คิงเบลเยียมเสด็จเยี่ยมเหยื่อระเบิดบรัสเซลส์-พบสะเก็ดฝังนับร้อยชิ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595923

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 07:30

 

(ภาพ: REUTERS)

สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปแห่งเบลเยียมและสมเด็จพระราชินีมาทิลด์ เสร็จเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ โดยแพทย์ได้แสดงสะเก็ดระเบิดนับร้อยชิ้นที่ฝังในร่างผู้บาดเจ็บให้พระองค์ดูด้วย…

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปแห่งเบลเยียมพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีมาทิลด์ ได้เสด็จไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลกาสต์เฮยส์เบิร์ก เมืองเลอเวิน โดยได้เสด็จไปเยี่ยมคนไข้ในห้องไอซียูและห้องผ่าตัด นายแพทย์ได้นำชิ้นส่วนโลหะที่ผ่าตัดออกจากร่างของเหยื่อมาให้ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตร

แพทย์ผ่าตัดนำสะเก็ดระเบิดจำนวนมากออกมาจากร่างผู้บาดเจ็บ (ภาพ: REUTERS)

นายมาร์ค เดอครามเมอร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพร้อมกับนายริค ทอร์ฟ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเมืองเลอเวิน เฝ้ารับเสด็จ โดยมีเจ้าหน้าที่และคนทั่วไปพากันปรบมือรับเสด็จ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จไปเยี่ยมเหยื่อระเบิดทั้งจากสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์ หน่วยงานที่ให้การดูแลรักษาและพนักงานที่ดูแลผู้ป่วย ถึงภายในห้องผ่าตัดและทรงทรงสนพระทัยเป็นอย่างยิ่งกับชิ้นส่วนเศษโลหะและตะปูที่ผ่าตัดออกจากร่างของเหยื่อระเบิด ทรงใช้เวลาเยี่ยมนานกว่าที่กำหนดไว้

ในกล่องพลาสติกใบหนึ่งบรรจุเศษโลหะขาด 5×3 เซ็นติเมตร “เศษโลหะและตะปูที่ผ่าออกจากร่างกายของเหยื่อเหตุวินาศกรรมกว่าร้อยคน บางคนมีเศษช้ินส่วนจำนวนกว่า 100 ชิ้นที่ได้ผ่าตัดนำออกมา บางชิ้นก็เล็กมาก” นายแพทย์ผู้ทำการรักษาถวายรายงาน ศาสตราจารย์นายแพทย์พอล เดอ เลน กล่าวว่า “ความสนพระทัยของสมเด็จพระราชาธิบดีและรัฐบาล เป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญยิ่ง”

เตือนไปทั่วโลก ระวัง2ผู้ต้องสงสัย พันบึม‘บรัสเซลส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595942

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2559 07:05

 

เบลเยียมออกประกาศจับผู้ต้องสงสัยในภาพวงจรปิดของสนามบิน เชื่อเป็นคนร้าย 1 ใน 3 ที่ร่วมก่อเหตุบึมพลีชีพ ด้านอัยการเบลเยียมสามารถระบุเอกลักษณ์คนร้ายได้เป็นคนที่ 3 แล้ว หลังจากระบุตัวคนร้าย 2 พี่น้องสัญชาติเบลเยียม ศูนย์สถานการณ์วิกฤติสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินเสียชีวิตรวม 31 คน บาดเจ็บ 250 คน สถานทูตไทยอัพเดตสถานการณ์ เผยทางการเบลเยียมให้ประชาชน กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ แม้คงระดับเตือนภัยสูงสุด พร้อมแนะคนไทยร่วมมือและเคารพมาตรการตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย เบลเยียมส่งข้อมูล 2 คนร้ายก่อเหตุบึมบรัสเซลส์ให้ทุกประเทศระวัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ถึงความคืบหน้า เหตุโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพ ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ของสนามบินนานาชาติซาเวนเทมและเหตุระเบิดพลีชีพโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินย่านมาเอลบีค ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งเหตุโจมตีทั้งสองจุด คร่าชีวิตผู้คนรวม 31 คน บาดเจ็บกว่า 300 คน ต่อมากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างรับผิดชอบก่อเหตุว่า การสอบสวน และไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ อัยการเบลเยียมสามารถระบุเอกลักษณ์คนร้ายได้เป็นคนที่ 3 แล้ว หลังจากระบุตัวคนร้ายได้ 2 คน ซึ่ง เป็น 2 พี่น้องสัญชาติเบลเยียม คือนายบราฮิม เอล บัคเราอุย อายุ 30 ปี และนายคาหลิด เอล บัคเราอุย อายุ 27 ปี น้องชาย โดยนายบราฮิมเป็นมือระเบิดพลีชีพ โจมตีอาคารผู้โดยสารขาออกสนามบินนานาชาติ ซาเวนเทม มีผู้เสียชีวิต 11 คน ส่วนนายคาหลิด ก่อเหตุระเบิดพลีชีพ ที่สถานีรถไฟใต้ดิน มีผู้เสียชีวิต 20 คน สำหรับคนร้ายรายที่ 3 เป็นคนร้ายคนที่อยู่ฝั่งซ้ายสุด ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดของสนามบิน ตำรวจเบลเยียมระบุว่า คือนายนาจิม ราชเราอุย ผู้เชี่ยวชาญการประกอบระเบิดและเป็นมือระเบิดพลีชีพ ที่สนามบินซาเวนเทม คนที่ 2 ซึ่งเชื่อกันว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ก็มีข่าวไม่ยืนยันว่านายนาจิมเสียชีวิตแล้ว

