กลั้นไม่ไหวแล้ว! หญิงท้องแก่คลอดลูกบนเครื่องบินซาอุฯ ต้องลงจอดฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639576

 

(ภาพประกอบ : เครื่องบินโดยสารของซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส)

ทำตื่นเต้นทั้งลำ..เครื่องบินโดยสาร ซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส จากซาอุฯ ไปนิวยอร์ก ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน เนื่องจากมีผู้โดยสารหญิงเกิดคลอดลูกบนเครื่องบิน ขณะอยู่เหนือน่านฟ้าของประเทศเวลส์

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุการณ์ตื่นเต้น บนเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777 ของสายการบินซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 21 จากเมืองเจดดาห์ ในซาอุดีอาระเบีย มุ่งหน้าสู่ สนามบินเจเอฟเค ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เมื่อนักบินต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน เมืองหลวงอังกฤษ เมื่อ 15 มิ.ย. เนื่องจากผู้โดยสารหญิงท้องแก่คนหนึ่งเกิดคลอดลูกบนเครื่องบินขณะกำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าทางเหนือของประเทศเวลส์

ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์ มีรายงาน จากการติดตามด้วยเรดาร์ พบว่า เครื่องบินได้มีการเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อขอลงจอดฉุกเฉิน ขณะที่ ทวิตเตอร์ของแอร์ไลฟ์ เผยแพร่ภาพเครื่องบินโดยสารของสายการบินซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส จอดที่สนามบินฮีทโธรว์ เมื่อเวลาประมาณ 11.10 น. ของวันที่ 15 มิ.ย.(ตามเวลาท้องถิ่น) โดยมีรายงานว่านักบินมีการถ่ายน้ำมันทิ้ง ก่อนจะลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนด้วย

ทั้งนี้ เที่ยวบิน 21 จากเจดดาห์มุ่งสู่นิวยอร์ก ของสายการบินซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส มีระยะทางบิน 10,000 กม. และปกติแล้ว ใช้เวลาในการบินประมาณ 12 ชม.

 

งานเข้า! เมียมือปืนกราดยิงสยองบาร์เกย์ สหรัฐฯ อาจเจอข้อหาสมรู้ร่วมคิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 16:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639496

 

(โอมาร์ มาทีน มือปืนกราดยิงที่พัลส์ ไนต์คลับ)

ภรรยามือปืนกราดยิงสังหารหมู่ดับ 49 ศพ ที่บาร์เกย์ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา อาจโดนตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดก่อเหตุฆาตกรรมและพยายามฆ่า หลังให้การกับเอฟบีไอ บอกพยายามเกลี้ยกล่อมให้สามีล้มเลิกแผนร้าย แต่ไม่เป็นผล

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน น.ส.นูร์ ซัลมาน ภรรยาของ นายโอมาร์ มาทีน มือปืนกราดยิงสังหารหมู่ดับ 49 ศพ บาดเจ็บ 53 ราย ที่ ‘พัลส์ ไนต์คลับ’ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ อาจโดนข้อหารู้เห็นกับการก่อเหตุร้ายที่สถานบันเทิงของชาวเกย์แห่งนี้ โดยสำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ และรอยเตอร์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า คณะอัยการสหรัฐฯ ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการสอบสวน น.ส.นูร์ ซัลมาน เนื่องจากตามรายงานที่เธอให้การกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐฯ(เอฟบีไอ) ระบุ เธอพยายามจะพูดคุยกับ นายมาทีน สามี ให้ล้มเลิกแผนการร้ายครั้งนี้

ฟอกซ์ นิวส์ เผยว่า ทีมอัยการกำลังพยายามจะตั้งข้อหาดำเนินคดีกับ น.ส.ซัลมาน ภรรยาของมือปืน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดก่อฆาตกรรม 49 กระทง และพยายามฆ่าอีก 53 กระทง รวมทั้งข้อหาที่เธอไม่ยอมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเกี่ยวกับแผนกราดยิงของ นายมาทีน ผู้เป็นสามี


