ศาลฎีกาเกาหลีใต้ตัดสินยกฟ้องประธานซัมซุง คดีทุจริตปี 2015

ศาลฎีกาเกาหลีใต้ตัดสินยกฟ้องประธานซัมซุง คดีทุจริตปี 2015

17 ก.ค. 2568 12:01 น.

ศาลฎีกาเกาหลีใต้ตัดสินยกฟ้องประธานซัมซุง คดีทุจริตปี 2015

ศาลฎีกาเกาหลีใต้ตัดสินให้นายอี แจ-ยอง ประธานบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ พ้นผิดจากข้อกล่าวหาฉ้อโกง ยุติการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานานหลายปีเกี่ยวกับบทบาทของเขาในข้อตกลงควบรวมกิจการในปี 2015

นายอี ซึ่งเป็นหลานชายของผู้ก่อตั้งซัมซุง และดำรงตำแหน่งประธานบริษัทโดยพฤตินัยตั้งแต่ปี 2014 ถูกกล่าวหาว่าใช้การฉ้อโกงหุ้นและบัญชีเพื่อพยายามเข้าควบคุมบริษัท ในคำตัดสินขั้นสุดท้าย ศาลฎีกาในกรุงโซลได้ยืนยันคำตัดสินว่าเขาไม่มีความผิด หลังจากที่นายอีได้รับการยกฟ้องทุกข้อกล่าวหาในการพิจารณาคดีสองครั้งก่อนหน้านี้

คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งนี้ ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชันขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจครอบครัวที่ทรงอิทธิพลที่รู้จักกันในชื่อแชโบล

ทนายความของซัมซุงกล่าวว่า “วันนี้ ศาลฎีกาได้ยืนยันอย่างชัดเจนผ่านคำตัดสินขั้นสุดท้ายว่า การควบรวมกิจการของซัมซุง ซีแอนด์ที และการจัดการบัญชีของซัมซุง ไบโอโลจิกส์ เป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย”  “เราขอขอบคุณศาลอย่างจริงใจสำหรับคำพิพากษาอันชาญฉลาดหลังจากกระบวนการพิจารณาคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นเวลาห้าปี”

นายอี แจ-ยอง ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงหลังจากการควบรวมกิจการ ซึ่งอัยการระบุว่ามีจุดประสงค์เพื่อโอนการควบคุมบริษัทจากนายอี คุนฮี ผู้เป็นบิดา โดยบิดาของเขามีอาการหัวใจวายในปี 2014 และประสบปัญหาทางกฎหมายของตนเอง และเสียชีวิตในปี 2020

ส่วนนายอี จุน-โฮ น้องชายของเขาถูกจับกุมครั้งแรกในปี 2017 ในข้อหาติดสินบนเพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทสาขาสองแห่งของซัมซุง

ตลอดระยะเวลาที่ประสบปัญหาทางกฎหมาย เขาถูกลดโทษจำคุกหลายครั้ง หนึ่งในนั้นเกิดจากการอภัยโทษพิเศษจากประธานาธิบดี ขณะที่เขากำลังรอลงอาญา

ในขณะนั้น รัฐบาลกล่าวว่าผู้นำของซัมซุง บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ มีความจำเป็นในการเป็นแกนนำในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเกาหลีใต้หลังจากการระบาดของโควิด-19

ในปี 2024 ศาลแขวงได้ตัดสินให้นายอีพ้นผิดจากข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับการควบรวมกิจการมูลค่าราว 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างบริษัทสาขาสองแห่ง นายอีพ้นผิดอีกครั้งหลังจากที่อัยการยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลสูง

คดีความในช่วงทศวรรษที่ผ่านมายิ่งทำให้ซัมซุงประสบปัญหา เนื่องจากบริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและผลประกอบการของตลาดหุ้นที่ย่ำแย่.

ที่มา BBC

ไดโนเสาร์วัยละอ่อน “เซราทอโทซอรัส” ถูกประมูลหลักพันล้าน สูงเป็นประวัติการณ์

ไดโนเสาร์วัยละอ่อน "เซราทอโทซอรัส" ถูกประมูลหลักพันล้าน สูงเป็นประวัติการณ์

17 ก.ค. 2568 11:54 น.

ไดโนเสาร์วัยละอ่อน “เซราทอโทซอรัส” ถูกประมูลหลักพันล้าน สูงเป็นประวัติการณ์

โครงกระดูกไดโนเสาร์วัยเยาว์ “เซราทอโทซอรัส” ถูกประมูลไปในราคา 1,100 ล้านบาท ที่โซเธอบีส์ นิวยอร์ก ทุบสถิติราคาสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

นักสะสมตื่นตะลึง โครงกระดูกไดโนเสาร์วัยเยาว์พันธุ์ เซราทอโทซอรัส (Ceratosaurus nasicornis) ถูกขายไปในราคาสูงลิ่วถึง 30.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,100 ล้านบาท ในการประมูล “Geek Week 2025” ของโซเธอบีส์ ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

