โลกถล่ม แผ่นดินทลาย! นาทีธรณีพิโรธเขย่าเอกวาดอร์ ตายพุ่ง 272 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607176

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 เม.ย. 2559 09:38

 

นาทีสุดระทึก แผ่นดินไหวเขย่าเอกวาดอร์เสียหายยับ…ยอดเหยื่อพุ่งพรวดอย่างน้อย 272 รายแล้ว บาดเจ็บกว่า2,500 คน เมืองเปเดอร์นาเลส ได้รับความเสียหายหนักสุด ทั้งเมืองพังราบเป็นหน้ากลอง ด้านทางการเร่งส่งทหารนับหมื่นมาช่วยทีมกู้ภัย ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรณีพิโรธ

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.8 เขย่าพื้นที่ชายฝั่งริมมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตอนกลางของเอกวาดอร์ ประเทศในอเมริกาใต้ เมื่อเย็นวันที่ 16 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้าวันที่ 17 เม.ย.ตามเวลาในไทย จนสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างหนัก จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวได้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 272 ราย บาดเจ็บกว่า 2,527 รายแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์ แจ้งว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อยู่ที่จังหวัดริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยเฉพาะที่เมืองเปเดอร์นาเลส ซึ่งถือเป็นเมืองชนบทที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่เมืองทั้งเมืองพังราบเสียหายยับ มีผู้เสียชีวิตที่เมืองนี้แล้วประมาณ 91 คน

อาคารบ้านเรือนพังยับทั้งหลัง

ถนนพังเสียหาย

ขณะที่เมืองอื่นๆ ในจังหวัดมานาบี ทั้งเมืองมานต้า ปอร์โตวีโฮ ได้รับความเสียหายหนัก ระบบสาธารณูปโภค อาคารบ้านเรือน ถนนหนทางพังเสียหายย่อยยับจากเหตุธรณีพิโรธที่ถือว่ารุนแรงที่สุดในเอกวาดอร์ในรอบหลายสิบปี ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองเปเดอร์นาเลสซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ที่มีความลึกเพียง 19.3กม. กล่าวด้วยความเสียใจว่า เมืองเปเดอร์นาเลสทั้งเมืองพังเสียหายยับจนราบเป็นหน้ากลอง

ด้านทางการเอกวาดอร์ได้ระดมส่งกำลังทหารนับ 10,000 นาย และตำรวจ 3,500 นาย มาช่วยทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ขณะที่ คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงมากกว่านี้ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของเอกวาดอร์ อาทิ เวเนซุเอลลา และเม็กซิโกได้ส่งความช่วยเหลือ ทั้งอาหาร และสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตชุดแรกมาถึงเอกวาดอร์แล้ว ขณะที่ รัฐบาลโคลอมเบียประกาศจะส่งทีมสุนัขตำรวจ และทหารเรือนำน้ำดื่มมาช่วยเหลือชาวเอกวาดอร์ที่ประสบภัย

ชมคลิป ที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตายพุ่ง41 เสียหายยับ! เอกวาดอร์เผชิญแผ่นดินไหวแรงสุดในรอบหลายสิบปี

ช็อกอีก! แผ่นดินไหวแรงมาก ขนาด 7.8 เขย่าเอกวาดอร์ ตายแล้ว 28

เหลือแต่ซาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607128

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 เม.ย. 2559 07:30

 

ประชาชนพากันเข้ามาตรวจซากปรักหักพังของอาคาร หลังหนึ่ง ซึ่งพังถล่มลงมา จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 ในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเบื้องต้นพบสิ่งก่อสร้างพังถล่มเสียหาย หนัก และมีผู้เสียชีวิต 77 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก.

ธรณีพิโรธ ‘เอกวาดอร์’ยับ รุนแรง7.8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607145

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 เม.ย. 2559 07:10

 

เร่งกู้ภัยค้นหา ยุ่นผวาถล่มซํ้า ให้คนอพยพ!

โลกถูกเขย่าอีก ล่าสุด เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.8 แมกนิจูด ที่ “เอกวาดอร์” ประเทศชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ในทวีปอเมริกาใต้ แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคาร สะพาน ในเมืองเปเดอร์นาเลส แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศพังถล่มทลาย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย เจ็บเกินครึ่งพัน ส่วนที่ “ญี่ปุ่น” หน่วย กู้ภัยยังเร่งตามหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองระลอก ด้าน “ประยุทธ์” ชวนชาวไทยส่งกำลังใจถึงชาวแดนปลาดิบให้พ้นวิกฤติ สถานทูตฯ เผยช่วยเหลือ นร.-นักท่องเที่ยวไทย 127 คน พาไปยังเมืองฟุกุโอกะ ขณะที่นักวิชาการชี้แผ่นดินไหวญี่ปุ่นไม่กระทบไทย เหตุไม่ได้อยู่ในแนวรอยต่อของเปลือกโลก จึงมีโอกาสน้อยที่จะเจอธรณีพิโรธรุนแรง

พิบัติภัยแผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าโลกอีกระลอก โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 เม.ย. ว่าเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูด ในพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกประเทศเอกวาดอร์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือทวีปอเมริกาใต้ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.58 น. วันเสาร์ที่ 16 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาราว 06.58 น. วันที่ 17 เม.ย. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนอยู่ในเขตเมืองมูส์เน ทางภาคเหนือของเอกวาดอร์ ซึ่งอยู่ห่างกรุงกิโต เมืองหลวงขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือหลายร้อยกิโลเมตร

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวก่อให้เกิดความเสียหายกินอาณาบริเวณกว้าง เพราะเกิดลึกจากผิวดินลงไปแค่ 20 กม. จึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนพังพินาศจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองเปเดอร์นาเลส ถิ่นพำนักของผู้คนมากถึง 40,000 คน ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวชายหาดสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีจอร์จ กลาส แห่งเอกวาดอร์แถลงในเวลาต่อมาว่า ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอย่างน้อย 77 ราย บาดเจ็บกว่า 588 คน ทางการสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทหารราว 10,000 นาย ร่วมภารกิจช่วยเหลือกู้ภัย ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน ทั้งยังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องหรืออาฟเตอร์ช็อกอีกมากถึง 55 ครั้ง ขนาดสั่นไหวรุนแรงที่สุดคือ 5.4 แมกนิจูด ส่งผลให้ผู้คนต่างหวาดผวาต้องออกมาอยู่กันตามที่โล่งแจ้ง

ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้รุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้สะพานข้ามแห่งหนึ่งพังถล่มทับรถยนต์เบื้องล่าง ขณะที่หอสังเกตการณ์บริเวณสนามบินพังยุบลงมาทั้งหลัง คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีกมาก ขณะที่ประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรีย ผู้นำเอกวาดอร์ ซึ่งอยู่ระหว่างภารกิจเยือนสำนักวาติกัน ต้องยกเลิกกำหนดการต่างๆ แล้วเดินทางกลับประเทศทันที เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข่าวแจ้งว่า แผ่นดินไหวในเอกวาดอร์ครั้งนี้ มีประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ แต่ทางการได้ยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา หลังพบเพียงระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นราว 0.3-1 เมตร ขณะที่กรุงกิโตแม้มีรายงานการรับรู้แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในหลายพื้นที่ แต่ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีเพียงรายงานกระแสไฟฟ้าดับและระบบการสื่อสารขัดข้องนานไม่กี่ชั่วโมง

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2522 เอกวาดอร์เคยประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุด คร่าชีวิตผู้คนมากถึง 600 ราย บาดเจ็บกว่า 20,000 คน ทั้งนี้ เอกวาดอร์ตั้งอยู่ในเขตรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่เรียกกันว่า “วงแหวนไฟ” (Ring of Fire) ซึ่งเป็นแนวเขตเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งเช่นเดียวกับญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน มีรายงาน แผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.1 เขย่าหมู่เกาะตองกาในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกเฉียงใต้ โดยจุดศูนย์กลางการสั่นสะเทือนอยู่ใต้ทะเลลึก 66 กม. แต่ไม่มีรายงานความเสียหายหรือมีประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ

ส่วนความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้ง บนพื้นที่ตอนกลางเกาะคิวชู ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ของญี่ปุ่น ตั้งแต่คืนวันที่ 14 เม.ย. ตามด้วยเกิดอาฟเตอร์ช็อกอีกกว่า 400 ครั้ง และกระทั่งช่วงเช้าวันที่ 16 เม.ย. เวลา 01.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา ประมาณ 23.25 น. วันที่ 15 เม.ย. ตามเวลาไทย ได้เกิดแผ่นดินไหวซ้ำครั้งที่ 2 ขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.3 แมกนิจูด ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกเป็นระลอก ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คน ซึ่งตลอดวันที่ 17 เม.ย. ทางการญี่ปุ่นยังระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 25,000 คน เร่งค้นหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังสูญหายจำนวนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความยากลำบากจากเหตุดินถล่มฝังกลบเส้นทางยากเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นทั้งสองครั้งยังอยู่ที่อย่างน้อย 41 คน แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เม.ย. จำนวน 9 ราย และผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 เม.ย. อีก 32 ราย ยอดผู้สูญหายอยู่ที่ 11 ราย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์พลั่วค่อยๆ ขุดค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังสูญหายตามซากอาคารบ้านเรือนพังถล่ม ท่ามกลางสายฝนและเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องเป็นระยะ ทำให้เกรงกันว่าอาจเกิดดินถล่มซ้ำในพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม ทางการญี่ปุ่นได้เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ตามสถานที่พักพิงชั่วคราวที่ปลอดภัยแล้วกว่า 90,000 คน ชาวบ้าน หลายรายยังต้องพักนอนในรถยนต์ และบ้างต้องใช้ชีวิตหลับนอนในเต็นท์ ขณะที่ทางการกังวลว่าผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยอาจเพิ่มขึ้นมากถึงเกือบ 250,000 คน ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้กว่า 63,000 ครัวเรือน ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น แถลงระบุภารกิจช่วยเหลือกู้ภัยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากทหารสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ในญี่ปุ่นเกือบ 50,000 นาย

สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น วันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญชวนคนไทยส่งกำลังใจให้แก่ชาวญี่ปุ่นให้ผ่านพ้นสถานการณ์เลวร้ายโดยเร็ว ซึ่งนายกฯได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแล้ว พร้อมทั้งย้ำว่า รัฐบาลไทยยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่หากญี่ปุ่นร้องขอ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศและทุกฝ่ายติดตามข่าวสารความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อม ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า มีคนไทยอาศัยอยู่ใน จ.คุมะโมะโตะ ประมาณ 200 คน ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และสถานทูตไทยได้ตั้งศูนย์ประสานงานที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สถานทูตลงพื้นที่ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา และอาสาสมัครไทย เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือคนไทยแล้ว โดยทางสถานทูตไทยจัดรถ 5 คัน ให้บริการ 2 จุด คือ เบปปุอารีนา และโรงเรียนประถมยูฟูอิน สำหรับรับคนไทยพาไปดูแลที่เมืองฟุกุโอกะต่อไป สำหรับหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินคนไทยในญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว +81 90-4435-7812, +81 90-1216-3168 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา +81 90-7488-5672, +81 90-1895-0987 Call center กรมการกงสุล กต. 0-2572-8442

ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว แถลงผ่านเฟซบุ๊กว่า สรุปผลการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เกาะคิวชู วันที่ 17 เม.ย.ดังนี้ 1.จากยูฟูอิน (จังหวัดโออิตะ) นักท่องเที่ยวไทย 24 คน 2.จากเบปปุอารีนา (จังหวัดโออิตะ) 87 คน (ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนไทย) 3.จากมหาวิทยาลัยคุมะโมะโตะ นักเรียนและนักท่องเที่ยวไทย 16 คน ทั้งหมดรวม 127 คนปลอดภัย ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดกำลังเดินทางสู่จังหวัดฟุกุโอกะ ทั้งท่าอากาศยานฟุกุโอกะ หรือจุดพักพิงที่สถานทูตฯจัดไว้

ด้านนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นที่อาจไม่มีที่พักอาศัยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้สั่งการให้เปิดวัดปากน้ำ ญี่ปุ่น จังหวัดชิบะ ที่สามารถรองรับคนได้กว่า 200 คน เป็นศูนย์ช่วยเหลือคนไทยบรรเทาความเดือดร้อนเป็นที่พักและบริการอาหาร ซึ่งได้รับทราบจากกงสุลไทย ประจำประเทศญี่ปุ่นว่า ทางกงสุลได้พานักเรียนประมาณ 20 คน เข้าพักยังวัดปากน้ำ ญี่ปุ่นแล้ว

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ อันเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียและผู้คนบาดเจ็บมากมาย และขอส่งใจให้พี่น้องชาวไทยที่อยู่ในญี่ปุ่นและประชาชนประเทศญี่ปุ่นให้มีกำลังใจ กำลังกายในการฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายเป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมะโมะโตะ ประเทศญี่ปุ่นว่า ไม่เกี่ยวกับประเทศไทย เพราะอยู่คนละแนวรอยเลื่อน ประเทศญี่ปุ่นมีแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวแบ่งเป็น 2 ประเภท คือเกิดบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก ซึ่งรอยต่อส่วนใหญ่จะอยู่ในทะเล ดังนั้น จุดศูนย์กลางจึงอยู่ในทะเล หากมีความรุนแรงมากก็ก่อให้เกิดเป็นคลื่นสึนามิ และอีกประเภทคือเกิดบริเวณรอยร้าว รอยแตก หรือรอยเลื่อนบนแผ่นเปลือกโลก โดยในญี่ปุ่นพบรอยร้าวกว่า 200 แห่ง อย่างที่คุมะโมะโตะ ส่วนประเทศไทยไม่ได้อยู่ในแนวรอยต่อของเปลือกโลก แต่มีประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในแนวรอยต่อ คือพม่า เนปาล อินโดนีเซีย ซึ่งจะประสบแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่พม่าซึ่งมีรอยร้าวบนแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่อีกด้วย คือรอยร้าวสะกาย ที่พาดผ่านแนวเหนือ-ใต้ของประเทศ และอยู่ใต้เมืองสำคัญ อาทิ มัณฑะเลย์ เนปิดอว์ เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในอีกไม่นานนี้ โดยเฉลี่ยจะเกิดขึ้นทุก 30-50 ปี มีขนาด 7-8 แมกนิจูด จะทำให้พม่าจะประสบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ส่วนประเทศไทยพบรอยร้าวบนแผ่นเปลือกโลก 14 แห่ง อยู่ในภาคเหนือทั้งหมด จนมาถึง จ.กาญจนบุรี แต่รอยร้าวจะใช้เวลาสะสมพลังงานเป็นเวลานานมาก รอยร้าวของไทยอาจใช้เวลาถึงร้อยปีหรือพันปีข้างหน้าจึงจะเกิดการเคลื่อนตัว ดังนั้น การเกิดแผ่นดินไหวในไทยจะยาก

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 22.32 น.วันเดียวกันตามเวลาในไทย ประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรีย ของเอกวาดอร์ แถลงผ่านเว็บไมโครบล็อก “ทวิตเตอร์” ระบุยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิคจูดดังกล่าว พุ่งทะลุเป็นอย่างน้อย 233 คน แล้วท่ามกลางความพยายามของหน่วยกู้ภัย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้คนที่ยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนในหลายเมืองของเอกวาดอร์ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เอกวาดอร์ระบุยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 77 คนและผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 580 คน

ส.ส.บราซิลลุ้นหัว-ก้อยอิมพีชเมนต์ผู้นำหญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607102

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 เม.ย. 2559 05:30

 

(ภาพ : REUTERS)

เมื่อ 17 เม.ย. ตำรวจบราซิลกระจายกำลังตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงบราซิเลียซึ่งอาจมากถึง 300,000 คน โดยมีการนำแผงเหล็กกั้นมาตั้งเป็นแนวยาวล้อมหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่คาดว่าเกิดการชุมนุมขนานใหญ่ทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีหญิง ดิลมา รุสเซฟฟ์ ซึ่งบรรยากาศอาจจุดเชื้อเพลิงให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นปะทะกัน หลังกลุ่ม ส.ส.ในสภาเตรียมลงมติยื่นถอดถอนตำแหน่ง หรืออิมพีชเมนต์ น.ส.รุสเซฟฟ์ในเวลาเที่ยงคืน 24.00 น. ตามเวลาไทย เรื่องการบริหารราชการล้มเหลว รวมถึงปัญหาคอร์รัปชันบริษัทน้ำมัน ปิโตรบราส ขณะที่ตัวผู้นำหญิงคนแรกของบราซิลนี้ยังคงโทษกลุ่มฝ่ายค้านที่พยายาม “ก่อรัฐประหาร” รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าไปนั่งทำงานแทนอย่างไร้ความชอบธรรมตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การยื่นถอดถอนตำแหน่งผู้นำต้องให้ได้ 342 เสียงจาก 513 เสียงที่นั่งในสภา หรือ 2 ใน 3 เสียงเพื่อยื่นมติเห็นชอบดังกล่าวเข้าสู่การประชุมของวุฒิสมาชิก คาดว่าในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อลงมติรับรองให้ได้ 2 ใน 3 เสียง หรือ 54 เสียงจาก 81 เสียงที่นั่งซึ่งจะทำให้ผู้นำหญิงวัย 68 ปีพ้นจากตำแหน่งภายในระยะเวลา 180 วันหรือ 6 เดือน เพื่อให้นายมิเชล เทเมอร์ รองประธานาธิบดี ที่หันไปเป็นฝ่ายค้านขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีรักษาการ จนกว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในปี 2561 ซึ่งอาจทำให้ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสุดในกลุ่มละตินอเมริกาต้องชะงักงัน ขณะที่มีการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกที่นครริโอ เด จาเนโรระหว่างวันที่ 5-21 ส.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดีหัวฝ่ายซ้ายยืนกรานว่าจะทำทุกวิถีทาง เพราะตัวผู้แทนหลายๆคนมีการต่อรองเพื่อแลกกับตำแหน่งในรัฐบาลและมีจำนวนหนึ่งใช้วิธียืดเวลาให้นานสุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ ขณะที่นายหลุยส์ อิกนาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหัวหอกในความพยายามรักษาตำแหน่งทายาททางการเมืองหญิงคนนี้ เผยว่า การเจรจาเพื่อขอเสียงสนับสนุนจากกลุ่มตัวแทนที่ยังไม่ตัดสินใจนั้น “เหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์” ที่มีการขึ้นลงไม่แน่นอน

นอกจากนี้ ผู้นำหญิงเองก็ตัดสินใจยกเลิกแผนการปรากฏตัวต่อฝูงชนเมื่อวันเสาร์ 16 เม.ย. เพื่อมุ่งความสนใจไปที่การเจรจาต่อรอง เช่นเดียวกับนายเทเมอร์ซึ่งเปลี่ยนแผนไปเมืองเซา เปาโลแล้วรีบกลับเข้ากรุงบราซิเลีย ซึ่งนายเมนดอนกา ฟิลโญ ส.ส.แกนนำฝ่ายค้าน เผยว่า ตนรู้สึกมั่นใจว่าจะได้เสียงสนับสนุน 342 เสียง แต่ก็ยังต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวหาลูลาว่าพยายามซื้อตัวผู้แทนและเรียกร้องให้ทางตำรวจเข้ามาตรวจสอบ.

มะกันฉะรัสเซียบินขู่ทางอากาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607103

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 เม.ย. 2559 05:15

 

Ashton Carter (ภาพ : AFP)

เมื่อ 17 เม.ย.เกิดกรณียั่วยุในพื้นที่ทะเลบอลติก ทางตอนเหนือของยุโรป ระหว่างกองทัพสหรัฐฯและรัสเซียอีกครั้ง โดยเครื่องบินลาดตระเวนอาร์ซี-135 ของสหรัฐฯ ได้ถูกเครื่องบินรบอเนกประสงค์ซู-27 ของรัสเซียเข้าสกัดกั้นขณะบินอยู่ในน่านฟ้าสากล กระทรวงกลาโหมเพนตากอนเปิดเผยว่า เครื่องบินของสหรัฐฯมิได้ล่วงล้ำน่านฟ้าของรัสเซียแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยและไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทั้งยังอาจเกิดอันตรายต่อนักบินที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ และขยายความตึงเครียดต่อความสัมพันธ์ของสองชาติ

แม้รัฐบาลรัสเซียยังมิได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีนี้ แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังเครื่องบินทิ้งระเบิดซู-24 ของรัสเซีย 2 ลำ ทำการบินโฉบในระยะประชิดใส่เรือพิฆาตยูเอสเอส โดนัลด์ คุก ในทะเลบอลติกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัสเซียระบุว่าเป็นการตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติ แต่สหรัฐฯออกแถลงประณาม พร้อมขู่ว่าสหรัฐฯมีสิทธิยิงโจมตีเครื่องบินดังกล่าว

วันเดียวกัน นายแอชตัน คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เผยกำหนดการเตรียมเข้าหารือกับเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯ เพื่อหาวิธีเพิ่มเติมในการต่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลามไอเอสในอิรักและซีเรีย ซึ่งอาจหมายถึงการโจมตีทางอากาศเพิ่ม หรือการส่งกองกำลังภาคพื้นดิน.

