ผู้นำโลกหนุนสู้ความรุนแรงต่อผู้หญิง เนื่องในวันสตรีสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588026

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 มี.ค. 2559 05:40

ผู้นำโลกหนุนสู้ความรุนแรงต่อผู้หญิง เนื่องในวันสตรีสากล

(ภาพ: REUTERS)

นายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เรียกร้องประชาชนช่วยป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เนื่องในวันสตรีสากล เมื่อ 8 มี.ค. ส่วนกองทุนช่วยเหลือเหยื่อการใช้ความรุนแรงในฝรั่งเศสประเมินว่าแต่ละปีมีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อคดีข่มขืนและพยายามข่มขืนประมาณ 86,000 ราย และมีเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ที่ตัดสินใจแจ้งความ

ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่นสั่งแก้ไขกฎหมายสมรสให้ผู้หญิงสามารถแต่งงานใหม่ได้ภายใน 100 วันหลังหย่าขาดจากสามีเก่า ซึ่งลดลงจากเงื่อนไขเดิมที่ระบุว่าผู้หญิงต้องรอถึง 6 เดือนจึงจะแต่งงานใหม่ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ ขณะที่นางอัลมา อัลมูนาเจด ช่างภาพและนักเขียนชาวซาอุดีอาระเบีย เปิดตัวหนังสือรวมภาพถ่ายและบทสัมภาษณ์หญิงซาอุฯ 40 คนซึ่งประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ เพื่อลบล้างทัศนคติว่าหญิงซาอุฯถูกกดขี่ทางเพศ

ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส (ภาพ: REUTERS)

ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อ 7 มี.ค. นายบิล ดีบลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ประกาศบังคับใช้กฎการใช้ห้องน้ำสาธารณะฉบับใหม่ในนครนิวยอร์ก เพื่อรับรองสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศให้สามารถเลือกใช้ห้องน้ำสาธารณะได้ทั้งห้องน้ำชายและหญิงโดยไม่ต้องแสดงบัตรระบุตัวตน แม้ผู้คัดค้านระบุว่ากฎใหม่อาจเปิดช่องให้มีผู้ฉวยโอกาสแต่งกายข้ามเพศเข้าไปก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำหญิง.

อัล-ชาบับโต้มะกันขี้โม้ อ้างสังหารนักรบ 150 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588025

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 มี.ค. 2559 05:10

อัล-ชาบับโต้มะกันขี้โม้ อ้างสังหารนักรบ 150 ศพ

(ภาพ: AP)

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ “เพนตากอน” แถลงเมื่อ 7 มี.ค.ว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ รวมทั้งด้วยอากาศยานไร้พลขับหรือ “โดรน” ถล่มค่ายฝึก “ราโซ” ของกลุ่มหัวรุนแรง “อัล-ชาบับ” สาขาของเครือข่าย “อัล เคดา” ห่างกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงโซมาเลีย 193 กม.เมื่อ 5 มี.ค. สังหารนักรบอัล-ชาบับกว่า 150 คน หลังสหรัฐฯ เฝ้าจับตาค่ายแห่งนี้หลายสัปดาห์ และพบว่านักรบอัล-ชาบับชุมนุมกันอยู่ถึง 200 คน

ด้านกลุ่มอัล-ชาบับ ยืนยันว่าค่ายดังกล่าวถูกสหรัฐฯโจมตีจริง แต่ยอดผู้เสียชีวิตถึง 150 คนนั้นสหรัฐฯ อ้างเกินจริง เพราะนักรบอัล-ชาบับ จะไม่ชุมนุมกันในจุดเดียวถึง 100 คนเพื่อความปลอดภัย รายงานฉบับนี้มีขึ้นขณะที่สหรัฐฯ ประกาศจะเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งพลเรือนจากการโจมตีด้วยโดรนและปฏิบัติการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายอื่นๆ ตั้งแต่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ขึ้นกุมอำนาจในปี 2552 ในเร็วๆ นี้ รวมทั้งในปากีสถาน ลิเบีย เยเมน โซมาเลีย และจุดอื่นๆ ในแอฟริกา แต่ไม่รวมถึงในเขตสงครามใหญ่ที่อิรักและซีเรีย

