พรรค LDP ได้ผู้นำพรรคคนใหม่แล้ว มีลุ้นนายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

พรรค LDP ได้ผู้นำพรรคคนใหม่แล้ว มีลุ้นนายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

4 ต.ค. 2568 15:25 น.

พรรค LDP ได้ผู้นำพรรคคนใหม่แล้ว มีลุ้นนายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

ซานาเอะ ทาคาอิชิ เฉือนชนะ ชินจิโระ โคอิซูมิ คว้าตำแหน่งผู้นำพรรค LDP ไปตามคาด และอาจสร้างประวัติศาสตร์ให้ญี่ปุ่นมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก

พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เลือก “ซานาเอะ ทาคาอิชิ” อดีต รมต.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นผู้นำพรรคคนใหม่ โดยเธอเอาชนะ “ชินจิโระ โคอิซูมิ” ลูกชายอดีตนายกฯ จุนอิชิโร โคอิซูมิ ในรอบชิงทำให้เธออาจมีโอกาสเป็นนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น แม้วิกฤตคะแนนนิยมตกต่ำหลังแพ้เลือกตั้ง

โดยการเฟ้นหาผู้นำพรรคคนใหม่ ของพรรค LDP มีขึ้นเพื่อหวังฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชนที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคมีแนวโน้มจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายชิเกรุ อิชิบะ 

โดย ซานาเอะ ทาคาอิชิ วัย 64 ปี นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมจัดเป็นหนึ่งในตัวเต็ง ตีคู่มากับ ชินจิโระ โคอิซูมิ  รัฐมนตรีเกษตร วัย 44 ปี ซึ่งการที่ซานาเอะ คว้าชัยทำให้เธออาจกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ขณะที่นายชินจิโระ จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในยุคปัจจุบันหากเขาชนะในวันนี้

แม้ LDP จะครองอำนาจการเมืองญี่ปุ่นมาแทบตลอดช่วงหลังสงครามโลก แต่ความนิยมของพรรคกลับลดลง หลังพรรคและพันธมิตรสูญเสียเสียงข้างมากในสภาทั้งสองสภาในปีที่ผ่านมา ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เริ่มหันไปสนับสนุนพรรคคู่แข่ง เช่น พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (DPFP) ที่เน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และพรรคซันเซโตะที่มีจุดยืนต่อต้านการอพยพเข้าเมือง

สำหรับนโยบายเศรษฐกิจของคู่ชิงทั้งสองคนนี้มีความแตกต่างกันคือ ซานาเอะ เสนอใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ วิจารณ์ธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย และยังอาจทบทวนข้อตกลงการลงทุนกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุน ขณะที่ชินจิโระ ยึดแนวทางต่อเนื่องจากรัฐบาลอิชิบะ เน้นการขึ้นค่าแรงและบรรเทาภาระค่าครองชีพ แต่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังที่เข้มงวด โดยการลงคะแนนในสภาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะเกิดขึ้นกลางเดือนตุลาคมนี้ และเนื่องจาก LDP ยังเป็นพรรคใหญ่สุดในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้เลือกนายกฯ ขณะที่ฝ่ายค้านแตกแยกกันมาก ทาคาอิชิจึงมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป .

ที่มา : NHK

คลิกอ่านข่าว ญี่ปุ่น

พบศพนักเรียนเพิ่มเป็น 14 ศพ จากเหตุอาคารเรียนอินโดนีเซียถล่ม คาดยุติการค้นหาวันนี้

พบศพนักเรียนเพิ่มเป็น 14 ศพ จากเหตุอาคารเรียนอินโดนีเซียถล่ม คาดยุติการค้นหาวันนี้

4 ต.ค. 2568 10:25 น.

พบศพนักเรียนเพิ่มเป็น 14 ศพ จากเหตุอาคารเรียนอินโดนีเซียถล่ม คาดยุติการค้นหาวันนี้

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุอาคารโรงเรียนอิสลามในอินโดนีเซียพังถล่ม เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ศพ หลังทีมกู้ภัยพบร่างเพิ่มจากใต้ซากอาคาร คาดยุติการค้นหาในวันนี้

ทีมกู้ภัยอินโดนีเซียพบร่างผู้เสียชีวิตหลายรายใต้ซากปรักหักพังของโรงเรียนประจำที่พังถล่มในเมืองซีโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออก หลังจากไม่พบสัญญาณชีพใด ๆ และเริ่มใช้เครื่องจักรหนักและรถขุดติดค้อนเจาะ เพื่อเร่งเคลียร์ซากอาคารให้เร็วขึ้น โดยขณะนี้สามารถเคลียร์ซากอาคารได้แล้วกว่าครึ่ง และพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกคอนกรีตทับหรือถูกชิ้นส่วนกำแพงอาคารหล่นใส่

โดยภายในเย็นวันศุกร์ เจ้าหน้าที่พบศพเพิ่มอีก 9 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วอยู่ที่ 14 ศพ ขณะที่ยังมีนักเรียนเกือบ 50 คนที่ยังไม่ทราบชะตากรรม โดยอาคารเรียน อัลโคซินี ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี พังถล่มลงมาเมื่อวันจันทร์ ขณะมีนักเรียนหลายร้อยคนรวมตัวกันในหอประชุมเพื่อทำละหมาด นักเรียนที่อยู่ภายในส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชายระดับชั้นมัธยม อายุระหว่าง 12–19 ปี ส่วนกลุ่มนักเรียนหญิงที่ละหมาดอยู่ในอีกห้องหนึ่งสามารถหนีรอดได้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางโรงเรียนยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็น 

มีรายงานว่าในช่วงแรก เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้มือเปล่าค้นหาผู้รอดชีวิต แต่เมื่อไม่พบสัญญาณชีพในวันพฤหัสบดี จึงต้องหันมาใช้เครื่องจักรหนักและรถขุดติดค้อนเจาะเพื่อเร่งรื้อถอนซากคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ทับถมอยู่

ทีมกู้ภัยต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนจัด และเผชิญกับกลิ่นร่างผู้เสียชีวิตที่เริ่มเน่าเปื่อย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น

นายสุฮาร์ยันโต หัวหน้าสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของอินโดนีเซีย ระบุว่า คาดว่าการค้นหาและกู้ร่างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันเสาร์.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

ทั่วโลกจับตา อิสราเอล–ฮามาสส่งสัญญาณเชิงบวก พร้อมเดินหน้าแผนสันติภาพกาซาของทรัมป์

ทั่วโลกจับตา อิสราเอล–ฮามาสส่งสัญญาณเชิงบวก พร้อมเดินหน้าแผนสันติภาพกาซาของทรัมป์

4 ต.ค. 2568 09:56 น.

ทั่วโลกจับตา อิสราเอล–ฮามาสส่งสัญญาณเชิงบวก พร้อมเดินหน้าแผนสันติภาพกาซาของทรัมป์

รัฐบาลอิสราเอลและกลุ่มฮามาสส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าตามแผนสันติภาพกาซาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หลังสู้รบยืดเยื้อมานานหลายเดือน อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามในฉนวนกาซา

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุเมื่อวันเสาร์ว่า รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินการทันที ตามเฟสแรกของแผนทรัมป์ หลังจากฮามาสออกแถลงการณ์เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นว่า ยอมเข้าร่วมการเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันที ภายใต้กรอบแผนดังกล่าว แม้ยังไม่ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดอย่างไม่มีข้อแม้

ฮามาสระบุผ่านคนกลางว่า พร้อมหารือรายละเอียดการแลกเปลี่ยน และยอมส่งมอบอำนาจการปกครองกาซาให้กับ คณะผู้บริหารปาเลสไตน์อิสระที่ได้รับฉันทามติระดับชาติ และมีการสนับสนุนจากชาติอาหรับและอิสลาม

ขณะที่ทรัมป์ซึ่งออกคำขู่ก่อนหน้านี้ว่าหากฮามาสไม่ตอบรับแผนภายในวันอาทิตย์จะเกิดนรกบนดินอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้โพสต์บน Truth Social ว่า เขาเชื่อว่าฮามาสพร้อมสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทางอากาศทันทีเพื่อเปิดทางให้ปล่อยตัวตัวประกันอย่างปลอดภัย

แม้อิสราเอลยืนยันเดินหน้าเฟสแรก แต่ถ้อยแถลงไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ให้อิสราเอล หยุดทิ้งระเบิดกาซาทันที เช่นเดียวกับที่ฮามาสไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขสำคัญ เช่น การปลดอาวุธ หรือการจัดตั้งคณะกรรมการนานาชาตินำโดยสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ “Board of Peace” เพื่อกำกับดูแลฉนวนกาซา

โดยแผนสันติภาพของทรัมป์มีเงื่อนไขสำคัญ เช่น ปล่อยตัวประกัน 48 คนที่เหลือภายใน 72 ชั่วโมง และให้ฮามาสยอมสละอำนาจการปกครองในฉนวนกาซาซึ่งก่อนหน้านี้ถือเป็นเส้นแดง ที่หลายฝ่ายคาดว่าฮามาสจะไม่ยอมรับ

หลังจากทั้งสองฝ่ายมีท่าทีเชิงบวกออกมา อียิปต์ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกลางเจรจา ระบุว่าท่าทีของฮามาสเป็น พัฒนาการเชิงบวก และเรียกร้องทุกฝ่ายให้รับผิดชอบร่วมกันเพื่อยุติสงคราม ขณะที่กาตาร์ก็แสดงการต้อนรับและประกาศเริ่มหารือร่วมกับอียิปต์และสหรัฐฯ เพื่อหาทางสรุปแผนดังกล่าว.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิสราเอลฮามาส

ฮ่องกงตามรอยจีน เตรียมติดกล้องวงจรปิดที่มีระบบจดจำใบหน้าด้วย AI นับหมื่นเครื่อง

ฮ่องกงตามรอยจีน เตรียมติดกล้องวงจรปิดที่มีระบบจดจำใบหน้าด้วย AI นับหมื่นเครื่อง

4 ต.ค. 2568 09:10 น.

ฮ่องกงตามรอยจีน เตรียมติดกล้องวงจรปิดที่มีระบบจดจำใบหน้าด้วย AI นับหมื่นเครื่อง

ฮ่องกงประกาศแผนติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายหมื่นเครื่อง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีจดจำใบหน้าด้วย AI ตามรอยจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการตรวจสอบผู้คน และติดตามบุคคลต้องสงสัย

คริส ถัง รัฐมนตรีด้านความมั่นคงฮ่องกง กล่าวว่า เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบฝูงชนและอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ และย่อมถูกนำมาใช้กับบุคคล เช่น การติดตามผู้ต้องสงสัยทางอาญา พร้อมย้ำว่านี่คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลา โดยอยู่ระหว่างพิจารณาการจัดสรรทรัพยากรและการเลือกใช้เทคโนโลยี

มีรายงานว่าเอกสารที่ยื่นต่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงระบุว่า ปัจจุบันมีการติดตั้งกล้องเกือบ 4,000 ตัวภายใต้โครงการปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจ และตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ตัวภายในปี 2028

ด้านตำรวจฮ่องกงระบุว่าโครงการ “SmartView” มีความจำเป็นเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ รวมถึงป้องกันและสืบสวนอาชญากรรม โดยตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปีที่แล้ว CCTV ถูกนำไปเชื่อมโยงกับการคลี่คลายคดีกว่า 400 คดี และสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 787 ราย

รายงานของ South China Morning Post เมื่อเดือนกรกฎาคมเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเริ่มใช้ระบบจดจำใบหน้าแบบเรียลไทม์ได้เร็วที่สุดภายในสิ้นปีนี้

เทคโนโลยีลักษณะเดียวกันนี้ถูกนำไปใช้แล้วในสหราชอาณาจักร แต่ผู้วิจารณ์แสดงความกังวลว่าอาจเปิดช่องให้รัฐบาลละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชนในวงกว้าง และอาจเกิดปัญหาการระบุตัวบุคคลผิดพลาด จนนำไปสู่การจับกุมที่ไม่ถูกต้อง

ในยุโรป สหภาพยุโรป ได้ออกกฎหมาย Artificial Intelligence Act เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งห้ามใช้ระบบระบุตัวตนทางชีวมิติแบบเรียลไทม์ในพื้นที่สาธารณะเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ยกเว้นในบางกรณีที่มีกฎหมายอนุญาต

ด้านสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของฮ่องกง ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามกฎหมาย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเมื่อวันศุกร์ว่าได้มีส่วนร่วมในแผนขยายโครงการกล้องวงจรปิดนี้หรือไม่

โดยนายเอริก ไล นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์กฎหมายเอเชีย มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า ตำรวจฮ่องกงไม่ได้อยู่ภายใต้การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพจากหน่วยงานอิสระ และยังไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ AI โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย จึงน่าสงสัยว่า กรอบกฎหมายและกฎระเบียบที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ที่จะป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบของตำรวจในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อการเฝ้าระวัง และการจัดซื้อจัดจ้างมีการพิจารณาถึงสิทธิมนุษยชนอย่างรอบคอบหรือไม่.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮ่องกง

ดาวรุ่งนักปีนเขาดับสลด ร่วงจากหน้าผา “เอล คาปิตัน” ในอุทยานโยเซมิตี สหรัฐฯ

ดาวรุ่งนักปีนเขาดับสลด ร่วงจากหน้าผา "เอล คาปิตัน" ในอุทยานโยเซมิตี สหรัฐฯ

4 ต.ค. 2568 07:55 น.

ดาวรุ่งนักปีนเขาดับสลด ร่วงจากหน้าผา “เอล คาปิตัน” ในอุทยานโยเซมิตี สหรัฐฯ

บัลลิน มิลเลอร์ วัย 23 ปี นักปีนเขาชื่อดังจากอะแลสกา พลัดตกเสียชีวิตขณะไลฟ์ปีนผาเอล คาปิตัน ครอบครัว-วงการนักปีนเขาอาลัย เผยเจ้าตัวเพิ่งสร้างสถิติเดี่ยวหลายเส้นทางหินยากระดับโลก

วันที่ 4 ตุลาคม 2568 สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายบัลลิน มิลเลอร์ นักปีนเขาดาวรุ่งและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังวัย 23 ปี จากรัฐอะแลสกา พลัดตกจากหน้าผาเอล คาปิตัน (El Capitan) ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะถ่ายทอดสดผ่าน TikTok เมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยนางจีนีน กิราร์ด-มูร์แมน มารดาของเขาโพสต์ข้อความว่า หัวใจของฉันแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไร ฉันรักเขามาก อยากตื่นจากฝันร้ายนี้เหลือเกิน 

ขณะที่ดีแลน มิลเลอร์ พี่ชายของผู้ตาย เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ มิลเลอร์กำลังปีนเดี่ยวด้วยเชือก ( บนเส้นทาง “Sea of Dreams” ความสูงกว่า 730 เมตร และเชื่อว่าขณะดึงอุปกรณ์ขึ้นมา เขาอาจพลาดโรยตัวจนหลุดจากปลายเชือก

นายทอม อีแวนส์ ช่างภาพประจำโยเซมิตีที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า มิลเลอร์พยายามดึงกระเป๋าที่ติดค้างอยู่ ก่อนจะร่วงลงมา เขาเป็นคนโทรแจ้ง 911 ทันที โดยเจ้าหน้าที่อุทยานและหน่วยกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

ทั้งนี้ มิลเลอร์ถือเป็นนักปีนเขาฝีมือฉกาจ เขาเคยสร้างชื่อจากการปีนเดี่ยวเส้นทาง Slovak Direct บนภูเขาแมกคินลีย์ในอะแลสกา ใช้เวลาเพียง 56 ชั่วโมง อีกทั้งยังพิชิตเส้นทางน้ำแข็ง Reality Bath ในแคนาเดียนร็อกกีส์ ซึ่งไม่มีใครทำได้มากว่า 37 ปี.

ฌอน “ดิดดี้” คอมบ์ส ถูกตัดสินจําคุกกว่า 4 ปี ในข้อหาค้าประเวณี

ฌอน "ดิดดี้" คอมบ์ส ถูกตัดสินจําคุกกว่า 4 ปี ในข้อหาค้าประเวณี

4 ต.ค. 2568 05:52 น.

ฌอน “ดิดดี้” คอมบ์ส ถูกตัดสินจําคุกกว่า 4 ปี ในข้อหาค้าประเวณี

“ฌอน ดิดดี้ คอมส์” แรปเปอร์ชื่อดังถูกศาลนิวยอร์กพิพากษาจำคุก 50 เดือน หรือกว่า 4 ปี หลังถูกตัดสินความผิดในข้อหาพาคนเดินทางเพื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่พ้นข้อหาค้ามนุษย์และสมคบคิดฉ้อฉล

วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ มีคำพิพากษาจำคุก นายฌอน “ดิดดี้” คอมส์  แรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง วัย 55 ปี เป็นเวลา 50 เดือน หรือ 4 ปี 2 เดือน จากคดีนําพาหญิงบริการข้ามรัฐเพื่อไปร่วมงานปาร์ตี้ทางเพศ

โดยอารุน ซับรามาเนียน ผู้พิพากษาระบุระหว่างอ่านคำพิพากษาว่า มีหลักฐานจำนวนมหาศาลยืนยันถึงการกระทำที่เป็นการล่วงละเมิดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้องลงโทษสถานหนักเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานดยคดีนี้ คอมส์ถูกกล่าวหาว่าจัดกิจกรรมทางเพศ โดยพาผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่า เช่น แคสซี่ เวนทูรา รวมทั้งบุคคลอื่น และแม้กระทั่งชายขายบริการทางเพศ ข้ามรัฐเพื่อร่วมกิจกรรมทางเพศ

ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม คณะลูกขุนได้ตัดสินว่าคอมส์มีความผิดใน 2 กระทงฐานพาคนเดินทางเพื่อค้าประเวณี แต่ยกฟ้องข้อหาหนักในคดีค้ามนุษย์ทางเพศ และสมคบคิดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ขณะที่คอมส์กล่าวถ้อยคำต่อศาลก่อนรับโทษ ยอมรับว่าการกระทำของเขาน่าขยะแขยง น่าละอาย และป่วยไข้ พร้อมกล่าวขอโทษเหยื่อและลูกๆ ของเขา.

ฮามาสตอบรับแผนหยุดยิงทรัมป์ “ยอมรับได้บางข้อ” และพร้อมแลกตัวประกัน แต่ขอเจรจาเพิ่มเติม

ฮามาสตอบรับแผนหยุดยิงทรัมป์ "ยอมรับได้บางข้อ" และพร้อมแลกตัวประกัน แต่ขอเจรจาเพิ่มเติม

4 ต.ค. 2568 05:23 น.

ฮามาสตอบรับแผนหยุดยิงทรัมป์ “ยอมรับได้บางข้อ” และพร้อมแลกตัวประกัน แต่ขอเจรจาเพิ่มเติม

ฮามาสแถลงตอบรับบางส่วนตามแผน 20 ข้อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหยุดสงครามในกาซาที่ดำเนินมานานเกือบ 2 ปี ยืนยันพร้อมปล่อยตัวเชลยศึกอิสราเอลทั้งหมด แต่บางประเด็นยังต้องเจรจาเพิ่มเติม

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาออกแถลงการณ์ตอบรับบางส่วนของแผนหยุดยิง 20 ข้อ ที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ หลังถูกกำหนดเส้นตายให้ตอบกลับภายในวันอาทิตย์นี้ โดยฮามาสระบุว่า พร้อมจะปล่อยตัวเชลยศึกชาวอิสราเอลทั้งหมด ทั้งที่ยังมีชีวิตและร่างผู้เสียชีวิต ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในข้อเสนอของทรัมป์ โดยมีเงื่อนไขการจัดการในภาคสนามที่ต้องหารือต่อ พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมที่จะเจรจาทันทีผ่านคนกลางเพื่อหาข้อสรุปรายละเอียด

นอกจากนี้ ฮามาสยังยอมรับหลักการส่งมอบการบริหารฉนวนกาซาให้แก่ คณะบุคคลอิสระหรือรัฐบาลที่เกิดจากฉันทามติระดับชาติและได้รับการสนับสนุนจากประเทศอาหรับและอิสลาม แต่ย้ำว่าเรื่องอนาคตของกาซาและสิทธิชอบธรรมของชาวปาเลสไตน์ จะต้องพิจารณาบนฐานของมติระดับชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ฮามาสไม่ได้ตอบรับข้อเสนอเรื่องการปลดอาวุธ รวมถึงประเด็นการจัดตั้งองค์กรนานาชาติที่อาจนำโดยโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพื่อกำกับดูแลกาซาหลังสงคราม ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นจุดที่กลุ่มยังมีข้อสงวน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ใน Truth Social เตือนว่า หากไม่มีข้อตกลงภายในวันอาทิตย์จะเกิดนรกที่ไม่เคยมีมาก่อนถล่มฮามาส  พร้อมทั้งทำเนียบขาวเผยว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะออกแถลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าทีของฮามาสต่อข้อเสนอหยุดยิง

ทางด้านนักวิเคราะห์การเมืองตะวันออกกลางมองว่า แถลงการณ์ของฮามาสแม้มีเงื่อนไขแต่ก็ถือเป็นการเปิดหน้าต่างเจรจา และส่งสัญญาณว่ากลุ่มพร้อมเจรจาเพื่อหาทางออก โดยขณะนี้ ลูกบอลอยู่ในมือของทรัมป์แล้วว่าจะตอบสนองอย่างไร.

เกิดเหตุระเบิดสนั่นตามด้วยไฟไหม้รุนแรง เผาวอดโรงกลั่นน้ำมันเชฟรอน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

เกิดเหตุระเบิดสนั่นตามด้วยไฟไหม้รุนแรง เผาวอดโรงกลั่นน้ำมันเชฟรอน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

4 ต.ค. 2568 00:23 น.

เกิดเหตุระเบิดสนั่นตามด้วยไฟไหม้รุนแรง เผาวอดโรงกลั่นน้ำมันเชฟรอน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

เกิดเหตุระเบิด เพลิงไหม้รุนแรงที่โรงกลั่นน้ำมันเชฟรอน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าหน้าที่สั่งประชาชนใกล้เคียงอยู่ในบ้าน ล่าสุดเพลิงถูกควบคุมได้ ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้รุนแรงที่โรงกลั่นน้ำมัน เอล เซกุนโด หน่วยผลิตน้ำมันเครื่องบินที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเชฟรอน ในเมืองเอล เซกุนโด รัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้เปลวไฟสีส้มและกลุ่มควันดำหนาทึบลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นได้ไกลถึงในเมืองแอลเอ เจ้าหน้าที่สั่งประชาชนใกล้เคียงกักตัวอยู่ในบ้าน ล่าสุดเพลิงถูกควบคุมได้ ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของรัฐแคลิฟอร์เนียสามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงเช้ามืด โดยเบื้องต้นไม่มีคำสั่งอพยพประชาชน แต่ได้ขอให้ชาวบ้านใกล้เคียงกักตัวในบ้านชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และอยู่ระหว่างตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่

ทางด้านบริษัทเชฟรอนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เป็นเพลิงไหม้เฉพาะจุด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และบุคลากรทั้งหมดปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบมูลค่าความเสียหายจากการระเบิดและไฟไหม้ครั้งนี้

โรงกลั่นแห่งนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1911 เป็นโรงกลั่นน้ำมันใหญ่อันดับสองของเชฟรอนในสหรัฐฯ มีกำลังการผลิตสูงถึง 285,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นเชื้อเพลิงยานยนต์ถึง 20% และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน 40% ของการใช้ทั้งหมดในแคลิฟอร์เนียตอนใต้

คาเรน บาส นายกเทศมนตรีเมืองลอสแอนเจลิส แถลงยืนยันว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส ซึ่งยังคงให้บริการเที่ยวบินตามปกติ ส่วนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่าจะตรวจสอบทั้งสาเหตุการระเบิดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป.

Asahi เสี่ยงขาดแคลนในญี่ปุ่น หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำระบบรวน

 Asahi เสี่ยงขาดแคลนในญี่ปุ่น หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำระบบรวน

3 ต.ค. 2568 13:11 น.

Asahi เสี่ยงขาดแคลนในญี่ปุ่น หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำระบบรวน

บริษัท Asahi Group ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นประกาศถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ทำให้ระบบการสั่งซื้อและการขนส่งสินค้าล่ม กระทบการจัดส่งเบียร์และเครื่องดื่มหลายชนิดต้องหยุดชะงัก

บริษัท Asahi Group ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและเจ้าของเบียร์ยอดนิยม Asahi Super Dry ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ทางบริษัทถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ทำให้ระบบการสั่งซื้อและการขนส่งสินค้าล่ม ส่งผลให้การจัดส่งเบียร์และเครื่องดื่มหลายชนิดต้องหยุดชะงักโดยยังไม่มีกำหนดแน่ชัดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใด

โดยโฆษกของบริษัทเปิดเผยกับ AFP ว่าในขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการกู้คืนระบบ การจัดส่งยังคงถูกระงับไว้ แม้การผลิตจะไม่ถูกกระทบโดยตรง แต่ก็ต้องหยุดเช่นกันเพราะไม่สามารถส่งออกได้

ด้านร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น เช่น 7-Eleven ภายใต้เครือ Seven & I Holdings ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ของ Asahi ล่าสุดบริษัทเตรียมติดป้ายประกาศเตือนลูกค้า แม้จะยืนยันว่าสินค้ายังไม่หมดไปจากชั้นวางทันที และสถานการณ์ขึ้นอยู่กับยอดขายในแต่ละสาขา

นักข่าว AFP ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันศุกร์ พบว่า ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงโตเกียว ยังมีสต็อกเบียร์ Asahi วางจำหน่าย แต่ความกังวลเรื่องขาดตลาด เริ่มถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงที่มีงานเลี้ยงจำนวนมาก

ทั้งนี้บริษัท Asahi ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเหตุโจมตีนี้เกี่ยวข้องกับ Ransomware หรือไม่ หลังระบบปฏิบัติการท้องถิ่นของบริษัทถูกโจมตีอย่างหนัก ขณะที่ข่าวนี้ยังส่งผลกระทบต่อหุ้นของ Asahi Group ที่ร่วงลงเกือบ 7% ภายในสัปดาห์เดียว

การโจมตี Asahi เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก Jaguar Land Rover โรงงานรถยนต์ในสหราชอาณาจักรถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือ Cyberattack เช่นกัน ทำให้สายการผลิตต้องหยุดเกือบ 1 เดือน และบังคับให้บริษัทต้องขอเงินทุนฉุกเฉิน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนถึง ความเปราะบางของซัพพลายเชน ที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในวงกว้าง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โจมตีทางไซเบอร์

พ่อแม่ช็อก รายงานชี้ TikTok แนะนำสื่อลามกให้บัญชีเด็ก แม้เปิดโหมดป้องกัน

พ่อแม่ช็อก รายงานชี้ TikTok แนะนำสื่อลามกให้บัญชีเด็ก แม้เปิดโหมดป้องกัน

3 ต.ค. 2568 10:47 น.

พ่อแม่ช็อก รายงานชี้ TikTok แนะนำสื่อลามกให้บัญชีเด็ก แม้เปิดโหมดป้องกัน

องค์กรสิทธิมนุษยชน Global Witness เปิดเผยรายงานชวนช็อก ชี้แพลตฟอร์ม TikTok ยอดนิยม แนะนำเนื้อหาลามกอนาจารและคอนเทนต์ทางเพศให้กับบัญชีที่ตั้งค่าเป็นเด็ก แม้ผู้ใช้จะเปิดโหมดจำกัดเนื้อหาก็ตาม

TikTok ถูกแฉไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก หลัง Global Witness องค์กรสิทธิมนุษยชนได้ทดลองสร้างบัญชีปลอม 4 บัญชี โดยระบุวันเกิดเป็นเด็กอายุ 13 ปี และเปิดโหมด “restricted mode” ที่ TikTok ระบุว่าจะช่วยป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมให้เยาวชนได้ แต่ผลที่ได้รับกลับพบว่าอัลกอริทึ่มยังแนะนำคำค้นหาที่เต็มไปด้วย คำเชิงลามกและคลิปทางเพศ

โดยคำค้นที่ TikTok แนะนำ นำไปสู่คอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น คลิปผู้หญิงแกล้งช่วยตัวเอง คลิปวิดีโอเปิดเสื้อผ้า-โชว์ชุดชั้นในในที่สาธารณะ และถึงขั้น แนะนำคลิปหนังโป๊เจาะจงภาพการมีเพศสัมพันธ์ โดยสิ่งเหล่านี้ถูกฝังไว้ในคอนเทนต์ทั่วไปอย่างแนบเนียน เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบของ TikTok

ด้าน TikTok ออกแถลงการณ์ว่าได้ดำเนินการทันทีเพื่อแก้ปัญหา และยืนยันว่ามีเครื่องมือกว่า 50 ฟีเจอร์ เพื่อปกป้องผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น โดยอ้างว่าสามารถลบวิดีโอที่ละเมิดนโยบายได้ถึง 90% ก่อนที่ผู้ใช้จะเห็น 

อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบซ้ำในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2025 หลังจากที่กฎหมาย Online Safety Act’s Children’s Codes มีผลบังคับใช้ กลับพบว่า TikTok ยังแนะนำคอนเทนต์เชิงเพศให้เด็กเหมือนเดิม

Ava Lee จาก Global Witness กล่าวว่านี่ไม่ใช่แค่การที่ TikTok ล้มเหลวในการป้องกันเด็กไม่ให้เห็นสื่อลามก แต่คือการ แนะนำคอนเทนต์ลามกให้เด็กทันทีที่สร้างบัญชีใหม่

ทั้งนี้ ตั้งแต่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา กฎหมาย Online Safety Act กำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลต้องมีระบบตรวจสอบอายุที่เข้มงวด และต้องป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงสื่อลามก รวมถึงคอนเทนต์อันตราย เช่น การชักนำให้ทำร้ายตัวเองหรือโรคการกินผิดปกติ แต่ผลการตรวจสอบล่าสุด อาจทำให้เกิดแรงกดดันไปยังหน่วยงานกำกับดูแลจากทั่วโลก ที่ต้องเข้ามาตรวจสอบ TikTok อย่างจริงจังมากขึ้นอีก.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ TikTok