อังกฤษหวั่น‘ลอนดอนอาย’โดนโจมตี !ตามรอยบรัสเซลส์ หลังรวบ 5ผู้ต้องสงสัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606952

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2559 15:28

 

อังกฤษหวั่นเกิดเหตุโจมตี ‘ลอนดอนอาย’ ชิงช้าสวรรค์สุดฮิตในอังกฤษ ตามรอยวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ หลังรวบตัวผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย 5 คนได้ที่สนามบินในอังกฤษ

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2559 หนังสือพิมพ์เดอะมิร์เรอร์ของอังกฤษรายงานว่า เครือข่ายผู้ก่อการร้ายที่ก่อวินาศกรรมโจมตีกรุงปารีสและกรุงบรัสเซลส์ ได้ตั้งเป้าถล่มลอนดอนอาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมากสุดในสหราชอาณาจักร โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผย ภายหลังการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 5 คน ในวันที่ 16 เม.ย. ประกอบด้วย ชายวัย 26 ปี เชื้อสายแอฟริกาเหนือ ถูกจับกุมตัวที่สนามบินแกตวิค และมีชายอีก 3 คนวัย 26, 40 และ 59 ปี และหญิงวัย 29 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินเมืองเบอร์มิงแฮม ในเวลาก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของอังกฤษให้ความสนใจกับ นายโมฮัมเหม็ด อาบรินี “ชายสวมหมวก” ที่สนามบินกรุงบรัสเซลส์เป็นพิเศษ เนื่องจากเขาได้เดินทางไปยังเมืองเบอร์มิงแฮม กรุงลอนดอน และเมืองเคนท์ เพียง 4 เดือนก่อนการก่อเหตุวินาศกรรมกรุงปารีส วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ข่าวแจ้งว่า รัฐบาลอังกฤษมีความหวั่นเกรงว่า การจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการก่อการร้ายจำนวนมากในวันที่ 16 เม.ย. จะนำไปสู่การก่อเหตุนองเลือดคล้ายคลึงกับเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ หลังจากได้มีการจับกุมตัว นายซาลาห์ อับเดซาลาม ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ก่อการร้ายเร่งลงมือ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกจับกุมตัว จึงได้ทำการวางระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม และในรถไฟใต้ดินกลางกรุงบรัสเซลส์ เนื่องจากยังมีสมาชิกของเครือข่ายก่อการร้ายที่ยังหลงเหลืออยู่อีกมาก

ขณะนี้ ผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คนได้ถูกควบคุมตัวที่เวสต์มิดแลนด์ และถูกสอบปากคำโดยเจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้าย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นบ้านหลายหลังในเมืองเบอร์มิงแฮมด้วย

ตายพุ่ง41 เสียหายยับ! เอกวาดอร์เผชิญแผ่นดินไหวแรงสุดในรอบหลายสิบปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606924

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2559 14:16

 

แผ่นดินไหว7.8เขย่าเอกวาดอร์ แรงสุดในรอบหลายสิบปี ตายเพิ่มอย่างน้อย 41 รายแล้ว สะพานข้ามแยกถึงกับพังถล่ม อาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหาย ด้านนายกเทศมนตรีเมืองเปเดอร์นาเล ใกล้ศก.ธรณีพิโรธมากสุด เผยไม่ใช่แค่บ้านหลังเดียวพังถล่ม แต่เป็นเมืองทั้งเมืองที่เสียหาย

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.8 ที่ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อเวลา 18.58 น. ของวันที่ 16 เม.ย. 59 ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับช่วงเช้าวันที่ 17 เม.ย.ของไทย ศูนย์กลางแผ่นดินไหวใกล้เมืองมุยส์เน เมืองชายฝั่งริมทะเลทางตอนกลางของประเทศว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 41 รายแล้ว แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ส่งผลให้ระบบสาธารณูปโภค อาคารบ้านเรือนพังเสียหายอย่างหนักเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ อีกทั้ง ยังทำให้สะพานข้ามแยกถนนแห่งหนึ่ง ในเมืองกัวยากิล ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมุยส์เนมาทางใต้ราว 300 กม. ถึงกับพังถล่มลงมา

ข่าวแจ้งว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดที่เกิดในเอกวาดอร์ในรอบหลายสิบปี โดยแรงสั่นสะเทือนได้ทำให้ตึกจำนวนมากในกรุงกีโตสั่นโยก สิ่งของจำนวนมากตกลงมาจากชั้น ขณะที่ทางการเอกวาดอร์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 6 จังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

สะพานข้ามถนนในเมืองกัวยากิลพังถล่มลงมาทับรถเก๋ง

ความรุนแรงของแผ่นดินไหว

ด้านประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรีย แห่งเอกวาดอร์ ได้ตัดกำหนดการเยือนอิตาลีเพื่อเดินทางกลับประเทศให้เร็วที่สุด ขณะที่ นายกเทศมนตรีเมืองเปเดอร์นาเล ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากที่สุด กล่าวว่ามีอาคารบ้านเรือนหลายสิบหลังพังราบเป็นหน้ากลอง ‘ไม่ใช่แค่บ้านหลังเดียวเท่านั้นที่พังราบ แต่เป็นเมืองทั้งเมืองที่พังเสียหายจากแผ่นดินไหว’ นายกเทศมนตรีกล่าว

บ้านพังหมดทั้งหลัง

ทั้งนี้ สำนักงานธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจวัดว่าเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.8 ที่เอกวาดอร์ในครั้งนี้ นอกจากจะมีความรุนแรงมากแล้ว ศูนย์กลางแผ่นดินไหวยังถือว่าเกิดในระดับตื้น เพราะลึกแค่ 19.2 กม. เท่านั้น และห่างจากเมืองมุยส์เนเพียงประมาณ 27 กม. แต่ยังโชคดีที่เมืองนี้มีประชาชนอาศัยอยู่ประปรายไม่หนาแน่นมากนัก ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิซึ่งได้ประกาศเตือนคลื่นยักษ์สึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหว ได้ยกเลิกคำเตือนสึนามิในพื้นที่ส่วนใหญ่แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อกอีก! แผ่นดินไหวแรงมาก ขนาด 7.8 เขย่าเอกวาดอร์ ตายแล้ว 28

วอนชาวญี่ปุ่นกว่า2แสนรีบอพยพ! หวั่นดินถล่ม ฝนตกหนัก อาฟเตอร์ช็อกกว่า200ครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606844

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2559 10:58

 

ญี่ปุ่นวอนประชาชนกว่า 2.4 แสนคนอพยพออกจากพื้นที่ หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ซ้ำสองเขย่าเกาะคิวชู หวั่นเกิดดินถล่มจากภูเขาเนื่องจากฝนตกหนัก ด้านนักธรณีวิทยาเตือนให้ระวังจะเกิดธรณีพิโรธรุนแรงอย่างน้อย ขนาด 5 ในบริเวณดังกล่าว ขณะที่ได้เกิดอาฟเตอรช็อกแล้วกว่า200 ครั้ง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.3 เขย่าเกาะคิวชู ทางภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่นซ้ำสอง เมื่อเวลา 01.25 น. ของวันที่ 16 เม.ย. 59 หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อค่ำวันที่ 14 เม.ย. จนสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับจังหวัดคูมาโมโต้ เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่มีความลึกเพียง 10 กม. และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 40 ราย บาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสเกือบ 200 ราย ว่า ชาวญี่ปุ่นหลายหมื่นคนที่ประสบภัยแผ่นดินไหว ต้องนอนอยู่ในเต็นท์ที่พักชั่วคราวท่ามกลางอากาศหนาวเย็น และเปียกชื้นจากฝนตกหนัก

ขณะเดียวกัน ทางการญี่ปุ่นได้ขอร้องให้ประชาชนกว่า 240,000 คน อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอาจทำให้เกิดดินถล่มลงมาจากภูเขา จนสร้างความเสียหายหนักมากขึ้นได้ ส่วนบรรดาเจ้าหน้าที่กู้ภัย และทหารนับ 20,000 นาย ต่างเร่งทำงานเพื่อพยายามช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนให้ได้มากที่สุด ขณะที่มีความวิตกกังวลว่าจะมีประชาชนอีกหลายสิบคนที่ยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

นักศึกษามหาวิทยาลัยโทคาอิ หนีออกมาได้จากหอพักที่พังถล่ม

สภาพความเสียหายภายในอาคารผู้โดยสารขาออกที่สนามบินคูมาโมโต้ จากเหตุแผ่นดินไหว

ด้านนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้กล่าวยอมรับก่อนหน้านี้ว่า มีประชาชนจำนวนมากต้องนอนอย่างไม่สะดวกสบายที่ศูนย์อพยพ ในเต็นท์ หรือแม้แต่ในรถยนต์ของพวกเขาในคืนแรกหลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ แต่รัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนักตลอดทั้งคืน เพื่อจัดหาอาหาร น้ำ ยา และเครื่องเวชภัณฑ์ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมกับเตือนว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ก่อนที่สภาพอากาศจะเลวร้ายลงไปกว่านี้

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ข่าวแจ้งว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เขย่าซ้ำจังหวัดคูมาโมโต้ ได้เกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง หรืออาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วกว่า 200 ครั้ง  โดยนักธรณีวิทยายังเตือนว่า จะเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงอย่างน้อย 5 แมกนิจูดตามมาอีกในอีกไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่เหตุธรณีพิโรธขนาด 7.3 มีศูนย์กลางใกล้จังหวัดคูมาโมโต้ เป็นเหตุให้ภูเขาไฟอาโสะปะทุพ่นเถ้าถ่านออกมา และทางการได้ประกาศเตือนภัยอันตรายจากภูเขาไฟอยู่ที่ ระดับ 2

ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเข้าแถวรับอาหาร

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวญี่ปุ่น สะเทือนถึงขุนเขา’ฟูจิ’ ระเบิดรอวันปะทุ

ซับน้ำตาชาวญี่ปุ่น! แผ่นดินไหวใหญ่ซ้ำสอง เสียหายยับ ดินถล่ม ภูเขาไฟปะทุ

ช็อกอีก! แผ่นดินไหวแรงมาก ขนาด 7.8 เขย่าเอกวาดอร์ ตายแล้ว 28

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606776

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2559 09:09

 

ระทึก..เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ขนาด 7.8 เขย่าเอกวาดอร์ ศก.ธรณีพิโรธอยู่ริมชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออก และอยู่ห่างจากกรุงกีโตประมาณ 170 กม. เบื้องต้นมีรายงาน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 28  ราย หอควบคุมการบินของสนามบินมานต้าได้รับความเสียหายจนต้องปิดสนามบิน

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจวัดพบ เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.8 ที่เอกวาดอร์ เมื่อเวลา 16.58 น. ของวันที่ 16 เม.ย.59 ตามเวลาท้องถิ่น โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บริเวณพื้นที่ริมชายฝั่งทะเล ทางตอนกลางของประเทศ ระหว่างเมืองมูอิสนี กับเปเดอร์นาเลส และมีความลึกเพียง 19.3 กม.

เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย รวมทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในกรุงกีโต เมืองหลวง ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 173 กม.  ขณะที่มีรายงานแล้วว่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวทำให้ หอควบคุมการบินของสนามบินในเมืองมานต้าได้รับความเสียหาย จนต้องปิดสนามบิน และได้ส่งผลกระทบทำให้ต้องปิดท่าอากาศยานระหว่างประเทศ กัวยาคิวล์ ไปด้วย เนื่องจากระบบโทรคมนาคมถูกตัดขาด

คิวชูสลด-ตายเพิ่ม32 ดินไหวซ้ำภูเขาไฟปะทุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606763

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 เม.ย. 2559 08:15

 

บาดเจ็บนับพัน ยังมีติดใต้ซาก! คมนาคม-หยุด

“ในหลวง-พระราชินี” ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยถึงสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นและชาวญี่ปุ่น รวมถึงครอบครัวผู้ประสบภัย หลังเกิดเหตุธรณีพิโรธซํ้า ที่จังหวัดคุมะโมะโตะ บนเกาะคิวชู ใกล้จุดเดิม วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.3 แรงกว่าหนแรก ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกและภูเขาไฟปะทุ ส่งผลยอดผู้เสียชีวิตรวม 32 ศพ บาดเจ็บกว่า 1,500 คน และมีผู้ติดใต้อาคารที่พังถล่มจำนวนมาก ระบบสาธารณูปโภคพังยับ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด คาดมีคนติดค้างในพื้นที่ภูเขาอีกเพียบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะคิวชู ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดีที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายร้อยครั้ง กระทั่ง เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 16 เม.ย. เวลา 01.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลาประมาณ 23.25 น.คืนวันศุกร์ 15 เม.ย.ตามเวลาไทย ศูนย์ข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวซ้ำ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.3 ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกเป็นระลอก และภูเขาไฟปะทุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบราย ซึ่งเมื่อนับรวมจากเหตุแผ่นดิน ไหวครั้งแรกแล้วรวมผู้เสียชีวิต 32 ศพ และอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีสูงถึง 184 คน จากจำนวนบาดเจ็บกว่า 1,500 คน มีผู้ติดค้างอยู่ใต้ซากอาคารจำนวนหนึ่ง ชาวบ้านต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามโรงยิมนาสติกของโรงเรียน โดยทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา ขนส่งสาธารณะได้รับความเสียหายหนัก

ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งใหม่นี้อยู่ใกล้กับเหตุแผ่นดินไหวครั้งแรกที่จังหวัดคุมะโมะโตะ ลึกลงไปจากพื้นผิวดิน 10 กม. แรงสั่นสะเทือนทำให้ระบบสาธารณูปโภคและเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ชาวบ้านเกือบ 200,000 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ระบบจ่ายน้ำท่อประปาขัดข้อง ถือเป็นแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าเหตุอาฟเตอร์ช็อกที่ผ่านมาถึง 22 เท่า และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม นายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น คาดว่ามีผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารเกือบ 80 คน และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เป็น 20,000 นาย จากเดิม 1,600 นาย เข้าเสริมกำลังตำรวจ พนักงานดับเพลิงและหน่วยกู้ภัย พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ไม่ควรตื่นตกใจ ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันและอยู่ในความสงบ

ส่วนสำนักงานควบคุมนิวเคลียร์ญี่ปุ่น (NRA) รายงานว่า ยังไม่พบสิ่งผิดปกติที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เซนได บนเกาะคิวชู ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโส อาเบะ ของญี่ปุ่น เผยว่า รัฐบาลพยายามใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ ทั้งสำรวจดูความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ ค้นหาและแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำต่อประชาชน

ด้านสถานีโทรทัศน์อาซาฮีรายงานถึงความพยายามเข้าช่วยเหลือเหยื่อ 11 คนที่ติดอยู่ใต้ตึกหอพักของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองมาชิกิ และที่บ้านพักคนชราอีกจำนวนหนึ่ง อีกทั้งเกิดเพลิงลุกไหม้ที่ตึกอีกแห่งในเมืองยัตซึชิโระ ขณะที่สถานีข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า เศษก้อนหินร่วงลงมาจากกำแพงปราสาทโบราณทางประวัติศาสตร์ คุมะโมะโตะ อีกทั้งโรงแรมอาร์ก ฝั่งตะวันออกของตัวปราสาท แขกที่มาพักต่างตื่นตกใจจากแรงแผ่นดินไหว จากนั้นก็มีเสียงไซเรนเตือนความปลอดภัย ทำให้พนักงานโรงแรมแจ้งกับแขกที่มาพัก รวมถึงนักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าวออกมาจากห้องพักเพื่อมารวมตัวกันบริเวณล็อบบี้โรงแรม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบรอยแตกร้าวจนพังลงมาของเขื่อนแห่งหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่สั่งให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณใกล้เคียงอพยพออกจากพื้นที่ พื้นดินบางแห่งยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ ระบบขนส่งสาธารณะได้รับความเสียหาย อุโมงค์ถูกปิด สะพานข้ามทางหลวงแตกแยกเป็นแนวยาว เส้นทางถนนถูกปิดหลังดินถล่ม และการบริการรถไฟต้องหยุดชะงักชั่วคราว รวมถึงสนามบินเมืองคุมะโมะโตะ

ขณะเดียวกัน ภูเขาไฟอาโสะ ระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1,592 ม. บนเกาะคิวชู ปะทุพ่นขี้เถ้า ออกมาสูงขึ้นท้องฟ้าราว 100 ม. เมื่อเวลา 08.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 06.30 น. ตามเวลาไทย จากผลพวงแผ่นดินไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนภัยระดับ 2 จากระดับสูงสุด 5

นอกจากนี้ ทางการเริ่มวิตกว่าจะเกิดเหตุดินถล่มอีกในบางพื้นที่ หลังมีคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาถึงสภาพอากาศอยู่ในช่วงแปรปรวนมีพายุฝนฟ้าคะนอง ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงเหลือ 13 องศาเซลเซียส ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า อยู่ระหว่าง เร่งค้นหาผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าหมู่บ้านหลายแห่งในพื้นที่ภูเขา ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จากการที่เส้นทางคมนาคมพังเสียหาย โดยมีอย่างน้อย 1 แห่ง ที่มีชาวบ้านติดค้างเป็นจำนวนอย่างน้อย 1,000 คน

วันเดียวกัน สำนักราชเลขาธิการแจ้งว่า พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ความว่า หม่อมฉันและพระราชินีเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทั้งยังก่อความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินในจังหวัดคุมะโมะโตะ หม่อมฉันและพระราชินีขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริงมายังฝ่าพระบาท ประชาชนชาวญี่ปุ่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้ประสบภัยความสูญเสียในครั้งนี้ (พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

สำหรับการให้ความช่วยเหลือดูแลคนไทยในญี่ปุ่นนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ว่า ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือแก่ชาวไทยที่อาจประสบภัยพิบัติในพื้นที่ โดยจะทำงานร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา และอาสาสมัครไทยในพื้นที่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่มีปัญหาและเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อได้ที่ฮอตไลน์ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว หมายเลขโทรศัพท์ 81-90-4435-7812 และ 81-90-1216-3168 หรือไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ และ ฮอตไลน์ของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา หมายเลข โทรศัพท์ +81-90-7488-5672 และ +81-90-1895-0987 โดยปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในจังหวัดคุมาโมะโตะประมาณ 200 คน

ขณะเดียวกันเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว แจ้งว่า เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.จนถึงเช้าวันที่ 16 เม.ย. มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะคิวชูต่อเนื่อง โดยไหวแรงสุดที่ระดับ 7.1 จึงขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินการดังนี้ 1.ติดตามข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด โดยนอกจากเพจสถานทูตฯ 2.ขอให้อยู่ในที่ปลอดภัย โดยสามารถไปหลบภัยได้ตามจุดที่ทางการญี่ปุ่นกำหนด 3.ปัจจุบัน ถนนสายใหญ่ที่เชื่อมเมืองและรถไฟชินกันเซ็นไม่สามารถใช้การได้ ติดตามเส้นทางที่ใช้การได้ที่ http://www.jartic.or.jp โดยเส้นสีเขียวคือเปิดใช้ปกติ เส้นสีดำคือไม่สามารถใช้เดินทางได้ เส้นสีขาวคืออยู่ระหว่างการปรับปรุง

จากนั้นช่วงเย็น กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่สาส์นแสดงความเสียใจของนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีแผ่นดินไหวบริเวณเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่นว่า ตามที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณจังหวัดคุมะโมะโตะ เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงที่ผ่านมานั้น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีสาส์นถึง นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เพื่อแสดงความเสียใจในนามของประชาชนชาวไทยต่อรัฐบาลและประชาชนญี่ปุ่นที่ประสบความสูญเสียจากเหตุแผ่นดินไหว และหวังว่าผู้ได้รับผลกระทบจะสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว โดยรัฐบาลไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือกับญี่ปุ่นอย่างเต็มที่