มือปืนกราดยิงบนตึกระฟ้านิวยอร์ก ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 3 มือปืนปลิดชีพตนเอง

มือปืนกราดยิงบนตึกระฟ้านิวยอร์ก ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 3 มือปืนปลิดชีพตนเอง

29 ก.ค. 2568 08:28 น.

มือปืนกราดยิงบนตึกระฟ้านิวยอร์ก ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 3 มือปืนปลิดชีพตนเอง

เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางมหานครนิวยอร์ก มือปืนบุกอาคารสำนักงานย่านมิดทาวน์ แมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ  ยิงตำรวจเสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเอง พบพลเรือนอีก 3 รายบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นอาการสาหัส

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ เกิดเหตุกราดยิงกลางอาคารระฟ้าใจกลางมหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก ส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุได้ปลิดชีพตนเองในเวลาต่อมา ขณะที่พลเรือนอีก 3 รายได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีการระบุชื่อ

เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในอาคารสูง 44 ชั้น บนถนนพาร์ก อเวนิว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทระดับโลก อาทิ National Football League (NFL)  Blackstone และ Bristol Myers Squibb โดยผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 27 ปี จากเมืองลาสเวกัส สวมเสื้อกันกระสุน ได้บุกเข้าไปในอาคารพร้อมอาวุธปืนยาว ก่อนจะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นตำรวจนอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ และพลเรือนอีก 3 ราย

พยานในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า เห็นชายคนหนึ่งถูกนำตัวขึ้นเปลพร้อมผ้าพันแผลรัดแน่นที่หน้าอก ส่วนผู้ก่อเหตุได้จบชีวิตตัวเองด้วยการปลิดชีพตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า สถานการณ์ปลอดภัยแล้ว ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้ว

หลังเกิดเหตุ ตำรวจนิวยอร์กประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่โดยรอบพาร์ก อเวนิว  ขณะที่ยังคงสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจของการก่อเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียด.

ด่วน! น้ำหลากหนักในปักกิ่ง ดับแล้วอย่างน้อย 30 ศพ

ด่วน! น้ำหลากหนักในปักกิ่ง ดับแล้วอย่างน้อย 30 ศพ

29 ก.ค. 2568 08:19 น.

ด่วน! น้ำหลากหนักในปักกิ่ง ดับแล้วอย่างน้อย 30 ศพ

สถานการณ์ฝนตกหนักในกรุงปักกิ่งส่งผลให้มีน้ำหลาก คร่าชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 30 ศพ ภายในช่วงเที่ยงคืนของวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเขตภูเขาทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง โดยมีผู้เสียชีวิต 28 รายในเขต มี่หยุน และอีก 2 รายในเขตหยางกิง  อย่างไรก็ตาม สื่อของรัฐยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นเมื่อใดหรือในลักษณะใด

ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทวีความรุนแรงมากขึ้นในวันจันทร์ โดย บางพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่งวัดปริมาณฝนได้มากถึง 543.4 มิลลิเมตร ตามข้อมูลจากสำนักข่าวซินหัว

ด่วน! น้ำหลากหนักในปักกิ่ง ดับแล้วอย่างน้อย 30 ศพ

มีการอพยพประชาชนกว่า 80,322 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนและระบบสื่อสารได้รับความเสียหายอย่างหนัก  136 หมู่บ้านถูกตัดไฟฟ้า ภายในคืนวันจันทร์

ล่าสุดสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องมีคำสั่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ “ค้นหาและกู้ภัยอย่างเต็มกำลัง” เพื่อจำกัดจำนวนผู้เสียชีวิตให้น้อยที่สุด

ปักกิ่งได้ประกาศเตือนภัยฝนตกและน้ำท่วมระดับสูงสุด เมื่อวันจันทร์ พร้อมขอให้ประชาชน งดออกจากบ้าน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง.

ด่วน! น้ำหลากหนักในปักกิ่ง ดับแล้วอย่างน้อย 30 ศพ

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ น้ำท่วมจีน

ฮุน เซน โพสต์ชื่นชม โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันหยุดยิง ช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วน

ฮุน เซน โพสต์ชื่นชม โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันหยุดยิง ช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วน

29 ก.ค. 2568 05:04 น.

