ยังไม่หมดหวัง อินโดนีเซียช่วยผู้รอดชีวิต เหตุโรงเรียนถล่มได้อีก 5 คน

ยังไม่หมดหวัง อินโดนีเซียช่วยผู้รอดชีวิต เหตุโรงเรียนถล่มได้อีก 5 คน

2 ต.ค. 2568 02:43 น.

ยังไม่หมดหวัง อินโดนีเซียช่วยผู้รอดชีวิต เหตุโรงเรียนถล่มได้อีก 5 คน

ทีมกู้ภัยอินโดนีเซียช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกจากซากโรงเรียนที่พังถล่มเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้เพิ่มอีก 5 ราย โดยพวกเขากำลังแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่เหลืออีกหลายสิบคน

เมื่อวันพุธที่ 1 ต.ค. 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของประเทศอินโดนีเซีย สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกจากใต้ซากอาคารเรียนที่พังถล่มในวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ได้เพิ่มอีก 5 คน ในขณะที่บรรดาผู้ปกครองที่กำลังร้อนใจเรียกร้องให้หน่วยค้นหาเร่งดำเนินการเพื่อค้นหาเด็ก ๆ อีกหลายสิบคนที่เชื่อว่ายังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นวันที่สองแล้ว

อาคารโรงเรียนประจำหลายชั้นแห่งหนึ่งในเมือง ซิโดอาร์โจ (Sidoarjo) บนเกาะชวา เกิดพังทลายลงอย่างกะทันหันเมื่อวันจันทร์ ขณะที่นักเรียนกำลังรวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีละหมาดในช่วงบ่าย

นาย ยุธิ บรามันติโย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของหน่วยค้นหาและกู้ภัย กล่าวในการแถลงข่าวที่เมืองซิโดอาร์โจ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองสุราบายา 30 กิโลเมตรว่า “วันนี้เราสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุออกมาได้ 7 ราย โดย 5 รายรอดชีวิต ส่วนอีก 2 รายถูกพบเป็นศพ” และเสริมว่า “ผู้รอดชีวิตทั้งห้าคนสามารถสื่อสารได้”

การพบผู้เสียชีวิตล่าสุดทำให้จำนวนผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุโรงเรียนถล่มครั้งนี้เพิ่มเป็น 5 ศพแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องพยายามแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ซึ่งนาย อับดุล มูฮาริ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันอังคารว่า จากบันทึกของโรงเรียน “คาดว่ามีคนถูกฝังอยู่ 91 คน”

ด้านนายโมฮัมหมัด ซยาฟี หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติ กล่าวว่า ปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปด้วยความซับซ้อนเพราะ “หากเกิดการสั่นสะเทือนในจุดใดจุดหนึ่ง ก็อาจส่งผลกระทบต่อที่อื่นได้ ดังนั้น ตอนนี้เพื่อที่จะเข้าถึงจุดที่เหยื่ออยู่ เราจึงต้อง ขุดอุโมงค์ใต้ดิน”

การขุดเองก็ก่อให้เกิดความท้าทาย รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิด ดินถล่ม และอุโมงค์ใดๆ สามารถมีทางเข้าออกกว้างได้เพียงประมาณ 60 ซม.เท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดของเสาคอนกรีตของโครงสร้างอาคาร

เจ้าหน้าที่มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง โดรนตรวจจับความร้อน (thermal-sensing drones) มาใช้เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิต ซึ่งจนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบสัญญาณชีพใน 7 พื้นที่แล้ว และมีการส่งน้ำและอาหารเข้าไป แต่ผ่านได้เพียงจุดเดียวเท่านั้น เนื่องจากโครงสร้างหลักของอาคารพังทลายอย่างสิ้นเชิง

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อเกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งเมื่อคืนวันอังคาร ทำให้การค้นหาต้อง หยุดชะงักลงชั่วขณะหนึ่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

1 ต.ค. 2568 23:16 น.

