เลือกตั้งอิหร่านคึกคัก! แห่หย่อนบัตร เลือกส.ส.-สภาชำนาญการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582899

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 17:30

 

ชาวอิหร่านทั่วประเทศ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันคึกคัก ทั้งเลือก ส.ส.และสมาชิกสภาชำนาญการ นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรบ.อิหร่านบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์กับชาติมหาอำนาจ   คาดผู้สมัครจากพรรคพันธมิตรสายปฏิรูปจะครองเสียงมากขึ้นทั้งสองสภา

26 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวอิหร่านซึ่งมีสิทธิเลือกตั้ง ประมาณ 55 ล้านคน ถึงเวลาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งสำคัญ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้ชำนาญการชุดใหม่ ซึ่งเป็นองค์กรในการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของประเทศ ที่สำคัญ ยังเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก นับตั้งแต่รัฐบาลอิหร่านยอมบรรลุข้อตกลงในโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน กับชาติมหาอำนาจของโลก อันนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เมื่อปีก่อน

ด้าน อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน ‘อย่านอนหลับทับสิทธิ’ ควรออกมาใช้เลือกตั้งกันมากๆ ขณะที่ทางการได้เปิดคูหาเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. พร้อมทั้งประกาศจะยืดเวลาปิดหีบออกไป หากมีประชาชนยังคงเข้าแถวเพื่อรอหย่อนบัตรที่คูหาเลือกตั้ง

อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านหย่อนบัตรเลือกตั้ง

ข่าวแจ้งว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิหร่าน จำนวน 290 ที่นั่ง ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และสมาชิกสภาชำนาญการ 88 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี นั้น คาดว่าตัวแทนจากพรรคพันธมิตรสายปฏิรูปจะได้ที่นั่งในทั้งสองสภาเพิ่มขึ้น หลังจากที่ผ่านมา ถูกยึดครองโดยสมาชิกสภาหัวอนุรักษ์นิยมทั้งสองสภา

ภารกิจลับสุดยอด! ทหารหน่วยรบพิเศษอังกฤษ นำทีมทำสงครามลับ เด็ดชีพไอซิสในลิเบีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582861

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 15:40

 

ทหารหน่วยรบพิเศษอังกฤษ ปฏิบัติภารกิจลับสุดยอด เป็นหัวหอกของกองกำลังทหารผสมต่างชาติ ทำสงครามลับ กำจัดกลุ่มไอซิสในลิเบีย แหล่งข่าวเผย ชุดแรกถูกส่งมาลิเบียตั้งแต่เดือนก่อน ขณะที่กองทัพอากาศอังกฤษส่งเครื่องบินสอดแนมจากไซปรัส หาข่าวกลุ่มไอซิส

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของอังกฤษ (SAS) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยรบพิเศษที่แกร่งที่สุดในโลก ได้รับมอบหมายปฏิบัติภารกิจลับ เป็น ‘หัวหอก’ ของกำลังทหารผสมจากหลายชาติ ทำ ‘สงครามลับ’ ต่อต้านกลุ่มมุสลิมติดอาวุธหัวรุนแรง รัฐอิสลามหรือไอซิส ในประเทศลิเบีย ขณะที่กองกำลังผสมต่างชาติเตรียมจะเปิดฉากกำจัดเครือข่ายกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงครั้งใหญ่ในประเทศนี้ ซึ่งคาดว่ามีสมาชิกอยู่ประมาณ 5,000 คน และขู่จะเปลี่ยนลิเบีย ประเทศในแอฟริกาเหนือที่กำลังบอบช้ำพังพินาศจากการสู้รบให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนคอลิฟะห์ นอกเหนือจากอิรักและซีเรีย

เว็บไซต์ เดอะมิร์เรอร์ ของอังกฤษ เผยว่า ขณะนี้ทหารอังกฤษหน่วย SAS ชุดแรกได้ถูกส่งไปยังลิเบียแล้วเมื่อเดือนก่อน และประจำการอยู่ที่ค่ายทหารกามัล อับเดล นัสเซอร์ ทางตอนใต้ของเมืองโทบรูก โดยทหารหน่วย SAS ได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากฝรั่งเศส และสหรัฐฯ เพื่อขจัดสมาชิกกลุ่มไอซิสในลิเบีย รวมทั้งยังได้รับภารกิจในการคุ้มกันทีมทหาร MI6 ในระหว่างมีการประชุมของเจ้าหน้าที่ทางการลิเบีย เพื่อหารือถึงการจัดสรรอาวุธและฝึกสอนทางทหารแก่ทหารกองทัพลิเบีย รวมถึงยุทธวิธีที่จะใช้จัดการกับกลุ่มไอซิส