การประมูลเริ่มต้นด้วยราคาล่วงหน้าที่ 6 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะมีผู้เสนอราคาสูงขึ้นทีละ 5 แสนดอลลาร์ และต่อมาเป็นครั้งละ 1 ล้านดอลลาร์ จนปิดการประมูลที่ 26 ล้านดอลลาร์ และรวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นยอดรวม 30.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ประมาณการล่วงหน้า ที่ตั้งไว้แค่ 4 – 6 ล้านดอลลาร์หลายเท่าโครงกระดูกชิ้นนี้นับเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์สายพันธุ์หายากจากยุคจูราสสิคตอนปลาย อายุราว 150 ล้านปี โดยเป็นโครงกระดูกของ เซราทอโทซอรัส ไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีแขนสั้น เดินสองขา ลักษณะคล้ายทีเร็กซ์ แต่ขนาดเล็กกว่า  โดยตัวโตเต็มวัยจะยาวได้ถึง 7.6 เมตร ขณะที่ ทีเร็กซ์ ยาวได้ถึง 12 เมตร

โครงกระดูกชิ้นนี้ถูกขุดพบบางส่วนตั้งแต่ปี 1996 ที่ Bone Cabin Quarry ใกล้เมืองลารามี รัฐไวโอมิง ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบฟอสซิลที่มีชื่อเสียงระดับโลก จากนั้นจึงนำไปประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้กระดูกจริงกว่า 140 ชิ้น ผสมกับวัสดุจำลองบางส่วน เพื่อให้สามารถจัดแสดงได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อจัดเสร็จแล้ว โครงกระดูกสูงกว่า 2 เมตร และยาวเกือบ 3 เมตร พร้อมสำหรับนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีส่วนตัว

ไฮไลต์อื่นของการประมูลในครั้งนี้ ยังรวมถึง ชิ้นส่วนของดาวอังคารที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบบนโลก ซึ่งขายไปในราคากว่า 5 ล้านดอลลาร์ และรายการของสะสมหายากอีกกว่า 120 รายการ เช่น อุกกาบาต ฟอสซิลแร่ และอัญมณีธรรมชาติระดับคุณภาพนิทรรศการ.

ที่มา : newyorktimes

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไดโนเสาร์

นักข่าวหนีตาย อิสราเอลถล่มยับกระทรวงกลาโหมซีเรีย

นักข่าวหนีตาย อิสราเอลถล่มยับกระทรวงกลาโหมซีเรีย

17 ก.ค. 2568 11:14 น.

นักข่าวหนีตาย อิสราเอลถล่มยับกระทรวงกลาโหมซีเรีย

ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ Rudaw TV ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ระหว่างการรายงานสด หลังเครื่องบินรบอิสราเอลโจมตีอาคารกระทรวงกลาโหมของซีเรีย ใจกลางกรุงดามัสกัส

ผู้สื่อข่าวถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเครื่องบินที่บินอยู่เหนือศีรษะ และปรากฏภาพการระเบิดครั้งแรกดังสนั่นอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเกิดการระเบิดดังสนั่นอีกหลายระลอก ขณะที่ทีมงานต้องวิ่งหาที่กำบัง

เจ้าหน้าที่ซีเรียกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโดรนโจมตีพื้นที่เดียวกันในกรุงดามัสกัส คร่าชีวิตผู้คนไป 3 ราย และบาดเจ็บ 34 ราย

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในกรุงดามัสกัส ถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการที่อิสราเอลกล่าวว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องชนกลุ่มน้อยชาวดรูซ และผลักดันกลุ่มติดอาวุธอิสลามให้ออกไปจากชายแดน ขณะที่การสู้รบระหว่างกลุ่มนิกายที่นองเลือดในจังหวัดซูไวดา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวดรูซ ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่สี่

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล กล่าวว่า กองกำลังของอิสราเอลกำลัง “ทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวดรูซ และเพื่อกำจัดแก๊งอาชญากรของรัฐบาล” ด้านกระทรวงการต่างประเทศซีเรียกล่าวหาอิสราเอลว่า “กระทำการรุกรานที่ทรยศ”

มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในจังหวัดซูไวดามากกว่า 300 คน นับตั้งแต่วันอาทิตย์ (13 ก.ค.) ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังติดอาวุธชาวดรูซและชนเผ่าเบดูอิน

ด้านสำนักข่าวซานาของทางการซีเรียรายงานว่า กองทัพซีเรียเริ่มถอนกำลังออกจากเมืองซูไวดาแล้ว โดยระบุว่ากองทัพกำลังถอนกำลังออกจากเมืองนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างรัฐบาลซีเรียและผู้นำศาสนาของซูไวดา หลังจาก “กองทัพได้ดำเนินการติดตามกลุ่มนอกกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว”

กองทัพอิสราเอลเริ่มโจมตีกองกำลังความมั่นคงซีเรียและอาวุธเมื่อวันจันทร์ หลังจากที่กองกำลังซีเรียเคลื่อนกำลังไปยังเมืองซูไวดาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่กลุ่มกบฏที่นำโดยกลุ่มอิสลามนิกายซุนนีได้โค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดในเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว.

ที่มา BBC

ทรัมป์เผยโค้กอเมริกาเปลี่ยนสูตรครั้งใหญ่ คนรักโค้กเตรียมลุ้นรสชาติใหม่!

ทรัมป์เผยโค้กอเมริกาเปลี่ยนสูตรครั้งใหญ่ คนรักโค้กเตรียมลุ้นรสชาติใหม่!

17 ก.ค. 2568 10:48 น.

ทรัมป์เผยโค้กอเมริกาเปลี่ยนสูตรครั้งใหญ่ คนรักโค้กเตรียมลุ้นรสชาติใหม่!

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า โคคา-โคลา เตรียมปรับสูตรใหม่ในตลาดสหรัฐฯ โดยเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลอ้อย แทนการใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง ซึ่งถูกใช้มาอย่างยาวนาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าเขาได้พูดคุยกับทางโคคา-โคลาเกี่ยวกับการใช้น้ำตาลอ้อยแท้ในผลิตภัณฑ์โค้กในสหรัฐฯ และทางบริษัทโคคา-โคลาได้ตอบตกลงแล้ว พร้อมระบุว่า “นี่จะเป็นก้าวที่ดีมาก และพวกคุณจะได้เห็นว่ามันดีกว่าจริง ๆ”

แม้ทรัมป์จะไม่ได้ให้เหตุผลโดยตรงว่าทำไมจึงผลักดันการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่ก็สามารถเชื่อมโยงได้กับกระแสรณรงค์ด้านสุขภาพในสหรัฐฯ โดยเฉพาะจาก โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี้ จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ที่เคยวิจารณ์ว่าการใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง หรือ HFCS ว่าอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ และสนับสนุนให้หันมาใช้น้ำตาลธรรมชาติมากขึ้น ภายใต้แคมเปญ “Make America Healthy Again”

อย่างไรก็ตาม บริษัทโคคา-โคลา ยังไม่ได้ยืนยันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยออกแถลงการณ์สั้นว่า “เราขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ที่ให้ความสนใจกับแบรนด์โคคา-โคลาของเรา รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรมในกลุ่มโค้ก จะประกาศเร็ว ๆ นี้”

ทรัมป์เผยโค้กอเมริกาเปลี่ยนสูตรครั้งใหญ่ คนรักโค้กเตรียมลุ้นรสชาติใหม่!

น้ำเชื่อมข้าวโพด vs น้ำตาลอ้อยแตกต่างกันอย่างไร?

น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง (HFCS) กลายเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ ตั้งแต่ยุค 1970 เนื่องจากมีราคาถูกจากการสนับสนุนภาคเกษตร และภาษีนำเข้าน้ำตาลอ้อยที่สูง จน HFCS กลายเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มหลายชนิด รวมถึงโค้ก แม้ความแตกต่างด้านสุขภาพจะยังไม่ชัดเจนในผลวิจัยล่าสุดปี 2022 แต่ก็พบว่า HFCS อาจมีส่วนกระตุ้นการอักเสบในร่างกายได้เล็กน้อย

ที่น่าสนใจคือโค้กจากเม็กซิโกที่ใช้น้ำตาลอ้อยมาตั้งแต่ต้น ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอเมริกันและมักมีราคาสูงกว่า เพราะถูกมองว่ามีรสชาติดั้งเดิม และ ธรรมชาติกว่า

การเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลอ้อยอาจส่งผลทั้งต่อสุขภาพ รสชาติ และอุตสาหกรรมเกษตรในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ “Corn Belt” หรือรัฐที่ปลูกข้าวโพดเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญของทรัมป์ด้วย

หากโคคา-โคลาเดินหน้าปรับสูตรจริง นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในวงการเครื่องดื่มน้ำอัดลมของสหรัฐฯ ในรอบหลายทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม แม้จะผลักดันให้โคคา-โคลาเปลี่ยนสูตร แต่ทรัมป์ก็ยังคงชื่นชอบ Diet Coke ซึ่งไม่มีน้ำตาลและใช้สารให้ความหวาน แอสปาแตม ซึ่งปัจจุบันถูกจัดเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งได้ โดยองค์กรวิจัยมะเร็งสากล (IARC)

ขณะดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ยังเคยสั่งติดตั้ง ปุ่มพิเศษในห้องทำงานประธานาธิบดี เพื่อขอ Diet Coke ได้ทุกเมื่ออีกด้วย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โค้ก

ชาวดรูซเป็นใคร? ทำไมอิสราเอลโจมตีซีเรียเพื่อปกป้อง

ชาวดรูซเป็นใคร? ทำไมอิสราเอลโจมตีซีเรียเพื่อปกป้อง

17 ก.ค. 2568 09:55 น.

ชาวดรูซเป็นใคร? ทำไมอิสราเอลโจมตีซีเรียเพื่อปกป้อง

  • เกิดการปะทะรอบใหม่ระหว่างกองกำลังฝ่ายรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มติดอาวุธชาวดรูซ จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้กองทัพรัฐบาลต้องเข้าระงับเหตุ
  • แต่เหตุการณ์นี้ทำให้อิสราเอลตัดสินใจเปิดฉากโจมตีกองทัพรัฐบาลซีเรีย อ้างว่าทำเพื่อป้องกันชนกลุ่มน้อยชาวดรูซในซีเรีย ซึ่งเป็นมิตรกับชาวดรูซในอิสราเอล
  • ล่าสุดรัฐบาลซีเรียกับชาวดรูซบรรลุข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่แล้ว แต่ผู้นำชาวดรูซบางคนประกาศจะยังไม่ยอมหยุดต่อสู้ ทำให้ต้องมาดูกันต่อว่า การหยุดยิงจะบังคับใช้ได้หรือไม่

เหตุความรุนแรงทางศาสนาระลอกใหม่ปะทุขึ้นในซีเรียอีกครั้ง ตอกย้ำเรื่องความมั่นคงอันเปราะบาง ในขณะที่รัฐบาลใหม่ของประเทศพยายามบังคับใช้อำนาจควบคุมดินแดนที่แตกออกเป็นหลายส่วน

ในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. มีรายงานว่าพ่อค้าจากชนกลุ่มน้อยชาวดรูซถูกลักพาตัวไป ทำให้เกิดการปะทะนองเลือดระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาวดรูซ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ กับกองกำลังชาวเบดูอิน ซึ่งนับถือนิกายสุหนี่ ในจังหวัดซูเวดา ทางตอนใต้ของซีเรีย

เหตุปะทะดังกล่าวทำให้รัฐบาลซีเรียตัดสินใจส่งทหารเข้าไปเพื่อระงับเหตุ และเกิดการปะทะกับชาวดรูซ และนั่นเป็นเหตุให้อิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศในซีเรียรอบใหม่ โดยอ้างว่าทำเพื่อปกป้องชาวดรูซ และกำจัดกองกำลังฝ่ายโปรรัฐบาลที่เป็นฝ่ายโจมตีชาวดรูซในซูเวดา

ชนกลุ่มน้อยชาวดรูซเป็นใคร ทำไมอิสราเอลจึงตัดสินใจโจมตีซีเรียเพื่อปกป้องคนกลุ่มนี้?

เกิดอะไรขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา?

กองทัพรัฐบาลซีเรียเข้าสู่จังหวัดซูเวดา ซึ่งเป็นที่มั่นของชุมชนชาวดรูซ ในวันอังคารที่ 15 ก.ค. 2568 หลังเกิดการปะทะกันระหว่างชาวดรูซกับชาวเบดูอินเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดประกายความกังวลว่าอาจจะเกิดการโจมตีชนกลุ่มน้อยอีกครั้ง

กระทรวงมหาดไทยของซีเรียระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพและบาดเจ็บอีกเกือบ 100 คนในการปะทะกันดังกล่าว แต่องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) อ้างว่า มีผู้เสียชีวิตในการปะทะอย่างน้อย 300 ศพนับตั้งแต่วันอาทิตย์ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

การที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยในสัปดาห์นี้ ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ชาวดรูซ จนบุคคลสำคัญของชุมชนออกมาเรียกร้องให้นานาชาติช่วยคุ้มครอง

อิสราเอล ซึ่งเคยประกาศว่าจะปกป้องชาวดรูซในซีเรีย เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่กองทัพรัฐบาลซีเรียที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดซูเวดา และประกาศกร้าวว่าจะโจมตีต่อไปเพื่อปกป้องชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้ ส่วนฝ่ายซีเรียประณามอิสราเอลว่าละเมิดอธิปไตยของประเทศของพวกเขา

นายทอม บาร์แรกค์ ทูตสหรัฐฯ ประจำซีเรีย กล่าวว่า การปะทะที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลให้แก่ทุกฝ่าย และสหรัฐฯ กำลังพยายามฟื้นฟูความสงบสุข ทั้งสำหรับชาวดรูซ, ชาวเบดูอิน, รัฐบาลซีเรีย และกองทัพอิสราเอล

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็นกับเว็บไซต์ข่าวแอกซิออส (Axios) โพสต์ข้อความบน X อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามนายหนึ่งว่า รัฐบาลทรัมป์ขอให้อิสราเอลหยุดการโจมตีกองทัพซีเรียในภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่นายนี้บอกว่า อิสราเอลรับปากว่าจะหยุดโจมตีในช่วงเย็นวันอังคาร

แต่ในวันพุธ นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลออกมาขู่ว่า กองทัพอิสราเอลเพิ่มความเข้มข้นของการโจมตีกองทัพรัฐบาลซีเรียในจังหวัดซูเวดามากขึ้น หากพวกเขาไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน อิสราเอลก็โจมตีทางอากาศเข้าใส่ตึกกระทรวงกลาโหมของซีเรีย กับพื้นที่ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงดามัสกัส จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ

ชาวดรูซเป็นใคร?

ชาวดรูซคือชนกลุ่มน้อยชาวอาหรับ มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน โดยกว่าครึ่งอาศัยอยู่ในซีเรีย ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในเลบานอนกับซีเรีย นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์สาขาย่อยซึ่งกำเนิดขึ้นในอียิปต์ช่วงศตวรรษที่ 11 โดยอนุญาตให้นับถือได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนความเชื่อ และห้ามการแต่งงานระหว่างคนต่างเชื้อชาติ, ศาสนา และสังคม

ในซีเรีย ชุมชนชาวดรูซรวมตัวกันอยู่ใน 3 จังหวัดติดกับที่ราบสูงโกลัน ซึ่งถูกอิสราเอลยึดไปหลังสงคราม 6 วันในปี 2510 โดยเฉพาะในจังหวัดซูเวดา ซึ่งชาวดรูซเป็นประชากรส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังมีชาวดรูซอีกราว 20,000 คน อาศัยอยู่ในที่ราบสูงโกลัน ร่วมกับชาวยิวราว 25,000 คน

อย่างไรก็ตาม ชาวดรูซที่โกลันส่วนใหญ่ระบุว่าตัวเองเป็นชาวซีเรีย และปฏิเสธสัญชาติอิสราเอลในตอนที่กองทัพอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่ดังกล่าว โดยพวกเขารับเป็นบัตรผู้อยู่อาศัยในอิสราเอลแทน

ทำไมกองทัพซีเรียปะทะกับชาวดรูซ?

หลังจากโค่นล้มรัฐบาลของจอมเผด็จการ บาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งปกครองซีเรียมาหลายสิบปี นายอาเหม็ด อัล-ชารา ซึ่งกลายเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรียได้ให้คำมั่นว่าจะปกป้องกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในประเทศ แต่กองกำลังมุสลิมสุหนี่ซึ่งให้การสนับสนุนเขา ยังคงเผชิญหน้ากับชนกลุ่มน้อยต่างศาสนาอย่างต่อเนื่อง

ในเดือนมีนาคม มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยศพระหว่างการปราบปรามชนเผ่าอาลาไวต์ เชื้อชาติเดียวกับนายอัสซาด ในจังหวัดลาตาเกีย ทางตะวันตกของประเทศ และในเดือนเมษายน ก็เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังฝ่ายโปรรัฐบาลใหม่ กับกลุ่มติดอาวุธชาวดรูซ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 ศพ

ปัญหาหลักที่ทำให้รัฐบาลใหม่ของซีเรียกับชาวดรูซไม่ลงรอยกันคือ การขอให้กลุ่มติดอาวุธชาวดรูซวางอาวุธ และผสานเข้ากับกองทัพ เนื่องจากนายอัล-ชารา ต้องการรวมกลุ่มติดอาวุธทั้งหมดภายใต้กองทัพเดียว แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังทำข้อตกลงกับชาวดรูซ ผู้ยืนยันว่าจะรักษากองกำลังอิสระเอาไว้ไม่ได้

ชาวดรูซยังคงไม่เชื่อใจรัฐบาลของอัล-ชารา แม้พวกเขาบางส่วนจะเคยต่อต้านรัฐบาลเผด็จการของอัสซาด แต่ตัวนายอัล-ชาราเองก็เคยเป็นผู้นำกลุ่มติดอาวุธอิสลามญิฮาดมาก่อน ชาวดรูซยังแสดงความกังวลด้วยว่า ผู้นำของพวกเขาถูกกีดกันออกจากการเจรจากับอัล-ชารา และถูกจำกัดการมีส่วนร่วมในรัฐบาลใหม่ โดยตอนนี้มีรัฐมนตรีชาวดรูซเพียง 1 คนเท่านั้น

ในวันพุธ รัฐบาลซีเรียอ้างว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงใหม่กับชาวดรูซแล้ว หลังข้อตกลงฉบับก่อนพังทลายภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยตามข้อตกลง พวกเขาจะหยุดปฏิบัติการทางทหาร ก่อตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์กับผู้นำชาวดรูซ และให้สมาชิกชุมชนเป็นผู้นำในการดูแลความมั่นคงของจังหวัดซูเวดา

นายยูสเซฟ จาร์บู หนึ่งในผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวดรูซ ยืนยันว่ามีการบรรลุข้อตกลงจริง แต่นายฮิกมัต อัล-ฮิจรี ผู้นำคนสำคัญของชาวดรูซปฏิเสธการหยุดยิง และเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเขาต่อสู้ต่อไป

ทำไมอิสราเอลเข้าแทรกแซง?

ในวันอังคาร สำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลมีพันธสัญญาที่จะป้องกันอันตรายต่อชาวดรูซในซีเรีย เนื่องจากความเป็นพี่น้องอย่างลึกซึ้งกับประชาชนชาวดรูซในอิสราเอล กับความคุ้นเคยและสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชาวดรูซในซีเรีย

ชาวดรูซในอิสราเอลกว่า 130,000 คน อาศัยอยู่ในภูมิภาคกาลิลี บริเวณภูเขาคาร์เมล ทางเหนือของประเทศ แต่สิ่งที่ตรงข้ามกับชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในอิสราเอลคือ ชายชาวดรูซที่มีอายุ 18 ปีขึ้น จะต้องเข้ารับใช้กองทัพ และมักไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงได้ หรือไปสร้างอาชีพในหน่วยตำรวจและกองกำลังความมั่นคงอื่นๆ พวกเขาจึงถูกมองว่าเป็นผู้ภักดีต่อรัฐบาล

อิสราเอลยังประกาศแต่เพียงฝ่ายเดียว ตั้งเขตปลอดอาวุธในพื้นที่ทางใต้ของซีเรียซึ่งครอบคลุมที่อยู่ของชาวดรูซบางส่วน พร้อมทั้งห้ามนำทหารกับอาวุธเข้ามาในเขตดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่าซีเรียประกาศไม่ยอมรับ และร่วมกับประชาชนนานาชาติ เรียกร้องให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารที่ละเมิดอธิปไตยของซีเรีย

