‘อเดล’ อันดับทรัพย์สินพุ่ง-‘เจนนิเฟอร์ อนิสตัน’ แชมป์หญิงสวยสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609295

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2559 04:30

 

อเดล และ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน

เมื่อ 20 เม.ย. “พีเพิล” นิตยสารรายสัปดาห์ชื่อดังในสหรัฐฯ ยกให้เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ดาราฮอลลีวูด วัย 47 ปี ที่โด่งดังจากละครซิตคอม ทางโทรทัศน์ “เฟรนด์” ให้เป็นผู้หญิงสวยที่สุดในโลกประจำปีนี้ หลังจากเคยได้รับยกย่องจากพีเพิลว่าสวยที่สุดในโลกมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2547 และถือเป็นหนึ่งในดาราสาวรุ่นใหญ่ที่ถูกพีเพิลจัดว่าสวยที่สุดในโลก รวมทั้งซานดรา บุลล็อค วัย 51 ปี ซึ่งเป็นแชมป์เมื่อปีที่แล้ว

อนิสตันเพิ่งแต่งงานกับผู้กำกับและพระเอกหนุ่ม จัสติน ธีโรซ์ วัย 44 ปี เมื่อปี 2558 หลังแยกทางกับพระเอกหนุ่มหล่อ แบรด พิตต์ ก่อนที่พิตต์จะไปแต่งงานกับแองเจลีนา โจลี เธอเผยว่าประหลาดใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ข่าวพีเพิลยกให้เป็นผู้หญิงสวยที่สุดในโลก

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์ “ซันเดย์ ไทม์ส” จัดอันดับนักร้องนักดนตรีที่ร่ำรวยที่สุดในอังกฤษและไอร์แลนด์ 50 อันดับ ประจำปีนี้ โดยเซอร์ พอล แม็คคาร์ทนีย์ ครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ร่วมกับแนนซี เชเวลล์ มีทรัพย์สิน 760 ล้านปอนด์ ขณะที่ “อเดล” นักร้องสาววัย 27 ปี ติดอันดับ 30 มีทรัพย์สินเพิ่ม 35 ล้านปอนด์ เป็น 85 ล้านปอนด์ หลังออกอัลบั้ม “25” เมื่อ พ.ย.2558 เธอยังครองอันดับนักร้องนักดนตรีอายุต่ำกว่า 30 ปีที่รวยที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วย.

เอกวาดอร์ขอเงินประชาชน ช่วยค่าฟื้นฟูแผ่นดินไหว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609294

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2559 03:50

 

(ภาพ: REUTERS)

จากกรณีโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวเอกวาดอร์ 7.8 แมกนิจูด วันที่ 17 เม.ย. ที่สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเหลือคณานับ คิดมูลค่าการฟื้นฟูอาจสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 105,000 ล้านบาทนั้น เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายราฟาเอล คอร์เรีย ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ได้ออกแถลงการณ์ถึงแผนรับมือค่าใช้จ่ายมูลค่ามหาศาล ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีเพิ่ม และการเก็บเงินจากประชาชนผู้มีรายได้

ทั้งนี้ นายคอร์เรีย ที่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมช่วยแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย ในจังหวัดเอสเมอรัลดาส ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ด้วยเหตุที่ค่าฟื้นฟูประเทศมีมูลค่าสูงมาก ทางรัฐบาลจึงมีแผนการที่จะจัดเก็บภาษีเพิ่ม จาก 12 เปอร์เซ็นต์ เป็น 14 เปอร์เซ็นต์ เป็นระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเก็บเงินประชาชนผู้มีรายได้ โดยผู้มีรายได้ 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือน จะต้องให้เงินช่วยเหลือราว 33 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่ากับรายได้ใน 1 วัน