สำหรับนายนาจิมเป็นนักรบจีฮัด ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ต้องหาที่ทางการเบลเยียมต้องการตัวและถูกตรวจพบหลักฐานดีเอ็นเอ บนวัตถุระเบิดที่ เชื่อมโยง เหตุโจมตีก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ขณะที่คนร้ายอีกคนที่อยู่ด้านขวาสุดในภาพกล้องวงจรปิดสนามบิน ซึ่งสวมชุดสีอ่อนและหมวกสีดำ เจ้าหน้าที่เบลเยียมยังไม่สามารถระบุ เอกลักษณ์ได้ เชื่อว่าหลบหนีรอดจากที่เกิดเหตุ แต่ก่อนหลบหนีคนร้ายที่สวมหมวกยังทิ้งกระเป๋าที่ซุกวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ไว้ภายในและเกิดระเบิดขึ้น หลังตำรวจทำการอพยพผู้คนจากอาคารผู้โดยสารขาออก จึงไม่มีใครได้รับอันตรายจากการระเบิดดังกล่าว

อย่างไรก็ดี โทรทัศน์ช่องอาร์ทีบีเอฟของเบลเยียมและหนังสือพิมพ์เลอ มองด์ ของฝรั่งเศส รายงานด้วยว่าเหตุระเบิดพลีชีพ โจมตีสถานีรถไฟใต้ดินย่านมาเอลบีค มีคนร้ายร่วมก่อเหตุอีก 1 คนและอาจกำหลังหลบหนี ผู้ต้องสงสัยคนที่ว่า ปรากฏในกล้องวงจรปิด เดินถือกระเป๋าใบใหญ่อยู่กับนายคาหลิด ผู้ก่อเหตุมือระเบิดพลีชีพที่สถานีรถไฟใต้ดิน แต่ไม่ชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หรือไม่ ต่อมาตำรวจเบลเยียมระบุว่าเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดิน มีผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุกับนายคาหลิดด้วย 1 คนและว่าในกล้องวงจรปิดที่สถานีมาเอลบีค พบนายคาหลิดพูดคุยกับผู้ต้องสงสัยที่ถือกระเป๋าใบใหญ่ แต่ไม่ได้ขึ้นขบวนรถไฟใต้ดินพร้อมนายคาหลิด และจากการพบเบาะแสล่าสุด ทำให้ทางการเบลเยียมเร่งตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว

ส่วนนายบราฮิม มือระเบิดพลีชีพ 1 ใน 2 คน ที่สนามบินซาเวนเทม ทางการตุรกีระบุว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตุรกีจับได้ที่พรมแดนตุรกี ติดกับซีเรียเมื่อปี 2558 และเนรเทศส่งตัวมาให้เนเธอร์แลนด์ แต่ไม่ระบุชัดเจนว่านายบราฮิมถูกส่งตัวต่อมาให้เบลเยียมเมื่อไหร่ หรือไม่อย่างไร ขณะที่เจ้าหน้าที่ตุรกีคนหนึ่งระบุว่า นายบราฮิมถูกเนรเทศออกจากตุรกีถึง 2 ครั้ง คือ ในเดือน ก.ค. และ ส.ค.ปีที่แล้ว เพราะต้องสงสัยเป็นนักรบต่างชาติ แต่ไม่มีประวัติก่อคดีอาญาในตุรกี

ขณะที่ประธานาธิบดีเรเซฟ ทายยิบ เออร์โดกัน ของตุรกีระบุว่า เบลเยียมเมินเฉยกับคำเตือนของตุรกีที่ระบุว่า นายบราฮิมเป็นนักรบต่างชาติที่ตุรกีจับตัวได้ สำหรับประเด็นนี้ นายโคเอน กีนส์ รมว. ยุติธรรมเบลเยียม ระบุว่าตนรู้ว่านายบราฮิมถูกส่งตัวมาจากตุรกี แต่ไม่ได้มีระบุชัดเจนว่าอาจเป็นผู้ก่อ การร้าย เป็นแต่เพียงผู้กระทำผิดคดีอาญาทั่วไปและได้รับการปล่อยตัวแบบมีทัณฑ์บน

นางแมคกี เด บล็อค รมว.สาธารณสุข ของเบลเยียมระบุว่า ในกลุ่มผู้บาดเจ็บจากเหตุโจมตีทั้ง 2 เหตุการณ์ประมาณ 300 คนนั้น เป็นผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 61 คน อาการหนักขั้นโคม่า 4 คน ทำให้ ยอดผู้เสียชีวิตน่าจะมีเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ต่างได้รับอันตรายจากการถูกเผาไหม้หรืออาการบาดเจ็บอื่นๆ ไม่ต่างจากคนบาดเจ็บในสนามรบ โดยในกลุ่มเหยื่อเหตุโจมตี ที่สนามบินซาเวนเทมนั้น ข่าวระบุว่ามีสามีภรรยาชาวเยอรมันวัยหนุ่มสาวรวมอยู่ด้วย ฝ่ายสามีคือนายลาร์ส อายุ 30 ปี บาดเจ็บหนักอาการโคม่า ส่วนภรรยาชื่อเจนนิเฟอร์ อายุ 29 ปี ยังสูญหายไม่รู้ชะตากรรม ทั้งนี้ ทั้งสองคนเคยโพสต์เฟซบุ๊กร่วมไว้อาลัยและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเหยื่อเคราะห์ร้ายตอนเกิดเหตุโจมตีกรุงปารีส แต่กลับต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน

ด้านสนามบินซาเวนเทมประกาศว่า จะยังปิดทำการจนถึงอย่างน้อยวันเสาร์ที่ 26 มี.ค.เพื่อให้ทีมสอบสวนทำการตรวจสอบหาหลักฐาน ที่อาจเกี่ยวข้องเหตุโจมตีต่อไป ส่วนระบบรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เปิดให้บริการได้แล้วบางส่วน แต่แม้จะเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน กลับมีผู้โดยสารบางตากว่าปกติและยังมีทหารคอยตรวจกระเป๋าผู้โดยสารทุกคนอย่างเข้มงวด

กลุ่มรัฐมนตรีมหาดไทยและยุติธรรมของสหภาพยุโรป (อียู) ประชุมฉุกเฉินในกรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 24 มี.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่น เพื่อหามาตรการรับมือภัยคุกคามจากพวกนักรบจีฮัดและถกหารือยกเครื่องกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายทั่วภูมิภาค ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าติดตามเครือข่ายนักรบจีฮัดรวมทั้งหน่วยข่าวกรองยุโรปและอิรัก เผยด้วยว่า กลุ่มไอเอสได้ทำการฝึกนักรบอย่างน้อย 400 คน เพื่อโจมตีเป้าหมายในยุโรป โดยส่งไปก่อเหตุเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันเหมือนกลุ่มที่ก่อเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์และกรุงปารีสพร้อมคำสั่งให้เลือกเวลา สถานีและวิธีการเพื่อก่อความเสียหายและคร่าชีวิตเหยื่อให้มากที่สุด

ส่วนความคืบหน้าคดีนายซาลาห์ อับเดสลาม ชาวฝรั่งเศสเกิดในเบลเยียม วัย 26 ปี ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในทีมผู้ก่อการร้าย 10 คน ที่ก่อเหตุโจมตีกรุงปารีส 6 จุด เมื่อ 13 พ.ย. 2558 จนมีผู้เสียชีวิต 130 คน และหลบหนีไปได้ถึง 4 เดือน ก่อนถูกจับและถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ในการบุกจู่โจมที่ย่านโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 18 มี.ค. ก่อนหน้าเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์แค่ 4 วันนั้น นายสเวน มารี ทนายของเขาแถลงเมื่อ 24 มี.ค.ว่า นายอับเดสลามเปลี่ยนใจไม่ขอต่อสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน และต้องการให้เบลเยียมส่งตัวเขาไปยังฝรั่งเศสโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อชี้แจงตัวเอง นายอับเดสลามยังปฏิเสธว่า ไม่รู้เห็นกับการโจมตีกรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเปลี่ยนใจไม่สู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน อัยการฝรั่งเศสเผยว่า อาจต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะส่งตัวนายอับเดสลามไปฝรั่งเศสได้ และเขามีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลในกรุงบรัสเซลส์ใน 31 มี.ค.

นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องหลังการพบปะเจรจากับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เมื่อ 24 มี.ค. ให้ประเทศต่างๆ เป็นเอกภาพ เพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง รวมทั้งกลุ่มไอเอสในอิรัก ซีเรีย และภูมิภาคอื่นๆ โดยระบุว่า การโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของทุกประเทศที่มีความสามารถในการช่วยทำลายล้างกลุ่มไอเอสให้หมดสิ้น

วันเดียวกัน นายคาลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงทางทวิตเตอร์ว่า ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 13 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาขาของกลุ่มไอเอส ในปฏิบัติการบุกจู่โจมต่อต้านการก่อการร้ายหลายจุดเมื่อ 23 มี.ค. และสามารถยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสได้ ก่อนหน้านี้ นายคาลิดเผยว่าจะตั้งหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายขึ้นในทุกรัฐของมาเลเซีย และหลังเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ ตำรวจจะสืบสาวข้อมูลทุกชิ้นแม้จะมีเพียงน้อยนิด จะไม่รอให้มีการโจมตีเกิดขึ้นก่อน ส่วนนายอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รมว.มหาดไทยมาเลเซีย เผยเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ตำรวจมาเลเซียสามารถทลายแผนของกลุ่มไอเอสที่จะลักพาตัวนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค และรัฐมนตรีระดับสูงคนอื่นๆ เมื่อปีที่แล้ว อนึ่ง ตั้งแต่เดือน ม.ค.2558 ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงแล้วอย่างน้อย 160 คน รวมทั้งผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกไอเอส 7 คน

ทางด้านความเคลื่อนไหวที่ไทย วันที่ 23 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงบรัสเซลส์) สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ ออกประกาศเรื่องสถานการณ์ การก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 2 โดยได้สรุปสถานการณ์ล่าสุดและคำแนะนำในการปฏิบัติตนว่า ศูนย์สถานการณ์วิกฤติ (Crisis Center) ของเบลเยียมได้สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทั้งสองแห่ง 31 คน บาดเจ็บ 250 คน สถานเอกอัครราชทูตฯ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินของสนามบินกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ บ.การบินไทย ในการดูแลช่วยเหลือคนไทยกลุ่มดังกล่าวต่อไป

นอกจากนี้ ศูนย์สถานการณ์วิกฤติ ได้ปรับคำแนะนำว่า แม้ว่าทางการเบลเยียมจะยังคงระดับการเตือนภัยการก่อการร้ายที่ระดับ 4 ทั่วประเทศ แต่ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ สนามบินกรุงบรัสเซลส์ยังคงปิดบริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินปิดทำการในเวลา 19.00 น. เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย ขอคนไทยที่อยู่และเดินทางมากรุงบรัสเซลส์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการเบลเยียม โดยขอให้ความร่วมมือและเคารพมาตรการ การตรวจค้นต่างๆ ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางสัญจรเข้าในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ และติดตามข่าวสารจากทางการเบลเยียมอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุฉุกเฉินหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ (+32) 470859667 หรือโทรศัพท์ฉุกเฉินของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ คือ (+66) 25728442 ขณะที่ทางการเบลเยียมก็ได้เปิดเบอร์ hotline ศูนย์สถานการณ์วิกฤติที่เบอร์ 1771

ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญและพื้นที่ กทม. หลังก่อการร้ายวางระเบิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีของแต่ละ บก. เอกซเรย์และรีเอกซเรย์พื้นที่ต่างๆ ตรวจตราตามที่พักอาศัยหรือแหล่งพักพิง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก หอพัก คอนโดฯ เพิงพัก หรือแม้กระทั่งกระต๊อบ ด้าน พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ได้หารือกับเอกอัครราชทูตเบลเยียม และเอกอัครราชทูตอียู มีการขอให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มข้นขึ้น

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ทางการเบลเยียมส่งข้อมูล 2 ผู้ก่อเหตุระเบิดกลางกรุงบรัสเซลส์มาให้กับประเทศต่างๆรวมถึงทางการไทยว่า เราได้รับแล้วและได้นำเข้าโปรแกรมแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอยู่ ขณะนี้ไม่มีข้อมูลเดินทางเข้าไทย เขาเพียงส่งข้อมูลมาให้เพื่อป้องกันไว้ก่อน หากมีคนลักษณะเช่นนี้เข้ามาก็ให้ดำเนินการจับกุม

เศร้า! ‘แกร์รี แชนดริง’ นักแสดง-ดาวตลกดังมะกัน เสียชีวิตในวัย 66 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595915

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 06:35

 

(ภาพ: REUTERS)

แกร์รี แชนดริง นักแสดงฮอลลีวูด และนักแสดงตลกชาวอเมริกัน ผู้มีอิทธิพลต่อรายการและธุรกิจรายการโชว์ในสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วในวัย 66 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แกร์รี แชนดริง นักแสดงฮอลลีวูด และนักแสดงตลกชื่อดังชาวอเมริกัน เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2559 ในวัย 66 ปี โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดของเขาออกมา แต่ตำรวจนครลอสแอนเจลิสระบุว่า นายแชนดริงประสบภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ในวันพฤหัสบดี

นายแชนดริงเกิดในเมืองชิคาโก เมื่อปี 1949 เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักแสดงฮอลลีวูดด้วยการเป็นนักเขียนบทละครซิทคอมหลายรายการเช่น ‘Sanford and Son’ และ ‘Welcome Back, Kotter’ ก่อนจะกลายมาเป็นนักแสดงตลกแบบเดี่ยวไมโครโฟนยอดนิยม

เขายังมีชื่อเสียงเรื่องการใช้เทคนิคการแสดงที่เรียกว่า ‘ทำลายกำแพงที่ 4’ (breaking the fourth wall) หรือการพูดกับคนดูโดยตรง ในโชว์ทางโทรทัศน์ของเขา ‘It’s Garry Shandling’s Show’ ซึ่งออกอากาศระหว่างปี 1986-90 และทำให้เขาได้รับรางวัลเอมมีอวอร์ดด้วย

ผลงานล่าสุดของเขาที่คือการรับบทเป็นวุฒิสมาชิกวายร้ายในภาพยนตร์ฮีโร่เรื่อง ‘Iron Man 2’ และ ‘Captain America: The Winter Soldier’

เอเชียเสี่ยงเจอภัยธรรมชาติรุนแรงสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595881

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2559 05:40

 

(ภาพ: AFP)

ดัชนีความเสี่ยงภัยธรรมชาติที่อ่อนไหวต่ออันตราย วิเคราะห์จัดทำโดยฝรั่งเศส ถูกเผยแพร่เมื่อ 23 มี.ค. ระบุเมืองใหญ่ทั่วเอเชียจำนวนมาก เสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติรุนแรงมากที่สุดของโลก ขณะที่ในแอฟริกา มีผู้คนเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติมากที่สุด

รายงานระบุผู้คนในแถบเอเชียใต้เกือบ 1,400 ล้านคน โดยเฉพาะอินเดีย บังกลาเทศ และปากีสถาน เสี่ยงถูกภัยธรรมชาติรุนแรงโจมตีอย่างน้อย 1 ครั้ง อาทิ พายุรุนแรงพัดถล่ม แผ่นดินไหว หรือเผชิญสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะระดับน้ำทะเลสูงขึ้น โดยอัตราความเสี่ยงเผชิญภัยธรรมชาติของชาวบังกลาเทศมากถึง 100 เปอร์เซ็นต์ อินเดีย 82 เปอร์เซ็นต์ ปากีสถาน 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ อยู่ในกลุ่มชาติที่ผู้คนเสี่ยงเผชิญภัยธรรมชาติรุนแรงด้วย

ส่วนทวีปแอฟริกา ซึ่งผู้คนเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติรุนแรงมากที่สุด ตัวอย่างเช่น แผ่นดินไหวในเฮติผู้คนเสียชีวิตมากถึงหลักแสนคน ขณะที่ทวีปแอฟริกายังมีอัตราเสี่ยงเกิดภัยธรรมชาติรุนแรงมากถึง 23 ใน 25 ชาติ ส่วนเมืองในเอเชียที่เสี่ยงเผชิญภัยธรรมชาติพายุและแผ่นดินไหวรุนแรงมากที่สุดคือ กรุงมะนิลาเมืองหลวงฟิลิปปินส์ กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น และกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย.

ช็อกซ้ำ เผยไอซิสมีเครือข่ายกว่า 100 กลุ่มในยุโรป! พร้อมลงมือ เหมือนระเบิดเบลเยียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595749

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 05:30

 

และแล้ว กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม ก็ไม่รอด…โดนก่อวินาศกรรมสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายก่อเหตุระเบิดพลีชีพถล่มอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ‘ซาเวนเทม’ และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 31 ราย บาดเจ็บราว 300 คน จนชาวเบลเยียมรู้สึกว่า มันช่างเป็นวันที่โศกเศร้าและมืดมนอนธการที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว

ท่ามกลางความหวาดวิตก กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ ออกมายอมรับอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดบรัสเซลส์ ตามคาด ได้เกิดคำถามตามมาว่า เป็นเพราะอะไร เบลเยียมจึงต้องตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย? หรือ ทำไม ฝ่ายความมั่นคงเบลเยียมไม่ได้ข่าวระแคะระคายว่ากลุ่มก่อการร้ายมีแผนวินาศกรรมครั้งนี้เลยหรือ ? ไปจนถึง ในอนาคต เบลเยียม และประเทศในยุโรปจะเจอเหตุก่อวินาศกรรมร้ายแรงอีกหรือไม่?

ควันระเบิดลอยฟุ้งเหนืออาคารผู้โดยสาร สนามบินซาเวนเทม หลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อ 22 มี.ค.59

กระจกอาคารผู้โดยสาร ของสนามบินซาเวนเทมแตกกระจายจากแรงระเบิด

* ทำไมกรุงบรัสเซลส์จึงถูกโจมตี?