ฮุน เซน โพสต์ชื่นชม โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันหยุดยิง ช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วน

สมเด็จฯ ฮุน เซน โพสต์ข้อความใหม่ชื่นชม โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นผู้ผลักดันข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งช่วยชีวิตคนมากมาย พร้อมแนบรูปที่ทั้งคู่เคยถ่ายร่วมกันในอดีต

เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคารที่ 29 ก.ค. 2568 เฟซบุ๊กของสมเด็จฯ ฮุน เซน โพสต์ข้อความใหม่ แสดงความขอบคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ผลักดันจนเกิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งช่วยชีวิตคนมากมาย รวมทั้งขอบคุณผู้นำมาเลเซียที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และประเทศอื่นๆ ที่สนับสนุนด้วย

ข้อความของสมเด็จฯ ฮุน เซน ระบุว่า “ความสำเร็จจากความคิดริเริ่มอันน่าทึ่งโดย ฯพณฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ช่วยชีวิตประชาชนหลายหมื่นคนจากสงครามระหว่างกัมพูชากับไทย”

“ก่อนอื่น ข้าพเจ้าอยากขอแสดงความขอบคุณต่อ ฯพณฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ความคิดริเริ่มอันมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการสร้างข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพระหว่างกัมพูชากับไทย ความคิดริเริ่มนี้คือความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ช่วยชีวิตนับไม่ถ้วนทั้งในกัมพูชาและในไทย”

“ข้าพเจ้าอยากขอขอบคุณ ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ผู้ช่วยจัดเตรียมสถานที่ประชุมและอำนวยความสะดวกให้กับการทำข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพดังกล่าวกำลังก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกและมีประสิทธิภาพ”

“ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณมิตรสหายชาวจีนสำหรับการสนับสนุน เช่นเดียวกับมิตรประเทศทั้งหลายที่ให้การรับรองข้อตกลงหยุดยิงนี้ ข้าพเจ้ายังอยากขอขอบคุณประชาชนชาวกัมพูชาและชาวไทย ตลอดจนกองทัพของทั้งสองประเทศ สำหรับการสนับสนุนอย่างมั่นคงในกระบวนการสันติภาพนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook/hun sen

คนร้ายลักพาตัวในไนจีเรีย สังหารตัวประกัน 38 ศพ แม้รับเงินค่าไถ่ไปแล้ว

คนร้ายลักพาตัวในไนจีเรีย สังหารตัวประกัน 38 ศพ แม้รับเงินค่าไถ่ไปแล้ว

29 ก.ค. 2568 04:25 น.

คนร้ายลักพาตัวในไนจีเรีย สังหารตัวประกัน 38 ศพ แม้รับเงินค่าไถ่ไปแล้ว

กลุ่มคนร้ายลักพาตัวในไนจีเรีย ก่อเหตุสังหารตัวประกัน 38 คนที่พวกเขาลักพาตัวไปจากหมู่บ้านทางตอนเหนือของประเทศ ทั้งที่ได้รับเงินค่าไถ่ไปแล้ว

สำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของประเทศไนจีเรียว่า คนร้ายลักพาตัวสังหารตัวประกัน 38 คนที่ถูกลักพาตัวไปจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐซัมฟารา ทางตอนเหนือของประเทศ ทั้งที่มีการจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อแลกกับการปล่อยตัวพวกเขาไปแล้ว

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แก๊งอาชญากรรมในไนจีเรีย ซึ่งถูกเรียกด้วยชื่อท้องถิ่นว่า “โจร” นิยมใช้วิธีการลักพาตัวผู้คนเรียกค่าไถ่เพื่อหาเงินเข้ากลุ่มของตัวเอง

ในเหตุการณ์ล่าสุด มีชาวบ้าน 56 คนถูกลักพาตัวไปจากหมู่บ้านบังกา ในเขตเคารา นาโมดา (Kaura Namoda) ของรัฐซัมฟาราไปเมื่อเดือนมีนาคม โดยกลุ่มคนร้ายติดอาวุธเรียกร้องเงินค่าไถ่เป็นจำนวน 1 ล้านไนรา (ราว 21,000 บาท) ต่อคน

นายมันนิรู ไฮดารา เคารา ประธานรัฐบาลท้องถิ่น กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว และพวกเขาถูกสังหารเหมือนกับเป็นปศุสัตว์

“สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ พวกโจรเรียกร้องเงินค่าไถ่ และหลังจากเจรจากันไปมา พวกเขาก็ได้รับในสิ่งที่ร้องขอ พวกนั้นปล่อยตัวประกัน 18 คน ประกอบด้วยผู้หญิง 17 คน กับเด็กชายอีก 1 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (26 ก.ค.)” นายไฮดารากล่าว อย่างไรก็ตาม ตัวประกันที่เหลืออีก 38 คน ถูกสังหาร

“มีแต่พวกเขา (กลุ่มมือปืน) เท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาสังหารตัวประกันทำไม พวกเขาเป็นคนไร้เหตุผลและไร้หัวใจ พวกเขาลืมไปว่ากำลังสังหารพี่น้องของตัวเอง และสุดท้ายพวกเราจะไปพบกันที่เบื้องหน้าพระอัลเลาะห์”

เจ้าหน้าที่บอกด้วยว่า ตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัว 16 จาก 18 คน กำลังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 38 คน ไม่น่าที่จะได้คืนกลับมาแล้ว เฉกเช่นเดียวกับกรณีในอดีต

ทั้งนี้ ไนจีเรียพยายามแก้ปัญหาการลักพาตัวที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ โดยเมื่อปี 2565 พวกเขาออกกฎหมายใหม่ทำให้การจ่ายเงินค่าไถ่กลายเป็นอาชญากรรม มีโทษจำคุกอย่างน้อย 15 ปี อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยมีใครถูกจับกุมด้วยข้อหานี้

รัฐบาลไนจีเรียยังเพิ่มโทษของการลักพาตัวเป็นประหารชีวิต ในกรณีที่ผู้ถูกกระทำเสียชีวิตด้วย แต่ครอบครัวชาวไนจีเรียมักถูกบีบให้จ่ายเงินค่าไถ่เพื่อช่วยเหลือบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา โดยอ้างว่ารัฐบาลไร้ความสามารถในการรับประกันความปลอดภัยให้แก่พวกเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์แย้งเนทันยาฮู ยืนยันกำลังเกิดความอดอยากอย่างแท้จริงในกาซา

ทรัมป์แย้งเนทันยาฮู ยืนยันกำลังเกิดความอดอยากอย่างแท้จริงในกาซา

29 ก.ค. 2568 02:36 น.

ทรัมป์แย้งเนทันยาฮู ยืนยันกำลังเกิดความอดอยากอย่างแท้จริงในกาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า กำลังเกิดความอดอยากอย่างแท้จริงในฉนวนกาซา สวนทางกับผู้นำอิสราเอลที่กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีความอดอยากในกาซา

เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ก.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวสอบถามโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างการพบปะกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรว่า เขาเห็นด้วยกับคำพูดของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่ว่า ไม่มีความอดอยากในฉนวนกาซาหรือไม่

นายทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่รู้นะ .. เด็กๆ เหล่านั้นดูหิวมาก” ก่อนที่เขากล่าวในเวลาต่อมาว่า “มีความหิวโหยที่แท้จริงในกาซา คุณไม่สามารถโกหกเรื่องนี้ได้” “ไม่มีใครทำได้ดีที่นั่นเลย ทั้งพื้นที่เละเทะไปหมด ผมบอกอิสราเอลว่าบางทีพวกเขาอาจต้องใช้วิธีที่แตกต่างออกไป”

คำพูดของนายทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่ นายทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติ ฝ่ายกิจการด้านมนุษยธรรมและผู้ประสานงานบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินของสหประชาชาติออกมาเตือนว่า จำเป็นต้องมีเสบียงอาหารปริมาณมหาศาลเพื่อแก้ปัญหาความหิวโหยในฉนวนกาซา

นายเฟลตเชอร์กล่าวว่า เขายินดีกับมาตรการใหม่ของอิสราเอลที่จะหยุดโจมตีในกาซาวันละ 10 ชั่วโมง และเปิดเส้นทางขนส่งความช่วยเหลือเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้เพิ่มขึ้น แต่การขนส่งในช่วงที่ผ่านมานั้น เหมือนกับหยดน้ำตกลงในมหาสมุทร เมื่อเทียบกับปริมาณเสบียงอาหารที่ชาวกาซาต้องการจริงๆ

“มันเป็นจุดเริ่มต้น แต่ช่วง 2-3 วันข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสิน เราต้องการการขนส่งในปริมาณเยอะกว่านี้มากๆ เราต้องส่งความช่วยเหลือจำนวนมากเข้าไป และในอัตราที่เร็วมากด้วย” นายเฟลตเชอร์กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ค.) นายเนทันยาฮูออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า อิสราเอลจงใจทำให้ชาวกาซาอดอยาก ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม

“ช่างเป็นการโกหกอย่างหน้าไม่อาย ไม่มีนโยบายทำให้กาซาอดอยาก และไม่มีความอดอยากในกาซา” ผู้นำอิสราเอลกล่าว “เราเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซาตลอดช่วงที่เกิดสงคราม มิเช่นนั้น คงไม่มีชาวกาซาเหลือแล้ว และสิ่งที่ขัดขวางการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมนี้มีกองกำลังเดียวคือ กลุ่มฮามาส นี่เป็นการบิดเบือนความจริงอีกครั้ง”

เนทันยาฮูกล่าวอีกว่า มาตรการหยุดโจมตีและเปิดทางส่งความช่วยเหลือใหม่นี้ หมายความว่าสหประชาชาติจะไม่เหลือข้ออ้างที่จะไม่มารับและแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือจากด่านข้ามพรมแดน “หยุดโกหก หยุดหาข้ออ้าง ทำในสิ่งที่คุณต้องทำ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์คุยฮุน มาเนต ตกลงให้สหรัฐฯ ร่วมสังเกตการณ์หยุดยิง ไทย-กัมพูชา

ทรัมป์คุยฮุน มาเนต ตกลงให้สหรัฐฯ ร่วมสังเกตการณ์หยุดยิง ไทย-กัมพูชา

29 ก.ค. 2568 00:21 น.

ทรัมป์คุยฮุน มาเนต ตกลงให้สหรัฐฯ ร่วมสังเกตการณ์หยุดยิง ไทย-กัมพูชา

โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสายคุยฮุน มาเนต และตกลงให้สหรัฐฯ เข้าร่วมในการสังเกตการณ์การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเริ่มขึ้นในคืนนี้

สำนักข่าว Fresh News Asia ของกัมพูชารายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เห็นชอบที่จะให้สหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ค. 2568 เป็นต้นไป

การตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่นายทรัมป์พูดคุยทางโทรศัพท์กับสมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อคืนวันจันทร์ (28 ก.ค.)

โดยสมเด็จฯ ฮุน มาเนต เปิดเผยผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตัวเองว่า ระหว่างเดินทางกลับกัมพูชา ตัวเขาได้รับโทรศัพท์จากประธานาธิบดีทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐฯ แสดงความยินดีกับเขาที่ประสบความสำเร็จในการเจรจาหยุดยิงในทันทีกับไทย ซึ่งนายทรัมป์เห็นเป็นเรื่องสำคัญมากและจับตาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

ระหว่างการสนทนา สมเด็จฯ ฮุน มาเนต ได้แสดงความขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งสำหรับการริเริ่มและการอำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาหยุดยิงอย่างรวดเร็ว และสำหรับการที่สหรัฐฯ เป็นผู้ร่วมจัดการประชุมพิเศษที่มาเลเซียในวันนี้ (28 ก.ค.)

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้แสดงความเห็นว่า การจะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงนี้บังคับใช้อย่างเต็มที่และยั่งยืนได้ จำเป็นต้องมีกลไกที่ชัดเจนเพื่อสังเกตการณ์และยืนยันความถูกต้องของการบังคับใช้โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในจุดที่มีการตกลงกันในการประชุมพิเศษ

และสำหรับเรื่องนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตกลงที่จะให้สหรัฐฯ เข้าร่วมในกระบวนการสังเกตการณ์การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง และให้ความร่วมมือในกลไกซึ่งกำหนดโดยมาเลเซีย เพื่อรับประกันให้การสังเกตการณ์ประสบความสำเร็จ

ประธานาธิบดีทรัมป์มองว่านี่เป็นงานที่สำคัญและพิเศษ และเขาปรารถนาจะเห็นสันติภาพอย่างยั่งยืนถาวรระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : freshnewsasia

ทรัมป์ยินดี ไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง สั่งทีมเตรียมกลับมาเจรจาการค้า

ทรัมป์ยินดี ไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง สั่งทีมเตรียมกลับมาเจรจาการค้า

28 ก.ค. 2568 22:39 น.

ทรัมป์ยินดี ไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง สั่งทีมเตรียมกลับมาเจรจาการค้า

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยินดี ไทยกับกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง พร้อมระบุว่า ได้สั่งการให้ทีมงานเตรียมกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้งแล้ว

เมื่อ 28 ก.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่าเขาได้คุยกับผู้นำไทยกับกัมพูชาแล้ว และขอแสดงความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง พร้อมระบุว่า เขาได้สั่งการทีมงานให้เตรียมกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้งแล้ว

“เพิ่งพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีรักษาการของประเทศไทยกับนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ผมยินดีที่จะประกาศว่า หลังจากการเข้าไปมีส่วนร่วมของประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพแล้ว ขอแสดงความยินดีกับทุกฝ่าย!”

