ปาฏิหาริย์!?! ใกล้ครบ 2 ปี MH370 หายลึกลับ จู่ๆ เจอซากชิ้นส่วนปริศนาที่โมซัมบิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585692

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 มี.ค. 2559 05:30

 

(ภาพบางส่วน จากคลิปวิดีโอ CNN อัพโหลดลงยูทูบ)

เวลา 2 ปี บางคนอาจไวเหมือน ‘ติดปีก’ แต่สำหรับคนที่ต้องสูญเสียคนรัก สมาชิกในครอบครัวแล้วคงรู้สึกตรงกันข้าม โดยเฉพาะอย่างย่ิง หากเป็นการจากไปอย่างไม่รู้ชะตากรรม ไร้ข่าวคราว ไม่พบเจอร่างไร้ลมหายใจ เวลาแต่ละนาที คงช่างเนิ่นช้าและมีแต่ความเศร้าตรม

เกือบ 2 ปีเต็ม ที่เครื่องบินโดยสาร Boeing (โบอิ้ง) 777-200 ER ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH 370 (เอ็มเอช 370) หายไปอย่างปริศนา ไร้ร่องรอย หลังจากนำผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต ทะยานออกจากสนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง และหลังจากขึ้นบินไปได้เพียง 45 นาที การติดต่อของนักบินกับหอควบคุมการบินก็ยุติลงตอนเวลา 01.19 น. ของวันที่ 8 มีนาคม 2557 จากนั้น สัญญาณทุกอย่างจากเครื่องบินลำนี้ก็เงียบสนิท…

2 ปีที่ผ่านมาปฏิบัติการค้นหาซากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 นำโดยออสเตรเลีย ในมหาสมุทรอินเดีย ทางตอนใต้ นอกชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การค้นหาเครื่องบิน โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะค้นหาในอาณาบริเวณกว้างถึง 120,000 ตารางกิโลเมตร กลับยังไม่เจอซากชิ้นส่วนของเครื่องบินที่อาจเป็นของโบอิ้ง 777 แม้แต่ช้ินเดียว…

มีเพียงแต่การพบซากปีกเครื่องบินส่วนท่ีเรียกว่า แฟล็ปเพอรอน (flaperon) ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยหาด เกาะเรอูนิยง ดินแดนไกลโพ้นของฝรั่งเศส ในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปีก่อนเท่านั้น ที่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายแล้วว่าเป็นของเที่ยวบิน เอ็มเอช 370

*ความหวังใหม่…เจอซากชิ้นส่วนปริศนาที่โมซัมบิก

แต่แล้วท่ามกลางความรู้สึกไร้ความหวังที่จะเจอซากโบอิ้ง 777 ซึ่งขณะนี้มีเพียงเที่ยวบิน MH370 เพียงลำเดียวเท่านั้นที่หายไป กลับมีข่าวคราวมาจากโมซัมบิก ประเทศทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ของทวีปแอฟริกา เมื่อ เบลน กิบสัน นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ได้เช่าเรือแบบเหมาลำและให้เจ้าของเรือคนในพื้นที่ ขับแล่นเรือเที่ยว ได้พบซากชิ้นส่วนเครื่องบิน ความยาวประมาณ 1 เมตร ถูกคลื่นซัดมาเกยบนสันทรายของชายหาด

‘มันเป็นเรื่องที่ไม่น่ามาเกิดขึ้นกับผม ที่ได้พบวัตถุบางอย่างแบบนี้ที่นี่ มันช่างเหมือนกับความฝัน ผมไม่รู้ว่ามันมาจาก 370 หรือเครื่องบินลำอื่น ซึ่งไม่ว่ามันจะมาจาก 370 หรือไม่ก็ตาม มันทำให้เกิดความตระหนักมากขึ้นว่า ผู้คนจำเป็นต้องมองดูสิ่งต่างๆ บนชายหาดทั้งหลาย’ กิบสันกล่าวด้วยความตื่นเต้น

* ปาฏิหาริย์เหลือเชื่อ…คนที่เจอซากชิ้นส่วน ร่วมตามหา MH 370 ด้วย

เรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับ เบลน กิบสัน เป็นอย่างมาก หากซากเครื่องบินที่เขาและคนขับเรือพบที่โมซัมบิก เป็นของ MH370 นั้น เนื่องจากที่ผ่านมา เบลน กิบสัน ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ไม่ได้ขึ้นกับหน่วยงานใด ในการร่วมค้นหา MH370 ด้วยการทำหน้าที่แปลข้อมูลเพื่อติดตามหาเครื่องบินที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า ไม่ใช่เรื่องปกติเลย ที่บุคคล หรือกลุ่มคนในฐานะเอกชน มีส่วนเกี่ยวข้องในการค้นหาเครื่องบินที่หายสาบสูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการค้นหาที่ใช้ระยะเวลานาน ขณะที่บรรดาญาติพี่น้องคนรักในครอบครัวของผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบิน MH370 ได้พยายามหาเงินให้ได้ 5 ล้านดอลลาร์ (180 ล้านบาท) เพื่อช่วยตามหาเครื่องบินที่หายไป

ซากชิ้นส่วนที่พบ มีตัวอักษร ข้อความว่า ‘No Step’

