ไฟไหม้บ้านพักคนชราในสหรัฐฯ กลางดึก ดับสลด 9 ศพ เจ็บอีก 30 ราย

ไฟไหม้บ้านพักคนชราในสหรัฐฯ กลางดึก ดับสลด 9 ศพ เจ็บอีก 30 ราย

14 ก.ค. 2568 22:35 น.

ไฟไหม้บ้านพักคนชราในสหรัฐฯ กลางดึก ดับสลด 9 ศพ เจ็บอีก 30 ราย

เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านพักคนชราในรัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักคนชรา “แกเบรียล เฮาส์” (Gabriel House) ในเมืองฟอลล์ ริเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงหลายแห่ง

นายเจฟฟรีย์ เบคอน หัวหน้าสำนักงานดับเพลิงท้องถิ่น ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าวในเช้าวันจันทร์ (14 ก.ค.) และเผยว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1 คนที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤต

“เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับไฟที่ลุกโหมออกจากประตูทางเข้าหลัก และผู้คนจำนวนมากชะโงกตัวออกจากหน้าต่างเพื่อหาทางเอาตัวรอดและขอความช่วยเหลือ” นายเบคอนบอกกับผู้สื่อข่าว “มีบางคนที่เสียชีวิตภายในอาคาร และบางคนเสียชีวิตหลังจากถูกขนย้ายออกมาแล้ว”

นายเบคอนบอกอีกว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ประจำการแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่นอกเวลางานอีกอย่างน้อย 24 คนเข้าร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยด้วย ตำรวจทุกคนในเมืองก็มีด้วยเช่นกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 5 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และตอนนี้ทั้งหมดสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ด้านนาย พอล คูแกน นายกเทศมนตรีเมืองฟอลล์ ริเวอร์ กล่าวว่า ผู้คนจำนวนมากในบ้านพักแห่งนี้ไม่สามารถออกจากอาคารเองได้หากปราศจากความช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยผู้คนออกมาให้มากที่สุด

ทั้งนี้ แกเบรียล เฮาส์ เปิดทำการตั้งแต่ปี 2542 โดยข้อมูลบนเว็บไซต์ของพวกเขาระบุว่า แกเบรียล เฮาส์ มีพนักงานประจำการ 24 ชั่วโมง และมีกฎว่าต้องมีพนักงานเพียงพอรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้อยู่อาศัยได้

สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่นเปิดเผยว่า ในเวลาเกิดเหตุมีผู้อยู่ในอาคารสูง 3 ชั้นแห่งนี้ราว 70 คน และตอนนี้ไม่มีผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคารแล้ว

นายเบคอนเชื่อว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วของผู้อยู่ในที่เกิดเหตุกลุ่มแรก ช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้ได้มากมาย อย่างไรก็ตาม เขาขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย และครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย

ด้านสำนักงานตำรวจรัฐแมสซาชูเซตส์ระบุว่า พวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือในการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กัมพูชาเตรียมแก้ไข-บังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร เพิ่มจาก 18 เป็น 24 เดือน

กัมพูชาเตรียมแก้ไข-บังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร เพิ่มจาก 18 เป็น 24 เดือน

14 ก.ค. 2568 17:15 น.

กัมพูชาเตรียมแก้ไข-บังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร เพิ่มจาก 18 เป็น 24 เดือน

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต กล่าวเมื่อวันจันทร์ (14 ก.ค.) ว่ากองทัพกัมพูชาจะเริ่มเกณฑ์พลเรือนในปีหน้า และเสริมว่าความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับไทยเป็นสาเหตุของการบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารภาคบังคับซึ่งถูกระงับใช้มานาน 

ความสัมพันธ์กับประเทศไทยเกิดความตึงเครียดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งข้อพิพาทเรื่องดินแดนที่ยืดเยื้อมายาวนานได้ลุกลามกลายเป็นการปะทะข้ามพรมแดน ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิตหนึ่งนาย

ฮุน มาเนต กล่าวว่า “การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นบทเรียนสำหรับเรา และเป็นโอกาสให้เราได้ทบทวน ประเมิน และกำหนดเป้าหมายเพื่อปฏิรูปกองทัพของเรา”  

เขากล่าวในพิธีที่ศูนย์ฝึกอบรมทหารราบหลวงในจังหวัดกำปงชนังว่า กฎหมายการเกณฑ์ทหารของกัมพูชา ถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2549 ประกอบด้วย 6 บท 18 มาตรา กำหนดให้ชายกัมพูชา อายุ 18-30 ปี ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ส่วนผู้หญิงก็สมามารถเข้ารับการเกณฑ์ทหารได้ตามความสมัครใจ

เดิมทีกัมพูชามีกฎหมายนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจัง โดยในทางปฏิบัติ มีเพียงประมาณ 20% ของชายวัย 18 – 30 ที่ถูกเรียกเกณฑ์ทหารจริง เนื่องจากรัฐบาลขาดแคลนงบประมาณและอาวุธ ในการรองรับทหารเกณฑ์จำนวนมาก จึงคัดเลือกเฉพาะกลุ่มและเรียกมาฝึกจริงจำนวนน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด 

ฮุน มาเนต กล่าวว่า ระยะเวลาการรับราชการจะขยายจาก 18 เดือน ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายดังกล่าวเป็น 24 เดือน  การกลับมาใช้กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหารในครั้งนี้ของกัมพูชา มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ เพื่อเพิ่มจำนวนทหารที่ผ่านการฝึกอบรม และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับราชการทหาร ให้แน่ใจว่ากัมพูชาจะมีกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพเพียงพอ และสิ่งสำคัญที่สุดคือประสิทธิผล หลังจากเสร็จสิ้นการรับราชการทหารภาคบังคับ 2 ปีแล้ว ผู้ถูกเกณฑ์ทหารสามารถเลือกได้ว่าจะกลับไปใช้ชีวิตแบบพลเรือน หรือสมัครเข้ารับราชการทหารอาชีพได้โดยสมัครใจ

นายฮุน มาเนต ยังชี้ว่า นโยบายนี้จะสร้างพลเมืองคุณภาพให้กับสังคม เพราะผู้ที่ผ่านการเกณฑ์ทหารและไม่ได้เป็นทหารอาชีพต่อ จะกลับสู่สังคมในฐานะบุคคลที่มีระเบียบวินัย แทนที่จะกลายเป็นภาระหรือภัยคุกคามต่อสังคม

เขายังให้คำมั่นว่าจะพิจารณาเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของกัมพูชา เขากล่าวเสริมว่า “การป้องกันประเทศ การสร้างกองทัพของเรา ไม่ใช่การรุกรานดินแดนของใคร แต่เป็นการปกป้องดินแดนของเรา” 

ทหารกัมพูชาเสียชีวิตจากการยิงต่อสู้ในพื้นที่พิพาทที่รู้จักกันในชื่อสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นจุดที่พรมแดนของทั้งสองประเทศและลาวมาบรรจบกัน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและไทยถูกบั่นทอนลง ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดน เนื่องจากกัมพูชาห้ามนำเข้าเชื้อเพลิงและก๊าซจากประเทศไทย.

ที่มา  CNA  Khmer Times

เจ๊หงส์ ยังแรงไม่หยุด! สินค้า-คนดังแห่ล้อเลียน กระแสไวรัลจีนพุ่งทะลุเพดาน

เจ๊หงส์ ยังแรงไม่หยุด! สินค้า-คนดังแห่ล้อเลียน กระแสไวรัลจีนพุ่งทะลุเพดาน

14 ก.ค. 2568 15:57 น.

เจ๊หงส์ ยังแรงไม่หยุด! สินค้า-คนดังแห่ล้อเลียน กระแสไวรัลจีนพุ่งทะลุเพดาน

เรื่องฉาวสุดอลเวงของ เจ๊หงส์ ชายวัย 38 ปีในจีนที่ปลอมตัวเป็นหญิง ที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มนับพัน และแอบถ่ายคลิปยังคงแรงไม่ตก ล่าสุดถูกนำไปเป็นการ์ตูนล้อเลียน รวมทั้งคลิปเอไอว่อนเน็ต

หลังตำรวจเมืองหนานจิงจับกุมนายเจียว หรือ เจ๊หงส์ หรือ นามแฝงที่ใช้เวลาหลอกล่อเหยื่อว่า red sisiter ในข้อหา “เผยแพร่สื่อลามก” และ “ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล” เรื่องราวของเขาก็ยิ่งดังเป็นพลุแตก โดยเฉพาะเมื่อมีการเผยคลิปลับของเขา ซึ่งมี ชายหล่อ กล้ามแน่น และชาวต่างชาติบางรายอยู่ในคลิปด้วย   

ล่าสุด บรรดาแบรนด์ออนไลน์ยังเกาะกระแสนี้ เริ่มออกสินค้าแนวที่ดูแล้วละม้ายคล้ายเจ๊หงส์ ทั้งวิกผมหน้าม้า หน้ากากสีพื้น เสื้อพิมพ์ลายแม่บ้าน และกระโปรงยาวทรงแม็กซี่ แถมมีการโปรโมตด้วยคำโฆษณาแนวขำขัน เช่น “ใส่ครบเซตนี้ รับรองมีคนส่งผลไม้มาให้ถึงบ้าน”โดยโลกโซเชียลจีนและไทยยังคงลุกเป็นไฟ มีการนำหน้าตาของเจ๊หงส์ไปล้อเลียน ทำเป็นมีม ทั้งมุกล้อ การ์ตูนตัดต่อ คลิป AI เกลื่อนโซเชียล

เจ๊หงส์ ยังแรงไม่หยุด! สินค้า-คนดังแห่ล้อเลียน กระแสไวรัลจีนพุ่งทะลุเพดาน

นอกจากนี้ ยังมีคลิปตัดต่อ เจ๊หงส์ โผล่ในโปสเตอร์ซีรีส์ แพ็คเกจของเล่น ไปจนถึงโฆษณาปลอมตัดต่อนำเอาโดนัลด์ ทรัมป์ มายืนอยู่ในห้อง ซึ่งแม้ว่าดูแล้วก็รู้ว่าเป็นของปลอม แต่คนก็แชร์กระจาย

ไม่เว้นแม้แต่ดารา TVB บางคน ยังต้องออกมาขอมีส่วนร่วม โดยโพสต์ภาพตัวเองในลุคเจ๊หงส์ พร้อมแคปชันว่า “ยอมรับก็ได้ ฉันนี่แหละ Red Sister ตัวจริง!” ทำเอาแฟนๆมาคอมเมนท์ถล่มทลาย

เจ๊หงส์ ยังแรงไม่หยุด! สินค้า-คนดังแห่ล้อเลียน กระแสไวรัลจีนพุ่งทะลุเพดาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้าทางคดี แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่ามีความสัมพันธ์กับชายมากกว่า 1,000 ราย แต่ตำรวจยืนยันว่าจำนวนดังกล่าวเกินจริง และปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนที่แท้จริง

โดยทางกฎหมาย จีนไม่ได้ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การบันทึกภาพกิจกรรมทางเพศและเผยแพร่ภาพเหล่านี้ถือเป็นความผิด ทั้งในแง่กฎหมายว่าด้วยเนื้อหาลามกอนาจารและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยเพื่อแลกเปลี่ยนกับการมีเพศสัมพันธ์ฟรีๆ  เจ๊หงส์มักขอให้ฝ่ายชายที่จะมาหามีของติดไม้ติดมือมาด้วย เช่น ผลไม้ น้ำมันถั่วลิสง กระดาษชำระ หรือนม แทนการให้เงินสด

แม้กรณีนี้จะถูกล้อกันอย่างสนุกสนานบนโลกออนไลน์ แต่มันสะท้อนปัญหาใหญ่ของยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยทางเพศ การคุกคามความเป็นส่วนตัว หรือการหากำไรจากคดีที่มีผู้เสียหายจริง กลายเป็นตลกร้ายระดับประเทศ. 

