คิมจองอึน สั่งเร่งขยายศักยภาพนิวเคลียร์ อ้างซ้อมรบร่วมสหรัฐ–เกาหลีใต้เป็นภัยคุกคาม

คิมจองอึน สั่งเร่งขยายศักยภาพนิวเคลียร์ อ้างซ้อมรบร่วมสหรัฐ–เกาหลีใต้เป็นภัยคุกคาม

19 ส.ค. 2568 11:13 น.

คิมจองอึน สั่งเร่งขยายศักยภาพนิวเคลียร์ อ้างซ้อมรบร่วมสหรัฐ–เกาหลีใต้เป็นภัยคุกคาม

ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิมจองอึน เรียกร้องให้มีการขยายศักยภาพอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว โดยอ้างว่าการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่เพิ่งเริ่มขึ้น อาจจุดชนวนให้เกิดสงครามได้

คิมจองอึน กล่าวผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ว่าความร่วมมือทางทหารที่เข้มข้นขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ รวมถึงการโชว์กำลังทางทหาร ถือเป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดที่สะท้อนความตั้งใจของพวกเขาที่จะก่อสงคราม พร้อมระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกาหลีเหนือต้องปรับเปลี่ยนทฤษฎีและแนวทางทางทหารครั้งใหญ่ และเร่งขยายการติดอาวุธนิวเคลียร์

คิมจองอึน สั่งเร่งขยายศักยภาพนิวเคลียร์ อ้างซ้อมรบร่วมสหรัฐ–เกาหลีใต้เป็นภัยคุกคาม

ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่คิมเยี่ยมชมเรือพิฆาต “โช ฮยอน” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และรับฟังรายงานเกี่ยวกับระบบอาวุธของกองทัพเรือ โดยเขาแสดงความพอใจที่โครงการพัฒนา “กองทัพเรือไฮเทคและติดอาวุธนิวเคลียร์” กำลังดำเนินไปตามเป้า ก่อนการประเมินผลงานในเดือนตุลาคม

คิมจองอึน สั่งเร่งขยายศักยภาพนิวเคลียร์ อ้างซ้อมรบร่วมสหรัฐ–เกาหลีใต้เป็นภัยคุกคาม

ด้านสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เริ่มต้นการซ้อมรบประจำปีเมื่อวันจันทร์ โดยเป็นการฝึกนาน 11 วัน ซึ่งรวมถึงการฝึกยิงกระสุนจริงในหลายพื้นที่ ซึ่งกองทัพบกสหรัฐฯ ระบุว่าการซ้อมรบครั้งนี้เป็นการฝึกป้องกัน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

ขณะที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อีแจมยอง กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าจะเคารพระบบการเมืองของเกาหลีเหนือ และพร้อมสร้างความเชื่อมั่นทางทหารกับเปียงยาง โดยย้ำว่าพร้อมเปิดการเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งถือเป็นท่าทีที่แตกต่างจากผู้นำคนก่อนๆ ที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ โดยคำพูดของอีแจมยองมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากคิมโยจองน้องสาวของคิมจองอึน ออกมาประกาศว่าเกาหลีเหนือไม่มีเจตนาจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ พร้อมปฏิเสธรายงานที่อ้างว่าเปียงยางกำลังรื้อถอนลำโพงโฆษณาชวนเชื่อบริเวณชายแดนด้วย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ คิมจองอึน

แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี โพสต์ภาพขณะรักษาตัวในรพ. ล่าสุดอัปเดตอาการปลอดภัยแล้ว

แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี  โพสต์ภาพขณะรักษาตัวในรพ. ล่าสุดอัปเดตอาการปลอดภัยแล้ว

19 ส.ค. 2568 10:00 น.

แฟนคลับสุดห่วง เจ็ต ลี โพสต์ภาพขณะรักษาตัวในรพ. ล่าสุดอัปเดตอาการปลอดภัยแล้ว

นักแสดงบู๊ระดับตำนาน “เจ็ต ลี” วัย 62 ปี เผยภาพและคลิปวิดีโอ ขณะนอนพักอยู่บนเตียงผู้ป่วย และคลิปวิดีโอที่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด ทำเอาแฟนคลับกังวล ล่าสุดอัปเดตอาการปลอดภัยแล้ว

นักแสดงบู๊ระดับตำนาน “เจ็ต ลี” หรือ หลี่เหลียนเจี๋ย วัย 62 ปี ทำเอาแฟนคลับทั่วโลกกังวล หลังเจ้าตัวเผยภาพและคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์ม Douyin เมื่อ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีทั้งภาพขณะนอนพักอยู่บนเตียงผู้ป่วย และคลิปวิดีโอที่ถูกเข็นเข้าสู่ห้องผ่าตัด พร้อมข้อความบรรยายว่า “ผมเพิ่งเจอกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด”

ในวิดีโอ เจ็ต ลียังพูดติดตลกว่า เขาสวมหมวกสีแดงสุดแฟชั่น ระหว่างถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัด ก่อนที่คลิปถัดมาจะเผยให้เห็นเจ้าตัวนั่งประชุมงานกับทีมงานอยู่บนเตียงโรงพยาบาล พร้อมบอกว่ารู้สึกมีพลังขึ้น หลังผ่านขั้นตอนการรักษา

ต่อมา เขาได้โพสต์บน Weibo เพื่อคลายความกังวลใจให้แฟน ๆ โดยระบุว่า “ไม่มีอะไรน่ากังวลมากนัก แค่มีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์นิดหน่อย เลยต้องส่งกลับไปซ่อม ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง แค่พักผ่อนเล็กน้อยเท่านั้นเอง”

ล่าสุด ในวันจันทร์ (18 ส.ค.) เจ็ต ลี ได้อัปเดตอีกครั้งผ่าน Weibo พร้อมภาพขณะรับประทานบะหมี่ โดยเขียนข้อความว่า “ขอบคุณทุกคนสำหรับความห่วงใยและคำอวยพร ทำให้ทุกคนต้องกังวล ผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว และกำลังอร่อยกับบะหมี่หอม ๆ ขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง สันติ และมีความสุข”

ทั้งนี้ สื่อไต้หวัน The China Times รายงานเพิ่มเติมว่า เจ็ต ลี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลครั้งนี้เพื่อผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงออก ซึ่งทำให้แฟน ๆ เบาใจได้ว่าอาการไม่ได้รุนแรงอย่างที่กังวลในตอนแรก.

ที่มา : Channelnewsasia

ชาว BLINK เตรียมรอ “BLACKPINK” เตรียมปล่อย “อัลบั้มใหม่” ภายใน พ.ย.นี้

 ชาว BLINK เตรียมรอ "BLACKPINK" เตรียมปล่อย "อัลบั้มใหม่" ภายใน พ.ย.นี้

19 ส.ค. 2568 09:26 น.

ชาว BLINK เตรียมรอ “BLACKPINK” เตรียมปล่อย “อัลบั้มใหม่” ภายใน พ.ย.นี้

เหล่า BLINK ทั่วโลกตื่นเต้นอีกครั้ง หลังค่าย YG Entertainment ออกมาคอนเฟิร์มว่าเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังระดับโลก BLACKPINK กำลังเตรียมออกอัลบั้มใหม่ โดยมีเป้าหมายวางจำหน่ายภายในเดือนพ.ย.นี้

ยาง ฮยอนซอก ผู้ก่อตั้ง YG ได้อัปเดตผ่านช่อง YouTube ของค่าย โดยกล่าวว่า “ผมรู้ดีว่าสมาชิกแบล็กพิงก์และโปรดิวเซอร์ทุกคนกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมอัลบั้ม ผมหวังว่าอัลบั้มจะออกมาไม่เกินพฤศจิกายน และเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แฟน ๆ ได้ฟังเพลงใหม่โดยเร็วที่สุด”

ก่อนหน้านี้ สื่อเกาหลี My Daily Korea รายงานว่าอัลบั้มดังกล่าวจะมาในรูปแบบมินิอัลบั้ม โดยทาง YG ตอบเพียงว่าจะเปิดเผยรายละเอียดในภายหลัง

สำหรับผลงานล่าสุด แบล็กพิงก์เพิ่งปล่อยซิงเกิล “Jump” ที่โปรดิวซ์โดย Diplo เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นับเป็นเพลงใหม่เพลงแรกนับตั้งแต่สมาชิกทั้งสี่ คือ เจนนี่ โรเซ่ ลิซ่า และจีซู ต่างแยกทำกิจกรรมเดี่ยวและประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยก่อนหน้านี้กลุ่มเคยปล่อยมินิอัลบั้ม “Kill This Love” ในปี 2019 และอัลบั้มเต็ม “Born Pink” ในปี 2022

ปัจจุบัน แบล็กพิงก์กำลังอยู่ในทัวร์ “Deadline World Tour” ซึ่งเพิ่งจัดการแสดง 2 รอบใหญ่ที่สนามเวมบลีย์ สเตเดียม กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 15–16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจะมีอีก 2 รอบการแสดงที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ในวันที่ 29 และ 30 พฤศจิกายน

ด้านสมาชิกอย่าง โรเซ่ก็เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Video Music Awards (VMAs) มากถึง 8 สาขา ทั้ง Video of the Year, Song of the Year, Best Collaboration, Best Pop, Best Direction, Best Art Direction, Best Visual Effects จากเพลงฮิต “Apt” ที่ร่วมงานกับ บรูโน มาร์ส และยังได้เข้าชิง Best K-pop จากเพลง “Toxic Til The End” ในอัลบั้มเดี่ยว “Rosie” อีกด้วย

โรเซ่โพสต์ความรู้สึกผ่าน Instagram Stories ว่าเธอทั้งตกใจและพูดไม่ออก กับการได้รับการเสนอชื่อจำนวนมาก โดยบอกว่ามันเป็นวันที่บ้าคลั่งจริง ๆ จนเธอไม่รู้จะพูดอะไรเลย.

ที่มา : Channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ Blackpink

บีบีซีเผย ฮามาสเห็นชอบข้อเสนอหยุดยิงในกาซาฉบับล่าสุดแล้ว

บีบีซีเผย ฮามาสเห็นชอบข้อเสนอหยุดยิงในกาซาฉบับล่าสุดแล้ว

19 ส.ค. 2568 06:54 น.

บีบีซีเผย ฮามาสเห็นชอบข้อเสนอหยุดยิงในกาซาฉบับล่าสุดแล้ว

(เครดิตภาพ AFP PHOTO / HO / KHAMENEI.IR)

บีบีซี สื่อใหญ่ของอังกฤษเผยว่า กลุ่มฮามาสเห็นชอบข้อเสนอหยุดยิงใหม่ที่ยื่นโดยประเทศตัวกลางเจรจาแล้ว ขณะที่กองทัพอิสราเอลรุกคืบในฉนวนกาซามากขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวภายในกลุ่มฮามาสว่า ฮามาสได้เห็นชอบข้อเสนอล่าสุดที่ยื่นโดยอียิปต์กับกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศตัวกลางในภูมิภาคซึ่งช่วยเหลือเรื่องการทำข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันกับอิสราเอลแล้ว

ตามรายงานของบีบีซี ผู้แทนของฮามาสนำโดยนายคาลิล อัล-ฮายยา หัวหน้าทีมเจรจา อยู่ในกรุงไคโรของอียิปต์ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว โดยในเช้าวันจันทร์ คณะผู้แทนกำลังทบทวนข้อเสนอหยุดยิงใหม่ที่พวกเขาได้รับเมื่อวันก่อน จากนั้นในช่วงเย็นแหล่งข่าวก็บอกกับบีบีซีว่า คณะผู้แทนเห็นชอบข้อเสนอโดยไม่มีการแก้ไขหรือยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติม

บีบีซีระบุด้วยว่า ข้อเสนอใหม่ดังกล่าวต่อยอดมาจากกรอบการทำงานซึ่งผลักดันโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน โดยจะให้ฮามาสคืนตัวประกันราวครึ่งหนึ่งจากที่เหลือทั้งหมด 50 คน โดยเชื่อกันว่าในจำนวนนี้มีเพียง 20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยการคืนตัวจะแบ่งเป็น 2 รอบตลอดช่วงการหยุดยิงเบื้องต้นนาน 60 วัน ซึ่งจะมีการเจรจาเรื่องการหยุดยิงถาวรด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายอิสราเอลจะมีการตอบสนองอย่างไร เนื่องจากสำนักงานของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า พวกเขาจะยอมรับเพียงข้อตกลงที่ปล่อยตัวประกันทั้งหมดในคราวเดียวเท่านั้น

ล่าสุดในคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่หลังมีข่าวเรื่องฮามาสยอมรับข้อเสนอ นายเนทันยาฮูไม่พูดถึงเรื่องนี้โดยตรง แต่ระบุว่า “คุณรู้สึกได้ 1 อย่างจากเรื่องนี้คือ ฮามาสกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก”

ขณะที่พลโท เอยาล ซามีร์ หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า พวกเขากำลังมาถึงจุดเปลี่ยนของสงครามที่ดำเนินมานาน 22 เดือน ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องเพิ่มการโจมตีต่อต้านกลุ่มฮามาสในเมืองกาซาซิตี้ ท่ามกลางรายงานว่ารถถังของอิสราเอลรุกคืบเข้าสู่เขตซาบราของกาซาซิตี้แล้ว โดยมีการโจมตีทางอากาศคอยสนับสนุน

ทั้งนี้ คาดกันว่าคณะรัฐมนตรีอิสราเอลจะอนุมัติแผนการยึดเมืองกาซาซิตี้ภายในสัปดาห์นี้ หลังเนทันยาฮูประกาศความตั้งใจว่าจะยึดพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนอพยพไปอาศัยอยู่ หลังการเจรจาหยุดยิงกับฮามาสเมื่อเดือนก่อนล่ม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์พบเซเลนสกี-ผู้นำยุโรปชื่นมื่น หารือการรับรองความมั่นคงให้ยูเครน

ทรัมป์พบเซเลนสกี-ผู้นำยุโรปชื่นมื่น หารือการรับรองความมั่นคงให้ยูเครน

19 ส.ค. 2568 06:14 น.

ทรัมป์พบเซเลนสกี-ผู้นำยุโรปชื่นมื่น หารือการรับรองความมั่นคงให้ยูเครน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประชุมร่วมกับเซเลนสกีและผู้นำชาติยุโรปอื่นๆ ที่ทำเนียบขาว หารือกันเรื่องการรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน และนัดวลาดิเมียร์ ปูติน ประชุมรอบใหม่

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับการมาเยือนของนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กับผู้นำชาติยุโรปหลายคน ที่เดินทางมาเพื่อหารือกับเขาเรื่องอนาคตของสงครามยูเครน โดยนายทรัมป์เปิดเผยผ่าน Truth Social ว่า พวกเขาคุยกันเรื่องการรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

“ผมได้มีการพบปะที่ดีมากๆ กับแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ทั้งประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส, ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ แห่งฟินแลนด์, นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี แห่งอิตาลี, นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร, นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ์ แห่งเยอรมนี, ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน และเลขาธิการใหญ่นาโต มาร์ก รุทเทอ ที่ทำเนียบขาว ซึ่งจบลงด้วยการประชุมเพิ่มเติมที่ห้องทำงานรูปไข่”

“ระหว่างการประชุมเราได้หารือกันเรื่องการรับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน ซึ่งการรับประกันต่างประเทศจะจัดหาให้โดยหลากหลายประเทศยุโรป โดยมีสหรัฐอเมริกาให้ความร่วมมือ ทุกคนยินดีมากเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน”

“ในตอนท้ายของการประชุม ผมได้โทรศัพท์หาประธานาธิบดีปูติน และเริ่มเตรียมการเพื่อการประชุมครั้งใหม่ ณ สถานที่ที่ยังต้องรอการตัดสินใจ ระหว่างประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีเซเลนสกี หลังจากการประชุมนั้นเกิดขึ้น เราจะมีการประชุมไตรภาคี ซึ่งจะมีประธานาธิบดีทั้งสองกับตัวผม”

“ขอย้ำอีกครั้งว่า นี่เป็นก้าวแรกที่ดีมากๆ สำหรับสงครามซึ่งดำเนินมานานเกือบ 4 ปีแล้ว รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ กับทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ กำลังประสานงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

อิหร่านเตือน สงครามกับอิสราเอลอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ

อิหร่านเตือน สงครามกับอิสราเอลอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ

19 ส.ค. 2568 02:47 น.

อิหร่านเตือน สงครามกับอิสราเอลอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนว่า สงครามกับอิสราเอลอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายไม่เคยทำข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันเลย แค่หยุดความเป็นศัตรู

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 นายโมฮัมเหม็ด เรซา อาเรฟ รองประธานาธิบดีของอิหร่านออกมาเตือนว่า สงครามกับอิสราเอลอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ โดยระบุว่า ความสงบหลังจากทั้งสองฝ่ายโจมตีตอบโต้กัน 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนนั้น เป็นเพียงการหยุดชั่วคราวเท่านั้น

“เราต้องเตรียมความพร้อมในทุกขณะเพื่อเตรียมรับการเผชิญหน้า ตอนนี้ เราไม่ได้อยู่ในข้อตกลงหยุดยิงด้วยซ้ำ เราอยู่ในข้อตกลงหยุดความเป็นศัตรู” นายเรซา อาเรฟ กล่าว

ทั้งนี้ ในสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายน อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มโรงงานนิวเคลียร์, ฐานทัพ และเขตที่อยู่อาศัยของอิหร่านอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ศพ รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูงและนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์หลายคน ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยมิสไซล์กับโดรน สังหารชาวอิสราเอลไปหลายสิบศพ

สหรัฐฯ ประกาศการหยุดต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายในวันที่ 24 มิ.ย. เพียง 2 วันหลังจากแดนลุงแซมส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดิน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการทำข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายยาห์ยา ราฮิม ที่ปรึกษาด้านการทหารของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า อิหร่านกำลังเตรียมแผนการเผื่อเกิดกรณีที่เลวร้ายที่สุด

“ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในการหยุดยิง เรายังอยู่ในช่วงสงคราม มันอาจพังทลายลงได้ทุกเวลา ไม่มีระเบียบการ, ไม่มีการตรวจสอบ, ไม่มีข้อตกลงระหว่างเรากับอิสราเอล ระหว่างเรากับอเมริกัน” นายราฮิมระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาวต้อนรับเซเลนสกี ย้ำต้องการยุติสงคราม แต่หยุดยิงไม่จำเป็น

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาวต้อนรับเซเลนสกี ย้ำต้องการยุติสงคราม แต่หยุดยิงไม่จำเป็น

19 ส.ค. 2568 01:38 น.

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาวต้อนรับเซเลนสกี ย้ำต้องการยุติสงคราม แต่หยุดยิงไม่จำเป็น

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดยนายทรัมป์ย้ำว่า เขาต้องการยุติสงคราม พร้อมรับปากจะรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน แต่ยืนยันว่าการหยุดยิงไม่จำเป็น

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่เดินทางมาเพื่อหารือเรื่องความเป็นไปได้ในการยุติสงครามกับรัสเซีย หลังจากนายทรัมป์ร่วมประชุมสุดยอดกับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเมื่อสัปดาห์ก่อน

ภายในห้องทำงานรูปไข่ นายทรัมป์เริ่มต้นด้วยการขอบคุณนายเซเลนสกีที่เดินทางมาเยือน ขณะที่เซเลนสกีมอบจดหมายจากนางโอเลนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งยูเครน ให้แก่เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ โดยเซเลนสกียื่นจดหมายให้นายทรัมป์แล้วจะพูดว่า “ไม่ใช่ของคุณ นี่เป็นของภรรยาคุณ” ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวถามนายทรัมป์เกี่ยวกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของเขา ที่ว่านายเซเลนสกีสามารถยุติสงครามได้ทันทีหากต้องการ ซึ่งนายทรัมป์ย้ำว่า เขาคิดว่ามันเป็นความจริง และรัสเซีย, ยูเครน กับสหรัฐฯ จะจัดการประชุมไตรภาคี ซึ่งมีโอกาสดีที่จะมีการยุติสงคราม

ด้านเซเลนสกีถูกถามว่า เขาจะพิจารณาเรื่องการยอมสละดินแดนหรือไม่ ซึ่งผู้นำยูเครนไม่ตอบคำถามนี้โดยตรงแต่ระบุว่า “เราจำเป็นต้องยุติสงคราม เพื่อหยุดรัสเซีย” และเสริมว่า ชาวยูเครนนั้นเข้มแข็ง และพวกเขาสนับสนุนแผนการที่จะยุติสงครามด้วยวิธีทางการทูตของนายทรัมป์

เซเลนสกีกล่าวด้วยว่า เขาต้องการให้มีการประชุมไตรภาคีร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรัสเซีย

ด้านนายทรัมป์พูดต่อว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน มีผู้คนมากมายถูกสังหารในสงคราม ซึ่งเขากับเซเลนสกีต้องการเห็นการต่อสู้จบลง และเขาเชื่อว่าปูตินก็คิดแบบเดียวกัน

เมื่อนักข่าวถามนายทรัมป์ว่า รัสเซียหรือยูเครนถือไพ่เหนือกว่ากัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็กล่าวว่า เขาไม่อยากตอบคำถามนี้ และเสริมว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของผม” ก่อนจะกล่าวโทษอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน อีกครั้ง ที่ไม่หยุดการรุกรานของรัสเซียในปี 2566 พร้อมย้ำว่า สงครามต้องจบลง และเขาอยากให้มันจบลงด้วยดีสำหรับทุกฝ่าย

นักข่าวถามนายทรัมป์ด้วยว่า สหรัฐฯ จะส่งกองกำลังรักษาความสงบชาวอเมริกันไปยังยูเครนเพื่อรับรองข้อตกลงสันติภาพหรือไม่ แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบอย่างคลุมเครือว่า “เราจะทำงานร่วมกับยูเครน เราจะทำงานร่วมกับทุกคน” เพื่อรับประกันว่าสันติภาพจะคงอยู่อย่างยาวนาน

“สหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับทั้งรัสเซียและยูเครน เพื่อทำให้แน่ใจว่ามันสำเร็จ” นายทรัมป์เสริม “หากเราไปจนถึงสันติภาพได้ ผมรู้เลยว่ามันจะสำเร็จ ผมไม่มีข้อสงสัยเลย”

เมื่อนักข่าวถามนายทรัมป์ว่า เขาเข้าใจหรือไม่ว่า “รากของปัญหา” ที่นายปูตินพูดถึงนั้นคืออะไร นายทรัมป์ก็ตอบโดยย้ำว่า สงครามจะต้องจบลง แต่เขาไม่แน่ใจว่าเมื่อไร และเผยอีกว่า ในบรรดาสงครามทั้งหมดที่เขาหยุดมา เขาเคยคิดว่าสงครามรัสเซียกับยูเครนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มันไม่ใช่

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาวต้อนรับเซเลนสกี ย้ำต้องการยุติสงคราม แต่หยุดยิงไม่จำเป็น

นักข่าวถามต่อว่า มีผลร้ายแรงตามมาหรือไม่ หากไม่มีการหยุดยิง ซึ่งนายทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่คิดว่าคุณจำเป็นต้องมีการหยุดยิง” และเสริมว่า มันอาจจะเป็นเรื่องดีถ้ามีการหยุดยิง แต่มันอาจไม่จำเป็นสำหรับสันติภาพ เพราะในทางยุทธศาสตร์แล้ว ประเทศหนึ่งหรืออีกฝ่ายอาจไม่ต้องการการหยุดยิง

หลังจากนั้น นักข่าวถามเรื่องการรับประกันความมั่นคง และมอบความคุ้มครองคล้ายมาตรา 5 ของนาโตให้แก่ยูเครน ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งนายทรัมป์ยอมรับว่า ยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้ แต่สหรัฐฯ จะมอบความคุ้มครองกับความมั่นคงที่ดีมากๆ ให้แก่ยูเครน

นายทรัมป์กล่าวโทษโจ ไบเดน อีกครั้ง หลังถูกถามว่า สหรัฐฯ สามารถมอบเงินและอาวุธให้แก่ยูเครนได้มากแค่ไหน พร้อมอ้างว่า สงครามคงไม่เกิดขึ้นถ้าเขาเป็นประธานาธิบดีในตอนที่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนในปี 2566

ด้านนายเซเลนสกีกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ยูเครนจะซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ด้วยความช่วยเหลือจากชาติยุโรปและโครงการอื่นๆ ที่จัดหางบประมาณให้แก่พวกเขา โดยย้ำว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเสริมความแข็งแกร่งและเติมอาวุธให้แก่กองทัพของประเทศ “เราต้องการมันมากๆ”

นักข่าวหันไปถามเซเลนสกีบ้าง ว่าเขาต้องการสิ่งใดจากสหรัฐฯ เพื่อรับประกันความมั่นคงของยูเครน ทหาร, ข่าวกรอง หรือยุทโธปกรณ์?

ผู้นำยูเครนตอบว่า “ทุกอย่าง” ยูเครนต้องการกองทัพที่เข้มแข็ง มันเป็นเรื่องของอาวุธ, ผู้คน, การฝึกฝน, ข่าวกรอง ซึ่งเขาจะหารือกับชาติพันธมิตร กลุ่มประเทศขนาดใหญ่ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ ด้วย

นักข่าวกลับไปถามนายทรัมป์ต่อว่า มีส่วนใดในการประชุมสุดยอดกับนายปูตินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.) ที่ทำให้เขาผิดหวังหรือไม่ ซึ่งนายทรัมป์ตอบว่า เขาแค่พูดกับปูตินทางอ้อม และพวกเขาจะคุยกันทางโทรศัพท์หลังการประชุมนี้

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า การประชุมไตรภาคีอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ โดยหากมันไม่เกิดขึ้น การต่อสู้ก็จะดำเนินต่อไป แต่หากมันเกิดขึ้น ก็จะมีโอกาสดีที่จะหยุดสงคราม

จากนั้นนายทรัมป์ก็กล่าวขอบคุณบรรดาผู้สื่อข่าว ก่อนที่พวกเขาจะถูกพาออกจากห้องเพื่อให้นายทรัมป์กับนายเซเลนสกีได้หารือกันต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไฟป่าสเปน-โปรตุเกสคร่าชีวิตอีก 2 ศพ ส่งทหารช่วยดับไฟเพิ่มอีก

ไฟป่าสเปน-โปรตุเกสคร่าชีวิตอีก 2 ศพ ส่งทหารช่วยดับไฟเพิ่มอีก

19 ส.ค. 2568 00:34 น.

ไฟป่าสเปน-โปรตุเกสคร่าชีวิตอีก 2 ศพ ส่งทหารช่วยดับไฟเพิ่มอีก

สเปนกับโปรตุเกสยังคงพยายามรับมือกับเหตุไฟป่าที่กำลังเผาผลาญหลายพื้นที่ของประเทศ โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ศพ ขณะที่สเปนส่งทหารไปช่วยรับมือไฟป่าเพิ่มอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการสเปนส่งทหารไปช่วยรับมือไฟป่าที่กำลังลุกโหมในหลายพื้นที่ของประเทศเพิ่มอีก 500 นาย ทำให้จำนวนทหารที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเป็น 1,900 นายแล้วในวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ศพ

ไฟป่าขนาดใหญ่หลายจุดยังคงลุกไหม้ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกของสเปน ทำให้ประชาชนต้องอพยพกว่า 27,000 คนแล้ว โดยที่แคว้นคาสตีลและเลออนเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ควันไฟยังทำให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ลงไปอยู่ระดับ “ไม่สามารถหายใจได้” แล้ว

ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดในสเปนเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง โดยรถของเขาตกจากเนินเขาระหว่างปฏิบัติการดับไฟป่าในแคว้นคาสตีลและเลออน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 ส.ค. 2568) นอกจากนั้นยังมีรายงานพบผู้บาดเจ็บจากไฟป่าในแคว้นแห่งนี้ด้วย 5 ราย ซึ่ง 4 รายในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

ไฟป่าที่จังหวัดกาเซเรส ในแคว้นเอซเตรมาดูรา ทางตะวันตกของสเปน ก็ยังคงอยู่เหนือการควบคุม โดยตอนนี้เผาผลาญพื้นที่แล้วมากกว่า 11,000 เฮกตาร์ และมีไฟป่าอีก 12 จุดลุกไหม้ในแคว้นปกครองตนเองกาลิเซีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศด้วย

ส่วนที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปรตุเกส ก็เผชิญไฟป่าอย่างหนักมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยที่ภาคเหนือและภาคกลางของประเทศได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายจากอุบัติเหตุรถยนต์ในวันอาทิตย์ และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บด้วย 2 ราย

อนึ่ง สเปนเผชิญไฟป่าอย่างหนักในปี 2568 โดยเผาผลาญพื้นที่ไปแล้ว 343,000 เฮกตาร์ มากกว่าปี 2567 ทั้งปีเกือบเท่าตัว ส่วนที่โปรตุเกส ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 215,000 เฮกตาร์ในปี 2568

สเปนกับโปรตุเกสต่างใช้กลไกคุ้มครองพลเรือน (civil protection mechanism) ของ EU ไปแล้ว โดยกลไกดังกล่าวจะอนุญาตให้ประเทศที่กำลังเผชิญภัยพิบัติ ไม่ว่าจะในยุโรปหรือไม่ สามารถขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายประเทศถูกส่งเข้าสู่สเปนแล้ว และทั้งสองประเทศจะได้รับเครื่องบินดับเพลิงประเทศละ 2 ลำ

นอกจากสเปนกับโปรตุเกสแล้ว ไฟป่ายังคงลุกไหม้ที่ประเทศกรีซ, ฝรั่งเศส, ตุรกี และประเทศแถบทะเลบอลข่าน ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรงที่ถาโถมเข้าใส่ยุโรปตอนใต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีเตือน อย่าให้รางวัลรัสเซีย หลังทรัมป์บอกให้ยูเครนยอมสละไครเมีย

เซเลนสกีเตือน อย่าให้รางวัลรัสเซีย หลังทรัมป์บอกให้ยูเครนยอมสละไครเมีย

18 ส.ค. 2568 22:20 น.

เซเลนสกีเตือน อย่าให้รางวัลรัสเซีย หลังทรัมป์บอกให้ยูเครนยอมสละไครเมีย

เซเลนสกีเตือน อย่าให้รัสเซียได้รางวัลจากการรุกราน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้ยูเครนยอมสละแคว้นไครเมียเพื่อแลกกับสันติภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวก่อนที่เขาจะพบปะพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ว่า รัสเซียไม่ควรได้รับรางวัลจากการรุกราน หลังผู้นำสหรัฐฯ พยายามกดดันให้ยูเครนยอมสละดินแดนเพื่อแลกกับสันติภาพ

การพูดคุยระหว่างเซเลนสกีกับนายทรัมป์ ซึ่งจะมีผู้นำชาติยุโรปเข้าร่วมด้วย เกิดขึ้นตามหลังการประชุมสุดยอดระหว่างวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียกับนายทรัมป์ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.) และล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในสงครามรัสเซียยูเครนที่ดำเนินมานานกว่า 3 ปีครึ่งแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมดังกล่าว นายทรัมป์ได้พลิกจุดยืนจากเดิมที่สนับสนุนให้มีการหยุดยิงในยูเครน เปลี่ยนเป็นสนับสนุนการทำข้อตกลงสันติภาพเพื่อจบสงครามโดยไม่ต้องมีการหยุดยิงก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัสเซียต้องการ

ในวันอาทิตย์ นายทรัมป์ระบุอีกว่า นายเซเลนสกี สามารถยุติสงครามได้เกือบจะในทันทีถ้าเขาต้องการ แต่สำหรับยูเครนนั่นหมายถึง ไม่มีการได้ไครเมียกลับมา และไม่มีทางได้เข้าเป็นสมาชิกนาโต

ที่ผ่านมา ผู้นำยูเครนกับชาติยุโรปต่อต้านเรื่องการยอมอ่อนข้อทางการเมืองและดินแดนให้แก่รัสเซียมาตลอด และคำพูดล่าสุดของนายทรัมป์ ก็ทำให้ในวันจันทร์ นายเซเลนสกีเตือนผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า “รัสเซียไม่ควรได้รับรางวัลจากการมีส่วนร่วมในสงครามนี้ … และเป็นมอสโกที่ต้องฟังคำว่า หยุด”

ทั้งนี้ คาดกันว่านายทรัมป์กับนายเซเลนสกีจะพูดคุยกันตัวต่อตัว ก่อนที่ผู้นำสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ฟินแลนด์ กับนายมาร์ก รุทเทอ เลขาธิการใหญ่นาโต และนางเออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะเข้าร่วมการประชุมที่ทำเนียบขาวด้วย

ผู้นำยุโรปจะจัดการประชุมร่วมกับนายเซเลนสกีก่อนที่การพูดคุยกับนายทรัมป์จะเริ่มขึ้นด้วย

อนึ่ง ปัจจุบันรัสเซียยึดครองดินแดนของยูเครนราว 1 ใน 5 พวกเขาควบรวมแคว้นไครเมียผ่านการทำประชามติ ซึ่งยูเครนกับชาติตะวันตกประณามว่าเป็นการหลอกลวงในปี 2557 และทำแบบเดียวกับอีก 4 แคว้นของยูเครนในปี 2565 ได้แก่ โดเนตสก์, เคอร์ซอน, ลูฮานสก์ และซาปอริชเชีย แม้จะยังควบคุมพื้นที่ได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม

โดยรัฐเสียควบคุมแคว้นไครเมียโดยสมบูรณ์ และควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแคว้นลูฮานสก์ แต่อีก 3 แคว้นไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งรัสเซียเคยเสนอจะหยุดการรุกคืบบริเวณแนวหน้าการปะทะในแคว้นเคอร์ซอนกับซาปอริชเชีย และกับการเข้าควบคุมดินแดนที่ยังไม่ถูกยึดครองในแคว้นโดเนตสก์และลูฮานสก์ ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายยูเครนปฏิเสธ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว เอเอฟพี ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ดูจะเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวของรัสเซีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พบศพชาวเกาหลีใต้ หมกถังขยะในแหล่งปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา

พบศพชาวเกาหลีใต้ หมกถังขยะในแหล่งปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา

18 ส.ค. 2568 15:14 น.

พบศพชาวเกาหลีใต้ หมกถังขยะในแหล่งปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา

พบศพชายชาวเกาหลีใต้ภายในพื้นที่ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยศพถูกห่อด้วยผ้าห่มและถุงพลาสติกทิ้งในถังขยะ สภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างรุนแรง เกาหลีใต้จี้เร่งสอบสวน

ทางการเกาหลีใต้ได้ร้องขอให้รัฐบาลกัมพูชาสอบสวนอย่างเร่งด่วน หลังพบศพชายชาวเกาหลีใต้ นามสกุล “พัก” ถูกพบในถังขยะขนาดใหญ่ พร้อมกับผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งรายภายในพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของกัมพูชาในจังหวัดกำปอต   โดยกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ยืนยันว่าหนึ่งในนั้นคือชาวเกาหลีใต้ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ยอมรับว่าการยืนยันรายละเอียดเชิงลึกเป็นไปด้วยความยากลำบาก

เจ้าหน้าที่สอบสวนท้องถิ่นรายงานว่า ศพของนายพักเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล ฟกช้ำ และคราบเลือด บ่งชี้ว่าถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตจากคอมพาวด์ลักษณะเดียวกัน

โดยชายเกาหลีใต้วัย 28 ปีที่เพิ่งหลบหนีออกมาเล่าว่า “แก๊งชาวจีนสามารถฆ่าใครก็ได้ถ้าเรื่องเงินเข้าไปเกี่ยวข้อง” พร้อมเผยว่าการซ้อม, ช็อตไฟฟ้า และการทรมานด้วยน้ำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

แหล่งที่พบศพถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีอยู่หลายสิบแห่งในกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยเครือข่ายอาชญากรรมจีน จุดเหล่านี้ขึ้นชื่อในด้านการทำ คอลเซ็นเตอร์หลอกลวง, ฟิชชิ่ง, และ ลงทุนปลอม โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดและแทบไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่น

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน Amnesty International ประเมินว่ามีฐานปฏิบัติการลักษณะนี้มากกว่า 50 แห่งทั่วกัมพูชา โดยทำงานในลักษณะ “รัฐซ้อนรัฐ” ที่เจ้าหน้าที่แทบไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

ข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ที่เผยแพร่โดยสำนักงาน ส.ส. คิม กอน ระบุว่า จำนวนชาวเกาหลีใต้ที่ถูกรายงานว่าถูกลักพาตัวหรือกักขังในกัมพูชาเพิ่มขึ้นจาก 21 คนในปี 2023 เป็น 221 คนในปี 2024 และเฉพาะครึ่งแรกของปี 2025 ก็มีแล้ว 212 กรณี ซึ่งมีแนวโน้มว่าปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนถึงสองเท่า

รายงานท้องถิ่นยังชี้ว่า ชาวเกาหลีใต้อีกจำนวนหนึ่งอาจยังติดอยู่ภายในคอมพาวด์เหล่านี้ โดยส่วนใหญ่ถูกล่อลวงด้วยโฆษณางานต่างประเทศรายได้สูง ก่อนจะถูกบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมายเมื่อเดินทางถึงกัมพูชา

แม้ว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรง แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ยอมรับว่าการเข้าไปจัดการกับคอมพาวด์เหล่านี้ทำได้จำกัด เนื่องจากอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐกัมพูชา และเกาหลีใต้เองไม่มีอำนาจสอบสวนในพื้นที่โดยตรง

ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ประจำอยู่ที่สถานทูตเพียง 1 นายในกรุงพนมเปญเท่านั้น โดยผู้เสียหายที่ติดต่อสถานทูตจะได้รับคำแนะนำให้แจ้งตำรวจท้องถิ่น เนื่องจากสถานทูตไม่สามารถปฏิบัติการช่วยเหลือหรือสอบสวนได้เอง.

ที่มา :koreaherald

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์