ด้านออสเตรเลียแถลงว่า เรือรบออสเตรเลียยึดอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมทั้งปืนเอเค-47 จรวดอาร์พีจี ปืนกล ปืนครก บนเรือประมงลำหนึ่งห่างฝั่งโอมาน 300 กม. ขณะจะมุ่งหน้าไปโซมาเลีย ส่วนตำรวจอังกฤษเตือนว่ากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) มีแผนโจมตีชาติตะวันตกครั้งใหญ่อีกคล้ายการโจมตีที่กรุงปารีสเมื่อ ก.ย.2558.

เบลเยียมจับโคเคน 3 ตันซุกในลังกล้วยที่ท่าเรืออันทเวิร์ป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588041

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 04:35

เบลเยียมจับโคเคน 3 ตันซุกในลังกล้วยที่ท่าเรืออันทเวิร์ป

 

(ภาพ: AFP)

ทางการเบลเยียมแถลงในวันอังคาร ว่าเจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับยาเสพติดประเภทโคเคนได้น้ำหนักกว่า 3 ตัน ที่ท่าเรือเมืองอันทเวิร์ป โดยพบในคอนเทนเนอร์บรรจุกล้วย…

เมื่อวันอังคารที่ 8 มีนาคม กระทรวงการคลังเบลเยียมแถลงข่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักงานสืบสวนและจับกุมของศุลกากรเบลเยียมได้ตรวจพบโคเคนน้ำหนัก 2,958 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกกล้วยมาจากประเทศโคลอมเบียที่ท่าเรืออันทเวิร์ป โดยมูลค่ายาเสพติดเกือบสามตันมีมูลค่าในตลาดประมาณ 150 ล้านยูโร (ราว 5,840 ล้านบาท)

ตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งมาจากประเทศโคลอมเบียได้ถูกตรวจค้นตามระบบ “การวิเคราะห์ความเสี่ยง” การสอบสวนดำเนินคดีจะดำเนินการต่อไป แต่ไม่มีรายละเอียดว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาหรือไม่ นับเป็นการจับกุมยาเสพติดครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของประเทศเบลเยียม โดยก่อนหน้านี้เคยมีการจับกุมยาเสพติดจำนวนถึง 8 ตัน ที่ท่าเรืออันทเวิร์ปเมื่อปี 2555

 

ครบ 2 ปี MH370 สาบสูญ ทีมค้นหายังหวังเจอซาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587985

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 00:40

ครบ 2 ปี MH370 สาบสูญ ทีมค้นหายังหวังเจอซาก

(ภาพ: REUTERS)

เจ้าหน้าที่ของประเทศมาเลเซียและออสเตรเลียออกแถลงการณ์เนื่องในวันครบรอบ 2 ปี การหายไปอย่างเป็นปริศนาของเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 เมื่อวันอังคาร โดยไม่เปิดเผยความคืบหน้าใหม่ๆ แต่ยังมีความหวังว่าจะหาเครื่องบินลำนี้พบ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศมาเลเซียและออสเตรเลียแถลงในวันอังคารที่ 8 มี.ค. 2016 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปี การหายไปของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน ว่า พวกเขายังมีความหวังว่าจะหาเครื่องบินลำนี้พบในท้ายที่สุด แม้ว่าการค้นหาจนถึงตอนนี้จะพบชิ้นส่วนที่ได้รับการยืนยันว่ามาจากเครื่องบินลำนี้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น โดยพบบนเกาะเรอูนิยง ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปีก่อน

นายดาโต๊ะ คอก ซู ชน ผู้นำเจ้าหน้าที่สืบสวนของมาเลเซียระบุในแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ในวันอังคารว่า เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างทบทวนข้อมูลสำคัญ “ในเวลานี้ ทีมสืบสวนยังคงทำงานเพื่อไปสู่ขั้นสุดท้าของการวิเคราะห์, การค้นพบ, การสรุปผล และการแนะนำด้านความปลอดภัย ใน 8 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการหายไปของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ตามข้อมูลที่ปรากฏ”

