‘ไครส์เลอร์’ เล็งสอบสวน หลังรถรุ่นมีปัญหาไหลทับดารา ‘สตาร์ เทรค’ ดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มิ.ย. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642914

 

แอนตัน เยลชิน (ภาพ: AP)

เฟียต ไครส์เลอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เตรียมเริ่มการสอบสวน หลังจากรถยนต์ของพวกเขาซึ่งเป็นรุ่นที่มีปัญหาจนถูกเรียกคืน ไหลทับ แอนตัน เยลชิน นักแสดงฮอลลีวูดจนเสียชีวิตเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท เฟียต ไครส์เลอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก ระบุในวันจันทร์ ว่า พวกเขาจะดำเนินการสอบสวนหลังเกิดเหตุ แอนตัน เยลชิน นักแสดงฮอลลีวูด เสียชีวิตหลังถูกรถยนต์ของตัวเองยี่ห้อ จี๊ป รุ่น แกรนด์ เชอโรกี โมเดลปี 2015 ซึ่งไครส์เลอร์ประกาศเรียกคืนเมื่อช่วงต้นปี ไหลอัดติดกับกำแพงที่บ้านของเขาในนครลอสแอนเจลิสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เมื่อวันจันทร์ เฟียต ไครส์เลอร์ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายเยลชิน และระบุว่า ทางบริษัทจะดำเนินการสืบสวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างละเอียด และยังเร็วเกิดไปที่จะคาดเดาสาเหตุของอุบัติเหตุในเวลานี้


รั้วบ้านของเยลชิน ซึ่งเขาถูกรถของตัวเองไหลทับจนเสียชีวิต (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ เมื่อเดือน เม.ษ. เฟียต ไครส์เลอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ จี๊ป ประกาศเรียกคืนรถยนต์ 1.1 ล้านคัน รวมทั้งรถรุ่นแกรนด์ เชอโรกี โมเดลปี 2015 จากทั่วโลก หลังจาก คณะกรรมการความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่ามีความเสี่ยงที่รถจะไหลหลัง หากคนขับลงจากรถโดยไม่เข้าเกียร์ไว้ที่ ‘จอด’ และปัญหานี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บแล้วถึง 41 คน ขณะที่ไครส์เลอร์ระบุว่าจะหาทางแก้ไขอย่างถาวรภายในปีนี้

อีกด้านหนึ่ง ตำรวจลอสแอนเจลิสบอกกับสำนักข่าว ซีบีเอส ว่า รถของเยลชินไม่ได้เข้าเกียร์ไว้ที่จอด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้เชื่อมโยงข้อผิดพลาดนี้เป็นต้นเหตุทำให้เขาเสียชีวิต ขณะที่ผลการชันสูตรศพเมื่อวันอาทิตย์พบว่า นายเยลชินวัย 27 ปี เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจจากบาดแผลที่เกิดจากของไม่มีคม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศร้า! ‘แอนตัน เยลชิน’ ดาราจาก ‘สตาร์ เทรค’ ถูกรถไหลทับเสียชีวิต

 

อึ้ง! จำนวนผู้พลัดถิ่นทั่วโลกปี 2015 พุ่งทุบสถิติ 65.3 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มิ.ย. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642896

 

(ภาพ: AFP)

สหประชาชาติเผย จำนวนผู้พลัดถิ่นทั่วโลกทำสถิติสูงเป็นประวัติกาลที่ 65.3 ล้านคนในปี 2015 โดยจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเหตุความรุนแรงในประเทศแถบตะวันออกกลางและแอฟริกา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 20 มิ.ย. ว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นทั่วโลกเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นสถิติใหม่ที่ 65.3 ล้านคนแล้วในปี 2015 และผู้อพยพส่วนใหญ่ที่ลี้ภัยสงคราม, ความยากจน หรือ ปัญหาอื่นๆ กลับถูกกีดกันไม่ให้เข้าประเทศที่เป็นเป้าหมาย

ยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุว่า จำนวนดังกล่าว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 5 ปีก่อนถึง 50% หมายความว่าในขณะนี้ คน 1 คนจากทุกๆ 113 คนบนโลกเป็นผู้ลี้ภัย, ผู้ขอลี้ภัยในต่างประเทศ หรือผู้พลัดถิ่นในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้อพยพเพิ่มสูงขึ้นคือการต่อสู้ในซีเรีย, อัฟกานิสถาน, บุรุนดี และซูดานใต้ โดยการต่อสู้ดังกล่าวทำให้มีผู้อพยพมากกว่า 21.3 ล้านคน กว่าครึ่งเป็นเด็ก

ฟิลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุในงานแถลงข่าวว่า “ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเดินทางถึงชายฝั่งยุโรป เป็นข้อความที่บ่งบอกว่า หากคุณไม่แก้ปัญหา ปัญหาจะมาหาคุณเอง เป็นเรื่องน่าเจ็บปวดที่ผู้คนในประเทศที่ร่ำรวยต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจเรื่องนี้ เราต้องการมาตรการ, ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อยุติความขัดแย้ง นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการไหลบ่าของผู้ลี้ภัย”


ผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงฮาดาลัต บริเวณชายแดนซีเรีย-จอร์แดน กำลังรอการอนุญาตเข้าสู่จอร์แดน (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ในปี 2015 มีผู้ขอลี้ภัยรายใหม่เข้าไปอาศัยในชาติอุตสาหกรรมมากถึง 2 ล้านคน โดยเยอรมนีรับผู้ลี้ภัยมากที่สุดที่ 441,900 คน ตามด้วยสหรัฐอเมริกาที่ 172,700 คน ขณะชาติกำลังพัฒนาต่างยังเป็นที่พักอาศัยของผู้พลัดถิ่นถึง 86% ของผู้พลัดถิ่นทุกคนบนโลก นำโดยตุรกีมีรับผู้อพยพชาวซีเรียไว้ถึง 2.5 ล้านคน, ตามด้วยปากีสถาน และเลบานอน

อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพต้องเผชิญกับกระแสความหวาดกลัวชาวต่างชาติที่เพิ่มสูงขึ้น โดยประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่านปิดพรมแดนหรือจำกัดไม่ให้ผู้อพยพเดินทางเข้าประเทศแล้ว ขณะที่สหภาพยุโรปกับตุรกีได้ทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อเดือน มี.ค. เพื่อหยุดการไหลบ่าของผู้อพยพเข้าสู่ยุโรป

 

เผยงานใหม่ ‘ทักษิณ’! ร่วมถือหุ้นบ.ไอทีในอังกฤษ เร่งระดมทุน3.5หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 18:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642689

 

สื่ออังกฤษประโคมข่าว ‘เซ็นทริกส์ อินฟอร์เมชั่นฯ’ บริษัทสตาร์ทอัพความปลอดภัยทางไอทีในอังกฤษ มีทักษิณ ชินวัตร ร่วมถือหุ้น กำลังระดมทุนก้อนใหม่ให้ได้ 3.5 หมื่นล้านบาท ลุยเข้าสู่ระบบไอทีโครงสารพื้นฐานครั้งแรก หลังลงนามในข้อตกลงรับงานแรกกับโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ในสิงคโปร์ไปแล้ว

เว็บไซต์ นสพ.เดอะ เทเลกราฟ ในอังกฤษ รายงาน บริษัทเซ็นทริกส์ อินฟอร์เมชัน ซิเคียวริตี เทคโนโลยี ลิมิเต็ด ในอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยของระบบไอทีทางอินเทอร์เน็ต ในอังกฤษ และได้รับการสนับสนุนจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี และอดีตเจ้าของสโมสรทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศระดมเงินทุนก้อนใหม่เพื่อให้มูลค่าของบริษัทมีมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท ในการเตรียมตัวสยายปีกเข้าสู่ระบบไอทีด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นครั้งแรก

เทเลกราฟ รายงานเมื่อ 11 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า นอกจากนายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเซ็นทริกส์ อินฟอร์เมชั่นฯแล้ว ยังมีนายเอียน เทย์เลอร์ เจ้าพ่อนักธุรกิจด้านน้ำมันแห่ง Vitol ร่วมถือหุ้นด้วย โดยทางบริษัทเซ็นทริกส์ฯ อ้างว่า เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล จะทำให้ระบบปฏิบัติการด้านโทรคมนาคมสามารถปกป้องข้อความ (แมสเสจ) และการช็อปปิ้งทางออนไลน์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองต้องการขอความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้

นอกจากนั้น เทเลกราฟ ยังเผยว่า เป็นที่เข้าใจว่า บริษัทเซ็นทริกส์ อินฟอร์เมชั่นฯ ได้มีการร่วมลงนามในข้อตกลงรับงานแรกกับ โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างชาติอัจฉริยะ ของรัฐบาลสิงคโปร์ หรือที่เรียกว่า สมาร์ท เนชั่น โดยอาศัยการวางโครงข่ายพื้นฐาน ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคมมาอำนวยความสะดวกใหกับกิจการรัฐและชีวิตประจำของประชาชน โดยเทเลกราฟ เผยด้วยว่า จากแหล่งข่าวหลายเแห่งในสิงคโปร์ แย้มว่า บรรษัทการลงทุนแห่งชาติของรัฐบาลสิงคโปร์ ‘เทมาเส็ก’ กำลังเข้าร่วมลงทุนในบริษัทเซ็นทริกส์ อินฟอร์เมชั่นฯด้วย

สำหรับเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมดังกล่าวของบริษัทเซ็นทริกส์นั้น ได้จากการวิจัยที่คณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของ‘ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน’ โดยบริษัทเซ็นทริกส์ อ้างว่า ระบบนี้จะช่วยปกป้องการพูดคุยสื่อสารจากการถูกแอบดักฟัง และขณะเดียวกัน ก็ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนสามารถเข้าไปสืบสวนคดีตามกระบวนการทางกฎหมายได้

 

สถานทูตไทยในเบลเยียม จัดพิธีทำบุญ ในหลวงครองราชย์ครบ 70 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642620

 

สถานทูตไทยในเบลเยียม จัดพิธีทำบุญ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคล ‘ในหลวง’ ครองราชสมบัติครบ 70 ปี โดยมีคนไทยในเบลเยียมจำนวนมาก พร้อมครอบครัว มาร่วมในพิธีด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ จัดพิธีทำบุญ ณ Centre Culturel et de Congrès de Woluwe Saint Pierre กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี  โดยมีเอกอัครราชทูตบุษยา มาทแล็ง เป็นประธานในพิธี และ นายกิตติ วะสีนนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา (อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน) บรรยายเรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีคนไทยในเบลเยียมพร้อมครอบครัวร่วมงานจำนวนมาก

เริ่มจาก เวลา 10.09 น. นางบุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้น เอกอัครราชทูตถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียน กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ผู้เข้าร่วมพิธีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา


ต่อมา นายกิตติ วะสีนนท์ บรรยายเรื่อง “ปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง” ได้แนะนำ “มูลนิธิมั่นพัฒนา” ที่ดำเนินโครงการพระราชดำริหลากหลายตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ทรงเน้นความพอเพียง ที่ได้ทรงเรียนรู้เมื่อครั้งทรงพำนักอยู่ที่เมืองโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ขณะทรงพระเยาว์ ตามหลักแห่งการคิดและตัดสินใจเพื่อการพัฒนาอย่างสมดุลสู่ความสุขที่ยั่งยืน ด้วยความพอประมาณ มีเหตุผลและการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี โดยใช้ความรู้คู่คุณธรรมเป็นพื้นฐาน นำไปสู่การปรับใช้ในแผนพัฒนาประเทศ ภาคธุรกิจ การศึกษา ชุมชน และแพร่หลายในต่างประเทศ


หลังจากการถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เอกอัครราชทูตฯ หัวหน้าสํานักงาน ข้าราชการทีมประเทศไทยประจํากรุงบรัสเซลส์ พร้อมด้วยผู้แทนชุมชนไทย ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ผู้เข้าร่วมพิธีกรวดน้ำรับพร ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เสร็จแล้วผู้เข้าร่วมพิธีรับประทานอาหารร่วมกัน


เหล่าคนไทยในเบลเยียมที่มาร่วมงานทุกคนล้วนมีความปลื้มปีติที่มีโอกาสร่วมถวายพระพรชัยมงคลเพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี โดยนางกาญจนา บุทธิจักร์ เชฟร้านอาหารไทยที่มาอยู่เบลเยียมกว่า 15 ปีกล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ดิฉันมีความภาคภูมิใจและดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบารมี “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” ดิฉันเคยมาร่วมงาน “รวมใจภักดิ์ รักในหลวง” ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อสิบปีมาแล้ว และทุกครั้งที่สถานทูตไทยจัดงานถวายพระพรในหลวงไม่ว่าจะเป็นงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาหรืองานวันชาติ คนไทยในเบลเยียมทุกคนจะมารวมใจหลอมเป็นหนึ่งเดียวถวายพระพร เพื่อแสดงถึงพลังความรักในหลวงของคนไทยในต่างแดน

 

มือที่ 3 ป่วน กราดยิงโหด! ตร.เม็กซิโกเข้าสลายม็อบครูปิดถนน ตาย 6 เจ็บ 50

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 16:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642589

 

สะเทือนขวัญ ..กลุ่มมือปืน ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายขึ้น กราดยิงเข้าใส่ตำรวจและม็อบครูปิดถนน ในรัฐอัวซาก้า ทางใต้ของเม็กซิโก ตาย 6 เจ็บครึ่งร้อย

เมื่อ 20 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน กลุ่มมือปืนกราดยิงเข้าใส่ตำรวจและกลุ่มครู ที่ชุมนุมประท้วงปิดกั้นถนน ในรัฐอัวซาก้า ทางใต้ของประเทศเม็กซิโก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกราว 50 คน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บด้วย

เจ้าหน้าที่ทางการเม็กซิโก เผยว่าเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นขณะที่ตำรวจปราบจลาจลกำลังพยายามเข้าเคลียร์ ขอทวงคืนพื้นที่ถนนใกล้เมืองโนชิกเตียน จากกลุ่มครูหลายร้อยคนที่ปักหลักประท้วงต่อต้านแผนปฏิรูปการศึกษาของ ประธานาธิบดีเอ็นริเก้ นิเอโต อีกทั้งยังมีผู้นำสหภาพครู 2 คน ถูกทางการจับกุมในข้อหาทุจริตคอรัปชันเมื่อสัปดาห์ก่อน ทว่ากลับเกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อมีกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายสาดกระสุนปืน กราดยิงเข้าใส่กลุ่มครู และตำรวจ เพื่อพยายามสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก


ข่าวแจ้งว่า กลุ่มครูสมาชิกสหภาพ CNTE ได้ประท้วงปิดกั้นถนน ทางภาคใต้ของเม็กซิโกมาตั้งแต่แกนนำสหภาพ 2 คนถูกจับกุม สัปดาห์ก่อน ขณะกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ใกล้เมืองโนชิกเตียน ไม่ได้รับอนุญาตให้นำอาวุธปืนติดตัวระหว่างเข้าสลายการชุมนุม



อัยการเบลเยียม แจ้งข้อหาก่อการร้าย 3 ผู้ต้องหา ปล่อยตัว 9 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 14:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642518

 

อัยการเบลเยียม ตั้งข้อหาเล่นงาน 3 ผู้ต้องหาพยายามฆ่าโดยการก่อการร้าย หลังระดมกำลังตรวจค้น 40 จุดทั่วประเทศ จับกุมมาสอบปากคำ 12 คน และปล่อยไป 9 คน

เมื่อ 20 มิถุนายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงานความคืบหน้าการกวาดล้างจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 40 คน จากการตรวจค้น 40 จุดทั่วประเทศเบลเยียม เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า มีผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำ 12 คน ในจำนวนนี้ถูกแจ้งดำเนินคดี 3 คน ในข้อหาพยายามฆ่าโดยการก่อการร้ายและการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้ายในฐานะผู้บงการหรือผู้ร่วมบงการ อีก 9 คนได้รับการปล่อยตัว

ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้แก่ 1. นายซามีร์ ซี. เกิดวันที่ 13 มกราคม 1989 2. นายมุสตาฟา บี เกิดวันที่ 14 มีนาคม 1976 และนายจาหวัด บี เกิดวันที่ 3 มีนาคม 1987 ทั้งสามคนถือสัญชาติเบลเยียม มีสองคนเป็นญาติกับสองพี่น้อง เอล บาคราวี ที่จุดระเบิดฆ่าตัวตายในการก่อเหตุโจมตีบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา โดย นายมุสตาฟา วัย 40 ปี และนายจาหวัด วัย 29 ปี ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ทั้งสองคนมีประวัติคดีอาชญากรรมหลายคดี เช่น ลักขโมย ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย และมีอาวุธปืนอยู่ในครอบครอง

จากการดักฟังทางโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียม พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้กล่าวถึงการก่อวินาศกรรมช่วงบ่ายวันเสาร์ในพื้นที่แฟนโซน บริเวณปลาสโรเจียร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2016 แมตช์เบลเยียม-ไอร์แลนด์ จากการตรวจค้น 40 จุด ใน 16 อำเภอ รวมทั้งโรงรถแบบปิดอีก 152 แห่ง เจ้าหน้าที่ไม่พบอาวุธหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด

ตามแฟ้มประวัติก่อคดี นายจาหวัดได้บุกเข้าปล้นเงินสำนักงานเวสเทิร์นยูเนียน กลางกรุงบรัสเซลส์เมื่อปี 2010 ร่วมกับนายอิบราฮิม เอลบาคราวี ซึ่งได้ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยปืนคาลาชนิคอฟ และนับเป็นหนึ่งในคดีร้ายแรงหลายคดีติดตัวผู้ต้องหาดังกล่าว นอกจากนั้น นายมุสตาฟายังมีการติดต่อทางโทรศัพท์กับนายคาลิด เอล บาคราวี มือระเบิดสถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์ อยู่เป็นประจำถึงปลายปีที่แล้ว

ผู้ต้องหาทั้งสามได้ถูกตั้งข้อสงสัยว่าต้องการที่จะดำเนินการลงมือโจมตีในกรุงบรัสเซลส์ ผู้พิพากษาควบคุมคดีได้ตั้งข้อหาพยายามฆ่าในกรอบของการก่อการร้าย ซึ่งหมายความว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคนตั้งใจที่จะลงมือปฏิบัติการตามแผนที่ต้องการก่อเหตุฆาตกรรมหมู่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ก่อนที่จะเริ่มลงมือ จึงมีบทบาทในฐานะผู้บงการหรือผู้ร่วมบงการที่มีบทบาทสำคัญในการก่อการร้าย และจะถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อฝากขังต่อในวันพฤหัสบดีนี้.

 

เลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้ฯ วอนผู้นำโลกหยุดเพิกเฉย ชะตากรรมผู้ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 13:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642469

 

เลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกหยุดเพิกเฉยต่อวิกฤติผู้ลี้ภัย เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก 20 มิ.ย. ชี้ปีที่ผ่านมา ชาวโลกได้เห็นความกล้าหาญอันใหญ่หลวงของบรรดาผู้ลี้ภัยที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้าน-ประเทศของตน จากสงครามกลางเมือง

เมื่อ 20 มิ.ย. เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก (World Refugee Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 มิถุนายนของทุกปี นายซาลิล เช็ตตี้ เลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยที่ทะลักเข้าสู่ยุโรปครั้งใหญ่ว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้คนมากมายทั่วโลกได้ออกมาต้อนรับและช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่หนีภัยสงครามและการสังหารกันอย่างล้นหลาม พร้อมชื่นชมผู้ลี้ภัยที่ใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการเดินทางหนีออกมา

“วันนี้เป็นวันของการแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้คนที่ถูกบังคับให้ต้องหนีออกจากบ้านและประเทศของพวกเขาจากสงคราม การประหัตประหาร และวิกฤติการณ์ ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้เห็นความกล้าหาญอันใหญ่หลวงของเหล่าผู้ลี้ภัย เช่นเดียวกับปฏิกิริยาอันน่าเหลือเชื่อของผู้คนที่ต่างเปิดใจและเปิดบ้านต้อนรับผู้ลี้ภัย ผู้คนทั่วโลกต่างต้องการช่วยเหลือ และพวกเขาก็อยากเห็นรัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยเช่นกัน” ซาลิล เช็ตตี้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลหลายประเทศยังไม่ได้ช่วยเหลือหรือร่วมกันแก้วิกฤติผู้ลี้ภัยเท่าที่ควร เลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้จึงเรียกร้องให้ผู้นำโลกหยุดเพิกเฉยต่อปัญหาและร่วมกันหาทางออกในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในวาระเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกันยายน 2559 นี้

ซาลิล เช็ตตี้ เน้นย้ำว่า “เราต้องการผู้นำที่มีความเป็นผู้นำจริงๆ ไม่ใช่คนที่เอาแต่คล้อยตามวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ในวันผู้ลี้ภัยโลกนี้ พวกเราต้องส่งสารไปถึงรัฐบาลว่าพวกเราต้องการอยู่ในสังคมที่ต้อนรับและไม่เพิกเฉยต่อผู้ลี้ภัย การประชุมผู้นำโลกเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยของ UN ในเดือนกันยายนนี้จะต้องให้ความสนใจกับข้อความเหล่านี้และปฏิบัติตามด้วย”.

 

รบ.ปักกิ่งฉุน! เรือรบอินโดฯยิงเรือประมงจีน ในทะเลจีนใต้ ลูกเรือเจ็บ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 12:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642453

 

(ภาพประกอบ เรือประมงจีน ‘ฮัว-ลี่ 8’ ถูกจับในข้อหาละเมิดน่านน้ำอินโดนีเซีย เมื่อ 23เม.ย.59)

ทางการจีนฉุน… ประท้วงอินโดนีเซีย ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ เรือรบอินโดนีเซียยิงโจมตีเรือประมงจีน ใกล้เกาะนาตูนา ในทะเลจีนใต้ ลูกเรือประมงเจ็บ 1 และยังถูกควบคุมตัวหลายคน

เมื่อ 20 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ ตำหนิเรือของกองทัพเรืออินโดนีเซียเปิดฉากยิงใส่เรือประมงของชาวจีน ใกล้เกาะนาตูนา นอกชายฝั่งเกาะบอร์เนียว ในทะเลจีนใต้ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ลูกเรือประมงชาวจีนได้รับบาดเจ็บ 1 คน และถูกจับกุมหลายคน

บีบีซี แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ กองทัพเรืออินโดนีเซียได้ยิงโจมตีเรือหลายลำที่ติดธงจีน แต่ไม่เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าลูกเรือประมงชาวจีนยังคงถูกเจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซียควบคุมตัวไว้หรือไม่

ทั้งนี้ เหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างอินโดนีเซียกับจีน ใกล้เกาะนาตูนา ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วของปีนี้ โดยตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงทางการจีน นายฮั้ว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้กล่าวว่า ทางการจีนขอประท้วงอย่างรุนแรง และขอประณามการกระทำเกินกว่าเหตุโดยใช้กองกำลังยิงโจมตีเรือประมงของชาวจีน.

 

ช็อกซ้ำ! นักร้อง ‘เดอะ วอยซ์’ เม็กซิโก ถูกยิงดับในเมืองชิคาโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642235

 

(ภาพ: Facebook)

นักร้องผู้เคยเข้าแข่งขันเวที เดอะ วอยซ์ ในประเทศเม็กซิโก ถูกยิงเสียชีวิตที่เมืองชิคาโก สหรัฐฯ เพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังจาก คริสตินา กริมมี นักร้องเดอะ วอยซ์ อเมริกา ถูกยิงเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อเลฮานโดร ‘ฮาโน’ ฟูเอนเตส ผู้เข้าแข่งขันเวทีประกวดร้องเพลง ‘เดอะ วอยซ์’ (The Voice) ในประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 2011 มือปืนยิงเสียชีวิตในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่เขาร่วมฉลองงานวันเกิดของตัวเองกับเพื่อน

สำนักงานชันสูตรเขต คุก เคาน์ตี ออกมายืนยันว่า นายฟูเอนเตส อายุ 45 ปี เสียชีวิตแล้วในวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย. หลังจากเขาถูกยิง 3 นัดที่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. หน้าโรงเรียน ทราส บัมบาลินาส ของเขา ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองชิคาโก โดยในวันเกิดเหตุเขากับเพื่อนกำลังขึ้นรถยนต์ ก่อนที่มือปืนจะปรากฏตัวออกมาและสั่งให้นายฟูเอนเตซลงจากรถแล้วยิงเขา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า พวกเขาไม่พบผู้ต้องสงสัยให้เหตุการณ์นี้ และพวกเขากำลังสอบสวนว่าเหตุการณ์นี้เป็นความพยายามปล้นรถหรือปล้นทรัพย์

ทั้งนี้ นายฟูเอนเตสเข้าร่วมการแข่งขัน เดอะ วอยซ์ เวอร์ชั่นของประเทศเม็กซิโก ซีซั่นแรกในปี 2011 โดยผ่านรอบไบลด์ออร์ดิชั่น เข้าไปอยู่ในทีมของ ลูเซโล นักร้อง, นักแสดงหญิงชื่อดังช่าวเม็กซิกัน แต่ไปไม่ถึงรอบสุดท้าย

อนึ่ง เหตุฆาตกรรมนายฟูเอนเตสเกิดขึ้นเพียงไม่ถึงสัปดาห์ หลังจาก คริสตินา กริมมี ซึ่งร่วมแข่งขัน เดอะ วอยซ์ เวอร์ชั่นอเมริกาซีซั่น 6 ในปี 2014 ถูกนาย เควิน เจมส์ ลอยบ์ล ยิงเสียชีวิตขณะเธอกำลังแจกลายเซ็น ให้กับแฟนเพลง หลังจบการแสดงคอนเสิร์ตที่ พลาซา ไลฟ์ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 10 มิ.ย.

 

มะกันรักษาความปลอดภัยเข้ม งานพาเหรดเกย์ทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642149

 

(ภาพ: AP)

ทางการสหรัฐฯสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อมดูแลงานชุมนุมแสดงพลังกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศประจำปีทั่วประเทศตลอดช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า หลังเกิดเหตุมือปืนบุกกราดยิงสังหารผู้คน 49 ศพ บาดเจ็บ 53 คน ที่ไนต์คลับชาวเกย์ในเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดาเมื่อ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าเฉพาะงาน “ไพรด์เฟสต์” ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ อาจมีผู้คนร่วมงานมากเกือบ 1 ล้านคน เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มการตรวจค้นกระเป๋าผู้เข้าร่วมงานและเพิ่มการว่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชนอีกจำนวนมาก

เช่นเดียวกับการจัดงาน “ไพรด์เฟสต์” ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานมากกว่า 300,000 คน เจ้าหน้าที่เอฟบีไอจะมีส่วนร่วมปฏิบัติหน้าที่ป้องกันเหตุร้ายร่วมกับตำรวจท้องถิ่น ขณะที่การจัดงานแสดงพลังกลุ่มคนรักร่วมเพศในเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา คาดว่ามีผู้ร่วมงานจำนวนมากด้วย โดยผู้จัดงานเชื่อว่าผู้คนยิ่งจะออกมาแสดงพลังเพิ่มขึ้นเพื่อร่วมอาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงที่เมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา

ขณะเดียวกัน ชายชาวตุรกีกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปทำร้ายแฟนคลับวงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟ เรดิโอเฮด สัญชาติอังกฤษ ที่นครอิสตันบูล ซึ่งเดินทางไปโปรโมตอัลบั้มชุดใหม่ “อะ มูน เชพ พูล” ครั้งแรกในรอบ 5 ปี เพราะไม่พอใจที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงรอมฎอน แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บร้ายแรง.