‘ทรัมป์’ ลั่น! จะเจรจานิวเคลียร์กับ ‘คิม จอง-อึน’ หากได้เป็น ปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622471

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ค. 2559 00:30

 

โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จอง-อึน (ภาพ: AP)

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี เขาอยากจะพบหน้าเจรจากับ คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในเรื่องโครงการนิวเคลียร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2016 ออกมาประกาศว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี ตัวเขาอยากจะพบกับ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อเจรจาหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง

มหาเศรษฐีจากนิวยอร์ก กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างการให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าว รอยเตอร์ส โดยระบุว่า “ผมอยากจะคุยกับเขา (คิม จอง-อึน) ผมไม่มีปัญหาที่จะพูดกับเขา” ทรัมป์ ยังระบุด้วยว่า เขาจะผลักดันให้ได้พบหน้าพูดคุยกับผู้นำเกาหลีเหนือรายนี้ และอาจจะกดดันจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของเกาหลีเหนือ ให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

“ผมจะกดดันจีนอย่างหนัก เพราะในทางเศรษฐกิจแล้ว เรามีอำนาจเหนือกว่าจีนมาก แต่ผู้คนไม่ตระหนักถึงเรื่องนั้น” ทรัมป์ กล่าว และเสริมว่า “จีนสามารถแก้ปัญหานั้นได้ด้วยการเจรจา หรือการโทรศัพท์เพียงครั้งเดียว”

หลังจาก นายทรัมป์ แสดงความคิดเห็นดังกล่าว อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าว ยอนฮัป ของเกาหลีใต้ก็รายงานอ้างคำพูดของ นายหง เล่ย โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนว่า “รัฐบาลปักกิ่งสนับสนุนการพูดคุยโดยตรง และการสื่อสารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ และพวกเราคิดว่านี่เป็นสิ่งที่มีส่วนช่วยอย่างมากที่จะทำ”

ดินไหว 6.7 เขย่าเอกวาดอร์ สร้างความเสียหายเล็กน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622457

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 23:30

 

ชาวเอกวาดอร์ออกมานั่งนอกบ้าน หลังจากเกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.7 ในช่วงเช้าวันพุธ (ภาพ: AFP)

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.7 ในภาคตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ สร้างความเสียหายเล็กน้อย และทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.7 ในพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ เมื่อเวลา 07.57 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น (ราว 14.57 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) ล่าสุด มีรายงานพบความเสียหายเล็กน้อยในบางพื้นที่ และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรงจำนวนหนึ่ง

แผ่นดินไหวลูกล่าสุดที่เกิดขึ้นในประเทศเอกวาดอร์นี้ อยู่เมืองโรซา ซาราเต ทางตะวันตกของประเทศ ใกล้จุดเดิมที่เคยเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.8 เมื่อเดือนก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 650 ราย

ขณะที่ ประธานาธิบดี ราฟาเอล กอร์เรีย แห่งเอกวาดอร์ แถลงผ่านโทรทัศน์ว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวลูกนี้อยู่ที่ ความลึก 32.4 กม. ที่หมู่บ้านมอมปิเช บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากกรุงกีโต ประมาณ 368 กม. โดยเป็นอีกหนึ่งอาฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ดังกล่าว

“มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง เพราะผู้คนแย่งกันหนี หรือชนเข้ากับสิ่งของ” นายกอร์เรีย ระบุด้วยว่า มีสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายเล็กน้อยด้วยเช่นกัน โดยเป็นอาคารที่เผชิญหายนะเมื่อเดือน เม.ย. นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่าเกิดเหตุไฟดับในพื้นที่ชายฝั่งหลายจุดด้วย

ระทึกอีก! แผ่นดินไหว 6.7 เขย่าภาคตะวันตก เอกวาดอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622392

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 18:32

 

ชาวเอกวาดอร์ผวาซ้ำ…เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.7 เขย่าภาคตะวันตกของประเทศอีกแล้ว หลังเพิ่งเผชิญธรณีพิโรธครั้งใหญ่เดือนก่อน สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ตรวจวัดพบเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.7 ทางภาคตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ทางใต้ของเมือง เอสเมอรอลดาส ประมาณ 58 กิโลเมตร และมีความลึกจากผิวดิน แค่ราว 11 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ไม่แจ้งเตือนอาจเกิดสึนามิ หรือคลื่นยักษ์แต่อย่างใด

สำหรับแผ่นดินไหวล่าสุดที่เกิดขึ้นในประเทศเอกวาดอร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นทางภาคตะวันตกของเอกวาดอร์ เหมือนกับการเกิดธรณีพิโรธ ขนาด 7.8 เมื่อเดือนก่อน จนถือเป็นเหตุแผ่นดินไหวครั้งเลวร้ายที่สุดในเอกวาดอร์ในรอบเกือบ 70 ปี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 650 ราย ในจำนวนนี้มีชาวอเมริกัน 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บประมาณ 16,600 ราย บ้านเรือนพังนับ 7,000 หลัง และทำให้ชาวเอกวาดอร์กว่า 25,000 คนต้องไร้บ้าน ไปอยู่ตามเต็นท์ หรือศูนย์พักพิงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ คาดว่าบางทีแผ่นดินไหวเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค.นี้ ดูเหมือนจะเป็น ‘อาฟเตอร์ช็อก’ แผ่นดินไหวต่อเนื่องที่เกิดตามมาหลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว อีกทั้งยังคาดว่าจะเกิดแรงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อกต่อไปอีกหลายสัปดาห์

เจ้าสาวซาอุฯน้ำตาตก! มัวแต่แชตในคืนวิวาห์ เจ้าบ่าวโกรธจัดขอหย่าทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622356

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 18:10

 

เจ้าสาวซาอุฯติด ‘โซเชียล’ งอมแงม…มัวแต่แชตข้อความขอบคุณเพื่อนๆ ในคืนวันวิวาห์ จนเจ้าบ่าวฉุนขาด สุดโกรธฝ่ายหญิง ถึงขั้นขอหย่าทันที และเดินออกไปจากห้องพักในโรงแรมอย่างไร้เยื่อใย

เมื่อ 18 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ผลจากการติดโซเชียลมีเดียแบบเกินพอดี ส่งผลให้หญิงสาวชาวซาอุดีอาระเบียคนหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ต้องกลายเป็นเจ้าสาวคืนเดียว ชีวิตคู่ต้องพังพินาศในพริบตา เมื่อเจ้าบ่าวได้ตัดสินใจเด็ดขาด ถึงขั้นขอหย่ากับเธอทันที หลังจากเห็นเจ้าสาวมัวแต่แชตขอบคุณบรรดาเพื่อนๆ ที่ส่งข้อความมาแสดงความยินดีที่เธอเข้าพิธีวิวาห์ มากกว่าจะให้ความสำคัญกับสามี และ ‘กิจ’ ที่ควรทำในคืนสมรส

จากการเปิดเผยของญาติคนหนึ่ง กับนักข่าว นสพ.รายวันในซาอุดีอาระเบีย เล่าว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฉลองวิวาห์แล้ว เจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้กลับมายังห้องพักในโรงแรม ที่เมืองมานามา ในประเทศบาห์เรน แต่เจ้าสาวกลับมัวแต่แชตข้อความถึงเพื่อนๆ ของเธอไม่หยุดหย่อน จนทำให้ฝ่ายเจ้าบ่าวชักไม่พอใจ ขอร้องให้เธอหยุดได้แล้ว แต่เจ้าสาวก็ยังไม่ยอมหยุด จนทำให้เขาโกรธมาก ถามฝ่ายหญิงด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า เพื่อนๆ ของเธอมีความสำคัญกว่าเขาใช่มั้ย และเจ้าสาวตอบมาว่า ใช่

จากนั้น ทั้งคู่ก็เกิดมีปากเสียงกัน และรุนแรงถึงขั้นฝ่ายชายขอหย่า และเดินออกไปจากโรงแรมในคืนนั้นทันที โดยญาติเล่าว่า การยื่นฟ้องขอหย่าเจ้าสาวในครั้งนี้ ฝ่ายชายได้ยื่นต่อศาล ไม่ใช่คณะกรรมการสร้างความปรองดองในครอบครัว อีกทั้งเขาปฏิเสธที่จะถอนคดี เพราะยืนกรานต้องการหย่าสถานเดียวเท่านั้น

ด้านผู้เชี่ยวชาญกฎหมายในซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ขณะนี้มีอัตราการหย่าร้างของหนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ สูงมากขึ้นถึง 50% และสาเหตุสำคัญมาจาก ‘ความไม่เข้าใจกัน, ทัศนคติที่แตกต่าง และการแต่งงานกันโดยไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบการมีชีวิตคู่’.

ซูซูกิงานเข้า! โดนสื่อแฉ อาจแต่งตัวเลขอัตราการกินน้ำมันรถ เหมือนมิตซูฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622198

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 13:30

 

สื่อญี่ปุ่นรายงานครึกโครม บริษัทซูซูกิ อาจมีการตกแต่งตัวเลขผลทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันของรถให้ดีขึ้น เหมือนกับที่ บ.มิตซูบิชิเพิ่งเกิดเรื่องอื้อฉาวมาหมาดๆ ส่งผลหุ้นซูซูกิร่วงกราว 15% ขณะที่ทางบริษัทยังเงียบ และประธานใหญ่ซูซูกิจะต้องไปเสนอรายงานที่กระทรวงคมนาคมตามกำหนดเส้นตาย

เมื่อ 18 พ.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ‘ซูซูกิ’ บริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังของญี่ปุ่น เผชิญกับราคาหุ้นของบริษัทที่ร่วงลงไปถึง 15% หลังมีรายงานข่าวออกมาว่า บริษัทซูซูกิ อาจมีการตกแต่งตัวเลขผลทดสอบการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่ผลิตโดยซูซูกิ หลังจากเมื่อเดือนก่อน บริษัทมิตซูบิชิ เพิ่งเกิดเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ในทำนองเดียวกันนี้ จนคณะผู้บริหารของบริษัทมิตซูบิชิต้องเปิดแถลงข่าวขอโทษประชาชน

สำนักข่าวเกียวโด และสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทซูซูกิ พบปัญหากับผลการทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของรถที่ผลิตโดยซูซูกิ ขณะที่ สำนักข่าวเกียวโด แจ้งว่า นายโอซามุ ซูซูกิ ประธานบริษัทซูซูกิ จะไปเสนอรายงานต่อกระทรวงคมนาคม ในกรุงโตเกียว ช่วงบ่าย-เย็นของวันนี้ (18 พ.ค.) ซึ่งเป็นกำหนดเส้นตาย วันสุดท้ายที่กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นได้มีคำสั่งใหม่ ให้บริษัทผลิตรถยนต์ทุกแห่งเสนอรายงานผลการทดสอบประสิทธิภาพรถต่อกระทรวงคมนาคม

อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณชน ทางบริษัทซูซูกิยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้แต่อย่างใด.

เหมืองทรายน้ำมันแคนาดาอ่วม! ไฟป่าทำสูญรายได้ยับ กว่า 2.6 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622176

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 13:01

 

เสียหายยับ..สถานการณ์ไฟป่าในแคนาดาลุกลามเข้าใกล้เหมืองทรายน้ำมัน..ทำให้ต้องสูญเสียรายได้จากน้ำมันไปแล้วมหาศาลกว่า 26,000 ล้านบาท ตอนนี้ได้แต่หวังจะมีฝนตกลงมาตามคำพยากรณ์อากาศในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อช่วยดับไฟป่าให้บรรเทาลง

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. สำนักข่าวบีบีซี รายงาน การวิเคราะห์ใหม่ถึงผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ป่ารุนแรงในเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ รัฐแอลเบอร์ตา ของแคนาดา ที่ลุกลามมาใกล้เหมืองทรายน้ำมัน จนต้องปิดเหมืองและมีการอพยพคนงานหลายพันคนในเหมืองนับ 12 แห่ง ว่า เป็นเหตุให้สูญเสียรายได้จากน้ำมันไปแล้วมหาศาล ถึงประมาณ 763 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 26,705 ล้านบาท) หรือเทียบเท่ากับการสูญเสียรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวม GDP ของรัฐแอลเบอร์ตา ในปีนี้ไปถึง 0.33%

นายเควิน เบิร์น นักวิเคราะห์ด้านพลังงาน ของบริษัท IHS Energy ชี้ว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ และลุกลามเข้าใกล้เหมืองทรายน้ำมันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หมายถึง การสูญเสียการผลิตน้ำมันดิบ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยนายเบิร์นชี้ว่า มีเหมืองทรายน้ำมันบางแห่งพร้อมจะกลับมาเร่งการผลิต แต่แล้วก็ต้องหยุดการผลิตอีกและอพยพคนงาน โดยขณะนี้มีการพยากรณ์สภาพอากาศว่าจะมีฝนตกในเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นความหวังที่ทำให้เหตุไฟป่าบรรเทาลง

ทางการแคนาดาส่งเครื่องบินโปรยสารเคมีดับไฟที่ลุกไหม้ป่าในเขตเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์

บีบีซี แจ้งว่า เหตุไฟไหม้ป่าในเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ ได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วนับ 3,527 ตารางกิโลเมตร และขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าอันตรายมากขึ้น เมื่อไฟได้ลุกลามไปทางทิศเหนือและเข้าใกล้เหมืองทรายน้ำมัน.

สภาพความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ป่าในเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟป่าแคนาดายังแรงมาก ! สั่งอพยพคนงานเหมืองทรายน้ำมันนับ 4 พันคน

ตะลึง! ลูกไฟปริศนาลอยผ่านฟ้า นิว อิงแลนด์ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621979

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 05:50

pic

(ภาพ: Portland Maine Police Department)

กล้องติดหน้ารถของตำรวจในเมืองพอร์ตแลนด์ของสหรัฐฯ สามารถบันทึกภาพวินาทีที่ ลูกไฟ ซึ่งเชื่อว่าเป็นอุกกบาต พุ่งผ่านท้องฟ้าเอาไว้ได้ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลูกไฟดวงนี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุลูกไฟปริศนา ซึ่งเชื่อว่าเป็นอุกกาบาต ลอยผ่านท้องฟ้า ส่องแสงสว่างในเมืองพอร์ตแลนด์ ของรัฐเมน ในเขตนิวอิงแลนด์ ของสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 17 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยภาพเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกเอาไว้ได้โดยกล้องวิดีโอติดหน้ารถของตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์

ตามการเปิดเผยของ สมาคมอุกกาบาตอเมริกัน (American Meteor Society: AMS) เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ แต่ยากที่จะมีผู้พบเห็น โดย ไมค์ แฮงคีย์ ผู้จัดการบริหารของเอเอ็มเอสระบุว่า ลูกไฟแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ เมื่อวัตถุจากนอกโลกชนเข้ากับชั้นบรรยากาศโลก จนเกิดการเสียดสีและความร้อน

“วัตถุจากอวกาศพุ่งชนโลกอยู่ตลอดเวลา ยิ่งวัตถุมีขนาดใหญ่ แสงไฟก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย” นายแฮงคีย์ บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น และเมื่อดูจากคลิป นายแฮงคีย์ระบุว่า วัตถุปริศนาชิ้นนี้อาจเป็นเศษดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์

ขณะเดียวกัน เอเอ็มเอสเผยด้วยว่า พวกเขาได้รับรายงานมากมายว่าเกิด ‘โซนิค บูม’ ในพื้นที่ที่พบลูกไฟลูกนี้ ซึ่งตามการอธิบายของนายแฮงคีย์ เรื่องนี้หมายความว่า ลูกไฟได้พุ่งผ่านลึกเข้ามาในบรรยากาศโลกแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะกลายเป็นสะเก็ดดาวที่ไม่มีอันตรายตกสู่พื้นโลก

 

 

นอร์เวย์เดินพาเหรดวันชาติคึกคัก-คนไทยในออสโลร่วมฉลองด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621977

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 05:20

 

ชาวนอร์เวย์เดินพาเหรดฉลองวันชาติ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ชาวนอร์เวย์พร้อมใจกันสวมชุดประจำชาติเดินขบวนพาเหรดร่วมเฉลิมฉลองงานวันชาติคึกคักกลางกรุงออสโล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในเวลา 8.00น. วันอังคาร ตามเวลาประเทศนอร์เวย์ นักเรียนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วกรุงออสโลได้ตั้งขบวนพาเหรดบริเวณถนน คาร์ล โยฮัน (Karl Johan) ซึ่งเป็นถนนหลักใจกลางกรุงออสโล เพื่อมุ่งหน้าไปยังพระราชวังที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดี เฮรัลด์ที่ 5 โดยแต่ละโรงเรียนก็จะใส่ชุดประจำชาติ ‘บูนาร์ด’ (Bunard) ซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองที่มีความคล้ายคลึงกับชุดประจำชาติของเดนมาร์กและเยอรมนี ซึ่งชุด บูนาร์ด นี้ จะมีสีและการตกแต่งที่หลากหลายนับ 100 รูปแบบตามแต่เอกลักษณ์ของเขตต่างๆทั่วประเทศ

ชาวนอร์เวย์จำนวนมากในกรุงออสโล ออกมาร่วมเดินพาเหรดฉลองวันชาติ

ขบวนพาเหรดจะเดินผ่านสถานที่สำคัญต่างๆบนถนน คาร์ล โยฮัน เช่น อาคารรัฐสภา ซึ่งประธานรัฐสภา โอเลมิค ธอมเมสเซน ได้ออกมายืนโบกมือบนระเบียงให้กับผู้ร่วมขบวนพาเหรด นอกจากนี้ยังผ่าน มหาวิทยาลัยออสโล ก่อนที่จะไปสิ้นสุดขบวนที่พระราชวัง โดยมีพระราชาธิบดี เฮรัลด์ที่ 5 พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ยืนโบกพระหัตถ์ให้การต้อนรับขบวนพาเหรดจนจบขบวน

‘บูนาร์ด’ ชุดประจำชาติของนอร์เวย์

ทั้งนี้ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงออสโลและใกล้เคียง ต่างนัดกันใส่ชุดไทยเพื่อออกมาร่วมเฉลิมฉลองงานวันชาติของนอร์เวย์บริเวณหน้าอาคารรัฐสภากันอย่างสนุกสนาน ทำให้เป็นที่สนใจของชาวนอร์เวย์ที่เข้ามาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

ประธานรัฐสภา โอเลมิค ธอมเมสเซน ยืนโบกมือบนระเบียงรัฐสภาให้กับผู้ร่วมขบวนพาเหรด

สำหรับงานวันชาตินอร์เวย์เริ่มจัดงานเฉลิมฉลองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2379 ซึ่งเป็นเวลา 22 ปีหลังจากการมีรัฐธรรมนูญใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2357 และเพิ่งมีการจัดงานฉลอง 200 ปีรัฐธรรมนูญอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันมีพรรครัฐบาลคือพรรคอนุรักษ์นิยม โดยมีนางเออร์นา โซลเบิร์กเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556

ชาวไทยในกรุงออสโล สวมชุดไทยออกมาร่วมฉลองวันชาตินอร์เวย์ด้วย

เดือด! ตะลุมบอนกลางสภาฯแอฟริกาใต้ หน 2 ในรอบ 2 สัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621968

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 04:40

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุชกต่อยในรัฐสภาแอฟริกาใต้เมื่อวันอังคาร ระหว่างที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามนำตัวส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่ก่อความวุ่นวายออกจากสภาฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุชกต่อยตะลุมบอนกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 พ.ค.) หลังจากส.ส.ฝ่ายค้านพรรค ‘นักต่อสู้เพื่อเสรีภาพทางเศรษฐกิจ’ (Economic Freedom Fighters: EFF) ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังบังคับให้ออกจากห้องประชุม เนื่องจากพยายามตะโกนขัดขวางการอภิปรายของประธานาธิบดี จาคอบ ซูมา โดยเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ค.

เหตุความรุนแรงในสภาฯ ของแอฟริกาใต้เริ่มขึ้นหลังจาก ประธานสภาฯออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามานำตัวผู้ที่สร้างความวุ่นวายออกจากห้องประชุม โดยเจ้าหน้าที่เข้าโอบล้อมกลุ่มส.ส.พรรคอีเอฟเอฟซึ่งใส่ชุดสูทสีแดงเข้มเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งพยายามขัดขืนด้วยการชกต่อยและข้างปาสิ่งของเช่น ขวดน้ำและหมวก ก่อนเจ้าหน้าที่จะใช้กำลังปลุกปล้ำพาเหล่าส.ส.ออกจากห้องประชุม

ประธานาธิบดี จาคอบ ซูมา แห่งแอฟริกาใต้ (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีซูมา กำลังตกเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของแอฟริกาใต้ มีคำตัดสินเมื่อเมื่อเดือนมี.ค. ว่า นายซูมาละเมิดรัฐธรรมนูญเนื่องจากเขาไม่ได้คืนเงินของรัฐบาลที่ถูกนำไปใช้เพื่อต่อเติมบ้านส่วนตัวของเาในพื้นที่ชนบทของเมืองอินคานท์ลา และต่อมาในช่วงปลายเดือนเม.ย. ศาลอีกแห่งพิจารณาคดีนายซูมา จากข้อกล่าวหาว่า เขามาส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาข้อตกลงซื้อขายอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 1999 ซึ่งศาลระบุว่า เขาควรถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชัน

อย่างไรก็ตาม นายซูมาปฏิเสธว่า เขาไม่ได้กระทำความผิดใดๆ และเขาจะทำหน้าที่เป็นผู้ชี้นำประเทศแห่งนี้ต่อไป ขณะที่พรรคอีเอฟเอฟ ประณามนายซูมาว่า เป็นผู้นำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง

ชายคนหนึ่งทุ่มถังดับเพลิงใส่ประตูรัฐสภาในขณะที่สมาชิกพรรคอีเอฟเอฟพยายามกลับเข้าไปในสภาฯ (ภาพ: REUTERS)

โป๊ปฉะมหาอำนาจตะวันตก ยัดเยียดประชาธิปไตยให้ชาติอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621922

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ค. 2559 02:50

 

(ภาพ: AFP)

หลังนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ประชุมกับผู้แทนกว่า 20 ประเทศในกรุงเวียนนา ของออสเตรีย เมื่อ 16 พ.ค. และได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าสหรัฐฯ และสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) อีก 4 ชาติ คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย จะฝึกและติดอาวุธให้ ทัพรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของลิเบียที่นานาชาติรับรอง เพื่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ที่ยึดพื้นที่ในลิเบียได้กว้างขวาง

การติดอาวุธให้รัฐบาลลิเบียจะเป็นข้อยกเว้นในมติคว่ำบาตรด้านอาวุธต่อลิเบีย แต่เสี่ยงทำให้สงครามรุนแรงขึ้น หลังลิเบียตกเป็นรัฐไร้ขื่อแปตั้งแต่อดีตผู้นำเผด็จการ โมอัมมาร์ กัดดาฟี ถูกสังหารในปี 2554 การประชุมที่เวียนนายังพยายามหาทางยุติสงครามกลางเมืองซีเรีย ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า กลุ่มไอเอสสูญเสียพื้นที่ยึดครองในซีเรียและอิรักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเสียพื้นที่ในอิรักราว 40% และซีเรียราว 10%

ด้านสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ให้สัมภาษณ์ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “ลา ครัวซ์” ของฝรั่งเศส วิพากษ์วิจารณ์มหาอำนาจตะวันตกที่พยายามยัดเยียดประชาธิปไตยในแบบของตนเองให้ประเทศต่างๆ เช่น อิรักและลิเบีย โดยไม่เคารพวัฒนธรรมทางการเมืองท้องถิ่น และว่ายุโรปควรรับผู้อพยพลี้ภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และยกย่องที่กรุงลอนดอนเลือกชาวมุสลิมเป็นนายกเทศมนตรีคนแรก.