UN วอนโลกช่วยเหลือผู้ลี้ภัย-ยุติแบ่งแยกเชื้อชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618415

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 พ.ค. 2559 02:15

 

(ภาพ: AFP)

นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงผ่านรายงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เสนอชาติสมาชิกสหประชาชาติทั่วโลกร่วมดำเนินการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้อพยพและลี้ภัยหลายร้อยล้านคนในแต่ละประเทศของตน เพื่อหยุดยั้งปัญหาความเกลียดชังเพื่อนมนุษย์และการแบ่งแยกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ผู้คนทั่วโลก

รายงานของสหประชาชาติระบุถึงจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกมีมากกว่า 20 ล้านคน กับผู้พลัดพรากแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนอีกมากกว่า 40 ล้านคน โดยผู้อพยพลี้ภัยมากราว 86 เปอร์เซ็นต์ อาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ตัวเลขผู้ลี้ภัยทั่วโลกมากราว 244 ล้านคน ต้องอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง สหประชาชาติต้องการให้แต่ละประเทศที่แบกรับผู้อพยพหรือลี้ภัยร่วมกันยุติทัศนคติเชิงลบต่อผู้คนเหล่านั้น เนื่องจากสถานการณ์ความเกลียดกลัวคนต่างชาติ หรือที่เรียกว่า Xenophobic และการเหยียดเชื้อชาติเผ่าพันธุ์เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยในหลายประเทศทั่วโลก

แนวทางที่แต่ละประเทศสามารถดำเนินการได้คือ ปรับนโยบาย ปรับการจัดสรรงบประมาณ ปรับเทคนิคและความช่วยเหลือด้านต่างๆแก่ผู้อพยพลี้ภัย ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเรียกร้องให้นานาประเทศปรับแผนดำเนินการให้เป็นเรื่องถาวรเพื่อร่วมแบ่งปันความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์.

ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง! ท่วม 5 เกาะในแปซิฟิกหายจากแผนที่โลกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618372

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 23:10

 

หนึ่งในหกเกาะที่พบว่าถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ของหมู่เกาะโซโลมอน (ภาพ: REUTERS)

ทีมวิจัยออสเตรเลียออกมายืนยัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ต่อชายทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นครั้งแรก โดยระบุว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นได้ท่วมเกาะเล็กๆ 5 แห่ง จนหายไปแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิจัยชาวออสเตรเลียเปิดเผยในวันอังคารว่า การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกาะเล็กๆ 5 แห่งของหมู่เกาะโซโลมอน ในมหาสมุทรแปซิฟิก หายไปจากแผนที่โลกแล้ว ขณะที่มีอีก 6 เกาะถูกน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่ ทำให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกทำลาย

ทีมนักวิจัยชาวออสเตรเลียเปิดเผยผลการศึกษาของพวกเขาลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ‘Environmental Research Letters’ โดยเป็นการตรวจสอบเกาะ 33 แห่งโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายจากดาวเทียม ตั้งแต่ ค.ศ. 1947-2014 รวมกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์และความรู้ท้องถิ่น โดยพวกเขาพบว่า หมู่เกาะโซโลมอนมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นราว 10 ซม.ทุกปี ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ภาพ (a) แสดงการถดถอยของพื้นที่เกาะโซโกมู ระหว่างปี 1947-2014, ภาพ (b) พื้นที่ทางตะวันออกของเกาะโซโกมูที่ถูกน้ำทะเลเอ่อเข้าท่วม ภาพ (c) การถดถอยของเกาะกาเล ระหว่างปี 1947-2014 ก่อนจะหายไปอย่างสมบูรณ์ในปี 2014 (ภาพ: iopscience)

เกาะที่หายไปทั้ง 5 เกาะเป็นเกาะปะการังที่ไม่มีคนอยู่ ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 12 เอเคอร์ (ราว 30 ไร่) ถูกใช้โดยชาวประมงท้องถิ่นเป็นครั้งคราว ขณะที่ เกาะที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะมากที่สุดจาก 6 เกาะที่พวกเขาพบคือ เกาะนูอาตัมบู ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวเกาะ 25 ครอบครัว แต่เกาะสูญเสียพื้นที่ในส่วนที่ไม่มีคนอยู่ไปแล้วครึ่งหนึ่ง และบ้านเรือนถูกทำลายไปแล้ว 11 หลังตั้งแต่ปี 2011

ทีมนักวิจัยระบุว่า นี่เป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรก ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงต่อชายทะเลและผู้คนในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม รายงานวิจัยเน้นย้ำว่า การที่น้ำทะเลเอ่อล้นเข้าท่วมเกาะไม่ได้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเป็นอย่างเดียว พวกเขาพบว่าการถดถอยขอบชายฝั่งเกิดขึ้นมากเป็นพิเศษในพื้นที่ที่เผชิญกับคลื่นแรง ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมในการกัดเซาะชายฝั่ง

ทั้งนี้ ผลการวิจัยเผยด้วยว่า ผู้คนที่ได้รับผลกระทบบางส่วนได้ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยชาวบ้านหลายครอบครัวบนเกาะนูอาตัมบู ได้ย้ายไปอาศัยอยู่บนเกาะภูเขาไฟข้างเคียงที่มีความสูงมากกว่าแล้ว ส่วนคนอื่นๆ ถูกบีบให้ต้องย้ายไปอยู่ที่เกาะนาราโร

ผวาเลย!! จับ 2 ผู้ต้องสงสัยมีแผนโจมตีอิตาลี-ยังตามไล่ล่าอีก 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618315

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 19:45

 

อิตาลีรวบ 2 ผู้ต้องสงสัยชาวอัฟกานิสถาน วางแผนโจมตีอิตาลีและสหราชอาณาจักร ขณะที่ยังตามไล่ล่าผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีอีก 2 เผยผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ติดต่อเกี่ยวข้องกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในอัฟกานิสถานและอิรัก

เมื่อ 10 พฤษภาคม 2559 สำนักข่าว ANSA ของอิตาลีรายงานว่า ทางการอิตาลีได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 คน ที่ได้มีการวางแผนที่จะก่อเหตุโจมตีอิตาลีและสหราชอาณาจักรในวันนี้ (10 พ.ค.) โดยผู้ต้องสงสัย 2 คน ถูกจับกุมตัวที่เมืองบารี ขณะที่อีก 2 คน กำลังอยู่ในระหว่างการหลบหนี

ข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ถือสัญชาติอัฟกานิสถาน และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายก่อการร้ายที่มีความสัมพันธ์กับเครือข่ายในเบลเยียมและฝรั่งเศส โดยทางการอิตาลียังระบุชื่อว่าคือนายฮาคิม นาซารี ผู้ต้องหาคดีการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และนายกูลิซาตาน อาหมัดไซ ผู้ต้องหาคดีลักลอบนำคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 3 คนที่กำลังหลบหนี มี 2 คนซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และคนที่ 3 อาจมีส่วนร่วมในการการลักลอบนำคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ด้านเจ้าหน้าที่สอบสวนอิตาลี ได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและพบภาพเป้าหมายที่มีศักยภาพในการโจมตีก่อการร้าย โดยเป็นห้างสรรพสินค้าในอิตาลีและสหราชอาณาจักร สนามบินเมืองบารี โคลีเซียมและ กีร์กุสมักซิมุส สนามกีฬากลางแจ้งของจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรม รวมทั้งโรงแรมและร้านอาหารในกรุงลอนดอน

‘ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักรบมุสลิมหัวรุนแรงในอิรักและอัฟกานิสถาน’ เครือข่ายผู้ก่อการร้ายได้เผยแพร่อุดมการณ์ความรุนแรงบนอินเทอร์เน็ตเพื่อทำสงครามศักดิ์สิทธิ์และเทคนิคการต่อสู้ รวมถึงคำแนะนำในการทำวัตถุระเบิด” ตำรวจอิตาลีระบุ.

รายได้สูงยั่วใจ อนาคตสดใส คุ้มขนาดไหน? เรียนเป็น ‘นักบิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618232

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 17:56

 

หากย้อนไปสมัยเป็นเด็กเรามักเจอคำถาม ว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร? หรืออาจจะเจอเรียงความที่โรงเรียนเกี่ยวกับอาชีพในฝัน หลายคนคงตอบว่า อยากเป็นหมอ พยาบาล ครู รวมถึงอาชีพที่เรากำลังจะพูดถึง นั่นคือ นักบิน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นักบิน เป็นอาชีพในฝันของทั้งเด็กชายและเด็กหญิงจำนวนมาก รวมไปถึงผู้ที่อยากมีรายได้สูง แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น เรียนหนัก ค่าใช้จ่ายสูง รวมไปถึงการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีสูง ทำให้หลายคนไปไม่ถึงฝัน

เมื่อเร็วๆ นี้ “บริษัทโบอิ้ง” ผู้ผลิตเครื่องบินของอเมริกา พยายามกระตุ้นให้เยาวชนหันมาสนใจอาชีพนักบิน ซึ่งจะเป็นอาชีพที่ต้องการอย่างมากในอีก 20 ปีข้างหน้า จากการขยายตัวของการขนส่งทางอากาศ ทำให้บริษัทการบินหลายแห่งประกาศรับสมัครนักบินเพิ่มขึ้นทุกปี แต่มีข้อจำกัดคือ นักบินเป็นอาชีพที่ต้องใช้เงินลงทุนในการเรียนที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว

บริษัทโบอิ้ง คาดการณ์ว่า ในปี 2034 สายการบินทั่วโลกจะต้องการนักบินเพิ่มขึ้นถึง 500,000 คน โดยเฉพาะทวีปยุโรปจะมีความต้องการสูงถึง 95,000 คน เห็นได้จากการประกาศรับสมัครนักบินของหลายสายการบิน อาทิ EasyJet รับสมัครนักบิน 450 คน และ 400 คน เป็นนักบินที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานหรือไม่มีประสบการณ์ บริติชแอร์เวย์ส รับสมัครนักบินใหม่ 350 คน บรัสเซลส์แอร์ไลน์รับสมัครนักบินจำนวน 45 คน นับเป็นการสนับสนุนคำทำนายข้างต้น

คุ้มไหม? กับเส้นทางกว่าจะมาเป็นกัปตันขับเครื่องบิน

นายเดอนิส์ เปติท์เฟร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนักบิน New CAG ที่เมืองโกสส์ลีย์ ประเทศเบลเยียม กล่าวว่า “เรารู้สึกได้ว่า ความต้องการของนักบินในตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น เขาหวังว่าสภาวะจะดีขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2008 นักบินจบใหม่จำนวนมากไม่สามารถหางานทำได้”

ทำไมอาชีพนักบินจึงมีแรงจูงใจคนหนุ่มสาวเป็นจำนวนมาก?

นายอองเดร่ แบร์เจร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการทางอากาศบริษัทเจ็ตแอร์ฟลาย ทั้งยังเคยเป็นกัปตันขับเครื่องบินโบอิ้ง 787 กล่าวว่า “ผมมีความรู้สึกที่สุดยอดมากในการขับเครื่องบิน” ส่วน นายนิโคลาส์ อับบรามส์ ผู้ชื่นชมการผจญภัย กล่าวว่า “นักบินเป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก และถ้าลูกชายผมอยากจะเป็นนักบิน ผมก็จะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่เลยทีเดียว แต่ในช่วงที่มีวิกฤติเศรษฐกิจ ผมแนะนำให้เขาไปหาเรียนอะไรอย่างอื่นแทนไปก่อน” แม้การเรียนนักบินจะใช้เวลาเรียนไม่นานนักเพียงสามหรือสี่ปีก็สามารถได้รับใบประกาศนียบัตร ขณะที่การเรียนในมหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าปีเพื่อที่จะได้รับเงินเดือนระดับกลาง

นักบิน อาชีพในฝันของใครหลายๆ คน

นักบินที่เพิ่งจบการศึกษาและเริ่มต้นอาชีพสามารถคาดหวังที่จะมีรายได้สุทธิถึง 3,500 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 140,000 บาท) หลังจากทำงานกับสายการบินบรัสเซลส์แอร์ไลน์ หรือเจ็ตแอร์ฟลายเพียงสองสามปี นักบินสายการบินไรอันแอร์มีรายได้ก่อนหักภาษีถึงปีละ 55,000 ยูโรต่อปี (ประมาณ 2,200,000 บาท) หลังจากทำงานได้สามหรือสี่ปี นักบินของสายการบินบรัสเซลส์แอร์ไลน์อาจมีรายได้ก่อนหักภาษีสูงถึง 11,000 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 440,000 บาท) ขณะที่สายการบินไรอันแอร์ระบุว่า รายได้ของกัปตันอาจจะสูงถึง 150,000 ยูโรต่อปี (ประมาณ 6,000,000 บาท) รายได้สุทธิจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษี ขณะที่ นักบินของสายการบินตะวันออกกลางไม่ต้องเสียภาษีรายได้แต่อย่างใด ยิ่งกว่านั้น กัปตันเครื่องบินเมื่อขึ้นบังคับเครื่องบิน เขาจะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในเครื่องบินแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจมากทีเดียว

คาดปี 2034 สายการบินทั่วโลกจะต้องการนักบินเพิ่มขึ้นถึง 500,000 คน

ประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาสำหรับหลายๆ คน คือ ค่าเรียนเพื่อเป็นนักบินแพงมาก เดิมสายการบินหลายแห่งให้ทุนสนับสนุนสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนเพื่อประกอบอาชีพนักบินให้กับบริษัท แต่ระยะหลังจะรับสมัครนักบินที่เรียนจบด้านการบินด้วยทุนของตนเอง มีเพียงโรงเรียนการบิน ENAC ที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ที่ยังคงรับสมัครนักเรียนการบินโดยมีค่าเรียนเพียงปีละ 1,280 ยูโร (ประมาณ 51,200 บาท) แต่คัดเลือกเพียงปีละ 20 กว่าคนจากผู้สมัครจำนวนกว่าพันคนทั่วทวีปยุโรป ส่วนค่าเรียนหลักสูตรนักบินพาณิชย์ในโรงเรียนเอกชนจะอยู่ระหว่าง 80,000-90,000 ยูโร (3,200,000-3,600,000) จนจบหลักสูตร ซึ่งใบอนุญาตนักบินจากโรงเรียนในยุโรปจะสามารถใช้ได้ทุกประเทศสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับใบอนุญาตนักบินแล้ว ยังต้องทำชั่วโมงบินหรือเรียนเพิ่มเติมสำหรับเครื่องบินเฉพาะรุ่นที่จะมีค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 20,000-30,000 ยูโร (ประมาณ 800,000-1,200,000 บาท) สรุปแล้วค่าใช้จ่ายรวมจะตกอยู่ที่ประมาณ 120,000 ยูโร (ประมาณ 4,800,000 บาท) ต่อนักบิน 1 คน

ค่าใช้จ่ายต่อนักบิน 1 คน จะตกอยู่ที่ประมาณ 120,000 ยูโร (ประมาณ 4,800,000 บาท) ต่อนักบิน 1 คน
หลายสายการบินมีกระบวนการรับสมัคร-คัดเลือกนักบินที่แตกต่างกัน

สายการบินไรอันแอร์รับสมัครนักบินจบใหม่ปีละ 750 คน แต่ละคนต้องชำระค่าเริ่มบินกับเครื่องบินรุ่นต่างๆ ที่แตกต่างกัน เช่น การฝึกบินเครื่องบินโบอิ้ง 737 จะต้องเสียค่าใช้จ่าย 29,500 ยูโร (1,180,000) ซึ่งนักบินจบใหม่ยังขาดชั่วโมงบิน ต้องยอมเสียเพื่อเก็บชั่วโมงบิน เพื่อเป็นฐานก้าวกระโดดในการไปทำงานในบริษัทที่ใหญ่ขึ้นและมีรายได้ดีกว่า ซึ่งส่วนใหญ่จะออกจากไรอันแอร์เมื่อชั่วโมงบินครบและย้ายไปทำงานกับสายการบินตะวันออกกลาง หลายสายการบินหักรายได้หรือเก็บเงินบางส่วนจากนักบินจบใหม่เป็นค่าเรียนสะสมชั่วโมงบิน

นักบินจบใหม่บางคนที่ไม่สามารถหางานทำได้ อาจจะต้องยอมจ่ายเงินเพื่อบิน (Pay to Fly) เก็บชั่วโมงเพื่อรักษาสถานะของใบอนุญาตให้สามารถต่ออายุได้ทุกปี ส่วนใหญ่เป็นสายการบินขนาดเล็ก ซึ่งสายการบินขนาดใหญ่หรือโลว์คอสต์ที่มีชื่อเสียงจะไม่ใช้วิธีนี้กับนักบินจบใหม่

นักบินจบใหม่ที่ไม่สามารถหางานทำได้ อาจจะต้องยอมจ่ายเงินเพื่อบิน (Pay to Fly) เก็บชั่วโมงเพื่อรักษาสถานะของใบอนุญาต

ขณะที่ นักบินที่มีประสบการณ์และมีชั่วโมงบินสูงไม่ค่อยจะมีปัญหา เนื่องจากยังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินของประเทศตะวันออกกลางที่เพิ่มเที่ยวบินพิสัยไกลเป็นจำนวนมาก เช่น สายการบินเอมิเรตส์ การ์ตาแอร์เวย์ เอธิฮัด แม้แต่สายการบินไฮนานของจีนที่มารับสมัครนักบินในยุโรป ซึ่งมีรายได้ค่อนข้างดีแต่การดำรงชีวิตไม่ค่อยดีนัก แม้กระนั้น การทำงานเป็นนักบินกับสายการบินประจำชาติในยุโรปส่วนใหญ่แล้วจะมีเงื่อนไขการทำงาน รายได้และการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด อาจจะเริ่มจากการบินพิสัยกลางในระยะเริ่มแรก แล้วจึงเปลี่ยนไปบินพิสัยไกลในภายหลัง

หน้าที่หลักของนักบิน คือ ต้องส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย

นับจากวันนี้บวกไปอีก 20 ปีข้างหน้า คงเป็นยุคของเด็กอีกสมัย หากใครที่กำลังคิดวางแผนจะมีครอบครัว หรือกำลังมีเจ้าตัวน้อยนั้น หวังว่า อาชีพ “นักบิน” จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

เยอรมนีช็อก! ชายคนร้ายใช้มีดไล่แทงคนที่สถานีรถไฟกราฟิง ตาย1เจ็บ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618198

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 15:36

 

สุดระทึก..ชายคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้คนอย่างบ้าคลั่งที่สถานีรถไฟเมืองกราฟิงในเยอรมนี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 คน ก่อนตำรวจจะเข้ารวบตัวไว้ได้ เร่งสอบโยงกลุ่มไอซิสหรือไม่

เมื่อ 10 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ในประเทศเยอรมนี ชายคนร้าย ชาวเยอรมัน ใช้มีดไล่แทงผู้คนที่สถานีรถไฟกราฟิง ทางตะวันอออของเมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย เมื่อช่วงเวลาก่อน 05.00 น. ของเช้าวันที่ 10 พ.ค. 59 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 คน และบาดเจ็บอีก 3 คน ขณะที่ชายคนร้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวทันทีหลังก่อเหตุ และอยู่ระหว่างถูกสอบสวนว่ามีความเป็นไปได้ที่เหตุร้ายครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ‘รัฐอิสลาม’ (ไอซิส ) หรือไม่

พยานที่เห็นเหตุการณ์หลายคน พูดตรงกันว่า ชายคนร้ายได้ตะโกนคำว่า ‘พระเจ้าทรงเป็นผู้ย่ิงใหญ่’ก่อนที่เขาจะใช้มีดไล่แทงผู้คนอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเป็นคำกล่าวที่สมาชิกกลุ่มไอซิสมักใช้คำพูดนี้ก่อนลงมือก่อเหตุร้าย อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุรุนแรง

เจ้าหน้าที่เยอรมนีเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุสลด

ด้านนายกเทศมนตรีเมืองกราฟิง กล่าวกับสื่อท้องถิ่นในเยอรมนีว่า ชายต้องสงสัยก่อเหตุร้ายแรงที่สถานีรถไฟกราฟิงเป็นชาวเยอรมัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดกั้นบริเวณชานชาลา ของสถานีรถไฟ จึงทำให้รถไฟโดยสารต้องล่าช้ากว่ากำหนด.

แกนนำไอซิสในอิรัก ไม่รอด! โดนกองกำลังพันธมิตร ล็อกเป้าโจมตีปลิดชีพแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618117

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 13:53

 

กองกำลังชาติพันธมิตรโจมตีทางอากาศ เด็ดชีพ ‘อาบู วาฮีบ’ แกนนำ ดาวรุ่งพุ่งแรง กลุ่มไอซิสใน จ.อันบาร์ ของอิรักสำเร็จแล้ว ล็อกเป้าถล่ม ขณะนั่งอยู่ในรถยนต์คันหนึ่ง จนดับอนาถ พร้อมกับสมาชิกไอซิสอีก 3 ราย

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน นายปีเตอร์ คุ้ก โฆษกประจำกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายอาบู วาฮีบ ผู้นำกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิสในจังหวัดอันบาร์ ของอิรัก ถูกเด็ดชีพแล้ว หลังจากเขาถูกกองกำลังชาติพันธมิตร ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ขณะกำลังเดินทาง โดยนั่งอยู่ในรถยนต์คันหนึ่ง ใกล้เมืองรัตบา จังหวัดอันบาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ยังมีสมาชิกกลุ่มไอซิสอีก 3 คนเสียชีวิตจากการถูกโจมตีในคราวนี้ด้วย

โฆษกเพนตากอน เปิดเผยด้วยว่า นายอาบู วาฮีบ หรือมีอีกชื่อว่า ชาคีร์ วาฮีบ ถือเป็นแกนนำ ‘ดาวรุ่งพุ่งแรง’ ของกลุ่มไอซิส และจัดเป็นผู้นำ ‘อันตราย’ คนหนึ่งของไอซิสที่เคลื่อนไหวอยู่ในอิรักและซีเรียในเวลานี้ โดยก่อนหน้านี้ นายวาฮีบ ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ปกครองของกลุ่มไอซิส ในจังหวัดอันบาร์ เคยเป็นอดีตสมาชิกของกลุ่มก่อการร้ายอัลเควดาในอิรักมาก่อน และได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อมาเข้ากับกลุ่มไอซิส หลังจากกลุ่มอัลเควดาไม่แข็งแกร่งเท่าเดิม อีกทั้งก่อนหน้านี้ ยังเคยมีข่าวไม่ถูกต้องออกมาหลายครั้งแล้วว่า นายวาฮีบถูกสังหารแล้ว

ตามประวัติ นายวาฮีบ เกิดเมื่อปี 2529 เคยเป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และถูกจับตาในฐานะ แกนนำดาวรุ่งของกลุ่มไอซิส โดยนายวาฮีบเคยถูกกองกำลังสหรัฐฯ ในอิรักจับกุมและตัดสินลงโทษประหารชีวิต แต่เขาสามารถแหกคุก หลบหนีออกมาได้ในปี 2555 กระทั่งมาพบจุดจบในที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ฝรั่งเศสสร้าง ‘แฟนโซน’ หน้าหอไอเฟล รับแฟนบอลชม ‘ยูโร 2016’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617918

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: REUTERS)

ประเทศฝรั่งเศสดำเนินการสร้าง แฟนโซน ที่หน้าหอไอเฟลในกรุงปารีส สำหรับรองรับแฟนฟุตบอลที่จะเดินทางไปชมการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางแอนน์ ฮิดัลโก นายกเทศมนตรีกรุงปารีสแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคมว่า การจัดเตรียมพื้นที่แฟนโซนสำหรับชมฟุตบอลยูโร 2016 บนพื้นที่ขนาด 130,000 ตารางเมตร ใกล้กับหอไอเฟลชื่อว่า “แฟน-โซน ตูร์ ไอเฟล” (Fan-zone Tour Eiffel) สำหรับต้อนรับแฟนบอลระหว่างวันที่ 9 มิถุนายนถึง 10 กรกฎาคม

แฟน-โซน ตูร์ ไอเฟล มีพื้นที่ขนาด 130,000 ตารางเมตร หรือเท่ากับสนามฟุตบอล 30 สนาม เพื่อการเฉลิมฉลองฟุตบอลยูโร 2016 บริเวณชองป์เดอมารส์ ที่สามารถรองรับแฟนบอลได้พร้อมกันจำนวน 120,000 คนในคืนที่มีแมตช์การแข่งขัน โดยจะเปิดในเวลาเที่ยงวันถึงเที่ยงคืนระหว่างวันที่ 10-27 มิถุนายน และเปิดตั้งแต่ 16.00 น. ถึงเที่ยงคืน ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม

บริษัท ลาการ์แดร์ สปอร์ต เป็นผู้รับบริหารจัดการโดยมีค่าลิขสิทธิ์ 150,000 ยูโรกับส่วนหนึ่งของรายได้ ด้านความกังวลต่อปัญหาการก่อการร้าย นางฮิดัลโก นายกเทศมนตรีกรุงปารีส ยืนยันว่า “แฟนโซนกรุงปารีสต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สูงสุดตามมาตรฐานปัจจุบัน มีการปิดกั้นพื้นที่อย่างเด็ดขาด ทางเข้าและทางออกจะมีบริเวณตรวจตราที่มีการตรวจสอบถึงสองชั้นด้วยกัน”

การตรวจสอบโดยลูบคลำ กลั่นกรอง ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ และทีมสุนัขดมกลิ่น มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวน 400 คน ไม่รวมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ทำหน้าที่ตรวจตราโดยรอบพื้นที่

นอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 40 ตัว การถ่ายทอดสดโดยทีวีจอยักษ์ขนาด 420 ตารางเมตร หน้าหอไอเฟล และมีอีกจำนวน 8 จอ ตามมุมโดยรอบหอไอเฟล มีพื้นที่สำหรับให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น 7 แห่ง จากโรงเรียนนายร้อยทหาร พื้นที่พักผ่อนพร้อมเก้าอี้ผ้าใบ ร่มกันแดด คาราโอเกะขนาดใหญ่ “Opéra Comique” ในวันที่ 18 มิถุนายน เวลาเที่ยงวันเป็นต้นไป มีร้านอาหารจานด่วนและร้านอาหารหรูระดับดาวมิชลิน

ตลอดพื้นที่มีบริการไวไฟ อุปกรณ์ของใช้ทุกอย่างคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีการใช้ อีโคคัพ (ecocups) และทำการคัดแยกขยะ วัสดุทุกอย่าง ในวันที่ไม่มีการแข่งขันก็จะมีคอนเสิร์ต โดยพิธีเปิดในวันที่ 9 มิถุนายนจะมี ดีเจเดวิด เกตต้า เข้าชมฟรี นอกจากนั้น ในวันที่ 28 มิถุนายน จะมีวงร็อกอังกฤษ Muse มาแสดงเป็นคอนเสิร์ตแบบเสียค่าเข้าชม

ฐานข้อมูล ‘เอกสารปานามา’ ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617910

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 03:40

 

(ภาพ: AFP)

เครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ เผยแพร่ฐานข้อมูล เอกสารปานามา ซึ่งแฉการซุกเงิน และเลี่ยงภาษีของคนรวยหลายร้อยคนลงบนโลกออนไลน์แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘เอกสารปานามา’ ซึ่งเป็นไฟล์เอกสารจำนวน 11.5 ล้านฉบับ ขนาด 2.6 เทราไบต์ ครอบคลุมข้อมูลระยะเวลากว่า 40 ปี ของบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา เปิดเผยวิธีการที่ผู้นำประเทศ นักการเมือง และคนที่มีชื่อเสียงจำนวนมากทั่วโลก ใช้บริษัทนี้เพื่อเลี่ยงภาษีและการคว่ำบาตร ขณะนี้กำลังถูกตรวจสอบโดยเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ไอซีไอเจ) ถูกนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์แล้ว

ฐานข้อมูลของ เอกสารปานามา สามารถเขาถึงได้ผ่านเว็บไซต์ ‘offshoreleaks.icij.org.’ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันจันทร์ ตามเวลามาตรฐานสากล หรือ 01.00 น. วันอังคารตามเวลาไทย โดย ไอซีไอเจ ระบุว่า ฐานข้อมูลที่เปิดเผยออกมานั้นจะไม่ใช่ลักษณะการเทข้อมูลลงในอินเทอร์เน็ตเหมือนที่เว็บไซต์ ‘วิกิลีกส์’ ทำ แต่ฐานข้อมูลนี้จะไม่รวมบันทึกบัญชีธนาคาร ธุรกรรมทางการเงิน อีเมล การติดต่อทางจดหมายอื่นๆ หนังสือเดินทาง และเบอร์โทรศัพท์ “ข้อมูลที่ถูกจำกัดและได้รับการคัดเลือกแล้วกำลังถูกเผยแพร่เพื่อสาธารณประโยชน์” ไอซีไอเจ ระบุ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของไอซีไอเจ เกิดขึ้นหลังจาก มอสแซค ฟอนเซกา ออกเอกสารขอให้ ไอซีไอเจ ระงับการเผยแพร่เอกสารปานามาสู่สาธารณะ เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่แหล่งข่าวผู้มอบข้อมูลเอกสารปานามาให้สำนักข่าว ซุดดอยช์ ไซตุง ของเยอรมนี มีแถลงการณ์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า จอห์น โด (John Doe) และยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นสายลับของใคร

อนึ่ง เอกสารปานามา เปิดเผยให้เห็นทรัพย์สินที่ถูกซุกซ่อนไว้ของนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้นำประเทศทั้งอดีตและปัจจุบันจำนวนหลายร้อยคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าดาราคนดังและนักกีฬาชื่อดัง ทั้งยังมีรายชื่อบริษัทนอกอาณาเขต มูลนิธิ และบริษัทจัดการทรัพย์สินที่ก่อตั้งขึ้นในดินแดนที่ถูกใช้เป็นสถานที่เพื่อเลี่ยงภาษีกว่า 20 จุดทั่วโลก

รวยเละ! มะกันรายเดียว ถูกหวย ‘เพาเวอร์บอล’ 429 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617879

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ค. 2559 02:50

 

(ภาพ: AP)

สำนักงานลอตเตอรี่รัฐนิวเจอร์ซีเผยเมื่อ 9 พ.ค.ว่า ผลการออกรางวัลลอตเตอรี่ “เพาเวอร์บอล” ของสหรัฐฯ เมื่อ 7 พ.ค. ซึ่งตัวเลขที่ออกคือ 5-25- 26-44-66 มีรางวัลสะสมถึง 429.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 15,000 ล้านบาท) สูงเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ถัดจากรางวัลสูงสุด 1,600ล้านเหรียญฯ (ราว 56,000 ล้านบาท) เมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้

โดยรางวัลงวด 7 พ.ค. ยังไม่มีผู้แสดงตัวรับรางวัล แต่รู้แล้วว่าตั๋วที่ถูกรางวัลมีใบเดียว ถูกซื้อที่ร้าน “เซเว่น-อิเลฟเว่น” ในเมืองเทรนตัน เมืองเอกของรัฐนิวเจอร์ซี ซึ่งผู้ซื้ออาจเป็นคนเดียวหรือกลุ่ม จะได้รับเงินรางวัลหลังหักภาษีถึง 284 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 9,940 ล้านบาท) และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้พิชิตรางวัลเพาเวอร์บอลในนิวเจอร์ซี โดยในปี 2556 มีผู้ถูกรางวัลรายเดียว มูลค่า 383 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯมาแล้ว.

ตะลึง! บิน ‘เดลตา’ ตกหลุมอากาศ ทำฝาครอบเครื่องยนต์หลุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617903

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 02:20

 

(ภาพ: WTVF)

เครื่องบินโดยสารของสายการบิน เดลตา แอร์ไลน์ส ต้องลงจอดฉุกเฉินในรัฐเทนเนสซี หลังจากเผชิญหลุมอากาศ จนฝาครอบเครื่องยนต์หมายเลข 1 หลุด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 717 เที่ยวบิน 762 ของสายการบิน ‘เดลตา แอร์ไลน์ส’ ซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองแอตแลนตา ไปยังเมืองชิคาโก ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติ แนชวิลล์ ในรัฐเทนเนสซี หลังจากเครื่องบินลำนี้เผชิญหลุมอากาศ จนแผ่นโลหะครอบเครื่องยนต์ด้านขวาหลุดออก

ตามการเปิดเผยของสำนักข่าว WTVF เครื่องบินลำนี้เผชิญกับหลุมอากาศเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 พ.ค.) ที่ความสูงประมาณ 28,000 ฟุต โดยดูเหมือนว่าฝาครอบเครื่องยนต์ที่หลุดออกจะไปชนกับส่วนลำตัวของเครื่องบินด้วย ทำให้นักบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองแนชวิลล์

ด้าน เดลตา แอร์ไลน์ส เผยว่า เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย และสามารถเชื่อมต่อกับทางออกได้ตามปกติ โดยผู้โดยสารทั้ง 109 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ และพวกเขาจะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะความปลอดภัยของลูกค้าและลูกจ้างคือสิ่งสำคัญอันดับแรกของพวกเขา