จะว่าไป ชาวเบลเยียมพากันรู้สึกอกสั่นขวัญหายมานานหลายเดือนแล้ว นับตั้งแต่รู้ว่า กลุ่มคนหนุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในเบลเยียม ถูกสืบรู้ว่า คือ ตัวการลงมือก่อเหตุโจมตีปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ปี 58 จนคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์นับ 130 ศพ

บีบีซี รายงานว่า ไม่เพียงแต่กรุงบรัสเซลส์ จะเป็นเป้าหมายก่อการร้าย ‘ระดับสูง’ ของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงแล้ว ที่ผ่านมา ทางการเบลเยียมได้ต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงมานานหลายปี ในขณะที่มีพลเมืองได้ถูกชักจูงหว่านล้อมให้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสในซีเรียและอิรัก

เมืองหลายเมืองในเบลเยียม เป็นที่อยู่ของเครือข่ายกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ส่วนใหญ่มีการเคลื่อนไหวในกรุงบรัสเซลส์ โดยเฉพาะ ที่เขตโมเลนเบค ชานกรุงบรัสเซลส์ ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นที่ที่มีประชาชนเชื้อสายโมร็อกโกอาศัยอยู่มาก

เหตุวินาศกรรมครั้งนี้ นับเป็นวันที่เศร้าโศกและมืดมนที่สุดของชาวเบลเยียม

มือระเบิดและมือปืนหลายคนที่ร่วมก่อเหตุโจมตีปารีส ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตโมเลนเบค โดยซาลาห์ อับเดซาลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เกิดเปลี่ยนใจ ‘ไม่กดชนวนจบชีวิต’ ในเหตุโจมตีปารีส ได้กลับมายังเบลเยียมในวันที่ก่อเหตุทันที และหลบหนีการจับกุม จนกระทั่งมาถึงวันที่ 18 มี.ค. 59 ซาลาห์ อับเดซาลาม และชายที่สมคบคิดกับเขาก่อการร้าย ได้ถูก ‘จับเป็น’ ได้ที่เขตโมเลนเบค อีกครั้ง

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มญิฮาดในเบลเยียม กล่าวว่า ชาวเบลเยียมจำนวนมากคาดคิดกันว่าจะมีการจะตอบโต้จากกลุ่มนักรบญิฮาดตามมา แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีความรุนแรงในระดับนี้ (เท่านั้น)!!

*เผยเตรียมวางแผนระเบิดบรัสเซลส์ไว้ก่อน หรือเป็นการลงมือแก้แค้น?

สำหรับเหตุวางระเบิดโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เกิดขึ้นเพียง 4 วัน หลังจากตำรวจคอมมานโดเบลเยียมสามารถติดตามจับกุม นายซาลาห์ อับเดซาลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ในเหตุโจมตีปารีสได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้ เหตุวางระเบิดสองครั้งซ้อนถล่มอาคารผู้โดยสารขาออก ของสนามบินซาเวนเทม ตามด้วยเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบคในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า เป็นการตอบโต้ แก้แค้นให้กับการที่อับเดซาลามถูก ‘จับเป็น’ หรือไม่?

สำหรับ อับเดซาลาม นับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในเหตุโจมตีปารีส เพราะเขาทำหน้าที่ ทั้งเช่ารถยนต์ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการพามือระเบิดและมือปืน จากเบลเยียมไปก่อเหตุกราดยิงและระเบิดพลีชีพโจมตีกรุงปารีส ถึง 6 จุด รวมทั้งยังเป็นคนซื้อหาอุปกรณ์สำหรับประกอบระเบิด โดยไม่กี่วันก่อน อับเดซาลาม จะถูกจับกุมได้นั้น โมฮาเหม็ด เบลคาอิด ซึ่งคบคิดกันก่อเหตุร้าย และหลบซ่อนตัวอยู่กับเขา ได้ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ในสภาพใช้ธงไอซิสพันรอบตัว

ซาลาห์ อับเดซาลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเหตุโจมตีปารีส โดนทางการเบลเยียมจับกุมได้แล้วเมื่อ 18 มี.ค.59

ตามความเห็นของศาสตราจารย์ เดฟ ซินาร์เดต แห่งมหาวิทยาลัย Vrije ในกรุงบรัสเซลส์ แสดงความเห็นว่า ดูเหมือนเหตุโจมตีบรัสเซลส์มีการวางแผนกันไว้ก่อนแล้ว โดยเฉพาะเมื่ออับเดซาลาม และชายอีกคนโดนจับ จึงทำให้บรรดานักรบญิฮาดกลุ่มนี้ เร่งลงมือก่อเหตุร้าย เพราะรู้ดีว่าพวกตนกำลังถูกเจ้าหน้าที่ทางการตามไล่ล่า

*เผยหน่วยข่าวกรองอิสราเอลแจ้งเบลเยียมแล้ว ให้ระวังโดนก่อวินาศกรรม

จากการที่มีกลุ่มคนร้าย สามารถนำระเบิดเข้าไปได้ถึงในเขตอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ซาเวนเทม ไปจนถึง กราดยิง และจุดชนวนระเบิดเป็นผลสำเร็จ เช่นเดียวกับ เหตุระเบิดพลีชีพที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค ย่อมทำให้เกิดความสงสัยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายกองกำลังรักษาความมั่นคงของเบลเยียม ไปจนถึง ทางการเบลเยียม ไม่รู้มาก่อนเลยหรือว่ามีกลุ่มนักรบญิฮาดวางแผนลงมือก่อการร้ายโจมตีเบลเยียม

เมื่อ 24 มี.ค.59 หลังเกิดเหตุระเบิดกรุงบรัสเซลส์ ผ่านมา 2 วัน นสพ.ฮาเรตซ์ ในอิสราเอล รายงานว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของเบลเยียม รู้มาก่อนแล้วว่ามี ‘ความแน่นอนค่อนข้างสูง’ ที่กลุ่มนักรบญิฮาดมีแผนก่อเหตุระเบิดถล่มสนามบินซาเวนเทม โดย นสพ.ฮาเรตซ์ แจ้งว่า แหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองอิสราเอลได้ให้ข้อมูลมากมายแก่เจ้าหน้าที่เบลเยียมว่า มีการวางแผนโจมตีเบลเยียม โดยเฉพาะมีเป้าหมาย ที่สนามบิน และสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์

กล้องวงจรปิด จับภาพได้ 3 ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม

‘หน่วยงานด้านความมั่นคงรู้ว่า มีความแน่นอน ‘ระดับสูง’ ที่กลุ่มก่อการร้ายมีแผนลงมือโจมตีสนามบิน และสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ ในอนาคตอันใกล้’ นสพ.ฉบับนี้ของอิสราเอล รายงาน

พร้อมระบุว่า ประธานาธิบดีเทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ยังได้กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เบลเยียมไม่สนใจคำเตือน เกี่ยวกับนักรบญิฮาดก่อการร้ายที่ถูกจับกุมในตุรกีและได้ส่งตัวกลับไปให้เบลเยียม (ขณะที่สื่อเผยว่า คือ นายอิบราอิม หรือบราฮิม เอล-บาคราวี หนึ่งในมือระเบิดพลีชีพ ‘สองพี่น้อง’ โจมตีบรัสเซลส์)

ประธานาธิบดีตุรกี ได้แถลงข่าวว่า นักรบญิฮาดคนนี้ ได้ถูกจับที่จังหวัดกาเซียนเท็ป ในตุรกี ใกล้ชายแดนซีเรีย เมื่อต้นปีที่แล้ว จากนั้น ก็ถูกส่งตัวกลับไปให้ทางการเบลเยียม แต่ทั้งที่ได้รับคำเตือนจากตุรกีว่าเป็นนักรบญิฮาดก่อการร้าย แต่ทางการเบลเยียมกลับไม่สามารถเชื่อมต่อหาเครือข่ายของกลุ่มก่อการร้ายได้

*ยุโรปผวา…หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เผยไอซิสมีเครือข่ายกว่า 100 กลุ่มในยุโรป

ท่ามกลางความหวาดกลัวภัยก่อการร้ายของชาวเบลเยียม ปรากฏว่า ยังมีคำเตือนจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ตามมาอีกด้วย ว่า จากการทำงานของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) อย่างใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองของเบลเยียม เพื่อพยายามระบุ เครือข่ายที่กว้างมากขึ้นของกลุ่มนักรบญิฮัด ได้พบว่า กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส มีเครือข่ายนักรบญิฮาดกว่า 100 กลุ่มที่ผ่านการฝึกก่อการร้ายจากกลุ่มไอซิส ชนิดสามารถลงมือก่อเหตุ ‘เลียนแบบ’ เหมือนโจมตีบรัสเซลส์ได้เลย

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ยังหวั่นวิตกว่าเครือข่ายนักรบญิฮาดในยุโรป กว่า 100 กลุ่มนั้น มีนักรบญิฮาดกว่า 450 คน ที่พร้อมเป็น ‘มือระเบิดพลีชีพ’ เมื่อได้รับคำสั่ง โดยคาดว่า เครือข่ายนักรบญิฮาดเหล่านี้ เคยเดินทางเข้าไปในอิรักและซีเรียเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการประกอบระเบิด ก่อนจะกลับมายังยุโรป และที่น่าวิตกคือ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เชื่อว่า นักรบญิฮาดเหล่านี้ ถือพาสปอร์ตสัญชาติของประเทศในสหภาพยุโรป (อียู)

สมาชิกกลุ่มไอซิส

นับเป็นข่าวร้ายสำหรับชาวยุโรปที่ต้องมาได้ยินเรื่องที่สร้างความหวาดวิตกตามมา หลังจากควันระเบิด เศษกระจกที่แตกกระจาย เสียงหวีดร้อง เลือด และความตายในเหตุระเบิดที่เบลเยียม ยังไม่เลือนหายไป.

สุดทึ่ง! ดญ.มะกัน 5 ขวบเป็นฮีโร่ ช่วยแม่จมน้ำรอดตายหวุดหวิด (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595896

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 04:40

 

(ภาพ: abcnews.go.com)

เด็กหญิงชาวอเมริกันวัยเพียง 5 ขวบ กำลังเป็นที่โจษจันบนโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า เธอลงไปช่วยเหลือแม่ของเธอที่จมอยู่ในสระน้ำได้สำเร็จ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนูน้อย อัลลิสัน อันเดอร์วาลด์ ชาวอเมริกันวัย 5 ขวบ กลายเป็นฮีโร่ หลังจากเธอช่วยแม่ของเธอที่กำลังจมน้ำในสระหลังบ้าน ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐเทกซัส จนรอดตายอย่างหวุดหวิด โดยภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกกล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้

นางเทรซี อันเดอร์วาลด์ อายุ 34 ปี มารดาของหนูน้อยอัลลิสัน เปิดเผยต่อสื่อว่า เธอจำได้ว่ากำลังเล่น มาร์โค โปโล (เกมเล่นไล่จับในน้ำ) กับลูกสาวในสระน้ำภายในสวนหลังบ้าน ก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ด้วยว่าเธอมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้อย่างไร

แต่ปริศนาทั้งหมดถูกเปิดเผยด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านของเธอเอง โดยภาพที่บันทึกเอาไว้แสดงให้เห็นว่า นางเทรซีเกิดอาการชักและจมอยู่ในสระน้ำลึก 4 ฟุต (120 ซม.) ก่อนที่หนูน้อยอัลลิสันจะลงไปช่วยแม่ของเธอ ด้วยการดันร่างของแม่สู่พื้นที่น้ำตื้นจนใบหน้าโผล่พ้นน้ำได้สำเร็จ จากนั้นจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจาก เทรดา ฮันต์ น้องสาวของเทรซี ที่อยู่ในบ้านทันที

เทรดา ฮันต์ อายุ 32 ปี เผยต่อสื่อว่า ตามคำอธิบายของแพทย์ หากเทรซีอยู่ในน้ำนานกว่านี้ เธออาจจะไม่รอดชีวิต “เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ ที่เด็กน้อยคนนี้ ซึ่งตัวเล็กกว่าเด็กในวันเดียวกันมาก จากสามารถช่วยพี่สาวของฉันได้”

