ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

1 ต.ค. 2568 05:19 น.

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 ที่เขย่าภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ศพ หลังจากแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารพังถล่มหรือเสียหายหลายจุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แผ่นดินไหวขนาด 6.9 ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งของเกาะเซบู ตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ย. 2568) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ศพ

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ และสร้างความเสียหายต่ออาคารหลายแห่งทั่วภูมิภาควิซายัส (Visayas) โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม

สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ใต้ลึกเพียง 10 กิโลเมตร ห่างจากเมืองกาลาเป ในจังหวัดโบโฮล ไปทางตะวันออกเฉียงใต้เพียง 11 กม. ก่อนจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง รุนแรงที่สุดอยู่ที่แมกนิจูด 6

เมืองเซบูซิตี ซึ่งมีประชากรเกือบหนึ่งล้านคน ได้รับแรงสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง โดยพันตำรวจเอก เอนริโก ฟิกัวโรอา ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเซบูซิตี กล่าวว่า หม้อแปลงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนเสา ระเบิดขณะเกิดแผ่นดินไหว

ขณะที่นายเอียน โป ผู้กำกับการตำรวจเมืองวิลลาบา (Villaba) ในจังหวัดเลย์เต เผยว่า แผ่นดินไหวกินเวลาราว 10 วินาที และทำให้สถานีตำรวจสั่น “อย่างเห็นได้ชัด”

ตามรายงานของสำนักข่าว เอเอฟพี มีอาคารและถนนได้รับความเสียหาย และไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่

ส่วนสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ระบุว่า ไม่มีภัยคุกคามจากคลื่นสึนามิ แต่เตือนให้ระวังกระแสน้ำที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว จึงขอแนะนำให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังคลื่นที่ผิดปกติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ รับไม่ได้นายพลอ้วนฉุ ลั่นกองทัพต้องเปลี่ยน-เลิกโวค

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ รับไม่ได้นายพลอ้วนฉุ ลั่นกองทัพต้องเปลี่ยน-เลิกโวค

1 ต.ค. 2568 02:44 น.

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ รับไม่ได้นายพลอ้วนฉุ ลั่นกองทัพต้องเปลี่ยน-เลิกโวค

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวโจมตี “นายพลอ้วนฉุ” ต่อหน้าผู้นำทหารระดับสูง ลั่นยุคของรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นมืออาชีพจบลงแล้ว พร้อมชูเรื่องมาตรฐานความแข็งแกร่งทางกายภาพในแบบผู้ชาย

เมื่อ 30 ก.ย. 2568 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม (กลาโหม) กล่าวปราศรัยต่อผู้นำทางทหารหลายร้อยคนจากทั่วโลกซึ่งมารวมตัวกันที่ฐานทัพนาวิกโยธิน “ควอนติโก” ในรัฐเวอร์จิเนีย โดยประกาศยุติวัฒนธรรม “โวค” (woke) หรือการตื่นตัวทางสังคม และประกาศมาตรฐานความแข็งแรงทางกายภาพ “ระดับผู้ชาย” (male-level) สำหรับเจ้าหน้าที่ของกองทัพ

นายเฮกเซธระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ จะกำหนดให้ทหารต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายตาม “มาตรฐานสูงสุดของผู้ชาย” และยอมรับว่า มาตรการนี้อาจทำให้ผู้หญิงบางคนไม่สามารถเข้ารับราชการทหารได้ โดยย้ำว่า “มาตรฐานต้องมีความสม่ำเสมอ เป็นกลางทางเพศ และต้องสูง”

นายเฮกเซธแจกแจงวิสัยทัศน์ของเขาเพื่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมภายในกระทรวงกลาโหม และสร้าง “จิตวิญญาณนักรบ” (warrior ethos) ให้มากขึ้น

คำปราศรัยของนายเฮกเซธมุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรมของกองทัพสหรัฐฯ การฝึกอบรม ความเป็นผู้นำ และ “การแก้ไขความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นมาหลายทศวรรษ” ซึ่งรวมถึงโครงการ DEI (ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก) และการส่งเสริมกลุ่มนายทหารที่ “กลัวความเสี่ยง”

นายเฮกเซธกล่าวว่า ทหารเหล่านี้ถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปด้วยเรื่องภาวะโลกร้อน, แนวคิดโวค และความกลัวที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้นำที่ “เป็นพิษ” (toxic)

นอกจากการประกาศการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานความแข็งแกร่งทางกายภาพแล้ว เฮกเซธยังให้คำมั่นว่าจะยุติ “ยุคของรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นมืออาชีพ” ซึ่งรวมถึงข้อยกเว้นเรื่องการไว้หนวดเครา และยุติกระบวนการร้องเรียนแบบไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของกระทรวง

“หากคำพูดที่ผมกำลังพูดในวันนี้ทำให้ใจพวกคุณรู้สึกท้อแท้ พวกคุณก็ควรทำในสิ่งที่สมเกียรติและลาออกไปซะ” นายเฮกเซธกล่าว “ผมรู้ว่าพวกคุณส่วนใหญ่รู้สึกตรงกันข้าม คำพูดเหล่านี้ทำให้ใจพวกคุณเปี่ยมล้น”

เฮกเซธยังวิจารณ์รูปลักษณ์ของทหารที่มีน้ำหนักเกิน โดยกล่าวว่า “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ที่จะเห็นนายพลและพลเรือเอกที่อ้วนฉุ อยู่ในอาคารเพนตากอน”

เขากล่าวว่าการทดสอบสมรรถภาพทางกายทั้งหมดจะถูกกำหนดโดยมาตรฐานของผู้ชายเท่านั้น และเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานการดูแลรูปลักษณ์ (grooming standards)

“ยุคของรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นมืออาชีพจบลงแล้ว ไม่มีการไว้เคราอีกต่อไป” เฮกเซธกล่าวต่อหน้าผู้ฟังที่นั่งเงียบกริบ

รัฐมนตรีกลาโหมยังพูดถึงเรื่องที่เขาเคยสั่งปลดผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพ ซึ่งคนหนึ่งเป็นคนผิวดำ และอีกคนเป็นผู้หญิง โดยกล่าวว่า เขาทำตาม “สัญชาตญาณ” และกำจัดบุคคลที่เขาเชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนออกไปจากกองทัพ และเขามั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำอีกหลายครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna , bbc

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

1 ต.ค. 2568 01:12 น.

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

แผ่นดินไหวระดับ 6.9 เขย่าภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้ตึกถล่มหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหายและค้นหาผู้ประสบภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 นอกชายฝั่งตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้อาคารและถนนได้รับความเสียหาย และมีไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ ขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังค้นหาผู้ที่อาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

นายวิลสัน รามอส เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเกาะเซบู เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลกำลังเข้าตรวจสอบอาคารสาธารณะและโรงยิมในเมืองซาน เรมิฮิโอ (San Remigio) กับเมืองโบโก (Bogo) ซึ่งพังถล่มลงมาหลังเกิดแผ่นดินไหวในทะเลนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะเซบู เมื่อเวลา 21:59 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

นายรามอสระบุว่า อาจมีผู้คนติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ในเมืองซาน เรมิฮิโอ กับเมืองโบโก ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม นายรามอสไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้สูญหายกี่คน

นายรามอสบอกด้วยว่า ปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากความมืดกับอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้งที่ตามมา โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกความรุนแรง 5.0 หรือมากกว่าได้ถึง 4 ครั้งหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก

ภาพความเสียหายภายนอก อาสนวิหารอัครสังฆมณฑลซานตา โรซา เด ลิมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. 2568
ภาพความเสียหายภายนอก อาสนวิหารอัครสังฆมณฑลซานตา โรซา เด ลิมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. 2568

ด้านสำนักงานแผ่นดินไหววิทยาท้องถิ่นของฟิลิปปินส์เตือนว่า อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลเล็กน้อย และเรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยในเกาะกลาง คือ เลย์เต (Leyte), เซบู (Cebu) และ บิลิรัน (Biliran) “อยู่ให้ห่างจากชายหาดและอย่าไปยังชายฝั่ง”

ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดเซบูรายงานว่า แผ่นดินไหวทำให้อาคารพาณิชย์และโรงเรียน ในเมืองบันตายันพังถล่มลงมา ขณะที่ถนนของหมู่บ้านหลายแห่งก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

ส่วนบริษัทโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติฟิลิปปินส์แจ้งว่า แผ่นดินไหวทำให้สายไฟขัดข้อง ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ทั่วจังหวัดเซบูและเกาะใกล้เคียงในภาคกลาง ซึ่งพวกเขากำลังประเมินขอบเขตความเสียหาย

นางปาเมลา บาริคัวโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู มีแถลงการณ์ถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ประชาชน “ตั้งสติและเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่เปิดโล่ง อยู่ห่างจากผนังหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจพังถล่ม และเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก”

เธอกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจังหวัดกำลังประเมินสถานการณ์และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่เทศบาลต่างๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yahoo

โปแลนด์จับชายยูเครน ต้องสงสัยเอี่ยววางระเบิดท่อส่งก๊าซ “นอร์ดสตรีม”

โปแลนด์จับชายยูเครน ต้องสงสัยเอี่ยววางระเบิดท่อส่งก๊าซ “นอร์ดสตรีม”

30 ก.ย. 2568 23:32 น.

