ฮือฮา! มะกันปลูกถ่ายอวัยวะเพศแก่คนไข้ครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621952

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 02:20

 

(ภาพ: AP)

ทีมแพทย์สหรัฐฯ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศชายแก่คนไข้เป็นครั้งแรกของประเทศแล้ว และเตรียมนำความรู้นี้ไปต่อยอดเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะแพทย์ของโรงพยาบาล แมสซาชูเซตส์ เจเนอรัล ในเมืองบอสตัน ออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายอวัยวะเพศชายของผู้อื่นแก่คนไข้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และระบุว่านี่เป็นก้าวสำคัญในวงการศัลยกรรม

ทีมแพทย์ของโรงพยาบาล แมสซาชูเซตส์ เจเนอรัล ซึ่งประกอบด้วยศัลยแพทย์และพยาบาลกว่า 50 คน ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศให้แก่นาย โธมัส แมนนิง ชาวเมืองฮาลิแฟกซ์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ อายุ 64 ปี ผู้ซึ่งถูกตัดอวัยวะเพศไปในปี 2012 หลังได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งองคชาต โดยใช้เวลานานถึง 15 ชั่วโมง

ทางโรงพยาบาลระบุว่า กระบวนการปลูกถ่ายอวัยวะเพศในครั้งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘gentitourinary vascularized composite allograft’ หรือ ‘GUVCA’ ซึ่งใช้วิธีผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์ ปลูกถ่ายโครงสร้างหลอดเลือดและเส้นประสาทอันซับซ้อนจากองคชาตของผู้บริจาคเข้ากับผู้รับการผ่าตัด

ดร. ดิกเคน โค ผู้อำนวยการแผนกทางเดินปัสสาวะของโรงพยาบาล แมสซาชูเซตส์ เจเนอรัล กล่าวว่า เป้าหมายอันดับหนึ่งของการผ่าตัดครั้งนี้คือการสร้างอวัยวะเพศให้ดูเป็นธรรมชาติ ตามด้วยระบบการขับถ่ายปัสสาวะและการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม แม้การปลูกถ่ายอวัยวะให้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้จะเป็นเป้าหมาย แต่ไม่สามารถสืบพันธ์ุได้ เนื่องจากความกังวลด้านจริยธรรมว่าใครจะเป็นพ่อเด็กกันแน่

ดร. ดิกเคน โค และดร. เคอร์ติส แอล.เซทรูโล แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 16 พ.ค. (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ นายแมนนิงกำลังอยู่ระหว่างการพักฟื้นจากการผ่าตัด โดยไม่มีสัญญาณว่ามีเลือดออก, ปฏิกิริยาต่อต้าน หรือการติดเชื้อ ทำให้เขาอาจสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 3-4 วันข้างหน้า และทีมแพทย์หวังว่าอวัยวะเพศของเขาจะกลับไปใช้งานได้อีกครั้ง

ขณะที่นายแมนนิงระบุในแถลงการณ์ซึ่งเปิดเผยโดยโรงพยาบาล แมสซาชูเซตส์ เจเนอรัล “วันนี้ ผมเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังทั้งส่วนบุคคล และความหวังของคนอื่นๆที่ทุกข์ทรมาณกับการเจ็บป่วยที่อวัยวะเพศ โดยเฉพาะทหารซึ่งทำงานโดยมีชีวิตเป็นเดิมพัน และผลที่ตามมาคือได้รับบาดเจ็บหนัก” นายแมนนิงยังแสดงความขอบคุณต่อครอบครัว, ทีมแพทย์ รวมทั้งครอบครัวของผู้บริจาคอวัยวะแก่เขาด้วย

ด้านดร. เคอร์ติส แอล.เซทรูโล ศัลยแพทย์พลาสติกและตกแต่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำทีมผ่าตัดนายแมนนิงร่วมกับดร.โค กล่าวว่า “เราหวังวาเทคนิคการตกแต่งนี้จะทำให้รเราสามารถปลูกถ่ายอวัยวะแก่ผู้ที่เจ็บปวดและสิ้นหวังจากการบาดเจ็บที่อวัยวะเพศ ซึ่งบ่อยครั้งที่ทำให้พวกเขาคิดจบชีวิตตัวเอง” ดร.เซทรูโลและดร.โคยังหวังว่าจะต่อยอดกระบวนการนี้ไปช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บ หรือใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศด้วย

แต่ดร.เซทรูโลชี้ว่า ยังต้องมีการศึกาาเกี่ยวกับกระบวนการนี้อีกมากว่า ทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน เพราะทุกรายมีความแตกต่างกัน

อนึ่ง นายแมนนิงจะต้องรับยากดภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปตลอดชีวิต เพื่อลดโอกาสเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน แต่ดร.เซทรูโลระบุว่า ยาตัวนี้อาจช่วยในการงอกใหม่ของเส้นประสาท

ผู้นำหมายเลข 3 จีนมาเยือน! ฮ่องกงระดมตร.กว่า 6 พันนาย อารักขาเข้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621737

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 17:35

 

ทางการฮ่องกงระดมกำลังตำรวจกว่า 6 พันนายคอยรักษาความปลอดภัยเข้ม.. ‘จาง เต้อเจียง’ ผู้นำอันดับ 3 ของจีน เดินทางมาเยือนฮ่องกง จนถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีน ที่มาเยือนฮ่องกง นับตั้งแต่เกิดการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการฮ่องกงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 6,000 นาย คอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สนามบิน ในระหว่างที่ นายจาง เต้อเจียง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนซึ่งรับผิดชอบด้านกิจการฮ่องกง ได้เดินทางมาเยือนฮ่องกง เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. โดยมี นายเหลียง เจิ้น อิง ผู้ว่าการฮ่องกงคอยต้อนรับ ในฐานะที่นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีนคนแรกที่มาเยือนฮ่องกง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่บนเกาะฮ่องกง ในปี 2557

นายจาง ซึ่งยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการถาวรของสภาประชาชนแห่งชาติ จีน และถือเป็นผู้นำลำดับ 3 ของทางการจีน กล่าวถึงการมาเยือนฮ่องกงในครั้งนี้ว่า เพื่อรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วนในสังคมของชาวฮ่องกง โดยบีบีซี ยังแจ้งว่า นายจางมีกำหนดจะไปกล่าวปาฐกถาต่อที่ประชุมเศรษฐกิจในระหว่างการมาเยือนฮ่องกงเป็นเวลา 3 วัน และจะพบปะหารือกับกลุ่มส.ส.สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงด้วย

นายจาง เต้อเจียง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนมาเยือนเกาะฮ่องกง โดยมีนายเหลียง เจิ้น อิง (ซ้าย)ผู้ว่าการฮ่องกงให้การต้อนรับ

บีบีซีแจ้งว่า ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ เป็นเวลา 5 นาที หลังเดินทางมาถึงฮ่องกง นายจาง กล่าวข้อความว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้ส่งมอบไมตรีจิตและความปรารถนาดีมาถึงประชาชนในฮ่องกง พร้อมกับระบุว่าเขามาฮ่องกงพร้อมกับความห่วงใยจากรัฐบาลกลางและชาวจีนทั้งประเทศ

ทางการฮ่องกงส่งตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยเข้ม

บอบช้ำ! สื่อนอกแจ้งนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไทยเตรียมปิดเกาะตาชัยแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621697

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 16:06

 

สื่อนอกรายงานครึกโครม ทางการไทยเตรียมปิดเกาะตาชัย  ทางตอนเหนือสุดของหมู่เกาะสิมิลันแบบไม่มีกำหนดแล้ว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติสิ่งแวดล้อมทั้งบนเกาะและในทะเล หลังเกาะตาชัยต้องบอบช้ำจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เมื่อ 17 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งสำนักข่าวบีบีซี รายงานครึกโครมเพื่อแจ้งต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ทางการไทยเตรียมปิดเกาะตาชัย ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ในเขตจังหวัดพังงาแล้ว โดยไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ที่จะถึง เพื่อต้องการฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของเกาะตาชัย หลังได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวและดำน้ำดูปะการังกันเป็นจำนวนมาก

จากการเปิดเผยของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชของไทย กล่าวว่า ทางการไทยจำเป็นต้องปิดเกาะตาชัยเพื่อฟื้นฟูสภาพที่อยู่อาศัยของสัตว์และสิ่งแวดล้อมทั้งบนเกาะและในทะเลของเกาะตาชัย ก่อนจะได้รับความเสียหายหนักจนไม่อาจจะเยียวยาได้ โดยปกติแล้ว อุทยานแห่งชาติทางทะเลทางฝั่งอันดามันจะปิดเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.-15 ต.ค. เนื่องจากเป็นช่วงมรสุม แต่หลังจากวันที่ 15 ต.ค.59 เกาะตาชัย ซึ่งเป็นเกาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจะปิดอย่างไม่มีกำหนด
บีบีซี แจ้งว่า สื่อท้องถิ่นในประเทศไทยรายงาน หาดทรายแห่งหนึ่งบนเกาะตาชัยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 70 คน แต่บางครั้งมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหาดแห่งนี้มากกว่าพันคน โดยบีบีซี ยังรายงานชื่นชมความสวยงามของหาดทรายและเกาะในประเทศไทย ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยวในประเทศไทยปีละหลายสิบล้านคนเลยทีเดียว.

ไฟป่าแคนาดายังแรงมาก ! สั่งอพยพคนงานเหมืองทรายน้ำมันนับ 4 พันคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621606

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 13:30

 

(ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซา ไฟไหม้ป่าในรัฐแอลเบอร์ตา)

ไฟไหม้ป่าในรัฐแอลเบอร์ตา ของแคนาดาไม่สงบง่ายๆ…พระเพลิงลุกลามจากเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ ขึ้นเหนือ เข้าใกล้เหมืองทรายน้ำมัน จนต้องอพยพคนงานเหมือง 12 แห่ง นับ 4,000 คน ขณะที่บริษัทเหมืองทรายน้ำมันรายใหญ่ ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ไฟป่ามาถึงถังเก็บน้ำมันดิบ

เมื่อ 17 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ที่ทำให้ต้องอพยพชาวเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ หมดทั้งเมืองราว 90,000 คน ไปแล้วตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนว่า กระแสลมที่พัดขึ้นเหนือได้พาเปลวไฟให้ลุกลามไปจนถึงพื้นที่โดยรอบบริเวณเหมืองทรายน้ำมัน ทางตอนเหนือของเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ จนทางการต้องสั่งอพยพคนงานประมาณ 4,000 คน ออกจากเหมือง 12 แห่ง เพื่อความปลอดภัยเมื่อวันจันทร์ที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นคนงานในเหมืองขุดเจาะทรายน้ำมันรายใหญ่ 2 แห่ง คือ บริษัท ซันคอร์ และซินครูด

ด้านบริษัทเหมืองทรายน้ำมัน ซันคอร์ และซินครูด ของแคนาดา ยืนยันว่า ทางบริษัทได้อพยพคนงานออกจากแคมป์งานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าแล้ว และมีความหวังว่าเปลวไฟจะไม่ลุกลามมาถึงที่ตั้งของเหมือง โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เปลวไฟได้อยู่บริเวณตอนใต้ของเหมืองขุดน้ำมันของบริษัท ซันคอร์ และซินครูด ห่างออกไปประมาณ 15-20 กม.

ไฟป่าเผาราบ

เจ้าหน้าที่แคนาดาเผยว่า พนักงานดับเพลิงและทีมเจ้าหน้าที่แคนาดากำลังพยายามดับไฟอย่างสุดความสามารถ โดยเปลวไฟได้ลุกลามไปตามกระแสลม เป็นระยะทางประมาณ 30-40 เมตรต่อนาที จึงคาดว่าสามารถจะเผาผลาญป่าในระยะ 6 กิโลเมตร ภายใน 2 ชั่วโมง ขณะที่ไฟไหม้ป่ายังทำให้เกิดควันไฟหนาทึบมาก จนเป็นอันตรายต่อชาวเมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ หากจะกลับมายังบ้านเรือนของพวกเขาในขณะนี้.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวแคนาดาหนีไฟนรก! ลามเผาเมืองสุดน่ากลัว เหมือนเจอวันสิ้นโลก (ชมคลิป)

ใจสลาย! ออสซี่บอกตรงๆ โอกาสพบซากMH370ใต้มหาสมุทรอินเดีย น้อยเต็มที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621556

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 12:08

 

ผิดหวังครั้งใหญ่…เจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย แกนนำค้นหาMH370 ในมหาสมุทรอินเดีย ทางตอนใต้ ยอมรับตรงๆ ถึงความเป็นไปได้ที่จะพบซากเครื่องบิน กำลังน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะเหลือพื้นที่ค้นหาอีกเพียงแค่กว่า หมื่นตารางกม.เท่านั้น

เมื่อ 17 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน นายมาร์ติน โดแลน หัวหน้าสำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำในปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 ในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทางตอนใต้ หลังจากเครื่องบินได้หายสาบสูญตั้งแต่มีนาคม 2557 กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะพบซากเที่ยวบินMH370 ว่ากำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ เพราะขณะนี้ เหลือพื้นที่ในการค้นหาอีกเพียง 15,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ปฏิบัติการค้นหาก็จะต้องยุติลงแล้ว ขณะที่การค้นหาในพื้นที่ใต้ท้องมหาสมุทรอินเดียกว่า 105,000 ตารางกิโลเมตร จนถึงวันที่ 11พ.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่พบซากเครื่องบินแม้แต่ชิ้นเดียว

นายโดแลน กล่าวว่า หลังจากค้นหาซากMH370 ผ่านมากว่า 2 ปี เมื่อมาถึงตอนนี้ มีความเป็นไปได้ที่พวกเราจะไม่พบซากเครื่องบิน ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกผิดหวังอย่างมาก โดยนายโดแลนยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา พวกเราทุ่มเทจิตใจและจิตวิญญาณในการค้นหาซากMH 370 และยังคิดว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้ พวกเราเพิ่งใคร่ครวญกันถึงทางเลือกอื่น

สื่อต่างประเทศชี้ว่า คำพูดดังกล่าวของนายโดแลนถือเป็น น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป หลังจากก่อนหน้านี้ เขาเคยคิดว่าจะพบซากMH370 เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดย ที่ผ่านมา มีการยืนยันซากเครื่องบิน 5 ชิ้นที่ถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดบนเกาะเรอูนิยง,โมแซมบิก,มอริเชียส และแอฟริกาใต้ ว่าเป็นซากเครื่องบินที่มาจาก MH370 ซึ่งเป็นการยืนยันเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สที่หายไปนานกว่า 2ปีนั้น ประสบเหตุตกแน่นอน เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าตกที่ไหน.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

99.99% ! ยัน ซากเครื่องบินพบที่มอริเชียส-แอฟริกาใต้ มาจาก MH370

ไฟป่าแอลเบอร์ตา ลามใกล้คลังน้ำมันดิบ ห่างแค่ 1 กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621382

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 04:30

 

(ภาพ: AP)

ไฟป่าในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง ล่าสุด ลุกลามเข้าใกล้คลังน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยอยู่ห่างเพียง 1 กม. แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า พวกเขาสามารถควบคุมไฟป่าที่จุดนี้ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุไฟป่าที่เมืองฟอร์ต แมคเมอร์เรย์ ในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ซึ่งขยายวงกว้างอย่างควบคุมไม่ได้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดในวันจันทร์ (16 พ.ค.) ไฟได้ลุกลามเข้าใกล้คลังน้ำมันของ บริษัท ‘เอ็นบริดจ์ อิงค์’ ในเขตชีชามแล้ว โดยอยู่ห่างเพียงประมาณ 1 กม.เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายสกอตต์ ลอง ผู้อำนวยการบริหารของสำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินรัฐแอลเบอร์ตา (เออีเอ็ทเอ) ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมไฟป่าใกล้คลังน้ำมันแห่งนี้ได้ โดยได้ความช่วยเหลือจากกระแสลม ขณะที่ นายสกอตต์ ลอง ผู้อำนวยการบริหารของเออีเอ็มเอระบุว่า เขาไม่ทราบว่ามีน้ำมันดิบจำนวนเท่าใดเก็บอยู่ที่คลังน้ำมันแห่งนี้ แต่ระบุว่าคลังน้ำมันแห่งนี้ไม่ใช้ระบบพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งยวด

ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวรายงานว่า บริษัท เอ็นบริดจ์ อิงค์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่กลับไปที่คลังน้ำมันแห่งนี้ เมื่อวันศุกร์ (13 พ.ค.) หลังจากมีคำสั่งอพยพในวันที่ 4 พ.ค. แต่โฆษกของเอ็นบริดจ์ระบุในวันจันทร์ว่า พวกเขาไม่มีข้อมูลใดๆ จะอัพเดตเพิ่มเติม

สิ่งปลูกสร้างในเมืองฟอร์ต แมคเมอร์เรย์ถูกไฟป่าเผาทำลาย (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ เหตุไฟป่าในรัฐแอลเบอร์ตาซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนทั้งหมดเกือบ 90,000 คน ในเมืองฟอร์ต แมคเมอร์เรย์ไปยังที่ปลอดภัย และขณะที่ไฟลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้เข้าทำลายสิ่งปลูกสร้างภายในเมืองแห่งนี้ประมาณ 15% แต่เจ้าหน้าที่สามารถปกป้องพื้นที่ส่วนที่เหลือของเมืองเอาไว้ได้

ในวันจันทร์ ไฟป่าแอลเบอร์ตายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 704,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 2,849 ตร.กม.แล้ว โดยหน่วยฉุกเฉินเตือนด้วยว่า ในช่วง 2 วันข้างหน้า อากาศจะร้อนและแห้ง สร้างความลำบากให้แก่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากขึ้นอีก

ทางการรัฐแอลเบอร์ตาเผยด้วยว่า ปัญหาไฟป่าทำให้คุณภาพอากาศภายในรัฐเสื่อมโทรมลง โดยการตรวจวัดล่าสุดในวันจันทร์พบว่า ค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 38 จากที่ปกติจะอยู่ในระดับ 1-10 เท่านั้น

สภาพต้นไม้ในเมืองฟอร์ต แมคเมอร์เรย์ เป็นทางผ่านของไฟป่า (ภาพ: AP)

มะกัน-ชาติมหาอำนาจ หนุนติดอาวุธให้รัฐบาลลิเบียสู้ไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621368

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 01:05

 

จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ (ภาพ: AFP)

ชาติมหาอำนาจ รวมทั้ง สหรัฐฯ ประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์กลุ่มไอซิสในลิเบีย ที่กรุงเวียนนา โดยพวกเขาระบุว่า สนับสนุนการยกเลิกมาตรการห้ามขายอาวุธแก่ลิเบีย เพื่อช่วยในการต่อสู้กับกลุ่มไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกา และชาติมหาอำนาจอื่นๆ ระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะติดอาวุธให้แก่รัฐบาลเอกภาพของประเทศลิเบีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ เพื่อช่วยเหลือในการต่อสู้กับ กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งเริ่มก่อเหตุในประเทศแอฟริกาเหนือแห่งนี้บ่อยครั้งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จนรัฐบาลลิเบียออกมาเตือนเมื่อเดือนก่อนว่า ไอซิสอาจสามารถยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของลิเบียได้

นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงหลังร่วมการประชุมว่าด้วยการมีอยู่ของกลุ่มไอซิสในลิเบียที่ขยายตัวขึ้น กับชาติพันธมิตรระหว่างประเทศ ที่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย เมื่อวันจันทร์ ว่า ชาติมหาอำนาจโลกจะสนับสนุนลิเบียให้เป็นอิสระจากมาตรการห้ามขายอาวุธในลิเบียของสหรัฐฯ เนื่องจากไอซิสเป็นภัยคุกคามใหม่สำหรับลิเบีย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องหยุดยั้ง

“รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ (Government of National Accord: GNA) เป็นหน่วยงานเดียวที่จะสามารถสร้างเอกภาพแก่ลิเบียได้ และเป็นทางเดียวที่จะรับประกันว่า สถาบันสำคัญต่างๆ จะอยู่ในการดูแลของผู้แทน และผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับ” นายแคร์รี กล่าว และเสริมด้วยว่า การสนับสนุนด้านอาวุธแก่รัฐบาลลิเบียเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่มีการตกลงกันในที่ประชุม ซึ่งรวมถึงการเร่งให้ความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ทางทหารแก่ลิเบียด้วย

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ร่วมของประเทศที่ร่วมประชุมในกรุงเวียนนา ระบุว่า พวกเขารอที่จะได้เป็นหุ้นส่วนกับ รัฐบาลจีเอ็นเอ และประเทศข้างเคียง เพื่อรับมือภัยคุกคามจากองค์กรอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งการลักลอบนำเข้า หรือการค้ามนุษย์และสิ่งของ ทั่วภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนและชายแดนของพวกเขา พวกเขายังพร้อมที่จะตอบสนองต่อคำร้องของรัฐบาลลิเบีย สำหรับการฝึกและติดอาวุธให้แก่กองกำลังคุ้มกันประธานาธิบดี และกองกำลังทั่วลิเบีย

ฟาเยซ ซาร์ราจ นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลจีเอ็นเอ ของลิเบีย (ภาพ: AP)

อย่างไรก็ตาม นายฟาเยซ ซาร์ราจ นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลจีเอ็นเอ ของลิเบีย เตือนว่า ยังมีอุปสรรคใหญ่อีกหลายอย่างรออยู่ในอนาคต เนื่องจากการจัดการกับกลุ่มไอซิสจำเป็นต้องมีความช่วยเหลือจากภายนอกมากกว่านี้ “เราขอเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติช่วยเหลือพวกเรา เราไม่ได้พูดถึงการแทรกแซงจากต่างชาติ เราพูดถึงความช่วยเหลือระหว่างประเทศในด้านการฝึก และติดอาวุธแก่กองทัพของเรา” นายกฯ ลิเบียกล่าว

ทั้งนี้ สถานการณ์ในลิเบียอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวายมาตลอด นับตั้งแต่กองกำลังซึ่งสนับสนุนโดยนาโต โค่นอำนาจของ พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจในลิเบียมาหลายสิบปี เมื่อเดือน ต.ค. 2011 และจนถึงเมื่อไม่นานมานี้ ในลิเบียมีรัฐบาล 2 กลุ่มที่แย่งชิงอำนาจกันอยู่ รวมทั้งกลุ่มติดอาวุธอีกหลายร้อยกลุ่ม ซึ่งในจำนวนนี้บางกลุ่มเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไอซิสด้วย

ห่อยาเสพติดทั้งนั้น! โคลอมเบียเอาจริง ยึดโคเคนมหาศาลเฉียด 8,000 กก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621247

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 18:40

 

ตำรวจโคลอมเบียโชว์ฟอร์มเฉียบ…ยึดโคเคนได้มหาศาล เกือบ 8,000 กิโลกรัม จนนับเป็นการยึดโคเคนครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ของโคลอมเบีย

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.59 สำนักช่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจโคลอมเบีย สามารถยึดยาเสพติดโคเคน ได้มหาศาล รวมน้ำหนักมากกว่า 7,900 กิโลกรัม ในระหว่างดำเนินปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่โคลอมเบีย ระบุว่า โคเคนเหล่านี้เป็นของแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่เรียกว่า แก๊ง ‘แคลน อูซูกา’

ด้านประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส แห่งโคลอมเบีย แสดงความยินดีผ่านทางทวิตเตอร์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดยาเสพติดได้มากที่สุดเท่าที่เคยยึดมาได้ ขณะที่ รมว.กลาโหมโคลอมเบีย ถึงกับเรียกว่าเป็นการยึดโคเคนได้ปริมาณมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโคลอมเบียเลยทีเดียว

ตามรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติโคลอมเบีย ระบุว่า ตำรวจยังสามารถจับกุมชาย 4 คน พร้อมอาวุธปืนสั้น ในระหว่างการบุกทลายเครือข่ายแก๊งแคลน อูซูกา ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งอาชญากรรมที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโคลอมเบีย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า แก๊งนี้เป็นแก๊งค้ายาเสพติด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติโคลอมเบีย ยังได้มีการเผยแพร่ภาพของกลาง ห่อยาเสพติดหลายร้อยห่อ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดมาได้ ถูกนำมาเรียงไว้บนพื้นด้วย

ช็อก! เครื่องบินโหม่งโลก บินผาดแผลงงานแอร์โชว์ในสหรัฐฯดับสลด1 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621202

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 17:30

 

ตกตะลึง…เครื่องบินแบบสองปีก ประสบอุบัติเหตุตก ขณะกำลังบินผาดแผลงโชว์ร่วมกับเครื่องบินอีกลำ ในงานแอร์โชว์ที่เมืองแอตแลนตา เป็นเหตุให้เครื่องบินไฟลุกท่วม นักบินดับคาที่

เมื่อ 16 พ.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเกิดอุบัติเหตุสลด เครื่องบินแบบ 2 ปีก (มีปีกหนึ่งอยู่เหนืออีกปีกหนึ่ง) ประสบเหตุตก ขณะร่วมบินผาดแผลงโชว์ในงานแอร์โชว์ ‘กู๊ด เนเบอร์ โชว์’ ที่สนามบินของเมืองแอตแลนตา ในสหรัฐฯ เป็นเหตุให้นายเกร็ก คอนเนลล์ นักบินเสียชีวิตสลด เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

ข่าวแจ้งว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งขับโดยเกร็ก คอนเนลล์ นักบินที่มีชั่วโมงบินสูง เริ่มฝึกหัดขับเครื่องบินตั้งแต่ปี 2532 กำลังบินผาดแผลงโชว์ เป็นลำดับรองสุดท้ายของรายการ ในวัน ‘กู๊ด เนเบอร์ เดย์ โอเพ่น เฮาส์ แอร์โชว์’ ที่สนามบินดีคัลบ์ พีชทรี ขณะที่เมลลิสซา เกรย์ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ได้มาชมงานแอร์โชว์ครั้งนี้พร้อมกับครอบครัวของเธอด้วย จึงได้เห็นเหตุการณ์เครื่องบินตกที่สร้างความสะเทือนใจอย่างมาก

ขณะเดียวกัน มีผู้มาชมงานได้บันทึกคลิปวีดิโอการบินผาดแผลงและได้นำไปอัพโหลดลงยูทูบ แสดงให้เห็นว่ามีเครื่องบินสองลำ บินสวนกันในระดับต่ำ ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นไม่นาน เครื่องบินลำหนึ่งได้ประสบเหตุโหม่งโลก จนด้านหน้าเกิดไฟลุกท่วม

ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า หลังเครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกต่อหน้าต่อตาฝูงชนจำนวนมากที่ช็อกตกตะลึง คาดไม่ถึงกันแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รีบมายังจุดเครื่องบินตกที่เกิดไฟลุกท่วมด้านหน้าเครื่องบินทันที โดยอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ นับเป็นเหตุเครื่องบินตกครั้งแรกในรอบ 30 ปีของงานแอร์โชว์ประจำปีที่เมืองนี้.

ชมคลิป ที่นี่

มีแต่รัสเซียไม่ปลื้ม! จามาลา นักร้องสาวยูเครน ชนะเลิศ ยูโรวิชั่น 2016 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621151

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 15:56

 

งานนี้มีแต่รัสเซียที่ไม่ชอบ…โวย จามาลา นักร้องสาวชาวยูเครน ร้องเพลง ‘1944’ จนคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวทีประกวดยูโรวิชั่น ตั้งใจใส่ร้ายป้ายสีรัสเซีย เพราะเนื้อหาเพลงเล่าเรื่องราวชะตากรรมของชาวตาตาร์ในแคว้นไครเมีย ที่ถูกเนรเทศออกจากบ้านเกิดเมืองนอนในปี 1944

เมื่อ 16 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ซูซานา จามาลาดีโนวา หรือจามาลา นักร้องสาวชาวยูเครน วัย 32 ปี เรียกร้อง ‘ความรักและสันติภาพ’ หลังจากเธอกลายเป็นนักร้องสาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังภายในชั่วข้ามคืน จากบทเพลงและเสียงร้องอันทรงพลัง ในเพลง ‘1944’ จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวทีประกวดเพลงชิงชนะเลิศแห่งยุโรป หรือการประกวดเพลงยูโรวิชั่นประจำปี 2559 ซึ่งการประกวดรอบสุดท้าย ‘แกรนด์ ไฟนอล’ จัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

ข่าวแจ้งว่า มีชาวยูเครนจำนวนมากมารอรับ จามาลา กันอย่างคับคั่ง ขณะที่เธอเดินทางกลับมาถึงท่าอากาศยาน บอริสพิล นอกกรุงเคียฟ พร้อมกับรางวัลชนะเลิศ ยูโรวิชั่น เมื่อวันที่ 15 พ.ค. สำหรับเพลง 1944 เป็นเพลงแนวบัลลาด ที่จามาลา นักร้องสาวสวยชาวยูเครน เชื้อสายมุสลิมตาตาร์ แต่งขึ้นเอง มีเนื้อหาเล่าเรื่องราวการเนรเทศชาวตาตาร์บนแคว้นไครเมียกว่า 240,000 คน โดยคำสั่งของโจเฟซ สตาลิน อดีตผู้นำเผด็จการแห่งสหภาพโซเวียตในขณะนั้น ช่วงปี ค.ศ.1944 หรือตรงกับพ.ศ.2487

จามาลา ได้รับดอกไม้ช่อโต ขณะเดินทางกลับมาถึงสนามบินนอกกรุงเคียฟ

เพลง 1944 จามาลาได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงมาจากการบอกเล่าถึงชะตากรรมของชาวตาตาร์ โดยทวดของเธอเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวตาตาร์ที่ต้องโดนเนรเทศออกจากแคว้นไครเมีย พร้อมๆ กับลูก 5 คนของทวด ในขณะที่ จามาลา พยายามเลี่ยงที่จะพาดพิงโดยตรงถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียที่ผนวกแคว้นไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี 2557

ชาวยูเครนส่งแรงเชียร์หน้าจอทีวี

เสียงทรงพลัง ร้องดีมาก จนคว้ารางวัลชนะเลิศยูโรวิชั่น 2016

อย่างไรก็ตาม ด้านเจ้าหน้าที่รัสเซียและนักการเมืองบางคนที่แคว้นไครเมีย ได้วิพากษ์วิจารณ์ตำหนิเพลง 1944 ของจามาลาว่าตั้งใจที่จะใส่ร้ายป้ายสีรัสเซีย ทว่าผู้จัดการประกวดเพลงยูโรวิชั่นพิจารณาแล้วว่าเนื้อหาของเพลงนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด.

ชมคลิป ที่นี่