิมะถล่ม คนเกือบพันติดบนเขาเอเวอเรสต์ฝั่งทิเบต

เร่งช่วยระทึก พายุหิมะถล่ม คนเกือบพันติดบนเขาเอเวอเรสต์ฝั่งทิเบต

6 ต.ค. 2568 03:28 น.

เร่งช่วยระทึก พายุหิมะถล่ม คนเกือบพันติดบนเขาเอเวอเรสต์ฝั่งทิเบต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยเกือบ 1,000 คนที่ติดอยู่บนเขาเอเวอเรสต์ หลังหิมะตกหนักอย่างกะทันหัน โดยเบื้องต้นช่วยได้แล้วหลายร้อยคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเกือบ 1,000 คน ซึ่งติดอยู่บนจุดตั้งแคมป์บริเวณฝั่งตะวันออกของยอดเขาเอเวอเรสต์ หรือฝั่งทิเบต หลังเกิดพายุหิมะถล่มอย่างกะทันหัน

ชาวบ้านท้องถิ่นกับทีมกู้ภัยจำนวนหลายร้อยคนถูกส่งขึ้นไปเก็บกวาดหิมะที่กีดขวางเส้นทางไปสู่จุดตั้งแคมป์ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,900 ม. โดยสำนักข่าว ซีซีทีวี (CCTV) ของประเทศจีนรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวและนักปีนเขาได้รับความช่วยเหลือแล้ว 350 คน และอีก 200 คนกำลังถูกพาไปยังที่ปลอดภัย

หิมะเริ่มตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เย็นวันศุกร์ (3 ต.ค.) และทวีความรุนแรงบริเวณที่ลาดชันฝั่งตะวันออกของยอดเขาเอเวอเรสต์ในทิเบต ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปปีนเขาหรือเดินเขา

ทีมกู้ภัย “บลูสกาย” (Blue Sky) ของทิเบตได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือระบุว่า เต็นท์ของพวกเขาพังเนื่องจากน้ำหนักของหิมะ ขณะที่นักปีนเขาบางคนเริ่มประสบภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำแล้ว

บริษัทท่องเที่ยวเขตทิงกริ (Tingri) ระงับการขายตั๋วและห้ามเข้าถึงจุดชมวิวของเขาเอเวอเรสต์ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์แล้วเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ พื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว โดยเนปาลที่อยู่ใกล้เคียงต้องรับมือฝนตกหนัก ซึ่งทำให้เกิดทั้งน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุด สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 47 ศพ ส่วนที่จีนก็กำลังเผชิญพายุไต้ฝุ่น “แมตโม” ซึ่งทำให้คนกว่า 1.5 แสนคนต้องอพยพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: bbc

ทรัมป์เชื่อ ตัวประกันในกาซาจะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้

ทรัมป์เชื่อ ตัวประกันในกาซาจะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้

6 ต.ค. 2568 01:15 น.

ทรัมป์เชื่อ ตัวประกันในกาซาจะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่า ตัวประกันในฉนวนกาซาจะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้ ในขณะที่ผู้แทนอิสราเอลกับฮามาสเตรียมเจรจาข้อตกลงในวันจันทร์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า เขาคิดว่าตัวประกันที่ถูกจับอยู่ในฉนวนกาซา จะเริ่มได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระในเร็วๆ นี้ ในขณะที่ผู้แทนจากอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเตรียมจัดการเจรจาทางอ้อม เรื่องข้อตกลงสันติภาพที่ประเทศอียิปต์ในวันจันทร์นี้

การเจรจาดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ฮามาสเห็นชอบบางส่วนของแผนสันติภาพ 20 ข้อที่สหรัฐฯ เสนอ ซึ่งรวมถึงการปล่อยตัวตัวประกันและการมอบการปกครองฉนวนกาซาให้กับกลุ่มนักวิชาการชาวปาเลสไตน์

แต่ฮามาสต้องการเจรจาในประเด็นอื่นๆ และการตอบรับของพวกเขาก็ไม่พูดถึงข้อเรียกร้องสำคัญอย่างการปลดอาวุธ และการไม่เข้าไปมีบทบาทในการปกครองกาซาในอนาคต

เมื่อนักข่าวถามเรื่องการยืดหยุ่น นายทรัมป์ก็ตอบว่า “เราไม่ต้องการความยืดหยุ่นใดๆ เพราะทุกคนค่อนข้างจะเห็นชอบแล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ”

นายทรัมป์เสริมด้วยว่า เขาได้ยินมาว่าการเจรจากำลังดำเนินไปด้วยดีมากๆ “นี่เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับอิสราเอล เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับโลกอาหรับทั้งหมด โลกมุสลิม และโลกใบนี้ เราจึงมีความสุขกับมันมาก”

ในขณะเดียวกัน การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซาก็ยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่านายทรัมป์จะขอให้อิสราเอลหยุดการทิ้งระเบิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากฮามาสตอบรับแผนการสันติภาพ

นายโชช เบโดรเซียน โฆษกรัฐบาลอิสราเอลบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “แม้ว่าการทิ้งระเบิดบางจุดในฉนวนกาซาจะหยุดลงจริงๆ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีการหยุดยิงเกิดขึ้น” พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ออกคำสั่งให้ทหารสามารถยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวได้ หากมีภัยคุกคามต่อชีวิตของพวกเขาในสมรภูมิกาซา

ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว บีบีซี ระบุว่า พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดจากในฉนวนกาซา และเห็นควันลอยขึ้นมาเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยกระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาสอ้างว่า การโจมตีของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 65 ศพ บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน

ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ ว่า การทิ้งระเบิดจำเป็นต้องหยุดลงเพื่ออำนวยความสะดวกในการปล่อยตัวตัวประกัน

“คุณไม่สามารถปล่อยตัวตัวประกันได้ในขณะที่ยังมีการทิ้งระเบิดเกิดขึ้น… สิ่งนั้นจะต้องหยุดลง แต่คุณก็ต้องจัดการกับเรื่องโลจิสติกส์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน” นายรูบิโอกล่าวในรายการ Face the Nation ของซีบีเอส นิวส์ เมื่อวันอาทิตย์ “เราต้องการให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 63 ศพ ในเนปาล-อินเดีย

สลด น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 63 ศพ ในเนปาล-อินเดีย

5 ต.ค. 2568 23:57 น.

สลด น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 63 ศพ ในเนปาล-อินเดีย

เนปาลกับอินเดียเผชิญฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุด พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 63 ศพ ในขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 ต.ค. 2568 ว่า เหตุน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุด ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักในประเทศเนปาลกับอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 60 ศพ ในขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งเดินทางไปยังชุมชนห่างไกลบนภูเขาที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเพราะน้ำท่วมหรือเหตุดินถล่ม

ประเทศเนปาลเผชิญฝนตกหนักมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์แล้ว (3 ต.ค.) ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

นาง ชานตี มาฮัต โฆษกหญิงของสำนักงานลดความเสี่ยงและบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาลเปิดเผยว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 43 ศพ และสูญหายอีก 5 คน โดยผู้เคราะห์ร้ายอย่างน้อย 37 ศพ เสียชีวิตในเหตุดินถล่มในเขตอิลลาม ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

“ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนทำให้ดินถล่มลงมา” นางสุนิตา เนปาล เจ้าหน้าที่เขตในพื้นที่กล่าว และเสริมว่า “เนื่องจากถนนถูกปิดกั้น ทำให้บางพื้นที่เข้าถึงได้ยาก ส่งผลให้ทีมกู้ภัยต้องเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว”

แม่น้ำหลายสายในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาลก็มีระดับน้ำสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมตลิ่งเกิดน้ำท่วม ทำให้ทางการต้องส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าช่วยเหลือในปฏิบัติการกู้ภัย พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์และเรือยนต์

เหตุดินถล่มยังปิดกั้นทางหลวงหลายสายและส่งผลกระทบต่อเที่ยวบิน ทำให้ผู้เดินทางหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่กำลังเดินทางกลับหลังจากการเฉลิมฉลองเทศกาลฮินดู ดัซเซน (Dashain) ต้องติดค้าง

ในขณะเดียวกันที่ประเทศอินเดีย ฝนที่ตกหนักตลอดคืนทำให้เกิดน้ำป่าและดินถล่มที่ทำลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในรัฐเบงกอลตะวันตก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ ในเขตดาร์จีลิงที่เป็นพื้นที่ปลูกชาบนเนินเขา

ภาพจากข่าวโทรทัศน์อินเดียแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้สายเคเบิลเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่ถูกตัดขาด ขณะที่กระแสน้ำเชี่ยวกรากพุ่งเข้าชนสะพานและทำให้ถนนยุบตัวลง

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี กล่าวว่า เขารู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียชีวิต “สถานการณ์ในดาร์จีลิงและพื้นที่โดยรอบกำลังถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิด หลังเกิดฝนตกหนักและดินถล่ม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลลั่น ไม่ได้ “หยุดยิง” ในกาซา แค่ระงับโจมตีบางจุดชั่วคราว

อิสราเอลลั่น ไม่ได้ “หยุดยิง” ในกาซา แค่ระงับโจมตีบางจุดชั่วคราว

5 ต.ค. 2568 22:06 น.

อิสราเอลลั่น ไม่ได้ “หยุดยิง” ในกาซา แค่ระงับโจมตีบางจุดชั่วคราว

อิสราเอลยืนยัน ไม่ได้หยุดยิงในฉนวนกาซา เพียงแต่ระงับการโจมตีบางจุดชั่วคราวเท่านั้น ในขณะที่ทีมเจรจาของอิสราเอลกับฮามาสจะหารือเรื่องข้อตกลงสันติภาพที่อียิปต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. 2568 นาย โชช เบโดรเซียน โฆษกรัฐบาลอิสราเอล ออกมายืนยันว่า ไม่มีการ “หยุดยิง” ใดๆ ในฉนวนกาซา กองทัพของพวกเขาเพียงหยุดการทิ้งระเบิดบางจุดเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และกองทัพในกาซายังคงมีปฏิบัติการเพื่อป้องกันตัวได้

คำพูดของนายเบโดรเซียนเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสยอมรับประเด็นสำคัญบางส่วนของแผนสันติภาพที่สหรัฐอเมริกาเสนอ รวมถึง การยุติสงคราม การถอนกำลังของอิสราเอล และ การปลดปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลและนักโทษชาวปาเลสไตน์

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังเหลือบางประเด็นที่ยังต้องเจรจากันต่อ และมีคำถามที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เช่น ฮามาสจะเต็มใจที่จะ ปลดอาวุธ หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสำคัญจากอิสราเอลเพื่อยุติสงคราม

ทีมเจรจาของทั้งฝ่ายอิสราเอลกับฮามาสจะหารือกันที่เมืองรีสอร์ต ชาร์ม เอล-ชีคห์ ในอียิปต์ โดยที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล คาดหวังว่า ตัวประกันที่อยู่ในฉนวนกาซาจะได้รับการปล่อยตัวภายในไม่กี่วันข้างหน้า

นายเนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาได้สั่งการให้ทีมเจรจาเดินทางไปยังอียิปต์ “เพื่อสรุปรายละเอียดทางเทคนิค” ขณะที่ทางการอียิปต์ยืนยันว่า พวกเขาจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้แทนจากฮามาสเพื่อเจรจาเกี่ยวกับ เงื่อนไขและรายละเอียดการแลกเปลี่ยนตัวประกันชาวอิสราเอลกับนักโทษชาวปาเลสไตน์

สื่อของอียิปต์ระบุว่า ทีมเจรจาของอิสราเอลกับฮามาสจะพูดคุยกันทางอ้อมในวันอาทิตย์และวันจันทร์นี้ (5-6 ต.ค.) เพียงวันเดียวก่อนจะถึงวันครบรอบ 2 ปีของการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาส ซึ่งจุดชนวนสงครามในฉนวนกาซา เมื่อ 7 ต.ค. 2566

ด้านทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งทูต 2 คนเดินทางไปยังอียิปต์แล้ว ได้แก่นาย จาเรด คุชเนอร์ ผู้เป็นลูกเขย และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ต.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดทิ้งระเบิดในกาซา หลังจากฮามาสยอมรับข้อเสนอบางส่วน ซึ่งต่อมามีรายงานว่า รัฐบาลอิสราเอลได้สั่งการให้กองทัพระงับปฏิบัติการในกาซาซิตี้ชั่วคราว แต่การโจมตีของอิสราเอลก็ยังคงดำเนินต่อไป และทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพในวันเสาร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พายุไต้ฝุ่น “แมตโม” ทวีกำลังแรง จีนอพยพประชาชนกว่า 1.5 แสนคนก่อนขึ้นฝั่ง

พายุไต้ฝุ่น "แมตโม" ทวีกำลังแรง จีนอพยพประชาชนกว่า 1.5 แสนคนก่อนขึ้นฝั่ง

5 ต.ค. 2568 12:02 น.

พายุไต้ฝุ่น “แมตโม” ทวีกำลังแรง จีนอพยพประชาชนกว่า 1.5 แสนคนก่อนขึ้นฝั่ง

ไต้ฝุ่น “แมตโม” ทวีกำลังแรงขึ้นจนแตะระดับสูงสุด ก่อนขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีนในวันนี้ (5 ต.ค.) ส่งผลให้ทางการต้องสั่ง อพยพครั้งใหญ่ ประชาชนกว่า 150,000 คน พร้อมประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นระดับสีแดง ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดในระบบเตือนภัยของประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ไต้ฝุ่น “แมตโม” ได้ทวีกำลังขึ้นก่อนที่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศจีนในวันอาทิตย์ (5 ตุลาคม) โดยทางการของมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีนได้ดำเนินการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้วถึง 151,000 คน 

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนแจ้งว่า พายุมีความเร็วลมสูงสุด 151 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ และคาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน ทางการจีนได้ออกคำเตือนภัยพายุไต้ฝุ่น ระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในระบบของประเทศ

มณฑลไหหลำ ซึ่งอยู่ในเส้นทางของพายุ ได้ยกเลิกเที่ยวบินและระงับบริการขนส่งสาธารณะ ตลอดจนสั่งปิดทำการธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมรับมือ ส่วนมณฑลกวางตุ้ง  ได้ดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนัก

ขณะที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า แม้จะไม่ได้อยู่ในเส้นทางตรงของพายุ แต่ก็ได้สั่งยกเลิกการเรียนการสอนและกิจกรรมติวพิเศษต่าง ๆ เนื่องจากสภาพอากาศ ทางการยังเตือนให้ระวัง ฝนตกหนัก โดยคาดว่าปริมาณน้ำฝนอาจสูงถึง 100 ถึง 249 มิลลิเมตร ในบางพื้นที่

ตามข้อมูลจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอุทกศาสตร์แห่งชาติของเวียดนาม  เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันอาทิตย์ ตาพายุแมตโมอยู่ห่างจากเกาะไหหลำ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 70 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดกว๋างนิญ ซึ่งมีอาณาเขตติดกับจีนและเป็นที่ตั้งของอ่าวฮาลอง ประมาณ 420 กิโลเมตร

พายุมีความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่อง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงถึง 167−183 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลังจากขึ้นฝั่งจีนแล้ว พายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกและทิศเหนือ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทางตอนเหนือของเวียดนาม และมณฑลยูนนานของจีน โดยคาดการณ์ว่า ภายในเวลา 16.00 น. ของวันอาทิตย์ พายุจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกของคาบสมุทรเหลยโจว ของจีน ห่างจากกว๋างนิญประมาณ 250 กิโลเมตร โดยความเร็วลมสูงสุดจะลดลงเหลือ 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนภายในเวลา 04.00 น. ของวันจันทร์ พายุจะเคลื่อนตัวใกล้แนวชายฝั่งของกว๋างนิญ–ไฮฟอง โดยความเร็วลมลดลงเหลือ 75−88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพายุแมตโมมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดินผ่านกว๋างนิญ ข้ามพรมแดนเวียดนาม–จีน และจะอ่อนกำลังลงเป็น ดีเปรสชันเขตร้อน ในที่สุด.

ที่มา CNA  VnExpress