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

อาคารที่อยู่อาศัยสูง 20 ชั้นในรัฐนิวยอร์กพังถล่มลงมาบางส่วน โดยเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากแก๊สระเบิด แต่เคราะห์ดีที่ยังไม่มีการพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตึกอพาร์ตเมนต์สูง 20 ชั้นแห่งหนึ่งในเขตบรองซ์ ของรัฐนิวยอร์ก พังถล่มลงมาบางส่วน เมื่อเช้าวันพุธที่ 1 ต.ค. 2568 โดยสำนักงานดับเพลิงท้องถิ่นระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังตอบสนองต่อเหตุแก๊สระเบิด ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 8.10 น. วันพุธ (1 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยตึกที่เกิดเหตุมีชื่อว่า “มิทเชล เฮาส์เซส” (Mitchel Houses) เป็นอาคารสาธารณะที่รัฐบาลนิวยอร์กเป็นเจ้าของ ขณะที่ภาพซึ่งเผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า มุมหนึ่งของอาคารพังถล่มลงมาทั้งหมด แต่ทางการท้องถิ่นระบุว่า ไม่มีห้องพักอาศัยได้รับผลกระทบ

นายเอริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก กล่าวว่า เขาได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินดังกล่าวแล้ว และเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ทั้งหมด โดยในเบื้องต้นพวกเขาได้รับรายงานว่ามีการระเบิดเกิดขึ้น และตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าอะไรคือสาเหตุของการระเบิด

นายอดัมส์บอกด้วยว่า วันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันที่เครื่องทำความร้อนในอาคารจะถูกเปิดใช้งานเป็นครั้งแรก เพื่อเตรียมรับมือกับเดือนที่อากาศหนาวเย็นขึ้น และมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมากที่กำลังเปิดสวิตช์เครื่องต้มน้ำ (boilers) ของตน ซึ่งเขาขอเรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัย ใช้งานแก๊สอย่างระมัดระวัง

ด้านสำนักข่าว บีบีซี ยืนยันว่า อาคารดังกล่าวมี การละเมิดกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข (open violations) อยู่ 3 รายการ

อย่างไรก็ตาม นาย เจมส์ อ็อดโด กรรมาธิการกรมอาคารของนครนิวยอร์ก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าการละเมิดเหล่านั้น ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่ “ไม่เกี่ยวข้อง” กับความปลอดภัยของเครื่องต้มน้ำ (boilers) จะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ และเรียกร้องสังคมว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

1 ต.ค. 2568 22:19 น.

เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นเป็น 69 ศพแล้ว ในขณะที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมีอีกหลายครั้งโดยแรงสุดที่ระดับ 6

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 ซึ่งเกิดขึ้นนอกชายฝั่งในภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ย. 2568) ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 69 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยราย

ทางการจังหวัดเซบู ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ประกาศภาวะภัยพิบัติในช่วงเช้าวันพุธ (1 ต.ค.) หลังประชาชนหลายพันคนต้องใช้ชีวิตบนท้องถนนตลอดคืนท่ามกลางอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศฟิลิปปินส์เพิ่งประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นต่อเนื่องกันสองลูกเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 20 ราย

ผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวส่วนใหญ่อยู่ในเมือง โบโก (Bogo) เมืองเล็กๆ ในหมู่เกาะวิซายัส (Visayas) ตอนกลางของฟิลิปปินส์ และเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวมากที่สุด

ด้านคณะกรรมการบริหารจัดการและลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRRMC) ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวอย่างน้อย 147 รายทั่วหมู่เกาะวิซายัส และมีอาคารได้รับความเสียหาย 22 แห่ง