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร นายอัล-ฮิจรี เรียกร้องขอความคุ้มครองจากนานาชาติ จากการเผชิญหน้ากับปฏิบัติการป่าเถื่อนของรัฐบาลซีเรียกับกองกำลังพันธมิตรด้วยทุกวิธีการที่เป็นไปได้

แต่แถลงการณ์ที่ออกโดยผู้นำชาวดรูซคนอื่นๆ ต้อนรับการเข้าแทรกแซงของรัฐบาลซีเรียในจังหวัดซูเวดา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจของพวกเขา และขอให้กลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในจังหวัดแห่งนี้ ส่งมอบอาวุธให้กองทัพ และเริ่มการเจรจากับรัฐบาล


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn , bbc

แผ่นดินไหว 7.3 เขย่าอะแลสกา เตือนสึนามิชายฝั่งตอนใต้ ปชช.อพยพขึ้นที่สูง

แผ่นดินไหว 7.3 เขย่าอะแลสกา เตือนสึนามิชายฝั่งตอนใต้ ปชช.อพยพขึ้นที่สูง

17 ก.ค. 2568 09:15 น.

แผ่นดินไหว 7.3 เขย่าอะแลสกา เตือนสึนามิชายฝั่งตอนใต้ ปชช.อพยพขึ้นที่สูง

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ของรัฐอะแลสกา ทำให้หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ  ออกคำเตือนสึนามิ ก่อนลดระดับเป็น “คำแนะนำ” หลังประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ของรัฐอะแลสกา จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ทางตอนใต้ของรัฐ ครอบคลุมแนวยาวกว่า 1,100 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณห่างจากเมืองโฮเมอร์ไปจนถึงช่องแคบยูนิมาร์ก ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่มีประชาชนอาศัยอยู่เบาบาง แต่ในขณะที่เมืองใหญ่บางแห่ง เช่น โคดิแอก มีประชากรราว 5,200 คน

ศูนย์เตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ รายงานว่า คลื่นลูกแรกคาดว่าจะพัดเข้าสู่หมู่บ้านแซนด์พอยต์ บนเกาะปอพอฟ ซึ่งมีประชากรราว 580 คน โดยทางการสั่งการให้ประชาชนอพยพขึ้นที่สูง และเตรียมเปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันที

ขณะเดียวกัน เมืองต่างๆ อย่าง อันอะแลสกา ที่มีประชากรราว 4,100 คน และคิงโคฟ ที่มีประชากราว 870 คน ก็ออกคำสั่งให้อพยพประชาชนที่อยู่ริมชายฝั่งให้ขึ้นไปอยู่เหนือระดับน้ำทะเลอย่างน้อย 15 เมตร และห่างจากชายฝั่งไม่ต่ำกว่า 1.6 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น

ขณะที่ต่อมาทางศูนย์เตือนภัยในรัฐวอชิงตันและฮาวาย ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ไม่มีอันตราย” จากคลื่นสึนามิที่อาจเกิดขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลจากทุ่นตรวจวัดกลางทะเล (DART buoy) ซึ่งไม่พบสัญญาณคลื่นผิดปกติ

ทั้งนี้ แม้ประชาชนในเมืองแองเคอเรจ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐอะแลสกา จะได้รับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า “ไม่มีภัยคุกคามต่อเมือง” ในเวลานี้.

ไฟไหม้เวทีหลักงานเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยี่ยม วุ่นสองวันก่อนเปิดงาน

ไฟไหม้เวทีหลักงานเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยี่ยม วุ่นสองวันก่อนเปิดงาน

17 ก.ค. 2568 08:22 น.

ไฟไหม้เวทีหลักงานเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยี่ยม วุ่นสองวันก่อนเปิดงาน

ไฟไหม้เวทีหลักของงานเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยียม ก่อนเปิดงานเพียง 2 วัน ผู้จัดเผยเสียหายหนัก แต่ยืนยันยังเดินหน้าจัดงานตามแผน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ได้เกิดเหตุไฟไหม้เวทีหลักของงาน “Tomorrowland” เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดัง  ที่เมืองบูม ทางตอนใต้ของเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ก่อนที่งานจะเริ่มต้นในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

โดยคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลแสดงให้เห็นกลุ่มควันสีเทาหนาทึบพวยพุ่งจากเวที ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังบ้านเรือนและป่าไม้ใกล้เคียง ขณะที่บางพื้นที่มีการอพยพประชาชนแล้ว

ทางด้านผู้จัดงานโพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียระบุว่า เวทีหลักได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ พร้อมยืนยันว่าค่ายพักจะเปิดตามแผนในวันพฤหัสบดี และกำลังเร่งหาทางออกเพื่อให้งานดำเนินไปได้ตามกำหนด โดยระบุว่าเทศกาลจะยังคงจัดขึ้น แม้จะไม่มีเวทีหลักก็ตาม

ทั้งนี้ งานเทศกาลดนตรี Tomorrowland ปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นสองสุดสัปดาห์ติดต่อกัน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 400,000 คน โดยมีศิลปินระดับโลก เช่น David Guetta, Lost Frequencies, Swedish House Mafia และ Charlotte De Witte เตรียมขึ้นแสดง.

ฮือฮา ภาพสีน้ำมัน “มหาตมะคานธี” ประมูลขายออกราคา 6.6 ล้านบาท

ฮือฮา ภาพสีน้ำมัน “มหาตมะคานธี” ประมูลขายออกราคา 6.6 ล้านบาท

17 ก.ค. 2568 06:02 น.

ฮือฮา ภาพสีน้ำมัน “มหาตมะคานธี” ประมูลขายออกราคา 6.6 ล้านบาท

(ภาพเหมือนสีน้ำมันของคานธี วาดโดย แคลร์ เลห์ตัน)

ภาพเหมือนสีน้ำมันของมหาตมะคานธี ซึ่งหาได้ยาก ถูกขายออกไปที่สถาบันประมูลในกรุงลอนดอน ในราคาสูงถึง 6.6 ล้านบาท มากกว่าราคาประเมินเกือบ 3 เท่า

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ภาพเหมือนสีน้ำมันของมหาตมะคานธี นักรณรงค์เคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชให้อินเดีย ถูกขายออกไปที่สถาบันประมูล “บอนแฮมส์” (Bonhams) ในราคาสูงถึง 152,800 ปอนด์ (ราว 6.65 ล้านบาท) จากราคาประเมินที่ 50,000-70,000 ปอนด์เท่านั้น

ภาพสีน้ำมันดังกล่าว วาดโดย แคลร์ เลห์ตัน ศิลปินชาวสหราชอาณาจักร ในปี 2474 ตอนที่คานธีมาเยือนกรุงลอนดอน เพื่อร่วมการประชุมโต๊ะกลมครั้งที่ 2 เพื่อหารือเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญเพื่ออินเดีย และเรื่องข้อเรียกร้องขอจัดตั้งรัฐบาลปกครองตนเองของอินเดีย

โดยบอนแฮมส์คาดว่า นี่น่าจะเป็นภาพเหมือนสีน้ำมันของมหาตมะคานธีเพียงภาพเดียวที่มีอยู่ โดยแคลร์ เลห์ตัน เป็นหนึ่งในศิลปินจำนวนน้อยมากที่ได้เข้าไปในออฟฟิศของคานธี และได้รับโอกาสให้วาดรูปผู้นำการปลดปล่อยอินเดียผู้นี้ในหลากหลายโอกาส

ภาพเหมือนนี้อยู่ในการครอบครองของเลห์ตันจนกระทั่งเธอเสียชีวิตในปี 2532 ที่สหรัฐฯ จากนั้นภาพนี้ก็ถูกส่งต่อกันมาภายในครอบครัวของเธอ

อย่างไรก็ดี บอนแฮมส์ไม่ได้เปิดเผยว่าใครเป็นผู้ประมูลซื้อภาพเหมือนของคานธีไป และไม่ระบุชัดเจนว่าภาพนี้จะถูกนำไปจัดแสดงที่ใดหรือไม่ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เอ็มมา วัตสัน โดนห้ามขับรถ 6 เดือน หลังถูกจับขับรถเร็วเกินกำหนด

เอ็มมา วัตสัน โดนห้ามขับรถ 6 เดือน หลังถูกจับขับรถเร็วเกินกำหนด

17 ก.ค. 2568 05:29 น.

เอ็มมา วัตสัน โดนห้ามขับรถ 6 เดือน หลังถูกจับขับรถเร็วเกินกำหนด

เอ็มมา วัตสัน นักแสดงสาวชื่อดังจากภาพยนตร์ชุดเรื่อง แฮร์รี พอตเตอร์ ถูกศาลอังกฤษสั่งห้ามขับรถเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากเธอถูกจับได้ว่าขับรถเร็วเกินกำหนด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักแสดงสาว เอ็มมา วัตสัน ผู้โด่งดังจากการรับบท “เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์” ในภาพยนตร์ชุดเรื่อง แฮร์รี พอตเตอร์ ถูกจับได้ว่าขับรถยนต์ยี่ห้อ “ออดี” ของเธอด้วยความเร็ว 38 ไมล์ต่อชั่วโมง บนถนนที่อนุญาตให้ขับได้เร็วสุด 30 ไมล์ต่อชั่วโมงในเมืองออกซ์ฟอร์ด เมื่อเย็นวันที่ 31 ก.ค.ปีก่อน

ในการไต่สวนที่ศาลเมืองไฮวีคอมบ์ เมื่อวันพุธ (16 ก.ค. 2568) ตัดสินให้วัตสัน ในวัย 35 ปี ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 1,044 ปอนด์ (ราว 45,460 บาท) และห้ามขับรถเป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากก่อนจะถูกจับได้ว่าขับรถเร็วเกินกำหนดนั้น เธอมีคะแนนการทำผิดกฎจราจรถึง 9 แต้มแล้ว

นักแสดงสาวไม่ได้เข้าร่วมการไต่สวนซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 5 นาที แต่ส่งตัวแทนมาแทน

ทั้งนี้ เอ็มมา วัตสัน โด่งดังขึ้นมาในปี 2544 ในฐานะนักแสดงเด็กที่รับบทบาท เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ หนึ่งในสามตัวละครหลักจากภาพยนตร์ชุดแฮร์รี พอตเตอร์ ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายอันโด่งดังของ เจ.เค. โรลลิ่ง ร่วมกับ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ กับ รูเพิร์ต กรินต์

วัตสันร่วมแสดงในภาพยนตร์แฮร์รี พอตเตอร์ ถึง 8 ภาค โดยภาคสุดท้ายออกฉายในปี 2554 ก่อนจะปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อย่าง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” (Beauty and the Beast), “วัยร้าย วัยลัก” (The Bling Ring) และ “วัยป่วนหัวใจปึ้ก” (The Perks of Being a Wallflower)

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่วัตสันร่วมแสดงคือ “สี่ดรุณี” (Little Women) ฉบับสร้างใหม่ในปี 2562 ก่อนที่ในปัจจุบัน วัตสันจะลดบทบาทในวงการบันเทิงลง แล้วเข้าศึกษาปริญญาโทวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มาตั้งแต่ปี 2566

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด ชาวกาซาเบียดกันตาย 20 ศพ ใกล้จุดแจกเสบียงในข่านยูนิส

สลด ชาวกาซาเบียดกันตาย 20 ศพ ใกล้จุดแจกเสบียงในข่านยูนิส

17 ก.ค. 2568 02:59 น.

สลด ชาวกาซาเบียดกันตาย 20 ศพ ใกล้จุดแจกเสบียงในข่านยูนิส

ชาวกาซาหลายพันคนไปรวมตัวกันที่ศูนย์กระจายความช่วยเหลือเพื่อรอรับอาหาร แต่กลับเกิดความโกลาหล ผู้คนเบียดเสียดและเหยียบย่ำกันจนเสียชีวิตกว่า 20 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ ในเหตุชุลมุนที่ศูนย์กระจายความช่วยเหลือของมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (GHF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อวันพุธที่ 16 ก.ค. 2568

GHF ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการถูกเหยียบย่ำ 19 ศพและถูกแทงอีก 1 ศพ ท่ามกลางความโกลาหลและการเคลื่อนที่ของคนจำนวนมากที่ศูนย์กระจายสิ่งของช่วยเหลือในเมืองข่านยูนิส โดย GHF อ้างว่า กลุ่มคนติดอาวุธและมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส คือต้นเหตุของความไม่สงบ

ด้านสำนักงานสื่อสารมวลชนของรัฐบาลกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของ GHF และกล่าวหา GHF กลับว่า กำลังพยายามปกปิดการกระทำผิดของตัวเอง

ขณะที่แพทย์ของโรงพยาบาลนาสเซอร์ ในเมืองข่านยูนิสกล่าวว่า ร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งมาที่โรงพยาบาล 21 ร่าง โดยพวกเขาเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ อันเป็นผลจากการสูดแก๊สน้ำตา การเบียดเสียดกันที่จุดกระจายสิ่งของช่วยเหลือ

อนึ่ง นี่นับเป็นครั้งแรกที่ GHF ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตที่ศูนย์กระจายความช่วยเหลือของพวกเขา ขณะที่คลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพเกวียนซึ่งมีศพของเด็กชายกับชายหนุ่มรวม 6 ศพ ที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ โดยมีข้อความระบุว่าพวกเขาเสียชีวิตหลังจากเบียดแน่นกับรั้วที่ตั้งเอาไว้โดย GHF ขณะรออาหารแจก

นายมาห์มูด โฟโจ วัย 21 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บซึ่งกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ เผยว่า ตอนที่เขาไปถึงศูนย์แจกเสบียงของ GHF เขาก็พบว่าเจ้าหน้าที่กำลังจะปิดประตูแล้ว ทำให้ผู้คนแห่มารวมตัวกันและบีบอัดกันมากขึ้น มีการผลักกันจนบางคนล้มลงกับพื้นและถูกคนอื่นเหยียบย่ำ บางคนพยายามกระโดดข้ามรั้วและได้รับบาดเจ็บ

นายอาเหม็ด อาบู โอมรา ผู้อยู่ในเหตุการณ์อีกคนกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนอยู่ใกล้ทางเดินแคบๆ ซึ่งประชาชนมารวมตัวกัน ยิงระเบิดพริกไทยเข้าใส่ฝูงชน

สำนักงานสื่อสารมวลชนของกาซากล่าวหา GHF ว่า เป็นผู้ทำให้เกิดการเหยียบกันครั้งนี้ ด้วยการปิดประตูศูนย์ฯ หลังจากประชาชนนับพันคนมารวมตัวกันที่ทางเดินแคบๆ แล้วจากนั้นจึงยิงแก๊สน้ำตากับกระสุนจริงเข้าใส่ อย่างไรก็ตาม โฆษกของ GHF ออกมาระบุว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง

“ไม่มีช่วงใดเลยที่มีการยิงแก๊สน้ำตาหรือกระสุนจริงเข้าใส่ฝูงชน แต่มีการใช้สเปรย์พริกไทยอย่างจำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม” GHF ระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc