‘เมีย’ เผย ผัวป่วยไบโพลาร์! ยิง50ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2559 08:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638382

 

เคยถูกเอฟบีไอ สอบหัวรุนแรง ไม่ชัดพันไอซิส

เอฟบีไอเปิดปูมประวัติ “โอมาร์ มาทีน” มือปืนกราดยิงในบาร์เกย์ “พัลส์ คลับ” เคยถูกสอบสวนฐานมีแนวคิดแบบพวกสุดโต่งถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่ฟันธงเกี่ยวพันโดยตรงกับกลุ่มไอซิส ด้านเมียเก่ามือปืนแฉ อดีตสามีเป็นพวกไบโพลาร์ อารมณ์แปรปรวน และชอบทุบตี จนทนอยู่กินได้แค่ 4 เดือนก็ต้องฟ้องหย่า ขณะที่ ปธน.โอบามาสั่งลดธงครึ่งเสาร่วมไว้อาลัย พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองออร์ลันโดและเขตออเรนจ์ เคาน์ตี้

ความคืบหน้าคดีสังหารหมู่ครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ กรณีนายโอมาร์ มาทีน ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกานิสถาน วัย 29 ปี ใช้ปืนยาวไรเฟิล “เออาร์-15” และปืนพกสั้นบุกกราดยิงและจับผู้คนเป็นตัวประกันในบาร์เกย์ “พัลส์ คลับ” ในย่านออเรนจ์ อเวนิว ใจกลางเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เมื่อเวลา 02.00 น. วันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนตำรวจบุกจู่โจมยิงปะทะและสังหารคนร้ายได้ใน 3 ชั่วโมงต่อมา เหตุร้ายครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย บาดเจ็บ 53 รายนั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ว่า ตำรวจสหรัฐฯรวมทั้งสำนักงานสืบสวนสอบสวน กลาง (เอฟบีไอ) แถลงว่า นายมาทีนเกิดที่รัฐนิวยอร์ก ก่อนก่อเหตุอาศัยอยู่กับภรรยาใหม่และลูกชายที่เมืองฟอร์ท เพียร์ซ ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือรัฐฟลอริดา ห่างจาก “พัลส์ คลับ” จุดเกิดเหตุ 195 กม. เขาทำงานให้ “จีโฟร์เอส” (G4S) บริษัทรักษาความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาตั้งแต่เดือน ก.ย.2550 โดยเป็น รปภ. ทั้งที่เรือนจำยุวชน อาคารรัฐบาล และสโมสร กอล์ฟ “พีจีเอ วิลเลจ” ในเมืองพอร์ต เซนต์ ลูซี รัฐฟลอริดา และมีปืนพกขนาดเล็ก 1 กระบอก มีทะเบียนถูกต้องซึ่งจะหมดอายุในเดือน ก.ย.ปีหน้า และบริษัทจีโฟร์เอสเผยว่า จากการตรวจสอบมาทีนในปี 2550 และ 2556 ไม่พบความผิดปกติใดๆ

ด้านนายรอน ฮ็อปเปอร์ สายสืบพิเศษของเอฟบีไอ แถลงว่า ก่อนก่อเหตุสยอง 2 วัน มาทีนไปซื้อปืนยาวและปืนพกสั้นอย่างละกระบอก แต่ก่อนหน้านั้นเขาซื้อปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมายไว้หลายกระบอก และระหว่างก่อเหตุใน “พัลส์ คลับ” ได้ประมาณ 20 นาที มาทีนได้โทรศัพท์ถึงหน่วยฉุกเฉิน “911” ประกาศสวามิภักดิ์ต่อ “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส หรือไอซิส) อีกทั้งเอ่ย ถึงพี่น้องชาวมุสลิมเชเชนผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด “บอสตัน มาราธอน” ที่เมืองบอสตัน ในปี 2556 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บกว่า 260 คนด้วย

อย่างไรก็ดี หลังเกิดเหตุกลุ่มไอเอสแถลงผ่านสำนักข่าว “อามัค” (Amaq) อ้างว่านักรบไอเอส เป็นผู้โจมตี “พัลส์ คลับ” ต่อมาได้แถลงทางวิทยุ “อัล-บายัน” ว่า พระเจ้าอนุญาตให้ทหารคอลีฟะห์ (รัฐอิสลาม) คนหนึ่งในอเมริกาโจมตีพวกทำสงครามศาสนาที่ชุมนุมกันอยู่ในไนต์คลับเมืองออร์ลันโด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 100 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเร่งสืบสวนว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับไอเอสหรือกลุ่มหัวรุนแรงอื่นจริงหรือไม่

เอฟบีไอเผยด้วยว่า ในปี 2556-2557 เอฟบีไอเคยสอบสวนนายมาทีน 2 ครั้ง เหตุต้องสงสัยมีแนวคิดแบบมุสลิมหัวรุนแรง โดยการสอบสวนครั้งแรกเกิดขึ้นหลังจากนายมาทีนพูดจารุนแรงด้านศาสนากับเพื่อนร่วมงาน และถูกสอบสวนอีกครั้งเพราะต้องสงสัยมีสายสัมพันธ์กับนายโมเนอร์ โมฮัมหมัด อาบู-ซาลา ชาวอเมริกัน ผู้เป็นมือระเบิดพลีชีพคนแรกในซีเรียในปี 2557 แต่เอฟบีไอก็ปิดการสอบสวน และไม่ได้อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังผู้ก่อการร้ายแต่อย่างใด

ส่วนนางซิโตรา ยูซูฟี อดีตภรรยาของมาทีน ซึ่งหย่าขาดกันตั้งแต่ปี 2554 ให้สัมภาษณ์ว่า มาทีน มีสภาพจิตใจไม่ปกติ เป็นโรคประสาท มีบุคลิกภาพ 2 ขั้ว (ไบโพลาร์) เกลียดชังพวกรักร่วมเพศและมีอารมณ์แปรปรวนฉุนเฉียวโมโหร้าย เคยใช้สารสเตียรอยด์บำบัดอาการทางจิต และมักทุบตีเธอเป็นประจำเมื่อไม่พอใจแม้ในเรื่องเล็กน้อย เช่น ไม่ซักรีดเสื้อผ้า ทั้งคู่รู้จักกันทางออนไลน์ที่นิวยอร์กเมื่อ 8 ปีก่อน ต่อมาแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมืองฟอร์ท เพียร์ซ ในปี 2552 แต่อยู่กันได้แค่ 4 เดือน เธอก็ทนความโหดร้ายของสามีไม่ไหว บิดามารดาของเธอจึงไปช่วยให้หนีออกมาก่อนฟ้องหย่า นางยูซูฟีเผยด้วยว่า มาทีนต้องการเป็นตำรวจ เคยไปสมัครที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ไม่สมหวัง เขาเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่ไม่เคยเห็นเขาแสดงออกถึงแนวคิดหัวรุนแรงทางศาสนา

ด้านนายเซดดิก มาทีน บิดาของมาทีน ซึ่งเป็นเจ้าของรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเล็กๆชื่อ “ดูแรนด์ เจอร์กา โชว์” เกี่ยวกับการเมืองอัฟกานิสถานและปากีสถาน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนขอโทษ ตกตะลึง และไม่คาดคิดที่ลูกชายก่อเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าไม่เกี่ยวกับศาสนา แต่อาจมีสาเหตุจากความโกรธแค้นที่เห็นผู้ชาย 2 คนยืนจูบกันบนท้องถนนริมชายหาดเบย์ไซด์ เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา ต่อหน้าภรรยาใหม่และลูกเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ผู้นำมัสยิดเมืองฟอร์ต เพียร์ซ เผยว่า มาทีนมักพาลูกชายวัย 4-5 ปี ไปทำละหมาดที่มัสยิดสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง แต่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร เสร็จพิธีละหมาดก็รีบกลับบ้าน

ด้านประธานาธิบดี บารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ ซึ่งรณรงค์ให้มีการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดมาตลอด แถลงประณามการสังหารหมู่ที่ “พัลส์ คลับ” ว่าเป็น “การก่อการร้ายและการกระทำที่เกิดจากความเกลียดชัง” เป็นการโจมตีชาวอเมริกันทั้งมวล สะท้อนให้เห็นว่าง่ายเพียงใดที่จะครอบครองอาวุธร้ายแรงและยิงผู้คนในสหรัฐฯ ชาวอเมริกันต้องตัดสินใจว่าต้องการให้ประเทศนี้เป็นเช่นไร นอกจากนี้ โอบามายังสั่งให้อาคารที่ทำการรัฐบาลทั่วประเทศลดธงชาติสหรัฐฯลงครึ่งเสา ไปจนถึงเย็นวันพฤหัสฯที่ 16 มิ.ย. รวมถึงประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองออร์ลันโด และเขตออเรนจ์ เคาน์ตี้ ทั้งนี้โอบามายังเลื่อนการไปช่วยหาเสียงให้นางฮิลลารี คลินตัน ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯด้วย ขณะที่นางคลินตันแถลงว่า เหตุร้ายครั้งนี้เตือนให้ชาวอเมริกันย้อนคิดอีกครั้งว่าอาวุธสงครามและความเกลียดชังต้องไม่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ซึ่งเคยเสนอนโยบายอื้อฉาวห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตีกรุงปารีสปีที่แล้ว รีบฉวยโอกาสใช้เรื่องนี้หาประโยชน์ทางการเมือง โดยชี้ว่านี่คือฝีมือพวกอิสลามหัวรุนแรงที่เป็นภัยคุกคามสหรัฐฯ เป็นข้อพิสูจน์ว่าตนพูดถูก ถ้าไม่เข้มงวดและรีบเฉลียวฉลาด ชาวอเมริกันจะไม่มีประเทศอยู่อีกต่อไป เขายังเรียกร้องให้โอบามาลาออกเพราะไม่ยอมใช้คำ “อิสลามหัวรุนแรง” ประณามการโจมตีครั้งนี้ และขอให้นางคลินตันถอนตัวจากการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐฯ ซึ่งต่อมานายนิฮัด อาวัด ประธานสภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม (ซีเอไออาร์) ได้ออกมาเตือนทันทีว่า นักการเมืองไม่ควร “หาประโยชน์จากความหวาดกลัว” จากเรื่องนี้ และว่าไอเอสไม่ได้เป็นตัวแทนของซีเอไออาร์ แต่เป็นพวกอิสลามนอกคอก

อนึ่ง มีรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 12 มิ.ย. หลังเกิดเหตุกราดยิงใน “พัลส์ คลับ” ได้ไม่นาน ตำรวจเมืองซานตา โมนิกา ได้จับกุมนายเจมส์ โฮเวลล์ วัย 20 ปี ขณะขับรถยนต์จะไปร่วมงานเดินขบวนพาเหรด “ความภาคภูมิใจของชาวเกย์” ที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมนับหมื่นคน โดยตำรวจตรวจในรถ พบอาวุธจำนวนมาก ทั้งปืนไรเฟิล 3 กระบอก กระสุนปืน และถังใส่ผงสารเคมีที่ใช้ผลิตระเบิดได้ถึง 5 แกลลอน (19 ลิตร) แต่ไม่น่าเกี่ยวข้องกับเหตุกราดยิงใน “พัลส์ คลับ”

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงที่ “พัลส์ คลับ” นับเป็นเหตุสังหารหมู่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ลบสถิติที่นายเซียง ฮุย โช นักศึกษาเชื้อสายเกาหลี สังหารหมู่ผู้คนในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อปี 2550 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32 ศพ และยังนับเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลก “9/11” เมื่อ 11 ก.ย.2544 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คน ขณะที่หน่วยงานติดตามคดีกราดยิงสังหารหมู่ (เอ็มเอสที) ระบุว่า ปีที่แล้วเกิดคดีกราดยิงสังหารหมู่ในสหรัฐฯ ถึง 372 คดี มีผู้เสียชีวิต 475 คน บาดเจ็บ 1,870 คน โดยนิยามของคดีกราดยิงสังหารหมู่คือการยิงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ 4 คนขึ้นไป

ด้านปฏิกิริยาผู้นำทั่วโลก รวมทั้งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงแห่งจีน ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์แห่งฝรั่งเศสต่างร่วมแถลงประณามเหตุโจมตี และแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องของเหยื่อผู้เสียชีวิตวันเดียวกัน สำนักราชเลขาธิการเผยแพร่พระราชสาส์นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ความว่า ข้าพเจ้าและพระราชินีเศร้าสลดใจยิ่งนักที่ได้ทราบข่าวเหตุการณ์โจมตีสถานบันเทิงที่เมืองออร์ลันโด ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านประธานาธิบดี และโดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ประสบความสูญเสียอันไม่อาจทดแทนได้จากเหตุการณ์ที่ร้ายแรงยิ่งครั้งนี้

ต่อมาเวลา 18.58 น.วันเดียวกัน ตามเวลาไทย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายพอล ไวโซพาล สายสืบพิเศษและโฆษกของเอฟบีไอ แถลงข่าวประกาศปรับยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่ที่บาร์เกย์ “พัลส์ คลับ” จากเดิม 50 ศพ ลดเหลือ 49 ศพ โดยไม่นับรวมศพนายมาทีน มือปืนซึ่งถูกตำรวจยิงตายด้วย ขณะที่สำนักงานเทศบาลกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกาศว่าจะประดับประดาดวงไฟที่หอไอเฟิล แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง และศาลาเทศบาลกรุงปารีส ให้เป็นสีรุ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวเกย์ เพื่อร่วมไว้อาลัยเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้

 

เหยื่อกระสุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2559 07:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638376

 

เจ้าหน้าที่เข็นร่างเหยื่อกระสุนจากเหตุนายโอมาร์ มาทีน (ภาพเล็ก) เข้าไปกราดยิงใน “พัลส์ คลับ” เมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา มายังแผนกนิติเวช เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ขณะที่เมียเก่าของมาทีนออกมาแฉอดีตสามีเป็นพวกเกลียดเกย์ มีอารมณ์แปรปรวน ชอบทุบตี และป่วยเป็นไบโพลาร์ จนต้องฟ้องหย่าหลังแต่งงานได้ไม่นาน.

 

ดูไบกวาดล้างรถสปอร์ตแข่งซิ่ง ยึดรถ 81 คัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638255

 

(ภาพ: AFP)

ตำรวจนครรัฐดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดขับขี่แข่งรถยนต์หรูบนถนนหลวงด้วยความเร็วสูงเกือบ 300 กม.ต่อชั่วโมง ยึดรถสปอร์ตได้มากถึง 81 คัน โดยคนขับรถยนต์ต้องจ่ายค่าปรับรายละ 100,000 ดีร์-แฮม หรือเกือบ 1 ล้านบาท ส่วนเจ้าของรถยนต์ต้องถูกปรับเงินด้วยรายละ 50,000 ดีร์แฮม หรือราว 500,000 บาท หัวหน้าตำรวจนครดูไบระบุเจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องรับผิดชอบกรณีให้ผู้อื่นใช้รถยนต์แข่งผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การตรวจหาเจ้าของรถยนต์หลายคันทำได้ยาก เพราะรถส่วนใหญ่ไม่ติดป้ายทะเบียน ขณะที่การจับกุมรถยนต์หรูเหล่านั้นทั้งหมดตำรวจก็ต้องใช้รถยนต์สปอร์ตเครื่องยนต์แรงตามไล่จับกุมด้วย ทั้งนี้ ตำรวจดูไบมีสิทธิยึดรถยนต์หรูไว้ 3 เดือน เพื่อให้เจ้าของมาจ่ายค่าปรับ แต่หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าวตำรวจสามารถขายรถยนต์เหล่านั้นได้ทันที.

 

มหาอำนาจครอบครองนุกน้อยลง-แต่หาอาวุธใหม่มาทดแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638252

 

(ภาพ: AFP)

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศในกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน (SIPRI) เผยแพร่รายงานประจำปีระบุชาติมหาอำนาจครอบครองอาวุธนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลกคือ สหรัฐฯกับรัสเซีย เริ่มลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ในครอบครองลงอย่างช้าๆ แต่ได้พัฒนาศักยภาพอาวุธอื่นๆให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลระบุถึงชาติที่มีครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน อิสราเอล และเกาหลีเหนือ เคยมีอาวุธในครอบครองทั้งหมดเกือบ 70,000 ลูก เมื่อช่วงกลางทศวรรษ 1980 แต่ค่อยๆลดจำนวนลงโดยในปีนี้เหลือหัวรบราว 15,395 ลูก จากปีที่แล้ว 15,850 ลูก

เหตุผลของการลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของชาติมหาอำนาจสหรัฐฯและรัสเซียเกิดขึ้นภายหลังการลงนามจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้ข้อตกลงตั้งแต่ปี 2534 ทั้งเป็นไปตามข้อตกลงทวิภาคี START ฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2554 ทำให้ปัจจุบันรัสเซียครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมด 7,290ลูก สหรัฐฯครอบครองราว 7,000 ลูก หรือทั้งสองชาติครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ทั้งโลก 93 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือฝรั่งเศสครอบครอง 300 ลูก, จีน 260 ลูก, อังกฤษ 215 ลูก, ปากีสถาน 110-130 ลูก, อินเดีย 100-120 ลูก, อิสราเอล 80 ลูก และเกาหลีเหนือราว 10 ลูก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีชาติใดเตรียมแผนยกเลิกการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เพียงแต่ลดจำนวนลงและเพิ่มศักยภาพอาวุธทันสมัยยิ่งขึ้น ดังนั้น โลกจะยังไม่เห็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตอันใกล้นี้.

 

เมียเก่าแฉ! มือกราดยิงไนท์คลับเกย์ 49 ศพ เป็นโรค ‘ไบโพลาร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638262

 

ซิโตรา ยูซูฟี ภรรยาเก่าของโอมาร์ มาทีน (ภาพ: AP)

อดีตภรรยาของนาย โอมาร์ มาทีน ผู้ก่อเหตุกราดยิงไนท์คลับของคนรักเพศเดียวกันในรัฐฟลอริดา เปิดเผยว่า เมื่อครั้งที่ยังอยู่ด้วย นายมาทีนมีพฤติกรรมรุนแรง และทำร้ายร่างกายเธอ และยังมีอาการเหมือนคนป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตภรรยาของนาย โอมาร์ มาทีน ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกานิสถาน ผู้ก่อเหตุกราดยิงไนท์คลับ ‘The Pulse’ สถานบันเทิงชื่อดังของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 49 ราย และบาดเจ็บอีก 53 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. มีอาการคล้ายคนป่วยเป็นโรคไบโพลาร์

นาง ซิโตรา ยูซูฟี ผู้อพยพชาวอุซเบกิสถาน เคยแต่งงานอยู่กินกับนายมาทีนในปี 2009 ก่อนที่ทั้งคู่จะหย่าขาดจากกันในปี 2011 อย่างไรก็ตาม เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า เธออาศัยอยู่กับนายมาทีนเพียง 4 เดือนเท่านั้นก่อนจะแยกกันอยู่ แต่กระบวนการหย่าต้องใช้เวลานาน เนื่องจากทั้งคู่อาศัยอยู่คนละส่วนของประเทศ

เธอเผยด้วยว่า ในช่วงเริ่มแรก นายมาทีนเป็นสามีธรรมดา แต่เขาเริ่มทำร้ายร่างกายเธอหลังจากอยู่ด้วยกันได้ไม่กี่สัปดาห์ ทั้งยังยึดเงินรายได้ของเธอและขังเธอเอาไว้ในบ้าน ทำให้เธอตัดสินใจหนีจากเขาโดยได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวของเธอ และสิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้เกี่ยวกับนายมาทีนคือ เขาจับแขนเธอไว้เพื่อขัดขวางไม่ให้เธอขึ้นรถแล้วจากไปตลอดกาล


โอมาร์ มาทีน (ภาพ: AP)

เธอยังระบุอีกว่า นายมาทีนมีอาการเหมือนป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว แม้ว่าจะไม่เคยให้แพทย์วินิจฉัยอย่างเป็นทางการ โดยบางครั้งเขาเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และจู่ๆ ก็ทำร้ายเธอ แต่เขาไม่เคยใช้อาวุธปืนข่มขู่เธอ

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการนับถือศาสนาของนายมาทีน นางยูซูฟีตอบว่า อดีตสามีของเธอเป็นคนเคร่งศาสนาแต่ไม่เคยแสดงการสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายหรือกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง แต่เขาเคยแสดงความเห็นต่อต้านคนรักร่วมเพศตอนที่เขาโมโห นางยูซูฟียังไม่เชื่อด้วยว่า ประเด็นเรื่องศาสนาเป็นสาเหตุที่ทำให้นายมาทีนก่อเหตุกราดยิงในครั้งนี้

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตใหม่เหลือ 49 คน โดยไม่รวมมือปืนเข้าไปด้วย โดยหน่วยงานปกครองในเมืองออร์แลนโดได้เผยแพร่รายชื่อผู้เสียชีวิตลงบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพวกเขา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข่าวให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเกือบทุกคนแล้ว.

 

ชี้! มือกราดยิงไนท์คลับออร์แลนโดวางแผนมานาน-ไม่ชัดเกี่ยวข้องไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638242

 

(ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงไนท์คลับสำหรับคนรักเพศเดียวกันในเมืองออร์แลนโด อาจเตรียมตัวเพื่อก่อเหตุมานานแล้ว โดยซื้ออาวุธเก็บไว้หลายอย่าง ขณะที่ยังไม่พบว่าเขามีส่วนเชื่อมโยงกับกองกำลังรัฐอิสลาม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังพยายามสืบหามูลเหตุจูงใจของนาย โอมาร์ มาทีน คนร้ายคดีกราดยิงไนท์คลับ ‘The Pulse’ สถานบันเทิงชื่อดังของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 50 ศพและบาดเจ็บอีก 53 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. โดยพวกเขาสืบพบว่า นายมาทีนอาจวางแผนที่จะก่อเหตุมานานแล้ว แต่ยังไม่พบว่าเขามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรงใดๆ รวมทั้งกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส)

นายเทรเวอร์ เวลิโน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์, ยาสูบ, ปืน และวัตถุระเบิด (เอทีเอฟ) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายมาทีนวัย 29 ปี อาจวางแผนที่จะก่อเหตุร้ายที่คลับแห่งนี้มานานแล้ว โดยไม่กี่สัปดาห์ก่อน เขาพยายามขอซื้อเกราะกันกระสุนระดับ 3 (Level III body armor) ชุดเกราะเกรดกองทัพซึ่งปกป้องร่างกายมากกว่าเกราะที่ตำรวจใช้กัน จากร้านค้าท้องถิ่นแห่งหนึ่ง แต่เจ้าของร้านไม่ขายให้ นอกจากนี้ยังพบว่านายมาทีน ซื้อปืนกล็อก และปืนยาวมาอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอาวุธเหล่านี้ถูกใช้ในวันก่อเหตุหรือไม่


ภาพถ่ายทางอากาศของไนท์คลับ The Pulse (ภาพ: AFP)

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐฯ และตำรวจท้องถิ่น ได้ตรวจสอบประวัติการทำงานของนายมาทีน พบว่าตั้งแต่ปี 2007 เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับบริษัท ‘จี4เอส ซีเคียว โซลูชันส์’ หนึ่งในบริษัทเอกชนที่ทำให้ธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัยรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยนาย อีวาน เปเรซ ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ทางจี4เอสฯ รู้อยู่แล้วว่าในอดีต นายมาทีนเคยถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอสอบสวนมาก่อน

อนึ่ง นายมาทีนเคยถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอสอบปากคำในปี 2013 และ 2014 หลังจากเขาแสดงการสนับสนุนมือระเบิดฆ่าตัวตายคนหนึ่ง ตามการเปิดเผยของนาย โรนัลด์ ฮอปเปอร์ ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พิเศษของเอฟบีไอ แต่การสอบปากคำดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘ไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด’ ซึ่งหมายความว่า ไม่มีเหตุผลที่จะสอบสวนต่อไปแต่ยังไม่มีการชี้แจง นายฮอปเปอร์ เผยด้วยว่า ก่อนก่อเหตุเมื่อวันอาทิตย์ นายมาทีนไม่ได้อยู่ในกระบวนการสอบสวน หรืออยู่ภายใต้การจับตาของเจ้าหน้าที่ ทำให้เขามีสิทธิตามกฎหมายในการซื้อปืน

นาย เจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอระบุในวันจันทร์ว่า หน่วยงานของเขามั่นใจอย่างยิ่งว่า นายมาทีนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพวกหัวรุนแรง อย่างน้อยก็บางส่วน จากการเสพข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มหัวรุนแรงที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต


ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ประชุมเรื่องการสืบสวนคดีกราดยิงไนท์คลับ โดยมีรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน, เจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ และ เจห์ จอห์นสัน รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิร่วมประชุมด้วย (ภาพ: AP)

ด้าน ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลงที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ว่า พวกเขายังไม่มีหลักฐานว่านายมาทีนได้รับการชี้นำให้โจมตีกลุ่มหัวรุนแรงในต่างประเทศหรือไม่ “แม้ว่านายมาทีน จะประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอซิสในระหว่างเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานว่า เขาถูกชี้นำโดยกลุ่มไอซิส และ ณ ตอนนี้ พวกเขาไม่มีหลักฐานว่าชายคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่า”

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตใหม่เหลือ 49 คน โดยไม่รวมมือปืนเข้าไปด้วย โดยหน่วยงานปกครองในเมืองออร์แลนโดได้เผยแพร่รายชื่อผู้เสียชีวิตลงบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพวกเขา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข่าวให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเกือบทุกคนแล้ว.

 

ตะลึง พบเมืองโบราณ มเหนทรบรรพตในกัมพูชา ยิ่งใหญ่สุดยุคศตวรรษที่ 12

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2559 18:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638054

 

สุดฮือฮา เมืองโบราณมเหนทรบรรพต บนภูเขาพนมกุเลน ใน จ.เสียมราฐ ของกัมพูชา ซึ่งทีมนักโบราณคดีสามารถระบุหาตำแหน่งที่ตั้งได้แล้วหลังเป็นปริศนามาเนิ่นนาน  มีการสร้างระบบชลประทาน ทั้งที่เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 12 มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล จนคาดเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าการค้นพบตำแหน่งที่ตั้งของเมืองโบราณ ‘มเหนทรบรรพต’ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Mahendraparvata ในจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ของทีมนักโบราณคดี นำโดย ดร.แดเมียน อีวานส์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโบราณคดี ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ในออสเตรเลีย และฌ็อง-บาติสต์ เชอว็องซ์ มูลนิธิโบราณคดีและการพัฒนาแห่งลอนดอน โดยใช้เทคโนโลยีสแกนพื้นที่ด้วยเลเซอร์ทางอากาศ ซึ่งเรียกว่า LIDAR (ไลดาร์) คือใช้เลเซอร์ติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์ออกบินสแกนทั่วพื้นที่พนมกุเลน เป็นเวลา 7 วันเมื่อปี 2555 จนกำลังสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวกัมพูชา และชาวโลกอย่างมากนั้น

การค้นพบเมืองโบราณแห่งนี้ โดยเทคโนโลยีลีดาร์ ยังตรงกับข้อมูลการสำรวจของทีมโบราณคดีภาคพื้นดินที่ดำเนินการมาเป็นเวลาหลายปีก่อน หลังจากเป็นที่รับรู้กันมาหลายทศวรรษแล้วว่า เมืองมเหนทรบรรพตนี้มีอยู่ เพียงแต่อยู่ที่ใดไม่แน่ชัดเท่านั้น เพราะเนื้อที่ส่วนใหญ่กลายเป็นป่ารกร้างและจมอยู่ใต้ดิน โดยการพบตำแหน่งที่ตั้งเมืองมเหนทรบรรพตนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ประวัติศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


เทคโนโลยีลีดาร์ แสดงให้เห็นที่ตั้งปราสาทพระขรรค์

ทีมนักโบราณคดี ซึ่งนำโดย ดร.อีวานส์ พบว่า เมืองโบราณมเหนทรบรรพต ซี่งอยู่ห่างจากปราสาทหินนครวัดไปทางเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนป่าบนเนินภูเขาพนมกุเลน เป็นเมืองที่สร้างมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ราวศตวรรษที่ 12 มีอายุระหว่าง 900-1,400 ปีที่แล้ว และมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ถึง 1,901 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดใหญ่โตเทียบเท่ากับกรุงพนมเปญเลยทีเดียว

ที่น่าทึ่งคือ มีการพบหลักฐานหลายอย่าง อาทิ กองดินสูงหลายเมตร ทั่วเมืองโบราณแห่งนี้ รวมทั้งพบว่ามีการวางระบบชลประทานในเมือง ทั้งที่เป็นเมืองโบราณ ที่สร้างมาหลายร้อยปีแล้ว อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่โต มีประชากรหนาแน่น จนคาดว่าเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลานั้น ศตวรรษที่ 12

ทั้งนี้ มเหนทรบรรพต มาจากภาษาภาษาสันสกฤต แปลวา ภูเขาขององค์อินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นชื่อหนึ่งของพนมกุเลน โดยศาสนสถานบนยอดเขา ใช้ในการอภิเษกพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ขึ้นเป็นกษัตริย์ของเขมร เมื่อ ค.ศ.802 และชื่อมเหนทรบรรพต ปรากฏในจารึกหลายหลัก

 

เสียงจากนรก! ปืนดังระรัวไนต์คลับเกย์สหรัฐฯ ดับ 50 ‘แม่..ผมกำลังจะตาย’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2559 13:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637746

 

(บริเวณด้านหน้าพัลส์ไนท์คลับ หลังเกิดเหตุกราดยิง)

เผยแพร่คลิปนาทีสุดช็อก เหตุกราดยิงที่พัลส์ ไนต์คลับ ในรัฐฟลอริดา เสียงปืนดังระรัว ชุดสุดท้ายก่อนมือปืนจะถูกตำรวจยิงปลิดชีพ หลังก่อเหตุ ดับ 50 ศพ เจ็บกว่าครึ่งร้อยจนถือเป็นเหตุกราดยิงครั้งร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ  ขณะที่ทางการต้องตัดสินใจส่งรถหุ้มเกราะพร้อมทีมหน่วยสวาทบุกจู่โจม พังประตูเข้าไประงับเหตุตอนใกล้รุ่ง

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเผยช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายขณะเกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่สุดสะเทือนขวัญ ที่ไนต์คลับ ‘พัลส์’ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ เมื่อเวลาประมาณ 02.06 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 50 ศพ บาดเจ็บ 53 ราย ก่อนที่มือปืน นายโอมาร์ มาทีน จะถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม จนถือเป็นเหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากสุด ว่า ตอนแรก บรรดานักเที่ยวที่พัลส์ ไนต์คลับ ยังไม่รู้กันเลยว่า เกิดเหตุกราดยิงขึ้น เพราะคิดว่าเป็นเสียงดนตรีและเสียงเพลง ประกอบกับความมืดในไนต์คลับ กระทั่งเริ่มมีเสียงคนกรีดร้อง จึงรู้ว่าเกิดเหตุกราดยิงในไนต์คลับและเกิดขึ้นนานมาก ขณะที่ยังมีการเผยแพร่คลิปเสียงปืนดังระรัวในไนต์คลับชุดสุดท้าย ทางโลกออนไลน์ ก่อนตำรวจจะประกาศว่านายมาทีน มือปืนเสียชีวิตแล้ว


ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า หลังมือปืนเริ่มเปิดฉากกราดยิงในพัลส์ ไนต์คลับ ซึ่งถือเป็นสถานบันเทิงฮอตที่สุด หรือเป็นที่นิยมมากที่สุด สำหรับบรรดาคนรักเพศเดียวกัน ในเมืองออร์แลนโด โดยเฉพาะชาวเกย์ กลุ่มชายรักชายแล้ว ตำรวจได้ระดมกำลังมาปิดล้อมไนต์คลับแห่งนี้เอาไว้ ขณะที่นายมาทีน ซึ่งมีทั้งปืนไรเฟิลและปืนสั้นเป็นอาวุธ ยังคงก่อเหตุกราดยิงอยู่ข้างใน โดยนักเที่ยวที่รอดชีวิตได้พากันซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ และพื้นที่อื่นๆ ที่พอจะหลบซ่อนตัวได้ พร้อมกับมีการโทรแจ้งตำรวจเป็นระยะๆ จนกระทั่งเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดสินใจส่งรถหุ้มเกราะพังประตูเข้าไป พร้อมกับตำรวจหน่วยสวาท เข้าจู่โจม และสามารถยิงปลิดชีพนายมาทีน มือปืนในที่สุด

ชาวอเมริกันร่วมไว้อาลัยถึงผู้เสียชีวิต

ด้าน มินา จัสต์ติส หญิงอเมริกันได้เปิดเผยข้อความสุดช็อกที่ลูกชายของเธอ เอ็ดดี จัสต์ติส ส่งมาถึงขณะเขากำลังอยู่ในพัลส์ ไนต์คลับและเกิดเหตุกราดยิงอย่างไม่คาดฝันขึ้น ‘แม่ ผมรักแม่นะ, ที่ไนต์คลับกำลังมีการยิงกัน’ ข้อความที่เอ็ดดี ส่งถึงแม่ นางมินา จัสต์ติส ซึ่งเธอพยายามส่งเมสเสจติดต่อกับลูก ซึ่งเขาบอกว่าติดอยู่ในห้องน้ำ พร้อมกับเขียนบอกแม่ว่า ‘พัลส์ ดาวทาวน์ แจ้งตำรวจ’ จากนั้น เมื่อเวลา 02.08 น. เอ็ดดีก็ส่งข้อความมาถึงเธออีกว่า ‘ผมกำลังจะตาย’ จากนั้น นางมินา จัสต์ติส ก็รีบโทรแจ้งไปที่ 911 ทันที

ส่วนจากการเปิดเผยของ น.ส. ซิโทรา ยูซิฟาย อดีตภรรยาของนายโอมาร์ มาทีน มือปืนที่ลงมือก่อเหตุ ซึ่งเธอได้หย่าร้างแยกทางกับนายมาทีน หลังแต่งงานอยู่กินกันได้เพียง 4 เดือน เปิดเผยว่า นายมาทีน มีปัญหาทางจิตอย่างรุนแรง โดย น.ส.ซิโทรา ยูซิฟาย เผยกับนักข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านว่า เธอได้แต่งงานกับนายมาทีน เมื่อปี 2552 หลังรู้จักกันผ่านทางออนไลน์ โดยตอนแรก เขาก็ดูเป็นผู้ชายปกติ ห่วงใยครอบครัว ชอบทำให้คนอื่นขำ และเป็นคนสนุกสนาน แต่หลังจากแต่งงานได้ 2-3 เดือน เขาก็เริ่มทำร้ายร่างกายเธอบ่อยมากขึ้น ไม่อนุญาตให้เธอพูดคุยกับคนในครอบครัวของเธอ และยังกักตัวเธอเหมือนกับเป็นเชลย จนกระทั่งเมื่อครอบครัวของเธอรู้เรื่อง จึงรีบมาช่วยเธอให้พ้นจากเขา

ชมคลิป ที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แฉ! มือกราดยิงไนท์คลับมะกัน สวามิภักดิ์ไอซิสก่อนก่อเหตุ-ถูก FBI ตามสืบ

มือปืนระห่ำ ถล่มบาร์เกย์ดับ 50

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 มิ.ย. 2559 08:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637564

 

เขย่าขวัญอเมริกาที่รัฐฟลอริดา ‘เอฟบีไอ’ ชี้ฝีมือพวกก่อการร้าย

เขย่าขวัญอเมริกา มือปืนบุกเดี่ยวพร้อมปืนกลกราดยิงบาร์เกย์ “พัลส์ คลับ” ใจกลางเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา ส่งผลนักเที่ยวตายเจ็บจำนวนมากแต่คนร้ายก็ถูกตำรวจวิสามัญฯ ขณะที่เอฟบีไอเช็กประวัติ ผู้ก่อเหตุ พบไม่ใช่คนในพื้นที่ เตรียมการมาดี และพัวพันกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า เกิดเหตุระทึกขวัญที่บาร์เกย์ชื่อดัง “พัลส์ คลับ” ย่านออเรนจ์ อเวนิว ใจกลางเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หลังคนร้ายพร้อมอาวุธปืนบุกเข้าไปกราดยิงภายในร้านที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เบื้องต้นคาดว่ามีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจำนวนมาก


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจออร์ลันโดเปิดเผยว่า เหตุกราดยิงครั้งนี้ เกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 13.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย ภายในร้านพัลส์ คลับ ที่ขณะนั้นคาดว่ามีลูกค้าอยู่มากกว่า 100 คน โดยพยานจำนวนมากที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ระบุมีคนร้าย 1 คน ใช้อาวุธปืนกลจู่โจม กราดยิงรัวไม่ยั้งและไม่เลือกเป้าจำนวนกว่า 40 นัด ซึ่งผู้คนภายในร้านต่างพุ่งตัวหมอบลงไปที่พื้น หรือไม่ก็ถูกยิงล้มลง จากนั้นเมื่อคนร้ายหยุดยิง นักเที่ยวจำนวนมากก็กรูกันไปยังประตูทางออก ต่างพยายามวิ่งหนีตายออกมากันอลหม่าน โดยบางคนพบว่าได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลเลือดออกเป็นทาง บางคนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ยังมีเพื่อนถูกยิงนอนบาดเจ็บอยู่ภายในร้าน และมีผู้เสียชีวิต

ส่วนสื่อท้องถิ่นเมืองออร์ลันโดยังรายงานว่า นอกจากอาวุธปืนแล้วคนร้ายยังพกระเบิดมาด้วย พร้อมจับตัวประกันอยู่ภายในร้าน ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ประมาณ 7 ถึง 20 คน แต่รายงานดังกล่าวไม่ได้รับการยืนยันจากกรมตำรวจออร์ลันโด แต่อย่างใด

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ได้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด รุดหน้ามายังที่เกิดเหตุ ก่อนส่ง กำลังเข้าไปบุกค้นในอาคาร ตามด้วยเสียงระเบิดดังอย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นระเบิดแบบควบคุมของเจ้าหน้าที่ ขณะที่บริเวณลานจอดรถภายนอก เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แบ่งประเภทเป็นผู้บาดเจ็บสีแดงสมควรได้รับการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และผู้บาดเจ็บสีเหลืองที่สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้

ส่วนสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์ 35 ของสหรัฐฯ รายงานผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษที่จู่โจมเข้าไปในร้านจำนวน 9 นาย ถูกกระสุนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 1 นาย แต่เคราะห์ดีไม่เป็นอันตรายเนื่องจากถูกยิงเข้าที่หมวกเหล็ก

จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายจอห์น มินา ผู้บัญชาการตำรวจออร์ลันโด ออกแถลงการณ์ว่า เหตุกราดยิงครั้งนี้นับเป็นสถานการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบผู้ถูกยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพอยู่ภายในร้านพัลส์ คลับ ขณะที่ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลมีอย่างน้อย 42 คน

ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าคนร้ายใช้ปืนกลจู่โจม ปืนสั้น พร้อมอุปกรณ์อิเล็ก-ทรอนิกส์บางอย่าง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ สัญชาติและอายุ รวมถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุแต่อย่างใด ระบุเพียงว่า จะสืบสวนร่วมกับสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอต่อไป ซึ่งในเวลาต่อมาสำนักงานเอฟบีไอเปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบความเป็นไปได้ว่าคนร้ายมีแนวคิดฝักใฝ่ไปทางมุสลิม หัวรุนแรงและอาจมีส่วนพัวพันกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงเช่นกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการก่อเหตุในลักษณะก่อการร้าย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าคนร้ายไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ และเตรียมการมาอย่างดี

นายแดนนี แบงส์ โฆษกเอฟบีไอ เปิดเผยว่า ทางเอฟบีไอได้รับคดีกราดยิงนี้มาสืบสวนสอบสวนในฐานะเป็นคดีก่อการร้าย และสั่งขยายผลการหาหลักฐานเพิ่มเติมว่าเป็นการก่อการร้ายในประเทศ หรือก่อการร้ายโดยชาวต่างชาติ และผู้ก่อเหตุสยองในครั้งนี้ ก่อเหตุในลักษณะหมาป่าเดียวดาย วางแผน เอง ลงมือเอง หรือมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย นายกเทศมนตรีเมืองออร์ลันโด ได้ออกมาแถลงจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุมือปืนกราดยิงผู้คนครั้งนี้ เพิ่มขึ้นถึง 50 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 53 คน

ด้านโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ รายงานในเวลาต่อมา ระบุมือปืนกราดยิงผู้คนในบาร์เกย์รัฐฟลอริดา คือ นายโอมาร์ มาทีน ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกานิสถาน เกิดเมื่อปี 2529 อายุ 30 ปี อาศัยอยู่เขตพอร์ต เซนต์ ลูซี ไม่เคยมีประวัติอาชญากร หนำซ้ำยังเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯอยู่ระหว่างสืบสวนว่า นายมาทีนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิสลามิคหัวรุนแรงหรือไม่

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ แถลงในกรุงวอชิงตัน ระบุเหตุร้ายครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุสังหารหมู่ผู้คนครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา พร้อมสั่งการ ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเร่งช่วยเหลือดำเนินการใดๆแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรัฐฟลอริดาเท่าที่จำเป็น

สหรัฐฯระทึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 มิ.ย. 2559 07:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637524

 

ตำรวจสหรัฐฯยังคงเข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบร้านพัลส์ คลับ บาร์เกย์ชื่อดังในย่านออเรนจ์ อเวนิว ใจกลางเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวพร้อมปืนกลเข้าไปกราดยิง ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 50 คน บาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนคนร้ายที่พบโยงกลุ่มก่อการร้ายถูก ตร.วิสามัญฯ.