โปแลนด์จับชายยูเครน ต้องสงสัยเอี่ยววางระเบิดท่อส่งก๊าซ “นอร์ดสตรีม”

โปแลนด์จับกุมชายชาวยูเครน ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ดสตรีม ใต้ทะเลบอลติก เมื่อปี 2565 ซึ่งทำให้ความตึงเครียดของสงครามยูเครนในตอนนั้นเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 โฆษกสำนักงานอัยการเขตในกรุงวอร์ซอว์ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ เปิดเผยว่า ชายชาวยูเครนต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ระเบิดใต้ทะเล ที่สร้างความเสียหายแก่ ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม (Nord Stream) ซึ่งเชื่อมระหว่างรัสเซียกับเยอรมนีในปี 2565 ถูกจับกุมตัวในประเทศโปแลนด์

ตามรายงานของสถานีวิทยุโปแลนด์ RMF FM ซึ่งเป็นผู้รายงานข่าวการจับกุมเป็นครั้งแรก ระบุว่า นาย โวโลดีมีร์ ซ. ถูกควบคุมตัวในเมือง ปรุชกุฟ (Pruszkow) ทางตอนกลางของโปแลนด์ และถูกนำตัวส่งอัยการในกรุงวอร์ซอว์แล้ว

นายปีเตอร์ อันโตนี สกิบา (Piotr Antoni Skiba) โฆษกสำนักงานอัยการกรุงวอร์ซอว์ กล่าวว่า ชายผู้นี้ซึ่งไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อเต็มเนื่องจากกฎความเป็นส่วนตัว ถูกจับกุมภายใต้ หมายจับยุโรป ที่ออกโดยทางการเยอรมนี

ด้านนายทิโมเทอุส ปาปรอคกิ (Tymoteusz Paprocki) ทนายความของผู้ต้องสงสัย ได้ยืนยันการจับกุมดังกล่าว โดยระบุว่า “ในช่วงเช้า ลูกความของผมถูกควบคุมตัวในเมืองแห่งหนึ่งใกล้กรุงวอร์ซอว์ อันเป็นผลมาจากหมายจับยุโรปที่ออกโดยฝ่ายเยอรมนี และเกี่ยวข้องกับกรณีของ นอร์ดสตรีม 2 (Nord Stream 2)”

อนึ่ง เมื่อเดือนก่อนมีชายชาวยูเครนอีกคนถูกจับกุมในอิตาลี ฐานเกี่ยวข้องกับการระเบิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนีผ่านใต้ทะเลบอลติก

นายปาปรอคกิกล่าวว่า “เมื่อพิจารณาถึง สงครามเต็มรูปแบบในยูเครน และข้อเท็จจริงที่ว่าท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมเป็นของบริษัทรัสเซีย ก๊าซพรอม (Gazprom) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในสงครามนี้ ฝ่ายจำเลยยังไม่เห็นความเป็นไปได้ใดๆ ที่จะมีการตั้งข้อหากับใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์เหล่านี้”

อย่างไรก็ตาม นายปาปรอคกิกล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่าลูกความของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรมนี้หรือไม่ และเขากำลังรอข้อมูลอย่างเป็นทางการจากฝ่ายเยอรมนีว่าจะมีการตั้งข้อหาหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ฝ่ายจำเลยจะต่อสู้เพื่อ คัดค้านการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากโปแลนด์

ทั้งนี้ การระเบิดใต้ทะเลเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 สร้างความเสียหายแก่ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม และยิ่งเพิ่มความตึงเครียดต่อสงครามในยูเครน ในขณะที่ประเทศในยุโรปพยายามที่จะลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากรัสเซีย

ตามรายงานของ RMF FM ทางการเยอรมนีระบุว่า โวโลดีมีร์ ซ. เป็น ครูสอนดำน้ำ ซึ่งในเดือนกันยายน 2565 ได้ล่องเรือยอชต์ไปยังทะเลบอลติก และได้ดำน้ำลงไปติดตั้งระเบิดบนท่อส่งก๊าซจากเรือลำนั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews

ทรัมป์ขีดเส้นตาย ให้เวลาฮามาส 3-4 วัน ตอบรับแผนสันติภาพกาซา

ทรัมป์ขีดเส้นตาย ให้เวลาฮามาส 3-4 วัน ตอบรับแผนสันติภาพกาซา

30 ก.ย. 2568 22:35 น.

ทรัมป์ขีดเส้นตาย ให้เวลาฮามาส 3-4 วัน ตอบรับแผนสันติภาพกาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตาย ให้กลุ่มฮามาสตอบรับข้อเสนอสันติภาพกาซาภายใน 3-4 วัน และย้ำว่าหากฮามาสปฏิเสธ จะนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้ามาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะให้เวลา กลุ่มฮามาส 3-4 วัน ในการตอบรับ “แผนสันติภาพฉนวนกาซา” ที่เขาเห็นชอบร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

“เราจะให้เวลาประมาณ 3 หรือ 4 วัน เราจะรอดูว่าจะเป็นอย่างไร ประเทศอาหรับ ทุกประเทศลงนามแล้ว ประเทศมุสลิม ทุกประเทศลงนามแล้ว อิสราเอลก็ลงนามแล้ว” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวขณะออกจากทำเนียบขาว และเมื่อถูกนักข่าวถามเรื่องกรอบเวลา นายทรัมป์ก็กล่าวว่า หากกลุ่มฮามาสไม่ยอมรับข้อตกลง ก็จะนำไปสู่ “จุดจบที่น่าเศร้ามาก”

“เราแค่กำลังรอฮามาส และฮามาสก็เลือกได้แค่จะทำหรือไม่ทำ และหากพวกเขาไม่ทำ มันก็จะเป็นจุดจบที่น่าเศร้ามาก” ทรัมป์กล่าว

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกลางเจรจาระบุว่า กลุ่มฮามาสกำลังศึกษาข้อเสนอของทำเนียบขาว และอาจต้องใช้เวลาหลายวันสำหรับการตอบกลับ

ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) นายทรัมป์กล่าวว่าการสิ้นสุดสงครามในฉนวนกาซาใกล้เข้ามามากกว่าที่เคย หลังจากที่นายเนทันยาฮูตกลงในแผนสันติภาพ 20 ข้อ แต่ข้อเสนอนี้ ยังต้องการการลงนามจากกลุ่มฮามาส และมีข้อกำหนดหลายอย่างที่บรรจุอยู่ในแผน ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้เคยปฏิเสธมาก่อน

แผนดังกล่าวเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในฉนวนกาซา, ให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมงหลังข้อตกลงเริ่มมีผลบังคับใช้ และให้อิสราเอลถอนทหารออกจากกาซาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากนี้ ข้อเสนอยังเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มเคยปฏิเสธมาก่อน เว้นแต่จะมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่มีอธิปไตย

แต่ในวิดีโอภาษาฮีบรูของ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ที่ถ่ายทำทันทีหลังการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว น่าจะยิ่งเพิ่มความเคลือบแคลงสงสัยให้กับกลุ่มฮามาส เพราะเขายืนยันว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินโดนีเซียเร่งช่วยเหลือ เหตุอาคารโรงเรียนถล่ม นักเรียนดับ 3 บาดเจ็บกว่า 100

อินโดนีเซียเร่งช่วยเหลือ เหตุอาคารโรงเรียนถล่ม นักเรียนดับ 3 บาดเจ็บกว่า 100

30 ก.ย. 2568 16:01 น.

อินโดนีเซียเร่งช่วยเหลือ เหตุอาคารโรงเรียนถล่ม นักเรียนดับ 3 บาดเจ็บกว่า 100

เจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ และทหาร ได้ร่วมกันขุดค้นซากอาคารโรงเรียนประจำ “อิสลาม อัล โคซินี”  ในเมืองซีโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ภายใน

จากข้อมูลของโฆษกตำรวจประจำจังหวัด เหตุการณ์อาคารทรุดตัวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ขณะที่กลุ่มนักเรียนกำลังทำพิธีละหมาดในช่วงบ่าย โดยอาคารส่วนดังกล่าวอยู่ระหว่างการขยายโครงสร้างที่ ไม่ได้รับอนุญาต 

รายงานล่าสุดระบุว่า มีนักเรียนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน และอีกหลายสิบคนยังคงติดอยู่ใต้ซากอาคาร โดยนักเรียนส่วนใหญ่ที่ประสบเหตุเป็นเด็กผู้ชายช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5 หรือมีอายุระหว่าง 12 ถึง 18 ปี

ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยสามารถดึงผู้รอดชีวิตที่อ่อนแรงและได้รับบาดเจ็บออกมาได้ 8 ราย หลังเหตุการณ์ผ่านไปนานกว่าแปดชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องส่ง ออกซิเจนและน้ำ เข้าไปยังพื้นที่ซากปรักหักพังเพื่อช่วยประคับประคองชีวิตของนักเรียนที่ยังติดอยู่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มองเห็นร่างของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายอดผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีก

สุบันดี ผู้ว่าราชการเมืองซิโดอาร์โจ อ้างว่ายังไม่มีการออกใบอนุญาตสำหรับการขยายโรงเรียนประจำดังกล่าวซึ่งมีความสูงสองชั้น เขากล่าวว่า คนงานได้เทคอนกรีตสำหรับชั้นสามแล้ว แต่ “การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ทุกอย่างจึงพังทลาย”

การทำงานของทีมกู้ภัยต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวในเวลา 10:15 น. ของวันนี้ (30 ก.ย.) เนื่องจากอาคารคอนกรีตที่ถล่มลงมาเกิดการสั่นไหวอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้คนรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่นำรถพยาบาลมาจอดใกล้จุดเกิดเหตุต้องรีบวิ่งหนีออกมาด้วยความตื่นตระหนกเกรงว่าจะเกิดการทรุดตัวซ้ำ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เรียกร้องให้ทุกคนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้อาคาร โดยปฏิบัติการค้นหากลับมาดำเนินการต่อได้อีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 13:45 น. ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของการทรุดตัวของอาคารในครั้งนี้.

ที่มา BBC

เจ.เค. โรว์ลิง เดือด! ซัดเอ็มมา วัตสัน “ไม่รู้จริง” ปมสิทธิคนข้ามเพศ

เจ.เค. โรว์ลิง เดือด! ซัดเอ็มมา วัตสัน "ไม่รู้จริง" ปมสิทธิคนข้ามเพศ

30 ก.ย. 2568 15:02 น.

เจ.เค. โรว์ลิง เดือด! ซัดเอ็มมา วัตสัน “ไม่รู้จริง” ปมสิทธิคนข้ามเพศ

เจ.เค. โรว์ลิง ผู้ประพันธ์ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ออกมาตำหนิ เอ็มมา วัตสัน นักแสดงสาวชาวอังกฤษอย่างเผ็ดร้อน โดยกล่าวหาว่าเธอ “ไม่รู้จริง” ในมุมมองเกี่ยวกับสิทธิคนข้ามเพศ พร้อมแสดงความไม่พอใจที่เหล่านักแสดงนำยังคงสวมบทบาทเป็นโฆษกของโลกที่เธอสร้างขึ้น โดยระบุว่า วัตสัน ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่มีทางเข้าใจผลกระทบต่อสิทธิสตรีที่ไม่มีสิทธิพิเศษเท่าเธอ

เจ.เค. โรว์ลิง นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษวัย 60 ปี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เอ็มมา วัตสัน นักแสดงวัย 35 ปี ซึ่งเคยรับบทเป็น “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์” ในภาพยนตร์ชุด “แฮร์รี่ พอตเตอร์” อย่างรุนแรง ผ่านการโพสต์ข้อความยาวบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา

โรว์ลิงแสดงความไม่พอใจที่วัตสันและ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ วัย 36 ปี (ผู้รับบทเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์) ซึ่งเป็นนักแสดงนำจากภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากหนังสือขายดีของเธอ “ยังคงสวมบทบาทเป็นโฆษกโดยพฤตินัยให้กับโลกที่ฉันสร้างขึ้น” โดยก่อนหน้านี้ทั้งแรดคลิฟฟ์และวัตสันต่างเคยออกมาแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกับจุดยืนของโรว์ลิงเกี่ยวกับประเด็นทางเพศ

โรว์ลิงกล่าวว่า วัตสันซึ่งเป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่อายุ 14 ปี มีสิทธิพิเศษในชีวิต ทำให้เธอไม่สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างถ่องแท้

“ตอนฉันเขียนหนังสือที่ทำให้อีมมามีชื่อเสียง ฉันไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่อายุ 14 ปี ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ในความยากจน” โรว์ลิงระบุ “ดังนั้น จากประสบการณ์ชีวิตของฉันเอง ฉันจึงเข้าใจว่าการทำลายสิทธิสตรี ซึ่งเอ็มมาได้เข้าร่วมอย่างกระตือรือร้นนั้น มันมีความหมายอย่างไรต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงที่ไม่มีสิทธิพิเศษอย่างเธอ”

โรว์ลิงยืนยันจุดยืนมานานแล้วว่า ความกังวลของเธอเกี่ยวกับประเด็นความหลากหลายทางเพศคือ ผลกระทบที่มีต่อสิทธิของสตรีและพื้นที่แยกส่วนสำหรับผู้หญิงเท่านั้น แม้จะเผชิญกับการถูกกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มต่อต้านคนข้ามเพศ (transphobia)

โรว์ลิงยังเปิดเผยถึงความรู้สึกไม่พอใจที่ได้รับข้อความเพียงบรรทัดเดียวจากวัตสันในปี 2022 หลังจากที่วัตสันขึ้นรับรางวัลในพิธีมอบรางวัลและได้กล่าวพาดพิงถึงโรว์ลิงในที่สาธารณะ จากนั้นวัตสันได้ส่งข้อความมาหาเธอว่า “ฉันเสียใจกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่”

โรว์ลิงระบุว่า “ตอนนั้นเป็นช่วงที่ภัยคุกคามถึงชีวิต การข่มขืน และการทรมานต่อฉันอยู่ในระดับสูงสุด เป็นช่วงที่มาตรการรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของฉันต้องถูกเข้มงวดขึ้นอย่างมาก และฉันก็เป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวอยู่ตลอดเวลา”

“เอ็มมาเพิ่งจะเติมเชื้อเพลิงลงบนเปลวเพลิงในที่สาธารณะ แต่กลับคิดว่าการแสดงความกังวลเพียงบรรทัดเดียวจากเธอจะทำให้ฉันมั่นใจในความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาพื้นฐานของเธอ” โรว์ลิงกล่าว

นอกจากนี้ โรว์ลิงยังเปรยว่า สาเหตุที่เธอตัดสินใจออกมา “พูดอย่างตรงไปตรงมา” เกี่ยวกับนักแสดงสาวในตอนนี้ เนื่องจากความเห็นของวัตสันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่กล่าวว่าเธอยังคงรักและให้ความสำคัญกับผู้ประพันธ์อยู่

โรว์ลิงวิเคราะห์ว่า “ฉันสงสัยว่าการเปลี่ยนท่าทีนี้ เธอรับมาใช้เพราะเธอสังเกตเห็นว่าการประณามฉันอย่างเต็มปากเต็มคำนั้น ไม่เป็นที่นิยมเท่าเมื่อก่อนแล้ว”

“ผู้ใหญ่ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถใกล้ชิดกับขบวนการนักเคลื่อนไหวที่เรียกร้องให้มีการลอบสังหารเพื่อนอยู่เสมอ แล้วยังคงยืนยันสิทธิที่จะได้รับความรักจากอดีตเพื่อนได้” โรว์ลิงกล่าวทิ้งท้าย “เอ็มมามีสิทธิอย่างถูกต้องที่จะไม่เห็นด้วยกับฉัน และแน่นอนว่ามีสิทธิที่จะพูดถึงความรู้สึกของเธอเกี่ยวกับฉันในที่สาธารณะ แต่ฉันก็มีสิทธิเช่นเดียวกัน และในที่สุดฉันก็ตัดสินใจที่จะใช้สิทธินั้น”

ที่มา AFP

ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดี ทรัมป์ ฟ้องกรณีระงับบัญชีหลังเหตุจลาจลรัฐสภา

ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดี ทรัมป์ ฟ้องกรณีระงับบัญชีหลังเหตุจลาจลรัฐสภา

30 ก.ย. 2568 13:18 น.

ยูทูบยอมจ่ายเกือบ 800 ล้าน ยุติคดี ทรัมป์ ฟ้องกรณีระงับบัญชีหลังเหตุจลาจลรัฐสภา

รายงานจากเอกสารของศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่ายูทูบซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอภายใต้บริษัท อัลฟาเบต ได้บรรลุข้อตกลงยอมความในคดีความมูลค่า 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 792 ล้านบาท) ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นฟ้องบริษัท กรณีที่ยูทูบระงับการใช้งานบัญชีของเขา ภายหลังเหตุการณ์จลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2021

ข้อตกลงดังกล่าวทำให้กูเกิลเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายสุดท้ายจาก 3 บริษัทหลัก ที่ยอมความในคดีที่ทรัมป์ยื่นฟ้องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ได้ ปิดกั้นมุมมองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนหน้านี้ เมตา (เจ้าของ Facebook) และ X  ก็ได้ตกลงจ่ายเงินเพื่อยุติคดีในลักษณะเดียวกันไปแล้วเมื่อต้นปีนี้

ภายใต้ข้อตกลงยอมความของยูทูบ เงินจำนวน 22 ล้านดอลลาร์ จะถูกจ่ายในนามของทรัมป์ให้กับ Trust for the National Mall ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยเอกสารระบุว่าเงินจำนวนนี้จะนำไปใช้ในการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยง ขนาด 8361.27 ตารางเมตร มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ที่ทรัมป์กำลังสร้างขึ้นที่ทำเนียบขาว