กลุ่มไอซิสเผยแพร่ภาพเหตุการณ์สังหารตัวประกัน เมื่อ เม.ย.58

ขณะเดียวกัน มีรายงาน เครื่องบินสอดแนม Sentinel ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร ซึ่งประจำอยู่ที่ไซปรัส ได้ปฏิบัติภารกิจเป็นแกนนำในภารกิจบินลาดตระเวน เพื่อหาข่าวกรองเกี่ยวกับฐานที่มั่นของไอซิสรอบเมืองเซอร์เต ของลิเบีย ซึ่งเป็นเมืองที่กลุ่มไอซิสยึดได้เมื่อเดือนก่อน ขณะที่เสบียงอาหาร อาวุธ และสมาชิกไอซิสเดินทางมาที่เมืองนี้ผ่านทางทะเล และ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเครื่องบินรบ Mig 23 ของกองทัพอากาศลิเบียโดนกลุ่มไอซิสยิงตก

จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวอาวุโสคนหนึ่งในกรุงลอนดอนว่า กองทัพลิเบียและสหภาพอาหรับซึ่งกำลังต่อสู้กับไอซิส จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจำนวนมาก แต่ทางการอังกฤษไม่สามารถจะส่งอาวุธและเครื่องกระสุนปืนมาช่วยพวกเขาได้ สิ่งที่ทำได้คือการฝึกสอนการทหาร พร้อมทั้งระบุว่า นี่เป็นสงครามลับสุดยอด โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษได้เสนอจะส่งทหารอังกฤษกว่า 1,000 นาย ไปฝึกสอนทหารลิเบียแล้ว.

กราดยิงสยองโรงงานในสหรัฐฯ! ตาย 4 คนร้ายโดน ตร.วิสามัญดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582723

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 11:26

 

ชาวอเมริกันระทึก…เกิดเหตุกราดยิงอีกแล้ว คนงานชายที่โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองเฮสตัน รัฐแคนซัส ก่อเหตุกราดยิงในโรงงาน ดับ 4 ราย รวมทั้งคนร้ายที่ถูกตำรวจวิสามัญเสียชีวิต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อไม่น่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญในสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยล่าสุด เกิดขึ้นที่โรงงานผลิตเครื่องตัดหญ้า ‘เอ็กซ์เซล’ ในเมืองเฮสตัน รัฐแคนซัส เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 59 (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ รวมทั้งมือปืน 1 ศพ ซึ่งเป็นพนักงานของโรงงานแห่งนี้ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 ราย ก่อนที่ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงคนร้ายเสียชีวิต

นายที วอลตัน นายอำเภอเมืองเฮสตัน กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจที่ทำให้คนงานชายผู้นี้ก่อเหตุกราดยิงที่โรงงาน ซึ่งตนเองทำงานอยู่ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

พนักงานในโรงงานเอ็กซ์เซล ตกตะลึงต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น

ด้าน นายมาร์ติน เอสปิโนซา พนักงานคนหนึ่งของโรงงานเอ็กซ์เซล เล่าด้วยความระทึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มือปืนชายคนนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเขาและเป็นคนมีนิสัยเงียบขรึม พยายามจะยิงเขาด้วย โดยมือปืนได้จ่อปืนเล็งมาที่เขาแล้วพร้อมกับลั่นไก แต่โชคดีที่ในปืนไม่มีกระสุน จึงทำให้เขาสามารถวิ่งหลบหนีไปได้ในช่วงเวลาเสี้ยวนาที ก่อนที่มือปืนจะหยิบปืนกระบอกที่สองออกมา.

เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบรุดมายังโรงงาน หลังเกิดเหตุกราดยิง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.มะกัน เปิดเผยชื่อ 2 คนร้าย กราดยิงที่แคลิฟอร์เนียดับ 14 ศพ!!

ปธน.โซมาเลียเผย ‘อัล-ชาบับ’ โจมตีค่ายทหารเคนยาดับ 200 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582601

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 06:00

 

ฮัสซาน ชีค โมฮามุด ประธานาธิบดีแห่งประเทศโซมาเลีย (ภาพ: REUTERS)

ประธานาธิบดีโซมาเลียเผยในการให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศว่า เหตุนักรบติดอาวุธอัล-ชาบับ โจมตีค่ายทหารเคนยาในภาคใต้ของโซมาเลียเมื่อกลางเดือนก่อน ทำให้มีทหารเสียชีวิตถึง 200 นาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี ฮัสซาน ชีค โมฮามุด แห่งประเทศโซมาเลีย เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ว่า นักรบของกลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบับ ก่อเหตุบุกโจมตีค่ายทหารเคนยาในเมือง เอล อาดี ทางใต้ของโซมาเลียเมื่อ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ทหารเสียชีวิตมากถึง 200 นาย

คลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์ของนายโมฮามุด กับ โซมาลี เคเบิล ทีวี ได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ ยูทูบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. โดยประธานาธิบดีโซมาเลียระบุว่า “เมื่อทหารประมาณ 180-200 นายที่มาช่วยเหลือประเทศของคุณต้องถูกสังหารภายในวันเดียว มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย” “เราชนะการต่อสู้มานานหลายเดือนหลายปี แต่การต่อสู้ที่ เอล อาดี เราพ่ายแพ้ ใช่แล้ว ในสงคราม บางครั้งสิ่งที่คุณไม่ชอบก็เกิดขึ้นกับคุณ”

ภาพเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ทหารเคนยากำลังทำพิธีรับศพเพื่อนทหารที่เสียชีวิตในโซมาเลีย ซึ่งถูกลำเลียงกลับมาถึงสนามบิน วิลสัน ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายโมฮามุดได้ข้อมูลเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตมาจากที่ใด แต่ตัวเลขของเขาตรงกับที่ผู้นำชุมชนในเมือง เอล-อาดี เปิดเผยหลังเกิดเหตุ ขณะที่ นายเดวิด โอบอนโย โฆษกกองทัพเคนยาออกมาปฏิเสธแล้วว่าตัวเลขทหารที่เสียชีวิตตามคำพูดของนายโมฮามุดไม่เป็นความจริง แต่เคนยาก็ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขตามข้อมูลของพวกเขาออกมา ส่วนกลุ่มอัล-ชาบับ เคยออกมาระบุว่า พวกเขาสังหารทหารเคนยาไปประมาณ 100 นาย

อนึ่ง ทหารของเคนยาในโซมาเลียเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังพันธมิตรของสหภาพแอฟริกา (เอยู) โดยมีจำนวนประมาณ 4,000 นายจากทั้งหมด 22,000 นาย ถูกส่งเข้ามาช่วยรัฐบาลโซมาเลียรับมือกับกลุ่มอัล-ชาบับ ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา

จะอยู่อย่างไรในยุคดิจิตอล !?! เลือก ‘แนวคิด’ ที่ใช่ คือ ผู้ชนะ ใน 10 ปีจากนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582469

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 05:30

 

‘จะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิตอล?’ ย่อมเป็นคำถาม ที่ผู้คนกำลังอยากจะรู้คำตอบ ท่ามกลางการเติบโต ของเทคโนโลยีดิจิตอลในโลกยุคปัจจุบัน ที่การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้ ปลายนิ้ว ‘ทัช สกรีน’ แตะหน้าจอสมาร์ทโฟนเท่านั้น

นับเป็นโอกาสอันดี ที่ มร.เอสโก อาโฮ (Esko AHO) อดีตนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ และยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญมามากมายหลายตำแหน่ง ได้รับเชิญจาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มาแสดงปาฐกถาพิเศษ และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในหัวข้อ ‘Shape of the New Digital Era’ เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดบทเรียนการพัฒนาประเทศสู่นวัตกรรม กระบวนทัศน์ใหม่ของโลกดิจิตอล ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตของคนในสังคม

รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวต้อนรับองค์ปาฐกถา

* ประวัติผลงานมากมายจริงๆ
ก่อนจะไปทราบในสิ่งที่ มร.เอสโก อาโฮ นำมาบอกเล่าให้ฟังนั้น เราลองมาดูประวัติผลงานของ มร.อาโฮ ว่า เคยทำอะไรมาแล้วบ้าง? ขณะที่ปัจจุบัน เขาอยู่ในวัย 62 ปี โดย มร.อาโฮ ได้เข้าสู่แวดวงการเมืองของฟินแลนด์ ตั้งแต่ปี 2526 และคร่ำหวอดอยู่ในวงการการเมืองมานานนับ 20 ปี และระหว่างนั้น มร.อาโฮ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้านการเมืองให้กับฟินแลนด์ ด้วยการได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศเมื่อปี 2534 ขณะอายุ เพียงแค่ 36 ปีเท่านั้น