บีบีซี แจ้งว่า มีความเป็นไปได้ที่ นายมาทีน ได้โทรศัพท์หาภรรยาจากในไนต์คลับ ขณะที่เขาลงมือก่อเหตุ กระนั้นก็ดี ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสอบสวน น.ส.ซัลมาน มาตั้งแต่หลังเกิดเหตุกราดยิง เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. แต่ก็ยังไม่มีการควบคุมตัวเธอในฐานะผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด


ขณะเดียวกัน สื่อในสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันอังคารที่ 14 มิ.ย. ว่า น.ส.ซัลมาน ได้ไปกับ นายมาทีน สามี เพื่อซื้อกระสุนปืน และยังเป็นคนขับรถไปส่งนายมาทีน ที่ พัลส์ ไนต์คลับก่อนหน้าจะลงมือ เนื่องจากเขาต้องการสำรวจสถานที่ที่จะก่อเหตุร้าย อย่างไรก็ตาม น.ส.ซัลมาน บอกว่าเธอพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้นายมาทีนล้มเลิกแผนกราดยิง แต่ไม่สำเร็จ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสียงจากนรก! ปืนดังระรัวไนต์คลับเกย์สหรัฐฯ ดับ 50 ‘แม่..ผมกำลังจะตาย’ (ชมคลิป) 

 

ใกล้ถึงวันลงประชามติอนาคตยูเค! โพลชี้ฝ่ายหนุน ‘แยก ’จากอียู มีคะแนนนำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 15:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639435

 

(เดอะ ซัน ประกาศจุดยืน สนับสนุนยูเคแยกตัวจากอียู)

เหลือ 8 วัน จะถึงวันลงประชามติสหราชอาณาจักรจะแยกตัวจากสหภาพยุโรปหรือไม่… ผลโพลยูกอฟออกมา ฝ่ายหนุนให้ ‘แยก’ นำฝ่ายอยากให้อยู่ต่อถึง 7 จุด ขณะที่ เดอะ ซัน แทบลอยด์ดังในอังกฤษ ประกาศชัดสนับสนุนให้ ‘แยกตัว’

เมื่อ 15 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อในอังกฤษ เกาะติดความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ขณะใกล้ถึงวันลงประชามติของประชาชนในสหราชอาณาจักร (United Kingdom) หรือยูเค จะแยกตัวหรือยังอยู่กับสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 23 มิ.ย.ว่า ผลโพลล่าสุดของ ยูกอฟ (YouGov) เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย. ออกมาว่า ฝ่ายที่สนับสนุนให้ยูเคแยกออกจากอียู มีคะแนนเหนือกว่าฝ่ายที่อยากให้อยู่กับอียูตามเดิม ถึง 7 จุด

ตามรายงานผลโพลของยูกอฟแจ้งว่า ผู้มีสิทธิลงประชามติที่ต้องการให้ยูเคแยกตัวจากสหภาพยุโรป ได้คะแนนถึง 46% มากกว่าฝ่ายที่อยากให้อยู่ต่อไป ที่ได้ 39% ขณะที่ ยังมีผู้ยังไม่ตัดสินใจ 11% และไม่ต้องการลงประชามติ 4%


สองสาวแต่งชุดเข้ากับสถานการณ์ใกล้ถึงวันลงประชามติ

ขณะเดียวกัน แทบลอยด์ชื่อดังในอังกฤษ ‘เดอะ ซัน’ ของเจ้าพ่อสื่อรายใหญ่ รูเพิร์ต เมอร์ดอช แสดงจุดยืนชัดเจนว่า สนับสนุนให้ยูเค ‘แยกตัว’ ออกจากอียู ‘เดอะ ซัน ขอเรียกร้องให้ทุกคนโหวต แยกตัวออกจากอียู เราต้องกำหนดตัวเองให้เป็นอิสระจากเผด็จการแห่งบรัสเซลส์’ เดอะ ซัน ประกาศในหน้า นสพ.

อย่างไรก็ตาม ผลโพลจากสำนักจัดทำโพลอื่นๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ออกมาว่า ฝ่ายที่ต้องการให้แยกตัว มีคะแนนห่างจากฝ่ายต้องการให้ยูเคอยู่กับอียูต่อไป ไม่มากนัก โดยผลโพลของโออาร์บี ที่จัดทำโพลให้กับ นสพ.เดลี่ เทเลกราฟ ปรากฏว่า มีผู้สนับสนุนให้แยกตัว 49% และหนุนให้อยู่กับอียูต่อไป 48%

 

อเมริกันช็อกอีก! จระเข้น้ำเค็มย่องงาบ ด.ช. 2 ขวบ ลงไปในบึงที่ออร์แลนโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 12:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639228

 

(ภาพประกอบ :ชายหาดริมบึงที่ แกรนด์ ฟลอริเดียน รีสอร์ต แอนด์สปา ของ ดิสนีย์ เวิล์ด รีสอร์ต)

เกิดเหตุการณ์สุดช็อกที่ออร์แลนโดอีกแล้ว …เด็กชายวัยแค่ 2 ขวบ ถูกจระเข้ตีนเป็ด หรืออัลลิเกเตอร์ ย่องมางาบจากชายหาดลงไปในบึงน้ำ ใกล้ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ต เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ในช่วงค่ำ ทางการเร่งส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย ค้นหา แต่ยังไร้วี่แวว หลังเด็กน้อยหายไปนานร่วม 3 ชม.

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสะเทือนขวัญในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ เป็นครั้งที่ 3 ในช่วงเวลาไม่กี่วัน เมื่อเด็กชายวัย 2 ขวบ กำลังหัดเดินคนหนึ่ง คาดว่าโดนจระเข้ตีนเป็ด ซึ่งเป็นจระเข้น้ำเค็ม หรือที่เรียกกันว่า ตัวอัลลิเกเตอร์ ย่องมาคาบลงไปในบึงน้ำ บริเวณ รีสอร์ต เซเว่น ซีส์ ลากูน ใกล้กับแกรนด์ ฟลอริเดียน รีสอร์ต แอนด์สปา ของ ดิสนีย์ เวิล์ด รีสอร์ต เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มายังจุดเกิดเหตุ และเร่งค้นหาเด็กน้อยที่หายไป ท่ามกลางความลุ้นระทึกของพ่อแม่ตลอดจนผู้คนที่ทราบข่าว

เว็บไซต์ เดอะ การ์เดียน เผย โรส ซิลวา โฆษกหญิงประจำสำนักงานนายอำเภอ เขตออเรนจ์ เคาตี้ แจ้งว่า จนถึงเวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยยังไม่พบเด็กน้อยเลย หลังหายไปนานนับ 3 ชั่วโมงแล้ว ขณะที่ทางการยังส่งเฮลิคอปเตอร์บินค้นหาเด็กชายทั่วบึงน้ำดังกล่าวด้วย โดยมีผู้สื่อข่าวท้องถิ่นของ WESH Orlando ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ว่า มีรายงานว่า มีคนเห็นอัลลิเกเตอร์ความยาวประมาณ 2.1 เมตรด้วย

ด้าน คริสตัล แฮเยส นักข่าวของ เซนติเนล แจ้งว่า ทางการได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาเด็กน้อยครั้งใหญ่ ที่แกรนด์ ฟลอริเดียน รีสอร์ต โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินวน พร้อมฉายแสงไฟลงไปในน้ำ ขณะที่มีฝูงชนยืนดูติดตามสถานการณ์อยู่บริเวณริมบึงด้วยความระทึก โดยผู้คนจำนวนมากพูดตรงกันว่า เห็นเด็กชายอยู่บนชายหาดของเซเว่น ซีส์ ลากูน เพียงแต่ช่วงเวลาที่คาดว่าเด็กน้อยถูกจระเข้น้ำเค็มมาคาบไป ไม่มีใครเห็นกับตาเท่านั้น

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดาแล้วถึง 3 ครั้ง นับจากเกิดเหตุ คริสตินา กริมมี นักร้องสาวจากเวที เดอะ วอยซ์ ซีซั่น 6 ในปี ค.ศ.2014 ถูกมือปืนบุกยิงจนเสียชีวิต ขณะที่เธอกำลังแจกลายเซ็นให้แฟนเพลงหลังจบคอนเสิร์ต จากนั้นก็เกิดเหตุสุดช็อก นายโอมาร์ มาทีน กราดยิงที่พัลส์ ไนต์คลับ ซึ่งเป็นสถานบันเทิงยอดนิยมของชาวรักร่วมเพศ โดยเฉพาะชาวเกย์ ชายรักชาย ในเมืองออร์แลนโด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 49 ศพ บาดเจ็บ 53 ราย ก่อนที่มือปืนจะถูกหน่วยคอมมานโดบุกจู่โจมยิงเสียชีวิต.

 

มะกันระทึกอีก! หน่วยสวาทยิงดับมือปืนจับตัวประกันในวอลมาร์ท รัฐเท็กซัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 04:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639091

 

(ภาพ: AFP)

หน่วยสวาทของสหรัฐฯ ยิงสังหารผู้ต้องสงสัย ซึ่งก่อเหตุจับตัวประกัน 2 คนภายในร้าน วอลมาร์ท แห่งหนึ่งในเมืองอามาริลโล รัฐเท็กซัส เมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุจับตัวประกันเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 12:30 น. ของวันอังคารที่ 14 มิ.ย. ทำให้ตำรวจต้องอพยพผู้คนออกจากอาคารร้านวอลมาร์ท การจราจรในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุถูกระงับ และทางการยังเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ห่างจากพื้นที่ด้วย

นายแดนนี อเล็กซานเดอร์ โฆษกสำนักงานนายอำเภอเขต แรนดอลล์ เคาน์ตี เปิดเผยว่า ชายผู้ก่อเหตุยิงปืน 1 นัด ตอนที่เขาบุกเข้าไปในร้านวอลมาร์ท และจับคน 2 คนไว้เป็นตัวประกัน จากนั้นคนร้ายจึงพาตัวประกันไปยังห้องสำนักงานด้านในของร้าน ก่อนที่ในเวลาต่อมา หน่วยสวาทจะบุกช่วยตัวประกันและสังหารคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่านี่เป็นกรณีของการใช้ความรุนแรงในที่ทำงาน ไม่ใช่ก่อการร้าย

ทั้งนี้ ตำรวจกำลังสืบสวนเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม โดยไม่มีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้หรือไม่.

 

ตร.ฝรั่งเศสปะทะม็อบต้านปฏิรูปแรงงานในปารีส เจ็บ 26 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639056

 

(ภาพ: AFP)

เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมต่อต้านการปฏิรูปกฎหมายแรงงานกับตำรวจ ในกรุงปารีส เมืองหลวงฝรั่งเศส เมื่อวันอังคาร ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 26 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 มิ.ย. เกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งออกมาเดินขบวนประท้วงการปฏิรูปกฎหมายแรงงานของฝรั่งเศสในกรุงปารีส ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกส่งมาเพื่อเฝ้าระวัง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 26 ราย โดย 20 คนในจำนวนนี้เป็นตำรวจ ที่เหลือเป็นผู้ชุมนุม

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สหภาพแรงงาน 7 กลุ่มและองค์กรนักศึกษาอีกหลายกลุ่ม นำฝูงชนหลายหมื่นคนออกมาเดินขบวนในกรุงปารีส เพื่อต่อต้านการปฏิรูปผ่อนคลายกฎหมายแรงงาน ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ง่ายขึ้น

การเดินขบวนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมุ่งหน้าไปยัง เลอ แซง วาลีดส์ ย่านกลุ่มอาคารในเขตบริหารที่ 7 ของกรุงปารีส ขณะเดียวกันมีรายงานการชุมนุมประท้วงในพื้นที่อื่นๆ ของฝรั่งเศสด้วย โดยพนักงานรถไฟและคนขับแท็กซี่จำนวนมากก็ร่วมผละงานประท้วง

อย่างไรก็ตาม การประท้วงในกรุงปารีสบานปลายกลายเป็นความรุนแรง หลังจากกลุ่มคนหนุ่มชุดดำสวมหน้ากากทุบทำลายกระจกอาคาร และขว้างปาก้อนหินเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและปีนฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุม โดย โจแอนนา พริมแวร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงปารีสเผยว่า การปะทะทำให้มีผู้บาดเจ็บ 26 คน และมีผู้ชุมนุมถูกจับกุม 21 คน

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า ผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานกลุ่มใดหรือไม่ ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสและตำรวจออกมาประณามว่า มีกลุ่มคนหนุ่มนิยมความรุนแรงออกมาผสมโรงร่วมชุมนุม เพื่อหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่.

 

ผ่าเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ‘แบร์ลุสโคนี’ สำเร็จ-ต้องพักฟื้น 1 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 01:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639007

 

(ภาพ: AP)

แพทย์ของโรงพยาบาลในเมืองมิลานเสร็จสิ้นการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแก่นาย ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลีแล้วในวันอังคาร โดยแหล่งข่าวระบุว่า การผ่าตัดประสบความสำเร็จ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แพทย์ของโรงพยาบาล ‘ซาน ราฟฟาเอเล’ ในเมืองมิลาน เปิดเผยในวันอังคารที่ 14 มิ.ย. ว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติค (aortic valve) ให้แก่นายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิตาลี

ทางโรงพยาบาลระบุว่า ขณะนี้นายแบร์ลุสโคนีถูกส่งไปพักฟื้นที่ห้องไอซียู หลังจากรับการผ่าตัดนาน 4 ชั่วโมง โดยไม่เปิดเผยข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวผู้ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่ง บอกกับสำนักข่าว อันซา นิวส์ ของอิตาลีว่า การผ่าตัดประสบความสำเร็จ และแบร์ลุสโคนีจะใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 1 เดือน

ทั้งนี้ แบร์ลุสโคนีในวัย 79 ปี ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากมีอาการหัวใจวายซึ่งแพทย์ระบุว่า อาจจะเอาชีวิตของเขาได้ และเมื่อวันจันทร์ แบร์ลุสโคนีโพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก แสดงความกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัดที่กำลังจะมาถึง แต่เขาก็ประทับใจมาก ต่อกำลังใจจากผู้สนับสนุนหรือแม้แต่นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม

 

ไอซิสอ้างอยู่เบื้องหลังมือมีดแทง ตร.ดับในปารีส-แฉคนร้ายเคยก่อคดีอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2559 00:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638988

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่ม ไอซิส ออกมาอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังเหตุ มือมีดแทงตำรวจและภรรยาเสียชีวิตอย่างอุกอาจในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส รวมทั้งเหตุกราดยิงที่เมืองออร์แลนโด ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ขณะที่ตำรวจเผยว่า มือมีดรายนี้เคยก่อคดีมากมายในอดีต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 มิ.ย. ฟรองซัวส์ มูแลงส์ อัยการกรุงปารีส จัดงานแถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีคนร้ายซึ่งทราบชื่อในภายหลังว่า ลารอสซี อับเบลลา ใช้มีดแทงนายฌอง แบปติสต์ ซัลแวง ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาวัย 42 ปี เสียชีวิตที่หน้าบ้านพัก ชานกรุงปารีส และเข้าไปในบ้านสังหารนาง เจสซิกา ชไนเดอร์ ภรรยาวัย 36 ปี และจับลูกชายอายุ 3 ขวบของพวกเขาเป็นตัวประกัน ก่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม เมื่อคืนวันจันทร์

โดยจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า นายอับเบลลา ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโมรอกโก วัย 25 ปีรายนี้ เคยถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 ปีเมื่อปี 2013 จากข้อหามีส่วนร่วมในเครือข่ายจัดหานักรบติดอาวุธมุสลิมส่งไปยังตะวันออกกลาง แต่ได้รับการรอลงอาญา 6 เดือน เขายังอยู่ภายใต้การสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งถูกดักฟังโทรศัพท์ในช่วงที่เขาก่อเหตุสังหารตำรวจด้วย


ลารอสซี อับเบลลา (ภาพ: AFP)

อัยการกรุงปารีสยังเปิดเผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 20:52 น. วันจันทร์ ขณะที่นายอับเบลลายังจับเด็กเป็นตัวประกันอยู่ในบ้านของนายซัลแวง เขาได้ถ่ายทอดสดภาพเหตุการณ์ผ่านทางเว็บไซต์เฟซบุ๊กด้วย โดยภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นเด็กชายนั่งอยู่บนโซฟาหลังนายอับเบลลา โดยเขาขู่จะทำให้การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 ในฝรั่งเศสกลายเป็นสุสาน

นายอับเบลลา เปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอด้วยว่า เขาก่อเหตุเพื่อตอบรับคำเรียกร้องจาก อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-อัดนาน แกนนำระดับสูงของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งเรียกร้องให้แนวร่วมโจมตีในยุโรปและสหรัฐฯ ในช่วงเดือนรอมฎอน ขณะที่นายอับเบล บอกกับเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทที่พยายามเจรจากับเขาว่า เขาอุทิศตัวเพื่อศาสนาอิสลาม, ถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน และเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เขาได้ประกาศสวามิภักดิ์ต่อ อาบูบาการ์ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้าใหญ่กลุ่มไอซิสแล้ว

เหตุการณ์นี้จบลงโดยที่หน่วยสวาทวิสามัญฆาตกรรมนายอับเบลลา และสามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบได้อย่างปลอดภัย โดยนายมูแลงส์เผยว่า เจ้าหน้าที่พบลิสต์รายชื่อที่อาจเป็นเป้าหมายต่อไปของนายอับเบลลาในที่เกิดเหตุด้วย โดยมีทั้งผู้มีชื่อเสียง, นักร้องเพลงแร็ป, นักข่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพบคัมภีร์อัลกุรอานภายในรถของเขา


ฟรองซัวส์ มูแลงส์ อัยการกรุงปารีส (ภาพ: AFP)

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวซึ่งใกล้ชิดกับการสืบสวนในคดีนี้บอกกับสื่อด้วยว่า นอกจากคดีที่ทำให้เขาถูกศาลตัดสินจำคุกแล้ว เขาเคยถูกสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการส่งชายคนหนึ่งไปยังประเทศซีเรีย และเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาใช้ความรุนแรงปล้นทรัพย์ถึง 3 ครั้ง และข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตอีก 1 ครั้ง

ด้าน กลุ่มไอซิสแถลงผ่านสถานีวิทยุ ‘อัลบายาน เรดิโอ’ ของพวกเขา โดยอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารตำรวจและภรรยาในครั้งนี้ “พระผู้เป็นเจ้าได้เปิดทางให้แก่หนึ่งในทหารของรัฐอิสลามในเมือง เลอส์ มูโร ใกล้กรุงปารีส แทงรองผู้บังคับการตำรวจและภรรยาจนตาย” โดยกลุ่มไอซิสยังอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังเหตุกราดยิงที่ไนท์คลับของคนรักเพศเดียวกันในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน และบาดเจ็บอีก 53 คนด้วย.

 

อัล บักห์ดาดี ผู้นำไอซิสสิ้นชีพแล้ว! สื่อนอกเผย โดนบินรบทิ้งระเบิดถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 17:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638846

 

สื่อนอกรายงานครึกโครม อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำกลุ่มไอซิส เสียชีวิตแล้ว หลังถูกเครื่องบินรบกองกำลังพันธมิตร ทิ้งระเบิดโจมตี ในเมืองรักกา ของซีเรีย สัปดาห์ที่แล้ว วันที่ 5ของเทศกาลรอมฏอน เพียงแต่ขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการออกมาว่า หัวหน้ากลุ่มสุดโหดไอซิสสิ้นชีพแล้วจริงหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวใหญ่ อาบู บาการ์ อัล บักดาห์ดี ผู้นำกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ‘รัฐอิสลาม’ หรือ ไอซิส เสียชีวิตแล้ว จากการถูกกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่ม ในเมืองรักกา ซึ่งถือเป็นเมืองหลวงของกลุ่มไอซิส ในประเทศซีเรีย เมื่อสัปดาห์ก่อน เพียงแต่ขณะนี้ ยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการออกมา

ตามรายงานของสำนักงานข่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งติดต่อกับกลุ่มก่อการร้าย ระบุว่า อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ถูกโจมตี ในเมืองรักกา ในวันที่ 5 ของเทศกาลเดือนถือศีลอด รอมฎอน ซึ่งข่าวนี้ มีขึ้นหลังจากสถานีโทรทัศน์ ช่อง อัล สุมาริยา ในอิรัก รายงานอ้างเมื่อสัปดาห์ก่อนอ้างแหล่งข่าวในจังหวัดนินเวห์ ในอิรัก ว่า นายอัล บักห์ดาดี และแกนนำกลุ่มไอซิสคนอื่นๆ อีกหลายคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกทิ้งระเบิดถล่มสำนักงานใหญ่ของไอซิส ใกล้ชายแดนซีเรีย เมื่อวันพฤหัสฯที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา


นายอาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี กล่าวกับบรรดาผู้สนับสนุน

กระทั่ง เมื่อเช้าวันที่ 14 มิ.ย. สื่อในอินเดีย และอิหร่าน รายงานโดยอ้างข่าวจากสำนักข่าวอัล อามัค ซึ่งติดต่อกับกลุ่มไอซิส ได้ยืนยันว่า นายอัล บักห์ดาดี เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะที่ ด้าน พ.ต.คริส การ์เวอร์ โฆษกองกำลังพันธมิตรในปฏิบัติการโจมตีกลุ่มไอซิส แจ้งในอีเมลว่า ทางกองทัพได้ยินข่าวนี้ แต่ไม่สามารถยืนยันว่าอัล บักห์ดาดี เสียชีวิตแล้วหรือไม่ในขณะนี้

 

คนร้ายสวามิภักดิ์ไอซิส! บุกแทงตร.-ภริยาดับสลดที่บ้านพัก ชานกรุงปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 12:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638520

 

ชายคนร้าย ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอซิส ก่อเหตุสุดเหี้ยม ใช้มีดแทงนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา ดับที่หน้าบ้านพัก ชานกรุงปารีส ก่อนจะเข้าไปในบ้านจับภริยาและลูกชาย 3 ขวบของเขาเป็นตัวประกัน ขณะที่ตำรวจพยายามเจรจาต่อรอง แต่ล้มเหลว จนต้องส่งคอมมานโดบุกเข้าไปช่วย แต่พบภริยาเสียชีวิตแล้ว

เมื่อ 14 มิ.ย.59  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนขวัญในฝรั่งเศส ชายคนร้าย ประกาศจงรักภักดีต่อกลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส ใช้มีดจ้วงแทงนายฌอง แบปติสต์ ซัลแวง นายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาประจำสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง จนเสียชีวิต ที่บ้านพักของเขา เขต Magnanville บริเวณชานกรุงปารีส เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

จากนั้น คนร้าย ต่อมา ทราบชื่อว่า คือนายลารอนซี อับเบลลา วัย 25 ปี ยังเข้าไปจับภริยาและลูกชายวัย 3 ขวบเป็นตัวประกันในบ้าน และทางตำรวจพยายามเจรจาต่อรองให้ปล่อยตัวประกันสองแม่ลูก แต่การเจราจาไม่เป็นผล จึงทำให้กำลังตำรวจคอมมานโดได้ตัดสินใจบุกเข้าไปช่วย และวิสามัญฆาตกรรม ยิงคนร้ายดับ ขณะที่พบภริยาของตำรวจ เสียชีวิตแล้วในบ้านพัก

ข่าวแจ้งว่า มีพยานหลายคนเผยกับนักข่าวเอเอฟพีว่า ชายคนร้ายซึ่งมีมีดเป็นอาวุธ อาจตะโกนคำว่า ‘อัลเลาะห์ อักบาร์’ (พระเจ้าทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่) ก่อนจะใช้มีดจ้วงแทงนายตำรวจวัย 42 ปี รายนี้ เข้าที่ท้องถึง 9 แผลจนเสียชีวิต ขณะที่ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในฝรั่งเศส แจ้งว่า ชายคนร้ายอาจเป็นเพื่อนบ้านของสองสามีภริยาที่เสียชีวิต และได้ยินเสียงระเบิดดังหลายครั้งในที่เกิดเหตุ ขณะตำรวจคอมมานโดบุกเข้าไป เดชะบุญ ที่เด็กชาย 3 ขวบ ไม่ได้รับอันตราย แต่อยู่ในอาการตกใจกลัวมาก

ด้านประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส เตรียมประชุมหารือกับรัฐมนตรีถึงเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในเช้าวันอังคารที่ 14 มิ.ย.