ชนะใจ! โอบามา สุดชิล กินอาหารเวียดนามกับเชฟดังที่ร้านริมถนนฮานอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625032

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 16:05

 

(ภาพจากทวิตเตอร์ : Anthony Bordain)

ชาวเน็ตฮือฮา ประธานาธิบดีโอบามา ถอดสูทพับแขนเสื้อ ใช้ตะเกียบโซ้ย ‘บู๊นจ๋า’ กับแอนโธนี บอร์เดน เชฟคนดัง ในร้านอาหารเวียดนามแบบชิลๆ ริมถนนกรุงฮานอย พากันวิเคราะห์แซด อยากรู้ผู้นำสหรัฐฯ คุยกับเชฟคนดังเรื่องอะไร ??

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. สื่อต่างประเทศรายงานเผยแพร่ครึกโครมถึงไลฟ์สไตล์แบบสบายๆ ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯระหว่างไปเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ เมื่อ 23 พ.ค.ว่า ได้สร้างสีสันและเสียงชื่นชมเกรียวกราวให้กับการไปเยือนเวียดนามมากย่ิงขึ้น เมื่อพอตกค่ำของคืนวันแรกที่ไปเยือนกรุงฮานอย ปรากฏว่า โอบามาได้ถอดเสื้อสูท พับแขนเสื้อเชิ้ต ใช้ตะเกียบอย่างคล่องแคล่วกินอาหาร ร่วมกับ แอนโธนี บอร์เดน เชฟชาวอเมริกันคนดัง อยู่ในร้านอาหารเวียดนามริมถนน อย่างชนิดที่แทบไม่มีลูกค้าในร้านสักคน คาดคิด หรือเฉลียวใจว่าผู้นำสหรัฐฯ กำลังนั่งกินอาหารอยู่ในร้านเดียวกับพวกเขา

ส่วนอาหารเวียดนามที่ประธานาธิบดีโอบามา และแอนโธนี บอร์เดน สั่งมารับประทานในการมาเยือนฮานอยนั้น ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานว่า คือ Bun Cha หรือบู๊นจ๋า ขนมจีนที่รับประทานกับหมูสับหรือหมูสามชั้นย่าง กินคู่กับซอสรสเค็มหวานที่ใส่ในมะละกอดองและแคร์รอตดอง และผักต่างๆ จานใหญ่ รวมทั้งยังมีเบียร์ฮานอยวางอยู่บนโต๊ะ โดยสนนราคาของอาหารมื้อนี้ อยู่ที่ 6 ดอลลาร์ หรือประมาณ 210 บาทเท่านั้น

ภาพจาก AP: ประธานาธิบดีโอบามา จับมือทักทาย แอนโธนี บอร์เดน

บีบีซี ยังชี้ว่า พลันที่มีการแชร์ภาพโอบามานั่งกินอาหารอยู่ในร้านริมถนนกับเชฟคนดังอย่าง แอนโธนี บอร์เดนแล้ว ชาวเน็ตได้มีคำถามผุดขึ้นมาหลายข้อ หนึ่งในนั้นคือ อยากรู้ว่าประธานาธิบดีโอบามา พูดคุยเรื่องอะไรกับเชฟคนดัง ขณะที่ มีการแซวอย่างขำๆ ว่า บางที ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเล่าให้ฟังเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ที่สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรขายอาวุธให้แก่เวียดนามก็เป็นได้

ภาพจากทวิตเตอร์ Anthony Bordain : คืนนี้มีดินเนอร์กับผู้นำสหรัฐฯ

ภาพจากAP : ประธานาธิบดีโอบามา ร่ำลาพร้อมกับยกนิ้วให้กับเจ้าของร้าน

สำหรับรายการพาชิมอาหารมื้อค่ำเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ มีนักข่าวคนหนึ่งอ้าง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแย้มว่าจะออกอากาศในเดือนกันยายน แต่คงต้องติดตามกันต่อไปว่า จะเป็นวันเวลาใดกันแน่ ขณะที่บีบีซียังชี้ว่า ถึงแม้จะมีคำถามหลายข้อต่อการที่โอบามาไปนั่งอยู่ในร้านอาหารเวียดนามที่เรียบง่ายสุดๆ ชนิดเก้าอี้เป็นพลาสติก แต่ภาพนี้ของโอบามาได้ทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกดีและได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก

ชีวิตที่ไร้ทางเลือก! กรีซเริ่มย้ายผู้อพยพหลายพัน ออกจากค่ายชายแดนแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624949

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 13:30

 

เครียด..ทางการกรีซเริ่มย้ายผู้อพยพหลายพันคน จากค่ายอพยพชั่วคราวไอโดเมนิ ด้านพรมแดนติดมาซิโดเนียแล้ว แม้ผู้อพยพจำนวนมากไม่อยากจะย้ายไปจากค่ายอพยพแห่งนี้ เพราะจะยิ่งทำให้พวกเขาหมดหวังที่จะเข้าไปยังยุโรปตะวันตกมากกว่าเดิม

เมื่อ 24 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่กรีซเริ่มย้ายผู้อพยพหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน ซึ่งพำนักอยู่ที่ค่ายอพยพ ไอโดเมนิ ทางภาคเหนือของกรีซ ติดชายแดนด้านประเทศมาซิโดเนียแล้ว ตั้งแต่เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 24 พ.ค. โดยทางการกรีซได้มีการจัดหารถบัสหลายคันมารับผู้อพยพ พร้อมกับส่งตำรวจปราบจลาจลและเฮลิคอปเตอร์บินวนตรวจตราสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้ามารายงานข่าวแต่อย่างใด

ข่าวแจ้งว่า ถึงแม้ค่ายอพยพชั่วคราวไอโดเมนิ จะทำให้ผู้อพยพต้องหลับนอนอยู่ในเต็นท์และมีชีวิตอยู่ในสภาพที่ไม่สะดวกสบายอย่างยิ่ง แต่ผู้อพยพส่วนมาก ปฏิเสธที่จะย้ายไปจากศูนย์อพยพแห่งนี้ เนื่องจากเห็นว่า จะทำให้พวกตนต้องไปอยู่ในศูนย์อพยพที่อยู่ห่างจากชายแดนมากขึ้น และโอกาสที่จะข้ามพรมแดนเข้าไปยังมาซิโดเนีย มุ่งสู่ประเทศในยุโรปตะวันตกน้อยลงไปด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้อพยพส่วนใหญ่ไม่อยากย้ายไปจากค่ายอพยพไอโดเมนิ แต่โฆษกรัฐบาลกรีซยืนยันว่าผู้อพยพทั้งหมดจะต้องถูกย้ายไปจากค่ายอพยพแห่งนี้ เพื่อไปอยู่ในศูนย์อพยพแห่งใหม่ ใกล้กับเมือง เธสซาโลนีกี โดยคาดว่าการย้ายผู้อพยพจำนวนหลายพันคนจะใช้เวลา 10 วัน กว่าจะเสร็จเรียบร้อย

ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้อพยพกับตำรวจปราบจลาจลที่ค่ายผู้ลี้ภัยเมืองไอโดเมนี มาแล้ว เนื่องจากตำรวจพยายามผลักดันผู้อพยพออกไปจากทางรถไฟ หลังจากพวกเขาได้ปิดกั้นทางรถไฟมานานหลายวัน เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้ทางการกรีซอนุญาตให้พวกตนข้ามผ่านพรมแดนกรีซเข้าไปยังมาซิโดเนีย

อียิปต์แจง ! เครื่องบินอียิปต์แอร์ ไม่ได้หักเลี้ยว 2ครั้ง ก่อนตกทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624890

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 11:59

 

เจ้าหน้าที่อียิปต์ ออกโรงชี้แจง เครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS 804 ไม่ได้หักเลี้ยวกะทันหัน 2 ครั้ง ก่อนหายไปจากจอเรดาร์ ตามที่กรีซเปิดเผยก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งปฏิเสธ นักบินไม่ได้มีการติดต่อกับหอบังคับการบินอียิปต์ก่อนตกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเช่นกัน

เมื่อ 24 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการพยายามสืบสวนหาสาเหตุเครื่องบินโดยสาร แอร์บัส A320 ของสายการบิน อียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS 804 นำผู้โดยสารและลูกเรือ 66 คนจากกรุงปารีส มุ่งหน้าสู่กรุงไคโร ได้หายไปจากจอเรดาร์ ก่อนประสบเหตุตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่อียิปต์ได้พบซากช้ินส่วนเครื่องบินและข้าวของสัมภาระจาก MS 804 ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ห่างจากเมืองอเล็กซานเดรีย ของอียิปต์ไปทางเหนือ 280 กม.และไม่พบผู้โดยสารรอดชีวิตระหว่างปฏิบัติการค้นหานั้น

เมื่อ 24 พ.ค. นายอีฮาบ อัซมีย์ เจ้าหน้าที่อียิปต์ ได้เปิดเผยกับนักข่าวเอพีว่า เครื่องบินอียิปต์แอร์ ไม่ได้มีการหักเลี้ยวกะทันหัน 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเลี้ยวไปทางซ้าย 90 องศา และเลี้ยวกลับมาทางขวา 360 องศา ก่อนจะหายไปจากจอเรดาร์ ตามที่เจ้าหน้าที่ทางการกรีซออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้แต่อย่างใด

ข้าวของที่พบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

นายอัซมีย์ กล่าวว่า เครื่องบินอียิปต์แอร์ได้บินมาตามปกติ ที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต ก่อนจะลดเพดานบิน และหายไปจากจอเรดาร์ อีกทั้ง เครื่องบินก็ไม่มีปัญหาอะไรเมื่อเข้าสู่เขตน่านฟ้าของอียิปต์ ก่อนที่เกือบ 1 หรือ 2 นาทีต่อมา เครื่องบินจะหายไปจากจอเรดาร์

บีบีซี แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ นายอัซมีย์ยังได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ อัล-อาห์ราม ของอียิปต์ ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า กัปตันมีการติดต่อกับหอบังคับการบินของอียิปต์ก่อนเครื่องบินจะประสบโศกนาฏกรรม อย่างไรก็ตาม นายอัซมีย์ไม่ได้อธิบายหรือชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

ค้นหา MS 804

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. กองทัพอียิปต์ได้ส่งหุ่นยนต์ดำน้ำลงไปค้นหา กล่องดำ 2 กล่องของเที่ยวบิน MS 804 ที่บันทึกข้อมูลการบินและเสียงในห้องนักบิน อันจะเป็นกุญแจไขปริศนาชี้สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ขณะที่ประธานาธิบดีอับดุล ฟัตตาห์ อัล ซิซี แห่งอียิปต์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการชี้ชัดถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก และคงต้องใช้เวลานานพอสมควรในการระบุหาสาเหตุ แม้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีการบินพลเรือนของอียิปต์ชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่การก่อวินาศกรรมจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกมากกว่า เครื่องบินขัดข้อง.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใจสลาย! อียิปต์เผยภาพชุดแรก ซากเครื่องบิน-สัมภาระเที่ยวบิน MS 804

โสมเหนือปัดข้อเสนอ ‘ทรัมป์’ ขอพบ ‘คิม’ ชี้แค่ชวนเชื่อ-ไม่จริงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624738

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 05:20

 

(ภาพ: REUTERS)

เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือออกมาปฏิเสธข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการพบ คิม จอง-อึน เพื่อเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ โดยระบุว่า เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศเกาหลีเหนือ ปฏิเสธข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเก็งผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการพบหน้า คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ โดยระบุว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่งในการหาเสียงของทรัมป์เท่านั้น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า หากเขาได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัวเขาอยากจะพบกับ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อเจรจาหารือเพื่อหยุดโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง

แต่ล่าสุดในวันจันทร์ (23 พ.ค.) นายโซ เซ พยอง เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า “มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำสูงสุดว่าเขาจะพบหรือไม่ แต่ผมคิดว่าความคิดหรือคำพูดของทรัมป์นั้นไร้สาระ”

“คำพูดของเขาก็เพื่อเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเท่านั้นเอง เป็นการชวนเชื่อหรือการโฆษณาชนิดหนึ่ง เรื่องนี้ไร้ประโยชน์ เป็นเพียงการแสดงออกเพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่มีความหมาย ไม่มีความจริงใจ” นายโซ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส หลังจากเขาเพิ่งกลับจากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคแรงงานของเกาหลีเหนือ

ขำแรงจนดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624268

โดย มายุเหลียน 24 พ.ค. 2559 05:01

 

แคนดาซ เพย์น คุณแม่ลูก 2 ชาวเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส อายุ 37 ปี ยังรู้สึกงงๆ ที่จู่ๆ ก็มีคนคลิกเข้าไปดูคลิปที่ตัวเองถ่ายลงในเฟซบุ๊ก ไลฟ์ ทำลายสถิติกว่า 50 ล้านวิว ในเวลาไม่ถึง 24 ชม.!!!

กะอีแค่สวมหน้ากากไฟฟ้า “ชิวแบคคา” หรือ “ชิวอี้” หนึ่งในตัวแสดงหนังเรื่อง สตาร์วอร์ส ที่ซื้อมาใส่เล่นๆ จากห้างนอกเมือง

แล้วเล่นกะกล้อง พะงาบๆปากหน้ากาก พอได้ยินเสียง “ชิวอี้” ก็หัวเราะรัวๆๆๆ ไล่ระดับเสียงดัง…เอิ๊กอ๊ากพุงกระเพื่อมอย่างเมามันส์ราวเบรกแตก

ก่อนจะหายเหนื่อย แล้วพูดหน้ากล้องว่า …“โอย..ขอบอก..คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์เจงๆ ค่าาาา”

ซึ่งพอให้กลับไปดูอีก นางก็บอกยังขำหน้า “ชิวอี้” แบบหยุดไม่ได้อยู่ดี ทั้งที่ไม่ได้เป็นแฟนหนังเรื่องนี้ และไม่เคยดูซักกะภาค

ไม่พอยังมีคนที่เป็น โรคซึมเศร้า เข้าไปดูคลิป …ถึงกับระเบิดเสียงก๊ากออกมาเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน

…เอาซี่…ตลกนี้ยังพ่วงบุญได้อี๊ก!!!

มายุเหลียน

ชอบโผงผางหรือสุขุม?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624269

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 24 พ.ค. 2559 05:01

 

ยังไม่ทันจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรค การเมืองสหรัฐฯก็ปะทะกันดุเด็ดเผ็ดมันเสียแล้ว ระหว่างฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศ จากเดโมแครต กับโดนัลด์ ทรัมป์ นักธุรกิจปากจัดจากรีพับลิกัน โหนกระแสกรณีโศกนาฏกรรม แอร์บัส เอ 320 สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินเอ็มเอส 804 ตกกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 66 ชีวิต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยหลังเกิดเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง ผลสืบสวนยังไม่ทันชัดเจน ทรัมป์ได้ป่าวประกาศออกโซเชียลมีเดียตั้งแต่เช้าตรู่ ดูเหมือนจะเป็นเหตุก่อการร้ายอีกแล้ว ไฟลต์จากกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อไหร่ที่เราจะเข้มแข็ง ฉลาด และระแวด ระวังเสียที ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงจริงๆ

ขณะที่ฮิลลารีเองตามมาพูดในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุก่อการร้าย เป็นการแสดงให้เห็นอีกครั้งถึงภัยอันตรายจากกลุ่มก่อการร้าย พร้อมเผยวิสัยทัศน์อย่างสุขุมถึงแผนความร่วมมือต่อต้านก่อการร้ายในระดับนานาชาติ

แต่สุดท้ายจากเรื่องเศร้าสลดกลับกลายเป็นวาทกรรมทางการเมือง แลกคนละหมัดไปในทันที หลังฮิลลารีเปิดฉากว่า ความเห็นของทรัมป์ช่างโผงผาง อันตราย และไร้ความรับผิดชอบ จึงขอสรุปเลยว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทำให้ทรัมป์สวนทันทีว่า ฮิลลารีนั่นแหละเป็นคนตัดสินใจแย่ ไม่เหมาะเป็นผู้นำ เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นทั่วโลก แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะใช้คำว่าก่อการร้ายกับมุสลิมหัวรุนแรง

จากกรณีดังกล่าวถือเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า นักการเมืองไม่ว่าจะประเทศไหนต่างก็มีธรรมชาติที่คล้ายกัน คือสามารถหยิบจับสิ่งรอบตัวมาเป็น “เครื่องมือ” ได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างไรก็ตาม การปะทะคารมครั้งนี้ก็ได้เปิดเผยให้พวกเราเห็นสิ่งหนึ่งอีกเช่นกัน คือความแตกต่างของนักการเมืองที่มาจากสายธุรกิจ คิดเร็วทำเร็ว กับนักการเมืองคร่ำหวอดมืออาชีพ ชัวร์เข้าว่าช้าอีกเรื่อง

ดังนั้นจึงถือว่าน่าสนใจทีเดียว ว่าถึงที่สุดแล้วชาวอเมริกันในห้วงเวลานี้ จะชอบคนแบบไหน โผงผางสะใจอย่างทรัมป์ หรือสุขุมรอบคอบอย่างฮิลลารี เวลาเท่านั้นคือคำตอบ.

ตุ๊ ปากเกร็ด

อเมริกา อเมริโกย และไทย (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624277

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 24 พ.ค. 2559 05:01

 

จันทร์วานนี้ ผมรับใช้ถึงตอนที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ไล่กลุ่มซอยราชครูออกจากการเมืองไทยได้สำเร็จ จากนั้น รัฐบาลใหม่ก็ให้ไทยอยู่กับอเมริกาอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งทางทหาร (ต่อต้านคอมมิวนิสต์) และเศรษฐกิจ (ยึดนโยบายเสรีนิยม) อิทธิพลอเมริกาเริ่มเข้ามาอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและการส่งเสริมการลงทุนของไทยก็ในยุคนี้

3 ประธานาธิบดีอเมริกันที่ใช้ไทยเป็นเครื่องมือสู้คอมมิวนิสต์คือ ไอเซนฮาว, แคนาดี และจอห์นสัน กระทั่งถึงยุคนิกสัน แกใช้ Nixon Doctrine หรือหลักการนิกสัน ที่ลดความผูกพัน + ไม่ยุ่งปัญหาภายในชาติเอเชีย จากนั้น นิกสันก็ไปจับมือกับจีน และถอนตัวจากสงครามเวียดนาม บั้นปลายท้ายที่สุด อเมริกาก็ถอนฐานทัพออกจากไทยไปทั้งหมดเมื่อ ค.ศ.1976

ค.ศ.1976-1996 เป็นเวลา 20 ปี ที่ไทยกับอเมริกาห่างเหินกัน ช่วงนี้อเมริกาหันไปสนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและการค้าระหว่างประเทศ ไทยกับอเมริกาทะเลาะกันอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทางการค้าในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา

กระทั่ง 2 กรกฎาคม 1997 ไทยลดค่าเงินบาททำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย ตอนนั้น คณะผู้ลากมากดีของไทยมองไปที่อเมริกาเพื่อขอความช่วยเหลือ หลายท่านพูดความสัมพันธ์ระหว่าง ค.ศ.1958-1976 โดยกะจะให้อเมริกานึกถึงความหลัง แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่ออเมริกาปฏิเสธการมีส่วนร่วมในข้อเสนอการระดมทุน 17.2 พันล้านเหรียญเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจเอเชียและไทย

อเมริกาไม่ช่วยไทย แต่ช่วยอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ เพราะอเมริกาคิดว่าอินโดนีเซียสำคัญต่อความมั่นคงของอาเซียน ส่วนเกาหลีใต้ก็มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ถ้าพังขึ้นมาเมื่อใด ก็จะกระทบกับเศรษฐกิจอเมริกันมาก

นายคลินตัน ประธานาธิบดีอเมริกัน พูดถึงวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้นว่า “…เป็นเพียงประกายไฟบนท้องถนน…” เป็นเรื่องเล็กน้อย และจะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

นายกรีนสแปน ประธานธนาคารกลางอเมริกัน และนายซัมเมอร์ส รมช.คลัง ทั้งสองคนนี้พูดเหมือนกันในทำนองว่า ปัญหาไม่ได้เกิดมาจากการเก็งกำไรค่าเงิน แต่บริษัทของพวกเอเชียเป็นฝ่ายผิด พวกนั้นสุรุ่ยสุร่ายกับการใช้เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บริหารประเทศตั้งแต่ธันวาคม 1996 และลาออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1997 ช่วงที่พลเอกชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น อเมริกาไม่ช่วยเราเลย

กระทั่งนายชวน หลีกภัย เข้าบริหารประเทศกลางเดือนพฤศจิกายน 1997 อเมริกาถึงเริ่มกดดันไอเอ็มเอฟให้ช่วยเหลือเรา

ช่วงนี้เองครับ ที่เสือหิวนักธุรกิจอเมริกันร่วมมือกับเสือโหยนักการเมืองไทยบางกลุ่ม ใช้มาตรการไอเอ็มเอฟดูดเลือดคนไทย ไอ้ปื๊ดลูกเจ้น้องก้นซอยสองที่อ่านข่าวเผินๆ ก็จะไม่รู้ดอกครับ ว่าอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ในตอนนั้น จึงมอง “คนชั่วเป็นคนดี” มอง “คนดีเป็นคนชั่ว”

แต่สำหรับคนที่ตามเรื่องนี้อย่างละเอียด ก็จะรู้ว่า ใครคือคนที่ร่วมมือกับฝรั่งดูดเลือดคนไทย ผู้ใหญ่ฝ่ายไทยคณะหนึ่งบินไปเจรจาและวางแผนที่อเมริกา หลังจากนั้น นักการเมืองและนักธุรกิจอเมริกันหลายคณะก็บินมาประชุมที่เมืองไทยเป็นว่าเล่น

นายการ์เทน รมช.พาณิชย์ของรัฐบาลคลินตัน พูดปราศรัยกับพวกที่จะเข้ามาว่า “ประเทศนี้กำลังลงไปอยู่ในถ้ำมืด…บริษัทอเมริกันจะประสบความสำเร็จในการเข้าไปอยู่ในตลาด”

นางบาร์เชฟสกี ผู้แทนการค้าอเมริกัน เขียนรายงานเมื่อกุมภาพันธ์ 1998 มีข้อความตอนหนึ่งว่า “…โครงการไอเอ็มเอฟรวมกับการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ การเร่งแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งทางพลังงาน การขนส่ง สาธารณูปโภคและคมนาคม จะสร้างโอกาสธุรกิจและประโยชน์ให้กับบริษัทธุรกิจอเมริกัน”

ผมโตมาพร้อมกับการที่พ่อชี้ให้ดูคนดีมีชื่อเสียงของไทยที่ปรากฏหน้าค่าตาทางหน้าจอทีวีว่า “คนนี้ต้องระวัง ทำตัวยากจนไม่มีทรัพย์สิน แต่ในความเป็นจริง ได้เงินจาก ปรส. ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลฟื้นฟูพวกไฟแนนซ์ที่ถูกปิดไปเป็นจำนวนมาก ส่วนคนนี้ก็มีข่าวว่าได้สตางค์จากบริษัทจัดการทรัพย์สิน บบส. ไปหลายพันล้าน”

ความสัมพันธ์ไทย-อเมริกา ยังไม่จบนะครับ ผมว่าจะเขียนต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่ผู้อ่านท่านที่เคารพจะได้นำมาเชื่อมกับความสัมพันธ์ไทย-อเมริกา และไทย-รัสเซีย ในปัจจุบัน.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

รอบโลก 24/05/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624677

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ค. 2559 05:01

 

แก้ รธน.ผู้นำตลอดชีพ

อัลมาตี-เมื่อ 23 พ.ค.คณะกรรมการการเลือกตั้งของทาจิกิสถานในภูมิภาคเอเชียกลาง แถลงผลการนับคะแนนการลงประชามติเบื้องต้นพบว่าชาวทาจิกิสถานส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ประธานาธิบดีอิโมมาลี ราห์มอน ลงสมัครในตำแหน่งประธานาธิบดีได้อย่างไม่จำกัดสมัย ทั้งนี้ ผลนับคะแนนประชามติผ่านพ้นไปแล้ว ร้อยละ 92 พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งโหวตสนับสนุนแก้ รธน.ต่ออายุอำนาจนายราห์มอนดังกล่าวถึงร้อยละ 94.5.

มองถนนเป็นรันเวย์

มุมไบ-เมื่อ 23 พ.ค. สายการบินต้นทุนต่ำอินดิโกของอินเดีย สั่งพักงานนักบิน 2 คน ไม่เปิดเผยชื่อและอายุ เป็นกัปตันและนักบินผู้ช่วยเครื่องโดยสารเที่ยวบินจากเมืองอาห์เมดาบัด รัฐกุจราช มุ่งสู่เมืองไชยปุระ รัฐราชาสถาน หลังนักบินทั้งสองเข้าใจผิดเกือบนำเครื่องลงจอดบนทางหลวง เพราะมองผิดคิดว่าเป็นรันเวย์สนามบิน ซึ่งจากบันทึกข้อมูลพบว่านักบินมารู้ตัวตอนที่เครื่องวัดระดับอัตโนมัติแจ้งเตือนว่าใกล้พื้นดิน จึงทะยานเครื่องขึ้นทันเวลา.

เด็ก 12 เตรียมต่อปริญญาโท

ซาคราเมนโต-เมื่อ 23 พ.ค. ด.ช.ทานิชค อับราฮัม เด็กอัจฉริยะ วัย 12 ปี ซึ่งเข้าเรียนวิทยาลัยชุมนุมตั้งแต่อายุ 7 ขวบและเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี 3 สาขาจากอเมริกัน ริเวอร์ คอลเลจ วิทยาลัยชุมชนในเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯเมื่อปีที่แล้ว เผยว่าอยากเรียนต่อปริญญาโทสาขาทางการแพทย์และเรียนจบเป็นแพทย์รวมทั้งนักวิจัยทางการแพทย์ตอนอายุ 18 ปี ขณะนี้กำลังเลือกว่าจะเข้าเรียนที่ไหนดีระหว่างยูซี เดวิส และยูซี ซานตา ครูซ ซึ่งเป็น 2 วิทยาเขตในสังกัดของยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งต่างทั้งรับเข้าเรียนและให้ทุนการศึกษากับเขาแล้ว.

‘I, Daniel Blake’ หนังผู้ดีคว้าปาล์มทองคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624693

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ค. 2559 04:30

 

(ภาพ: AP)

ผลประกาศรางวัลเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 2559 ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งคัดเลือกโดยคณะกรรมการตัดสินที่นำโดยนายจอร์จ มิลเลอร์ ผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “แมด แม็กซ์” (ถนนโลกันตร์) โดยรางวัลใหญ่ปาล์มทองคำ (ปาล์ม ดอร์) เป็นของภาพยนตร์เรื่อง “ไอ, แดเนียล เบล็ค” (I, Daniel Blake) ของเคน โลช ผู้กำกับชาวอังกฤษ

ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างยากลำบากของช่างไม้ที่ถูกเย้ยหยันเมื่อขอรับสวัสดิการช่วยเหลือหลังป่วยหัวใจวาย

ส่วนรางวัลสำคัญอีก 2 รางวัล คือนักแสดงนำชายและหญิงยอดเยี่ยม เป็นของชาฮับ ฮอสเซนี นักแสดงชายชาวอิหร่าน (เรื่อง “เดอะ เซลแมน”) และแจคลีน โจเซ นักแสดง สาวชาวฟิลิปปินส์ (เรื่อง “มา’โรซา”) ตามลำดับ.

ญี่ปุ่นล่าแก๊งต่างชาติ ใช้บัตรเก๊ถอนเงินพันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624690

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ค. 2559 03:50

 

(ภาพ: REUTERS)

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการไล่ล่าตัวกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน หลังรวมหัวกันก่อเหตุใช้บัตรเครดิตปลอม ถอนเงินพร้อมๆกันจากตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศกว่า 1,400 แห่ง กวาดเงินสดไปรวมกว่า 1,400 ล้านเยน หรือประมาณ 456 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุอาจเป็นแก๊งต่างชาติที่อาจมีสมาชิกมากกว่า 100 คน และใช้เวลาก่อเหตุถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในช่วงระยะเวลา 3 ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลบัตรเครดิตปลอมธนาคารสแตนดาร์ดจากแอฟริกาใต้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจว่าได้เงินจำนวนดังกล่าวไปได้อย่างไร เนื่องจากปกติแล้วตู้เอทีเอ็มจะอนุญาตให้ถอนเงินได้ไม่เกิน 100,000 เยนต่อวัน

ขณะที่ธนาคารสแตนดาร์ดยืนยันว่าตกเป็นเหยื่อของการต้มตุ๋นอย่างเป็นระบบ เกิดความเสียหายสูงถึง 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 665 ล้านบาท.