ในช่วงที่ มร.อาโฮ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขานับเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และสร้างผลงานมากมาย โดยเฉพาะ นำประเทศเล็กๆ อย่างฟินแลนด์ ที่มีประชากรเพียงแค่ประมาณ 5.5 ล้านคนเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และหลังจากวางมือจากการเมืองแล้ว เขาได้เคยเป็นนักวิชาการผู้ทรงเกียรติ ที่คณะรัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ม.ฮาร์วาร์ด ในปี 2543 จากนั้น ดำรงตำแหน่ง ประธานของ มูลนิธิ นวัตกรรม SITRA ของฟินแลนด์ระหว่างปี 2547-2551

มร.เอสโก อาโฮ

ก่อนจะไปทำงานในฐานะรองประธานบริหารฝ่าย Coperate Relations and Responsiblility ที่บริษัทโนเกีย คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่ปี 2552-2555 และในปี 2555 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนักวิชาการผู้ทรงเกียรติ ณ ศูนย์ Mossavar-Rahmani ที่จอห์น เอฟ.เคนเนดี้ สคูล ออฟ กัฟเวอร์เมนต์ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขณะเดียวกัน ยังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารของหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce) หรือไอซีซี อีกทั้งยังได้รับเชิญให้เป็นคณะกรรมการขององค์กรเอกชนและมูลนิธิอีกมากมายหลายองค์กร

* เชื่อว่า โลกยุคดิจิตอล ทำให้คนบนโลกมีโอกาสเท่าเทียมกัน

มร.อาโฮ ได้กล่าวถึงการมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก และมาแสดงปาฐกถาในครั้งนี้ว่า ในฐานะเป็นตัวแทนของหอการค้าระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมธุรกิจระหว่างประเทศ และเป็นการเปิดตลาด พร้อมกับกล่าวว่า ไอซีซี เป็น ‘เสียงเดียว’ ของชุมชนธุรกิจระหว่างประเทศในขณะนี้ แต่ในอนาคต ไอซีซีจะใหญ่ขึ้นกว่านี้อีก นอกจากนั้น เขามีความเชื่อว่า เทคโนโลยี จะมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติในหลายๆ ด้าน ทั้งความมั่นคง มั่งคั่ง เพราะในอดีต เทคโนโลยีได้ถูกจำกัดแค่บางส่วนของโลกเท่านั้น คือประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่โลกยุคดิจิตอล จะทำให้คนได้โอกาสที่เท่าเทียมกัน ทั้งในเรื่องการผลิต สาธารณสุข การดูแลสุขภาพ

มร.ฮาโฮ ชี้ว่า เทคโนโลยีในปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีอเนกประสงค์ สามารถทำได้ทุกๆ อย่างในหลายภาคส่วน ทั้งการเกษตร ป่าไม้ การสื่อสาร การผลิต รวมทั้งภาคสาธารณสุข สุขภาพ การเงิน และการศึกษา และจุดประสงค์ของเขาที่มาพูดในวันนี้ คือ การที่จะอธิบายให้ ภาครัฐ และภาคธุรกิจจะสามารถร่วมมือกันทำ หรือแยกกันทำ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย มร.อาโฮ บอกว่า เทคโนโลยี ดิจิตอล เป็นสิ่งที่มีความเท่าเทียมกันของผู้คนทั่วโลก แม้จะอธิบายยากก็ตาม

มีผู้มาฟังการแสดงปาฐกถาจำนวนมาก

*อะไรเป็นปัจจัยให้ประสบความสำเร็จ ในโลกยุคดิจิตอล?

ทีนี้ ลองมาฟังทัศนะมุมมองของอดีตนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ท่านนี้ ว่าอะไรเป็นปัจจัยให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิตอล? ความล้มเหลวของภาครัฐ ภาคธุรกิจ หรือแม้แต่ปัจเจกบุคคลนั้น ขึ้นอยู่กับอะไรเป็นปัจจัย? มันขึ้นอยู่กับ ผู้นำ, แบรนด์หรือยี่ห้อ, การเข้าถึงลูกค้า หรือขึ้นอยู่กับ ‘โชคล้วนๆ’ กันแน่

มร.อาโฮ พูดชัดเจนในเรื่องนี้ ว่า เรื่องข้างบนเหล่านี้ มีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด เพราะสิ่งที่แยก ผู้ชนะ จากผู้แพ้ คือ คอนเซปต์ (Concept) หรือแนวคิด กับคอนเทกซ์ (Context) หรือบริบท, สภาพแวดล้อม!

* แนวคิด (คอนเซปต์) และบริบท (คอนเทกซ์) คือ ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

ในฐานะที่เคยเป็นทั้ง นายกรัฐมนตรี และยังเคยทำงานที่บริษัทโนเกีย ซึ่งเคยรุ่งเรืองสุดๆ ในฐานะเป็นผู้นำในตลาดโลกด้านการผลิตโทรศัพท์มือถือมาแล้ว มร.อาโฮ ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ของ ‘คอนเซปต์ และคอนเทกซ์’ ให้เห็นกันชัดๆ ว่า สาเหตุที่ทำให้บริษัทโนเกีย ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2408 สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาได้บนถนนธุรกิจที่มีทั้งขาขึ้น และขาลง ชนิดเฉียดจะล้มละลายว่า เกิดจากปัจจัยของ คอนเซปต์และคอนเทกซ์

โดยบริษัทโนเกีย ตอนก่อตั้งช่วงแรกๆ เคยทำธุรกิจหลายอย่าง อาทิ รองเท้าบูต โทรศัพท์มือถือ ยางรถยนต์ แต่ปรากฏว่าธุรกิจเหล่านี้ ไม่ทำกำไร จนเกือบจะล้มละลายในปี 2533 ทำให้บริษัทโนเกียตัดสินใจขายกิจการต่างๆ ไปถึง 80% เหลือเพียงแค่ 20% คือการผลิตโทรศัพท์มือถือและกิจการโทรคมนาคมเท่านั้น

ในปี 2533 มีคนบนโลกมีมือถือกันเพียงแค่ 10 ล้านคน มือถือเครื่องหนึ่ง มีน้ำหนัก 800 กรัม ราคาเครื่องละ 300 ดอลลาร์ ส่ง SMS ก็ไม่ได้ แต่โนเกียได้มีการพัฒนาคอนเซปต์ แนวคิดในการสร้างโทรศัพท์มือถือ จนก้าวขึ้นเป็นบริษัทนัมเบอร์วันของโลก สร้างกำไรมหาศาล อีกทั้ง โนเกียคาดว่าในปี 2543 จะมีชาวโลกใช้มือถือกันเพิ่มขึ้นประมาณ 50 ล้านคน แต่เอาเข้าจริง เมื่อถึงปี 2543 มีชาวโลกใช้มือถือกันมากถึง 700 ล้านคน

ทว่าต่อมา สาเหตุที่ทำให้โนเกียต้องเผชิญกับวิกฤติอีกครั้ง ขึ้นอยู่กับคอนเซปต์ หรือแนวคิดในการผลิตมือถือ ที่เน้นพัฒนา‘ฮาร์ดแวร์’ ไม่ใช่‘ซอฟต์แวร์’ และยังไม่ได้นำระบบแบบทัชสกรีนมาใช้ ท่ามกลางบริบท ของสังคมโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว ขณะที่ โนเกียได้สอบถามความเห็นของผู้บริโภคในยุคนั้นว่า จะชื่นชอบระบบทัชสกรีนบนโทรศัพท์มือถือหรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ในขณะนั้น ตอบว่า ไม่ชอบ!

* ยกตัวอย่าง คอนเซปต์เยี่ยม ของ เติ้ง เสี่ยว ผิง

มร.อาโฮ ยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงปลายยุคทศวรรษ 1970 สำหรับจีน เมื่อเทียบกับอดีตสหภาพโซเวียต แล้ว ห่างชั้นกันไกล ชนิดไม่มีใครคาดคิดกันหรอกว่า จีน จะสามารถพัฒนาเติบโตมาได้อย่างทุกวันนี้ แต่จากแนวคิดของเติ้ง เสี่ยว ผิง ด้วยความคิดที่ว่า ‘แมวไม่ว่าจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้เป็นพอ’ ได้แสดงให้เห็นถึง ความคิดของผู้นำจีน ที่ทำให้จีนพัฒนาแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แซงญี่ปุ่นได้แล้ว เป็นรองแต่สหรัฐฯ เท่านั้น