“ด้วยการยุติสงครามนี้ เราได้ช่วยหลายพันชีวิตเอาไว้ ผมได้สั่งการให้ทีมการค้าของผมเริ่มการเจรจาการค้าใหม่อีกครั้งแล้ว ตอนนี้ผมยุติสงครามไปมากมายภายในเวลาเพียง 6 เดือน ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ!”

ทรัมป์ยินดี ไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง สั่งทีมเตรียมกลับมาเจรจาการค้า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial / @realDonaldTrump

ทรัมป์ลดเส้นตาย ให้รัสเซียทำข้อตกลงสันติภาพยูเครนภายใน 10-12 วัน

ทรัมป์ลดเส้นตาย ให้รัสเซียทำข้อตกลงสันติภาพยูเครนภายใน 10-12 วัน

28 ก.ค. 2568 21:18 น.

ทรัมป์ลดเส้นตาย ให้รัสเซียทำข้อตกลงสันติภาพยูเครนภายใน 10-12 วัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลดเส้นตายที่ให้ผู้นำรัสเซียทำข้อตกลงหยุดสันติภาพกับยูเครนลงเหลือเพียง 10-12 วัน โดยระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่ต้องรอ

ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวระหว่างการพูดคุยกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรว่า เขาจะลดระยะเวลาที่เขากำหนดให้รัสเซียใช้สำหรับทำข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนจาก 50 วัน เหลือ 10-12 วันเท่านั้น

“ใช่ ผมจะกำหนดเส้นตายใหม่ให้เหลือประมาณ 10-12 วันหลังจากนี้” นายทรัมป์กล่าว “ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรอ ผมอยากจะใจกว้างนะ แต่เราไม่เห็นความคืบหน้าเกิดขึ้นเลย”

นายทรัมป์ยังกล่าวคำขู่อีกครั้งว่าจะตั้งกำแพงภาษีทุติยภูมิกับรัสเซียด้วย โดยระบุว่า “จะมีมาตรการคว่ำบาตรหรืออาจจะภาษีศุลกากร ภาษีศุลกากรทุติยภูมิน่ะ ผมไม่อยากทำอย่างนี้กับรัสเซียหรอกนะ”

“หากคุณคิดตามสามัญสำนึก คุณคงคิดว่าคุณอยากทำข้อตกลง” นายทรัมป์กล่าว โดยสื่อถึงนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย “ผมคิดว่าเดี๋ยวเราจะได้รู้คำตอบ”

อนึ่ง นายทรัมป์กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาจะลดเส้นตาย 50 วันที่มอบให้ปูตินลง เพราะเขาคิดว่าเขารู้คำตอบที่จะออกมาแล้ว

“เราคิดว่าเราเห็นเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และจากนั้นประธานาธิบดีปูตินก็สั่งยิงจรวดเข้าใส่เมืองยูเครนอย่างกรุงเคียฟ สังหารคนมากมายในบ้านพักผู้ป่วยหรือที่ไหนก็ตาม” นายทรัมป์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ไทย-กัมพูชา: หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข หลังเที่ยงคืนวันนี้

ไทย-กัมพูชา: หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข  หลังเที่ยงคืนวันนี้

28 ก.ค. 2568 17:47 น.

ไทย-กัมพูชา: หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข หลังเที่ยงคืนวันนี้

ผู้นำไทย-กัมพูชา แถลงข้อตกลงหยุดยิงทันทีหลังเที่ยงคืนวันนี้ (28 ก.ค.) ก่อนผู้บัญชาการทหารของทั้งสองฝ่ายหารือกันในวันพรุ่งนี้ 7 โมงเช้า และประชุมผ่านกลไก JBC ในวันที่ 4 ส.ค.นี้

อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซียได้เริ่มกล่าวแถลงผลการหารือระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเริ่มต้นจากการแสดง “ความซาบซึ้งและความกตัญญูอย่างสุดซึ้ง” ต่อผู้นำไทยและกัมพูชา

อันวาร์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา และนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ “แสดงจุดยืนและความเต็มใจที่จะหยุดยิงโดยทันที” 

อันวาร์กล่าวว่า ไทยและกัมพูชาจะมี “การหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข” โดยจะมีผลตั้งแต่เวลา 24:00 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 28 กรกฎาคม เขากล่าวว่า “นี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งสู่การลดความตึงเครียดและการฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง” 

ทั้งกัมพูชาและไทยได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันดังนี้

1. การหยุดยิงทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยจะมีผลตั้งแต่เวลา 24:00 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการลดระดับความตึงเครียด และฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง

2. จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้บัญชาการทหารภาค (ทหารภาค 1 และ 2 ฝ่ายไทย และทหารภาค 4 และ 5 ฝ่ายกัมพูชา) ในเวลา 07.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และตามด้วยการประชุมกับผู้ช่วยทูตฝ่ายกลาโหมซึ่งนำโดยประธานอาเซียน หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน 

3. เพื่อเรียกประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเน ของกัมพูชา กล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยเรียกการเจรจาครั้งนี้ว่าเป็น “การประชุมที่ดีมาก” และกล่าวว่าเขาหวังว่าจะยุติการสู้รบ “โดยทันที” เขาตั้งข้อสังเกตว่า มีผู้พลัดถิ่นจากทั้งสองฝ่ายของความขัดแย้งแล้ว 300,000 คน ผู้นำกัมพูชายังขอบคุณนายอันวาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และรัฐบาลจีนที่มีส่วนร่วมในการไกล่เกลี่ย เขายังขอบคุณนายภูมิธรรม สำหรับการมีส่วนร่วมอย่าง “สร้างสรรค์” ในการเจรจา

นายอันวาร์กล่าวว่า  เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากการหยุดยิงมีผลบังคับใช้ ผู้บัญชาการทหารของทั้งสองฝ่ายจะจัด “การประชุมอย่างไม่เป็นทางการ” ในเวลา 07.00 น. ของวันอังคาร (29 ก.ค.)  หลังจากนั้นจะมีการประชุมผู้ช่วยทูตฝ่ายกลาโหม นำโดยประธานอาเซียนในวันที่ 4 สิงหาคม

ฮุน มาเนต กล่าวว่าเขามั่นใจว่าผลลัพธ์จากการเจรจาจะ “เปิดโอกาสมากมายให้ประชาชนหลายแสนคนทั้งสองฝ่ายได้กลับคืนสู่ภาวะปกติ” เขาเสริมว่าถึงเวลาแล้วที่จะ “เริ่มสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นระหว่างกัมพูชาและไทยให้กลับมาเข้มแข็งขึ้น”

รักษาการนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ได้กล่าวสั้นๆ ต่อนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เขากล่าวว่าการหยุดยิงนี้ประเทศของเขาได้เจรจา “ด้วยความสุจริตใจ” และประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพ.

“เพชร จันมุนี” ภรรยาฮุน มาเนต ยันทหารแนวหน้าไม่ขาดเสบียง หลังโซเชียลแพร่คลิปทหารชายแดนไม่มีข้าวกิน

"เพชร จันมุนี" ภรรยาฮุน มาเนต ยันทหารแนวหน้าไม่ขาดเสบียง หลังโซเชียลแพร่คลิปทหารชายแดนไม่มีข้าวกิน

28 ก.ค. 2568 15:30 น.

“เพชร จันมุนี” ภรรยาฮุน มาเนต ยันทหารแนวหน้าไม่ขาดเสบียง หลังโซเชียลแพร่คลิปทหารชายแดนไม่มีข้าวกิน

“เพชร จันมุนี” ภรรยาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ยืนยันทหารแนวหน้าไม่ขาดเสบียง หลังโซเชียลกัมพูชาว่อนอ้าง ทหารชายแดนไม่มีข้าวกิน 

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 นางเพชร จันมุนี ภรรยานายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกมายืนยันผ่านสื่อ ว่าทหารแนวหน้าของกองทัพกัมพูชายังได้รับเสบียงอย่างเพียงพอ ไม่มีการขาดแคลนอาหาร หรือสิ่งของจำเป็นแต่อย่างใด

การออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชาเผยแพร่ข้อความจำนวนมาก อ้างว่าทหารแนวหน้าหลายพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหารและสิ่งจำเป็นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง 

ทั้งนี้ ภรรยาผู้นำกัมพูชาไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าทางการได้มีการจัดส่งเสบียงอย่างไรหรือครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง แต่ย้ำว่า กำลังพลของกัมพูชาได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม  ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย.