ร้อนเป็นไฟ!! นาซาเผย อุณหภูมิโลกเม.ย. 59 ทำลายสถิติ ร้อนจัดที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621013

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 11:48

 

ร้อนแบบบ้าดีเดือด นาซาเผยตัวเลข อุณหภูมิโลกทั้งพื้นดินและทะเล เดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทำลายสถิติเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกกันมา

เมื่อ 16พ.ค.59 เว็บไซต์ เดอะ การ์เดียน รายงานสภาพอากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน 2559 สร้างสถิติใหม่ เป็นเดือนเมษายนที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกกันมา โดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (นาซา) ได้เปิดเผยตัวเลขอุณหภูมิทั่วโลกทั้งผิวดินและทะเล ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา สูงขึ้นถึง 1.11 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนเมษายน ตั้งแต่ปี 2494-2529 จึงทำให้ปี 2559 ทำสถิติเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่่มีการบันทึกกันมาด้วย และยังถือเป็นเดือนที่ 7ติดต่อกันแล้วที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น อย่างน้อย 1องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับปี2494-2529

ข่าวแจ้งว่า อุณหภูมิในเดือนเมษายน ปี 59 สูงกว่าอุณหภูมิในปี 2553 อยู่ 0.24 องศาเซลเซียส ซึ่งในปีนั้น เดือนเมษายน มีอุณหภูมิสูงกว่าฐานค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.87 องศาเซลเซียส และถือเป็นอุณหภูมิสูงสุดกว่า 3ปีก่อนหน้า

ส่วนสภาพอากาศร้อนจัดทั่วโลกในเดือนเมษายน ของปีนี้ เป็นผลมาจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหญ่ แต่ก็ยังไม่ใช่การเกิดปรากฏการณ์เอล นีโญครั้งใหญ่สุดของโลกแต่อย่างใด โดยนายแอนดีย์ พิตแมน ผู้อำนวยการศูนย์ ARC Centre of Excellence for Climate System Science ที่มหาวิทยาลัยนิว เซาท์ เวลส์ ในออสเตรเลีย กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจจากการที่อุณหภูมิของโลกในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทำลายสถิติเป็นเดือนที่อุณหภูมิสูงสุดนั้น คือการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สภาพอากาศของโลกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางที่เลวร้าย

อพยพ ‘ไรอันแอร์’ เที่ยวบินไปแมนเชสเตอร์ หลังผู้โดยสารพูดถึงระเบิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620867

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: AFP)

เจ้าหน้าที่นอร์เวย์อพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินของไรอันแอร์ หลังจากมีผู้โดยสาร 2 คนมีพฤติกรรมน่าสงสัยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ในนอร์เวย์ดำเนินการอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของสายการบิน ไรอันแอร์ ซึ่งกำลังจะเดินทางออกจากท่าอากาศยาน รีกเก (Rygge) ไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ ในอังกฤษ เพียงไม่นานก่อนที่เครื่องจะขึ้นบิน หลังจากมีผู้โดยสาร 2 คนมีพฤติกรรมน่าสงสัย

สายการบินไรอันแอร์เปิดเผยสาเหตุว่า เกิดจากการเตือนภัยที่ไม่เป็นความจริง และตอนนี้ผู้โดยสารที่ไม่เกี่ยวข้องเดินทางออกจากนอร์เวย์แล้ว ขณะที่ตำรวจเผยว่า พวกเขาจับกุมชายชาวสหราชอาณาจักรและชายชาวศรีลังกาเอาไว้ โดยไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ได้เปิดเผยว่าชายทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมเช่นไรจนทำให้ต้องอพยพผู้โดยสาร แต่มีรายงานจากสื่อในนอร์เวย์ระบุว่า ชายสองคนนี้มีปากเสียงกันเสียงดัง และผู้โดยสารคนอื่นๆ ได้ยินคำว่าระเบิดด้วย

อนึ่ง การอพยพเครื่องบินโดยสารในนอร์เวย์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการพบวัตถุต้องสงสัยในห้องน้ำที่สนามฟุตบอล โอล์ดแทรฟเฟิร์ด ในเมืองแมนเชสเตอร์ ของอังกฤษ จนทำให้การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2015-2016 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ บอร์นมัธ ต้องถูกเลื่อนออกไป

แต่ล่าสุด การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า วัตถุต้องสงสัยที่พบคือ ระเบิดปลอมสำหรับการฝึกซ้อม ซึ่งบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งลืมเอาไว้หลังการฝึกซ้อมครั้งล่าสุด

17 อดีต รมต.หญิงฝรั่งเศส ประกาศต่อสู้คุกคามทางเพศในวงการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620858

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 04:20

 

คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ภาพ: REUTERS)

อดีตรัฐมนตรีหญิงของรัฐบาลฝรั่งเศสจำนวน 17 คน ออกแถลงการณ์ร่วม รวมพลังต่อต้านการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นในหน่วยงานทางการเมืองของฝรั่งเศส หลังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนพัวพันคดีล่วงละเมิดทางเพศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตรัฐมนตรีหญิงของรัฐบาลฝรั่งเศสจำนวน 17 คน ซึ่งรวมถึงนาง คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คนปัจจุบัน, นางโรเซลีน บาเชลอต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนางเซซิล ดูโฟลต อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการเคหะ ออกมาประกาศจะต่อสู้และประณามการคุกคามทางเพศ หลังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลหลายคนมีข่าวพัวพันกับการล่วงละเมิดทางเพศในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

กลุ่มสตรีในฝรั่งเศสออกมารวมตัวต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ ที่หน้าอาคารสภาผู้แทนราษฎรในกรุงปารีส (ภาพ: AFP)

อดีตรัฐมนตรีหญิงของฝรั่งเศสทั้ง 17 คนจากหลายพรรคการเมือง ออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค. ว่า พวกเธอจะประณามการคุกคามทางเพศ การเหยียดเพศ ทั้งในแง่ของการแสดงความคิดเห็นเป็นคำพูด การแสดงท่าทางและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างเป็นระบบ โดยระบุว่าพวกเธอจะไม่ปิดปากเงียบอีกต่อไป

“เหมือนเช่นผู้หญิงทุกคนซึ่งเข้าไปในงานในองค์กรที่ก่อนหน้านี้สงวนไว้ให้แต่ผู้ชาย พวกเราต้องยอมหรือไม่ก็ต่อสู้กับการเหยียดเพศ” แถลงการณ์ของเหล่ารัฐมนตรีหญิงซึ่งเผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์ ‘เฌอร์นาล ดู ดีมงเชอ’ (Journal du Dimanche) ของฝรั่งเศส ระบุ “เรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อให้ผู้หญิงปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม แต่เป็นผู้ชายบางกลุ่มที่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม” “พอก็คือพอ การทำผิดแล้วไม่โดนลงโทษสิ้นสุดลงแล้ว”

นอกจากนี้ คำประกาศของเหล่าอดีตรัฐมนตรีหญิงยังเรียกร้องให้มีการเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งให้มีการจัดตั้งแผนกพิเศษในกรมตำรวจเพื่อจัดการคำร้องเกี่ยวกับคดีเช่นนี้โดยเฉพาะด้วย

เดอนีส์ โบแปง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเหล่าอดีตรัฐมนตรีหญิงแห่งฝรั่งเศส เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก เดอนีส์ โบแปง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส วัย 53 ปี ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ (9 พ.ค.) เพราะถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศหลายกรณี รวมทั้งข้อกล่าวหาของ นางแซนดรีน รูสโซ โฆษกพรรคกรีน ซึ่งอ้างว่าเคยถูกนายโบแปงจับหน้าอกและพยายามจะจูบเธอ แต่เขาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

อย่างไรก็ตาม ในวันอังคารที่ 10 พ.ค. ผู้พิพากษาฝรั่งเศสเริ่มการสืบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศของนายโบแปงแล้ว ขณะที่นายโบแปงระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องโกหก และให้ทนายความดำเนินการฟ้องร้องสื่อ 2 เจ้าในข้อหาหมิ่นประมาท และอาจฟ้องร้องผู้หญิงที่ออกมากล่าวหาเขาด้วย

ในวันเดียวกัน นายมิเชล ซาแปง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตกเป็นข่าวฉาวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเช่นกัน หลังจากเขาออกมายอมรับว่า เขาเคยประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับนักข่าวหญิงคนหนึ่ง โดยเขาวางมือบนหลังของนักข่าวรายนี้ระหว่างที่เขากล่าวแสดงความคิดเห็นในงานแถลงข่าวเมื่อต้นปีก่อน หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยปฏิเสธถึง 2 ครั้ง เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า เขาใช้นิ้วบิดยางยืดชุดชั้นในของนักข่าวรายนี้

เวเนซุเอลาเครียด วิกฤติเงินเฟ้อพุ่ง 180%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620805

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ค. 2559 03:05

 

ชาวเวเนซุเอลาออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล (ภาพ: AP)

สถานการณ์ในเวเนซุเอลาตึงเครียดหนักขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังจากประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ประกาศขู่ยึดโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่หยุดสายการผลิตสินค้าและจะจับกุมเจ้าของโรงงานเหล่านั้น ท่ามกลางภาวะขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทุกรายการไล่ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ไปจนถึงกระดาษชำระในห้องน้ำ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง ภาวะเงินเฟ้อสูงถึงระดับ 180 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลกระทบถึงการนำเข้าวัตถุดิบผลิตสินค้า

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกตกต่ำ ซึ่งเวเนซุเอลาในฐานะชาติที่มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดของโลกต้องเผชิญวิกฤติส่งออกน้ำมันอันเป็นรายได้หลักของประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจเวเนซุเอลาช่วงปีนี้ที่หดตัวลงเหลือเฉลี่ย 5.7 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาเริ่มปะทุเมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้ผู้คนจากฐานะชาติผู้บริโภคสูงสุดในภูมิภาคละตินอเมริกาต้องใช้ชีวิตกันแบบวันต่อวัน กระทั่งสถานการณ์เลวร้ายลงมากที่สุดในปีนี้ถึงขนาดต้องปันส่วนใช้น้ำและไฟฟ้า ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านเรียกร้องล่ารายชื่อประชาชน 1.8 ล้านเสียง ขอลงประชามติให้ประธานาธิบดีมาดูโรลาออกจากตำแหน่งและเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ประธานาธิบดีมาดูโรแก้เกมด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน.

รัสเซียนับร้อยยกพวกตีกัน แย่งธุรกิจงานศพ ดับ 4 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620803

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ค. 2559 02:35

 

(ภาพ: AFP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุทะเลาะรุนแรงระหว่างกลุ่มธุรกิจจัดงานศพที่สุสานแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซีย มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงครั้งนี้มากราว 200 คน ต่างใช้อาวุธนานาชนิดรวมถึงพลั่ว ท่อนเหล็ก ไม้เบสบอลและปืน บุกห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 23 คน

สื่อมวลชนรัสเซียระบุเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ กลุ่มผู้ก่อเหตุยกพวกถล่มกันและมีผู้เสียชีวิต 3 ราย สาเหตุจากมีผู้ขับรถยนต์พุ่งชนใครบางคนที่พยายามหลบหนีจากที่เกิดเหตุ โดยผู้อยู่ในรถยนต์ 3 คน มีอาวุธปืนพยายามไล่ล่าผู้หลบหนี ขณะที่ตำรวจเร่งรุดเข้าที่เกิดเหตุและไล่จับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงได้มากกว่า 50 คน สำหรับสาเหตุการทะเลาะเบาะแว้งกันเนื่องจากแย่งผลประโยชน์การจัดงานศพ ซึ่งเหตุลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง แต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้

แย้มตัวเต็งตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620802

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ค. 2559 01:10

 

(ภาพ: REUTERS)

ตัวเต็งผู้แทนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันของสหรัฐฯอยู่ระหว่างพิจารณาตัวเลือกนั่งเก้าอี้รองประธานาธิบดีร่วมภารกิจบริหารประเทศ โดยพรรคเดโมแครตค่อนข้างชัดเจนแล้วว่านางฮิลลารี คลินตัน ส.ว.รัฐนิวยอร์ก อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศจะได้เป็นผู้แทนพรรคขึ้นชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกัน แม้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าและแนวนโยบายแข็งกร้าว มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งนำเหนือคู่แข่งแบบขาดลอย แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในพรรครีพับลิกันให้ขึ้นเป็นผู้แทนพรรคชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี

อย่างไรก็ดี ผู้คาดหมายจะได้รับเลือกเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีฝ่ายเดโมแครตอาจเป็นนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วัย 74 ปี คู่แข่งนางฮิลลารี ชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต หรืออาจเป็นนางเอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 66 ปี วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเสตต์ หรือนายจูเลียน คาสโตร วัย 41 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองซานอันโตนิโอ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการด้านการเคหะ ซึ่งหากนางฮิลลารีเลือกนายคาสโตร จะถือเป็นผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

นอกจากนั้น ยังมีนายทิม ไคน์ วัย 58 ปี อดีตผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกและเคยอยู่ในรายชื่อผู้ชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ส่วนอีก 3 คน คือนายมาร์ก วอร์เนอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย วัย 61 ปี และนายทอม วิลแซค วัย 65 ปี อดีตผู้ว่าการรัฐไอโอวา ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงเกษตร กับนายชาร์ลี คริสต์ วัย 59 ปี อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา

ส่วนตัวเต็งตำแหน่งรองประธานาธิบดีฝ่ายพรรครีพับลิกันอาจเป็นนายร็อบ พอร์ตแมน วัย 60 ปี วุฒิสมาชิกรัฐโอไฮโอ นายนิวต์ กิงกริช วัย 72 ปี อดีตประธานรัฐสภาสหรัฐฯระหว่างปี 2538-2542 นายเบน คาร์สัน วัย 64 ปี นายแพทย์ผู้ใกล้ชิดนายโดนัลด์ ทรัมป์ นายจอห์น คาซิค วัย 64 ปี ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ คู่แข่งนายทรัมป์ ซึ่งเพิ่งถอนตัวจากการแข่งขันชิงเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน และนางแมรี ฟัลลิน วัย 61 ปี ผู้ว่าการรัฐโอกลาโฮมา กับนางนิกกี ฮาเลย์ วัย 44 ปี ผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา เชื้อสายอินเดีย อาจช่วยนายทรัมป์เรื่องภาพลักษณ์นโยบายด้านผู้อพยพ.

มือมืดเผาสุสานยาง ก่อควันพิษในสเปน ต้องอพยพคนเกือบหมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620111

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ค. 2559 04:00

 

(ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่สเปนสั่งอพยพประชาชนเกือบหมื่นคนในเมืองเซเซนญา ทางใต้ของกรุงมาดริด หลังจากมีผู้เผายางรถยนต์ที่สุสานยางแห่งหนึ่ง จนทำให้ควันพิษหนาทึบลอยปกคลุมท้องฟ้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในประเทศสเปน ออกคำสั่งอพยพประชาชนประมาณ 9,000 คน ที่อาศัยอยู่ใกล้จุดที่เกิดควันพิษจากการเผายางรถยนต์นับล้านเส้นที่สุสานยางแห่งหนึ่งในเมืองเซเซนญา ทางใต้ของกรุงมาดริด เนื่องจากมีความเสี่ยงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

สำนักงานฉุกเฉินของสเปน ได้รับแจ้งให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังเมืองเซเซนญา ซึ่งห่างจากกรุงมาดริดไปทางใต้ราว 35 กม. ในเวลาประมาณ 01.00 น. วันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปถึง 10 ทีม และพยายามดับไฟตลอดทั้งวัน ขณะที่เหตุควันพิษทำให้โรงเรียนหลายแห่งต้องหยุดการเรียนการสอน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ด้านเจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า มีผู้จงใจจุดไฟเผาสุสานยางแห่งนี้ ขณะที่โฆษกของรัฐบาลแควันกัสติยา ลา มันชา ที่ตั้งของเมืองเซเซนญา ระบุว่า ไม่มีลมพัดทำให้ควันพิษจากการเผายางแพร่กระจายแต่อย่างใด แต่เหตุที่ต้องออกคำสั่งอพยพเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

ควันพิษจากการเผายางลอยใกล้อาคารที่อยู่อาศัยในเมืองเซเซนญา ตอนกลางของสเปน (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ แพทย์ระบบหายใจในสเปนเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ อันเตนา 3 ในสเปนว่า ควันพิษที่เกิดจากการเผายางนั้น หากสูดหายใจเข้าไปในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอาการ ปอดบวมจากสารเคมี ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก, คนชรา และคนที่มีระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ

รัฐบาลกรุงมาดริดออกมายืนยันในช่วงเย็นวันศุกร์ว่า เหตุเผายางในเมืองเซเซนญา ยังไม่ทำให้ระดับคุณภาพอากาศในเมืองหลวงแห่งนี้มีความเปลี่ยนแปลง

ผลศึกษาชี้ อัตราเที่ยวแสวงประโยชน์ทางเพศกับเด็กทั่วโลกเติบโตไม่ลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620032

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 พ.ค. 2559 01:45

 

(ภาพ: globalstudysectt.org)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยงาน, องค์กรการกุศลและสถาบันพิทักษ์สิทธิเด็กทั่วโลกมากกว่า 70 แห่ง เผยรายงานเรื่อง “การแสวงผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กในหมู่นักเดินทางและนักท่องเที่ยวทั่วโลก” (Global Study on Sexual Exploitation of Children in Travel and Tourism) ซึ่งใช้เวลาการศึกษาหาข้อมูลนานถึง 20 ปี โดยระบุว่า การแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กทั่วโลกยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดช่วง 20 ปี เนื่องจากหลายปัจจัยส่งเสริม ไล่ตั้งแต่การเดินทางทั่วโลกทำได้ง่ายขึ้น ราคาถูกลงและเทคโนโลยีสื่อสารทันสมัย ยิ่งทำให้เครือข่ายการแสวงประโยชน์เรื่องนี้เกิดมากขึ้น

ผลการศึกษายังพบว่า แทบทุกประเทศในโลกยังไม่สร้างภูมิคุ้มกันเรื่องนี้ได้อย่างเพียงพอ สังคมยังแทบไม่มีภูมิคุ้มกัน ผู้กระทำความผิดไม่ถูกลงโทษรุนแรงหรือยังไม่ถูกลงโทษ ขณะที่ผู้ก่อการขยายวงกว้างจากเคยเป็นนักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากแดนไกลก็เพิ่มด้วยกลุ่มนักแสวงประโยชน์และนักเดินทางในภูมิภาค ตัวอย่างเช่นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แหล่งแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กมากที่สุดของโลก เช่นเดียวกับชาติหมู่เกาะเล็กๆ จากเคยเป็นที่นิยมของกลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยวจากตะวันตกและยุโรป ก็เพิ่มเติมด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวแสวงประโยชน์จากในภูมิภาคตั้งแต่ญี่ปุ่น จีนและเกาหลีใต้ ส่วนกลุ่มนักแสวงประโยชน์ทางเพศจากยุโรปบางส่วนก็หันไปสู่เป้าหมายใหม่ในแถบยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกมากขึ้นเพราะกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กยังไม่รุนแรงรัดกุม.

‘ซูซานนาห์ มูชาตต์ โจนส์’ บุคคลอายุยืนสุดในโลก เสียชีวิตในวัย 116 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620026

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 23:25

 

ซูซานนาห์ มูชาตต์ โจนส์ (ภาพ: REUTERS)

ซูซานนาห์ มูชาตต์ โจนส์ เจ้าของตำแหน่งบุคคลผู้อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่อายุ 116 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซูซานนาห์ มูชาตต์ โจนส์ หญิงชาวอเมริกันเจ้าของสถิติบุคคลที่อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ค. โดยมีอายุรวม 116 ปี กับอีก 311 วัน โดยเธอยังเป็นชาวอเมริกันคนสุดท้ายที่เกิดในศตวรรษที่ 19 ด้วย

ซูซานนาห์ มูชาตต์ โจนส์ เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1899 ในรัฐแอละแบมา มีพี่น้อง 11 คน โดยเธอมีชีวิตคาบเกี่ยวถึง 3 ศตวรรษ (19, 20 และ 21) ผ่านสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และผ่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึง 20 คน เธอยังเกิดก่อนการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งอังกฤษ, ก่อนที่มาร์โคนีจะส่งสัญญาณไร้สายเป็นครั้งแรก และก่อนที่พี่น้องตระกูลไรท์จะขับเครื่องบินเครื่องแรกเสียอีก

เอ็มมา โมราโน บุคคลอายุยืนที่สุดในโลกคนใหม่ (ภาพ: AP)

ซูซานนาห์ ในวัยเยาว์ ศึกษาที่โรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กหญิงผิวสี และเรียกจบชั้นมัธยมในปี 1922 ก่อนจะย้ายไปอาศัยในนครนิวยอร์ก เพื่อทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กและทำอาชีพนี้ตลอดชีวิตของเธอ และเป็นสมาชิกทีมตรวจตราผู้เช่าในอาคารเคหะชุมชนของเธอ จนถึงอายุ 106 ปี เธอยังเป็นผู้ช่วยก่อตั้งกองทุนการศึกษาสำหรับหญิงชาวแอฟริกัน-อเมริกันด้วย

ซูซานนาห์ เปิดเผยในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 116 ปี ของเธอว่า เหตุผลหลักที่ทำให้เธออายุยืนคือ การนอนมากๆ รวมทั้งไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

อนึ่ง เชื่อว่าบุคคลที่อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่คนปัจจุบันคือ นางเอ็มมา โมราโน ชาวอิตาลี โดยเธอเกิดในปี 1899 เช่นเดียวกับ ซูซานนาห์ มูซาตต์ โจนส์ แต่เกิดวันที่ 29 พ.ย. นอกจากนี้ นางโมราโน อาจเป็นคนสุดท้ายในโลกที่เกิดในศตวรรษที่ 19 และยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้

แฮกเกอร์‘ล้วงตับ’เจาะระบบบ.สวิฟต์ รับโอนข้อมูลการเงินวันละหลายพันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619956

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 20:00

 

แฮกเกอร์โชว์ฝีมืออีก เจาะระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ของ สวิฟต์ บริษัทโอนถ่ายข้อมูลการเงินทั่วโลกหนที่สอง ทั้งที่ บ.สวิฟต์ ถือเป็นบริษัทที่มีระบบรักษาความปลอดภัยทางการเงินแน่นหนาสุดๆ และรับส่งข้อมูลการเงินวันละหลายพันล้านดอลลาร์

เมื่อ 12 พฤษภาคม 2559 สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า ‘แฮกเกอร์’ หรือนักเจาะระบบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ สามารถบุกเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลของบริษัทสวิฟต์, Swift (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการโอนถ่ายข้อมูลการเงินทั่วโลก มีการรับส่งข้อมูลทางการเงินวันละหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยบริษัท Swift เป็นบริษัทตั้งอยู่ที่เมืองลาฮุปย์ ประเทศเบลเยียม ได้ชื่อว่ามีระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทางการเงินที่แน่นหนาที่สุด นับเป็นการบุกเจาะข้อมูลทางการเงินระหว่างประเทศเป็นครั้งที่ 2

ทางบริษัท Swift ได้เตรียมส่งจดหมายถึงผู้ใช้ทั่วโลกเมื่อ 13 พ.ค. ระบุว่า แฮกเกอร์ที่บุกเจาะข้อมูลในครั้งนี้ ใช้หลักการที่คล้ายคลึงกับการบุกเจาะข้อมูลการเงินธนาคารชาติบังกลาเทศเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสามารถโอนเงินไปได้จำนวน 81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทรายงานเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ว่า สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ได้ทำการสืบสวนการบุกเจาะข้อมูลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และพบว่า ผู้ก่อเหตุได้รับความร่วมมือจากผู้สมรู้ร่วมคิดที่เป็นพนักงานภายใน

ข่าวแจ้งว่า ผู้แทนระดับสูงของธนาคารกลางนิวยอร์ก รวมถึง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศบังกลาเทศ และตัวแทนจากบริษัท Swift ได้ร่วมประชุมกันที่เมืองบาเซิล ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการบุกเจาะข้อมูลทางการเงิน การบุกเจาะข้อมูลทางการเงินของบริษัท Swift (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า บรรดาแฮกเกอร์หันมาให้ความสนใจบุกเจาะฐานข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินระหว่างประเทศของบรรดาสถาบันการเงินทั่วโลก

สำหรับ การบุกเจาะฐานข้อมูลในครั้งนี้เป็นการลักลอบเจาะข้อมูลลับของธนาคารพาณิชย์ที่มิได้เปิดเผยชื่อ และแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงรหัสลับของธนาคารเพื่อทำการส่งข้อมูลไปในนามของธนาคาร โดยการบุกเจาะข้อมูลทางการเงินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์นั้น ได้มีการส่งข้อมูลในนามของธนาคารแห่งประเทศบังกลาเทศขอให้ทำการโอนเงินไปยังบัญชีในประเทศฟิลิปปินส์หลายบัญชี ในวงเงิน 81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลักการที่แฮกเกอร์นำมาใช้ในทั้งสองกรณี “แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ทำการบุกเจาะข้อมูลมีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศของธนาคารเป้าหมายเป็นอย่างดี” ข้อความในจดหมายของบริษัท Swift ที่สื่ออเมริกันนำมาเปิดเผย.