* เลือกคอนเซปต์ ที่ใช่ คือผู้ชนะใน 10 ปีจากนี้ไป

ด้วยความที่โลกในปัจจุบันเป็นยุค เทคโนโลยีดิจิตอล มร.ฮาโฮ ชี้ว่า 10 ปี จากนี้ไปโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก!! แต่ใครจะชนะนั้น ขึ้นอยู่กับ ผู้ที่เลือก คอนเซปต์ ที่ใช่!! พร้อมกันนั้น ยังให้กำลังใจกับคน หรือ ผู้ประกอบธุรกิจที่กำลังเผชิญวิกฤติว่า ให้ถือว่า วิกฤติ คือ ตัวกระตุ้นให้เกิด ‘นิว คอนเซปต์’ หรือความคิดใหม่ๆ อีกทั้งยังได้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นคนมีความคิดของ อดีตนายกรัฐมนตรีชิมอน เปเรส แห่งอิสราเอล ที่ได้ตอบคำถามถึงสาเหตุที่เขายังคงแอ็กทีฟ มีพลัง ทั้งที่เป็นนายกฯ อิสราเอลเมื่ออยู่ในวัยชราแล้วว่า เนื่องจาก ‘คนหนุ่มสาว มีความฝัน มากกว่าคนแก่ที่มีแต่ความจำ

มร.อาโฮ ทิ้งท้าย ว่า เพราะฉะนั้น ‘จงอย่ามองกลับไปดูข้างหลัง แต่ให้มองอนาคต และใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัว สร้างคอนเซปต์ใหม่ๆ ขึ้นมา นั่นจะทำให้คุณชนะใน 10 ปีจากนี้ไป (อย่างแน่นอน)’

เหมืองถ่านหินถล่มในรัสเซีย คนงานดับ 2 ศพ สูญหายอีก 28 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582590

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 04:40

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุเหมืองถล่มในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ยังมีผู้ติดอยู่ใต้เหมืองอีก 28 คน หลังจากหน่วยกู้ภัยช่วยเหลือคนงานออกมาได้ราว 80 คนแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหมืองถ่านหินแห่งหนึ่งในเมืองวอร์คูตา ในสาธารณรัฐโคมี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศรัสเซีย พังถล่มลงมาเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 8 คน ขณะที่หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินกลับขึ้นมาได้แล้ว 80 คน เหลืออีก 28 คนที่ยังหาไม่พบ

สื่อของประเทศรัสเซียระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เหมืองถล่มในครั้งนี้ อาจเกิดจากหินรอบช่องเปิดใต้ดินซึ่งมีคุณสมบัติที่เปราะ และอยู่ภายใต้สภาวะที่มีแรงกดดันสูงเป็นระยะเวลานาน ระเบิดออกมา แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงหรือทำให้เกิดไฟไหม้ ระบบระบายอากาศและระบบไฟฟ้าของเหมืองยังทำการได้ตามปกติ

ด้าน นาย วาดิม ชาบลาคอฟ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท วอร์คูเตาโกล เจ้าของเหมืองแห่งนี้ ระบุว่า พวกเขาหวังว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก และพวกเขากำลังทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ยังติดอยู่ภายในเหมืองโดยเร็ว

กรีซเรียกเอกอัครราชทูตในออสเตรียกลับ ฉุนไม่เชิญร่วมประชุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582543

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2559 02:00

 

(ภาพ: AP)

กรีซเรียกตัวเอกอัครราชทูตของพวกเขากลับจากประเทศออสเตรีย หลังจากออสเตรียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่องผู้อพยพ โดยไม่เชิญกรีซ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการกรีซดำเนินการเรียกตัวเอกอัครราชทูตของพวกเขาประจำออสเตรียกลับประเทศ หลังจากออสเตรียเป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกับ 10 ประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่าน เพื่อหารือเรื่องวิกฤติผู้อพยพ แต่กลับไม่เชิญกรีซ ที่ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้อพยพใช้เป็นประตูสู่ยุโรป

กระทรวงต่างประเทศกรีซ ระบุในแถลงการณ์ซึ่งออกเมื่อวันพฤหัสบดี (25 ก.พ.) ว่า เอกอัครราชทูตประจำประเทศออสเตรียกำลังถูกเรียกตัวกลับมา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างทั้ง 2 รัฐและระหว่างชาวกรีซและออสเตรีย