ส่วนเงินที่เหลือจะถูกจัดสรรให้กับโจทก์รายอื่น ๆ ในคดีนี้ ซึ่งรวมถึง American Conservative Union ที่เป็นผู้สนับสนุนการประชุม Conservative Political Action Conference และ นาโอมิ วูลฟ์ นักเขียนชาวสหรัฐฯ

แม้จะมีการจ่ายเงินจำนวนมาก แต่ยูทูบไม่ได้ยอมรับว่าได้กระทำความผิด ใด ๆ และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หรือนโยบายภายใต้ข้อตกลงยอมความนี้

ทั้งนี้ ในปี 2021 บัญชี YouTube ของทรัมป์ไม่ได้ถูกลบ แต่ถูกระงับการอัปโหลดวิดีโอใหม่เท่านั้น ก่อนที่บัญชีจะถูกกู้คืนในปี 2023

ก่อนหน้านี้ เมตาตกลงจ่ายเงินประมาณ 25 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดีในเดือนมกราคม โดยเงิน 22 ล้านดอลลาร์ ถูกกำหนดให้เป็นกองทุนสำหรับห้องสมุดประธานาธิบดีของทรัมป์ในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ส่วน X ได้จ่ายเงินประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดีในเดือนกุมภาพันธ์.


ที่มา Reuters

อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ

อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ

30 ก.ย. 2568 12:20 น.

อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ

รัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถานได้ประกาศใช้มาตรการ ระงับบริการโทรคมนาคมทั่วประเทศ อย่างสมบูรณ์ หลังจากที่ได้เริ่มตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือไฟเบอร์ออปติก มาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ส่งผลกระทบวงกว้างต่อธุรกิจ การศึกษา และการเดินทางทางอากาศ

Netblocks องค์กรเฝ้าระวังอินเทอร์เน็ต รายงานว่า ขณะนี้อัฟกานิสถานกำลังประสบกับ “อินเทอร์เน็ตดับสนิทโดยสมบูรณ์” (total internet blackout) สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งแจ้งว่าได้ขาดการติดต่อกับสำนักงานในกรุงคาบูล ขณะที่อินเทอร์เน็ตมือถือและโทรทัศน์ดาวเทียมก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักทั่วประเทศ

ทางการตาลีบันยังไม่ได้ให้เหตุผลอย่างเป็นทางการสำหรับการปิดระบบครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตาลีบันกล่าวเพียงว่า การปิดระบบโทรคมนาคมจะมีผลไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อและข้อมูลข่าวสาร โดยช่องข่าว Tolo News ของอัฟกานิสถาน ได้ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารผ่านหน้าโซเชียลมีเดีย เนื่องจากคาดว่าจะเกิดความไม่สะดวกต่อเครือข่ายโทรทัศน์และวิทยุของตน

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า เที่ยวบินจากสนามบินคาบูลถูกยกเลิกไปแล้วอย่างน้อย 8 เที่ยวบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ทางการทูตระบุว่า การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตอาจส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารและอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ

ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายในกรุงคาบูลระบุว่า สายเคเบิลใยแก้วนำแสงหยุดทำงานในช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบอย่างแท้จริงในเช้าวันอังคาร เมื่อบริการธนาคารและธุรกิจอื่น ๆ เปิดทำการ

Netblocks โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า “อัฟกานิสถานอยู่ท่ามกลางภาวะอินเทอร์เน็ตดับสนิท เนื่องจากทางการตาลีบันดำเนินการเพื่อบังคับใช้มาตรการด้านศีลธรรม โดยเครือข่ายหลายแห่งถูกตัดการเชื่อมต่อในช่วงเช้าทีละขั้นตอน และบริการโทรศัพท์ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน”

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในหลายจังหวัดของอัฟกานิสถานได้ร้องเรียนเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้าหรือขาดหายไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการดำเนินชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาออนไลน์ ที่เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงที่ถูกตาลีบันสั่งห้ามการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

มาเรียม โซเลมันคิล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอัฟกานิสถาน แสดงความเห็นบน X ว่า “ความเงียบทางออนไลน์โดยปราศจากเสียงของชาวอัฟกานิสถานจากภายในประเทศนั้นช่างบาดลึก”

การปิดระบบในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจำกัดเสรีภาพชุดล่าสุดที่ตาลีบันประกาศใช้นับตั้งแต่กลับมามีอำนาจในปี 2021 โดยก่อนหน้านี้ได้สั่งห้ามการศึกษาสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงที่มีอายุเกิน 12 ปี และสั่งถอดหนังสือที่เขียนโดยผู้หญิงออกจากหลักสูตรมหาวิทยาลัยอีกด้วย.

ที่มา BBC

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

30 ก.ย. 2568 11:39 น.

สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ หลังทรัมป์–เดโมแครตเจรจาล้มเหลว

สหรัฐอเมริกากำลังเข้าใกล้ภาวะ “ชัตดาวน์” หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในคืนวันอังคารนี้ หลังจากการประชุมฉุกเฉินระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายต่างยึดมั่นในจุดยืนของตนอย่างแข็งกร้าว

รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมที่ทำเนียบขาวว่า “ผมคิดว่าเรากำลังจะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ เพราะเดโมแครตไม่ยอมทำในสิ่งที่ถูกต้อง” พร้อมกล่าวหาเดโมแครตว่ากำลัง “จ่อปืนที่ศีรษะของชาวอเมริกัน” ด้วยการขู่ปิดรัฐบาลหากไม่ทำตามที่พวกเขาต้องการ

ขณะที่ ชัค ชูเมอร์ ผู้นำวุฒิสภาของพรรคเดโมแครต ยืนยันว่ายังคงมี “ความแตกต่างที่ใหญ่มาก” ระหว่างเดโมแครตกับทำเนียบขาว โดยไม่มีใครแสดงความหวังว่าจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ได้

พรรครีพับลิกันต้องการขยายเวลาการใช้งบประมาณในระดับปัจจุบันออกไปในระยะสั้น ซึ่งเป็นการ “เตะถ่วง” ปัญหาออกไปก่อน พวกเขายังพอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ได้ดำเนินการลดการใช้จ่ายด้วยตนเอง โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ด้านพรรคเดโมแครตต้องการให้การปฏิบัติเช่นนี้ยุติลง และต้องการข้อตกลงที่แน่นอนเพื่อต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพของรัฐบาลสำหรับผู้มีรายได้น้อยซึ่งจะหมดอายุในปลายปีนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รีพับลิกันยังคงลังเลที่จะทำ

การต่อสู้เรื่องการชัตดาวน์ครั้งนี้เป็นเรื่องของการเมืองมากกว่านโยบาย พรรครีพับลิกันเชื่อว่าสามารถกุมความได้เปรียบทางการเมือง เนื่องจากโดยปกติแล้วพรรคที่ เรียกร้องเงื่อนไข แลกกับการเปิดรัฐบาล (ในกรณีนี้คือเดโมแครต) มักจะได้รับเสียงตำหนิจากสาธารณชนมากที่สุดเมื่อเกิดการชัตดาวน์

อย่างไรก็ตาม เดโมแครตเชื่อว่า ประเด็นด้านสุขภาพ เป็นประเด็นที่พวกเขาได้เปรียบ และต้องการให้การถกเถียงมุ่งเน้นไปที่การที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนจะสูญเสียความสามารถในการจ่ายค่าประกันสุขภาพหรือไม่

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นคือ รีพับลิกันจำนวนมากดูเหมือนจะพอใจกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลที่อาจยืดเยื้อ นายรัสส์ วอยต์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณทำเนียบขาว เพิ่งเวียนบันทึกภายในที่อธิบายว่า รัฐบาลทรัมป์จะใช้การชัตดาวน์เพื่อลดค่าใช้จ่ายและการจ้างงานของรัฐบาลกลางในระยะยาว โดยหน่วยงานหรือโครงการที่ไม่จำเป็นในช่วงปิดทำการอาจถูกปิดอย่างถาวร ซึ่งเป็นการขยายการลดงบประมาณของ “Doge” หรือกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล

แต่ผู้นำเดโมแครตมองว่าการข่มขู่นี้เป็นเพียงกลยุทธ์เจรจา โดยวุฒิสมาชิกชูเมอร์เรียกสิ่งนี้ว่า “ความพยายามข่มขู่” และกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ “ไล่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางมาตั้งแต่วันแรก” ไม่ใช่เพื่อปกครอง แต่เพื่อข่มขู่

การชัตดาวน์ครั้งล่าสุดในช่วงวาระแรกของทรัมป์ กินเวลานานถึง 35 วัน ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา และสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศซึ่งทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างเริ่มหยุดงานประท้วง ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเดินทางทางอากาศของประเทศ การชัตดาวน์ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้และยังไม่มีใครรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงเมื่อใดและอย่างไร.

ที่มา BBC