แอมเนสตี้ฯ พบ 113 ประเทศทั่วโลก รวมไทย จำกัดสิทธิ คุกคามสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581859

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 18:30

 

(ภาพจากเว็บไซต์ Amnesty International Thailand)

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ปี 58-59 พบ 113 ประเทศจาก 160 ประเทศทั่วโลก จำกัดสิทธิด้านการแสดงออก คุกคามสื่อ ขณะที่ภาพรวมไทยยังน่ากังวล หวัง รบ.สร้างมาตรการผ่อนคลาย ยุติการจับกุมคุมตัวโดยพลการ-ใช้ศาลทหารตัดสินคดีของพลเรือน ปฏิบัติตามพันธกรณีสากลให้สิทธิขั้นพื้นฐาน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จัดแถลงข่าวพร้อมกันทั่วโลก โดยได้มีการเปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2558-59 ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ โดยนายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แอมเนสตี้ฯ ได้รวบรวมและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจาก 160 ประเทศ ในปี 2558 พบว่า ในบางพื้นที่สถานการณ์ดีขึ้น แต่ในหลายพื้นที่กลับแย่ลง โดยมีอย่างน้อย 113 ประเทศทั่วโลก ยังคงจำกัดสิทธิในการแสดงออกและคุกคามสื่อมวลชน

นอกจากนี้ แอมเนสตี้ฯ ยังระบุว่า ปัจจุบันมีผู้พลัดถิ่นจากบ้านเกิดมากกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งผู้คนเหล่านั้น ยังคงพลัดถิ่นเป็นเวลาหลายปี หรืออาจจะนานกว่านั้น และรัฐบาลมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ยังบังคับให้ผู้ลี้ภัยกลับไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้ง ไม่น้อยกว่า 36 ประเทศทั่วโลก ยังคงมีความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธ

ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน พบไม่น้อยกว่า 156 คน ถูกฆาตกรรมและเสียชีวิตขณะถูกคุมขัง โดยมากกว่า 61 ประเทศ จับกุมคุมขังนักโทษทางความคิด เพียงเพราะการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก และมากกว่า 122 ประเทศ มีการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อพลเรือน ขณะที่อาชญากรรมสงครามหรือการละเมิดกฎหมายสงครามที่เกิดขึ้นมีไม่น้อยกว่า 19 ประเทศทั่วโลก

“4 ประเทศ ผ่านกฎหมายที่กำหนดให้คู่รักเพศเดียวกัน สามารถแต่งงานกันได้หรือยอมรับในความสัมพันธ์ของคู่รักเพศเดียวกัน ปี 2558 รวมแล้วปัจจุบันมีอย่างน้อย 20 ประเทศทั่วโลกที่ผ่านกฎหมายนี้” นายชำนาญ กล่าว และว่า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของประเทศทั่วโลก มีการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรม หรือสาธารณชนไม่ได้รับความยุติธรรม

เมื่อถามเพิ่มเติมถึงการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างไร นายชำนาญ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพยายามอย่างดีที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาหลายปี ประเทศไทยไม่เคยติดอันดับโลก แต่ครั้งนี้ติดอันดับแทบทุกสำนัก ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมหรือการแสดงออก ดังนั้น จำเป็นต้องผ่อนคลาย ปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศรับรองสิทธิขั้นต่ำที่ได้ลงนามสัตยาบันไว้

ขณะเดียวกัน ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ฯ กล่าวถึงการที่ประเทศไทยติดอันดับในการละเลยสิทธิและการคุกคาม เพราะมีบุคคลสูญหายจำนวนมาก นอกจากนายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่) และทนายสมชาย นีละไพจิตร แล้ว ยังมีบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักอีกมาก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงแต่เราไม่ทราบเรื่อง

สำหรับกลไกหลังจากวันนี้ จะมีการยื่นหนังสือต่อรัฐบาล ซึ่งข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ไม่เกินความสามารถที่รัฐบาลจะกระทำได้ เช่น การเปิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ การเปิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ยุติการจับกุมหรือควบคุมตัวโดยพลการ ยุติการใช้ศาลทหารไต่สวนคดีของพลเรือน ทั้งนี้ เข้าใจว่าสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยแย่ลง เหตุผลหนึ่งมาจากรัฐบาลพยายามควบคุมให้ประเทศมีความสงบ โดยมองความมั่นคงเป็นหลัก ขณะที่ นายชำนาญ ได้มอบรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2558-59 ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ต่อรัฐบาล โดยมีนายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ผู้อำนวยการกองการสังคม กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนรับมอบ.