เมื่อช่วงเย็นวันพุธ เมืองโบโกเผชิญอาฟเตอร์ช็อกอีกครั้งขนาด 4.7 แมกนิจูด โดยแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงเมืองเซบู และหมู่เกาะเลย์เตที่อยู่ใกล้เคียง แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยดับเพลิงฟิลิปปินส์กล่าวว่า พวกเขากำลังให้ความสำคัญกับ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้า และส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cna

ฮอลลีวูดเดือด! หลังเปิดตัว “ทิลลี นอร์วูด” นักแสดง AI จุดกระแสต่อต้านทั่ววงการ

ฮอลลีวูดเดือด! หลังเปิดตัว "ทิลลี นอร์วูด" นักแสดง AI จุดกระแสต่อต้านทั่ววงการ

1 ต.ค. 2568 12:09 น.

ฮอลลีวูดเดือด! หลังเปิดตัว “ทิลลี นอร์วูด” นักแสดง AI จุดกระแสต่อต้านทั่ววงการ

“ทิลลี นอร์วูด” นักแสดงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในฮอลลีวูด หลังผู้สร้างชาวดัตช์เผยว่ากำลังเจรจากับเอเจนซี่นักแสดงชื่อดังหลายแห่ง สมาพันธ์นักแสดงของสหรัฐฯ (SAG-AFTRA) ออกมาประณามการสร้าง AI ดังกล่าวทันที โดยระบุว่านี่ไม่ใช่ “นักแสดง” แต่เป็นเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกฝึกฝนจากผลงานของมนุษย์นับไม่ถ้วน

ทิลลี นอร์วูด ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายนักแสดงหญิงสาวหน้าใหม่ เมื่อดูจากสื่อสังคมออนไลน์ของเธอ ซึ่งมีการโพสต์ภาพถ่ายและวิดีโอตลกสั้นที่สร้างจาก AI โดยระบุว่าเธอมีบุคลิกแบบ “สาวข้างบ้าน” ผู้สร้างของทิลลีได้เขียนข้อความบนหน้าเพจของเธอว่า “ฉันอาจเป็น AI แต่ฉันกำลังรู้สึกถึงอารมณ์ที่แท้จริงในตอนนี้ ฉันตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงมาก!”

การเกิดขึ้นของทิลลี นอร์วูด ได้รับการประณามจาก สมาพันธ์นักแสดงจอภาพและสมาพันธ์ศิลปินโทรทัศน์และวิทยุแห่งอเมริกา (SAG-AFTRA) ซึ่งเป็นสหภาพนักแสดงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฮอลลีวูด รวมถึงเหล่าดาราดังอย่าง เอมิลี บลันท์, นาตาชา ลีออน และ วูปี้ โกลด์เบิร์ก

SAG-AFTRA ระบุในแถลงการณ์ว่า นอร์วูด “ไม่ใช่นักแสดง แต่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกฝึกฝนจากผลงานของนักแสดงมืออาชีพนับไม่ถ้วน” และกล่าวเสริมว่า “มันไม่มีประสบการณ์ชีวิตให้ดึงมาใช้ ไม่มีอารมณ์ และจากที่เราเห็น ผู้ชมก็ไม่ได้สนใจที่จะรับชมเนื้อหาที่สร้างจากคอมพิวเตอร์โดยปราศจากประสบการณ์ของมนุษย์”

นักแสดงและนักแสดงตลกชาวดัตช์ อีลีน ฟาน เดอร์ เวลเดน ผู้สร้างทิลลี นอร์วูด กล่าวว่าเธอต้องการให้ทิลลีเป็น “สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน คนต่อไป” ได้ออกมาตอบโต้ท่ามกลางกระแสความโกรธแค้นในฮอลลีวูด โดยโพสต์ผ่านอินสตาแกรมของทิลลีว่า การสร้างนี้ “ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นงานสร้างสรรค์ เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง”

เธอยืนยันว่าการสร้างทิลลีเป็น “การกระทำที่ต้องใช้จินตนาการและฝีมือช่างฝีมือ ไม่ต่างจากการวาดตัวละคร การเขียนบทบาท หรือการกำหนดรูปแบบการแสดง” และเห็นว่าผลงานเหล่านี้ควรถูกตัดสิน “ในฐานะส่วนหนึ่งของประเภทของมันเอง” แทนที่จะนำไปเปรียบเทียบกับนักแสดงที่เป็นมนุษย์

ด้านนักแสดงและนักแสดงตลก วูปี้ โกลด์เบิร์ก แสดงความเห็นในรายการทอล์คโชว์ The View ว่าผู้ชมสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างมนุษย์และนักแสดงสังเคราะห์ได้ และไม่เชื่อว่า AI จะขโมยงานจากนักแสดงที่เป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด เพราะมนุษย์ “เคลื่อนไหวแตกต่างกัน ใบหน้าของเราเคลื่อนไหวแตกต่างกัน ร่างกายของเราเคลื่อนไหวแตกต่างกัน”

รายงานข่าวระบุว่า นอร์วูดเพิ่งได้รับความสนใจอย่างมากในฮอลลีวูด หลังจากที่ผู้สร้างของเธอได้นำเสนอผลงานในการประชุมสุดยอดที่เมืองซูริกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังแนะนำว่าสตูดิโอและเอเจนซี่ในฮอลลีวูดบางแห่งก็กำลังยอมรับการใช้ AI อย่างเงียบ ๆ และคาดว่าจะมีประกาศเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนี้ในโครงการระดับสูงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

ที่มา  BBC 

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

1 ต.ค. 2568 11:27 น.

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

โลกโซเชียลเผยคลิปสุดช็อก นักปีนเขาชาวจีนไถลตกเขา ขณะปีนยอดเขานามะ มณฑลเสฉวน หลังจากถอดเชือกนิรภัยออกเพื่อพยายามถ่ายภาพเซลฟี่

เกิดเหตุการณ์สุดช็อก ต่อหน้าต่อตานักปีนเขาจำนวนมาก หลังจากที่นักปีนเขาหนุ่มรายหนึ่ง แก้เชือกนิรภัยออกเพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ แต่ขณะพยายามลุกขึ้นยืน กลับสะดุดกับรองเท้าตะปู ก่อนจะพลัดตกลงไปจากหน้าผา

โดย Red Star News สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า ผู้เสียชีวิตมีนามสกุล หง อายุราว 30 ปี โดยเขามาเยือนภูเขาลูกนี้เป็นครั้งแรก โดยเขาตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 100–200 เมตร โดยมีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์แสดงให้เห็นช่วงที่เขาพลัดตกลงจากหน้าผาสูงชัน ท่ามกลางความตกตะลึงของนักปีนเขาคนอื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์

สำหรับ ยอดเขานามะ มีความสูง 5,588 เมตร และเป็นหนึ่งในยอดเขาข้างเคียงของ ภูเขากงกา ซึ่งถือเป็นภูเขาสูงที่สุดในมณฑลเสฉวน.

ที่มา : channelnewsasia

อ่านข่าวเกี่ยวกับ นักปีนเขา

ชาวเมืองชิลีผวา หลุมยุบยักษ์ 3 ปียังไร้การกลบ ศาลสั่งบริษัทเหมืองเร่งฟื้นฟู

ชาวเมืองชิลีผวา หลุมยุบยักษ์ 3 ปียังไร้การกลบ ศาลสั่งบริษัทเหมืองเร่งฟื้นฟู

1 ต.ค. 2568 11:08 น.

ชาวเมืองชิลีผวา หลุมยุบยักษ์ 3 ปียังไร้การกลบ ศาลสั่งบริษัทเหมืองเร่งฟื้นฟู

ชาวบ้านในเมืองเตียร์รา อามารียา ซึ่งเป็นเมืองเหมืองแร่ในทะเลทรายอาตากามา ของชิลี ต่างมีความหวังว่าคำตัดสินล่าสุดของศาลจะช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับหลุมยุบยักษ์ ที่เกิดขึ้นใกล้ที่อยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี และจนถึงตอนนี้ยังคงไม่มีการถมให้เรียบร้อย

เมื่อเดือนนี้ ศาลสิ่งแวดล้อมชิลี ได้มีคำสั่งให้ บริษัท มินเนรา โอโฮส เดล ซาลาโด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ลุนดิน ไมนิ่ง จากแคนาดา ดำเนินการแก้ไขความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ เหมืองทองแดงอัลกาปาร์โรซา ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหลุมยุบในปี 2022

คำตัดสินดังกล่าวมีข้อกำหนดให้บริษัทต้องปกป้องแหล่งน้ำในภูมิภาค และถมหลุมยุบให้เรียบร้อย โดยหลุมยุบรูปทรงกระบอกนี้มีความลึกถึง 64 เมตร และกว้าง 32 เมตร ที่บริเวณพื้นผิวดิน

ชีวิตที่อยู่กับความหวาดกลัว:คำสั่งศาลสร้างความโล่งใจเล็กน้อยให้กับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่แห้งแล้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าหลุมขนาดใหญ่อาจขยายตัวและกลืนกินพื้นที่ใกล้เคียงได้อีก

นางรูดี้ อัลฟาโร ผู้มีบ้านห่างจากหลุมยุบเพียง 800 เมตร เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่เกิดหลุมยุบ เราก็อยู่กับความกลัวมาตลอด” เธอกล่าวว่านอกจากบ้านเรือนแล้ว ยังมีศูนย์สุขภาพและโรงเรียนอนุบาลอยู่ใกล้เคียง และยังเผยอีกว่าล่าสุดหลุมยุบยังได้พ่นกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ออกมาขณะเกิดแผ่นดินไหว ทำให้ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวล

ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่ยืนยันแล้ว:ศาลยังคงยืนยันคำสั่ง ปิดเหมืองอัลกาปาร์โรซา ที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของชิลีตั้งแต่เดือนมกราคม และยืนยันว่าเกิดความเสียหาย “ไม่สามารถย้อนกลับได้” ต่อชั้นหินอุ้มน้ำในบริเวณนั้น ซึ่งน้ำได้ไหลลงสู่เหมืองและทำให้ชั้นหินโดยรอบอ่อนแอลง

นายโรดริโก ซาเอซ ผู้อำนวยการด้านน้ำในภูมิภาคกล่าวว่า “นี่เป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อพื้นที่ที่ประสบภาวะตึงเครียดด้านอุทกวิทยาอยู่แล้ว”

ด้านบริษัท ลุนดิน ไมนิ่ง ระบุว่าจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการฟื้นฟูตามที่ศาลสั่งการต่อไป.

ที่มา Reuters

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนถล่มน้ำท่วมซ้ำเซบู ไม่กี่ชม.หลังเจอแผ่นดินไหวรุนแรง

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนถล่มน้ำท่วมซ้ำเซบู ไม่กี่ชม.หลังเจอแผ่นดินไหวรุนแรง

1 ต.ค. 2568 10:50 น.

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนถล่มน้ำท่วมซ้ำเซบู ไม่กี่ชม.หลังเจอแผ่นดินไหวรุนแรง

ฟิลิปปินส์อ่วม หลังเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 เมื่อคืนวันอังคาร 30 กันยายน ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 53 ราย เจ็บนับร้อย ซ้ำร้ายไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเกิดฝนกระหน่ำหนัก ทำให้เมืองจมบาดาลกลางดึกจนถึงเช้ามืด

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ศูนย์เตือนภัยและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักเทกระหน่ำตั้งแต่ช่วงดึกต่อเนื่องถึงตี 3 ของวันที่ 1 ตุลาคม ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ รถจมใต้น้ำ ถนนกลายเป็นคลอง บางแห่งระดับน้ำสูงถึงเอว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 เมื่อคืนวันอังคาร 30 กันยายน ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 53 ราย มีผู้บาดเจ็บ 147 ราย  

แผ่นดินไหวยังสร้างความเสียหายต่ออาคาร บ้านเรือน และโบสถ์เก่าแก่หลายแห่งในจังหวัดเซบู ขณะที่ชาวบ้านหลายพันชีวิตต้องหนีตายออกนอกเคหสถาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่โรงพยาบาลท้องถิ่นแน่นขนัดไปด้วยผู้บาดเจ็บ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย 53 ชีวิต

ขณะที่ทางการเตือนประชาชนเฝ้าระวังทั้งอาฟเตอร์ช็อกและภาวะน้ำหลากที่อาจเกิดขึ้นอีกในช่วงมรสุม พร้อมวิงวอนประชาชนร่วมมือปฏิบัติตามคำสั่งอพยพเพื่อความปลอดภัยสูงสุด.

รัฐบาลสหรัฐฯ “ชัตดาวน์” หลังวุฒิสภาคว่ำร่างงบฯ – ทรัมป์ขู่ปลดเจ้าหน้าที่เพิ่ม

รัฐบาลสหรัฐฯ "ชัตดาวน์" หลังวุฒิสภาคว่ำร่างงบฯ – ทรัมป์ขู่ปลดเจ้าหน้าที่เพิ่ม

1 ต.ค. 2568 10:50 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ “ชัตดาวน์” หลังวุฒิสภาคว่ำร่างงบฯ – ทรัมป์ขู่ปลดเจ้าหน้าที่เพิ่ม

สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะ “รัฐบาลชัตดาวน์” (Government Shutdown) อีกครั้ง หลังจากวุฒิสภาลงมติด้วยคะแนนเสียง 55 ต่อ 45 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่ผ่านมติที่จะขยายเวลาการจัดสรรงบประมาณออกไป ซึ่งต้องใช้คะแนนเสียงอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อให้มติดังกล่าวมีผลบังคับใช้ก่อนเที่ยงคืนของวันพุธนี้

การไม่ผ่านมตินี้ทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ จะต้องระงับกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด นับตั้งแต่เที่ยงคืนวันพุธเป็นต้นไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางตั้งแต่การเดินทางทางอากาศไปจนถึงการประกาศรายงานตัวเลขการจ้างงานรายเดือน

จนถึงขณะนี้ ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่มีสัญญาณว่าจะสามารถหาทางประนีประนอมได้ โดยความขัดแย้งหลักอยู่ที่ งบประมาณมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ

พรรคเดโมแครต ยืนยันว่า ร่างกฎหมายงบประมาณใด ๆ จะต้องรวมถึงการขยายเวลา เงินอุดหนุนด้านสุขภาพ ภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act ที่กำลังจะหมดอายุลง เพื่อป้องกันไม่ให้ค่ารักษาพยาบาลของชาวอเมริกัน 24 ล้านคนพุ่งสูงขึ้น ส่วนพรรครีพับลิกัน ยืนกรานว่า ปัญหาทั้งสองควรได้รับการจัดการแยกกัน และกล่าวหาเดโมแครตว่าใช้การจัดสรรงบประมาณเป็นตัวประกันทางการเมือง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ซ้ำเติมความตึงเครียดด้วยการขู่ว่าจะยกเลิกโครงการที่พรรคเดโมแครตสนับสนุนและปลดพนักงานของรัฐบาลกลางเพิ่มเติมหากรัฐบาลต้องปิดตัวลง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจะปลดคนจำนวนมาก พวกเขาจะต้องเป็นเดโมแครต” คำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกลางกำลังเผชิญกับการลาออกของพนักงานกว่า 150,000 คน ซึ่งเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี

เมื่อเกิดภาวะชัตดาวน์ หน่วยงานต่างๆ จะต้องส่งพนักงานหลายหมื่นคนกลับบ้าน โดยไม่ได้รับค่าจ้าง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ “จำเป็น” เช่น ทหารหรือเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนจะยังคงทำงาน แต่ก็จะไม่ได้รับค่าจ้างจนกว่าสภาคองเกรสจะสามารถแก้ไขปัญหาได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาจส่งผลให้การเดินทางทางอากาศล่าช้าลง ส่วนกระทรวงแรงงานจะไม่ออกรายงานอัตราการว่างงาน ประจำเดือน ด้านหน่วยงานธุรกิจขนาดเล็กอาจจะระงับการปล่อยสินเชื่อ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมจะ ระงับความพยายามในการทำความสะอาดมลพิษบางส่วน 

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยเกิดภาวะชัตดาวน์ครั้งล่าสุดในช่วงปี 2018-2019 ซึ่งยาวนานถึง 35 วัน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วุฒิสมาชิกจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างน้อยของรีพับลิกันกล่าวว่า วุฒิสภาจะลงมติอีกครั้งในวันพุธนี้ แต่ด้วยไม่มีสัญญาณการประนีประนอมใด ๆ ภาวะชัตดาวน์ในครั้งนี้จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะยืดเยื้อนานเพียงใด.

ที่มา Reuters

แม่รัสเซียเลี้ยงลูกในถ้ำที่อินเดีย ล่าสุด ได้กลับประเทศแล้ว

 แม่รัสเซียเลี้ยงลูกในถ้ำที่อินเดีย ล่าสุด ได้กลับประเทศแล้ว

1 ต.ค. 2568 09:58 น.

แม่รัสเซียเลี้ยงลูกในถ้ำที่อินเดีย ล่าสุด ได้กลับประเทศแล้ว

แม่รัสเซียพร้อมลูกน้อย 2 คน ที่เคยตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลกหลังถูกพบใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำกลางป่าอินเดีย ล่าสุดทั้งหมดได้เดินทางกลับบ้านเกิดประเทศรัสเซียแล้ว เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เรื่องราวแปลกประหลาดของ นีนา คูตินา หญิงชาวรัสเซียวัย 40 ปี ที่ถูกพบว่าใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำกลางป่าอินเดียพร้อมกับลูกสาววัย 6 และ 5 ขวบ ที่เคยตกเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก ล่าสุดเธอและลูกๆ ได้เดินทางกลับประเทศรัสเซียแล้ว แม้ว่านักธุรกิจชาวอิสราเอลที่อ้างว่าเป็นพ่อเด็กพยามเรีบกร้องสิทธิ์ในการดูแล

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจอินเดียที่ออกลาดตระเวนในป่า กัวร์คานา ได้สะดุดตาเมื่อเห็นเสื้อผ้าสีสดแขวนอยู่หน้าถ้ำ พอเข้าไปใกล้ก็เจอเด็กหญิงผมบลอนด์ตัวน้อยวิ่งออกมา ก่อนจะพบแม่ชาวรัสเซียและลูกอีกคนกำลังอาศัยอยู่ข้างใน ท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก มีเพียงเสื่อพลาสติก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และของใช้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นีนายืนยันว่าเธอและลูกๆ มีความสุข ที่ได้อยู่กับธรรมชาติ โดยถึงขั้นบอกตำรวจว่าสัตว์และงูคือเพื่อนของพวกเธอ และมนุษย์ต่างหากที่อันตราย

หลังพวกเธอถูกนำตัวไปยังศูนย์กักกันคนต่างด้าว คดีนี้ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อ ดรอร์ ชโลโม โกลด์สตีน นักธุรกิจชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในกัวร์คานา อ้างว่าเป็นพ่อของเด็กหญิงทั้งสอง และพยายามยื่นเรื่องขออำนาจศาลอินเดียไม่ให้ส่งลูกกลับรัสเซีย พร้อมเรียกร้องสิทธิ์ในการดูแล

แต่ศาลสูงกัวร์คานาตัดสินว่า แม้โกลด์สตีนจะอ้างว่าเลี้ยงดูแม่และลูกมานาน แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมพวกเธอถึงไปใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ และท้ายที่สุดศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ครอบครัวนี้กลับรัสเซียได้

โดยเอกสารศาลระบุว่า สถานทูตรัสเซียได้ออกเอกสารฉุกเฉินให้ครอบครัวคูตินาเดินทางกลับประเทศในช่วงวันที่ 26 กันยายน–9 ตุลาคม โดยการเดินทางกลับรัสเซียเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ยังมีลูกชายอีกคนของนีนาจากความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ร่วมเดินทางกลับด้วย

ทั้งนี้ คดีนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก และได้รับความสนใจจากผู้คนที่ติดตามข่าว เพราะเต็มไปด้วยปริศนา โดยยังไม่มีคำตอบว่าทำไมแม่ลูกชาวรัสเซียถึงเลือกใช้ชีวิตในถ้ำ ความสัมพันธ์กับนักธุรกิจอิสราเอลเป็นอย่างไร และจริงหรือไม่ที่เธอตั้งใจหลีกหนีผู้คนไปใช้ชีวิตกับธรรมชาติ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หญิงรัสเซีย

ชาวฟิลิปปินส์ตะลึง แผ่นดินไหวโบสถ์พังถล่มแต่รูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหาย

ชาวฟิลิปปินส์ตะลึง แผ่นดินไหวโบสถ์พังถล่มแต่รูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหาย

1 ต.ค. 2568 09:38 น.

ชาวฟิลิปปินส์ตะลึง แผ่นดินไหวโบสถ์พังถล่มแต่รูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหาย

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าจังหวัดเซบู ของฟิลิปปินส์ อาคารหลายพลังพังถล่มเสียหาย รวมไปถึงโบสถ์เก่าแก่อันเป็นที่ศรัทธาของประชาชน แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบรูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่เมืองดานบันตายัน จังหวัดเซบู เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 21.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ “อาสนวิหารแม่พระนักบุญโรซาแห่งลิมา” (Archdiocesan Shrine of Santa Rosa de Lima) พังถล่มบางส่วน แต่องค์พระศีลมหาสนิท และรูปปั้นนักบุญโรซาไม่ได้รับความเสียหาย  

สำนักงานบริหารจัดการความเสี่ยงและลดผลกระทบภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ รายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 27 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 147 ราย ขณะที่หน่วยงานภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหว ออกประกาศเตือนสึนามิเล็กน้อย โดยคลื่นอาจสูงไม่เกิน 1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปกติก่อนประกาศยกเลิกในเวลาต่อมา

ทางด้านอัลแบร์โต เอส. อุย อาร์ชบิชอปแห่งเซบู สั่งประเมินโครงสร้างของโบสถ์และอาคารสังฆราชทุกแห่ง พร้อมขอให้ชาวคริสต์ในพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดงดใช้โบสถ์สำหรับพิธีมิสซาชั่วคราวจนกว่าจะมั่นใจว่าอาคารปลอดภัย โดยระบุว่า ยังคงอธิษฐานต่อพระบิดาที่รัก ให้สงบใจและเข้มแข็งท่ามกลางวิกฤตนี้ ขอให้พระองค์ปกป้องและนำทางไปสู่ความปลอดภัยและสันติ 

ทั้งนี้ เซบูเป็นหนึ่งในเกาะแรกของฟิลิปปินส์ที่สเปนเข้าไปตั้งอาณานิคมในศตวรรษที่ 16 และยังมีโบสถ์เก่าแก่หลายแห่ง การประกาศให้หลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่โบสถ์ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อประชาชนอย่างยิ่ง.

ที่มา : Facebook/Archdiocesan Shrine of Santa Rosa de Lima