*‘หัวใจเต้นโครมคราม’ เห็นซากชิ้นส่วนครั้งแรก

เบลน กิบสัน กล่าวกับนักข่าวของซีเอ็นเอ็นว่า ‘หัวใจของเขาเต้นแรง’ เมื่อได้เห็นซากช้ินส่วนเครื่องบินเป็นครั้งแรก แต่ก็ตระหนักในตอนนั้นว่า โอกาสเป็นได้น้อย แต่ซากเครื่องบินนั้น ทำให้พวกเรารู้สึกมีความสนใจ กิบสัน กล่าว พร้อมเล่าว่า เขาเคยได้พบกับคนที่เป็นสมาชิกในครอบครัวของเหยื่อเที่ยวบิน MH370 ซึ่งทำให้เขาได้ตระหนักถึงผลที่จะตามมาในสิ่งที่เขาพบ ‘คนเหล่านี้คือ คนเป็นๆ และมีความเจ็บปวดอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งใดเลยที่สามารถนำคำตอบมาให้ ผมต้องการช่วยทำในสิ่งนั้น’ กิบสัน กล่าวถึงเพื่อนและคนในครอบครัวของเหยื่อMH370

มีตัวหมุดติดอยู่ด้วย

*ส่งมอบชิ้นส่วนที่พบไปตรวจสอบต่อ ใช่มาจาก MH370 หรือไม่?

หลังจาก เบลน กิบสัน พบซากชิ้นส่วนเครื่องบินเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา เขาได้ส่งมอบชิ้นส่วนนั้นให้กับเจ้าหน้าที่ทางการโมซัมบิก และอยู่ระหว่างนำไปตรวจสอบที่ออสเตรเลีย ขณะที่รมว.สาธารณูปโภคและคมนาคมของออสเตรเลียและมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ซากเครื่องบินที่พบ เป็นของโบอิ้ง 777 รุ่นเดียวกับ MH370

บริเวณส่วนแพนหางของเครื่องบิน

* ช้ินส่วนปริศนา เชื่อเป็น ‘Horizontal Stabilizer’

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบิน กล่าวกับนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า คาดว่า ช้ินส่วนที่พบ มีขนาด 35 X 22 นิ้ว เป็นส่วนของเครื่องบินที่เป็น ‘Horizontal Stabilizer’ หรือ แพนหาง ซึ่งเป็นส่วนต่ออยู่ที่ท้ายเครื่องบิน เพื่อช่วยให้เครื่องบินรักษาลักษณะท่าทางการบินให้คงที่ ซึ่งสามารถปรับแต่งระดับได้

ที่สำคัญ ซากเครื่องบินที่พบ มีตัวหมุดยึดหนึ่งอันติดอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของบริษัทผลิตตัวหมุด ‘LISI Aerospace’ กล่าวว่า ช้ินส่วนเครื่องบินที่พบเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นส่วนมาตรฐานมากของเครื่องบิน แต่คงต้องดูรายละเอียดมากกว่านี้ เพราะเครื่องบินโบอิ้ง ไม่ใช่มีแต่โบอิ้ง 777 เท่านั้น

แผนที่แสดงให้เห็นบริเวณที่พบชิ้นส่วนเครื่องบินที่โมซัมบิก

*บริเวณที่พบห่างจากเกาะเรอูนิยง 2,100 กิโลเมตร

สำหรับบริเวณที่พบชิ้นส่วนเครื่องบินบนชายหาดโมซัมบิกนั้น อยู่ห่างไกลจากเกาะเรอูนิยง ไปทางตะวันตกประมาณ 1,300 ไมล์ หรือ 2,100 กิโลเมตร ซึ่งมีเกาะขนาดใหญ่ ประเทศมาดากัสการ์อยู่ระหว่างกลาง โดย นายดาร์เรน เชสเตอร์ รมว.สาธารณูปโภคและคมนาคมของออสเตรเลีย ชี้ว่า บริเวณที่พบช้ินส่วนเครื่องบินนั้น เป็นทิศทางที่คลื่นในมหาสมุทรอินเดียสามารถพัดพาไปถึงได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการยืนยันว่า การค้นหา MH370 ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เป็นบริเวณที่ถูกต้องแล้ว

นายจาอัว เดอ อาบรู ประธานสถาบันการบินพลเรือนของโมซัมบิกรับมอบชิ้นส่วนเครื่องบินที่พบ

* รอลุ้นกันต่อ ใช่มาจาก MH370 หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้หลายฝ่ายจะมีความรู้สึกว่า ชิ้นส่วนที่พบบนชายหาดโมซัมบิกนั้น มีความเป็นไปได้สูง ว่าเป็นโบอิ้ง 777 แต่คงต้องรอผลการตรวจสอบยืนยันออกมาให้แน่ชัดเสียก่อนว่า มาจากเที่ยวบิน MH370 หรือไม่ ซึ่งถ้า ‘ใช่’ ก็จะถือเป็น ซากชิ้นส่วนที่ 2 ของ MH370

นายเหลียว เทียง ไล่ รมว.คมนาคมมาเลเซีย แถลงข่าว

แต่จะว่าไป การที่มีชายคนหนึ่ง ขันอาสาด้วยความเต็มอกเต็มใจเข้ามาช่วยติดตามค้นหา เครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายสาบสูญ จู่ๆ ได้เจอซากช้ินส่วนเครื่องบินโดยบังเอิญ และยังมีความเป็นไปได้มากว่า อาจมาจาก MH370 คงทำให้เห็นว่า บางครั้ง ปาฏิหาริย์ก็มีจริงเช่นกัน!!

เพนตากอนท้าเจาะข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585847

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 มี.ค. 2559 05:15

 

(ภาพจาก:AP)

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ประกาศเปิดตัวโปรแกรม “แฮกค์ เดอะ เพนตากอน” ท้าทายเหล่าผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ลองเจาะข้อมูล ของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หวังทดสอบระบบป้องกันการจารกรรมก่อกวนข้อมูล โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนหน้า

ทั้งนี้ แต่ละวันระบบคอมพิวเตอร์ของเพนตากอนถูกเหล่าแฮกเกอร์หรือนักจารกรรมก่อกวนข้อมูลพยายามเจาะเข้าระบบหลายล้านครั้ง ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องปรับปรุงยกระดับความปลอดภัยด้านข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหาวิธีติดตามหาแหล่งที่มาของการก่อกวน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯไม่ระบุว่าใช้เงินดำเนินการดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน และระบบทำงานอย่างไร.

ยกนิ้วให้เลย! เอมิเรตส์ A380 ทุบสถิติบินไกลสุด แบบ ‘น็อน-สต็อป’ 1.42 หมื่น กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585532

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2559 14:00

 

เครื่องบินโดยสารแอร์บัส A380 ของสายการบินเอมิเรตส์ ทุบสถิติ เป็นสายการบินพาณิชย์ที่บินไกลสุดแบบ ‘น็อน-สต็อป’ ระยะทาง 14,200 กม. จากดูไบ ไปโอ๊คแลนด์

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เครื่องบินโดยสาร แอร์บัส A380 ของสายการบินเอมิเรตส์จากนครดูไบ ไปยังเมืองโอ๊คแลนด์ ของนิวซีแลนด์ เมื่อวันพุธที่ 2 มี.ค. ประสบความสำเร็จในการเป็นเครื่องบินพาณิชย์ ที่เชื่อว่า บินระยะทางไกลที่สุด ถึง 14,200 กม. แบบ ‘น็อน-สต็อป’ (non-stop) ไม่มีการลงจอด โดยใช้เวลาเพียง 16 ชั่วโมง 24 นาที หลังจากคาดไว้ว่าจะใช้เวลาบินประมาณ 17 ชั่วโมง 15 นาที

บีบีซี แจ้งว่า เที่ยวบินขากลับไปดูไบ จะทะยานออกจากเมืองโอ๊คแลนด์ ตอนเวลาประมาณ 22.20 น. ของวันที่ 2 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) อย่างไรก็ตาม สายการบินเอมิเรตส์ ได้ใช้เครื่องบินแอร์บัส A380 ในการบินเที่ยวพิเศษครั้งนี้ แต่สำหรับการให้บริการเที่ยวบินปกติ จะใช้โบอิ้ง 777

ทวิตเตอร์ของ Flightradar24 แสดงเส้นทางบินระยะทาง 14,200 กม.ดูไบ-โอ๊คแลนด์

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารของสายการบิน แควนตัส เคยบินแบบ ‘น็อน-สต็อป’ ระยะทาง 13,800 กม. จากเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐฯ ไปยังนครซิดนีย์ ของออสเตรเลีย โดยใช้เวลาประมาณ 16 ชั่วโมง กับ 55 นาที แต่ในที่สุด เครื่องบินโดยสารสายการบินเอมิเรตส์ ได้ทำลายสถิตินี้ลงได้ และมีแผนจะเปิดให้บริการเที่ยวบินแบบนอนสต็อป จากดูไบ-ปานามา ซิตี้ ในปลายเดือนมีนาคม โดยจะใช้เวลา 17 ชั่วโมง 35 นาที

มีลุ้น! ซากชิ้นส่วนพบที่โมซัมบิก เชื่อมาจากโบอิ้ง 777 รุ่นเดียวกับ MH370

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585477

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2559 11:38

 

นักท่องเที่ยวอเมริกันพบซากชิ้นส่วน ยาว 1 ม. บนสันทรายของชายหาดที่โมซัมบิก… รมว.คมนาคมมาเลเซีย ชี้ มีความเป็นไปได้สูง อาจเป็นของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH370 ที่หายไปเกือบ 2 ปี แต่ถึงอย่างไร คงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย

เมื่อ 3 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรณีนายเบลน กิบสัน นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันพบซากชิ้นส่วนบนสันทรายของชายหาดในประเทศโมซัมบิก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นายเหลียว เทียง ไล่ รมว.คมนาคมของมาเลเซีย ได้ทวีตข้อความทางโลกออนไลน์ ว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ซากวัตถุดังกล่าวอาจมาจากเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่หายสาบสูญตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2557 แต่กระนั้น คงต้องรอผลตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน

ด้านนายดาร์เรน เชสเตอร์ รมว.สาธารณูปโภคและคมนาคมของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแกนนำในการค้นหา MH370 ชี้ว่า ลักษณะของซากวัตถุดังกล่าว ซึ่งมีความยาว 1 เมตร ที่พบบริเวณสันทรายของชายหาดในประเทศโมซัมบิก ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกานั้น บริเวณที่พบเป็นทิศทางที่คลื่นในมหาสมุทรอินเดียสามารถพัดพาไปถึงได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการยืนยันว่าการค้นหา MH370 ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เป็นบริเวณที่ถูกต้องแล้ว โดยนายเชสเตอร์ ยังกล่าวด้วยว่า ซากวัตถุดังกล่าวจะถูกส่งมายังออสเตรเลีย เพื่อตรวจสอบว่าใช่ชิ้นส่วนของ MH370 หรือไม่

ซากชิ้นส่วน ที่พบบนชายหาดของประเทศโมซัมบิก มีตัวอักษร เขียนคำว่า No Step

ทั้งนี้ การพบซากชิ้นส่วน ที่โมซัมบิกนั้น หากมีการยืนยันว่ามาจากเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 จริง จะนับเป็นซากวัตถุชิ้นที่ 2 ที่พบหลังจากเจอช้ินส่วนปีกของเครื่องบินที่เกาะรีอูนิยง ในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปีก่อน ขณะที่การค้นหาเครื่องบินทางตอนใต้มหาสมุทรอินเดีย นำโดยออสเตรเลีย นับตั้งแต่เครื่องบินหายสาบสูญหลังทะยานออกจากท่าอากาศยานกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง ยังไม่พบเจอซากช้ินส่วนเครื่องบินเลย

ผนึกกำลังตามหา ‘MH370’

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาเลย์ยืนยัน เศษเหล็กเกยหาดทางตะวันออกไม่ได้มาจาก MH370

ร่วมตามหาMH370! จีนส่งเรือติดตั้งระบบโซนาร์ชั้นเยี่ยมมาช่วยหาอีกแรง

ดับหวังญาติ!! คมนาคมมาเลเซีย แถลงชากชิ้นส่วนพบที่ปากพนัง ไม่ใช่ซาก MH370

ทีมค้นหา MH370 ไม่พบเครื่องบิน แต่เจอซากเรือโบราณ ใต้ท้องมหาสมุทรอินเดีย

‘ฟอร์บส์’ จัดเศรษฐีโลก ‘เจ้าสัวช้าง’ พุ่งแซง ‘ซีพี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585363

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2559 08:01

 

“ฟอร์บส์” เปิดชื่ออภิมหาเศรษฐีโลกปี 2016 “บิล เกตส์” รวยล้นเหลือเป็นอันดับ 1 แม้ทรัพย์สินจะร่วงลงจากปีก่อนกว่าสี่พันล้านดอลลาร์ ตามด้วยมหาเศรษฐีชาวสเปนเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า “ซาร่า” คว้าอันดับ 2 ส่วนวอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าพ่อนักลงทุน คาร์ลอส สลิม เจ้าของธุรกิจเทเลคอม และเจฟฟ์ เบซอส ชาวอเมริกันผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ “แอมะซอน” ติดอันดับ 3-4-5 ตามลำดับ “ส่วนเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก” มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก คว้าอันดับ 6 หลังทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีมหาเศรษฐีไทยคนดังติดอันดับรวยระเบิดระเบ้อด้วย 16 คน โดย “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ได้อันดับที่ 94 ของโลก วิ่งฉิวแซงหน้า “เจ้าสัวธนินท์” จากซีพี ขึ้นมาคว้าอันดับ 1 ในกลุ่มอภิมหาเศรษฐีของไทย

อีกครั้งที่นิตยสาร “ฟอร์บส์” นิตยสารชั้นนำด้านธุรกิจของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ถึงผลการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีโลก ผู้มีทรัพย์สินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯขึ้นไป ปรากฏว่า ผู้ติดอันดับประจำปี 2559 ครั้งนี้ ทั้งหมด 1,810 คน ทรัพย์สินรวมคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 6.48 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 226 ล้านล้านบาท แต่จากการผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ส่งผลให้จำนวนอภิมหาเศรษฐีน้อยกว่าปีก่อน 16 คน ขณะที่ทรัพย์สินรวม ก็น้อยกว่าปีก่อน 570,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 19 ล้านล้านบาท

โดยอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นของโลกปีนี้ ได้แก่ นายบิล เกตส์ ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโคร ซอฟท์ ครองอันดับ 1 ของโลก ทรัพย์สินรวม 75,000 ล้านดอลลาร์ (2.6 ล้านล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน 4,200 ล้านดอลลาร์ (147,000 ล้านบาท) นายอามันซิโอ ออร์เตกา ชาวสเปน เจ้าของแบรนด์แฟชั่นซาร่า อันดับ 2 ของโลก ทรัพย์สินรวม 67,000 ล้านดอลลาร์ (2.3 ล้านล้านบาท) นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ชาวอเมริกัน เจ้าพ่อนักลงทุนตลาดหุ้น อันดับ 3 ของโลก ทรัพย์สินรวม 60,800 ล้านดอลลาร์ (2.1 ล้านล้านบาท) นายคาร์ลอส สลิม ชาวเม็กซิกันเจ้าของธุรกิจเทเลคอม อันดับ 4 ของโลก ทรัพย์สินรวม 50,000 ล้านดอลลาร์ (1.7 ล้านล้านบาท) และนายเจฟฟ์ เบซอส ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์แอมะซอน ติดอันดับ 5 ของโลก ทรัพย์สินรวม 45,200 ล้านดอลลาร์ (1.58 ล้านล้านบาท)

ส่วนบุคคลที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้คือ นายมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ชาวอเมริกัน วัย 31 ปี ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ครองอันดับ 6 ของโลก ทรัพย์สินรวม 44,600 ล้านดอลลาร์ (1.56 ล้านล้านบาท) โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถึง 11,200 ล้านดอลลาร์ (392,000 ล้านบาท) ติดอันดับหนึ่งในสิบเป็นปีแรก เช่นเดียวกับอภิมหาเศรษฐีชาวจีน นายหวาง เจียนหลิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และภาพยนตร์ในจีน ครองอันดับ 18 ของโลก ทรัพย์สินรวม 28,700 ล้านดอลลาร์ (1 ล้านล้านบาท) ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมพ์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกัน ครองอันดับ 324 ของโลก มีทรัพย์สินรวม 4,500 ล้านดอลลาร์ (157,500 ล้านบาท) ส่วนอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดคือ น.ส.อเล็กซานดรา อันเดรสเซน ชาวนอร์เวย์ วัย 19 ปี ผู้ถือหุ้นธุรกิจลงทุนของครอบครัว และพี่สาวคือ น.ส.คาเธอรีนา อันเดรสเซน วัย 20 ปี ร่วมครองอันดับ 1,476 ของโลก มีทรัพย์สินรวม 1,200 ล้านดอลลาร์ (42,000 ล้านบาท)

สำหรับอภิมหาเศรษฐีไทย ที่ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีโลกในปีนี้ มีทั้งหมด 16 คน รายแรกคือนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของบริษัทเบียร์ช้างและบริษัทในเครือ ติดอันดับที่ 94 ของโลก ทรัพย์สินรวม 10,700 ล้านดอลลาร์ (374,500 ล้านบาท) แซงหน้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอภิมหาเศรษฐีไทย แทนนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี ที่หล่นไปอยู่อันดับ 171 ของโลก ทรัพย์สินรวม 6,800 ล้านดอลลาร์ (238,000 ล้านบาท) ตามด้วยนายวานิช ไชยวรรณ ประธานบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด อันดับ 421 ของโลก ทรัพย์สินรวม 3,700 ล้านดอลลาร์ (129,500 ล้านบาท)

เช่นเดียวกับ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของกลุ่มกิจการคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ อังกฤษ ครองอันดับ 612 ของโลกร่วมกัน ทรัพย์สินรวม 2,800 ล้านดอลลาร์ (98,000 ล้านบาท) นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อันดับ 666 ของโลก ทรัพย์สินรวม 2,600 ล้านดอลลาร์ (91,000 ล้านบาท) ตามด้วยคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ซีพี นายจรัญ เจียรวนนท์ นายสุเมธ เจียรวนนท์ นายมนตรี เจียรวนนท์ ร่วมครองอันดับ 854 ของโลก ทรัพย์สินรวม 2,100 ล้านดอลลาร์ (73,500 ล้านบาท) ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่อันดับ 1,121 ของโลก ทรัพย์สินรวม 1,600 ล้านดอลลาร์ (56,000 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน 100 ล้านดอลลาร์ (3,500 ล้านบาท)

นอกจากนี้ อภิมหาเศรษฐีไทยรายอื่น ได้แก่ นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริษัทเคเบิ้ลไทย โฮลดิ้ง จำกัด มีทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์ (52,500 ล้านบาท) ติดอันดับ 1,198 ของโลก นายวิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการบริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อยู่อันดับ 1,275 ของโลก มีทรัพย์สินรวม 1,400 ล้านดอลลาร์ (49,000 ล้านบาท) นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริหาร บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส และนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ร่วมอันดับ 1,367 ของโลก ทรัพย์สินรวม 1,300 ล้านดอลลาร์ (45,500 ล้านบาท) นายสุรินทร์ อุปพัทธกุล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บริษัทมัลติเพอร์โพส โฮลดิ้ง จำกัด อันดับ 1,577 ของโลก ทรัพย์สินรวม 1,100 ล้านดอลลาร์ (38,500 ล้านบาท) และสุดท้าย น.ส.สุดธิดา รัตนรักษ์ น้องสาวนายกฤตย์ รัตนรักษ์ ครองอันดับ 1,694 ของโลก ทรัพย์สินรวม 1,000 ล้านดอลลาร์ (35,000 ล้านบาท)

ผลจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ยังปรากฏด้วยว่า มีบุคคลที่หลุดโผการจัดอันดับถึง 221 คน เป็นอภิมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 198 คน ส่วนบุคคลที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมี 501 คน ทรัพย์สินลดลง 892 คน ขณะที่สหรัฐฯ มีจำนวนอภิมหาเศรษฐีมากที่สุด 540 คน ตามด้วยจีน 251 คน เยอรมนี 120 คน รัสเซีย 77 คน และบราซิล 31 คน

นิ่งมาก! หญิงชุดดำขึ้นศาลมอสโก ตอบนักข่าวเฉย ‘ฆ่าตัดหัวเด็กเอง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585221

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 19:30

 

หญิงชุดดำฆ่าตัดหัวเด็กในรัสเซีย ถูกนำตัวขึ้นศาลแล้ว แต่มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ฉายแววหวั่นวิตก พร้อมตอบนักข่าวว่าเธอคือคนฆ่าตัดศีรษะเด็ก เพราะเป็นพระประสงค์ของอัลเลาะห์ …

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพร้อมเผยแพร่ภาพใบหน้าของ นางกูลเชครา โบโบคูโลวา หญิงสวมชุดสตรีมุสลิม ‘ญิฮาบ’ สีดำ ที่หิ้วศีรษะเด็กอย่างไม่สะทกสะท้าน ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Oktyabrskoye Polye ในกรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซีย จนสร้างความสะเทือนขวัญทั่วโลก เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย นางโบโบคูโลวา ซึ่งทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ได้ถูกนำตัวขึ้นศาลชั้นต้นเขตเพรสเนนสกี ในกรุงมอสโกแล้ว ในวันที่ 2 มี.ค. 59 ขณะที่เธอมีสีหน้าเรียบเฉยมาก พร้อมยังตอบคำถามของนักข่าวที่ถามระหว่างทางเดินขึ้นศาลว่า เธอเป็นคนฆ่าตัดศีรษะเด็กใช่หรือไม่ ซึ่งนางโบโบคูโลวา ตอบว่า ‘ใช่’ เพราะเป็นไปตามพระประสงค์ของอัลเลาะห์

นางกูลเชครา โบโบคูโลวา ถูกนำตัวขึ้นศาลในกรุงมอสโก

สีหน้าเรียบเฉย

ตามประวัติเบื้องต้นของ นางโบโบคูโลวา ปัจจุบันอายุ 38 ปี เป็นชาวมุสลิมจากอุซเบกิซสถาน อีกทั้งเธอยังมีลูกแล้ว 3 คน โดยจากกล้องวงจรปิดที่ติดบริเวณใกล้สถานีรถไฟดังกล่าว ได้แสดงให้เห็นว่าเธอสวมชุดฮิญาบสีดำ เดินหิ้วศีรษะเด็กที่โชกไปด้วยเลือด และตะโกนว่า ‘ฉันคือผู้ก่อการร้าย และคือความตายของพวกแก’

ชาวรัสเซียนำดอกไม้มาวางไว้อาลัยแด่เด็กน้อยที่ถูกฆ่าตัดศีรษะ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน

ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนได้กล่าวต่อผู้พิพากษาของศาลว่า พวกตนไม่พบว่ามีใครเกี่ยวข้องในการฆาตกรรมและตัดศีรษะเด็กหญิงพิการ วัย 4 ขวบคนนี้ ซึ่งนางโบโบคูโลวาเป็นพี่เลี้ยง ขณะที่ฝ่ายอัยการกล่าวด้วยว่า เชื่อว่านางโบโบคูโลวา ถูกยุยงให้ก่อฆาตกรรมสะเทือนขวัญนี้ แต่สำหรับความเห็นของเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียหลายคนต่างกล่าวว่า นางโบโบคูโลวามีอาการป่วยทางจิต.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สยองเลย!! หญิงชุดดำเดินหิ้วหัวเด็กในมอสโก เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ชาวอุซเบฯ

ขนหัวลุก!! ชาวรัสเซียแตกกระเจิง หญิงชุดดำเดินหิ้วหัวเด็ก ในมอสโก (ชมคลิป)

ถึงโลกฉลุย! 3 นักบินอวกาศกลับมาแล้วจากไอเอสเอส ลงนิ่มๆ ที่คาซัคฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585148

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 18:20

 

(ทีมเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำสก็อต เคลลีย์ ออกจากแคปซูลโซยูซ)

3 นักบินอวกาศกลับถึงโลกแล้วอย่างปลอดภัย มาลงที่คาซัคสถาน หลังจาก สก็อต เคลลีย์-มิคาอิล คอร์เนียนโก สองนักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ และรัสเซีย ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติมานานเกือบปี

เมื่อ 2 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 3 นักบินอวกาศ ประกอบด้วย นักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ สก็อต เคลลีย์ และนักบินอวกาศชาวรัสเซีย 2 คน คือ มิคาอิล คอร์นิเยนโก และนายซอร์เก โวลคอฟ เดินทางกลับสู่พื้นโลกได้อย่างปลอดภัยแล้ว โดยแคปซูลโซยูซ TMM-18M หลังผ่านชั้นบรรยากาศของโลก ได้ลอยละลิ่วด้วยร่มชูชีพ มาลงใกล้เมือง Dzhezkazgan ในประเทศคาซัคสถาน เมื่อเวลา 10.26 น. ของวันที่ 2 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจาก สก็อต เคลลีย์ และ มิคาอิล คอร์นิเยนโก ได้ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) นานถึง 340 วัน หรือเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานกว่าการประจำการปกติของนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถึง 2 เท่า

แคปซูลโซยุซ TMM-18M ใช้ร่มชูชีพลอยมาลงที่คาซัคสถาน หลังผ่านชั้นบรรยากาศโลก

สำหรับ การขยายระยะเวลาในการประจำการที่สถานีอวกาศไอเอสเอส ของเคลลีย์ และคอร์นิเยนโก เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบทางร่างกายของนักบินอวกาศเมื่ออยู่บนสถานีอวกาศไอเอสเอสเป็นเวลานาน อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ต้องการนำผลการศึกษาดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับ สก็อต เคลลีย์ ซึ่งอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาตินานเกือบปี มาเปรียบเทียบกับมาร์ค เคลลีย์ คู่แฝดของเขา ที่อยู่บนโลก เนื่องจากเป็นการลดปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องทางด้านพันธุกรรมให้เหลือน้อยที่สุด เหลือแต่เพียงการดำรงชีวิตในสภาวะที่แตกต่างกันเป็นเวลานานเกือบปีเท่านั้น.