ขณะที่นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย กล่าวว่า เขายังคงมีความหวังว่าจะพบเอ็มเอช 370 แต่เมื่อการค้นหาในพื้นที่ค้นหาปัจจุบันซึ่งกินพื้นที่ 120,000 ตร.กม. ในมหาสมุทรอินเดียสิ้นสุดลง รัฐบาลของ 3 ประเทศที่เข้าร่วมการค้นหาจะมาประชุมกันอีกครั้งเมื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป “เรายังมีหน้าที่ที่จะทำทุกอย่างภายใต้ขีดความสามารถของเราในการแก้ปัญหาซึ่งเป็นปริศนาที่น่าทุกทรมานสำหรับผู้เป็นที่รักของบุคคลที่หายตัวไป” นายราซัคกล่าว

นายกฯมาเลเซียระบุด้วยว่า การค้นหาเครื่องบินลำนี้เกิดขึ้นในหนึ่งในภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยที่สุดในโลกที่มีความลึกกว่า 6 กม. “ทีมค้นหากำลังทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ตลอดแนวเขาใต้ทะเลและกระแสน้ำที่เร็วที่สุดในโลก”

ญาติผู้โดยสารที่สูญหายไปกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 รวมตัวกันที่หน้าสถานทูตมาเลเซียในกรุงปักกิ่ง เพื่อรำลึกครบรอบ 2 ปีการหายไปของเครื่องบินลำนี้ (ภาพ: REUTERS)

ด้านนายมาร์ติน โดแลน หัวหน้าสำนักงานความปลอดภัยการขนส่งแห่งประเทศออสเตรเลีย (เอทีเอสบี) ซึ่งประสานในปฏิบัติการค้นหาเอ็มเอช 370 บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า จุดยืนของรัฐบาลออสเตรเลียยังคงเหมือนเดิม และหากไม่มีข้อมูลสำคัญใหม่ๆ ปรากฏออกมา พวกเขาจะยุติการค้นหาในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อค้นหาครอบคลุมพื้นที่ค้นหาในปัจจุบันแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมิ.ย.ปีนี้ แม้ว่าญาติของผู้สูญหายหลายคนจะต้องการให้ทำการค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบเครื่องบินลำนี้ก็ตาม

ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ (7 มี.ค.) ญาติของผู้โดยสารชาวจีน 12 คนที่สูญหายไปพร้อมกับเอ็มเอช 370 ยืนฟ้องร้องสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สที่ศาลในกรุงปักกิ่ง โดยทนายความระบุว่า ผู้ยื่นฟ้องต้องการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่เป้าหมายสูงสุดคือเรียกร้องคำตอบว่าสาเหตุที่เอ็มเอช 370 หายไปคืออะไร และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

นอกจากนี้ ญาติผู้โดยสารอีก 32 คนส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ยื่นฟ้องร้องมาเลเซียแอร์ไลน์สในประเทศมาเลเซีย และญาติผู้โดยสารอีก 43 คนยื่นฟ้องร้องในนครนิวยอร์ก

อียูใช้กำลังนาโต เฝ้าระวัง-ตรวจสอบผู้อพยพ บริเวณทะเลอีเจียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587734

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 14:42

อียูใช้กำลังนาโต เฝ้าระวัง-ตรวจสอบผู้อพยพ บริเวณทะเลอีเจียน

โดนัลด์ ทัสก์ (ภาพ : REUTERS)

อียูใช้กำลังนาโต ปฏิบัติการบริเวณทะเลอีเจียน เฝ้าระวังและตรวจสอบผู้อพยพ ด้าน ตุรกีของบเพิ่ม 3 พันล้านยูโร แลกกับเงื่อนไขการยอมรับผู้อพยพจำนวนมาก กลับคืนตุรกีจากสหภาพยุโรป

8 มีนาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า การประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 28 ประเทศ กับนายกรัฐมนตรีตุรกี เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม ที่สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ใช้เวลาในการประชุมร่วมกันถึง 12 ชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายตกลงรับหลักการพื้นฐานร่วมกัน โดยจะต้องมีการจัดทำแผนการปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมขึ้นเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดครั้งต่อไประหว่างวันที่ 17 และ 18 มีนาคมนี้

นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป กล่าวว่า ตุรกีและสหภาพยุโรปตกลงในหลักการพื้นฐานที่จะจัดทำแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย เนื่องจากจำนวนผู้อพยพที่เดินทางจากตุรกีเข้ามายังประเทศกรีซยังอยู่ในระดับที่สูงมาก นายดาวูโตกลู นายกรัฐมนตรีตุรกี ยอมรับที่จะกระชับความร่วมมือในการรับผู้อพยพที่ไม่เข้าข่ายได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศให้รวดเร็วขึ้นภายในระยะเวลาอันใกล้

นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงยินยอมให้ใช้กองกำลังองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ในบริเวณทะเลอีเจียน เพื่อเฝ้าระวังตรวจสอบผู้อพยพที่เดินทางข้ามทะเลบริเวณดังกล่าว และผลักดันผู้อพยพที่ไม่ปกติคืนน่านน้ำตุรกี

“การตัดสินใจในวันนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า การเคลื่อนย้ายของผู้อพยพที่ไม่ปกติเข้ามาในอียูจะต้องหมดไป” นายโดนัลด์ ทัสก์ กล่าวย้ำ

ทางด้านผู้นำตุรกี ได้เรียกร้องเงินช่วยเหลือจากอียูเพิ่มเติมจำนวน 3 พันล้านยูโร (117,000 ล้านบาท) เพื่อแลกกับเงื่อนไขการยอมรับผู้อพยพจำนวนมากกลับคืนตุรกีจากสหภาพยุโรป นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันล้านยูโรที่สหภาพยุโรปได้ตกลงให้กับตุรกีเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ยิ่งกว่านั้น ตุรกียังได้ยื่นเงื่อนไขที่จะรับตัวผู้อพยพที่ไม่ปกติกลับคืนตุรกี โดยสหภาพยุโรปจะต้องยอมรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจากตุรกีด้วย บนหลักการ “หนึ่งต่อหนึ่ง” และเรียกร้องให้อียูยกเว้นวีซ่าสำหรับคนตุรกีที่ต้องการเดินทางเข้ายุโรป รวมทั้งเร่งหยิบยกเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของตุรกีขึ้นพิจารณาเจรจาอย่างไม่รอช้า

นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป จะทำหน้าที่รวบรวมรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับความตกลงพื้นฐานดังกล่าวข้างต้นเพื่อนำเสนอในที่ประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป 28 ประเทศกับผู้นำตุรกีในการประชุมครั้งต่อไประหว่างวันที่ 17-18 มีนาคมนี้

ระทึก! หนุ่มโปรตุเกสบุกฮีทโธรว์ ขังตัวเองในห้องนักบินโบอิ้ง 747

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587538

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 06:00

ระทึก! หนุ่มโปรตุเกสบุกฮีทโธรว์ ขังตัวเองในห้องนักบินโบอิ้ง 747

(ภาพ: AFP)

ตำรวจอังกฤษจับชายชาวโปรตุเกสคนหนึ่งฐานลักลอบเข้าไปในสนามบินฮีทโธรว์ ก่อนปีนเครื่องบินโบอิ้ง 747 และขังตัวเองอยู่ภายในห้องนักบินเป็นเวลานาน โดยตอนนี้ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลุยส์ เปโดร เบร์ดาสกา ดอส ซานโตส คอสตา ชายชาวโปรตุเกส ถูกจับกุมตัวพร้อมตั้ง 3 ข้อหาซึ่งรวมถึงข้อหาเข้าไปในเครื่องบินโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเขาก่อเหตุบุกฝ่ารั้วรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานลอนดอน ฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ก่อนปีนขึ้นไปบนเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบิน บริติช แอร์เวย์ส ที่ไม่มีคน และขังตัวเองหลังประตูรักษาความปลอดภัยของห้องนักบินเป็นเวลานาน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มี.ค. ชายวัย 38 ปีรายนี้ก่อเหตุปีนข้ามรั้วรักษาความปลอดภัยรอบนอกของท่าอากาศยานลอนดอน ฮีทโธรว์ ก่อนจะลอบเข้าไปในพื้นที่วิศวกรรมของบริติช แอร์เวย์ส ก่อนถูกพบเห็นขณะกำลังปีนขึ้นไปบนห้องโดยสารของเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่จอดอยู่ เขาจึงหนีเข้าไปในห้องนักบินและขังตัวเองอยู่ในนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถเปิดประตูซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับป้องกันเหตุร้ายบนเครื่อง และจับกุมชายคนนี้ได้สำเร็จ

แหล่งข่าวซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อรายหนึ่งระบุว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนและยากลำบากมาก และในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องถูกเรียกมาที่เครื่องบินและปฏิบัติหน้าที่อย่างยาวนานเพื่อเข้าไปในห้องนักบินจากภายนอก “เมื่อลองคิดดู มันเป็นสถานการณ์น่ากลัว ชายคนหนึ่งไม่เพียงสามารถเข้าไปในพื้นที่การบินของหนึ่งในสนามบินที่มีผู้เดินทางมากที่สุดโลก แต่ยังสามารถขั้นไปบนโบอิ้ง 747 และขังตัวเองอยู่ในห้องนักบินโดยใช้ระบบต่อต้านการก่อการร้ายบนเครื่องบินเอง”

ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนเครื่องบินที่จอดอยู่ในสนามบินฮีทโธรว์ โดยตัดความเป็นไปได้ที่จะมีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายออกไป ส่วนสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ชายผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหา 3 ข้อหาและจะเข้ารับการพิจารณาคดีในศาลเร็วๆ นี้

ออสซี่ยึดเรือขนปืนกว่า 2,000 กระบอก นอกฝั่งโอมาน เชื่อมาจากอิหร่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587511

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 04:40

ออสซี่ยึดเรือขนปืนกว่า 2,000 กระบอก นอกฝั่งโอมาน เชื่อมาจากอิหร่าน

(ภาพ: ABIS Sarah Ebsworth)

เรือของกองทัพเรือแห่งประเทศออสเตรเลียดำเนินการยึดอาวุธปืนจำนวนมากจากเรือลำหนึ่งที่พวกเขาพบนอกชายฝั่งประเทศโอมาน โดยเชื่อว่าเรือเดินทางมาจากอิหร่านมุ่งหน้าไปยังประเทศเยเมน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเรือของประเทศออสเตรเลียเปิดเผยในวันที่ 7 มี.ค. ว่า หนึ่งในเรือลาดตระเวนของพวกเขาชื่อว่า ‘เอชเอ็มเอเอส อาร์วิน’ (HMAS Darwin) เข้าสกัดเรือประมงไร้รัฐลำหนึ่งในอ่าวเอเดน ห่างจากชายฝั่งของประเทศโอมานประมาณ 170 ไมล์ทะเล และพบอาวุธปืนจำนวนมากรวมถึง ปืนไรเฟิลจู่โจม เอเค-47 (AK-47) จำนวน 1,989 กระบอก และจรวดอาร์พีจีอีก 100 กระบอก

ขณะที่โฆษกของกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเปิดเผยต่อสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยว่า มีคนจำนวน 18 คนหลากหลายสัญชาติโดยสารอยู่บนเรือลำนี้ด้วย แต่ยังไม่ได้ทำการตรวจสอบยืนยันเอกสารประจำตัวของคนเหล่านี้ แต่ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวหลังจากอาวุธดังกล่าวถูกยึดแล้ว ตามกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ

ด้าน ร้อยโทเอียน แมคคอนนาเฮย์ เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า สหรัฐฯเชื่อว่าอาวุธเหล่านี้ถูกส่งมาจากประเทศอิหร่าน และดูเหมือนจะตั้งใจส่งไปให้แก่กบฏ ‘ฮูธิ’ ในประเทศเยเมน โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กำลังรวบรวมข้อความเพื่อหาจุดหมายสุดท้ายของอาวุธเหล่านี้

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิก กองกำลังผสมทางทะเล (Combined Maritime Forces) พันธมิตรกองทัพเรือนานาชาติซึ่งช่วยเหลือตรวจสอบในน่านน้ำสากลพื้นที่มากกว่า 3 ล้านตารางไมล์

(ภาพ: ABIS Sarah Ebsworth)

หวาดเสียว! รวบนักบินอิตาลี ฉุนเมียขอหย่า ขู่ขับเครื่องบินชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587470

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 03:35

หวาดเสียว! รวบนักบินอิตาลี ฉุนเมียขอหย่า ขู่ขับเครื่องบินชน

(ภาพ: http://www.ilfattoquotidiano.it/)

หนังสือพิมพ์อิลฟัตโตควาติเดียโนรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศอิตาลีสามารถป้องกันอุบัติเหตุทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเฉียดฉิว หลังจากนักบินอิตาลีคนหนึ่งได้ข่มขู่ภรรยาของเขาว่าจะขับเครื่องบินชน ถ้าเธอยังยืนยันที่จะขอหย่าขาด คล้ายคลึงกับการขับเครื่องบินชนภูเขาแอลป์ของนักบินเยอรมันวิงส์เมื่อช่วงต้นปี 2558

คดีล่าสุดนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนม.ค. 2558 แต่ได้รับการเปิดเผยในวันจันทร์ (7 มี.ค.) จากรายงายของเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกอาชญากรรมเมืองปาดู อิตาลี โดยภรรยาของนักบินคนดังกล่าวมีความวิตกกังวลจากคำขู่ของสามีหลายครั้งจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันหนึ่งหลังจากที่เขาสิ้นหวังจากการเจรจายอมความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการใช้ชีวิตคู่ นักบินได้ส่งข้อความที่น่าหวาดกลัวถึงภรรยาทางโทรศัพท์มือถือว่า “ถ้าเธอทิ้งฉัน ฉันขับเครื่องบินชนแน่” โดยเขาจะต้องทำหน้าที่กัปตันขับเครื่องบินไปยังกรุงโตเกียวพร้อมกับผู้โดยสารจำนวน 200 คน

หลังจากได้รับแจ้งอย่างทันเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวนักบินก่อนที่เขาจะขึ้นเครื่องบินออกจากสนามบินฟูมิชิโน เที่ยวบินกรุงโรม-กรุงโตเกียว และเขาถูกพักงานจากสายการบินที่ทำงานอยู่พร้อมกับเข้ารับการรักษาทางจิตเวช อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า นักบินอิตาลีมีความตั้งใจที่จะก่อเหตุอย่างจริงจังหรือเพียงต้องการที่จะข่มขู่ภรรยาอย่างสุดขั้วเท่านั้น การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปและไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้

อนึ่ง สองเดือนหลังจากชายคนนี้ถูกจับกุม นายอันเดรียส ลูบิทซ์ นักบินสายการบินเยอรมันวิงส์ที่มีปัญหาโรคซึมเศร้าก็บังคับเครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 150 คนพุ่งชนภูเขาแอลป์ในประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2558

เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทเสด็จเล่นสกีกับพระโอรส-พระธิดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587452

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 00:20

เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทเสด็จเล่นสกีกับพระโอรส-พระธิดา

(ภาพ: Kensington Palace @KensingtonRoyal)

ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เสด็จพาพระโอรสและพระธิดาไปเล่นหิมะเป็นครั้งแรกที่ภูเขาแอลป์ของประเทศฝรั่งเศส โดยสำนักพระราชวังอังกฤษได้เผยแพร่ภาพถ่ายออกสู่สาธารณะด้วย…

สำนักพระราชวังเคนซิงตันได้เปิดเผยภาพดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เสด็จพาพระโอรสและพระธิดาไปทรงเล่นหิมะเป็นครั้งแรกที่ภูเขาแอลป์ของประเทศฝรั่งเศส โดยเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทได้เสด็จไปพักผ่อนพร้อมเจ้าชายจอร์จและเจ้าหญิงชาร์ลอตต์เพื่อทรงเล่นหิมะเป็นครั้งแรก ซึ่งนายจอห์น สตีลเวลล์ ช่างภาพที่ถ่ายภาพระหว่างการเล่นหิมะของทุกพระองค์ซึ่งสำนักพระราชวังเคนซิงตันได้นำออกเผยแพร่ในช่วงบ่ายวันจันทร์

(ภาพ: Kensington Palace @KensingtonRoyal)

ภาพดังกล่าวเป็นพระฉายาลักษณ์ของทั้งสี่พระองค์ 2 ภาพที่ทรงพระสรวลใต้หิมะที่กำลังตก อีก 2 ภาพเป็นภาพของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทที่กำลังโยนบอลหิมะเล่นกันอย่างสนุกสนาน ภาพสุดท้ายเป็นภาพเจ้าชายวิลเลียมอุ้มเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ที่กำลังแย้มพระสรวล

ทั้งนี้ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายจอร์จและเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงเล่นหิมะ ทางสำนักพระราชวังเคนซิงตันเขียนข้อความว่า “ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์หวังว่า ทุกท่านจะชื่นชมภาพดังกล่าว”

(ภาพ: Kensington Palace @KensingtonRoyal)

(ภาพ: Kensington Palace @KensingtonRoyal)

มือปืนออสซี่ยึดอาคารนาน 6 ชม. ยิงคนดับ 1 เจ็บ 2 ก่อนฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587443

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 23:15

มือปืนออสซี่ยึดอาคารนาน 6 ชม. ยิงคนดับ 1 เจ็บ 2 ก่อนฆ่าตัวตาย

(ภาพ: AP)

ชายวัย 33 ปี ก่อเหตุยิงคนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน ก่อนจะยึดอาคารหลังหนึ่งในนครซิดนีย์เอาไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง จนกระทั่งตำรวจตัดสินใจบุกอาคารและพบว่าชายคนนี้เสียชีวิตแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายผู้ก่อเหตุขังตัวเองเอาไว้ที่อาคารพาณิชย์หลังหนึ่งในพื้นที่ทางตะวันตกของนครซิดนีย์ และยิงคนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน ถูกเจ้าหน้าที่พบเป็นศพภายในอาคาร หลังจากเผชิญหน้ากับตำรวจมานานกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มี.ค.

เหตุการณ์เมื่อวันจันทร์เริ่มขึ้นโดยตำรวจได้รับโทรศัพท์เรียกให้ไปยังอาคารโรงงานที่เกิดเหตุ เนื่องจากมีผู้ได้ยิงเสียงปืน และเมื่อตำรวจไปถึงพวกเขาก็พบกับชาย 3 คนได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืน หนึ่งในนั้นเป็นชายายุ 43 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนที่เหลือถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่สืบสวน มาร์ค แบรตต์ จากสำนักงานตำรวจนิวเซาท์เวลส์ เปิดเผยว่า พวกเขาตัดสินใจส่งเจ้าหน้าที่ติดอาวุธหนักบุกเข้าไปในอาคารโรงงานแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรม อิงเกิลเบิร์น ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ หลังจากปิดล้อมพื้นที่มานานหลายชั่วโมง โดยภายในอาคาร ตำรวจพบศพของชายวัย 33 ปี ซึ่งได้รับการระบุชื่อในภายหลังว่า เวย์น วิลเลียมส์ มีบาดแผลถูกยิงซึ่งดูเหมือนว่าเกิดขึ้นจากฝีมือของเขาเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังหน้าอาคารที่เกิดเหตุ (ภาพ: AP)

ตำรวจยังพบคนอีก 3 คนอยู่ภายในอาคาร จึงได้พาตัวพวกเขาออกมา โดยยังไม่แน่ชัดว่าคนเหล่านี้ถูกผู้ต้องสงสัยจับตัวเอาไว้เป็นตัวประกัน หรือซ่อนตัวเพื่อรอจนสถานการณ์จบลง

ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการยิงกัน แต่จากการสืบสวนพบว่าวิลเลียมส์เป็นสมาชิกแก๊งรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่ง ส่วนชายผู้ถูกยิงเสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งรถจักรยานยนต์อีกแห่งหนึ่ง