ขณะที่ นาย ยานนิส มูซาลาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของกรีซ กล่าวจากกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมว่า ประเทศของเขาจะไม่ยอมกลายเป็นเลบานอนแห่งยุโรป อนึ่ง ปัจจุบันเลบานอนกลายเป็นแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัยสงครามในซีเรียจำนวนกว่า 1 ล้านคน

ทั้งนี้ ออสเตรียจัดการประชุมร่วมกับ 10 ประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และมีการตกลงความร่วมมือในแผนของออสเตรีย ซึ่งจะจำกัดจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศในแต่ละวัน 3,200 คน และรับใบคำร้องขอลี้ภัยเพียงวันละ 80 ฉบับ ขณะที่เหล่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งสหภาพยุโรป เตรียมประชุมเพื่อพิจารณาแผนการนี้

อีกด้านหนึ่ง ผู้พิพากษาของประเทศฝรั่งเศสยืนยันคำสั่งฟ้องขับไล่ (eviction order) ผู้อพยพไม่เกิน 1,000 คน ตามแผนรื้อถอนพื้นที่บางส่วนของค่ายผู้อพยพ ‘กาแล จังเกิล’ (Calais Jungle) โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า จะใช้กำลังหากจำเป็น เพื่อขนย้ายผู้อพยพไปยังที่อยู่อื่นๆ

ไอซิสแพร่คลิปขู่ผู้ก่อตั้ง ‘เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์’ โมโหปิดบัญชีแนวร่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582521

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 23:35

 

(ภาพ: Shiloach, Gilad)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม แพร่คลิปวิดีโอข่มขู่ นาย มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ก และนายแจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ก่อตั้ง ทวิตเตอร์ หลังทั้งสองบริษัทดำเนินการปิดบัญชีผู้ใช้ของแนวร่วมไอซิสมากมายในช่วงที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘โวเคทีฟ’ (Vocativ) บริษัทสื่อและเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธที่ผ่านมาว่า พวกเขาพบคลิปวิดีโอความยาว 25 นาที ซึ่งอ้างว่าสร้างโดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในแอพพลิเคชั่นเครือข่ายสังคมออนไลน์ ‘เทเลแกรม’ (Telegram) โดยวิดีโอมีเนื้อหาข่มขู่ นาย มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งบริษัท เฟซบุ๊ก และนายแจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ทวิตเตอร์ เพราะไม่พอใจที่ทั้ง 2 บริษัทดำเนินการปิดบัญชีผู้ใช้ของแนวร่วมไอซิสมากมายในช่วงที่ผ่านมา

คลิปวิดีโอดังกล่าวมีชื่อว่า ‘ความเดือดดาลของผู้สนับสนุน’ (Flames Of The Supporters) แสดงให้เห็นภาพของนายซัคเคอร์เบิร์กและนายดอร์ซีย์มีรูปรูกระสุนปืนอยู่บนใบหน้า และมีข้อความว่า “พวกคุณประกาศรายวันว่าได้ระงับบัญชีผู้ใช้ของเราไปมากมาย แต่เราขอบอกกับพวกคุณว่า ทำได้แค่นี้หรือ? พวกคุณเทียบพวกเราไม่ได้หรอก” “หากพวกคุณปิดบัญชีไป 1 บัญชี เราจะเปิดกลับมาใหม่อีก 10 บัญชี และอีกไม่นานชื่อของพวกคุณจะหายไปหลังจากเราลบเว็บไซต์ของพวกคุณตามความประสงค์ของพระเจ้าแล้ว และพวกคุณจะได้รู้ว่า เราพูดจริง”

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของ โวเคทีฟ การไล่ปิดบัญชีผู้ใช้ของแนวร่วมไอซิสของทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ทำให้ไอซิสหันไปใช้งานแอพ เทเลแกรม แทนมาพักใหญ่แล้ว แต่เรื่องนี้เพิ่งได้รับการเปิดเผยหลังจากเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 130 ราย เมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน ทำให้ในเวลาต่อมาเทเลแกรมออกมาประกาศว่าพวกเขาปิดแชนแนล หรือช่องทางสื่อสารของกลุ่มไอซิสในเทเลแกรมไปกว่า 76 ช่อง

ส่วนเฟซบุ๊กทยอยปิดบัญชีผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิสไปมากมายในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงหน้าเพจขายทรัพย์สมบัติหรือโบราณวัตถุที่ไอซิสขโมยมาจากอิรักหรือซีเรีย ขณะที่ทวิตเตอร์ประกาศเมื่อเดือน ม.ค.ว่า ตั้งแต่กลางปี 2015 พวกเขาปิดบัญชีผู้ใช้ที่มีข้อความข่มขู่หรือสนับสนุนพฤติกรรมก่อการร้ายไปถึง 125,000 บัญชี