เจ๋งมาก..3 นักบินอวกาศจากไอเอสเอส กลับสู่โลก!!

3 นักบินอวกาศ กลับถึงโลกอย่างปลอดภัย

บิลล์ เกตส์ครองแชมป์คนรวยที่สุดในโลกปี 59 อีกแล้ว-เจ้าสัวเจริญอยู่ที่ 94

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585126

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 17:04

 

บิลล์ เกตส์ ยังครองแชมป์อันดับ 1 มหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลกปี 59 จากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ขณะที่ อามานซิโอ ออร์เตกา เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ‘ซารา’ ในสเปน ผงาดขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ส่วนเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นคนไทยที่รวยสุด ติดอันดับ 94

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.59 นิตยสารฟอร์บส์ ในสหรัฐฯ ประกาศผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี 2559 ซึ่งนับเป็นปีที่ 30 แล้วของฟอร์บส์ โดยในปี 2559 ปรากฏว่า มีมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินทะลุหลักพันล้านดอลลาร์ จำนวน 1,810 คน จากทั่วโลก ลดลงจากในปี 2558 ถึง 16 คน ขณะที่ทรัพย์สมบัติของมหาเศรษฐี 1,810 คน เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนมหาศาลถึง 648,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ในปี 2559 ยังคงเป็น นายบิลล์ เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ชาวสหรัฐฯ วัย 60 ปี มีทรัพย์สิน 75,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท) ลดลงกว่าปีที่แล้ว 4,200 ล้านดอลลาร์ โดยบิลล์ เกตส์ ครองอันดับหนึ่งมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ขณะที่ นายอามานซิโอ ออร์เตกา อายุ 79 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘ซารา’ เสื้อผ้าแบรนด์ดังในสเปน ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 2 เป็นครั้งแรก ด้วยทรัพย์สิน 67,000 ล้านดอลลาร์ แทน นายคาร์ลอส สลิม มหาเศรษฐีจากเม็กซิโก

บิลล์ เกตส์ เจ้าของบริษัทไมโครซอฟต์ ครองอันดับเศรษฐีรวยที่สุดในโลก 3 ปีซ้อน

ส่วน อันดับ 3 คือ นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานและซีอีโอ บริษัทลงทุน เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์ ในสหรัฐฯ วัย 85 ปี มีทรัพย์สิน 60,800 ล้านดอลลาร์ และอันดับ 4 ได้แก่ นายคาร์ลอส สลิม มีทรัพย์สิน 50,600 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปี 58 ถึง 27,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ เจฟฟ์ บีซอส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทอเมซอน Amazon.com อายุ 52 ปี ก้าวเข้าติดอยู่ในกลุ่มท็อปเท็นหรือ 10 อันดับแรกของมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลกปีนี้เป็นครั้งแรก โดยอยู่อันดับ 5 มีทรัพย์สิน 45,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10,400 ล้านดอลลาร์

ด้าน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทเฟซบุ๊ก ได้เข้ามาติดท็อปเท็น เป็นปีแรกเช่นกัน โดยกระโดดจากอันดับ 16 เมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ในปีนี้ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว 11,200 ล้านดอลลาร์ เป็น 44,600 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดใน 10 อันดับแรก ด้วยวัยแค่ 31 ปี

สำหรับมหาเศรษฐีชาวเอเชีย ที่ร่ำรวยที่สุด คือ นายหวัง เจี้ยนหลิน เจ้าพ่อเรียล เอสเตท ชาวจีนวัย 61 ปี ติดอันดับ 18 มีทรัพย์สิน 28,700 ล้านดอลลาร์ รองลงมา คือ นายลี กาชิง นักธุรกิจชาวฮ่องกง วัย 87 มีทรัพย์สิน 27,100 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 20 ส่วนมหาเศรษฐีของไทย ที่ติดอันดับมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ด้วย ได้แก่ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตเบียร์ตราช้าง อยู่อันดับ 94 ด้วยทรัพย์สิน 10,700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.85 แสนล้านบาท) ขณะที่ เจ้าสัว ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ วัย 76 ประธานกรรมการและซีอีโอ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ติดอันดับ 171 มีทรัยพ์สิน 6,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.44 แสนล้านบาท)

ส่วน นายวานิช ไชยวรรณ เจ้าของบริษัทประกันชีวิตยักษ์ใหญ่ ไทยประกันชีวิต ติดอันดับ 421 มีทรัพย์สิน 3,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.33 แสนล้าน), นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของบริษัทคิง เพาเวอร์ และเจ้าของทีมฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ในอังกฤษ ติดอันดับ 612 มีทรัพย์สิน 2,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย อยู่อันดับ 1,121 มีทรัพย์สิน 1,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท)

บิน ลาดินเงินเพียบ! ทิ้งมรดกนับพันล้านไว้ที่ซูดาน ให้ใช้ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/584974

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 12:38

 

ชาวโลกตะลึง… บิน ลาดิน อดีตหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายหมายเลขหนึ่งของโลก อัลเคดา เขียนพินัยกรรมสั่งเสีย ทิ้งมรดกนับพันล้านไว้ที่ซูดาน ให้นำไปใช้ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โอซามา บิน ลาดิน อดีตผู้ก่อการร้ายหมายเลขหนึ่งของโลก หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัลเคดา เขียนพินัยกรรมทิ้งมรดกนับ 29 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,044 ล้านบาท ไว้ที่ประเทศซูดาน หลังจาก บิน ลาดิน ได้ถูกทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ บุกจู่โจมเด็ดชีพ ที่เมืองอับบอตตาบัด ในประเทศปากีสถาน เมื่อปี 2554 ระหว่างการหลบหนีหลังก่อเหตุวินาศกรรมช็อกโลก 9/11

บีบีซี แจ้งว่า พินัยกรรมดังกล่าวของ บิน ลาดิน ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะโดยสื่อท้องถิ่นในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารหลายชิ้น ของ บิน ลาดิน ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ พบในบ้านพักของ บิน ลาดิน ระหว่างการจู่โจม โดยเนื้อหาในพินัยกรรมฉบับนี้ บิน ลาดิน ยังเรียกร้องให้คนในครอบครัวของเขาปฏิบัติตามข้อความในพินัยกรรม และนำเงินเหล่านี้ไปใช้ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ เพื่อองค์อัลเลาะห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า เงินมรดกกว่า 1,000 ล้านบาท ของ บิน ลาดิน ในซูดานนั้น เป็นเงินสด หรือทรัพย์สินอื่นๆ

ชาวปากีสถานชุมนุมอยู่ที่นอกกำแพง บ้านของโอซามา บิน ลาดิน ในเมืองอับบอตตาบัด

บ้านพังเสียหาย หลังทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐนบุกจู่โจมปลิดชีพบิน ลาดิน

ทั้งนี้ บิน ลาดิน เคยพำนักอยู่ในซูดานนานถึง 5 ปี ในช่วงทศวรรษ 1990 ในฐานะเป็นแขกของรัฐบาลซูดาน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่า เงินเหล่านี้ของ บิน ลาดิน ได้ส่งมอบให้ทายาทของ บิน ลาดิน หรือยัง ส่วนเอกสารและจดหมายต่างๆ ของ บิน ลาดิน ที่ถูกสื่อนำมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการแสดงความจำนงของ บิน ลาดิน หลายเรื่อง อาทิ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันต่อสู้กับภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษามนุษยชาติ, มีแผนโหมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อครั้งใหญ่ เนื่องในวาระครบรอบ 10 ปี การก่อเหตุ 9/11.

ชนะตามคาด!! ทรัมป์-ฮิลลารี เฮลั่น คว้าชัยศึก ซุปเปอร์ ทิวส์เดย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/584951

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 11:21

 

ชนะตามความคาดหมาย…โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน กำลังใจมาตรึม กำชัยศึกเลือกตั้งขั้นต้น ‘ซุปเปอร์ ทิวส์เดย์’ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงในขณะนี้ว่า ทั้งคู่จะได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต และรีพับลิกันเข้าไปชิงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอนปลายปี

เมื่อ 2 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลการเลือกตั้ง ศึกซุปเปอร์ ทิวส์เดย์ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งใหญ่สุดในสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ 1 มี.ค. 59 ออกมาตรงตามความคาดหมาย เมื่อนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน เป็นสองผู้สมัครที่คว้าชัยชนะในหลายรัฐมากที่สุด เหนือผู้สมัครคนอื่นๆ ของพรรค

ผลการเลือกตั้งขั้นต้น ที่มีทั้งการเลือกตั้งแบบคอคัสและไพรมารี ในเบื้องต้นออกมาว่า ทรัมป์ คว้าชัยในหลายรัฐ รวมทั้ง อลาบามา จอร์เจีย เทนเนสซี แมสซาชูเซต และเวอร์จิเนีย โดยทรัมป์พ่ายแพ้แก่เท็ด ครูซ ที่รัฐเท็กซัส และโอกลาโฮมา ขณะที่ นางฮิลลารี คลินตัน ชนะในหลายรัฐเช่นกัน รวมทั้ง อาร์คันซอ และเท็กซัส โดยนางฮิลลารี แพ้แก่นายเบอร์นี่ แซนเดอร์ส ที่รัฐโอกลาโฮมา และ เวอร์มอนต์ ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิดของนายแซนเดอร์ส

การเลือกตั้งขั้นต้น แบบคอคัส ของพรรคเดโมแครต ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด เมื่อ1มี.ค.59

สำหรับชัยชนะในศึกซุปเปอร์ ทิวส์เดย์ ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนับเป็นผู้สมัครที่สร้างสีสันมากที่สุด ถือเป็นการดับฝันของบรรดาผู้คนและแกนนำหลายคนในพรรครีพับลิกันที่ไม่สนับสนุนทรัมป์ เพราะผลการเลือกตั้งที่ออกมา กลับไม่มีผู้สมัครคนใดของพรรครีพับลิกันที่จะมาเป็นคู่แข่งที่สูสีกับทรัมป์เลย ทั้งนี้ ศึกเลือกตั้งซุปเปอร์ ทิวส์เดย์ เป็นการเลือกตั้งขั้นต้นใน 11 รัฐ ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งใหญ่สุดภายในวันเดียว เพื่อหาตัวแทนพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. 59.

โดนัลด์ ทรัมป์ มา‘วิน’ ชนะศึกซุปเปอร์ ทิวส์เดย์ ของพรรครีพับลิกัน