เจอซากแล้ว! เครื่องบินเล็กเนปาล ตก หลังขาดการติดต่อ คาดตายหมด 23 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581828

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 16:30

 

(เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของทาราแอร์)

เศร้าเลย…ทีมกู้ภัยเนปาล พบซากเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของสายการบินทาราแอร์แล้ว ตกในเขต อำเภอมยักดี หลังนักบินได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน ระหว่างนำผู้โดยสาร 20 คน ในจำนวนนี้มีชาวจีน 1 คน และคูเวต 1 คน จากเมืองโภคารา มุ่งหน้าสู่เขตจอมสอมเพื่อเดินเขาหิมาลัย

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า กรณีเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของสายการบินทาราแอร์ หายสาบสูญ ทางภาคตะวันตกของเนปาล หลังทะยานขึ้นจากสนามบินเมืองโภคารา มุ่งหน้าไปยังเขตจอมสอม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ก.พ. และมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบิน 20 คน และลูกเรือ 3 คน ในเวลาต่อมา ทีมกู้ภัยของเนปาลยืนยัน เครื่องบินลำดังกล่าวประสบเหตุตก

ตามรายงานของนายสันชีพ กัวตัม ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนของเนปาล ระบุว่า ได้พบซากเครื่องบินแล้ว ที่หมู่บ้านดานา อำเภอมยักดี ขณะที่ เจ้าหน้าที่เนปาล เผยว่า โอกาสจะพบผู้โดยสารและลูกเรือรอดชีวิตมีน้อยมาก ขณะที่ บีบีซี แจ้งว่า มีผู้โดยสารเดินทางไปกับเครื่องบินแบบใบพัดคู่ลำนี้ จำนวน 20 คน ในจำนวนนี้ ประกอบด้วยชาวจีน 1 คน และชาวคูเวต 1 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้โดยสารจะเป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมไปเดินเขาหิมาลัยที่เขตจอมสอม

เครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของสายการบินทาราแอร์ จอดอยู่ที่สนามบิน

ทั้งนี้ สายการบินทาราแอร์ ของเนปาล ได้แสดงความเสียใจผ่านหน้าเว็บไซต์ของสายการบิน ต่อเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารหายสาบสูญ หลังทะยานออกจากสนามบินเมืองโภคารา เมื่อเวลา 07.50 น. ของเช้าวันที่ 24 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่เมืองโภคาราและปลายทางมีสภาพอากาศดี โดยหลังเครื่องบินได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินแล้ว ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ บินค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ก่อนที่ต่อมาจะพบซากเครื่องบินตกในอำเภอมยักดี.

ชนะรวดรัฐที่ 3 ! โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ ‘ลอยลำ’ เลือกตั้งขั้นต้นที่เนวาดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581737

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 14:38

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะอีกแล้ว.. คว้าชัยเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐเนวาดาไป แบบ ‘สบายๆ’  ได้คะแนนเสียงกว่า 44% ทิ้งห่างผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ถึง 20%

เมื่อ 24 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากนิวยอร์ก กำลังใจมาเพียบ ชนะเลือกตั้งขั้นต้นในการเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่รัฐเนวาดา มาได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นรัฐที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ได้เอาชนะผู้สมัครคนอื่นๆ มาแล้ว 2 รัฐ คือ รัฐนิวแฮมป์เชียร์​ และ เซาท์แคโรไลนา

ผลการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกัน ที่รัฐเนวาดา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ออกมาว่า ทรัมป์ได้คะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 44.95% รองลงมาคือ นายมาร์โค รูบิโอ ได้อันดับ 2 อยู่ที่ 24.30% และอันดับ 3 ได้แก่ นายเท็ด ครูซ อยู่ที่ 20.35 %

สำหรับรัฐเนวาดา โดยปกติแล้ว ถือเป็นรัฐ ‘สวิง สเตท’ (Swing State) คือ รัฐที่ไม่มีผู้สมัครได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นในการรักษาคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยรัฐเนวาดา เป็นรัฐที่มีประชาชนเชื้อสายสเปนอาศัยอยู่มาก ขณะที่การเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐนี้ นางฮิลลารี คลินตัน ชนะเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา.