ที่มา : thestandardHK

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เจ๊หงส์

นักโทษฝรั่งเศสหนีคุก ซ่อนตัวในกระเป๋าเดินทางของเพื่อนที่พ้นโทษ

นักโทษฝรั่งเศสหนีคุก ซ่อนตัวในกระเป๋าเดินทางของเพื่อนที่พ้นโทษ

14 ก.ค. 2568 14:32 น.

นักโทษฝรั่งเศสหนีคุก ซ่อนตัวในกระเป๋าเดินทางของเพื่อนที่พ้นโทษ

เรือนจำฝรั่งเศสกล่าวว่า ได้เริ่มการสอบสวนหลังจากนักโทษชายคนหนึ่งหลบหนีโดยการซ่อนตัวในกระเป๋าของเพื่อนร่วมห้องขัง ขณะที่เขากำลังออกจากเรือนจำ หลังจากที่พ้นโทษแล้ว

สถานีโทรทัศน์ BFMTV รายงานว่า นักโทษวัย 20 ปี ได้หลบหนีออกจากเรือนจำคอร์บาส ใกล้เมืองลียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.ค.)

เรือนจำระบุในแถลงการณ์ว่า นักโทษรายนี้กำลังรับโทษจากหลายคดี แถลงการณ์ระบุว่า เขา “ฉวยโอกาสจากการปล่อยตัวเพื่อนนักโทษ เพื่อซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าเดินทางและหลบหนีออกมา” 

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับคดีนี้เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า นักโทษที่หลบหนีรายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม

สำนักงานราชทัณฑ์ฝรั่งเศสกล่าวเสริมว่า ขณะนี้กำลังมีการสอบสวนภายใน และเปิดการสอบสวนทางกฎหมายเกี่ยวกับ “การหลบหนีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสมคบคิดและการก่ออาชญากรรม” ขณะที่อัยการเมืองลียงได้เริ่มการสอบสวนแล้ว

เดือนที่แล้ว สมาคมทนายความเมืองลียง แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความแออัดในเรือนจำลียง-กอร์บาส ตามรายงานของ BFMTV ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 มีผู้ถูกคุมขังในเรือนจำแห่งนี้ประมาณ 1,200 คน ซึ่งสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ 678 คน

รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ปีที่แล้ว นักโทษรายหนึ่งในฝรั่งเศสสามารถหลบหนีออกมาจากเรือนจำได้ หลังจากกลุ่มมือปืนซุ่มโจมตีขบวนรถนักโทษที่กำลังขนย้ายเขาไปยังเรือนจำทางตอนเหนือของแคว้นนอร์ม็องดี โดยนายโมฮัมเหม็ด อัมรา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เดอะ ฟลาย” ถูกจับกุมตัวอีกครั้งในโรมาเนียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้.

ที่มา  BBC FRANCE 24

“ทรัมป์” ระบุสหรัฐฯ จะส่งขีปนาวุธ “แพทริออต” ให้ยูเครน

"ทรัมป์" ระบุสหรัฐฯ จะส่งขีปนาวุธ "แพทริออต" ให้ยูเครน

14 ก.ค. 2568 13:55 น.

“ทรัมป์” ระบุสหรัฐฯ จะส่งขีปนาวุธ “แพทริออต” ให้ยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะส่งขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” ให้แก่ยูเครน พร้อมเสริมว่าขีปนาวุธเหล่านี้มีความจำเป็นต่อยูเครนในการปกป้องประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าจะส่งขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” ไปยังยูเครน โดยระบุว่าขีปนาวุธเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการป้องกันประเทศ เพราะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย “พูดจาดี แต่กลับทิ้งระเบิดใส่ทุกคนในตอนเย็น”

ทรัมป์ไม่ได้แจ้งจำนวนขีปนาวุธแพทริออตที่เขาวางแผนจะส่งไปยังยูเครน แต่เขากล่าวว่าสหรัฐฯ จะได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายจากสหภาพยุโรป ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รู้สึกผิดหวังในตัวปูตินมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้นำรัสเซียต่อต้านความพยายามของทรัมป์ที่จะเจรจาหยุดยิงระหว่างยูเครนและรัสเซีย

เว็บไซต์ Axios รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ค.) โดยอ้างอิงแหล่งข่าวสองรายที่ทราบเรื่องนี้ คาดว่าทรัมป์จะประกาศแผนการใหม่ในการติดอาวุธโจมตีให้กับยูเครน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากจุดยืนเดิมของเขา

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ร้องขอให้มีการเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากรัสเซียอย่างต่อเนื่องทุกวัน

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส นอกกรุงวอชิงตันดีซีว่า “เราจะส่งขีปนาวุธแพทริออตไปให้พวกเขา ซึ่งพวกเขาต้องการอย่างมาก เพราะปูตินสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนมากมาย เขาพูดจาดีแล้วก็ทิ้งระเบิดใส่ทุกคนในตอนเย็น แต่มีปัญหาเล็กน้อยตรงจุดนี้ ผมไม่ชอบเลย” 

ทรัมป์กล่าวต่อว่า “โดยพื้นฐานแล้ว เราจะส่งอุปกรณ์ทางทหารที่ทันสมัยหลากหลายชนิดไปให้พวกเขา พวกเขาจะจ่ายเงินให้เรา 100% สำหรับสิ่งนั้น และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการ”

ผู้นำสหรัฐฯ ยังวางแผนที่จะพบกับนายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต เพื่อหารือเกี่ยวกับยูเครนและประเด็นอื่นๆ ในสัปดาห์นี้.

ที่มา  Reuters

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

14 ก.ค. 2568 12:28 น.

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

  • สายสัมพันธ์ 30 ปีที่แน่นแฟ้นระหว่างทักษิณกับฮุน เซนเริ่มสั่นคลอน หลังฮุน เซนเผยคลิปเสียงโทรศัพท์ลับกับแพทองธาร พร้อมกล่าวหาทักษิณว่าแกล้งป่วย รวมทั้งล่าสุดยังระบุว่าทักษิณหักหลังคนในชาติด้วย
  • นักวิเคราะห์มองว่ามีหลายเหตุผลที่อาจนำไปสู่การตัดสัมพันธ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะเหตุปะทะบริเวณพื้นที่พิพาทที่ปลุกกระแสชาตินิยมทั้งสองฝั่ง ซึ่งฮุน เซนอาจมองความสัมพันธ์กับทักษิณว่าเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจในระดับชาติ
  • ความเป็นไปได้อีกเรื่องหนึ่ง คือฮุนเซน ตั้งใจจะใช้กลยุทธ์นี้เป็นเดิมพันครั้งสุดท้าย ก่อนอำลาบทบาทผู้นำเต็มตัว โดยหวังจะปิดเกมข้อพิพาทชายแดนกับไทย เพื่อสร้างมรดกทางการเมืองให้กับตนเองลูกชายและระบอบที่เขาสร้างขึ้น

บทวิเคราะห์จากเว็บไซต์นิคเคอิ เอเชีย วิเคราะห์ได้อย่างน่าสนใจ ถึงเหตุผลที่ ฮุน เซน ตัดสินใจหันหลังให้แก่พันธมิตรเก่าแก่อย่างทักษิณ จนส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนทางการเมืองในประเทศไทย โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พักงานน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เสถียรภาพทางการเมืองสั่นคลอน โดยคำสั่งศาลมีขึ้นจาก หลักฐานคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างฮุน เซน และน.ส.แพทองธาร ที่หลุดออกมา พร้อมข้อกล่าวหาเรื่องจริยธรรม 

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

ความสัมพันธ์ระหว่างฮุน เซน กับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร พ่อของน.ส.แพทองธาร ถือว่ามีความแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน  เห็นได้จากบทสนทนานาน 17 นาที น.ส.แพทองธารเรียกฮุน เซน ว่าลุง และแสดงท่าทีอ่อนน้อมหลายครั้ง รวมถึงพูดว่า “หากท่านต้องการสิ่งใด บอกดิฉันได้เลยค่ะ” และยังกล่าวถึงผู้บัญชาการทหารบกของไทยว่าเป็น “ฝั่งตรงข้าม”

คำพูดเหล่านี้กลายเป็นประเด็นร้อนในประเทศไทย โดยมีสมาชิกวุฒิสภายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า นายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรมบ่อนทำลายผลประโยชน์ของชาติ หากศาลตัดสินว่าผิดจริง น.ส.แพทองธารอาจถูกปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้มากที่สุด อาจไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ทักษิณ ชินวัตร เอง

และล่าสุดฮุน เซนเพิ่งจะโพสต์ข้อความโจมตีทักษิณอีก โดนระบุว่าเขาไม่รู้สึกแปลกใจใด ๆ กับการหักหลังของทักษิณ เพราะถ้าทักษิณสามารถหักหลังประเทศของตนเองได้ การหักหลังคนต่างชาติอย่างเขาก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ พร้อมย้ำว่าทักษิณไม่ควรลืมว่าตัวเองเคยพูดอะไรไว้บ้าง และเคยขอคำปรึกษาจากเขาในเรื่องใดบ้าง

ทักษิณถูกโค่นอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และอยู่ในความขัดแย้งกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ข้าราชการ หรือกลุ่มนิยมเจ้า แต่ในปี 2566 เขาสามารถกลับประเทศไทยได้ภายใต้เงื่อนไขที่สร้างความคลางแคลงใจ ผ่านการจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคสายทหาร

แม้จะมีแรงเสียดทานภายใน แต่ทักษิณก็สามารถผลักดันให้บุตรสาวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังมีบทบาทเบื้องหลังอย่างเข้มข้น จนได้รับฉายาว่าเป็นนายกเงา

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

อย่างไรก็ตาม ความฝันของทักษิณในการปั้นน.ส.แพทองธารเป็นหน้าเป็นตาของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งปี 2570 กำลังเผชิญความเสี่ยง เมื่ออนาคตของเธอแขวนอยู่บนคำตัดสินของศาล ขณะที่ตัวทักษิณเองก็ถูกจับตามองอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันฯ ในอดีต หรือ ข้อสงสัยว่าแกล้งป่วยเพื่อหลีกเลี่ยงการจำคุก หลังจากกลับประเทศไทยเมื่อปี 2566 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของฮุน เซน

แรงกดดันยิ่งทวีคูณเมื่อฮุน เซน กล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน โดยเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการที่เขาเคย เดินทางไปเยี่ยมทักษิณที่บ้านในกรุงเทพฯ หลังได้รับการปล่อยตัวแบบมีทัณฑ์บนในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และกล่าวหาว่าทักษิณหลอกลวงทั้งประชาชนไทยและศาลรัฐธรรมนูญ

โดยระบุว่าทักษิณไม่ได้ป่วยจริง และเผยว่าตอนที่ต้องถ่ายรูป เขาขออุปกรณ์ประกอบฉากเฝือกคอ เฝือกแขน เพื่อให้ดูเหมือนป่วย แต่พอถ่ายรูปเสร็จ เขาก็ถอดออกแล้วไปกินข้าว นั่นคือการแสดง

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

ฮุน เซน มักพูดถึงมิตรภาพ 30 ปี ระหว่างเขากับทักษิณ ซึ่งย้อนไปถึงช่วงปี 2537 เมื่อทักษิณเริ่มเข้าสู่เวทีการเมือง และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองถูกเชื่อมโยงผ่านผู้มีบทบาทสำคัญคนหนึ่ง คือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีไทย

สำหรับฮุน เซน แล้ว พลเอกชวลิตไม่ได้เป็นแค่ผู้นำทางการเมือง แต่ยังเป็น ผู้มีพระคุณ เมื่อรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ ขึ้นสู่อำนาจในปี 2531 ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยน “อินโดจีนจากสนามรบสู่ตลาดการค้า” ภายใต้นโยบายนี้ ไทยวางตัวเป็น ตัวกลางในการไกล่เกลี่ยสงครามกลางเมืองในกัมพูชา โดยพลเอกชวลิตในฐานะ ผู้บัญชาการทหารบกและต่อมาเป็นรองนายกฯ กับ รมว.กลาโหม มีบทบาทสำคัญในการผลักดันกระบวนการสันติภาพ ร่วมกับพันธมิตรนานาชาติอย่างญี่ปุ่น

ไทยในช่วงนั้นเป็นประตูเชื่อมโลกให้กับฮุน เซน ซึ่งในขณะนั้นยังถูกมองว่าเป็นหุ่นเชิดของเวียดนาม การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพของไทยช่วยให้ฮุน เซนพากัมพูชาหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยวในระดับนานาชาติ

ในอีกมุมหนึ่ง สำหรับนายทักษิณ พลเอกชวลิตคือ ผู้ชี้ช่องทางทางการเมืองให้ เมื่อครั้งพลเอกชวลิตเป็นนายกฯ ในปี 2539 ก็แต่งตั้งทักษิณเป็นรองนายกฯ และเมื่อทักษิณขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศในปี 2544 พลเอกชวลิตก็กลับมาเป็นรองนายกฯ อีกครั้ง แม้หลังรัฐประหารปี 2549 ทั้งสองยังคงมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น โดยในปี 2552 พลเอกชวลิตเข้าร่วมพรรคเพื่อไทย และพยายามเป็นคนกลางในการประสานระหว่างฝ่ายทักษิณกับกลุ่มอนุรักษ์นิยม แม้ความพยายามนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จ

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

พลเอกชวลิตยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับฮุน เซน โดยในปี 2544 หลังทักษิณขึ้นดำรงตำแหน่ง ไทยและกัมพูชาตกลงที่จะพักข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล และร่วมกันพัฒนาทรัพยากรใต้ทะเล แม้โครงการดังกล่าวต้องหยุดชะงักหลังรัฐประหารปี 2549 ความสัมพันธ์ส่วนตัวยังคงดำเนินต่อ

ในปี 2552 ระหว่างที่ทักษิณลี้ภัย ฮุน เซนแต่งตั้งเขาเป็น ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งขึ้นในปี 2556 เมื่อหลานสาวของทักษิณแต่งงานกับบุตรชายของผู้ช่วยใกล้ชิดของฮุน เซน และในปี 2560 ฮุน เซนก็มีบทบาทสำคัญในการจัดเส้นทางหลบหนีออกนอกประเทศให้กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังเธอหลบหนีคำพิพากษาคดีจำนำข้าวในปี 2557

เดิมพันของฮุนเซน: เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชาจึงหันหลังให้ทักษิณ พันธมิตรเก่า

แล้วอะไรทำให้ฮุน เซนตัดสินใจ “หักหลัง” พันธมิตรเก่าแก่อย่างทักษิณ

แม้จะมีหลายทฤษฎี แต่ไม่มีเหตุผลใดที่ดูน่าเชื่อถืออย่างสมบูรณ์ หนึ่งในคำอธิบายที่ฮุน เซนพูดเองคือ เขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่แพทองธารตำหนิเขาผ่านสื่อโซเชียลว่าการแสดงความเห็นเรื่องชายแดนเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมแต่เหตุผลนี้ดูเหมือนเป็นข้ออ้างที่เบาบางเกินไปสำหรับการแตกหักที่รุนแรงเช่นนี้

อีกแนวคิดหนึ่งระบุว่า ฮุน เซนอาจกำลัง ใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างภาพลักษณ์ในประเทศ แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ยังไม่น่าเป็นไปได้มากนัก เพราะเขาได้โอนอำนาจอย่างเป็นทางการให้กับบุตรชาย ฮุน มาเนต แล้ว และยังคงควบคุมพรรคประชาชนกัมพูชาอย่างเหนียวแน่น

อีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจมาจาก สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านชาวกัมพูชาที่ลี้ภัยในฝรั่งเศส เขาให้ความเห็นว่า ฮุน เซนอาจรู้สึกไม่พอใจที่ทางการไทยเริ่มปราบปรามเครือข่ายเว็บพนัน-แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน ตามแนวชายแดน ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นแหล่งเงินทุนลับสำคัญของรัฐบาลพนมเปญชุดปัจจุบัน หากเป็นเหตุผลนี้จริงการตัดสัมพันธ์กับทักษิณอาจไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ได้ผล เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวยังสามารถใช้เป็นช่องทางประสานผลประโยชน์เบื้องหลังได้มากกว่า

ศาสตราจารย์ฮิโรชิ ยามาดะ จากมหาวิทยาลัยนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองกัมพูชา ให้ความเห็นว่า ฮุน เซนอาจตัดสินใจแล้วว่า เขาจะเป็นผู้คลี่คลายข้อพิพาทชายแดนกัมพูชากับไทยให้ได้ก่อนหมดอำนาจ

ประเด็นนี้โยงกับปัญหาเชิงประวัติศาสตร์ของชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยาวถึง 817 กิโลเมตร โดยไทยและกัมพูชาใช้แผนที่คนละฉบับในการแบ่งเขตแดน คือไทยใช้แผนที่ 1:50,000 ขณะที่กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200,000 ทำให้มีข้อพิพาทในหลายพื้นที่ ปัจจุบันยังมีพื้นที่กว่า 195 กิโลเมตรที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้

ปราสาทพระวิหาร กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความขัดแย้งนี้ แม้ศาลโลกจะตัดสินให้กัมพูชาเป็นเจ้าของปราสาทในปี 2505 และยืนยันอีกครั้งในปี 2556 แต่ก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยพื้นที่โดยรอบปราสาทได้อย่างชัดเจน

เหตุปะทะเมื่อปี 2554 ซึ่งนำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลโลกในปี 2556 ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสถานการณ์ตึงเครียดถึงขั้นที่อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนพิจารณาส่งกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าไปพื้นที่ขัดแย้ง จนกระทั่งการเลือกตั้งในไทยปี 2554 ซึ่งพรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้ง ความตึงเครียดจึงคลี่คลายลง

แต่ในมุมของฮุน เซน หากเขาเชื่อว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทักษิณกลายเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจที่เด็ดขาดในการปิดเกมเขตแดน เขาอาจเห็นว่าการตัดสัมพันธ์คือสิ่งที่จำเป็น

ฮุน เซนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำที่นำพากัมพูชาออกจากยุคเขมรแดง สงครามกลางเมือง และนำประเทศสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หลังอยู่ในอำนาจมา 38 ปี เขาได้ส่งต่อเก้าอี้ผู้นำให้กับลูกชาย และยังคงกุมอำนาจในเงาอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ยังมีภารกิจสำคัญ ที่เขายังไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ นั่นคือการแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนที่ยืดเยื้อกับไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีของประเทศ หากวิเคราะห์ตามแนวคิดของยามาดะ การแตกหักกับทักษิณอาจไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ แต่อาจเป็นบทสรุปสุดท้าย ที่ฮุน เซนตั้งใจจะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองกัมพูชา 

อดีตผู้นำกัมพูชาผู้นี้กำลังจะมีอายุครบ 73 ปีในเดือนหน้า การตัดสัมพันธ์กับพันธมิตรที่รู้ใจมากว่า 30 ปี อาจเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ เพื่อเป้าหมายเดียวคือสร้างมรดกทางการเมืองด้วยการปิดฉากข้อพิพาทพรมแดนอย่างถาวร.

ที่มา : nikkeiasia , straitstimes

โบอิ้ง-FAA ยืนยัน ระบบล็อคสวิตช์เชื้อเพลิงยังปลอดภัย หลังรายงานเบื้องต้นแอร์อินเดียตก

โบอิ้ง-FAA ยืนยัน ระบบล็อคสวิตช์เชื้อเพลิงยังปลอดภัย หลังรายงานเบื้องต้นแอร์อินเดียตก

14 ก.ค. 2568 11:43 น.

โบอิ้ง-FAA ยืนยัน ระบบล็อคสวิตช์เชื้อเพลิงยังปลอดภัย หลังรายงานเบื้องต้นแอร์อินเดียตก

สำนักข่าวรอยเตอร์ส และแหล่งข่าว 4 รายกล่าวว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) และโบอิ้ง ได้ออกประกาศแจ้งเป็นการภายในว่าระบบล็อกสวิตช์เชื้อเพลิงบนเครื่องบินโบอิ้งมีความปลอดภัย

การประกาศการคงความต่อเนื่องของความสมควรเดินอากาศของ FAA เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เกิดขึ้นหลังจากรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับอุบัติเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 ของสายการบินแอร์อินเดีย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 260 คนเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสวิตช์ตัดน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่าประกาศของ FAA ถึงหน่วยงานการบินพลเรือน ระบุว่า “แม้ว่าการออกแบบสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง รวมถึงฟังก์ชันการล็อก จะคล้ายคลึงกันในเครื่องบินโบอิ้งหลายรุ่น แต่ FAA ไม่ถือว่าปัญหานี้เป็นสภาวะที่ไม่ปลอดภัยที่จะต้องใช้คำสั่งความสมควรเดินอากาศกับเครื่องบินโบอิ้งทุกรุ่น รวมถึงรุ่น 787” เมื่อถูกถามถึงความคิดเห็น FAA กล่าวว่าไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมนอกจากประกาศดังกล่าว

โบอิ้งยังอ้างถึงประกาศของ FAA ในข้อความ Multi-Operator-Message ที่ส่งถึงสายการบินในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าผู้ผลิตเครื่องบินไม่ได้แนะนำให้ดำเนินการใดๆ 

รายงานการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินตกโดยสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยานอินเดีย (AAIB) อ้างอิงถึงคำแนะนำของ FAA ในปี 2018 ซึ่งแนะนำ แต่ไม่ได้บังคับให้ผู้ให้บริการเครื่องบินโบอิ้งหลายรุ่น รวมถึง 787 ตรวจสอบคุณสมบัติการล็อกของสวิตช์ตัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการขยับโดยไม่ได้ตั้งใจ

รายงานระบุว่า แอร์อินเดียกล่าวว่าไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามที่ FAA แนะนำ เนื่องจากคำแนะนำของ FAA ในปี 2018 ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่รายงานยังระบุด้วยว่าบันทึกการบำรุงรักษาแสดงให้เห็นว่าโมดูลควบคุมคันเร่ง ซึ่งรวมถึงสวิตช์น้ำมันเชื้อเพลิง ถูกเปลี่ยนใหม่ในปี 2019 และ 2023 บนเครื่องบินที่ประสบเหตุ รายงานระบุว่า “เครื่องบินและเครื่องยนต์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศและประกาศแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”

ด้าน ALPA India ซึ่งเป็นตัวแทนของนักบินชาวอินเดีย ประจำสมาพันธ์นักบินนานาชาติ  ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปฏิเสธข้อสันนิษฐานว่าเป็นความผิดพลาดของนักบิน และเรียกร้องให้มีการ “สอบสวนอย่างยุติธรรมและอิงข้อเท็จจริง”

ALPA India ระบุในจดหมายที่โพสต์บน X ว่า รายงานการสอบสวนเบื้องต้นอ้างถึงคำแนะนำของ FAA ในปี 2018 “เกี่ยวกับประตูสวิตช์ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งบ่งชี้ถึงความขัดข้องของอุปกรณ์ที่อาจเกิดขึ้น”

รายงานระบุว่าในช่วงสุดท้ายของเที่ยวบิน ได้ยินเสียงนักบินคนหนึ่งถามอีกคนในเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินว่าทำไมเขาถึงตัดน้ำมันเชื้อเพลิง “นักบินอีกคนตอบว่าเขาไม่ได้ทำอย่างนั้น” 

รายงานระบุว่าสวิตช์น้ำมันเชื้อเพลิงได้เปลี่ยนจากโหมดทำงานเป็นโหมดตัดเกือบจะพร้อมกันหลังจากขึ้นบิน รายงานไม่ได้ระบุว่าสวิตช์อาจเคลื่อนที่ได้อย่างไรระหว่างเที่ยวบิน.

ที่มา Reuters

ประธานาธิบดีอิหร่านได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล

ประธานาธิบดีอิหร่านได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล

14 ก.ค. 2568 10:53 น.

ประธานาธิบดีอิหร่านได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล

สื่ออิหร่านรายงานว่าประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยระหว่างการโจมตีของอิสราเอลในอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้ว

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่าน ซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ได้เกิดเหตุระเบิด 6 ลูกโจมตีทั้งจุดเข้าและจุดออกของอาคารใต้ดินลับในกรุงเตหะราน ซึ่งเปเซชเคียนกำลังเข้าร่วมการประชุมฉุกเฉินของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด

โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีเปเซชเคียน ได้รับบาดเจ็บที่ขาขณะหลบหนีที่ทางออกฉุกเฉิน ขณะนี้มีรายงานว่าอิหร่านกำลังติดตามเบาะแสการแทรกซึมของสายลับอิสราเอล อย่างไรก็ตาม รายงานของสำนักข่าวฟาร์สยังไม่ได้รับการตรวจสอบ  อิสราเอลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว

วิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียระหว่างสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน นาน  12 วัน แสดงให้เห็นการโจมตีหลายครั้งที่เชิงเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน

ขณะนี้มีการเปิดเผยแล้วว่าการโจมตีในวันที่ 4 ของสงครามมีเป้าหมายที่อาคารใต้ดินลับในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งผู้นำระดับสูงของอิหร่านประจำการอยู่ในขณะนั้น

รายงานของสำนักข่าวฟาร์สระบุว่าการโจมตีของอิสราเอลปิดกั้นจุดเข้าออกทั้ง 6 จุด รวมถึงระบบระบายอากาศ โดยไฟฟ้าที่ส่งไปยังอาคารก็ถูกตัดเช่นกัน แต่นายเปเซชเคียนสามารถไปยังที่ปลอดภัยได้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายเปเซชเคียนกล่าวหาอิสราเอลว่าพยายามสังหารเขา ซึ่งนายอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยกล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” ไม่ใช่เป้าหมายของสงคราม

อิสราเอลกวาดล้างผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และกองทัพจำนวนมากในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ผู้นำอิหร่านยอมรับว่าพวกเขาประหลาดใจอย่างมาก และเกิดภาวะชะงักงันต่อการตัดสินใจต่างๆ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรกหลังการโจมตี

เจ้าหน้าที่อิสราเอลยอมรับว่า อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ก็เป็นเป้าหมายเช่นกัน แต่พวกเขาไม่สามารถติดตามตัวเขาได้เมื่อเขาถูกย้ายไปยังสถานที่ลับที่ปลอดภัย ซึ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก 

ทั้งนี้ ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับวิธีที่อิสราเอลรวบรวมข้อมูลข่าวกรองสำคัญเกี่ยวกับที่อยู่ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้บัญชาการของอิหร่าน รวมถึงสถานที่ตั้งของสถานที่ลับที่มีความอ่อนไหว

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอย่างกะทันหัน ต่อฐานปฏิบัติการนิวเคลียร์และฐานปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน โดยอ้างว่ามีการดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์

อิหร่านซึ่งตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่ออิสราเอล ปฏิเสธว่าไม่ได้พยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และระบุว่าการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน กองทัพอากาศและกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธต่อสถานที่ปฏิบัติการนิวเคลียร์ของอิหร่านสามแห่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวในภายหลังว่าการโจมตีครั้งนี้ “ทำลายล้าง” สถานที่เหล่านั้น แม้ว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ บางแห่งจะมีความเห็นที่ระมัดระวังมากขึ้นก็ตาม.

ที่มา BBC

กราดยิงกลางโบสถ์วันอาทิตย์ ดับ 2 ศพ มือปืนปะทะตำรวจดับ

กราดยิงกลางโบสถ์วันอาทิตย์ ดับ 2 ศพ มือปืนปะทะตำรวจดับ

14 ก.ค. 2568 09:24 น.

กราดยิงกลางโบสถ์วันอาทิตย์ ดับ 2 ศพ มือปืนปะทะตำรวจดับ

เกิดเหตุกราดยิงในโบสถ์รัฐเคนทักกีในวันอาทิตย์ หญิงสองคนถูกยิงดับ ก่อนคนร้ายถูกตำรวจยิงวิสามัญในเวลาต่อมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่โบสถ์ริชมอนด์ โร้ด แบ๊บติสต์ ( Richmond Road Baptist Church ) ในเมืองเล็กซิงตัน เป็นเหตุให้ผู้หญิงสองคนเสียชีวิต และมีชายอีกสองคนได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในนั้นอาการสาหัส อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่เปิดเผยชื่อหรืออายุของผู้ก่อเหตุ

ตามคำแถลงของ ลอว์เรนซ์ เวเธอร์ส หัวหน้าตำรวจเมืองเล็กซิงตันระบุว่า เหตุการณ์สุดสลดวันนี้เกิดขึ้น หลังจากผู้ต้องสงสัยถูกเจ้าหน้าที่เรียกให้จอดรถใกล้สนามบินบลู กราส ( Blue Grass Airport ) เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.ในเขตเฟย์เอตต์ แต่เขากลับยิงใส่ตำรวจจนบาดเจ็บ 1 นาย ก่อนจะจี้รถยนต์คันหนึ่งห่างจากสนามบินประมาณ 16 กิโลเมตร แล้วหลบหนีไปยังโบสถ์ที่เกิดเหตุ และเริ่มเปิดฉากยิงใส่ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งตำรวจสามารถติดตามรถที่ถูกจี้ไปยังโบสถ์แห่งนี้ได้ และได้เข้าจัดการสถานการณ์จนกระทั่งสามารถสังหารผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด โดยตำรวจที่ถูกยิงกำลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียง และขณะนี้อาการทรงตัว

กราดยิงกลางโบสถ์วันอาทิตย์ ดับ 2 ศพ มือปืนปะทะตำรวจดับ

ทั้งนี้ หัวหน้าตำรวจไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน แต่กล่าวว่ามีเบาะแสบางอย่างที่อาจบ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยรู้จักกับบางคนในโบสถ์ และตำรวจจะตรวจสอบกรณีการครอบครองอาวุธปืนของคนร้าย

ในเวลา 13.00 น. สนามบินบลู กราส ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่ามีการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่งผลกระทบบางส่วนต่อถนนใกล้สนามบิน แต่ยืนยันว่าสายการบินและการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามปกติ.

ที่มา: channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กราดยิงในโบสถ์

สนามบินลอนดอนปิด-ยกเลิกเที่ยวบิน หลังเครื่องบินเล็กตก

สนามบินลอนดอนปิด-ยกเลิกเที่ยวบิน หลังเครื่องบินเล็กตก

14 ก.ค. 2568 08:31 น.

สนามบินลอนดอนปิด-ยกเลิกเที่ยวบิน หลังเครื่องบินเล็กตก

สนามบินลอนดอนเซาธ์เอนด์ประกาศปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม หลังจากตำรวจระบุว่าเกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกที่สนามบินบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ

สนามบินลอนดอนเซาธ์เอนด์ในเมืองเอสเซกซ์ต้องปิดทำการชั่วคราว หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกที่สนามบินบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม จนเกิดการระเบิดและส่งกลุ่มควันดำลอยคลุ้งในอากาศ

โดยทางสนามบินระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า เที่ยวบินทั้งหมดทั้งขาเข้าและขาออกถูกยกเลิก ขณะที่ตำรวจ หน่วยบริการฉุกเฉิน และทีมสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศกำลังเข้าตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตำรวจเอสเซกซ์ระบุว่า ขณะนี้พวกเขายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สนามบินเซาธ์เอนด์  พร้อมเสริมว่าทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ว่าเครื่องบินขนาด 12 เมตรประสบอุบัติเหตุ

ตามรายงานของ BBC เครื่องบินที่ตกคือรุ่น Beechcraft B200 ซึ่งประสบเหตุตก หลังจากบินขึ้นได้ไม่นาน และยังไม่ชัดเจนว่าในขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารกี่คนอยู่บนเครื่อง

ภาพถ่ายจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ในอังกฤษ ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ แสดงให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือสนามบินเซาธ์เอนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางตะวันออกประมาณ 56 กิโลเมตร

หน่วยรถพยาบาลประจำภูมิภาคตะวันออกของอังกฤษ ระบุว่าได้ส่งรถพยาบาล 4 คันและยานพาหนะฉุกเฉินอื่น ๆ ไปยังที่เกิดเหตุแล้ว

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของสนามบิน พบว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างน้อย 5 เที่ยวบินถูกยกเลิกภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินตก