สื่อกัมพูชาอ้าง สวีเดนระงับขายบินรบ “กริพเพน” ให้ไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชา

สื่อกัมพูชาอ้าง สวีเดนระงับขายบินรบ “กริพเพน” ให้ไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชา

1 ส.ค. 2568 00:58 น.

สื่อกัมพูชาอ้าง สวีเดนระงับขายบินรบ “กริพเพน” ให้ไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชา

สื่อกัมพูชาอ้างว่า สวีเดนระงับการขายเครื่องบินรบ กริพเพน ให้ไทย หลังกองทัพไทยใช้เครื่องบินรุ่นนี้โจมตีในกัมพูชาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

เมื่อ 31 ก.ค. 2568 สำนักข่าว พนมเปญ โพสต์ ของประเทศกัมพูชา รายงานว่า สวีเดนระงับการขายเครื่องบินรบ “กริพเพน” (Gripen) เพิ่มเติมให้แก่ประเทศไทย หลังกองทัพอากาศไทยใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวโจมตีในกัมพูชา

พนมเปญ โพสต์ อ้างรายงานของเว็บไซต์ข่าว Breaking Defense ว่า ในช่วงเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา เครื่องบินรบกริพเพนของสวีเดนไม่เคยสังหารใครมาก่อน ไทยเป็นประเทศแรกที่ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ในการต่อสู้

สื่อกัมพูชาระบุอีกว่า การโจมตีทางอากาศเมื่อไม่นานมานี้ของไทยต่อเป้าหมายในกัมพูชา ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องกริพเพนถูกใช้ในภารกิจทิ้งระเบิด นอกเหนือไปจากการฝึกซ้อม หรือการสาธิตต่างๆ

ทั้งนี้ รายงานของ Breaking Defense ที่เผยแพร่เมื่อ 29 ก.ค. แต่ตั้งคำถามเรื่องการซื้อเครื่องบินกริพเพนในอนาคตระหว่างไทยกับสวีเดน

Breaking Defense ระบุว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ไทยประกาศแผนจะซื้อเครื่อง E/F Gripen อีก 12 ลำ โดยคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อในเร็วๆ นี้ ขณะที่รัฐสภาสวีเดนได้มอบอำนาจให้รัฐบาลเข้าสู่การทำข้อตกลงขายกริพเพนให้ไทยไม่เกิน 12 ลำ บวกกับระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีการลงนามสัญญาซื้อขายระหว่างกัน

ข้อตกลงส่งออกอาวุธดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล โดยมีขั้นตอนทางราชการที่ต้องผ่านหลายขั้น และนางมาเรีย มัลเมอร์ สตีเนอร์การ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการต่างประเทศของสวีเดน คือผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ผ่านสำนักงานเพื่อการลดและไม่แพร่ขยายอาวุธ กับสำนักงานตรวจสอบผลิตภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์ (ISP) ซึ่งเธอเป็นผู้ควบคุม

โดยในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 ก.ค.) นางสตีเนอร์การ์ดกล่าวว่า ไม่สัญญาว่าจะอนุมัติการซื้อเครื่องบินกริพเพนรอบใหม่ของไทย และระบุว่า รัฐบาลกำลังจับตาดูพัฒนาการในเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Phnom Penh Post, breaking defense

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีตอบโต้เม็กซิโกอีก 90 วัน เก็บ 25% เท่าเดิมไปก่อน

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีตอบโต้เม็กซิโกอีก 90 วัน เก็บ 25% เท่าเดิมไปก่อน

31 ก.ค. 2568 23:01 น.

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีตอบโต้เม็กซิโกอีก 90 วัน เก็บ 25% เท่าเดิมไปก่อน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนบังคับใช้ภาษีต่างตอบแทนกับเม็กซิโกออกไปอีก 90 วัน โดยจะใช้ข้อตกลงเดิมต่อไปก่อนระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายเจรจาข้อตกลงการค้า

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ก.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า เขาจะเลื่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทนอัตรา 30% กับเม็กซิโกไปก่อน โดยจะใช้ข้อตกลงเดิมซึ่งจะเก็บภาษีสินค้าบางรายการที่นำเข้าจากเม็กซิโกในอัตรา 25% ต่อไปอีก 90 วัน ในระหว่างนั้นทั้งสองฝ่ายจะหาทางทำข้อตกลงการค้าร่วมกัน

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “ผมเพิ่งเสร็จสิ้นการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนบาม ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะเราได้รู้จักและเข้าใจกันมากขึ้น”

“ความซับซ้อนของข้อตกลงกับเม็กซิโกค่อนข้างแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องจากทั้งปัญหาและประโยชน์ของพื้นที่ชายแดน เราได้ตกลงกันว่าจะขยายข้อตกลงเดิมที่เรามีในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมาออกไปอีก 90 วัน กล่าวคือ เม็กซิโกจะจ่ายภาษีเฟนทานิล 25%, ภาษีศุลกากรสำหรับรถยนต์ 25% และภาษีเหล็กกล้ากับอะลูมิเนียม และทองแดง 50% ต่อไป นอกจากนั้น เม็กซิโกตกลงจะยกเลิกมาตรการกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรซึ่งมีอยู่มากมายในทันที”

“เราจะพูดคุยกับเม็กซิโกในช่วง 90 วันข้างหน้าโดยมีเป้าหมายคือการลงนามข้อตกลงการค้าภายในช่วงเวลา 90 วันดังกล่าว หรืออาจจะนานกว่านั้น”

“ความร่วมมือบริเวณชายแดนจะดำเนินต่อไปเนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงในทุกด้าน ทั้งเรื่องยาเสพติด, การกระจายยาเสพติด และการอพยพเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Truth Social / @realDonaldTrump

กัมพูชาอ้างอีก ระเบิด MK-84 เป็นของไทยไม่ใช่ของเก่า ท้าเข้าไปตรวจสอบ

กัมพูชาอ้างอีก ระเบิด MK-84 เป็นของไทยไม่ใช่ของเก่า ท้าเข้าไปตรวจสอบ

31 ก.ค. 2568 22:17 น.

กัมพูชาอ้างอีก ระเบิด MK-84 เป็นของไทยไม่ใช่ของเก่า ท้าเข้าไปตรวจสอบ

ทางการกัมพูชาออกมาอ้างอีกครั้งว่า ระเบิด MK-84 ที่พวกเขาพบเป็นของที่ไทยเพิ่งทิ้งลงมาโจมตี ไม่ใช่ของเก่าจากสงครามในอดีต พร้อมท้าใครก็ตามที่สงสัยให้เข้าไปตรวจสอบ

เมื่อ 31 ก.ค. 2568 นาย เฮง รัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าภาพระเบิด MK-84 ที่เขาเผยแพร่ก่อนหน้านี้ คือระเบิดที่เครื่องบินรบไทยทิ้งใส่กัมพูชาระหว่างการปะทะครั้งล่าสุดจริงๆ ไม่ใช่ของเก่าจากการต่อสู้ในอดีตตามที่มีผู้ออกมาโต้แย้ง

ข้อความของนายเฮงระบุว่า “วันนี้ 31 ก.ค. 2568 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิดของ CMAC ทำการสำรวจและระบุจุดตกของระเบิดได้เพิ่มอีก 9 จุด โดยเป็นหลุมระเบิด 4 จุด และเป็นรูจากระเบิดที่ไม่ระเบิดอีก 5 จุด โดยพวกเขายืนยันว่า ทั้งระเบิด MK-84, หลุมระเบิด และรูจากระเบิด คืออาวุธที่ทิ้งลงมาโดยกองทัพอากาศไทยระหว่างการปะทะล่าสุด (24-28 ก.ค.)”

“เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเน้นย้ำว่า CMAC มีฐานข้อมูลระเบิดในสงครามอินโดจีนทั้งหมด ซึ่งได้รับมาจากสหรัฐฯ โดยฐานข้อมูลนี้สามารถยืนยันได้ว่า ไม่มีการทิ้งระเบิด ณ จุดนี้ระหว่างสงครามในอดีต ขณะเดียวกัน เครื่องบิน F-16 กับระเบิดเหล่านี้ต้องถูกเก็บบันทึกอย่างดี ทั้งเรื่องจำนวนเที่ยวบินและระเบิดที่ใช้ รวมถึงชุดตัวเลขกำกับ (serial numbers) ของระเบิดด้วย”

“ตอนนี้มีข่าวปลอมมากมาย ดังนั้น CMAC จึงอยากขอเชิญใครก็ตามที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับระเบิดใหม่เหล่านี้ ให้เข้ามาตรวจสอบระเบิดและจุดที่พบ ซึ่งนั่นรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดจากนานาชาติด้วย”

กัมพูชาอ้างอีก ระเบิด MK-84 เป็นของไทยไม่ใช่ของเก่า ท้าเข้าไปตรวจสอบ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : freshnewsasia

“มาลี” โฆษกกลาโหมกัมพูชา จี้ไทยปล่อย 20 ทหารกลับประเทศทันที

“มาลี” โฆษกกลาโหมกัมพูชา จี้ไทยปล่อย 20 ทหารกลับประเทศทันที

31 ก.ค. 2568 21:51 น.

“มาลี” โฆษกกลาโหมกัมพูชา จี้ไทยปล่อย 20 ทหารกลับประเทศทันที

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกมาเรียกร้องให้กองทัพไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 20 นาย รวมถึงทหารคนอื่น ๆ หากมี กลับประเทศโดยเร็วที่สุด

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พลโทหญิง มาลี โสเจียตา รองเลขาธิการและโฆษกกระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ณ เวลา 15.30 น. วันที่ 31 ม.ค. 2568 ฝ่ายไทยยังไม่ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 20 นายที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้คืนกลับมาให้กัมพูชา

พลโทมาลีกล่าวด้วยว่า กัมพูชาขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยส่งตัวทหารกัมพูชาทั้ง 20 นาย รวมถึงทหารกัมพูชาคนอื่น ๆ ที่อาจถูกจับเอาไว้ คืนกลับประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชาจะเจรจาอย่างสุดความสามารถเพื่อนำพี่น้องของเรากลับมาอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

โฆษกกระทรวงกลาโหมยังเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาอยู่ในความสงบ โดยยืนยันว่ารัฐบาล, กระทรวงกลาโหม และกองทัพของประเทศจะไม่ทอดทิ้งทหารคนใด ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : khmertimeskh

พม่ายกเลิกภาวะฉุกเฉิน เตรียมจัดการเลือกตั้งเดือนธันวาคม หลังประกาศใช้กว่า 4 ปีครึ่ง

พม่ายกเลิกภาวะฉุกเฉิน เตรียมจัดการเลือกตั้งเดือนธันวาคม หลังประกาศใช้กว่า 4 ปีครึ่ง

31 ก.ค. 2568 15:25 น.

พม่ายกเลิกภาวะฉุกเฉิน เตรียมจัดการเลือกตั้งเดือนธันวาคม หลังประกาศใช้กว่า 4 ปีครึ่ง

รัฐบาลทหารพม่าได้ยกเลิกภาวะฉุกเฉินแล้ววันนี้ (31 ก.ค.) เพื่อเร่งเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศและถูกคว่ำบาตรจากกลุ่มฝ่ายค้าน

พลตรี ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารพม่า กล่าวในข้อความเสียงที่ส่งถึงผู้สื่อข่าวว่า “ภาวะฉุกเฉินถูกยกเลิกในวันนี้เพื่อให้ประเทศสามารถจัดการเลือกตั้งบนเส้นทางสู่ประชาธิปไตยแบบหลายพรรค” และเสริมว่า “การเลือกตั้งจะจัดขึ้นภายในหกเดือน”

กองทัพพม่าได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 หลังจากโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี  ซึ่งจุดชนวนให้เกิดสงครามกลางเมืองหลายฝ่ายที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันคน

การประกาศภาวะฉุกเฉินในปี 2021 ทำให้พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีอำนาจสูงสุดเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้ชูการเลือกตั้งเป็นทางออกสำหรับความขัดแย้งนี้

สื่อของรัฐรายงานว่า รัฐบาลพม่าได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการ 11 คน นำโดย พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เพื่อจัดการเลือกตั้ง สถานีโทรทัศน์ MRTV รายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะยังคงมีอำนาจในการปกครองประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะประธานาธิบดีชั่วคราวที่จะดูแลการลงคะแนนเสียง

กลุ่มฝ่ายค้าน รวมถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกโค่นล้มในการรัฐประหาร ได้ให้คำมั่นว่าจะคว่ำบาตรการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเมื่อเดือนที่แล้วได้ปฏิเสธว่าเป็น “การฉ้อโกง” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการปกครองของทหารที่ดำเนินต่อไป

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะยังคงดำรงตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีหรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดหลังการเลือกตั้ง และจะรวมอำนาจในตำแหน่งนั้น ซึ่งจะขยายวาระการดำรงตำแหน่งในฐานะผู้ปกครองโดยพฤตินัย

รัฐบาลพม่ายังไม่ได้ประกาศวันเลือกตั้งที่แน่นอน แต่พรรคการเมืองต่างๆ กำลังอยู่ในระหว่างการลงทะเบียน ขณะที่การฝึกอบรมการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว

เมื่อวันพุธ รัฐบาลทหารกล่าวว่าได้ออกกฎหมายใหม่ที่กำหนดโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี สำหรับการพูดหรือการประท้วงที่มีเป้าหมาย “ทำลายส่วนหนึ่งของกระบวนการเลือกตั้ง” ภายใต้กฎหมายใหม่นี้ ใครก็ตามที่พูด จัดระเบียบ ยุยง ประท้วง หรือแจกจ่ายจดหมายเพื่อขัดขวางส่วนใดส่วนหนึ่งของกระบวนการเลือกตั้ง จะถูกลงโทษจำคุกสามถึง 10 ปี รวมถึงปรับด้วย

นอกจากนี้ยังระบุว่าใครก็ตามที่คุกคาม ขัดขวาง ทำร้าย หรือทำให้บุคลากรคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือผู้ลงคะแนนเสียงได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจถูกตัดสินจำคุกสามปีถึงตลอดชีวิต

ผลการสำรวจสำมะโนประชากรที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วเพื่อเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งระบุว่า ไม่สามารถเก็บข้อมูลจากประชากร 19 ล้านคนจากทั้งหมด 51 ล้านคนของประเทศได้ ผลเบื้องต้นอ้างว่า “ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยที่สำคัญ” เป็นสาเหตุหนึ่งของความไม่สมบูรณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าขอบเขตของการเลือกตั้งอาจจำกัดเพียงใดท่ามกลางสงครามกลางเมือง

นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่ากลุ่มกบฏจะเปิดฉากการโจมตีในช่วงเวลาใกล้การเลือกตั้ง เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้าน อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้ คณะรัฐประหารได้เริ่มเสนอเงินรางวัลให้กับผู้ที่ยินดีวางอาวุธและ “กลับคืนสู่กรอบของกฎหมาย” ก่อนการลงคะแนนเสียง

ที่มา  France 24

ซัทเทบีส์ส่งคืนอัญมณีพระพุทธเจ้าให้แก่อินเดีย หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

ซัทเทบีส์ส่งคืนอัญมณีพระพุทธเจ้าให้แก่อินเดีย หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

31 ก.ค. 2568 15:04 น.

ซัทเทบีส์ส่งคืนอัญมณีพระพุทธเจ้าให้แก่อินเดีย หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

บริษัทประมูลชื่อดัง “ซัทเทบีส์” (Sotheby’s) ได้ส่งคืนชุดอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าให้กับอินเดีย หลังจากที่เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลอินเดียและผู้นำชาวพุทธทั่วโลก 

อัญมณีปิปราห์วา ซึ่งนักโบราณคดีระบุว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบที่น่าอัศจรรย์ที่สุดแห่งยุคสมัยใหม่ มีกำหนดจะถูกประมูลที่ฮ่องกงในเดือนพฤษภาคม แต่การประมูลดังกล่าวถูกยกเลิกไปภายหลังจากการแทรกแซงทางการทูตและการดำเนินคดีทางกฎหมายจากรัฐบาลอินเดีย ซัทเทบีส์ระบุว่ากลุ่มบริษัท Godrej Industries Group ซึ่งตั้งอยู่ในมุมไบ ได้เข้าซื้ออัญมณีดังกล่าวแล้ว

ซัทเทบีส์กล่าวว่า “ยินดีอย่างยิ่ง” ที่ได้อำนวยความสะดวกในการส่งคืนนี้ หลังจากที่ใช้เวลาเจรจาสองเดือนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของ ผู้ซื้อรายใหม่ และรัฐบาลอินเดีย และกล่าวว่า ขณะนี้ชุดอัญมณีศักดิ์สิทธิ์จะถูกนำออกแสดงให้สาธารณชนชมเป็นการถาวรในอินเดีย

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้ประกาศการส่งคืนอัญมณีดังกล่าว  โดยเรียกว่าเป็น “ช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและความปิติยินดี” และเป็นชัยชนะของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ เขากล่าวบน X ว่า อัญมณีกำลังกลับคืนสู่มาตุภูมิหลังจากผ่านไป 127 ปี 

อัญมณีเหล่านี้ถูกค้นพบในปี 1898 โดย วิลเลียม แคล็กซ์ตัน เป็ปเป ผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ชาวอังกฤษ จากสถูปแห่งหนึ่งในปิปราห์วา ทางตอนเหนือของอินเดีย ใกล้กับสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ภายในซากปรักหักพังประกอบด้วยไข่มุก ทับทิม ไพลิน และแผ่นทองคำเกือบ 1,800 ชิ้น ซึ่งถูกฝังไว้พร้อมกับชิ้นส่วนกระดูกที่ระบุที่โกศที่มีจารึกว่าเป็นของพระพุทธเจ้า 

ซัทเทบีส์ส่งคืนอัญมณีพระพุทธเจ้าให้แก่อินเดีย หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

ในที่สุด เป็ปเปได้ส่งมอบอัญมณี พระธาตุ และภาชนะบรรจุพระธาตุส่วนใหญ่ให้แก่รัฐบาลอินเดียในยุคอาณานิคม โดยพระบรมสารีริกธาตุได้ถูกอัญเชิญมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ส่วนโกศพระธาตุห้าใบ หีบหิน และพระธาตุอื่นๆ ส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์อินเดียในเมืองโกลกาตา ซึ่งขณะนั้นคือ Imperial Museum of Calcutta

เป็นเวลากว่าศตวรรษที่อัญมณีที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ยังคงซ่อนอยู่ในคอลเล็กชันส่วนตัวของชาวอังกฤษ ชุดอัญมณี 300 ชิ้นที่ครอบครองโดยตระกูลเป็ปเป ได้ถูกนำออกแสดงต่อสาธารณะที่ซัทเทบีส์ ฮ่องกงในเดือนกุมภาพันธ์และพฤษภาคม 

นักประวัติศาสตร์พิจารณาว่าพระธาตุเหล่านี้เป็นมรดกร่วมกันของราชวงศ์ศากยะของพระพุทธเจ้าและชาวพุทธทั่วโลก ชิ้นส่วนพระบรมสารีริกธาตุได้ถูกแจกจ่ายไปยังประเทศต่างๆ เช่น ไทย ศรีลังกา และพม่า ซึ่งยังคงเป็นวัตถุแห่งการสักการะบูชา

แผนการประมูลอัญมณีที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าของซัทเทบีส์ในฮ่องกง ได้จุดประกายความกังวลด้านจริยธรรม โดยนักวิชาการและผู้นำชาวพุทธต่างตั้งคำถามว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เชื่อมโยงกับพระบรมสารีริกธาตุ ควรได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นสินค้าหรือไม่ นักวิจารณ์ตั้งข้อสงสัยในอำนาจของผู้ขายในการประมูลพระธาตุ ในขณะที่ผู้สนับสนุนกล่าวว่าการประมูลที่โปร่งใสเป็นวิธีที่ยุติธรรมที่สุดในการโอนกรรมสิทธิ์.

ที่มา BBC

“อันวาร์ อิบราฮิม” เผยทรัมป์เตรียมประกาศอัตราภาษีมาเลเซีย 1 ส.ค.

"อันวาร์ อิบราฮิม" เผยทรัมป์เตรียมประกาศอัตราภาษีมาเลเซีย 1 ส.ค.

31 ก.ค. 2568 12:53 น.

“อันวาร์ อิบราฮิม” เผยทรัมป์เตรียมประกาศอัตราภาษีมาเลเซีย 1 ส.ค.

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้ามาเลเซียในวันศุกร์ที่ 1 ส.ค. นี้

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดี (31 ก.ค.) ว่าเขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แล้ว และทรัมป์จะประกาศอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้ามาเลเซียในวันศุกร์ ( 1 ส.ค.) นี้ นายอันวาร์กล่าวว่า “เขาหวังว่าอัตราภาษีทั่วไปของวันพรุ่งนี้จะไม่เป็นภาระต่อเศรษฐกิจของเรา” 

มาเลเซียกำลังเผชิญกับอัตราภาษี 25% สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางการว่า ข้อตกลงที่จะลดอัตราภาษีลงเหลือสูงสุด 20% หรือต่ำสุด 15% น่าจะได้รับการประกาศภายในวันศุกร์นี้ 

ข้อมูลอัปเดตของนายอันวาร์มีขึ้นหลังจากที่เขาเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาที่เมืองปุตราจายา ซึ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงภายหลังความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างทั้งสองฝ่ายเหนือข้อพิพาทชายแดนที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 40 ราย และทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องพลัดถิ่น การเจรจาดังกล่าวจัดขึ้นร่วมกับสหรัฐฯ โดยทรัมป์ได้ใช้ประเด็นการเจรจาทางการค้าเป็นแรงจูงใจให้ไทยและกัมพูชายุติการโจมตีด้วยอาวุธ 

นายอันวาร์กล่าวว่า ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะจัดขึ้นในมาเลเซียระหว่างวันที่ 26 ถึง 28 ตุลาคม 

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนเอเชียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เขาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกและเวทีภูมิภาคอาเซียนเคียงข้างกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ รัสเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย สหภาพยุโรป และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

รูบิโอยังได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ในขณะที่ทั้งสองประเทศพยายามผลักดันวาระของตนในเอเชียในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดจากการใช้มาตรการภาษีทางการค้าของสหรัฐฯ กำลังคุกรุ่น.

ที่มา CNA

แคนาดาเตรียมรับรองรัฐปาเลสไตน์ ตามรอยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

แคนาดาเตรียมรับรองรัฐปาเลสไตน์ ตามรอยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

31 ก.ค. 2568 12:27 น.

แคนาดาเตรียมรับรองรัฐปาเลสไตน์ ตามรอยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ เผยแคนาดามีแผนที่จะรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นประเทศกลุ่ม G7 ประเทศที่สามที่ประกาศเรื่องนี้ต่อจากฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

นายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ แห่งแคนาดา ได้ประกาศแผนการที่แคนาดาจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งทำให้แคนาดากลายเป็นประเทศที่สามในกลุ่ม G7 ที่ประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา 

นายคาร์นีย์ระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้ขึ้นอยู่กับการปฏิรูปประชาธิปไตย รวมถึงการที่หน่วยงานปาเลสไตน์ต้องจัดการเลือกตั้งในปีหน้าโดยไม่มีกลุ่มฮามาสเข้าร่วม การประกาศนี้มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่สหราชอาณาจักรประกาศว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายนเช่นกัน เว้นแต่อิสราเอลจะตกลงหยุดยิงและปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ และหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ฝรั่งเศสเปิดเผยแผนการที่คล้ายกัน 

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลได้ปฏิเสธการประกาศของแคนาดา โดยเรียกสิ่งนี้ว่า “การให้รางวัลแก่กลุ่มฮามาส” ปัจจุบัน มีประเทศส่วนใหญ่ถึง 147 จาก 193 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติที่ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ 

นายคาร์นีย์กล่าวว่าแคนาดาจะรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่กำลังจะมาถึง เขาระบุถึงการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงในฉนวนกาซา และการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 โดยกลุ่มฮามาส ว่าเป็นเหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญของแคนาดา 

เขากล่าวว่าการรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์จะขึ้นอยู่กับพันธกรณีของหน่วยงานปาเลสไตน์ในการปฏิรูปการปกครองอย่างถอนรากถอนโคนและทำให้ดินแดนเป็นเขตปลอดทหาร นายคาร์นีย์กล่าวว่าแคนาดามีความมุ่งมั่นมานานในการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสองรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพที่มีการเจรจา นายคาร์นีย์กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเกี่ยวกับการประกาศนี้ 

ปัจจุบัน องค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestinian Authority) ควบคุมบางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ผ่านพรรคฟาตะห์ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีอับบาส ในขณะที่กลุ่มฮามาสบริหารฉนวนกาซา ทั้งสองดินแดนไม่มีการจัดการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2006 

การประกาศของนายคาร์นีย์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล โดยระบุในโพสต์บน X ว่าแผนของแคนาดา “ทำลายความพยายามในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาและกรอบการปล่อยตัวประกัน” พรรคอนุรักษ์นิยมของแคนาดาก็ไม่เห็นด้วยกับการประกาศของนายคาร์นีย์เช่นกัน โดยพรรคฝ่ายค้านกล่าวในแถลงการณ์ว่า “การรับรองรัฐปาเลสไตน์ภายหลังการก่อการร้ายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมเป็นการส่งข้อความที่ผิดไปยังทั่วโลก” 

เมื่อถูกถามว่าเขาได้รับอิทธิพลจากการประกาศของสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หรือได้ปรึกษาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หรือไม่ นายคาร์นีย์ตอบว่าแคนาดาตัดสินใจนโยบายต่างประเทศของตนเอง หากฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรให้การรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของอิสราเอล จะเป็นสมาชิกถาวรเพียงรายเดียวของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ยังไม่ดำเนินการดังกล่าว.

ที่มา BBC

จรวดลำแรกที่ผลิตในออสเตรเลีย ตกหลังจากทะยานขึ้นได้ 14 วินาที

จรวดลำแรกที่ผลิตในออสเตรเลีย ตกหลังจากทะยานขึ้นได้ 14 วินาที

31 ก.ค. 2568 11:58 น.

จรวดลำแรกที่ผลิตในออสเตรเลีย ตกหลังจากทะยานขึ้นได้ 14 วินาที

จรวดปล่อยดาวเทียมรุ่นแรกที่ผลิตและออกแบบในออสเตรเลีย ประสบเหตุตกหลังจากทะยานขึ้นจากฐานปล่อยเพียง 14 วินาที ในระหว่างการทดสอบปล่อยจรวดครั้งแรก

จรวด “เอริส” ที่ผลิตโดยบริษัท กิลมัวร์ สเปซ เทคโนโลยีส์ เป็นพาหนะสำหรับปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรที่ออกแบบและผลิตโดยออสเตรเลียลำแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อบรรทุกดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสู่วงโคจร จรวดนี้ถูกปล่อยเมื่อเช้าวันพุธ (30 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ในเที่ยวบินทดสอบจากฐานปล่อยใกล้เมืองโบเวน ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ 

ในวิดีโอที่กิลมัวร์ สเปซ เทคโนโลยีส์ เผยแพร่ จรวดที่มีความยาว 23 เมตร ดูเหมือนจะทะยานขึ้นจากฐานปล่อยและลอยอยู่ในอากาศก่อนที่จะตกลงใกล้ๆ และมีควันพวยพุ่งขึ้นเหนือบริเวณนั้น 

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ประกาศว่าการปล่อยครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ในแถลงการณ์ที่โพสต์บน เฟซบุ๊ก โฆษกของบริษัทกล่าวว่าเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งสี่เครื่องทำงาน และเที่ยวบินแรกใช้เวลาการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ 23 วินาที และเวลาการบิน 14 วินาที 

ก่อนหน้านี้ กิลมัวร์ สเปซ เทคโนโลยีส์ ได้วางแผนที่จะปล่อยจรวดลำนี้มาแล้วในเดือนพฤษภาคมและต้นเดือนนี้ แต่ต้องยกเลิกภารกิจเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคและสภาพอากาศที่ไม่ดี 

นายอดัม กิลมัวร์ ซีอีโอ กล่าวในแถลงการณ์ว่าเขายินดีที่จรวดสามารถขึ้นจากฐานปล่อยได้ “แม้ว่าอยากให้บินได้นานกว่านี้ แต่ก็พอใจกับสิ่งนี้แล้ว”  เขาเคยกล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า “แทบไม่เคยมีมาก่อน” ที่บริษัทผลิตจรวดเอกชนจะสามารถปล่อยจรวดขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จในความพยายามครั้งแรก บริษัทเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะถือว่าการปล่อยครั้งนี้ประสบความสำเร็จ หากจรวดสามารถลอยขึ้นจากพื้นดินได้ และโครงสร้างพื้นฐานของฐานปล่อย “ยังคงอยู่ครบถ้วน” 

กิลมัวร์ สเปซ เทคโนโลยีส์ มีผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน และในเดือนนี้ยังได้รับเงินช่วยเหลือ 5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย จากรัฐบาลกลางของออสเตรเลียเพื่อการพัฒนาจรวดเอริส ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงเงินช่วยเหลือมูลค่า 52 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่บริษัทได้รับจากรัฐบาลในปี 2023 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีอวกาศใหม่ๆ มาใช้ในเชิงพาณิชย์ในออสเตรเลีย 

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเคยเป็นสถานที่ทำการทดสอบจรวดแบบที่บินขึ้นไปในทางตรงและไม่ได้มีการโคจร (Suborbital Flight) มาแล้วหลายร้อยครั้ง แต่มีการปล่อยสู่การโคจรที่ประสบความสำเร็จเพียงสองครั้งเท่านั้นในออสเตรเลียก่อนหน้านี้ ตามข้อมูลของแพลตฟอร์มข่าวการบินและอวกาศ NASASpaceFlight โดยการทดสอบจรวดเอริส เป็นความพยายามปล่อยสู่การโคจรครั้งแรกจากออสเตรเลียในรอบกว่า 50 ปี.

ที่มา AP 

ด่วน เครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพสหรัฐฯ ตก นักบีนดีดตัวออกรอดหวุดหวิด

ด่วน เครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพสหรัฐฯ ตก นักบีนดีดตัวออกรอดหวุดหวิด

31 ก.ค. 2568 11:41 น.

ด่วน เครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพสหรัฐฯ ตก นักบีนดีดตัวออกรอดหวุดหวิด

เครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ตกในแคลิฟอร์เนีย นักบินดีดตัวออกทันเวลารอดปลอดภัย เร่งสอบสวนหาสาเหตุ

กองทัพเรือสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ระบุว่าเครื่องบินขับไล่ F-35 ตกใกล้กับฐานทัพอากาศกองทัพเรือเลมัวร์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม นักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย และขณะนี้สาเหตุของอุบัติเหตุกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน 

ฐานทัพอากาศเลมัวร์ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเฟรสโน ราว 64 กิโลเมตร ในแคลิฟอร์เนียตอนกลางกองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเครื่องบินลำดังกล่าว สังกัดฝูงบินโจมตี VF-125 หรือที่รู้จักในชื่อ “Rough Raiders” ซึ่งเป็นฝูงบินฝึกนักบินและลูกเรือ  โดยระบุว่า ไม่มีบุคลากรคนอื่นได้รับผลกระทบจากเหตุเครื่องบินรบ F-35 ตกครั้งนี้

ขณะที่หน่วยดับไฟป่าแคลิฟอร์เนีย รายงานว่า อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้เกิดไฟไหม้หญ้าขนาดเล็ก เผาพื้นที่เกือบ 12 เอเคอร์ หรือ ประมาณเกือบ 30 ไร่.

ที่มา : CNN

อ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินรบ