คาเมรอนเตือนอังกฤษอาจจนลงถาวรหากออกจากอียู-ฝ่ายต้านงัดข้อสู้ไม่ถอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642143

 

(ภาพ: AP)

การรณรงค์ของสองกลุ่มคือ “รีเมน” (Remain) และ “ลีฟ” (Leave) หรือฝ่ายสนับสนุนให้อังกฤษคงอยู่ในสหภาพยุโรป (อียู) และฝ่ายสนับสนุนไม่ให้อยู่เป็นสมาชิกอียูตามลำดับ กลับมาเริ่มได้อีกครั้งเมื่อ 19 มิ.ย. หรือ 4 วันก่อนวันทำประชามติใน 23 มิ.ย. ทั้งนี้ หลังการรณรงค์สะดุดลงจากเหตุฆาตกรรมช็อกโลก นายโธมัส แมร์ อายุ 52 ปี ซึ่งอาจพัวพันกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายเอียงขวาและอาจมีอาการทางจิตด้วย บุกยิงและแทงสังหาร นางโจ คอกซ์ ส.ส.สมัยแรกของพรรคแรงงาน วัย 41 ปี ระหว่างลงพื้นที่พบปะผู้คนในเขตเลือกตั้งซึ่งอยู่ในกลุ่มรณรงค์ “รีเมน” ให้อังกฤษคงอยู่ในอียู

วันเดียวกันนี้ บรรดาแกนนำแต่ละกลุ่มต่างมีกำหนดออกโทรทัศน์เพื่อแสดงท่าทีและโน้มน้าวให้ประชาชนชาวอังกฤษคล้อยตาม เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ต่างแสดงท่าทีเลือกข้างชัดเจน โดย นสพ.เดอะ เมล และดิ ออบเซิร์ฟเวอร์ เลือกข้างฝ่าย “รีเมน” ขณะที่เดอะ ซันเดย์ ไทม์สและเดอะ ซันเดย์ เทเลกราฟ สนับสนุนให้ออกจากอียู

ด้านนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่อยู่ในกลุ่ม “รีเมน” เขียนบทความลง นสพ.เดอะ ซันเดย์ เทเลกราฟ เตือนอังกฤษจะเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ถ้าผลประชามติสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามซึ่งอาจถึงขั้นทำให้อังกฤษยากจนลงกว่าเดิมแบบถาวร การโหวตอยู่กับอียูเป็นประชาธิปไตยสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์ที่ ส.ส.คอกซ์ ยึดมั่น

ขณะที่ฝ่ายสนับสนุน “ลีฟ” นายไมเคิล โกฟ รมว.ยุติธรรมของอังกฤษ ระบุว่าประชาชนควรโหวตเพื่อประชาธิปไตยและอังกฤษควรโหวตเพื่อความหวัง และไม่เห็นด้วยกับข้อชี้แนะที่ว่าการผละออกจากอียูจะทำให้เศรษฐกิจถดถอยซึ่งเขาเห็นว่าไม่ว่าจะอยู่หรือออกจากอียู ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจยังคงมีเหมือนกัน แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดในอนาคต อังกฤษที่เป็นอิสระจะรับมือปัญหานั้นๆได้ดีกว่า

ส่วนนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน และปัจจุบันเป็น ส.ส.พรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นอีกคนที่นำการรณรงค์ของฝ่าย “ลีฟ” ระบุว่าอังกฤษมีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ประชาชนไม่มีอะไรต้องกลัวเพื่อสนับสนุนพวกเราเองและโหวตให้ออกจากอียู ด้านผลโพลสำรวจล่าสุด คะแนนสนับสนุนแต่ละฝ่ายถือว่ายากที่จะตัดสิน อนึ่ง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำท่าทีเดิมสนับสนุนให้อังกฤษออกจากอียู.

 

เศร้า! ‘แอนตัน เยลชิน’ ดาราจาก ‘สตาร์ เทรค’ ถูกรถไหลทับเสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 03:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642181

 

(ภาพ: REUTERS)

แอนตัน เยลชิน นักแสดงฮอลลีวูด ผู้โด่งดังจากบทต้นหนยานอวกาศในภาพยนตร์เรื่องสตาร์ เทรค และร่วมแสดงให้ภาพยนตร์ เทอร์มิเนเตอร์ ภาค 4 เสียชีวิตแล้วในวัยเพียง 27 ปี หลังอุบัติเหตุถูกรถยนต์ไหลอัดติดกำแพง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แอนตัน เยลชิน นักแสดงฮอลลีวูดดาวรุ่ง ผู้เป็นที่รู้จักที่สุดจากบท ‘เชคอฟ’ ในภาพยนตร์เรื่อง ‘สตาร์ เทรค’ เวอร์ชันรีบูต เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุเพียง 27 ปี หลังจากประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ไหลอัดติดกำแพงเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่าน

เยลชินมีนัดฝึกซ้อมการแสดงกับเพื่อนในคืนวันเสาร์ แต่หลังจากเขาไม่มาตามนัดและขาดการติดต่อไป เพื่อนๆ จึงตัดสินใจไปหาเขา และพวกเขาก็พบร่างของเยลชินถูกอัดติดระหว่างรถของเขากับเสาตู้ไปรษณีซึ่งทำจากอิฐและรั้วรักษาความปลอดภัยที่บ้านของเขาในเมืองสตูดิโอ ซิตี้ โดยพื้นที่บ้านของเขามีความลาดเอียง

ด้าน เจนนี เฮาเซอร์ โฆษกหญิงของสำนักงานตำรวจนครลอสแอนเจลิส ระบุว่า เยลชินเสียชีวิตในเวลาประมาณ 1:00น. วันอาทิตย์ โดยตำรวจไม่คิดว่ามีรถยนต์คันอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และสาเหตุการตายถูกรายงานว่าเกิดจากอุบัติเหตุ “ดูเหมือนว่า หลังจากที่เขาลงจากรถของตัวเองไม่นาน รถก็ไหลไปข้างหลังทับเขา ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิต” เจ้าหน้าที่เฮาเซอร์ กล่าว


โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง สตาร์ เทรค ที่โรงภาพยนตร์ในกรุงปารีส เมื่อปี 2552 (ภาพ: gettyimages)

ทั้งนี้ แอนตัน เยลชิน เกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ปีพ.ศ. 2532 เริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักแสดงตั้งแต่ยังเด็กในภาพยนตร์ฟอร์มเล็กและทีวีซีรีส์ ก่อนจะได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์อาชญากรรมระทึกขวัญอย่าง ‘Alpha Dog’ (คนอึดวัยระห่ำ) ในปี 2549, และ ‘Like Crazy’ (รักแรก รักแท้ รักเดียว) ในปี 2554 ซึ่งชนะรางวัลขวัญใจผู้ชมและขวัญใจกรรมการ จากเทศกาลภาพยนตร์ ซันแดนซ์ ในปีเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม บทที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักที่สุดคือบท พาเวล เชคอฟ นักคำนวณสมองใส ในภาพยนตร์สตาร์ เทรค เวอร์ชั่นรีบูตทั้ง 2 ภาค (สตาร์ เทรค: สงครามพิฆาตจักรวาล ในปี 2552 และ สตาร์ เทรค: ทะยานสู่ห้วงมืด ในปี 2556) โดยเขารับบทเดิมร่วมแสดงในภาคที่ 3 ‘สตาร์เทรค: ข้ามขอบจักรวาล’ ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในเดือน ก.ค.นี้ด้วย.

 

สลด! พายุซัดเรือท่องเที่ยวล่มในทะเลสาบรัสเซีย ดับ 14 ศพ เป็นเด็กอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642159

 

(ภาพ: AP)

เด็ก 13 คน และผู้ใหญ่อีก 1 คน เสียชีวิต ในเหตุการณ์เรือท่องเที่ยว 3 ลำเผชิญพายุจนล่มในทะเลสาบทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการสืบสวนของประเทศรัสเซีย เปิดเผยในวันที่ 19 มิ.ย. ว่า เด็ก 47 คนจากกรุงมอสโก และผู้ใหญ่อีก 4 คน โดยสารเรือท่องเที่ยว 3 ลำ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตั้งแคมป์ใกล้ทะเลสาบ ในเมืองซียาโมเซโร ของสาธารณรัฐคาเรลิยา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศรัสเซีย ก่อนจะประสบกับพายุจนเรืออับปาง

หลังเกิดเหตุกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย ออกมายืนยันว่า เจ้าหน้าที่สามารถช่วยผู้รอดชีวิตได้อย่างน้อย 36 คน โดยเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือบางคน ต้องเข้ารับการรักษาภาวะร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำที่โรงพยาบาลท้องถิ่น แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าเด็กๆ จะฟื้นตัวในเวลาไม่นาน

ด้านนาย วลาดิเมียร์ มาร์คิน โฆษกคณะกรรมการสืบสวนของคาเรลิยา เผยว่า ผู้ใหญ่ 1 คนถูกจับกุมตัวเนื่องจากต้องสงสัยว่าละเมิดกฎความปลอดภัย เนื่องจากทางการประกาศเตือนสภาพอากาศเลวร้ายในพื้นที่นี้มาตลอดหลายวันก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นระบุว่า มีลมแรงมากในทะเลสาบ ซึ่งภาพเช่นนี้แม้แต่นักประมงมากประสบการณ์ยังต้องหยุดเดินเรือ

ขณะเดียวกัน นาย ปาเวล อัสตาคอฟ ผู้ตรวจการสิทธิเด็ก บอกกับสำนักข่าว RIA ของรัสเซียว่า เรือที่ประสบเหตุประกอบด้วยเรือ 2 ลำ และแพอีก 1 ลำ โดยเด็กที่เสียชีวิตดูเหมือนว่าจะไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ ขณะที่เด็กที่สวมเสื้อชูชีพสามารถเอาชีวิตรอดได้ ซึ่งในตอนนี้พวกเขากลับตรวจสอบว่า ใครเป็นผู้อนุญาตให้ออกเรือ และมีการแจกเสื้อชูชีพให้ลูกเรือครบทุกคนหรือไม่

ทั้งนี้ ทางการของสาธารณรัฐคาเรลิยา ประกาศให้มีการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต 1 วันในวันที่ 20 มิ.ย. นี้ ขณะที่นาย เซอร์เกย์ โซบียานิน ทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์.

 

สลด! หนุ่มชิคาโกถูกยิงตายขณะสตรีมสดผ่าน ‘เฟซบุ๊ก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641734

 

อันโตนิโอ เพอร์คินส์ (ภาพ: BBC)

ชายหนุ่มชาวเมืองชิคาโก ถูกยิงเสียชีวิต ขณะถ่ายทอดภาพตัวเองออกอากาศสดผ่านทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันโตนิโอ เพอร์คินส์ อายุ 28 ปี ชายชาวเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ถูกยิงเสียชีวิตขณะที่เขากำลังถ่ายทอดสดภาพตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก โดยจนถึงขณะนี้ วิดีโอเหตุการณ์นี้ยังสามารถรับชมได้บนเฟซบุ๊ก และมีผู้ชมมากกว่า 700,000 ครั้งแล้ว

ภาพวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นนาย เพอร์คินส์ กำลังถ่ายภาพตัวเองและมีคนกลุ่มหนึ่งคุยกันอยู่ ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้น จากนั้นโทรศัพท์มือถือที่นายเพอร์คินส์ใช้ถ่ายวิดีโอก็ตกลงไปบนหญ้าเปื้อนเลือด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแล้วภาพก็ดับไป โดยการตรวจสอบของเจ้าหน้าทีซึ่งมีการเปิดเผยภายหลังพบว่า นายเพอร์คินส์ถูกยิงที่ศีรษะและลำคอ

นี่เป็นเหตุคนถูกยิงขณะถ่ายทดผ่านเฟซบุ๊กเป็นครั้งที่ 2 ของเมืองชิคาโก ในรอบไม่ถึง 3 เดือน โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. ชายซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกยิงถึง 16 นัดจนเสียชีวิต โดยตำรวจยังไม่สามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยในคดีใดได้เลย

ทั้งนี้ วิดีโอเหตุการณ์นี้ยังสามารถรับชมได้บนเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความเตือนภาพรุนแรง ขณะที่โฆษกของเฟซบุ๊กชี้แจงว่า วิดีโอนี้ไม่ได้ละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊กแต่อย่างใด

อนึ่ง เมืองชิคาโกเป็นหนึ่งในเมืองที่เกิดอาชญากรรมจากอาวุธปืนมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยในปี 2015 เกิดเหตุใช้อาวุธปืนฆาตกรรมมากกว่า 500 คดี และอัตราสูงขึ้นอีกในปี 2016

 

ตร.เบลเยียมบุกตรวจค้นหลายสิบจุดชั่วข้ามคืน จับผู้ต้องสงสัย 12 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641722

 

(ภาพ: REUTERS)

เจ้าหน้าที่เบลเยียมบุกตรวจค้นอาคารเป้าหมายหลายสิบจุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา และสามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายได้ 12 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศเบลเยียม บุกตรวจค้นอาคารเป้าหมายหลายสิบจุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำราว 40 คน ในจำนวนนี้ 12 คนถูกจับกุมตัว

ตามการเปิดเผยของสำนักงานอัยการกลางของเบลเยียม ปฏิบัติการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นใน 16 เทศบาลเมืองรอบกรุงบรัสเซลส์ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบโรงรถที่ถูกปิดล็อกอีกมากกว่า 150 แห่ง หลังจากการสืบสวนพบว่ามีความจะเป็นที่จะต้องออกตรวจค้นอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบอาวุธหรือวัตถุระเบิด

ด้านนาย แยน ยัมบอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเบลเยียมเผยว่า “มันยังไม่จบ เรายังคงอยู่ภายใต้การเตือนภัยก่อการร้ายระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าอาจมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นได้ และเมื่อคืนเรามีปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง”

ขณะเดียวกัน สื่อเบลเยียมรายงานว่า มีผู้พบเห็นผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้ายขับรถใกล้กับเขตแฟนโซน สำหรับให้แฟนกีฬามาเชียร์การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่นาย ชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม กล่าวหลังร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า จะมีการยกระดับความปลอดภัยที่งานสาธารณะขึ้น และขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ

 

มือปืนฆ่าส.ส.ผู้ดีไม่สลด! ป่วนศาลบอกตัวเองชื่อ ‘ความตายสู่ผู้ทรยศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.ย. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641700

 

ภาพสเกตช์นาย โธมัส แมร์ ผู้ต้องหาฆาตกรรมส.ส.โจ ค็อกซ์ (ภาพ: AP)

มือปืนผู้ต้องหาฆาตกรรมส.ส.ฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขึ้นศาลวันแรกแล้วในวันเสาร์ โดยไม่ยอมบอกชื่อจริงต่อศาล และนิ่งเงียบตลอดการพิจารณาคดี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายผู้ก่อเหตุฆาตกรรมนาง โจ ค็อกซ์ สมาชิกสภาสามัญชน (House of Common) หรือสภาล่างของสหราชอาณาจักร ถูกนำตัวขึ้นศาลเป็นเวลาแรกในวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย. โดยไม่มีที่ท่าสลดในการกระทำ และบอกกับศาลว่าตัวเองชื่อ “ความตายสู่ผู้ทรยศ, อิสรภาพแก่สหราชอาณาจักร” (death to traitors, freedom for Britain)

การฆาตกรรมนางค็อก วัย 41 ปีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ โดยเธอถูกคนร้ายซึ่งทราบชื่อในภายหลังว่า โธมัส แมร์ ยิงด้วยปืนและแทงด้วยของมีคมบริเวณถนนหน้าห้องสมุดเมืองเบิร์สทอล ท่ามกลางสายตาคนจำนวนมาก หลังจากเธอร่วมประชุมกับคณะผู้ลงคะแนนเสียงของเขตเลือกตั้ง แบตลี แอนด์ สเปน โดยในเบื้องต้นเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการขั้นวิกฤติ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ต่อมาแพทย์ก็ประกาศข่าวการเสียชีวิตของเธอ ส่วนมือปืนถูกจับตัวได้ในพื้นที่ใกล้เคียง


รูปภาพของนางโจ ค็อกซ์ รวมทั้งดอกไม้และข้อความแสดงความอาลัยจำนวนมาก ถูกนำมาวางไว้ที่หน้าจัตุรัสรัฐสภาในกรุงลอนดอน (ภาพ: REUTERS)

ล่าสุดในวันเสาร์ นายแมร์ วัย 52 ปี ถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน โดยผู้พิพากษาได้สอบถามนายแมร์เพื่อยืนยันชื่อของเขา แต่เขากลับตอบว่า “ความตายสู่ผู้ทรยศ, อิสรภาพแก่สหราชอาณาจักร” และเมื่อถูกถามซ้ำอีกครั้ง นายแมร์ก็ตอบย้ำอย่างสงบว่า “ชื่อของผมคือ ความตายสู่ผู้ทรยศ, อิสรภาพแก่สหราชอาณาจักร”

จากนั้นนายแมร์ก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีกเลยตลอดการพิจารณาคดี 15 นาที อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขาในศาลบ่งชี้ว่า มูลเหตุจูงใจในการสังหารนางค็อกซ์มาจากเรื่องการเมือง และสะท้อนว่านายแมร์อยู่ฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีการลงประชามติชี้ชัดในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ ส่วนนางค็อกซ์เป็นผู้สนับสนุนตัวยงให้สหราชอาณาจักร์เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป

ขณะที่อัยการ เดวิด คอว์ธอร์น กล่าวในศาลว่า พยานผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนยืนยันว่า นายแมร์ใช้ของมีคมแทงนางค็อกซ์หลายครั้ง ก่อนจะใช้ปืนยิงนางค็อกซ์ที่ล้มลงกับพื้นอีก 3 นัด โดยระหว่างนั้นมีผู้ได้ยิงนายแมร์พูดว่า ‘สหราชอาณาจักรต้องมาก่อน, ให้สหราชอาณาจักรเป็นอิสระต่อไป สหราชอาณาจักรต้องมาก่อนเสมอ’ และระหว่างที่เขาถูกจับตัว เขาบอกตำรวจว่าเขาเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังค้นพบสิ่งของที่มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิขวาจัดในบ้านของเขาด้วย

ทั้งนี้ นายแมร์ถูกฟ้องร้องในข้อหาฆาตกรรม, ทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสแก่ร่างกาย และ ครอบครองอาวุธปืนและมีด โดยขณะนี้เขาถูกควบคุมตัวในกรุงลอนดอน และจะขึ้นศาลอาชญากรรมกลางอังกฤษ-เวลส์ หรือ ศาลโอลด์ เบลลีย์ (Old Bailey) ในกรุงลอนดอนในวันจันทร์นี้

 

รัวยิง-แทง ฆ่าส.ส.สาว ขณะรณรงค์ทำประชามติแยกจากอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 มิ.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641323

 

อังกฤษสั่งระงับการรณรงค์หาเสียงทำประชามติทั่วประเทศ หลังมือปืนโหดบุกเดี่ยวฆ่า ส.ส.ฝ่ายค้านอังกฤษ วัย 41 ปี ผู้สนับสนุนแนวคิดไม่ให้สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรป ระหว่างลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้านที่สนับสนุนทางภาคเหนือของเมืองผู้ดี ตำรวจสอบสวนคนร้าย พบมีประวัติทางจิต ส่อเค้าเป็นพวกสุดโต่ง ชื่นชอบแนวคิดลัทธินีโอนาซี ซ้ำระหว่างลงมือฆ่ายังตะโกนว่า “อังกฤษต้องมาก่อน” แต่ยังไม่ฟันธงว่าเหตุจูงใจมาจากประเด็นการเมือง ที่จะมีการทำประชามติในอังกฤษช่วงปลายเดือน มิ.ย.หรือไม่

เหตุสะเทือนขวัญช็อกโลก กรณีนางโจ คอกซ์ ส.ส.อังกฤษ พรรคแรงงานฝ่ายค้านวัย 41 ปี แกนนำรณรงค์สนับสนุนให้สหราชอาณาจักร ไม่แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ถูกคนร้ายบุกยิงและจ้วงแทงกลางงานพบปะหารือกับชาวบ้านที่สนับสนุน ในหมู่บ้านเบอร์สตอลล์ เขตเวสต์ยอร์กเชียร์ ทางภาคเหนือของอังกฤษ เมื่อตอนเที่ยงของวันที่ 16 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น จนเสียชีวิตจากพิษบาดแผลในเวลาต่อมา ถือเป็นเหตุสังหารนักการเมืองอังกฤษครั้งแรกในรอบ 26 ปี ทั้งยังเกิดขึ้นก่อนหน้าการลงประชามติครั้งใหญ่ ว่าสหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ในวันที่ 23 มิ.ย.

สำนักงานต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่า นางดี คอลลินส์ ผู้บัญชาการตำรวจเขตเวสต์ยอร์กเชียร์ เปิดเผยว่า เหตุสลดเกิดเมื่อเวลา 12.53 น. วันที่ 16 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณหน้าห้องสมุด กลางหมู่บ้านเบอร์สตอลล์ ที่นางโจ คอกซ์ ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมพบปะถามสารทุกข์สุกดิบกับชาวบ้าน หลังจากนางโจ คอกซ์ เดินทางมาถึงก่อนงานจะเริ่มเพียง 7 นาที จู่ๆมีคนร้ายสวมหมวกแก๊ปสะพายเป้ เดินปรี่เข้ามาพร้อมควักอาวุธปืนมรณะยิงใส่ 2 นัด พร้อมใช้มีดพกกระหน่ำแทงไม่ยั้ง ก่อนที่จะถูกชาวบ้านรุมสกรัมปล้ำลงกับพื้น แต่คนร้ายก็ยังขัดขืนสุดแรง จนเอื้อมปืนไปยิงใส่นางโจ คอกซ์ ได้อีก 1 นัด กระสุนถูกที่บริเวณใบหน้าในระยะเผาขน จากนั้นยังใช้มีดแทงเข้าที่ท้องของชายวัย 77 ปี รายหนึ่ง ที่มาพยายามขัดขวาง จนได้รับบาดเจ็บด้วย แต่สุดท้ายไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธหลายชนิด รวมถึงอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งไม่เปิดเผยชนิด จากปากคำของพยานในที่เกิดเหตุระบุด้วยว่า คนร้าย ตะโกนเสียงดังขณะลงมือว่า “สหราชอาณาจักรต้องมาก่อนๆ” ส่วนนางโจ คอกซ์ เสียชีวิตจากพิษบาดแผลในอีกประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษสอบสวนคนร้าย เบื้องต้น ทราบชื่อว่า นายโทมัส หรือทอมมี่ แมร์ ชาวอังกฤษ วัย 52 ปี เชื่อว่าการก่อเหตุนี้ทำคนเดียวไม่มีผู้สมรู้ร่วมคิด แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจ ว่าเกี่ยวข้องกับกรณี สหราชอาณาจักร จะลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุด้วยว่า นางโจ คอกซ์ เคยได้รับข้อความข่มขู่หลายต่อหลายครั้ง และตำรวจเคยจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ส่งคำขู่ไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่นายโทมัส แมร์

ขณะที่สื่อท้องถิ่นอังกฤษรายงานต่อมาว่า นายโทมัส แมร์ คนร้ายเป็นคนในพื้นที่ นิสัยชอบเก็บตัวเงียบๆไม่สุงสิงกับใคร แต่มีความเป็นมิตร เคยช่วยเพื่อนบ้านทำสวน ส่วนนายสก็อตต์ แมร์ พี่ชายของคนร้าย เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดลี เทเลกราฟ ว่าน้องชายมีประวัติอาการป่วยทางจิต แต่ปกติไม่ได้เป็นคนชอบความรุนแรงและไม่เคยแสดงแนวคิดทางการเมือง

จากการเปิดเผยของกลุ่มสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ เซาเทิร์น พาฟเวอร์ตี ลอว์ ระบุว่า นายโทมัส แมร์ มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกลุ่มแนชนัล อลิอันซ์ (เอ็นเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มลัทธินีโอนาซีคลั่งชาวผิวขาวที่ก่อตั้งในสหรัฐฯมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ นายแมร์ยังได้สั่งหนังสือของกลุ่มเอ็นเอ เป็นเงินจำนวน 620 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 21,700 บาท ให้ส่งไปยังที่อยู่ในเขตเวสต์ยอร์กเชียร์ ของ อังกฤษ โดยเล่มหนึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำปืนจากวัสดุที่หาได้ง่ายตามบ้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ทางการอังกฤษได้สั่งระงับการรณรงค์หาเสียงการทำประชามติ ว่าด้วยสหราชอาณาจักร จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ (เบร็กซิต) เป็นการชั่วคราวทั่วประเทศ ขณะที่พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านอังกฤษ ต่างออกประณามต่อการลงมือสังหาร ส.ส.ครั้งนี้ พร้อมนำชาวบ้านร่วมจัดงานไว้อาลัย ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่กล่าวว่า การเสียชีวิตของนางโจ คอกซ์ ถือเป็นเหตุโศกนาฏกรรมการสูญเสีย ขอร่วมเป็นกำลังใจแก่ครอบครัว เช่นเดียวกับนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ

สำหรับประวัตินางโจ คอกซ์ เกิดในเขตเวสต์ ยอร์กเชียร์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขตเวสต์ ยอร์กเชียร์ สังกัดพรรคแรงงานฝ่ายค้านเมื่อเดือน พ.ค.2558 เป็นแกนนำรณรงค์หาเสียงเรื่องให้การช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนแก่ผู้อพยพชาวซีเรีย รวมถึงรณรงค์สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรไม่แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ชีวิตส่วนตัวแต่งงานกับนายเบรนเดน คอกซ์ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีลูกเล็กด้วยกัน 2 คน

อนึ่ง เหตุสังหารนักการเมืองอังกฤษดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี โดยก่อนหน้านี้ เกิดเมื่อปี 2533 นายเอียน กาว อดีต รมว.คลังอังกฤษถูกสมาชิกกองทัพกู้ชาติไอร์แลนด์หรือที่รู้จักกันในนามขบวนการไออาร์เอ วางระเบิดลอบสังหาร ขณะที่ในปี 2553 นายสตีเฟน ทิมส์ ส.ส.พรรคแรงงานถูกคนร้ายคลั่งแนวคิดหัวรุนแรงใช้มีดแทงเข้าที่ท้องแต่ไม่เสียชีวิต

 

โอบามาวอนโลกเลิกกีดกัน LGBT

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641266

 

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เผยเมื่อ 16 มิ.ย. หลังพบปะพูดคุยกับญาติเหยื่อที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงบาร์เกย์ “พัลส์” ในเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 49 ศพ บาดเจ็บ 50 ราย ว่า การเลือกปฏิบัติต่อต้านกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ต้องถูกกำจัดให้หมดสิ้นทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ โอบามายังเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านมติรับรองกฎหมายควบคุมการซื้อขายอาวุธปืน ขณะที่สภาคองเกรสซึ่งเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันอ้างว่า เป็นการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องสิทธิครอบครองอาวุธปืน

วันเดียวกัน นายจอห์น เบรนแนน ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) เตือนสมาชิกสภาคองเกรส ว่า ทั้งที่สหรัฐฯทำลายล้างกลุ่มสมาชิกกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นผลสำเร็จ จนเหลืออยู่ทั้งในอิรักและซีเรียราว 18,000-22,000 คน จากเมื่อปีกลายราว 33,000 คน แต่ก็ยังไม่สามารถลดทอนการก่อการร้ายของไอเอส เพราะยังมีกลุ่มนักรบชาวตะวันตกที่พร้อมก่อเหตุในโลกตะวันตก

ขณะเดียวกัน ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมหนุ่มต้องสงสัยอายุ 22 ปี เตรียมวางแผนทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันกับชาวรัสเซียที่เมืองมรดกโลก การ์กาซอน ตอนใต้ของประเทศ หลังพบมีดและค้อนขนาดเล็ก โดยคนร้ายเป็นชาวลูเนล เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเดินทางไปร่วมญีฮาดในซีเรีย.

 

เยือนอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 มิ.ย. 2559 05:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641299

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เดินทาง ไปยังราษฎร์ปติภาวัน เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ โดยมีนายนเรนทรา โมดี นายกฯอินเดีย ให้การต้อนรับ.

 

กัมพูชาฟ้อง 4 บ. ไทย/มะกัน ค้ามนุษย์-แรงงานทาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 มิ.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641262

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 16 มิ.ย.ว่า กลุ่มแรงงานชาวกัมพูชา 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน รวมตัวกันยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เรียกค่าเสียหายไม่ระบุจำนวนจาก 4 บริษัทร่วมกิจการของสหรัฐฯและไทย ในข้อหาลักลอบค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย ซึ่งละเมิด “กฎหมายคุ้มครองเหยื่อการลักลอบค้ามนุษย์” ของสหรัฐฯ ที่มุ่งป้องกันการค้ามนุษย์ โดยมีห้างค้าปลีกรายใหญ่ “วอลมาร์ท” ของสหรัฐฯ รับซื้อกุ้งและอาหารทะเลอื่นๆจากกลุ่มบริษัทดังกล่าวด้วย

ในสำนวนฟ้อง ชาวกัมพูชาทั้ง 7 คนระบุว่า หลังเดินทางมาไทย ก็ถูกผู้จัดการโรงงานยึดพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทาง ให้ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน แต่ได้รับค่าแรงน้อยกว่าสัญญาว่าจ้าง และไม่ได้พาสปอร์ตคืนเพื่อกลับบ้านเกิด บางคนต้องเก็บสัตว์ทะเลที่ตกอยู่ตามริมหาดมากินประทังชีวิต

นายเขียว ระธา หนึ่งในคนงานเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเป็นสิ่งผิด การฟ้องก็เพื่อให้บริษัทเหล่านี้คิดทบทวนก่อนแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานที่ถูกลอบค้าในอนาคต เพราะพวกตนต้องตกเป็นเหยื่อแรงงานทาสและหนี้สินทาส พวกตนถูกบังคับใช้แรงงานและเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ช่วง พ.ศ.2553-2554

บริษัทสหรัฐฯที่ถูกฟ้องคือ “รูบิคอน รีซอร์สเซส” ผู้จำหน่ายและนำเข้าอาหารทะเล ซึ่งจดทะเบียนตั้งบริษัทที่รัฐเดลาแวร์ แต่มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองคัลเวอร์ ซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัท “เวลส์ แอนด์โค ยูนิเวิร์ส จำกัด” ซึ่งตั้งบริษัทในไทย แต่จดทะเบียนดำเนินธุรกิจที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และบริษัทไทย คือ “พัฒนา ซีฟู้ดส์ จำกัด” ใน จ.สมุทรสาคร กับ “เอส. เอส.โฟรเซิน ฟู้ดส์ จำกัด” ใน จ.สงขลา ซึ่งทั้ง 4 บริษัทและวอลมาร์ทยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆในเรื่องนี้

นายแอ็กเนียซกา ฟรีสซ์แมน ทนายฝ่ายโจทก์เผยว่า ลูกความเป็นคนน่ารัก เรียบร้อย ทำงานหนัก สมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ โดยโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ทั้งจากค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ ความทุกข์ทรมานทางจิตใจและความเจ็บปวด ซึ่งตามข้อมูลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) มีผู้ตกเป็นเหยื่อแรงงานทาสทั่วโลกเกือบ 21 ล้านคน ในอุตสาหกรรมที่ทำผลกำไรอย่างผิดกฎหมายนี้ปีละ 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 5.3 ล้านล้านบาท

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ชื่อเสียงของไทยเสื่อมเสียในปีหลังๆ หลังสำนักข่าวและองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ทำการสอบสวนหลายครั้งเรื่องการลักลอบค้ามนุษย์ การใช้แรงงานทาสและความรุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารทะเลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ส่วนรัฐบาลไทยสัญญาว่าจะกวาดล้างการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานทาส และเมื่อเร็วๆนี้ได้ปฏิรูปกฎหมายด้านการประมง.