สูญเสียครั้งใหญ่! หัวหน้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สิ้นชีพแล้ว ในซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619920

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 18:30

 

สมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน สุดเศร้า…มุสตาฟา อามีน เบเดร็ดดีน ผู้นำระดับสูงสุดของกลุ่มสิ้นชีพแล้ว ในซีเรีย จากเหตุระเบิดรุนแรงใกล้สนามบินในกรุงดามัสกัส ขณะที่สถานีโทรทัศน์เลบานอน รายงานเป็นฝีมือกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศเด็ดชีพ

เมื่อ 13 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นองค์กรและพรรคการเมืองของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในเลบานอน ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ อัล-มานาร์ว่า นายมุสตาฟา อามีน เบเดร็ดดีน ผู้นำระดับสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สิ้นชีพแล้ว จากเหตุระเบิดรุนแรงใกล้สนามบินในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน สถานีโทรทัศน์ อัล-มาดีนในเลบานอน รายงานว่า นายบาเดร็ดดีน วัย 55 ปี เสียชีวิตจากการถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศ แต่ทางการอิสราเอล ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อการรายงานข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ให้การสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย โดยได้ส่งนักรบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กว่าพันคนเข้ามาช่วยรัฐบาลซีเรียต่อสู้กับกลุ่มกบฏ

แกนนำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แถลงข่าวร้าย

กลั้นน้ำตาไม่อยู่

นายเบเดร็ดดีน ปัจจุบันอายุ 55 ปี โดนกล่าวหาว่าเป็นตัวการวางแผนลอบสังหารนายราฟิก ฮาริรี อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ในกรุงเบรุต ในปี 2548 สำหรับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องอนาธิปไตยของมุสลิมและเลบานอนให้รอดพ้นจากการรุกรานของอิสราเอล โดยช่วงแรก เป็นเพียงขบวนการใต้ดิน ก่อนที่ในปี 2528 จึงมีการประกาศสถานภาพของกลุ่มอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน.

อาลัยรัก หัวหน้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โดนปลิดชีพ

ชาวอังกฤษโวย เหลือหัวครึ่งเดียว! เลยโดนทางการตัดเงินสงเคราะห์ลงครึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619868

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 17:00

 

แบบนี้ก็มีด้วย…ชายอังกฤษสุดเซ็ง ป่วยเป็นอัมพาตซีกซ้าย แต่กลับต้องมาโดนทางการตัดเงินสงเคราะห์คนพิการลงไปเป็นครึ่ง ให้เหตุผลร่างกายฝั่งขวายังใช้การได้ จึงสามารถกลับไปทำงานได้แล้ว
เมื่อ 13 พ.ค. สื่อในอังกฤษรายงานครึกโครม วิพากษ์วิจารณ์ทางการอังกฤษ ที่ตัดเงินสงเคราะห์คนพิการของนายเคนนีย์ เบลีย์ ชายชาวอังกฤษวัย 50 ปี ลงครึ่งหนึ่ง หลังจากเขาต้องเป็นชายพิการด้วยโรคอัมพาตด้านซ้าย และสูญเสียศีรษะไปถึงครึ่ง เนื่องจากเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก จากโรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก เมื่อปี 2557

สาเหตุที่เรื่องราวของนายเบลีย์ ดังขึ้นมาอีก เนื่องจาก 2 ปีหลังล้มป่วยจนเป็นอัมพาตซีกซ้าย ทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้ เขาจึงได้รับเงินสงเคราะห์คนพิการ สัปดาห์ละ 195 ปอนด์ หรือประมาณ 9,900 บาท แต่ปรากฏว่า ตอนนี้ เงินสงเคราะห์ของเบลีย์ กลับถูกตัดลงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากกองการทำงานและบำนาญของอังกฤษ พิจารณาและตัดสินว่า นายเบลีย์สามารถกลับไปทำงานได้แล้ว จนทำให้นายเบลีย์ ซึ่งพำนักอาศัยอยู่ในเมืองบาร์นสลีย์ ในเซาธ์ ยอร์กเชอร์ รู้สึกโกรธมาก

‘เงินสงเคราะห์คนพิการนี้ผมนำไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ และซื้ออาหาร แต่ตอนนี้ผมรู้สึกกังวลว่า ไม่สามารถจะมีชีวิตรอดและจะต้องสูญเสียบ้านไป’ นายเบลีย์ กังวลถึงอนาคตของตนเองหลังถูกตัดเงินสงคราะห์คนพิการลงไปถึงครึ่ง พร้อมทั้งบอกว่า ตนรู้สึกไม่สะดวกเลยที่จะต้องกลับไปทำงาน เพราะไม่สามารถใช้งานแขนซ้ายและร่างกายฝั่งซ้ายได้ แต่เป็นเพราะตนสามารถใช้ร่างกายด้านขวา จึงทำให้เจ้าหน้าที่กองการทำงานและบำนาญ บอกว่า ตนสามารถกลับไปทำงานได้แล้ว.

จะมีเอเลี่ยนมั้ย! นาซาเจอดาวเคราะห์ใหม่ 1,284 ดวง ขนาดเท่าโลกกว่า 100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619844

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 15:40

 

นาซาฮือฮา…กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์สำรวจพบดาวเคราะห์ใหม่มากมายถึง 1,284 ดวง ในจำนวนนี้มีขนาดเท่ากับโลกมนุษย์ของเรา มากกว่า 100 ดวง นักวิทย์ชี้ คาดมีดาวเคราะห์เหมือนโลกในระยะใกล้ที่สุดแค่ 11 ปีแสงเท่านั้น
เมื่อ 13 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ต้องฮือฮาเสียงดังกันอีก เมื่อกล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์ (Kepler) ของนาซา สำรวจพบดาวเคราะห์ใหม่ในห้วงอวกาศ จำนวนมากถึง 1,284 ดวง ซึ่งนับเป็นการค้นพบดาวเคราะห์จำนวนมากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับการพบดาวเคราะห์ที่ผ่านมา

นาซาแถลงว่า การพบดาวเคราะห์ใหม่ 1,284 ดวง นับเป็นการพบดาวเคราะห์ครั้งใหญ่สุดของนาซาเลยทีเดียว ขณะที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ของนาซาในหลายแห่งได้มีการประชุมหารือผ่านทางระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ถึงการพบดาวเคราะห์ใหม่กว่าพันดวง โดย ดร.นาตาลี บาทาลาห์ นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยเอเมสของนาซา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ชี้ว่า จากการคำนวณทำให้คาดว่าสามารถมีดาวเคราะห์ซึ่งสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้มากกว่า 10,000 ล้านดวง ในทางช้างเผือก

‘ถ้าคุณถามตัวเองว่ามีดาวเคราะห์ดวงอื่นที่อยู่ใกล้โลก และมีสภาพเหมือนโลกหรือเปล่า คำตอบก็คือ มีดาวเคราะห์นั้นในระยะประมาณ 11 ปีแสง ซึ่งถือเป็นระยะทางที่ใกล้กับโลกของเรามาก’ ดร.บาทาลาห์ กล่าว

นาซายังแจ้งว่า การค้นพบดาวเคราะห์ใหม่ในครั้งนี้ พบดาวเคราะห์ที่มีขนาดเท่ากับโลกของเรามากกว่า 100 ดวง นอกจากนั้น ยังพบดาวเคราะห์ขนาดเล็ก ที่สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต คือ มีน้ำในสภาพเหลว ประมาณ 9 ดวง.

ช็อก ฉลามยักษ์มา ! ตัวยาวกว่า 3 ม. ว่ายเข้าใกล้ชายหาดสเปน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619776

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 13:15

 

 (ภาพจากยูทูบ:First Video)

นักท่องเที่ยวบนเกาะมายอร์กา ของสเปน ตะลึงกันสุดๆ เห็นฉลามยักษ์ตัวเบ้อเร่อ ว่ายมาถึงใกล้ชายหาด จนต้องรีบแจ้ง ตร.ให้รีบมาจัดการพาออกไปโดยด่วน คาดเป็นฉลามสีน้ำเงิน ลำตัวยาวกว่า 3 เมตร

เมื่อ 13 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ระทึก นักท่องเที่ยวต้องกรี๊ดลั่น เห็นฉลามตัวใหญ่ยักษ์ ชูครีบเหนือผิวน้ำ สัญลักษณ์ ‘เพชฌฆาตแห่งท้องทะเล’ แหวกว่ายตรงดิ่งเข้ามาใกล้ชายหาดบริเวณท่าเรือปัลมา ของเกาะมายอร์กา หรือเกาะมาร์จอกา เกาะท่องเที่ยวชื่อดังของสเปน ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อ 12 พ.ค. จนผู้คนที่เห็นเหตุการณ์พอดี พากันช็อกตกตะลึง ไม่อยากเชื่อ จะมีฉลามใหญ่ขนาดนี้ว่ายเข้ามาใกล้ชายหาด และเคราะห์ดีที่ไม่มีใครลงเล่นน้ำทะเลในขณะนั้น

เดอะ มิร์เรอร์ แจ้งว่า ได้มีการโทรเรียกตำรวจให้มาทันที และเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีใช้บ่วงคล้องคอลากฉลามยักษ์ตัวนี้ออกไปจากบริเวณดังกล่าว แต่มีโฆษกในสำนักงานตำรวจบนเกาะมายอร์กา เปิดเผยว่า ตำรวจไม่สามารถนำฉลามออกไปยังนอกเขตทะเลได้

ด้านสำนักงานเกษตรและประมงบนเกาะมายอร์กา เชื่อว่า ฉลามตัวนี้ เป็น ‘ฉลามสีน้ำเงิน’ (Blue shark) มีลำตัวยาวถึง 3.5 เมตร มักชอบกินปลา อย่างปลาแฮร์ริ่ง ปลาทูน่า เหมือนฉลามพันธุ์อื่น และปกติแล้ว ไม่กินมนุษย์ แม้ในช่วงปี 2543-2547 มีรายงานฉลามสีน้ำเงินทำร้ายคนที่ว่ายน้ำในทะเลบริเวณเกาะมายอร์กา 15 ครั้ง.

ชมคลิป ที่นี่

มะกันชักผวา เขี้ยวเล็บมังกร! มิสไซล์พิสัยไกลจีนยิงโจมตีเกาะกวมได้สบาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619747

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 12:09

 

ภาพจากยูทูบ: Defence Videos3 ขีปนาวุธ ฉายา‘เพชฌฆาตกวม’

สหรัฐฯ ชักเสียวสันหลัง..คณะกรรมการสภาคองเกรสออกคำเตือนอันตรายจาก ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ‘DF-26 IRBM’ ของกองทัพจีนที่เพิ่งนำมาอวดข่มขวัญปลายปีก่อน สามารถยิงโจมตีฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือสหรัฐฯ บนเกาะกวมได้แบบสบายๆ จนได้รับฉายา ‘เพชฌฆาตกวม’
เมื่อ 13 พ.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีมากขึ้น ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนต่อกรณีพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ทำให้ตอนนี้ สหรัฐฯ มีความวิตกกังวลถึงอันตรายจากขีปนาวุธพิสัยไกลชนิดใหม่ของจีน ‘DF-26 IRBM’ ซึ่งกองทัพจีนได้นำมาโชว์ข่มขวัญในพิธีสวนสนามในกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน ก.ย.ปี 58 เพราะสามารถนำมายิงโจมตีเป้าหมายที่ห่างออกไปไกลนับ 3,400 ไมล์ หรือเรียว่า โจมตีเกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ โพ้นทะเลได้อย่างง่ายดาย

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ความหวั่นวิตกในเรื่องนี้ ถึงกับทำให้คณะกรรมการสภาคองเกรสได้ออกรายงานเตือนอันตรายจากขีปนาวุธ DF-26 IRBM ซึ่งสหรัฐฯ เรียกว่า ‘เพชฌฆาตกวม’ กันเลยทีเดียว

ทั้งนี้ เกาะกวม เป็นบ้านหรือที่ตั้งของฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน และฐานทัพเรือ เอปรา ของสหรัฐฯ และมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ประมาณ 6,000 นาย ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ยังได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1,B-2 และ B-52 ซึ่งถือเป็นเครื่องบินรบชั้นเยี่ยมของสหรัฐฯ มาประจำการที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน อีกทั้งกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังมีเรือดำน้ำพิฆาต 4 ลำ ประจำการที่ฐานทัพเรือเอปรา

สำหรับเกาะกวม อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่ง 2,500 ไมล์ ซึ่งประสิทธิภาพของขีปนาวุธพิสัยกลางของจีนจะมีระยะยิงไกลได้ประมาณ 700ไมล์เท่านั้น แต่สำหรับ ขีปนาวุธใหม่ DF-26 IRBM สามารถยิงไกลได้ถึง 3,400 ไมล์ จึงทำให้ทางการสหรัฐฯ กำลังเกิดความหวั่นวิตกใหม่ในเรื่องนี้.

‘ปานามา เปเปอร์ส’ แฉนายกฯออสซี่เอี่ยว บ.นอกอาณาเขต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619494

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 พ.ค. 2559 04:00

 

(ภาพ: AFP)

สำนักงานตรวจสอบการเงินแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยเมื่อ 12 พ.ค.ระบุพบรายชื่อนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูลล์ แห่งออสเตรเลียกับนายเนวิลล์ ราน อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ อยู่ในเอกสารลับแฉการเลี่ยงภาษีและฟอกเงิน “ปานามา เปเปอร์ส” เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัทเหมืองทองคำ “สตาร์ ไมนิ่ง เอ็นแอล” เรียกกันว่า “ซูคอย ลอค” ในแคว้นไซบีเรียของรัสเซีย มูลค่าพัฒนาธุรกิจเป็นเงินถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 5.2 แสนล้านบาท แต่สำนักงานอยู่ที่หมู่เกาะบริทิช เวอร์จิน โดยดำเนินการผ่านบริษัทกฎหมาย มอสแซค ฟอนเซกา ซึ่งถูกล้วงเจาะข้อมูลลับออกมาเผยแพร่สู่ชาวโลก

รายละเอียดในปานามา เปเปอร์ส พบว่านายกฯออสเตรเลียกับอดีตผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัทเหมืองทองคำตั้งแต่ช่วงปี 2536 อยู่ในตำแหน่งคนละ 2 ปี กระทั่งบริษัทแตกแยกลงเมื่อปี 2541 ขณะที่นายกรัฐมนตรีเทิร์นบูลล์กับนายรานต่างปฏิเสธความผิดใดๆ อ้างบริษัทมีอยู่ในบัญชีรายชื่อของตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย ไม่ได้ดำเนินการอย่างหลบๆซ่อนๆ แต่ที่ไม่ได้จ่ายภาษีเพราะบริษัทไม่ได้ทำกำไร

ทั้งนี้ นายเทิร์นบูลล์ มหาเศรษฐีอดีตนักลงทุนด้านธนาคารและนักลงทุนด้านเทคโนโลยี อยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งผู้นำออสเตรเลียในวันที่ 2 ก.ค.นี้ โดยเป็นผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลเสรีประชาธิปไตย ซึ่งคะแนนนิยมสูสีกับพรรคฝ่ายค้านและอาจถูกผลกระทบจากเรื่องนี้บั่นทอนคะแนนนิยม.

‘รุสเซฟฟ์’ ประณามกระบวนการถอดถอน ชี้เป็นการรัฐประหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619484

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 01:55

 

(ภาพ: AP)

ดิลมา รุสเซฟฟ์ ประธานาธิบดีออกมาประณามกระบวนการถอดถอนเธอออกจากตำแหน่ง ว่าเป็นการรัฐประหาร พร้อมประกาศจะต่อสู้กับความอยุติธรรมจนถึงที่สุด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางดิลมา รุสเซฟฟ์ ประธานาธิบดีแห่งประเทศบราซิล ออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นครั้งแรก หลังจากวุฒิสภามีมติเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 พ.ค. ให้ดำเนินกระบวนการถอดถอน (อิมพีชเมนต์) เธอ ออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ จากข้อหาตกแต่งตัวเลขงบประมาณประจำปีของประเทศที่ขาดดุล ให้กลายเป็นดีเกินจริงเพื่อหวังผลทางการเมือง จนทำให้นางคว้าชัยชนะได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อปี 2557 โดยเธอประณามความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ว่า เป็นการรัฐประหารและเป็นเรื่องตลก พร้อมทั้งปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ก่ออาชญากรรมใดๆ

นางรุสเซฟฟ์ กล่าวปราศรัยผ่านโทรทัศน์ในวันพฤหัสบดีว่า เธออาจทำผิดพลาดแต่ไม่ได้ก่ออาชญากรรมใดๆ เธอไม่ได้ละเมิดกฎหมายงบประมาณ และสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ การเคารพในบัตรลงคะแนน ความประสงค์ของชาวบราซิล และรัฐธรรมนูญ

นางรุสเซฟฟ์ ยังกล่าวหากลุ่มฝ่ายค้านว่าเป็นผู้นำการอิมพีชเมนต์ เพราะพวกเขาต่อต้านความก้าวหน้าที่เธอ และ ลูอิซ อินญาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีคนก่อน สร้างให้แก่ชาวบราซิลที่ยากไร้และชนชั้นล่าง เธอระบุอีกว่ารัฐบาลของเธอกำลังถูกบ่อนทำลาย และประกาศจะต่อสู้กับความอยุติธรรม และข้อกล่าวหาที่เธอได้รับด้วยวิธีทางกฎหมายทั้งหมด โดยเชื่อมั่นว่าเธอจะได้รับการตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์

อีกด้านหนึ่ง นายมิเชล เทเมอร์ รองประธานาธิบดี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำรักษาการของบราซิลอย่างเป็นทางการ และได้ประกาศรายชื่อสมาชิกคณะรัฐมนตรีของตัวเองแล้ว

อนึ่ง กระบวนการถอดถอนอิมพีชเมนต์ อาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 180 วัน หรือ 6 เดือน ซึ่งจะทำให้ นางรุสเซฟฟ์ ที่ถูกพักการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศในขณะที่บราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่นครรีโอ เด จาเนโร ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม

รัสเซียโวย! มะกันเริ่มใช้งานระบบป้องกันขีปนาวุธในโรมาเนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619473

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ค. 2559 23:15

 

(ภาพ: REUTERS)

สหรัฐอเมริกา เปิดใช้งานระบบป้องกันขีปนาวุธ ในประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนป้องกันขีปนาวุธทั่วยุโรปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรัสเซีย ที่ชี้ว่าเรื่องนี้เป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาเปิดใช้งานระบบป้องกันขีปนาวุธมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ ในประเทศโรมาเนียแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดี (12 พ.ค.) โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องตนเองและประเทศในยุโรปจากประเทศคนพาล แต่รัสเซียออกมาโจมตีว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ประกาศเริ่มเปิดใช้งานระบบป้องกันขีปนาวุธในโรมาเนีย ที่ฐานทัพอากาศ เดเวเซลู ทางตอนใต้ของประเทศ โดยระบุว่าระบบนี้สามารถยิงสกัดขีปนาวุธซึ่งอาจถูกยิงเข้าสู่ยุโรปในสักวันหนึ่ง จากประเทศต่างๆ เช่น อิหร่าน

โรเบิร์ต เวิร์ค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (ภาพ: AFP)

“ตราบเท่าที่อิหร่านยังคงพัฒนา และประจำการขีปนาวุธ สหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปกป้องนาโต” โรเบิร์ต เวิร์ค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวที่ฐานทัพอากาศ เดเวเซลู

นายเวิร์ค ยังยืนยันในการแถลงข่าวด้วยว่า แม้สหรัฐฯ จะพัฒนาขีดความสามารถของระบบป้องกันของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง แต่ระบบนี้จะไม่ถูกนำไปใช้กับภัยคุกคามจากขีปนาวุธของรัสเซียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (สหรัฐฯ) ไม่มีแผนจะทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย” เขากล่าว

อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่รัสเซียหลายคนออกมาประณามความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เช่น นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ระบุว่า ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้พวกเขาเชื่อว่า การใช้งานระบบป้องกันขีปนาวุธในครั้งนี้เป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงต่อความมั่นคงของรัสเซีย และพวกเขาได้ออกมาตรการเพื่อตอบโต้แล้ว

ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย (ภาพ: AFP)

ขณะที่ พลเรือเอกวลาดิเมียร์ โคโมเยดอฟ ประธานคณะกรรมการกลาโหมแห่งสภาดูมา (สภาล่าง) ของรัสเซีย ก็ระบุว่าระบบนี้เป็นภัยคุกคามเช่นกัน “พวกเขาขยับแนวยิง นี่ไม่ใช่แค่ 100 แต่เป็น 200, 300 หรือ 1,000 เปอร์เซ็นต์ ว่าพวกเขามีเป้าหมายที่พวกเรา” “นี่ไม่เกี่ยวกับอิหร่าน แต่เกี่ยวกับรัสเซีย และขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของพวกเรา”

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ สหรัฐฯ จะเริ่มการก่อสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธแบบเดียวกันแห่งสุดท้ายที่ประเทศโปแลนด์ และมีกำหนดเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี 2018 เพื่อทำให้ โล่ป้องกันขีปนาวุธในยุโรป ซึ่งวางแผนมาตั้งแต่ทศวรรษก่อนเสร็จสมบูรณ์ และเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว อาณาเขตป้องกันจะครอบคลุมตั้งแต่ กรีนแลนด์ ถึง เกาะอะโซร์ส (Azores) ตอนกลางของมหาสมุทแอตแลนติกตอนเหนือ

ระบบป้องกันขีปนาวุธดังกล่าว มีต้นแบบมาจากระบบ ‘เอจิส’ ของเรือรบ โดยจะยิงมิสไซล์เข้าทำลายขีปนาวุธก่อนที่มันจะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทำงานร่วมกับเรือและเรดาร์ทั่วยุโรป อนึ่ง ระบบฯ นี้จะถูกส่งมอบให้นาโตในเดือน ก.ค. ส่วนการควบคุมและสั่งการจะมาจากฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในเยอรมนี

‘รุสเซฟฟ์’ ปธน.บราซิล ไม่รอด ! เจอกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619354

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ค. 2559 17:20

 

ดิลมา รุสเซฟฟ์ ประธานาธิบดีหญิงบราซิล ดิ้นไม่หลุด เจอวุฒิสมาชิกโหวตลงมติ ให้ดำเนินกระบวนการอิมพีชเมนต์แล้ว อีกทั้งในระหว่างนี้ต้องพักการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จนนับเป็นผู้นำคนแรกของบราซิลในรอบ 24ปีที่ต้องโดนไต่สวนถอดถอน
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์ แห่งบราซิล เจอวิบากกรรม เผชิญหน้ากับกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่ง (อิมพีชเมนต์) หลังจากสมาชิกวุฒิสภาได้โหวตลงมติ ด้วยคะแนน 55 เสียง คัดค้าน 22 เสียง เมื่อวันที่ 12 พ.ค.59 ให้ดำเนินกระบวนการอิมพีชเมนต์นางรุสเซฟฟ์ หัวหน้าพรรครัฐบาล ‘แรงงาน’ ซึ่งนำไปสู่การพักดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของบราซิล จนกว่ากระบวนการถอดถอนจะเสร็จสิ้น อีกทั้ง นางรุสเซฟฟ์ ยังถือเป็นประธานาธิบดีของบราซิลคนแรกในรอบ 24 ปีที่ต้องโดนกระบวนการอิมพีชเมนต์

ส.ว.ฝ่ายสนับสนุนให้ดำเนินกระบวนการอิมพีชเมนต์นางดิลมา รุสเซฟฟ์ แสดงความดีใจหลังชนะการลงมติในวุฒิสภา

บีบีซีแจ้งว่า ก่อนการลงมติของสมาชิกวุฒิสภาว่าจะดำเนินกระบวนการอิมพีชเมนต์ นางรุสเซฟฟ์หรือไม่ หลังถูกกล่าวหาว่าตกแต่งตัวเลขงบประมาณประจำปีของประเทศที่ขาดดุลให้กลายเป็นดีเกินจริง เพื่อหวังผลทางการเมืองจนทำให้นางคว้าชัยชนะได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อปี 2557 นั้น วุฒิสมาชิกได้ร่วมประชุมและเปิดอภิปรายแบบมาราธอนในสภากันข้ามคืน รวมระยะเวลากว่า 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ขณะที่ นางรุสเซฟฟ์ ได้พยายามจนนาทีสุดท้าย ยื่นอุทธรณ์ให้ศาลสูงสั่งหยุดกระบวนการถอดถอนนาง แต่ศาลสูงปฏิเสธ

เปิดอภิปรายยาวเหยียดในวุฒิสภาบราซิล

สำหรับกระบวนการถอดถอนอิมพีชเมนต์ อาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 180 วัน หรือ 6 เดือน ซึ่งจะทำให้นางรุสเซฟฟ์ ที่ถูกพักการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศในขณะที่บราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่นครรีโอ เด จาเนโร ที่จะเริ่มขึ้นวันที่ 5 สิงหาคม ที่จะถึง โดยขณะที่ นางรุสเซฟฟ์ ถูกพักการดำรงตำแหน่งอยู่นั้น จะทำให้รองประธานาธิบดีมิเชล เทเมอร์ ทำหน้าที่ประธานาธิบดีแทน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุสเซฟฟ์อ่วม! สภาบราซิลโหวตลิ่วถอดถอนจากตำแหน่งปธน.

สาวฝรั่งเศสสุดช้ำโดนข่มขืน! ถ่ายทอดสด นาทีฆ่าตัวตาย ผ่านแอพฯเพอริสโคป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619309

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ค. 2559 15:50

 

หญิงสาวฝรั่งเศสวัย 19ถูกข่มขืนจนไม่อยากมีชีวิตต่อ.. ถ่ายทอดสดนาทีสุดช็อก ลงมือฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดตัดหน้าขบวนรถไฟในกรุงปารีส ผ่านแอพฯ เพอริสโคป ที่ลิงก์ไปถึงทวิตเตอร์บนโลกออนไลน์ จนทางแอพฯ ที่กำลังฮอตฮิตมากในขณะนี้ต้องรีบปิดลิงก์สลดนี้ทันที

เมื่อ 12 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนใจ วัยรุ่นสาวชาวฝรั่งเศส อายุ 19 ปี ตัดสินใจลาโลก ฆ่าตัวตาย ด้วยการใช้แอพพลิเคชั่น ‘เพอริสโคป’ (Periscope) ถ่ายทอดสดช่วงเวลาสุดระทึก ตนเองฆ่าตัวตาย กระโดดตัดหน้าขบวนรถไฟที่กำลังแล่นมาถึงบริเวณดังกล่าว จนถูกรถไฟพุ่งชนจนเสียชีวิตอนาถ

หลังเกิดเหตุสลด อัยการฝรั่งเศสได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์นี้ทันที พร้อมเปิดเผย ว่าวัยรุ่นสาวคนนี้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ได้ส่งข้อความไปให้เพื่อนหลายคนของเธอก่อนจะลงมือฆ่าตัวตาย เพื่อให้เพื่อนๆ ของเธอตั้งใจดูการฆ่าตัวตายของเธอผ่านแอพฯ เพอริสโคป ซึ่งลิงก์การถ่ายทอดสด หรือไลฟ์สตรีมนั้น จะสามารถถูกส่งต่อบนทวิตเตอร์ทางโซเชียลมีเดีย

สถานีรถไฟEgly ทางใต้กรุงปารีสที่เกิดเหตุสลด

แหล่งข่าวในกระบวนการยุติธรรมของฝรั่งเศสเผยว่า หญิงวัยรุ่นคนนี้ได้พูดถึงเรื่องการข่มขืน และกล่าวถึงชื่อของชายที่ล่วงละเมิดทางเพศเธอ ระหว่างการบันทึกวีดิโอด้วย

ข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ฆ่าตัวตายสุดสะเทือนใจนี้ เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟ Egly ทางตอนใต้กรุงปารีส เมื่อวันอังคารที่ 10พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ลิงก์ถ่ายทอดสด ทางฝ่ายทีมงานของแอพฯ เพอริสโคปได้ลบทิ้งทันที แต่คลิปวีดิโอยังคงสามารถปรากฏอยู่บนยูทูบ

ข้อความที่หญิงสาวส่งถึงเพื่อนๆ

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่น เพอริสโคป เป็นแอพฯ บนสมาร์ทโฟนที่ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงผ่านลิงก์ที่ถูกส่งไปยังทวิตเตอร์ ซึ่งได้ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ซื้อแอพฯ ตัวนี้มา ขณะที่ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่เรื่องนี้ถึงหูตำรวจ เพราะมีคนผู้หนึ่งซึ่งดูการถ่ายทอดสดดังกล่าว ได้แจ้งตำรวจให้ทราบว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้น และมีการถ่ายทอดสดบนโลกออนไลน์.