หลังจากนี้ เทรซีจะเข้ารับการตรวจโรคทางระบบประสาท เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชักทั้งที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่ 2 พี่น้องตัดสินใจเผยแพร่คลิปวีรกรรมของหนูน้อยอัลลิสันลงบนโลกออนไลน์ เพื่อให้เน้นย้ำให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการฝึกเด็กๆให้ว่ายน้ำเป็น เพราะอัลลิสันฝึกว่ายน้ำตั้งแต่ยังเป็นทารกแล้ว

ชมคลิปที่นี่

ลูกค้าร้านอาหารไทยในกรุงบรัสเซลส์ ร่วมไว้อาลัยเหยื่อเหตุวินาศกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595882

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 03:15

 

(ภาพ: บุญธง ก่อมงคลกูล)

ลูกค้าและร้านอาหารไทยในกรุงบรัสเซลส์ ร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 31 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 270 คน…

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า ลูกค้าที่มารับประทานอาหารเมื่อคืนวันพุธที่ 23 มีนาคมที่ร้านอาหารไทยวิลล่าสิงหา กรุงบรัสเซลส์ ร่วมสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้กับเหยื่อจากเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค กรุงบรัสเซลส์ ที่มีผู้เสียชีวิต 31 คน และบาดเจ็บ 300 คน

บารอน แอร์เนสต์ เดอ ลามินน์ เดอ เบค ประธาน International Circle for Diplomats and Consuls เจ้าของ Ophem Castle ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของทางร้าน ที่ได้มารับประทานอาหารพร้อมกับบารอนเนสภริยาเมื่อคืนวันพุธที่ 23 มีนาคม หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้ยืนขึ้นกล่าวว่า “ผมขอขอบคุณเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ที่ได้แขวนธงชาติเบลเยียมผูกโบดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยกับเหยื่อเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ และเพื่อเป็นร่วมแสดงถึงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผมขอเชิญทุกท่านในที่นี้สงบนิ่งเป็นเวลาหนึ่งนาทีเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต” ทำให้ลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารทุกคนต่างสงบนิ่ง บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความโศรกเศร้าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน

บารอน แอร์เนสต์ เดอ ลามินน์ เดอ เบค และ ภริยา (ภาพ: http://www.cidic.be)

นอกจากนั้น ทางร้านอาหารไทยยังได้แจกที่ใส่แขนสีธงชาติเบลเยียมให้กับลูกค้าที่มารับประทานอาหารทุกคน ทุกคนหยิบใส่ข้อมือพร้อมยกมือที่กำแน่นชูขึ้นมองตากันและกล่าวว่า “เราต้องสู้” ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่เราจะต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย ชีวิตเราต้องดำเนินต่อไป พวกเขาไม่สามารถมาเปลี่ยนวิถีชีวิตเราได้

เจ้าหน้าที่อียูคนหนึ่งได้กล่าวผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียมว่า “ผมไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินตั้งแต่เหตุการณ์วินาศกรรมกรุงปารีสคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน เพราะผมสังหรณ์ใจว่า จะต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่งและก็เกิดขึ้นจริงๆ ตอนนี้ผมทำงานที่บ้านได้ เพราะหัวหน้าประกาศให้ทุกคนตัดสินใจพิจารณาได้เลย ทั้งที่แต่เดิมต้องขออนุญาตก่อน”

เบลเยียมต้องการตัว ชายแบกเป้ ผู้ต้องสงสัยรายใหม่บึมสถานีรถไฟบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595821

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2559 23:40

 

ภาพสเกตช์ผู้ต้องสงสัยโจมตีสถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค ในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: REUTERS)

ทางการเบลเยียมเผยแพร่ภาพสเกตช์ของผู้ต้องสงสัยรายใหม่ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นผู้ตัองสงสัยรายที่ 5 ในเหตุการณ์นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเบลเยียมพบว่า อาจมีผู้ต้องสงสัยรายที่ 5 เกี่ยวข้องกับการโจมตีสนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค ในเมืองหลวงกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 31 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 270 คนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 มี.ค.) ซึ่งล่าสุดได้มีการเผยแพร่ภาพสเกตช์ของผู้ต้องสงสัยคนนี้ออกมาแล้ว

ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม จากซ้ายคือ นาจิม ลาชราวี และ อิบราฮิม เอล บาคราวี ส่วนชายชุดขาวยังไม่ทราบชื่อ (ภาพ: REUTERS)

เหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นผู้ต้องสงสัย 3 คน แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่สามารถระบุชื่อได้ 2 คนคือ อิบราฮิม เอล บาคราวี และนาจิม ลาชราวี นักสร้างระเบิดของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งทั้งคู่เสียชีวิตแล้วหลังจุดระเบิดฆ่าตัวตาย ส่วนผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 เชื่อว่ากำลังอยู่ระหว่างหลบหนี และเจ้าหน้าที่เบลเยียมตามล่าตัวอยู่

ส่วนเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน มาลเบค เบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวคือนายคาลิด เอล บาคราวี พี่ชายของอิบราฮิม และเสียชีวิตและหลังจุดระเบิดฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามในวันพฤหัสบดี แหล่งข่าวในหน่วยงานความมั่นคงของเบลเยียม บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยอีกคน เป็นชายสะพายเป้ใบใหญ่เดินอยู่กับนายคาลิด แต่ไม่รู้ว่าชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ประชาชนจำนวนมากร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดบรัสเซลส์ ที่หน้าตลาดหลักทรัพย์เบลเยียม (ภาพ: AFP)

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเบลเยียม ซึ่งออกปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่หลายจุดทั่วประเทศ พบสถานที่ซึ่งคาดว่าเป็นที่ซ่อนตัวของคนร้ายกลุ่มนี้ในเขตหนึ่งของกรุงบรัสเซลส์ โดยพวกเขาพบระเบิดเปอร์ออกไซด์ (TATP) น้ำหนัก 15 กก. และพบวัสดุสำหรับประกอบระเบิดอีกหลายอย่าง

แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ข้อมูลใดๆ ในการสอบปากคำนายซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยเป็นหนึ่งในทีมโจมตีกรุงปารีสเมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน ซึ่งใช้อพาร์ตเมนต์ในกรุงบรัสเซลส์ซึ่งเช่าโดยคาลิด บาคราวี เป็นที่ซ่อนตัวก่อนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ทนายความของอับเดลสลามระบุว่า ลูกความของเขาไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เบลเยียมแล้ว และขณะนี้กำลังหาทางให้ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีในประเทศฝรั่งเศสให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

เผย 2 พี่น้องมือระเบิดพลีชีพ มีแผนบึมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เบลเยียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595756

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2559 19:08

 

นสพ.เบลเยียม รายงาน ตร.เบลเยียมจับกุม ซาลาห์ อับเดซาลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเหตุโจมตีปารีส ถือเป็นการช่วยหลีกเลี่ยงแผนร้าย กลุ่มก่อการร้ายอาจมีแผนระเบิดรง.ผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ในวันอีสเตอร์
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 หนังสือพิมพ์แดร์เนียร์เออร์ของเบลเยียมรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มี.ค.59 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุที่ร้ายแรงกว่าที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม จากการจับกุมตัว นายซาลาห์ อับเดซาลาม เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม ผ่านมา เพราะทำให้ผู้ก่อการร้ายร่วมขบวนการเร่งลงมือโจมตีเร็วกว่าที่กำหนด

จากรายงานข่าวระบุว่า เป็นที่แน่ชัดว่าผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุกรุงปารีสและกรุงบรัสเซลส์เป็นขบวนการเดียวกัน กับเหตุโจมตีกรุงปารีสเมื่อ 4 เดือนก่อน โดย นายซาลาห์ อับเดซาลาม และพรรคพวกกำลังเตรียมการก่อเหตุอย่างร้ายแรงในเบลเยียม ซึ่งคาดว่าเป็นวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม ซึ่งเป็นวันอีสเตอร์

หนังสือพิมพ์แดร์เนียร์เออร์ของเบลเยียม ยืนยันเพิ่มเติมว่า สองพี่น้องมือระเบิดพลีชีพ คาลิดและบราฮิม เอล บราคราวี คือ ผู้ที่ติดตั้งกล้องบันทึกความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เบลเยียมที่ถูกเปิดเผยเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวระบุว่า  ‘แม้ว่าเราจะไม่สามารถป้องกันเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ก็สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุที่ร้ายแรงกว่านี้ หากผู้ก่อการร้ายสามารถดำเนินการได้ตามแผนการที่วางไว้ ทำให้เขาเปลี่ยนใจมุ่งหาเป้าหมายที่อ่อนอื่นแทน’

แค่ชื่อก็ผวาแล้ว ‘มารดาของซาตาน’! ระเบิดที่ใช้โจมตีปารีส-บรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595667

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2559 16:45

 

อัยการเบลเยียม แถลง เจ้าหน้าที่พบระเบิด TATP และวัตถุประกอบระเบิดอื่นๆ ระหว่างการค้นอพาร์ตเมนต์ของผู้ต้องสงสัยวางระเบิดกรุงบรัสเซลส์ ขณะที่ สื่อรายงาน ระเบิด TATP ได้รับการเรียกขานในหมู่นักรบญิฮัดว่า ‘มารดาของซาตาน’ และใช้ในการก่อการร้ายทั้งในกรุงปารีส และกรุงบรัสเซลส์

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า ระเบิด TATP ซึ่งเป็นผงสีขาว ผลิตง่าย สร้างความรุนแรงและความสูญเสียได้มาก เป็นระเบิดที่ผู้ก่อการร้ายใช้ก่อวินาศกรรมที่อาคารแสดงคอนเสิร์ตบาตากล็อง กรุงปารีส และที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม รวมทั้ง นิยมใช้ในสมรภูมิรบประเทศซีเรีย ได้รับการขนานนามในหมู่นักรบมุสลิมหัวรุนแรงว่า “มารดาของซาตาน” (la mère de Satan)

นายเฟรเดอริค วาน ลิว อัยการเบลเยียมแถลงข่าว เมื่อวันพุธที่ 23 มี.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ค้นพบระเบิดชนิด TATP น้ำหนัก 15 กิโลกรัม รวมทั้ง สารอะซิโตน 150 ลิตร และวัตถุประกอบระเบิดอื่นๆ ในกระเป๋าที่เต็มไปด้วยตะปูและนอต ระหว่างการตรวจค้นอพาร์เมนต์ที่พักของผู้ก่อเหตุระเบิดพลีชีพ เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม ที่กรุงบรัสเซลส์

ข่าวแจ้งว่า มีการใช้ระเบิดประเภท TATP มาก ในประเทศซีเรียและอิรักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มจากการทดลองผลิตแบบเล็กน้อย จนกระทั่งขยายตัวเป็นขนาดกึ่งอุตสาหกรรม จากรายงานขององค์กร Conflict Armament Research ที่ใช้เวลาในการสำรวจ 20 เดือน ที่ได้เผยแพร่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ พบว่า มีบริษัทจำนวน 51 แห่ง จาก 20 ประเทศทั้งในตุรกี รัสเซีย เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา ที่ได้จัดส่งสารเบื้องต้นสำหรับใช้ในการผลิตระเบิด TATP ให้กับกลุ่มรัฐอิสลาม

สำหรับ ระเบิด TATP คือระเบิดที่ผู้ก่อการร้ายใช้ในเข็มขัดระเบิดพลีชีพ ในการก่อวินาศกรรมกลางกรุงปารีส คืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 58 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 คน และเมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม ที่สนามบินกรุงบรัสเซลส์ และสถานีรถไฟใต้ดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 31 คน บาดเจ็บ 300 คน ส่วนใหญ่จะมีบาดแผลจากการเผาไหม้ที่รุนแรง