เอไอแฉหลายชาติผลักไสผู้อพยพลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581995

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2559 04:10

 

(ภาพ: AP)

เมื่อ 24 ก.พ. องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ “แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล” (เอไอ) เผยรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนใน 160 ประเทศ และเขตการปกครองทั่วโลกตลอดปี 2558 พบว่าผู้อพยพลี้ภัยสงครามและปัญหาเศรษฐกิจกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก ถูกผลักไสและไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศแถบยุโรปที่สั่งปิดพรมแดนสกัดกั้นผู้อพยพ ยกเว้นเยอรมนี เข้าข่ายละเมิดกฎหมายสากล และการเพิ่มจำนวนของผู้อพยพลี้ภัยอย่างผิดกฎหมายส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในปีที่ผ่านมา

รายงานของเอไอระบุด้วยว่า กลุ่มติดอาวุธใน 32 ประเทศก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีก 19 ประเทศมีการก่ออาชญากรรมสงคราม ทั้งยังพบการซ้อมทรมานประชาชนเกิดขึ้นในอีก 122 ประเทศ ส่วนอีก 113 ประเทศมีการควบคุมเสรีภาพสื่อและการแสดงความคิดเห็น ขณะที่อีก 61 ประเทศสั่งจำคุกนักโทษทางความคิด และกระบวนการพิจารณาคดีต่างๆถูกแทรกแซงและไม่เป็นธรรม ส่วนความคืบหน้าด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การยกเลิกบทลงโทษประหารชีวิตอย่างถาวรในมาดากัสการ์, ฟิจิ และสุรินาเม ขณะที่มองโกเลียประกาศว่าจะยกเลิกโทษประหารชีวิตภายในปี 2559 และอีกหลายประเทศรณรงค์ต่อต้านการ บังคับเด็กหญิงให้แต่งงานด้วย.

ยอดเหยื่อไซโคลน ‘วินสตัน’ ในฟิจิ พุ่ง 42 ศพ-กาชาดเตือนโรคระบาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582008

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 03:40

 

(ภาพ: AFP)

จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลน วินสตัน ในประเทศฟิจิเพิ่มขึ้นเป็น 42 รายแล้ว ขณะที่หน่วยงานกาชาดเตือนว่าอาจเกิดไข้เลือดออกและไข้ซิการะบาด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย แดน กาวิดี โฆษกรัฐบาลฟิจิเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลน ‘วินสตัน’ ซึ่งพัดเข้าถล่มฟิจิเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 42 รายแล้ว และจนถึงตอนนี้ยังมีประชาชนกว่า 8,500 คนที่ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์หลบภัย ขณะที่หน่วยกู้ภัยยังคงถูกส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ

ไซโคลน วินสตัน เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเกาะแห่งนี้ด้วยความเร็วลมถึง 325 กม./ชม. เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ทำให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น รวมถึงเกิดน้ำท่วมหนักหลายจุดบนเกาะ วิติ เลวู และเกาะ โคโร สนามบินต้องหยุดให้บริการตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธ นายอาห์หมัด ซามี รักษาการผู้อำนวยการสภากาชาดสาขาแปซิฟิก เผยต่อสำนักงานข่าวเอเอฟพีว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจะเปลี่ยนแปลงอีก หากพวกเขาเข้าถึงข้อมูลและมีระบบการสื่อสารที่ดีกว่านี้ เจ้าหน้าที่ยังเตือนด้วยว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้เลือดออกเด็งกีและไข้ซิการะบาด เนื่องจากไวรัสทั้ง 2 ตัวมีพาหะเป็นยุงลาย ซึ่งอาจแพร่พันธ์ุอย่างรวดเร็วโดยใช้น้ำฝนที่ขังอยู่

ขณะเดียวกัน ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย, สหภาพยุโรปและหน่วยงานช่วยเหลือต่างๆ ยังส่งความช่วยเหลือให้แก่ฟิจิอย่างต่อเนื่อง โดยนิวซีแลนด์ส่งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์หลายลำ รวมทั้งเครื่องบินของกองทัพและทีมผู้เชี่ยวชาญทางอากาศเข้ามาช่วยฟิจิด้วย