ผู้มีรายได้ 2,000 ดอลลาร์ต่อเดือน จะต้องให้เงินช่วยเหลือราว 66 ดอลลาร์ เป็นเวลา 2 เดือน หรือรวมแล้ว 132 ดอลลาร์ ส่วนผู้มีรายได้ 5,000 ดอลลาร์ต่อเดือน จะต้องช่วยเหลือราว 166 ดอลลาร์ เป็นเวลา 5 เดือน หรือรวมแล้ว 830 ดอลลาร์ ขณะที่ผู้มีทรัพย์สินรวมมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ จะต้องช่วยเหลือเงินจำนวน 0.9 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สิน อย่างมี 1 ล้านดอลลาร์ ก็ต้องช่วย 9,000 ดอลลาร์ มี 2 ล้านดอลลาร์ ช่วย 18,000 ดอลลาร์ แต่จ่ายครั้งเดียวจบ นอกจากนี้ ทางการเตรียมที่จะขายทรัพย์สินของรัฐบางส่วน เพื่อนำมาเจือจุนด้วย

เจ้าหน้าที่ยังคงค้นหาผู้เคราะห์ร้ายที่อาจถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง (ภาพ: REUTERS)

สำหรับความคืบหน้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางการเปิดเผยว่าโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตเริ่มน้อยลงไปทุกขณะ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 525 คน และอาจเพิ่มขึ้น บาดเจ็บ 5,737 คน สูญหายอย่างน้อย 163 คน แต่มิได้ชี้แจงการเปิดเผยของกระทรวงมหาดไทยเอกวาดอร์ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่าอาจมีผู้สูญหายมากถึง 1,700 คน

วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่ากระทรวงการต่างประเทศอนุมัติเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือแก่รัฐบาลสาธารณรัฐเอกวาดอร์ จำนวน 1 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาท เพื่อบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย โดยจะมอบหมายให้เอกอัครราชทูตกรุงลิมา เปรู ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมสาธารณรัฐเอกวาดอร์ เป็นผู้แทนในการมอบเงินบริจาคให้ผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐเอกวาดอร์ต่อไป.

สลด! ทางจักรยานในริโอ เด จาเนโร ถล่ม นักปั่นร่วงดับ 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609299

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2559 03:10

 

(ภาพ: AP)

ทางยกระดับสำหรับจักรยานริมชายทะเลในนครริโอ เด จาเนโร ของบราซิล พังถล่มเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และสูญหายอีก 3 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุทางยกระดับสำหรับจักรยาน เลียบถนนริมผาติดชายทะเลสายหนึ่งในนคร ริโอ เด จาเนโร ในประเทศบราซิล ซึ่งมีความสูงถึง 50 เมตร พังถล่มในช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ 21 เม.ย. โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีผู้เคราะห์ร้าย 5 คนตกลงไปยังทะเลเบื้องล่าง โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และเจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหาย

ทางส่วนหนึ่งพังถล่ม ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่บราซิลกำลังค้นหาผู้เคราะห์ร้ายที่ตกลงไปในทะเล (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ทางยกระดับสำหรับจักรยานเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นตามแผนเชื่อมเส้นทางจักรยานบริเวณชายฝั่งเมืองริโอ เด จาเนโร เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการแข่งขันมหกรรมกีฬา โอลิมปิก 2016 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทางสายที่เกิดเหตุเปิดใช้งานเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณในการสร้างราว 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ไม่มีแผนใช้ทางเส้นนี้สำหรับแข่งขันกีฬาใดๆ

พยานผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งชื่อว่า ดาเมียโอ ปินเฮโร บอกกับหนังสือพิมพ์ ‘O Globo’ ว่า “คลื่นทะเลหลายลูกมีขนาดใหญ่ ผู้คนหยุดบนทางจักรยานเส้นนั้นเพื่อถ่ายรูปคลื่น ก่อนที่คลื่นลูกใหญ่ที่สุดจะพัดมา มันยกทางจักรยานขึ้นจากนั้นส่วนหนึ่งของสะพานก็หลุดออก ผมเห็นผู้คนตกลงไป มันน่าเศร้าจริงๆ” ด้านเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสาเหตุที่ทำให้ทางจักรยานสายนี้ถล่ม

ทะเลมีคลื่นขนาดใหญ่ (ภาพ: AP)

คาดสารรั่วทำโรงงานเม็กซิโกระเบิด-ยอดตายพุ่ง 13 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609229

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2559 23:20

 

(ภาพ: AFP)

เหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ ในเมืองทางใต้ของเม็กซิโกเมื่อวันพุธ ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย โดยสาเหตุระเบิดคาดว่าเกิดจากการรั่วไหลของสารติดไฟได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ (Pemex) ในเมืองท่า โกอัตซาโกอัลกอส ในรัฐเวรากรูซ ทางใต้ของประเทศเม็กซิโก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 13 รายแล้ว ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ยังมีผู้ที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลอีกหลายสิบคน

นายลูอิส เฟลิเป ปูเอนเต หัวหน้าศูนย์บริการฉุกเฉิน (emergency services) ของเม็กซิโก เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ในวันพฤหัสบดีว่า พวกเขาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดแล้ว และน่าเสียดายที่จำนวนผู้เสียชีวิตจนถึงตอนนี้อยู่ที่ 13 คนแล้ว เพิ่มจากรายงานเมื่อวันพุธที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 3 คน

ด้านนายโฮเซ กอนซาเลส อานายา ผู้อำนวยการของบริษัท พีเม็กซ์ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ทางวิทยุว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 136 คน ในจำนวนนี้มีผู้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 13 คน และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว 48 คน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิดครั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน แต่นายกอนซาเลสเผยว่า หลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่ามีการรั่วไหลของสารประกอบที่สามารถติดไฟได้ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการรั่วไหลเกิดขึ้นได้อย่างไร

สามารถมองเห็นควันไฟได้ในระยะไกล (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมี เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงระเบิดสามารถรู้สึกได้แม้ห่างออกไปถึง 10 กม. ทำให้เกิดไฟลุกไหม้รุนแรง ส่งควันดำหนาทึบลอยปกคลุมท้องฟ้า ก่อนเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ขณะที่ทางการสั่งให้ผู้ที่อาศัยใกล้กับโรงงานนับพันคนอพยพออกจากพื้นที่ และประกาศเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ในที่ร่มเพื่อหลบควันไฟซึ่งอาจมีพิษ

อย่างไรก็ตาม ควันไฟสลายตัวอย่างรวดเร็ว และบริษัท พีเม็กซ์ ประกาศในวันพฤหัสบดีว่า ไม่พบว่ามีอันตรายจากควันไฟอีกแล้ว.

สหรัฐฯผงะ! เจออุโมงค์ลับ ยาวเกือบกิโลฯ ลอบส่งยาข้ามชายแดนจากเม็กซิโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609119

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2559 18:20

 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯตะลึงอีก เจออุโมงค์ลับ ลึกลงไปใต้ดินถึง 14 ม. ยาว 800 ม.ในเมืองซานดิเอโก ใช้เป็นเส้นทางลักลอบส่งยาเสพติดข้ามชายแดนจากเม็กซิโกเข้ามาในสหรัฐฯ พร้อมกับยึดโคเคนได้มหาศาล มากกว่า 1 ตัน และกัญชาอีกเกือบ 7 ตัน

เมื่อ 21 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่ในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯต้องตะลึง พบอุโมงค์ส่งยาเสพติดลอดชายแดนระหว่างเม็กซิโกมายังสหรัฐฯ ความยาวถึง 800 เมตร เมื่อ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา จนนับเป็นหนึ่งในอุโมงค์ที่ยาวที่สุดสำหรับใช้เป็นเส้นทางลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในสหรัฐฯเท่าที่เคยพบมาเลยทีเดียว

ลอรา ดัฟฟีย์ อัยการแขวงแคลิฟอร์เนียใต้ แถลงข่าวการค้นพบอุโมงค์ส่งยาเสพติดว่า นอกจากจะมีการค้นพบอุโมงค์แล้ว ยังสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน และยึดของกลางยาเสพติดปริมาณมหาศาล ประกอบด้วย โคเคน ประมาณ 1,016 กก. และกัญชาอีกเกือบ 7 ตัน จนถือเป็นการยึดโคเคนปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยยึดได้ภายในครั้งเดียวอีกด้วย

บีบีซี แจ้งว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯได้พบอุโมงค์ส่งยาเสพติดแห่งนี้ ซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองติฮัวนา ชายแดนเม็กซิโก โดยอุโมงค์ถูกขุดลึกลงไปจากผิวดินถึง 14 เมตร และมีการขึ้นลงโดยใช้บันได ส่วนปากอุโมงค์ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ถังที่มีขนาดใหญ่เท่ากับขนาดรถเทรลเลอร์หรือรถพ่วง จึงทำให้แก๊งค้ายาเสพติดสามารถใช้เป็นเส้นทางลักลอบส่งยาเสพติดได้ในปริมาณมาก

อุโมงค์ส่งยาเสพติดจากชายแดนเม็กซิโก มายังเมืองซานดิเอโก

อัยการแขวงแคลิฟอร์เนียใต้ แถลงว่า แก๊งค้ายาเสพติดได้นำยาเสพติดจำนวนมากขึ้นใส่ท้ายรถบรรทุก จากนั้น ก็ขับไปยังอีกที่หนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถบรรทุกต้องสงสัยคันหนึ่ง ที่ได้ยกถังขนาดใหญ่ขึ้นรถ และขับไปยังบริเวณตอนกลางของเมืองซานดิเอโก ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไปทางเหนือประมาณ 40 กม. ขณะที่มีพยานเห็นว่าสินค้าถูกบรรจุอยู่ในกล่อง จึงนำไปสู่การสกัดรถบรรทุกต้องสงสัยคันนี้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบึดยาเสพติดปริมาณมหาศาล และผู้ต้องสงสัย 3 คน

ทั้งนี้ บีบีซี แจ้งว่า การพบอุโมงค์ลับ ส่งยาเสพติดตามแนวชายแดนของรัฐแคลิฟอร์เนียติดกับชายแดนเม็กซิโกในครั้งนี้ นับเป็นอุโมงค์แห่งที่ 13 แล้ว นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา

มิตซูฯเครียด! รบ.ญี่ปุ่นเอาจริง ส่งจนท.บุกค้นโรงงาน ตกแต่งตัวเลขรถกว่า6แสนคัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/609030

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2559 16:20

 

ทางการญี่ปุ่นส่งเจ้าหน้าที่บุกค้นโรงงานมิตซูฯทันที หลังยอมรับมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอัตราบริโภคเชื้อเพลิงของรถกว่า 6 แสนคันเพื่อให้ดูดี ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นขีดเส้นตายให้ บ.มิตซูฯ ส่งรายงานข้อมูลแท้จริงภายใน 27 เม.ย.ด้านนักวิเคราะห์ยานยนต์ชี้งานนี้ บ.มิตซูฯอาจต้องจ่ายเงินกว่าหมื่นล้าน
เมื่อ 21 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นบุกบริษัทมิตซูบิชิ มอตอร์ส ที่เมืองโอกาซากิ หลังจากคณะผู้บริหารบริษัทมิตซูบิชิ ได้สร้างความตกตะลึง ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนเมื่อ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยยอมรับผิดว่า พนักงานของบริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขข้อมูลอัตราบริโภคเชื้อเพลิง (Fuel Economy Data) ของรถยนต์กว่า 600,000 คัน ที่จำหน่ายในประเทศ

โฆษกรัฐบาล กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังปฏิบัติต่อเหตุการณ์ของบริษัทมิตซูบิชิในครั้งนี้ เป็นเรื่องซีเรียสจริงจังมาก และได้มีคำสั่งขีดเส้นตายให้ทางบริษัทมิตซูบิชิส่งรายงานข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผลการทดสอบอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่แท้จริงของรถยนต์เหล่านี้ ให้แก่ทางการภายในวันที่ 27 เม.ย.ที่จะถึง

นายเท็ดสึโระ ไอคาวะ ประธานบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส สีหน้าเครียดระหว่างการแถลงขอโทษ

นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชี้ว่า ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เจ้าหน้าที่พบในการบุกค้น และรายงานจากบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถ

ด้านนายอาคิระ คิชิโมโตะ นักวิเคราะห์ด้านยานยนตร์ของเจพี มอร์แกน เปิดเผยกับนักข่าวรอยเตอร์ว่า เขาคาดว่า ความผิดในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมิตซูบิชิ ต้องเสียเงินมหาศาลกว่า 50,000 ล้านเยน หรือประมาณ 450 ล้านดอลลาร์ (ราว 15,750 ล้านบาท) รวมถึงการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกค้า, ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ ตลอดจน เงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่บริษัทนิสสัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 เม.ย.59 คณะผู้บริหารบริษัทมิตซูบิชิ นำโดยนายเท็ดสึโระ ไอคาวะ ประธานบริษัทได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนที่มีพนักงานกลุ่มหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงค่าความดันลมยาง เพื่อให้อัตราค่าบริโภคเชื้อเพลิงของรถยนต์กว่า 600,000 คันให้ตัวเลขดีว่าความเป็นจริง โดยในจำนวนรถยนต์กว่า 600,000 คัน นี้ บริษัทมิตซูบิชิ ผลิตให้บริษัทนิสสัน รุ่นต่างๆ จำนวน 468,000 คัน และเป็นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ เอง 157,000 คัน ซึ่งผลจากเรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทมิตซูบิชิร่วงหนักทันทีถึง 15%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

งานเข้า! ‘มิตซูบิชิ’ ยอมรับผิด โกงผลทดสอบวัดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง

สุดประทับใจ! ภาพพระราชทาน วันเฉลิมพระชนมพรรษา ควีนเอลิซาเบธ 90 พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/608905

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2559 13:00

 

วังบังกิงแฮมเผยแพร่ภาพพระราชทานที่สร้างความปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวอังกฤษและชาวโลก เนื่องในวโรกาสควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา ด้านนายกฯ เดวิด คาเมรอนจัดทำวิดีโอถวายพระพร ยกย่องสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นพระประมุขที่แข็งแกร่งประดุจหินผาของประเทศชาติ
เมื่อ 21 เม.ย.สำนักพระราชวังบังกิงแฮมเผยแพร่ภาพพระราชทานเนื่องในวโรกาส สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันนี้ ( 21 เมษายน 2559 ) ประกอบด้วย พระบรมสาทิสลักษณ์(ภาพวาด)ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ขณะทรงประทับรายล้อมด้วยพระราชนัดดา 7 พระองค์ รวมทั้งเจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระโอรสและพระธิดาในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ซึ่งยังทรงพระเยาว์ ภายในห้องวาดภาพสีเขียว ที่ปราสาทวินด์เซอร์ (พระบรมสาทิสลักษณ์นี้วาดจากพระบรมฉายาลักษณ์นี้ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพเซเลบคนดัง แอนนี ไลโบวิตซ์

นอกจากนั้น ยังมีการเผยแพร่ภาพพระราชทานอีก 2 ภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงยืนอยู่กับสุนัขทรงเลี้ยงแสนรักของพระองค์ทั้ง 4 ตัว บนขั้นบันไดภายในปราสาทวินด์เซอร์ และอีกภาพ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงประทับอยู่กับเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี พระราชธิดาพระองค์เดียวของพระองค์ ในห้องวาดภาพสีขาว ของปราสาทวินด์เซอร์

ภาพพระราชทาน: สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 กับพระราชปนัดดา(เหลน) 7 พระองค์

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่านายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ ได้จัดทำวิดีโอ ถวายพระพร เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ครบ 90 พรรษา โดยข้อความสำคัญตอนหนึ่งนั้น นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้กล่าวยกย่องสดุดีสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 องค์พระประมุขของประเทศว่า ‘ทรงมีความมั่นคงแน่วแน่’ ประดุจหินผาที่แข็งแกร่งของประเทศชาติและเครือจักรภพอังกฤษ

ภาพพระราชทาน : ควีนเอลิซาเบธที่ 2ทรงประทับเคียงข้างกับเจ้าหญิงแอนน์ พระราชธิดาพระองค์เดียวของพระองค์

ภาพพระราชทาน: สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงยืนอยู่กับสุนัขทรงเลี้ยงแสนรัก 4 ตัว

บีบีซี สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ในอังกฤษยังรายงานด้วยว่า ช่วงเที่ยงของวันที่ 21 เมษายน 59 (ตามเวลาท้องถิ่น) จะมีการยิงปืนสลุต สดุดีแด่ควีนเอลิซาเบธ พร้อมกันนั้น นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน จะเป็นผู้นำคณะรัฐบาลในการถวายพรแด่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดแห่งราชวงศ์อังกฤษ.

ระเบิดตูมสนั่น! โรงกลั่นน้ำมันเม็กซิโก ไฟไหม้ ควันดำทะมึน ตายเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/608837

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2559 11:18

 

โรงงานปิโตรเคมี ภายในโรงกลั่นน้ำมันของเม็กซิโก เกิดระเบิด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง และควันดำทะมึนพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนในพื้นที่ใกล้เคียง และสั่งปิดโรงเรียนทันที เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 บาดเจ็บกว่าร้อย
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสุดระทึก โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ (Pemex) ที่เมืองท่า Coatzacoalcos ในรัฐเวราครูซ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก เกิดระเบิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรงและควันดำทะมึนลอยสู่ท้องฟ้าอย่างน่ากลัว เมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 20 เม.ย.59 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย บาดเจ็บกว่า 105 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานโรงงาน 58 คน ขณะที่ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่งทันที

บริษัทพีเม็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจในประเทศเม็กซิโก ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุระเบิดว่าเกิดจากบริษัทเม็กซีเคม (Mexichem) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทพีเม็กซ์ และมีโรงงานอยู่ในบริเวณใกล้กัน ได้เกิดระเบิดขึ้น โดยโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานผลิตสารเคมีไวนิลคลอไรด์ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายสำหรับใช้ในการผลิตท่อพีวีซีและอื่นๆ

ควันดำทะมึนจากโรงกลั่นน้ำมันบริษัทพีเม็กซ์

ด้านผู้ว่าการรัฐเวราครูซ กล่าวผ่านสถานีวิทยุแห่งหนึ่งในเม็กซิโกว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น และรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของการระเบิดในรัศมีที่ห่างจากโรงกลั่นน้ำมันพีเม็กซ์ไปไกลนับ 10 กิโลเมตร โดยหลังเกิดเหตุ ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนให้อยู่แต่ภายในอาคารบ้านเรือน เพราะอาจมีก๊าซพิษรั่วไหลออกมาจากโรงงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน

ทางการสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทันที หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่นน้ำมันบริษัทพีเม็กซ์

ศาลชี้ชัด! นอร์เวย์ขังเดี่ยวละเมิดสิทธิมนุษยชน ‘เบรวิค’ มือกราดยิง 77 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/608720

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2559 05:50

 

อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิค (ภาพ: AP)

อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิค ผู้ก่อเหตุกราดยิงสังหารผู้คนถึง 77 ราย เมื่อปี 2011 ชนะคดีที่เขาฟ้องร้องสำนักงานราชทัณฑ์ของนอร์เวย์ ว่าคุมขังเขาอย่างละเมิดสิทธิมนุษยชน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 20 เม.ย. ผู้พิพากษา เฮเลน อันเดอเนส เซคูลิค มีคำตัดสินว่า สำนักงานราชทัณฑ์นอร์เวย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชนของนาย อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิค หลายประกาศรวมทั้งการแยกขังเดี่ยวเขาเป็นเวลานาน หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสังหารคนจำนวน 77 คน ในการโจมตีบนเกาะอูโทยา และวางระเบิดรถตู้โจมตีสำนักงานรัฐบาลในกรุงออสโลเมื่อปี 2011

ทั้งนี้ นายเบรวิคฟ้องร้องสำนักงานราชทัณฑ์นอร์เวย์ตั้งแต่เดือน มี.ค. โดยเขากล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือลงโทษเขาอย่างด้อยค่าและไร้มนุษยธรรม ละเมิดข้อตกลงสิทธิมนุษยชนยุโรป เขายังประท้วงการที่เจ้าหน้าที่แยกขังเขาจากนักโทษคนอื่นๆ และจากบุคคลภายนอกด้วย

ล่าสุดเมื่อวันพุธ ผู้พิพากษาเซคูลิค มีคำตัดสินว่า จำเลยคือกระทรวงยุติธรรมและการป้องกันภัยสาธารณะ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสำนักงานราชทัณฑ์ ละเมิดข้อตกลงสิทธิมนุษยชนยุโรปมาตราที่ 3 และชี้ข้อเท็จจริงว่า นายเบรวิคใช้เวลา 22-23 ชั่วโมงในแต่ละวันอยู่คนเดียวภายในห้องขังของเขา

“นี่เป็นการปิดกั้นจากโลกอย่างสิ้นเชิง โดยมีการติดต่อกับมนุษย์เพียงเล็กน้อย” คำพิพากษาระบุ และเสริมว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีแผนจะผ่อนคลายความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย แม้ว่านายเบรวิคจะประพฤติดีอย่างน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างระหว่างที่เขาถูกคุมขัง

การขังเดี่ยวเป็นการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมสำหรับเขาตามข้อตกลงสิทธิมนุษยชนยุโรป และตลอดช่วงที่ผ่านมาผู้มาเยี่ยมนายเบรวิคทุกคน ยกเว้นมารดาของเขาที่เสียชีวิตไปในปี 2013 ต้องพบกับเขาผ่านกำแพงแก้ว ซึ่งถือเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เกินเหตุอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้รัฐจ่ายเงินชดเชยแก่นายเบรวิคเป็นเงิน 331,000 โครนนอร์เวย์ (ราว 1.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่า ทางการนอร์เวย์ไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนตัวและชีวิตครอบครัวของนายเบรวิคแต่อย่างใด

มาริอุส เอมเบอร์แลนด์ ทนายความของรัฐ (ภาพ: AP)

คำตัดสินที่ออกมาสร้างความประหลาดใจแก่นายมาริอุส เอมเบอร์แลนด์ หนึ่งในสองทนายตัวแทนรัฐบาลนอร์เวย์ ขณะที่หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงบนเกาะอูโทยา ฝีมือนายเบรวิค ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 69 ราย บอกกับสื่อว่า คำตัดสินที่ออกมา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า นอร์เวย์มีระบบยุติธรรมที่ใช้การได้ เคารพสิทธิมนุษยชนแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่มีเงื่อนไขรุนแรง

ด้านนายออยสไตน์ สตอร์วิค ทนายความของนายเบรวิค ออกมาเรียกร้องให้ทางการเพิกถอนคำสั่งขังเดี่ยวลูกความของเขาทันทีที่ศาลมีคำตัดสินออกมา.

ผลจัดอันดับชี้ สื่อฟินแลนด์เสรีที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/608700

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 เม.ย. 2559 04:45

 

(ภาพ: AFP)

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน สำนักงานในฝรั่งเศส เผยรายงาน “ดัชนีเสรีภาพสื่อโลก 2558” จัดอันดับเสรีภาพสื่อใน 180 ประเทศทั่วโลก โดยใช้ดัชนีชี้วัดคือ อิสระของสื่อ การตรวจสอบตนเอง หลักนิติรัฐ ความโปร่งใสและการละเมิดสิทธิของสื่อ

ข้อมูลพบว่าเสรีภาพสื่อลดลงทุกภาคส่วนของโลก โดยเฉพาะแถบละตินอเมริกา อาทิ เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ ฮอนดูรัส โคลอมเบีย บราซิลและอาร์เจนตินา กลุ่มประเทศรั้งท้ายคือซีเรียอันดับ 177 อยู่ท้ายจีน (176) แต่เหนือกว่าเกาหลีเหนือ (179) ส่วนอันดับสุดท้ายคือประเทศเอริเทรียในทวีปแอฟริกา

ขณะที่ฟินแลนด์ครองอันดับเสรีภาพสื่อโลกมากที่สุดติดต่อกันปีที่ 6 ตามด้วยเนเธอร์แลนด์และนอร์เวย์.