เจอแล้ว! กล่องดำบิน ‘อียิปต์แอร์’ ตกในเมดิเตอร์เรเนียนเดือน พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มิ.ย. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640443

 

(ภาพ: AP)

ทีมค้นหาซากเครื่องบินแอร์บัส เที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ของอียิปต์แอร์ ที่ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อเดือนก่อน ค้นพบกล่องดำของเครื่องบินลำนี้แล้ว โดยจะเป็นเบาะแสสำคัญที่อาจบอกสาเหตุการตกของเครื่องบินลำนี้ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนของประเทศอียิปต์ เปิดเผยในวันที่ 16 มิ.ย. ว่า ทีมค้นหาซากเครื่องบินโดยสาร แอร์บัส เอ320 เที่ยวบินที่ เอ็มเอส 804 ของสายการบินอียิปต์แอร์ ซึ่งตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อกลางเดือนก่อน ค้นพบอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน (ซีวีอาร์) หนึ่งในกล่องดำ 2 กล่องของเครื่องบินลำนี้แล้ว

คณะกรรมการสืบสวนของอียิปต์ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า อุปกรณ์ปฏิบัติการใต้น้ำของเรือค้นหา สามารถเก็บกู้ส่วนที่เป็นหน่วยความจำของอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของกล่องดำกล่องนี้กลับขึ้นมาได้แล้ว และหน่วยความจำนี้จะถูกส่งไปวิเคราะห์ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ของอียิปต์

ในขณะเดียวกัน ทีมค้นหายังไม่พบกล่องดำส่วนบันทึกข้อมูลการบิน (เอฟดีอาร์) ซึ่งบันทึกข้อมูลทางเทคนิคจากเซ็นเซอร์ต่างๆของเครื่องบิน เช่นความเร็วลม, ความสูง การทำงานของเครื่องยนต์ หรือตำแหน่งของปีก ในช่วงระยะเวลา 25 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 เที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ของสายการบินอียิปต์แอร์ ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างเดินทางจากกรุงปารีสของฝรั่งเศสไปยังกรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 66 คน เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก

บริษัท แอร์บัส เคยออกมาแสดงความเห็นว่า การค้นหากล่องดำของเครื่องบินลำนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่จะทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ เอ็มเอส 804 หายไปจากจอเรดาร์ โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนยังไม่ตัดความเป็นไปได้ใดๆ ออกไป ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดของมนุษย์, ความผิดพลาดทางเทคนิค หรือการก่อการร้าย

 

ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหวอีก! ขนาด 5.2 เขย่าเกาะฮอกไกโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 16:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640239

 

(ภาพจาก USGS)

เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 5.2 เขย่าเกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของญี่ปุ่น ไม่มีประกาศเตือนภัยสึนามิ เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ จากเหตุธรณีพิโรธ

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ตรวจวัดพบ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 5.2 เขย่าเกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของญี่ปุ่น เมื่อเวลา 14.21 น. ของวันที่ 16 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการเกิดธรณีพิโรธ ในช่วงเวลา 2 เดือน หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกาะคิวชู ทางภาคใต้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 49 ราย

ตามรายงานของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองนานาเอะ บนเกาะฮอกไกโด ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 22 กม. อย่างไรก็ตาม การเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 5.2 ที่เกาะฮอกไกโด ไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ หรือคลื่นยักษ์ และเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

สะเทือนใจ! พบ 34 ศพ ผู้อพยพขาดน้ำจนตาย กลางทะเลทรายในไนเจอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640051

 

(ภาพประกอบ: ผู้อพยพที่ค่ายผู้ลี้ภัยในแอลจีเรีย)

ชะตากรรมผู้อพยพ..รบ.ไนเจอร์ แถลงพบศพผู้อพยพตายกลางทะเลทรายซาฮารา ใกล้ชายแดนติดกับแอลจีเรีย ถึง 34 ศพ คาดตายเพราะร่างกายขาดน้ำ หลังโดนแก๊งลักลอบพาข้ามประเทศทิ้งกลางทาง

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานเกิดเหตุสลด รัฐบาลไนเจอร์ ประเทศซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเลทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ในแอฟริกาตะวันตก ออกแถลงการณ์เจ้าหน้าที่พบศพผู้อพยพถึง 34 ศพ ในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 20 ราย ใกล้เมืองอัสซามัคคา ในทะเลทรายซาฮารา ใกล้ชายแดนของไนเจอร์ ด้านติดกับประเทศแอลจีเรีย

นายบาซูม โมฮัมเหม็ด รมว.มหาดไทยของไนเจอร์ กล่าวว่า จากการสันนิษฐานในเบื้องต้น ดูเหมือนผู้อพยพเหล่านี้ เสียชีวิตเนื่องจากร่างกายขาดน้ำ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 6-12 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากถูกแก๊งที่พาพวกเขาลักลอบข้ามประเทศ ได้ทิ้งคนเหล่านี้ไว้กลางทะเลทราย โดยนายโมฮัมเหม็ด ยังระบุว่า ในจำนวนผู้อพยพที่เสียชีวิต 34 ศพ เป็นชาวไนจีเรีย 2 ศพ แต่ยังไม่ทราบสัญชาติแน่ชัด ส่วนรายอื่นๆก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคนจากชาติใด

ด้านองค์กรผู้อพยพระหว่างประเทศ (ไอโอเอ็ม) ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา มีประชาชนที่อพยพข้ามประเทศไนเจอร์จำนวนมากถึงประมาณ 120,000 คน โดยผู้อพยพผิดกฎหมายหลายพันคนได้เดินทางไปยังประเทศแอลจีเรียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เลือกใช้เส้นทางผ่านมาลี และไนเจอร์ เนื่องจากแก๊งลักลอบพาคนข้ามประเทศ เลี่ยงที่จะผ่านประเทศลิเบีย เนื่องจากเกิดสงครามความรุนแรงในประเทศ

 

พบซากเครื่องบิน-สิ่งของจากอียิปต์แอร์เพิ่มอื้อ แต่ยังไม่เจอกล่องดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 11:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639932

 

ผ่านมาเกือบเดือน..ทีมค้นหา พบซากเครื่องบินและสิ่งของของผู้โดยสารเพิ่มอีกหลายชิ้น จากเครื่องบินโดยสารอียิปต์ แอร์ เที่ยวบิน 804 ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพียงแต่ยังไม่เจอกล่องดำ ไขปริศนาชี้สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกในทะเล

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทีมค้นหา พบซากเครื่องบินและสิ่งของสัมภาระเพิ่มอีกหลายชิ้น จากเครื่องบินโดยสารสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS 804 ซึ่งประสบเหตุตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งแต่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยกระทรวงการบินพลเรือนของอียิปต์ แถลงเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ว่า คณะกรรมการสืบสวนอียิปต์ได้ส่งภาพซากเครื่องบินและสิ่งของที่พบในหลายแห่ง เพียงแต่ไม่แจ้งตำแหน่งแน่ชัดถึงสถานที่ที่พบสิ่งของเหล่านี้จากอียิปต์แอร์

ทั้งนี้ นับแต่เที่ยวบิน MS 804 หายไปจากจอเรดาร์ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังนำผู้โดยสารและลูกเรือ 66 คนทะยานออกจากท่าอากาศยานในกรุงปารีส เมืองหลวงฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่กรุงไคโร เมืองหลวงอียิปต์นั้น จนถึงบัดนี้ ทีมค้นหานำโดยกองทัพอียิปต์ยังคงค้นหาซากเครื่องบิน รวมทั้งกล่องดำ บันทึกข้อมูลการบินและเสียงในห้องนักบิน เพื่อไขปริศนาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก หลังจากพบซากเครื่องบินและสิ่งของสัมภาระมาก่อนหน้านี้แล้ว


เครื่องบินโดยสารของสายการบินอียิปต์ แอร์

ขณะที่ สองสัปดาห์หลังอียิปต์แอร์ตกทะเล ด้านเรือของกองทัพเรือฝรั่งเศสซึ่งมาช่วยค้นหาได้ตรวจพบสัญญาณจากกล่องดำ จากใต้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทว่าจนถึงขณะนี้ ปฏิบัติการค้นหา ยังไม่พบกล่องดำของเที่ยวบิน 804 แต่อย่างใด

 

ดิสนีย์เวิลด์สยอง จระเข้งับ ลากเด็กหายลงน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มิ.ย. 2559 07:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639859

 

เหตุเกิดต่อหน้าต่อตาพ่อแม่ พ่อกระโจนดึงตัวคืนไม่สำเร็จ จนท.ร่วมค้นหาแต่ยังไม่เจอ

สุดสยองขวัญ..!! จระเข้กินเด็กชายวัย 2 ขวบ งับร่างลากหายลงน้ำไปต่อหน้าต่อตาพ่อแม่ ขณะพักผ่อนอยู่ริมทะเลสาบในสวนสนุกชื่อดัง “ดิสนีย์เวิลด์” เมืองออร์ลันโด ฟลอริดา สหรัฐฯ ทั้งพ่อทั้งแม่ช็อกตกใจแทบสิ้นสติ โดยพ่อพยายามยื้อชีวิตลูกน้อย ด้วยการเข้าแย่งดึงตัวลูกจากปากจระเข้มัจจุราชแต่ไม่สำเร็จ จนต้องปล่อยให้ลูกน้อยถูกจระเข้ลากร่างจมหายไปในน้ำ

เมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุสยองขวัญอีกครั้ง หลังเพิ่งเกิดเหตุสลดใจไปหมาดๆกับเหตุการณ์สะเทือนใจฆ่าหมู่เกย์ 49 ศพในไนต์คลับ “พัลส์ คลับ” แต่คราวนี้เป็นเหตุระทึกขวัญ จระเข้กินเด็กชายวัย 2 ขวบต่อหน้าพ่อแม่ ที่แทบจะช็อกตาย เนื่องจากเห็นเหตุการณ์สุดสยองขวัญต่อหน้าต่อตา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ว่า ได้เกิดเหตุสยองขวัญขึ้นที่สวนสนุก “ดิสนีย์ เวิลด์” ในเมืองออร์ลันโด สหรัฐอเมริกา เมื่อเด็กชายวัย 2 ขวบคนหนึ่ง กำลังจะลงว่ายน้ำเล่นในทะเลสาบ “เซเว่น ซีส์ ลากูน” ที่อยู่ภายในบริเวณ “ดิสนีย์ แกรนด์ ฟลอริเดียน รีสอร์ต แอนด์ สปา” รีสอร์ตสุดหรูหรา ของบริษัทดิสนีย์ที่อยู่ใกล้กับสวนสนุก โดยสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ กำลังพักผ่อนอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ ปรากฏว่าได้ถูกจระเข้ขนาดลำตัวยาว 1.2-2 เมตร งับร่างหนูน้อยและลากลงไปในน้ำทันที ต่อหน้าต่อตาพ่อแม่ที่นั่งตกตะลึง หลังเกิดเหตุตำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่ากว่า 50 คน ได้ใช้ทั้งเรือและเฮลิคอปเตอร์ ออกค้นหาเด็กชาย วัย 2 ขวบไปทั่วบริเวณแต่ไม่พบ

โดยเหตุสยองขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 14 มิ.ย. หลังจากที่ผู้เป็นพ่อของเด็กพาสมาชิกครอบครัวรวม 5 คน เดินทางจากรัฐเนบราสกา มาเที่ยวที่สวนสนุกและเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งนี้ ก่อนจะพากันพักผ่อนที่ริมทะเลสาบ โดยขณะเกิดเหตุร้ายกับลูกชาย ผู้เป็นพ่อแม้จะตกใจสุดขีด แต่ก็ได้พยายามใช้สองมือ ฉุดดึงลูกชายที่ดิ้นกระแด่วๆ ออกจากปากจระเข้ เพื่อพยายามยื้อชีวิตลูกชาย แต่ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของจระเข้ตัวดังกล่าวได้ ซึ่งในที่สุดจระเข้จอมเขมือบตัวนี้ก็ได้งาบร่างเด็กชายเคราะห์ร้ายลากพาร่างเด็กจมหายไปกับกระแสน้ำในทะเลสาบอย่างน่าสลดใจ

ทั้งนี้ เหตุการณ์จระเข้กินเด็กต่อหน้าพ่อแม่ ได้เกิดเมื่อเวลา 21.20 น.ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าไทยประมาณ 11 ชั่วโมง หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน รายงานด้วยว่า นายเจอร์รี เดมิงส์ นายอำเภอเขตออเรนจ์ เคาน์ตี ท้องที่เกิดเหตุ เผยเพิ่มเติมด้วยว่า ระหว่างผู้เป็นพ่อพยายามลงไปในน้ำเข้าไปช่วยลูกชายแต่ไม่สำเร็จนั้น ได้ร้องขอความช่วยเหลือให้คนอื่นๆมาช่วยด้วยอีกแรง ซึ่งก็มีแม่ของเด็กเข้ามาช่วยกันด้วย แต่สุดท้ายก็ช่วยเหลือลูกน้อยไม่ได้ และบริเวณดังกล่าวมีการติดป้ายเตือนภัยห้ามลงว่ายน้ำในทะเลสาบอยู่ด้วย ตนเป็นปู่ของเด็ก ได้แต่หวังว่าเจ้าหน้าที่จะประสบความสำเร็จในการค้นพบหลานชาย

ด้านโฆษกของบริษัทดิสนีย์ได้ออกมาแถลงหลังเกิดเหตุว่าบริษัทรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำลังให้การช่วยเหลือครอบครัว พร้อมทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการค้นหาเด็กชายที่ตกเป็นเหยื่อจระเข้

ทั้งนี้ หน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ป่าของรัฐฟลอริดา ระบุว่า จระเข้อาศัยอยู่ทั่วไปในรัฐฟลอริดาและเป็นสัตว์ประจำถิ่นซึ่งพบอยู่ทั่วไปตามพื้นที่ชุ่มน้ำ หนองน้ำ แม่น้ำและทะเลสาบ โดยมีผู้เสียชีวิตจากคมเขี้ยวจระเข้ในรัฐฟลอริดา รวมแล้ว 22 คน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2491

 

เศร้า! พบแล้วศพเด็กน้อย 2 ขวบถูกไอ้เข้งาบหายที่ดิสนีย์เวิลด์ ฟลอริดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639810

 

(ภาพ: AFP)

เจ้าหน้าที่ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา พบศพเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ถูกจระเข้คาบหายไปในบึงใกลับริเวณ ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ต เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาแล้ว โดยพบอยู่ใต้น้ำ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักประดาน้ำพบศพของเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ หลังถูกจระเข้ตีนเป็ด ซึ่งเป็นจระเข้น้ำเค็ม หรือที่เรียกกันว่า ตัวอัลลิเกเตอร์ ย่องมาคาบลงไปในบึงน้ำ บริเวณรีสอร์ต ‘เซเว่น ซีส์ ลากูน’ ใกล้กับ ‘แกรนด์ ฟลอริเดียน รีสอร์ต แอนด์สปา’ ของ ‘ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ต’ เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว

นาย เจอร์รี เดมมิง นายอำเภอเขต ออเรนจ์ เคาน์ตี ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ระบุชื่อของเด็กชายที่ถูกจระเข้จู่โจมว่าคือ เลน เกรฟส์ จากรัฐเนบราสกา ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ศพที่พบซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์นั้น คือเด็กชายเคราะห์ร้ายรายนี้หรือไม่ แต่ตำรวจมั่นใจว่านี่เป็นศพของเด็กชายเกรฟส์


เจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหาเด็กชายที่หายไป (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ หลังจากเด็กคนชายเกรฟส์ ถูกจระเข้ลากลงไปในน้ำ เจ้าหน้าที่ประมาณ 50 คนก็ระดมกำลังกันช่วยค้นหา โดยใช้อุปกรณ์โซนาร์ ตรวจสอบทะเลสาบหลายสายและสระที่เชื่อมต่อกับบึงที่เด็กชายถูกจระเข้จู่โจมระหว่างที่เขากำลังเดินเล่นอยู่ในบริเวณน้ำตื้น ต่อหน้าต่อตาพ่อแม่ของเขา โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ผู้เป็นพ่อพยายามช่วยเหลือเด็กคนนี้แล้วแต่ไม่สำเร็จ และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขน

ต่อมาในช่วงเช้าวันพุธ ตำรวจออกมาประกาศว่า เด็กชายคนนี้เสียชีวิตแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย และตลอดการค้นหาจนกระทั่งพบศพ มีจระเข้ถูกจับและสังหาร 5 ตัว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการหาศพเด็กในท้องของจระเข้

 

เสพข่าวฟรีผ่านมือถือพุ่ง ท้าทายอนาคตสื่อสิ่งพิมพ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639786

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 15 มิ.ย. ผลการสำรวจความคิดเห็นทางออนไลน์ใน 26 ประเทศในยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยสถาบันรอยเตอร์เพื่อการศึกษาด้านสื่อสารมวลชน (RISJ) ตีพิมพ์ใน “รายงานข่าวดิจิตอล” ประจำปี 2559 ระบุว่า สื่อโซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ เริ่มกลายเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารหลักสำหรับกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าช่องทาง การรับรู้ข่าวสารฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายนี้จะกลายเป็นปัญหาท้าทายเกี่ยวกับคุณภาพข่าวของสำนักพิมพ์

รายงานระบุ “เฟซบุ๊ก” มีบทบาทสำคัญในการกระจายข่าวสารมากขึ้นด้วยสัดส่วน 44% ยูทูบ 19% ทวิตเตอร์ 10% นอกจากนี้ 36% ของผู้บริโภคยังชอบคัดเลือกข่าวเอง เทียบกับกลุ่มที่ยังอาศัยบรรณาธิการหรือนักข่าว 30% และเป็นครั้งแรกที่กลุ่มคนวัย 18-24 ปี อ่านข่าวผ่านโซเชียลมีเดียถึง 28% มากกว่าดูทีวีที่ 24% โดยสวีเดนเป็นประเทศที่ใช้สมาร์ทโฟนอ่านข่าวมากที่สุด 69% เกาหลีใต้ 66% สวิตเซอร์แลนด์ 61% ขณะที่อังกฤษกับสหรัฐฯ ก็ใช้สมาร์ทโฟนเข้าถึงข่าวมากกว่าคอมพิวเตอร์และแล็ปท็อปเป็นครั้งแรก.

 

ฮือฮา! นักวิทย์ตรวจพบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ ครั้งที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639790

 

ภาพหลุมดำในการแถลงการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งแรก (ภาพ: REUTERS)

ทีมนักวิทยาศาสตร์โครงการไลโก ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งที่ 2 แล้ว เพียง 4 เดือนหลังจากการประกาศการค้นพบคลื่นนี้ครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ หอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงโดยใช้อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ชนิดเลเซอร์ หรือ ไลโก (Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory: LIGO) ยืนยันในวันพุธที่ 15 มิ.ย. ว่า พวกเขาตรวจพบคลื่นความโน้นถ่วง ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำ 2 ดวงในอวกาศเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากยืนยันการค้นพบครั้งแรกไปเมื่อ 11 ก.พ.

ทั้งนี้ คลื่นความโน้มถ่วง หรือ คลื่นที่ทำให้เกิดการกระเพื่อมของปริภูมิ-เวลา (space time) ซึ่งอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คาดการณ์เอาไว้ใน ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป’ (General relativity) เมื่อปี 1915 โดยเป็นคลื่นที่ปลดปล่อยออกมา เมื่อวัตถุที่มีมวลมากเคลื่อนที่ด้วยความเร่งสูงหรือมีกิจกรรมรุนแรงในอวกาศ เช่น ดาวนิวตรอนคู่หรือหลุมดำคู่โคจรรอบกัน, ซุปเปอร์โนวา, รังสีแกมมาระเบิดในอวกาศ เป็นต้น ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ปรากฏการณ์เหล่านี้จะทำให้เกิดคลื่นความโน้มถ่วงแผ่ออกไปในอวกาศ และเมื่อมันเคลื่อนผ่านวัตถุใดก็จะทำให้วัตถุนั้นยืดออกและหดเข้าสลับกัน

การค้นพบครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ปี 2015 ในเวลา 03:38 น. ตามเวลามาตรฐานสากล โดยหอไลโกทั้ง 2 แห่งที่เมืองลิฟวิงส์ตัน รัฐลุยเซียนา และที่เมืองแฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน ซึ่งบริหารโดย สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech) และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สามารถตรวจจับคลื่นนี้ได้ แต่หอฯที่ลิฟวิงตันตรวจจับได้ก่อนประมาณ 1.1 มิลลิวินาที (หนึ่งในพันของวินาที)

จากการตรวจสอบของนักวิทยาศาสตร์ คลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจจับได้เป็นครั้งที่ 2 นี้ เกิดขึ้นในช่วงการโคจรรอบกัน 27 รอบสุดท้ายของหลุมดำ 2 ดวงที่มวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา 14 และ 8 เท่า เมื่อราว 1,400 ล้านปีก่อน ก่อนที่พวกมันจะรวมกันเป็นหลุมดำดวงเดียวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 21 เท่า โดยระหว่างการรวมตัวมันได้ปลดปล่อยพลังงานปริมาณเท่าๆ กับมวลของดวงอาทิตย์กลายเป็นคลื่นความโน้มถ่วง

ศ.กาบริเอลา กอนซาเลซ โฆษกกลุ่มความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ไลโก (แอลเอสซี) และศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐลุยเซียนา กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้มีนัยสำคัญคือ หลุมดำทั้งสองมามวลน้อยกว่าหลุมดำที่พบในการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งแรก และเพราะมวลที่น้อยกว่าของพวกมัน ทำให้คลื่นใช้เวลาอยู่ในแขนของไลโกนานกว่าเดิม ประมาณ 1 วินาที ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการจัดทำแผนที่ประชากรหลุมดำในจักรวาลของเรา

ขณะที่ ศ.ฟิลวิโอ ริชชี นักฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยซาปิเอนซา แห่งกรุงโรม อิตาลี และโฆษกกลุ่มความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์เวอร์โก (วีซี) กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้ เวอร์โก (Virgo) เครื่องอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ในยุโรป จะเข้าร่วมขยายเครือข่ายอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงอื่นๆ ซึ่งทำงานร่วมกับกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นที่ติดตามสัญญาณดังกล่าว และเมื่อรวมเครื่องอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ 3 เครื่องเข้าด้วยกัน (ไลโก 2, เวอร์โก 1) จะทำให้สามารถระบุตำแหน่งที่มาของคลื่นความโน้มถ่วงในอวกาศได้ดีขึ้นมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮือฮา! นักวิทย์พบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ มีจริง พิสูจน์ทฤษฎี 100 ปี ของไอน์สไตน์

 

หล่อมาก! เจ้าชายวิลเลียมขึ้นปกนิตยสารเกย์ผู้ดี ร่วมต้านการกดขี่ทางเพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639740

 

(ภาพ: Leigh Kelly/Attitude Magazine)

เจ้าชายวิลเลียม แห่งราชวงศ์อังกฤษ ฉายพระฉายาลักษณ์ขึ้นปกนิตยสารของชาวเกย์ในอังกฤษ เพื่อร่วมแสดงการต่อต้านการกดขี่ข่มเหงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ กลายเป็นเชื้อพระวงศ์อังกฤษพระองค์แรกที่ฉายพระฉายาลักษณ์ขึ้นปกนิตยสาร ‘แอททิจูด’ (Attitude) ของชาวสีรุ้ง โดยพระองค์ทรงร่วมประณามการรังแกและการกดขี่ข่มเหงต่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT)

โดยบนปกนิตยสารฉบับดังกล่าว มีข้อความซึ่งเป็นพระดำรัสของเจ้าชายวิลเลียม ระบุว่า “ไม่มีใครสำควรถูกรังแกเพราะเพศสภาพหรือเพราะเหตุผลอื่นๆ” โดยพระดำรัสนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ดยุคแห่งเคมบริดจ์เชิญนิตยสารฉบับนี้ ให้พากลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถูกรังแกที่พวกเขาเคยเผชิญ ที่พระราชวังเคนซิงตัน

นาย แมทธิว ทอดด์ บรรณาธิการของ แอททิจูด เปิดเผยว่า ผู้เข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนประสบครั้งนี้ ได้เปิดเผยถึงปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาเคยเผชิญ รวมทั้งความพยายามฆ่าตัวตาย, อาการซึมเศร้า, ติดยาเสพติด และปัญหาความผิดปกติในการกิน ขณะที่เจ้าชายวิลเลียมตรัสว่า “ไม่มีใครสำควรถูกรังแกเพราะเพศสภาพหรือเพราะเหตุผลอื่นๆ และไม่มีใครสมควรต้องสู้ทนกับความเกลียดชังเหมือนที่คนหนุ่มสาวเหล่านี้ต้องอดทนมาตลอดชีวิต”

“คนหนุ่มสาวที่เป็นเกย์, เลสเบี้ยน และคนข้ามเพศที่ข้าพเจ้าเจอผ่าน แอททิจูด เป็นผู้กล้าหาญอย่างแท้จริงที่กล้าพูดเรื่องเหล่านี้ออกมาและให้ความหวังแต่ผู้คนซึ่งกำลังเผชิญการกดขี่อย่างโหดร้ายอยู่ตอนนี้ ความเข้มแข็งและการมองโลกในแง่ดีของพวกเขาได้มอบกำลังทั้งหมดที่พวกเราต้องการ ในการยืนหยัดสู้กับการข่มเหงที่ใดก็ตามที่เราพบเห็น” เจ้าชายวิลเลียมตรัส


เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ (ภาพ: AFP)

ขณะที่โฆษกสำนักพระราชวังเคนซิงตัน แถลงว่า “ดยุคแห่งเคมบริดจ์ทรงงานอย่างหนักเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ต่อต้านการกดขี่ข่มเหง และช่วยเหลือในการทำลายความรู้สึกมีมลทินจากปัญหาสุขภาพจิต พระองค์ยังทรงก่อตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อป้องกันการกดขี่ข่มเหงบนโลกไซเบอร์ และทรงเป็นแกนนำการรณรงณ์ ‘Heads Together’ ร่วมกับดัชเชสแห่งเคมบริดจ์และเจ้าชายแฮร์รี เพื่อดูแลเรื่องปัญหาสุขภาพจิตและสุขภาพด้วย”

ทั้งนี้ นิตยสาร แอททิจูด ประกาศข่าวเกี่ยวกับการขึ้นปกนิตยสารของเจ้าชายวิลเลียมในวันพุธที่ 15 มิ.ย. เพียง 1 วันหลังจากที่พระองค์และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ลงพระนามที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงลอนดอน เพื่อแสดงความเสียพระทัย ต่อผู้เสียชีวิตในเหตุกราดยิงกลางไนท์คลับของชาว LGBT ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 ศพ.

 

หน่วยต้านก่อการร้ายเตือน! นักรบจากซีเรียเล็งโจมตีในเบลเยียม-ฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 00:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639688

 

(ภาพ: REUTERS)

หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศเบลเยียม เตือนเจ้าหน้าที่ในเบลเยียมและฝรั่งเศส ว่านักรบติดอาวุธกลุ่มหนึ่ง กำลังจะเดินทางออกจากซีเรีย เพื่อไปก่อเหตุร้ายในทั้งสองประเทศ ซึ่งการโจมตีอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศเบลเยียม ออกคำเตือนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบลเยียมและฝรั่งเศส ว่ากลุ่มนักรบติดอาวุธจะเดินทางออกจากประเทศซีเรีย และมีเป้าหมายที่จะก่อเหตุโจมตีในเบลเยียมและฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่งเผชิญเหตุโจมตีรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอร์นีแอร์ เออร์ (Dernière Heure: DH) ของเบลเยียม คำเตือนดังกล่าวระบุว่า ตามข้อมูลที่ได้รับมา กลุ่มคนเหล่านี้อาจครอบครองอาวุธที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว และมีความเป็นไปได้ว่าการลงมือของพวกเขาใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว โดยนักรบกลุ่มนี้ วางแผนจะเดินทางจากซีเรียเข้าสู่ยุโรปทางเดือน จากประเทศตุรกีสู่ประเทศกรีซ โดยไม่ใช้หนังสือเดินทาง และคาดว่า คนร้ายจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังฝรั่งเศส ส่วนอีกกลุ่มไปยังเบลเยียม และก่อเหตุโจมตีเป็นคู่

ขณะที่ DH รายงานว่า เป้าหมายการโจมตีที่เป็นไปได้เบลเยียมนั้น รวมไปถึงศูนการค้าในกรุงบรัสเซลส์, ร้านอาหารจานด่วนที่เป็นของอเมริกัน และสถานีตำรวจ

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสและเบลเยียมตอบสนองต่อคำเตือนนี้ในระดับใด โดยสื่อในฝรั่งเศสระบุว่า คำเตือนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ขณะที่ทางการเบลเยียมไม่มีการปรับเพิ่มระดับการเตือนภัยก่อการร้าย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ.