ครูอิตาลีโหดตบตี-ทารุณนักเรียนรายวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626436

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 05:20

 

(ภาพ: Youtube/Si24news)

ทางการอิตาลีพักงานครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งบนเกาะซิซิลี ฐานทำทารุณกรรมเด็กนักเรียน ทั้งตบตี ดุด่า ข่มขู่ เป็นประจำทุกวัน ก่อนถูกแฉด้วยภาพจากกล้องวงจรปิด…

หนังสือพิมพ์ ลา รีพับลิกา ของอิตาลี รายงานเมื่อวันพุธที่ 25 พฤษภาคมว่า ครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งบนเกาะซิซิลีได้กระทำทารุณต่อเด็กนักเรียนในชั้นเรียน โดยการตบตี ดุด่า ข่มขู่ เป็นประจำทุกวัน โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยกลายเป็นข่าวครึกโครมในประเทศอิตาลี และมีการเผยภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้เห็นพฤติกรรมของครูหญิงหลายคนที่กระทำทารุณกรรมกับเด็กเล็ก

สถานการณ์เลวร้ายลง เมื่อครูได้ข่มขู่นักเรียนไม่ให้เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อโตขึ้น ความกดดันที่เด็กๆ ได้รับ กลายเป็นความหวาดผวาและเด็กเก็บตัวเงียบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่สังเกตเห็นว่า ต้องมีอะไรผิดปกติปกปิดซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ คณะผู้สอบสวนไม่ได้เปิดเผยชื่อโรงเรียนหรืออำเภอที่ตั้งของโรงเรียน ระบุเพียงว่าเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาเนโบรดิ แคว้นเมสซิน และนักเรียนที่ถูกกระทำทารุณอายุระหว่าง 6 ถึง 7 ปี เนื่องจากความสงสัยในพฤติกรรมการทำทารุณเด็กเป็นที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องเรียน ทำให้เห็นภาพครูตบตี หิ้วเด็ก ฯลฯ ซึ่งเป็นภาพที่น่าหดหู่เป็นอย่างยิ่ง

ล่าสุด ครูที่เป็นต้นเหตุในการกระทำทารุณเด็ก ถูกห้ามไม่ให้ทำการสอนเป็นเวลา 1 ปี ส่วนครูอีกสองคนถูกพักงานในระหว่างการสอบสวน

จี7ห่วงศก.เกิดใหม่-โอบามาเยือนอนุสรณ์ปรมาณู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626388

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2559 04:10

 

(ภาพ: AP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำโลก 7 ชาติ หรือกลุ่มจี 7 ที่จังหวัดมิเอะของญี่ปุ่น โดยการหารือในวันแรก 26 พ.ค. ได้มุ่งไปที่ประเด็นเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้ชาติสมาชิก ปรับนโยบายการคลังให้มีความยืดหยุ่นรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และจากข้อมูลสถิติที่พบว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2557 ถึง ม.ค. 2559 ได้ลดลงถึง 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกรณีดังกล่าวคล้ายคลึงกับสถานการณ์ช่วงปี 2551-2552 ที่ธนาคารเลห์แมน บราเธอร์สของสหรัฐฯประกาศล้มละลาย

ขณะที่นายฮิโรชิเงะ เซโกะ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในที่ประชุมสุดยอดจี 7 ยังเห็นพ้องกันว่า สถานการณ์ของเศรษฐกิจเกิดใหม่กำลังอยู่ในห้วงเวลาที่อันตราย อย่างไรก็ตาม ดูจากสภาพตอนนี้ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ ที่ประชุมยังยอมรับว่าจำเป็นต้องมีมาตรการใช้จ่ายการคลังที่ยืดหยุ่นเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ระยะเวลาและปริมาณการใช้จ่ายขึ้นอยู่แต่ละประเทศ ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนางแองเกลา แมร์เคิล ได้ประกาศต่อต้านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโดยผ่านมาตรการทางการคลัง ทั้งนี้ ก่อนหน้าการประชุมวันแรก นายอาเบะยังพาผู้นำจี 7 แวะสักการะศาลเจ้าอิเสะ ระบุเพื่อให้เข้าใจถึงจิตวิญญาณชาวญี่ปุ่น แต่กรณีนี้นายอาเบะถูกวิจารณ์ว่าพยายามเรียกคะแนนจากฝ่ายอนุรักษนิยม

วันเดียวกัน นายโดนัลด์ ทัส ประธานสภายุโรป ออกแถลงการณ์นอกรอบการประชุม โดยระบุว่าโลกจำเป็นต้องร่วมมือกันในการรับมือวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยในยุโรป และที่ประชุมจี 7 ควรแสดงจุดยืนที่เข้มแข็ง ต่อประเด็นที่จะมีการหารือเรื่องปัญหาพิพาททะเลจีนใต้ ซึ่งต่อมากระทรวงต่างประเทศจีนออกแถลงเร่งด่วนว่า กลุ่มผู้นำจี 7ควรทำหน้าที่ของตัวเองไป คือเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่มาชี้นิ้วนอกเรื่อง เช่นเดียวกับสื่อรัฐบาลจีนซินหัว ที่เผยแพร่บทความว่า จี 7ไม่ควรมายุ่มย่ามกรณีพิพาททะเลจีนใต้

ส่วนในวันที่ 27 พ.ค. นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดเยือนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา ในจังหวัดฮิโรชิมา ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น จุดที่กองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกโจมตีญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจะทำให้นายโอบามา กลายเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรกที่เดินทางไปเยือนอนุสรณ์ดังกล่าวขณะดำรงตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม นายโอบามาได้ชี้แจงว่า เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตในสงคราม แต่จะไม่กล่าวขอโทษหรือชี้แจงถึงประเด็นความชอบธรรมในเหตุการณ์ครั้งนั้น.

‘ทรัมป์’ เฮ! ได้เดเลเกตครบ การันตีตัวแทนรีพับลิกันชิงเก้าอี้ ปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626315

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 23:50

 

(ภาพ: AP)

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้คะแนนเสียงเดเลเกตถึงเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อรับประกันว่าเขาจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ไปลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้คะแนนเสียงเดเลเกต (delegate) หรือ ตัวแทนคณะผู้เลือกตั้ง ถึง 1,238 เสียงแล้วในวันพฤหัสบดี เกินจำนวนที่ต้องการเพื่อรับประกันให้เขาเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ไปลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. แล้ว

ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ต้องชิงชัยในการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐต่างๆ เพื่อชิงเดเลเกตให้ได้ถึง 1,237 เสียง หรือเกินครึ่งของจำนวนทั้งหมด เพื่อให้ผู้แทนเหล่านี้ไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครคนนั้นๆ เป็นตัวแทนพรรคอย่างเป็นทางการ ที่การประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน ก.ค.

เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ถ้านายทรัมป์ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรค เขาจะกลายเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับ นางฮิลลารี คลินตัน หรือนาย เบอร์นี แซนเดอร์ส ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ซึ่งขณะนี้นางคลินตันมีคะแนนเดเลเกตนำอยู่ และขาดอีกเพียง 78 เสียงก็จะมีเดเลเกตเกินครึ่ง ส่วนนายแซนเดอร์สยังขาดอีกถึง 844 เสียง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธ นายทรัมป์เผยว่า เขาจะขึ้นเวทีดีเบตกับนายแซนเดอร์สถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่การเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีในรัฐนี้จะมีขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย. โดยนายแซนเดอร์สทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ตอบรับเรื่องนี้แล้ว

ล้มแล้ว ‘คุณยายฮานาโกะ’ ช้างไทยเชือกแรก ทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น อายุ 69 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626187

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 17:22

 

เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว โพสต์ข่าวเศร้า ช้างฮานาโกะ หรือคุณยายฮานาโกะ ทูตสันถวไมตรีเชือกแรกหลังสงครามโลก 2 ล้มแล้วในวัย 69 ปี ที่สวนสัตว์อิโนะคะชิระ กรุงโตเกียว ถือเป็นความสูญเสียของทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น…

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.59 แฟนเพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

“เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 ฮานาโกะ ช้างไทยอายุ 69 ปี ได้เสียชีวิตลงแล้ว ณ สวนสัตว์อิโนะคะชิระ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจต่อประชาชนชาวไทยและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ช้างฮานาโกะ เป็นช้างไทยเพศเมียที่มีอายุมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยเดินทางมาญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ.1949 เมื่ออายุได้ 2 ปี และถือเป็นช้างไทยตัวแรกที่เดินทางมาญี่ปุ่นหลังสงครามโลก จึงเป็นที่รักของสาธารณชนชาวญี่ปุ่นมาตลอด และถือได้ว่าเป็นทูตสันถวไมตรีจากประเทศไทยในญี่ปุ่น”

สำหรับช้างฮานาโกะ ช้างไทยเชือกแรกที่ถูกส่งมาเป็นทูตสันถวไมตรีจากไทยสู่ญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เดิมชื่อ ‘พังคชา’ เจ้าของเป็นชาว จ.ตาก ส่งไปญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 2 ปี เพื่อเป็นของขวัญให้เด็กๆ ญี่ปุ่นที่ประเทศเพิ่งแพ้สงคราม (ความจริงเรื่อง ‘คุณยายฮานาโกะ’ ช้างไทยในญี่ปุ่น 67 ปี ทูตแห่งความรัก)

ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากช้างฮานาโกะไปอยู่ญี่ปุ่นแล้วเกือบ 70 ปี ได้มีหญิงชาวไทยไปพบคุณยายฮานาโกะในสภาพแก่ชรา ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ จึงเกิดความสงสาร จนนำมาโพสต์ในโซเชียล และตกเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อเดือน ธ.ค.2558 ที่ผ่านมา (น้ำตาท่วม! สาวโพสต์ ‘ช้างฮานาโกะ’ ยังจำคนไทยได้ – วอนช่วยช้างทูตไทยในญี่ปุ่น) ก่อนที่ในอีก 6 เดือนต่อมา คุณยายฮานาโกะก็ได้เสียชีวิตลง. 

‘เตียงหัก’ ซะแล้ว! แอมเบอร์ เฮิร์ด ขอหย่า จอห์นนี เดปป์ จบชีวิตคู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626130

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 15:55

 

ช็อกวงการบันเทิงฮอลลีวูด…จอห์นนี เดปป์ ดาราดัง และภรรยาสาวสวย แอมเบอร์ เฮิร์ด แยกทางกันแล้ว หลังใช้ชีวิตแต่งงานมานาน 15 เดือน ฝ่ายหญิงยื่นฟ้องต่อศาลในลอสแองเจลิส ขอหย่ากับดาราหนุ่มใหญ่ ด้วยเหตุผล เข้ากันไม่ได้

เมื่อ 26 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ในที่สุดชีวิตสมรสระหว่าง จอห์นนี เดปป์ ดาราชายคนดัง กับ ภรรยาสาว แอมเบอร์ เฮิร์ด ก็มาถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้ และกำลังจบลงด้วยการหย่า โดยบีบีซี แจ้งว่า จากเอกสารของศาลชั้นต้น ‘ซุพีเรียร์ คอร์ต’ ในนครลอสแองเจลิส สหรัฐฯ เปิดเผยว่า เฮิร์ด วัย 30 ปี ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอหย่ากับจอห์นนี เดปป์ อ้างเหตุผลว่าเข้ากันไม่ได้ และเฮิร์ดได้แจ้งต่อศาลว่าได้แยกกันอยู่ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค.

บีบีซี รายงานว่า จอห์นนี เดปป์ และเฮิร์ด ดาราสาว  ได้แต่งงานใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมานาน 15 เดือนก่อน และไม่มีบุตรด้วยกัน หลังจากทั้งคู่ได้มาพบกันระหว่างร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Rum Diaryในปี 2554  โดยชีวิตแต่งงานของทั้งสองต้องจบลง หลังจากแม่ของเดปป์ เสียชีวิตไปไม่กี่วัน และภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เดปป์ร่วมแสดง ‘Alice Through the Looking Glass’ จะลงโรงฉายวันศุกร์ที่ 27 พ.ค.นี้

จอห์นนี เดปป์ และแอมเบอร์ เฮิร์ด ขณะมาขึ้นศาลในออสเตรเลีย เมื่อเมษายน 59

ขณะที่เว็บไซต์ TMZ ซึ่งติดตามรายงานข่าวเซเลบคนดัง เผยว่า จอห์นนี เดปป์ วัย 52 ได้ขอให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งปฏิเสธคำขอของเฮิร์ดที่ต้องการค่าเลี้ยงดูจากเขาเมื่อหย่าขาดจากกัน

ทั้งนี้ เดปป์ และเฮิร์ด ได้ตกเป็นข่าวโด่งดังมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากเฮิร์ด ได้นำสุนัข 2 ตัวที่เลี้ยงไว้เข้ามาในออสเตรเลียโดยผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้แจ้งในเอกสารตรวจคนเข้าเมือง จนในที่สุด เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เดปป์ และเฮิร์ดได้เดินทางมาขึ้นศาลแขวงเซาท์ พอร์ต ที่เมืองโกลด์โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ในออสเตรเลีย โดยเฮิร์ดให้การรับสารภาพต่อศาลว่าเธอได้ทำผิดในการยื่นเอกสารตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่ได้ระบุว่านำสุนัขเข้ามาด้วย ก่อนต่อมา ศาลได้ถอนฟ้องข้อหาร้ายแรง 2 ข้อ เหลือแต่เพียงยื่นเอกสารผิดพลาด.

ฝรั่งเศสวุ่น! น้ำมันตามปั๊มเหลือน้อย คนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ร่วมสไตรก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626017

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 13:10

 

ประท้วงหยุดงานในฝรั่งเศสยังยืดเยื้อ…คนงานโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ 16 แห่ง โดดเข้าร่วมสไตรก์หยุดงานประท้วงคัดค้านร่างกฎหมายแรงงานฉบับใหม่แล้ว หลังคนงานโรงกลั่นน้ำมันทั่วประเทศผละงาน ประท้วงไปก่อนหน้า ส่งผลให้น้ำมันตามปั๊มทั่วประเทศเริ่มร่อยหรอ

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ สหภาพแรงงาน ซีจีที ‘CGT’ ในฝรั่งเศส ‘สไตรก์’ นัดหยุดงานประท้วง คัดค้านร่างกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ โดยคนงานที่โรงกลั่นน้ำมันทั้งหมด 8 แห่งในฝรั่งเศส เมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้นัดหยุดงานประท้วงว่า สถานการณ์ประท้วงยังคงยืดเยื้อ โดยเมื่อ 26 พ.ค. คนงานที่โรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ 16 แห่ง จากทั้งหมด 19 แห่ง ได้พร้อมใจนัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 1 วันด้วย เพื่อหวังกดดันให้รัฐบาลยอมถอย การผลักดันร่างกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ต่อสภา

ข่าวแจ้งว่า ผลพวงที่เกิดตามมาจากการที่คนงานโรงกลั่นน้ำมันหยุดงานประท้วง ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันนับ 1,600 แห่งทั่วประเทศฝรั่งเศส เริ่มเกิดปัญหาน้ำมันเริ่มเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่ รัฐบาลฝรั่งเศส ได้ออกมาประกาศแผนแก้ไขสถานการณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ว่า รัฐบาลจะดึงน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์มาใช้ ขณะที่คนงานโรงกลั่นน้ำมัน สไตรก์นัดหยุดงานประท้วง

สหภาพแรงงาน ซีจีที นัดหยุดงานประท้วงร่างกฏหมายแรงงานฉบับใหม่

ทั้งนี้ สหภาพแรงงาน ซีจีที ไม่พอใจอย่างหนักที่รัฐบาลได้ผลักดันร่างกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นายจ้างสามารถที่จะว่าจ้างและไล่คนงานออกง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกัน พนักงานที่คัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวก็เกรงว่า สิทธิของคนงานจะถูกตัดตอนง่ายขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น การทำงานล่วงเวลา และวันหยุด ส่วนเนื้อหาในร่างกฎหมายแรงงานใหม่ที่ถูกคัดค้าน อาทิ ยังกำหนดให้พนักงานทำงานสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่เป็นชั่วโมงทำงานเฉลี่ย ซึ่งบริษัทสามารถเจรจากับสหภาพแรงงานในพื้นที่นั้นๆ ที่จะเพิ่มชั่วโมงทำงานแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่กำหนดเวลาทำงานสูงสุดสัปดาห์ละ 46 ชั่วโมง.

ภาพเหตุการณ์ คนงานโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึี่งในเมือง Fos Sur Mer ทางภาคใต้ฝรั่งเศส นำยางรถยนต์เก่ามาสุมกองบนถนน ปิดทางเข้าโรงกลั่นน้ำมัน ระหว่างหยุดงานประท้วงเมื่อ 23พ.ค.

ภาพนาทีชีวิต! เรือผู้อพยพคว่ำ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตาย5 รอดกว่า500

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625991

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 11:51

 

นาทีสุดระทึก เรือผู้อพยพจากตะวันออกกลาง พลิกคว่ำกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังผู้คนเฮละโลกรูไปอยู่อีกด้านหนึ่งของเรือ ตื่นตระหนกเห็นเรือทหารอิตาลีแล่นตรงรี่เข้ามาหา ทำให้ผู้เคราะห์ร้ายดับสลด 5 ราย รอดตายกว่า 500 คน
เมื่อ 26 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสุดระทึก เรือบรรทุกผู้อพยพชาวตะวันออกกลางหลายร้อยคนจนเต็มลำ ประสบเหตุพลิกคว่ำ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังแล่นเรือออกมาจากชายฝั่งประเทศลิเบีย เนื่องจากผู้อพยพบนเรือพากันตื่นตระหนกที่เห็นเรือทหารอิตาลีลำหนึ่งแล่นตรงรี่มายังเรือของพวกตน จึงทำให้ผู้อพยพบนเรือแตกตื่น พากันแห่ไปยังอีกด้านหนึ่งของเรือ จนทำให้เรือเอียงวูบ และพลิกคว่ำในที่สุด

ข่าวแจ้งว่า มีทหารอิตาลีบนเรือบันทึกภาพนาทีระทึกเรือผู้อพยพคว่ำครั้งนี้ ขณะที่ เหล่าทหารเรืออิตาลี ซึ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้รีบโยนเสื้อชูชีพไปให้แก่ผู้อพยพหลายร้อยคนที่ลอยคอกลางทะล จึงทำให้มีผู้อพยพรอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มประมาณ 562 คน ทว่าก็มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 5 ราย

ตามรายงานของสำนักงานมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯระบุว่า ขณะเกิดเหตุเรือผู้อพยพล่มนั้น ท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเรียบสงบ อุณหภูมิผิวน้ำอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ ยังมีประชาชนหลายพันคนที่อพยพหนีสงครามกลางเมืองในซีเรียและความขัดแย้งทางศาสนาในตะวันออกกลาง เสี่ยงชีวิตด้วยการนั่งเรือหวังมาขึ้นฝั่งยุโรป แม้ที่ผ่านมา จะเกิดเหตุเรือล่ม หรือเรือแตกกลางทะเลหลายครั้ง คร่าชีวิตผู้อพยพไปแล้วเป็นจำนวนมาก.

ยูเครนแลกตัวนักโทษ ช่วยนักบินหญิงถูกขังในรัสเซียนาน 2 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625849

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 04:15

 

(ภาพ: REUTERS)

รัสเซียปล่อยตัวนักบินหญิงชาวยูเครน ซึ่งถูกจับตั้งแต่ปี 2014 ได้รับการปล่อยตัวแล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนตัวนักโทษจากยูเครนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียปล่อยตัว ร.ท.นาดิยา ชาฟเชนโก นักบินหญิงของกองทัพยูเครน ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านรัฐบาลมอสโกแล้ว เมื่อวันพุธ (25 พ.ค.) หลังจากถูกคุมขังในรัสเซียมานาน 2 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษกับทางยูเครน

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย อภัยโทษให้แก่ น.ส.ชาฟเชนโก ก่อนจะปล่อยตัว และส่งตัวเธอกลับประเทศยูเครนในวันพุธ โดยก่อนหน้านี้ยูเครนได้ดำเนินการอภัยโทษแก่นักโทษชาวรัสเซีย 2 คน คือ เยฟจีนี เยโรเฟเยฟ และ อเล็กซานเดอร์ อเล็กซานดรอฟ ผู้ถูกตั้งข้อหาก่อสงครามกับยูเครน, ก่อการร้าย และใช้อาวุธยั่วยุให้เกิดการปะทะกันด้วยอาวุธ และส่งตัวทั้งคู่กลับกรุงมอสโกแล้ว

ประธานาธิบดีปูติน เผยด้วยว่า เขาตัดสินใจอภัยโทษ ร.ท.ชาฟเชนโก หลังจากได้พูดคุยกับครอบครัวของนักข่าวที่เสียชีวิตทั้ง 2 คน โดยพวกเขาบอกกับนายปูตินว่า ให้แสดงความเมตตาแก่ชาฟเชนโก

ด้าน ร.ท.ชาฟเชนโก กล่าวในงานแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก ว่า เธอขอขอบคุณครอบครัว และประชาชนชาวยูเครนที่สนับสนุนเธอระหว่างที่ถูกคุมขังในรัสเซีย และประกาศจะทำทุกอย่างที่ทำได้ปลดปล่อยชาวรัสเซียทุกคนที่ยังถูกขังในรัสเซียและในภาคตะวันออก ที่ถูกกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่ฝ่ายรัสเซียยึดเอาไว้

ร.ท.ชาฟเชนโก แถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก ในกรุงเคียฟ (ภาพ: REUTERS)

ทั้งนี้ ร.ท.นาดิยา ชาฟเชนโก เป็นนักบินของ กองกำลังภาคพื้นยูเครน (ยูจีเอฟ) ร่วมต่อสู้กับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในปี 2014 ก่อนจะถูกฝ่ายกบฏจับตัวได้ในเดือน มิ.ย. ปีเดียวกัน และถูกส่งตัวไปยังรัสเซีย กระทั่งในปีนี้เธอถูกศาลรัสเซียตัดสินลงโทษจำคุก 22 ปี ฐานออกคำสั่งยิงปืนใหญ่สังหารนักข่าวโทรทัศน์ชาวรัสเซีย 2 คน

ในระหว่างที่เธอถูกคุมขังในรัสเซีย เธอได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภายูเครนและผู้แทนในสภาแห่งยุโรป นอกจากนี้ เธอยังได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก ให้เป็นวีรสตรีแห่งยูเครนด้วย

ญี่ปุ่นเจ้าภาพประชุมจี-7 ร่วมถกปัญหาโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625831

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2559 03:40

 

(ภาพ: AP)

เหล่าผู้นำกลุ่มชาติอุตสาหกรรมก้าวหน้า 7 ประเทศ หรือ “จี-7” เตรียมประชุมกันที่เมืองอิเสะ ชิมะ พื้นที่เทือกเขาและพลเมืองเบาบาง ตั้งอยู่ห่างกรุงโตเกียวลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 300 กม. เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประจำปีเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันพฤหัสบดี 26 และวันศุกร์ 27 พ.ค. ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยทางการญี่ปุ่นระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพันนายเฝ้าตรวจความเรียบร้อยทั้งทางถนน ทางรถไฟและท่าเรือที่จะไปสู่สถานที่จัดการประชุม เพราะหวั่นเกิดเหตุก่อการร้ายหรือการเคลื่อนไหวประท้วง

เหล่าผู้นำชาติสมาชิกกลุ่มจี-7 เริ่มทยอยเดินทางเข้าญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงเย็นวันพุธ 25 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ ตามด้วยประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ แห่งฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ซึ่งกำหนดเดินทางถึงญี่ปุ่นช่วงเช้าวันพฤหัสบดี รวมถึงนายกรัฐมนตรีแมตติโอ เรนซี แห่งอิตาลี และนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางถึงญี่ปุ่นช่วงเย็นวันพุธ พบนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น ทั้งมีกำหนดเยือนเมืองฮิโรชิมา พื้นที่ที่สหรัฐฯเคยทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มญี่ปุ่นเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันศุกร์นี้

ประเด็นหารือกันของเหล่าผู้นำจี-7 มุ่งที่ปัญหาภัยคุกคามจากก่อการร้ายและปัญหาสำคัญอื่นๆของโลก รวมถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจ การค้าและการเลี่ยงภาษี ผู้ลี้ภัย อาชญากรรมทางไซเบอร์และความมั่นคงทางทะเล โดยเฉพาะปัญหาพิพาททะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับหลายประเทศอาเซียน

ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำจี-7 นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ได้เดินทางไปคารวะศาลเจ้าอิเสะ ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนาชินโตเพื่อเป็นสิริมงคล ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ อยู่ระหว่างเยือนเวียดนาม โดยได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อเหล่าเยาวชนรุ่นใหม่ของเวียดนามให้ร่วมกันต่อสู้กับปัญหาสภาพชั้นบรรยากาศโลกเปลี่ยนแปลง ทั้งรับรู้ปัญหาชาวเอเชียห่วงกังวลถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ม็อบเบลเยียมประท้วงรัดเข็มขัด ทุบหัว ผบ.ตร.บรัสเซลส์ สลบเหมือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625803

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 02:50

 

(ภาพ: AFP)

ผู้บัญชาการตำรวจกรุงบรัสเซลส์ถูกทำร้ายจนสลบ ระหว่างนำกำลังออกควบคุมผู้ชุมนุมต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดเมื่อวันอังคาร จนต้องนอนโรงพยาบาล 1 คืน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปิแอร์ ฟานเดอร์สมิสเซิน ผู้บัญชาการตำรวจกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม ถูกผู้ชุมนุมทำร้ายจนสลบ และได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ระหว่างที่เขาและตำรวจนายอื่นๆ กำลังใช้สเปรย์พริกไทยสกัดกลุ่มผู้ประท้วงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ปิแอร์ ฟานเดอร์สมิสเซิน ผู้บัญชาการตำรวจกรุงบรัสเซลส์ นอนสลบอยู่บนพื้นถนนในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: BELGA/AP)

เหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมในกรุงบรัสเซลส์ เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเคลื่อนขบวนประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งมีผู้ออกมาร่วมขบวนกว่า 60,000 คน ตามการเรียกร้องของสหภาพต่างๆ ในเบลเยียม ที่ต่อต้านมาตรการเพิ่มชั่วโมงการทำงานและฐานอายุเกษียณราชการ

ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจถอดหมวกออกเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนถึงสถานีรถไฟ ‘ยูโรสตาร์’ แต่ผู้ชุมนุมกลับขว้างปาสิ่งของโจมตีเจ้าหน้าที่ ทำให้พวกเขาต้องตอบโต้ด้วยปืนฉีดน้ำแรงดันสูง

ระหว่างนั้น นายฟานเดอร์สมิสเซิน ซึ่งรับหน้าที่ควบคุมความสงบในกรุงบรัสเซลส์ ถูกโดดเดี่ยวระหว่างผู้ประท้วง 2 กลุ่ม ขณะที่เขาพยายามใช้สเปรย์พริกไทยผลักดันผู้ประท้วง จากนั้นเขาก็ถูกทุบที่ศีรษะจากด้านหลังด้วยฝีมือผู้ชุมนุมชายใส่เสื้อเชิ้ตสีแดงและสวมหมวกสีแดง โดยที่ภาพเหตุการณ์ถูกบันทึกเอาไว้ได้ด้วย

หลังเกิดเหตุ นายฟานเดอร์สมิสเซิน ได้รับการปฐมพยาบาลก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีรายงานว่า เขาจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันพุธ

ภาพวินาทีที่ชายชุดแดงทำร้ายผู้บัญชาการตำรวจกรุงบรัสเซลส์ ถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าว ‘BELGA’ (ภาพ: BELGA/AP)

ทั้งนี้ เหตุปะทะที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้บาดเจ็บ 10 คน เป็นผู้ชุมนุม 8 คน ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมตัว 20 คน แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช้สมาชิกสหภาพแรงงาน แต่ตำรวจยังคงตามล่าตัวชายชุดแดงซึ่งมีสีประจำสหภาพแรงาน ‘ABVV’ ฝ่ายสังคมนิยม แต่ตำรวจไม่เชื่อว่าชายคนนี้เป็นสมาชิกจริงๆ

อนึ่ง นายฟานเดอร์สมิสเซิน ที่ถูกทำร้าย กำลังเป็นประเด็นถูกโจมตีอย่างหนักในกรุงบรัสเซลส์ โดยมีเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง เรียกร้องให้มีการถอดเขาออกจากตำแหน่งตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน หลังมีการจับกุมผู้ชุมนุมต่อต้านคนเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งรวมถึง นายอเล็กซิส เดสวาเอฟ หัวหน้ากลุ่ม ‘สันนิบาตสิทธิมนุษยชน’ ในเบลเยียม