ระทึก!! บินโดยสารเนปาล หายสาบสูญ นำ 20 นักท่องเที่ยวไปเดินเขาหิมาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581716

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 12:58

 

(เครื่องบินแบบใบพัดคู่ของทารา แอร์)

เครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของทารา แอร์ ในเนปาล นำนักท่องเที่ยว20 คน จะไปเดินเขาหิมาลัย หายสาบสูญ หลังเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินเมืองโภคารา มุ่งหน้าไปยังเขตจอมสอม

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของสายการบิน ทารา แอร์ ในเนปาล ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจะไปเดินเขาอยู่บนเครื่องบิน20 คน หายสาบสูญในเขตเทือกเขาหิมาลัย ทางตะวันตกของประเทศเนปาล หลังเครื่องบินได้ทะยานออกจากเมืองโภคารา จะไปยังเขตจอมสอม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมของการเดินเขาหิมาลัย

ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี ระบุว่า เครื่องบินโดยสารลำนี้ ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบใบพัดคู่ ได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน  เพียงไม่นานหลังทะยานออกจากสนามบินเมืองโภคารา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงไปทางตะวันตกราว 200 กม. และเบื้องต้นไม่มีรายงานว่าเครื่องบินลงจอดในบริเวณที่ใด ระหว่างสองเมืองนี้

ข่าวแจ้งว่า หลังเครื่องบินโดยสารของทารา แอร์ ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินแล้ว ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์บินค้นหาทันที แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่  ด้านสายการบินทาราแอร์ ได้แสดงความเสียใจผ่านหน้าเว็บไซต์ของสายการบิน ต่อเหตุการณ์ เครื่องบินโดยสารลำหนึ่งกำลังหายสาบสูญ หลังทะยานออกจากสนามบินเมืองโภคารา เมื่อเวลา 07.50 น.ของเช้าวันที่ 24ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น  และได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ 3ลำ บินค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแล้ว อีกทั้ง จะมีการแจ้งความคืบหน้าทันที หากได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

แรงระเบิดเท่าTNT 1.3 หมื่นตัน!! อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581684

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 11:59

 

นาซา รายงาน เกิดเหตุอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกใส่โลกอีกแล้ว แรงระเบิดมีขนาดเท่ากับระเบิดทีเอ็นที ขนาด 13,000 ตัน เดชะบุญ ตกในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งบราซิล

เมื่อ 24 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเรื่องระทึกจากอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมายังโลก จนก่อให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุดหลังผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเท่าที่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลก และตกที่เขตเชลยาบินสก์ ในประเทศรัสเซีย เมื่อ 15 ก.พ. 56 เลยทีเดียว

บีบีซี แจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเหนือชายฝั่งทะเลของประเทศบราซิล เมื่อเวลา 13.55 น. ของวันที่ 6 ก.พ. 59 (ตามเวลามาตรฐานสากล) ก่อนที่ลูกไฟจะตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติก จึงไม่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่แรงระเบิดของอุกกาบาต หลังผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกนั้น เทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที น้ำหนัก 13,000 ตัน และนับเป็นแรงระเบิดที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุอุกกาบาตตกที่เชลยาบินสก์ ในรัสเซีย ทำให้กระจกอาคารบ้านเรือนจำนวนมากแตกกระจาย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 1,000 คน เมื่อ 3 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บีบีซี รายงานด้วยว่า เหตุการณ์อุกกาบาตขนาดใหญ่ตกที่มหาสมุทรแอตแลนติกนั้น บางทีอาจไม่มีนักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นในช่วงที่ก้อนหินยักษ์จากนอกโลกเกิดการเผาไหม้ที่ระดับความสูงประมาณ 30 กิโลเมตร เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก และห่างจากชายฝั่งประเทศบราซิลออกไปประมาณ 1,000 กม. โดยเหตุการณ์นี้มาทราบภายหลัง เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ได้รายงานเหตุการณ์นี้ลงในเว็บเพจของนาซา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาร์มาเกดดอนของจริง! ปธน.ปูติน ทุ่มหลายหมื่นล้าน สกัดอุกกาบาตชนโลก

ฝรั่งเศสเตือนภัยสารเคมีในเครื่องสำอาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581506

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: REUTERS)

องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคของฝรั่งเศส “อูแอฟเซ-เกอ ชัวซีร์” ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ก.พ. เตือนผู้บริโภคระวังภัยแฝงในผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม 185 ชนิด ซึ่งผลิตและจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในฝรั่งเศส แต่กลับไม่มีคำเตือนผู้บริโภคให้ตระหนักถึงสารเคมีที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสารพิษสะสม รวมถึงอาการแพ้ และภาวะความผิดปกติของต่อมไร้ท่อในร่างกาย พร้อมยกตัวอย่างแผ่นเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก 8 ชนิด ของบริษัทข้ามชาติชื่อดัง ทั้งลอรีอัล, พร็อกเตอร์แอนด์แกมเบิล (พีแอนด์จี) และไบเออร์สด๊อร์ฟ มีส่วนผสมของสารฟีน็อกซีธานอล ซึ่งถูกใช้เป็นสารกันเสีย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อระบบเลือดและตับ

อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งฝรั่งเศสแถลงยืนยันว่าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่จำหน่ายในฝรั่งเศสล้วนผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ขณะที่บริษัทลอรีอัลออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคว่า สินค้าของบริษัททุกชิ้นคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดก่อนจะนำ ไปวางจำหน่ายจริง ส่วนบริษัทพีแอนด์จีและไบเออร์สด๊อร์ฟงดออกความเห็น ต่อรายงานดังกล่าว.

ICAO ลงมติรับกฎห้ามบินขนส่งแบตเตอรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581503

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

นายโอลูมูยีวา เบนาร์ด อาลิว ประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แถลงผลการประชุมสมาชิกไอเคโอจาก 190 ประเทศทั่วโลก ลงมติรับรองกฎชั่วคราวห้ามขนส่ง หรือเก็บแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดประจุไฟใหม่ได้ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน เมื่อ 22 ก.พ. โดยกฎชั่วคราว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งแม้จะไม่มีข้อผูกพันตามกฎหมาย แต่ประเทศสมาชิกไอเคโอต่างยึดถือเป็นหลักปฏิบัติของสายการบินมาตลอด

รายงานของไอเคโอระบุว่า ในปี 2557 มีการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆทั่วโลกมากกว่า 5,400 ล้านชิ้นและ 30 เปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่เหล่านั้นถูกขนส่งทางเครื่องบิน และไอเคโอจะผลักดันกฎข้อบังคับถาวรเรื่องการบรรจุและลำเลียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทางเครื่องบินพาณิชย์ให้เสร็จภายในปี 2561 เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลุกไหม้ได้เองหากบรรจุหรือเก็บไว้ด้วยวิธีการไม่เหมาะสม และไฟที่ลุกไหม้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 593 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้โลหะที่ใช้ประกอบเครื่องบินหลอมละลายได้

นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มีนักบินเสียชีวิตแล้ว 4 รายทั่วโลกจากเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าระเบิด และผลสอบสวนพบว่าสาเหตุเกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลุกไหม้กลางอากาศ.

ตึกถล่มที่โรงไฟฟ้าเก่า ‘ดิดคอต เอ’ ดับ 1 ศพ หายอีก 3 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581507

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 05:30

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุอาคารถล่มโรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ ทางใต้ของอังกฤษเมื่อวันอังคาร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 3 คน โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเกิดระเบิด แต่บริษัทผู้ดำเนินกิจการยืนยันว่าตึกถล่มเอง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุอาคารถล่มที่โรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ (A) ใกล้เมืองดิดคอต มณฑลอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ ทางใต้ของอังกฤษ ซึ่งถูกปิดไปตั้งแต่ปี 2013 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และสูญหายอีก 3 คน โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่ามีการระเบิด เมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น (ราว 23:00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) ขณะที่ทางการประกาศให้เป็นสถานการณ์ร้ายแรง

นายนาธาน ทราวิส รองหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงภูมิภาค เทมส์ วัลลีย์ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 1 ราย และรายงานด้วยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเรดคลิฟฟ์ ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด โดย 2 คนมีอาการสาหัสด้วย ขณะที่มีคนอีกกว่า 50 คนต้องรับการปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ จากการสูดฝุ่นควัน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมสถานที่ในรัศมี 100 ม. ในขณะที่หน่วยกู้ภัยจากมณฑลบัคกิงแฮมเชียร์, แฮมป์เชียร์ และเวสต์มิดแลนด์ ออกค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ในซากปรักหักพังซึ่งสูงถึง 30 ม. โดยใช้สุนัขดมกลิ่นช่วยเหลือ ซึ่งนายทราวิสระบุด้วยว่า การค้นหาอาจดำเนินไปตลอดทั้งคืน และอาจดำเนินติดต่อกันอีกหลายวัน

ด้านโฆษกของบริษัท เอ็นพาวเวอร์ ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ และ บี ออกมายืนยันว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การระเบิด แต่เป็นการถล่มบางส่วนของอาคารซึ่งส่งผลให้อีกส่วนหนึ่งของอาคารพังถล่มตามลงมา เอ็นพาวเวอร์ เผยด้วยว่า ตอนนี้พวกเขากำลังทำงานร่วมกับบริษัท โคลแมน แอนด์ คอมพานี บริษัทคู่สัญญาที่รับผิดชอบเรื่องการทำลายโรงงานแห่งนี้ เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้า ดิดคอต แบ่งออกเป็น ดิดคอต เอ และดิดคอต บี โดยดิดคอต เอ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานผสมถ่านหินและแก๊ส ถูกปิดในปี 2013 หลังใช้งานมานานกว่า 43 ปี โดยมันสามารถผลิตไฟฟ้าได้วันละ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอที่จะแจกจ่ายให้ชาวบ้านใช้งานได้กว่า 2 ล้านครัวเรือน ขณะที่ โรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำลาย โดยหอหล่อเย็น 3 ใน 6 ของโรงงานแห่งนี้ถูกทำลายไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2014 และคาดว่าการทำลายทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในช่วงสิ้นปี 2016

ขณะที่ ดิดคอต บี เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1997 และยังผลิตไฟฟ้ามาจนถึงปัจจุบัน

จำคุก 10 ปี หมอสวีเดนโรคจิต ลักพา-กักขังหญิงสาวในหลุมหลบภัย 6 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581485

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 04:05

 

บ้านของหมอมาร์ติน ปีเตอร์ เทรนเนอบอร์ก (ภาพ: AFP)

ศาลของประเทศสวีเดนมีคำพิพากษาตัดสินให้จำคุกหมอวัย 38 ปีคนหนึ่งเป็นเวลา 10 ปี ในข้อหาวางยาก่อนลักพาตัวหญิงสาวไปกักขังในหลุมหลบภัยที่บ้านของตัวเองนาน 6 วัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลแขวงกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน มีคำพิพากษาตัดสินเมื่อวันอังคารที่ 23 ก.พ. ให้ลงโทษจำคุก นาย มาร์ติน ปีเตอร์ เทรนเนอบอร์ก หมอชาวสวีเดนวัย 38 ปี เป็นเวลา 10 ปี จากความผิดในข้อหาลักพาตัวและกักขังหญิงสาวคนหนึ่งเอาไว้ในหลุมหลบภัยที่บ้านของเขาเป็นเวลา 6 วัน ก่อนความแตก

ตามการเปิดเผยของ นาย ปีเตอร์ แคลสัน หัวหน้าอัยการกรุงสตอกโฮล์ม หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อพบกับหมอรายนี้ที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ ก่อนที่หมอจะนำสตรอเบอร์รี่จุ่มช็อกโกแลตซึ่งผสมยา ‘โรฮิปนอล’ ยากล่อมประสาทรุนแรงและบางครั้งถูกเรียกว่ายาเสียตัว

เมื่อเหยื่อหมดสติแล้ว หมอเทรนเนอบอร์กก็นำตัวเธอไปยังรถของตัวเองด้วยรถเข็น ก่อนจะขับรถนานประมาณ 6 ชั่วโมงไปยังบ้านของเขาที่ตั้งอยู่นอกเมืองคริสเตียนสตัด ทางใต้ของสวีเดน และนำหญิงสาวไปขังไว้ในหลุมหลบภัยซึ่งติดตั้งระบบประปาในตัวเป็นเวลานาน 6 วัน ก่อนถูกจับได้เมื่อเดือนก่อน

ภาพภายในหลุมหลบภัยที่บ้านของนายเทรนเนอบอร์ก (ภาพ: AFP)

อย่างไรก็ตาม เมื่อหมอเทรนเนอบอร์กรู้ตัวว่าตำรวจกำลังออกตามหาหญิงสาวคนนี้ เขาก็ขับรถพาเหยื่อไปยังสถานีตำรวจ โดยพกอาวุธปืนไปด้วย เพื่อบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าพวกเขาเป็นคู่รักกัน แต่ตำรวจขอคุยกับหญิงเคราะห์ร้ายเป็นการส่วนตัว ทำให้เธอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ฟัง และหมอเทรนเนอบอร์กก็ถูกจับกุมตัว

ทั้งนี้ ระหว่างการสอบปากคำ นายเทรนเนอบอร์กปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อในช่วงที่เหยื่อถูกวางยา และบอกด้วยว่าเขาต้องการให้หญิงคนนี้เป็นแฟนของเขา ขณะที่ มาริ เชาบ์ ทนายความของเทรนเนอบอร์ก ระบุว่า ลูกความของเขายอมรับว่าสร้างหลุมหลบภัยจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีความตั้งใจจะคุกคามทางเพศต่อเหยื่อ

ในการพิจารณาคดีในศาล เทรนเนอบอร์กพยายามอ้างต่อศาลว่า การกระทำของเขาเกิดจากความผิดปกติทางจิต แต่ผู้พิพากษาตัดสินว่า อาการของเขาไม่รุนแรงพอจะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อลดหย่อนโทษได้

ศาลทหารอียิปต์ลงโทษผิดคน สั่งคุกตลอดชีวิตเด็ก 4 ขวบ ข้อหาฆาตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581019

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.พ. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

ศาลทหารอียิปต์ตัดสินลงโทษผิดคน โดยสั่งจำคุกตลอดชีวิตแก่เด็กวัย 4 ขวบคนหนึ่ง แทนที่จะเป็นผู้ต้องหาตัวจริง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใส่ชื่อในเอกสารผิดเพราะชื่อคล้ายกันมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลทหารอียิปต์สั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแก่เด็กชายวัย 4 ขวบคนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะรู้ความจริงว่าสั่งลงโทษผิดคน โดย พันเอก โมฮัมเหม็ด ซาเมียร์ โฆษกกองทัพอียิปต์ระบุว่า ผู้ต้องหาที่แท้จริงคือชายวัย 16 ปีที่มีชื่อคล้ายกันมาก

เด็กชายวัย 4 ขวบรายนี้มีชื่อว่า อาห์เหม็ด มานซูร์ คูรานี อาลี ถูกตัดสินโทษพร้อมกับผู้ต้องหาอื่นๆ อีก 115 คน จากความผิดฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลของกลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิมในจังหวัดฟายูมเมื่อปี 2014 อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุเด็กคนนี้อายุเพียงขวบเดียวเท่านั้น และพันเอกซาเมียร์ก็ออกมายอมรับความผิดพลาดผ่านข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ผู้ต้องหาตัวจริงคือ อาห์เหม็ด มานซูร์ คูรานี ชารารา อายุ 16 ปีต่างหาก

ด้านทนายความของเด็กคนนี้ยื่นคำร้องคัดค้านคำพิพากษา และระบุว่าชื่อของเด็กคนนี้ถูกใส่เข้าไปในรายชื่อผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ศาลยื่นให้ผู้พิพากษาด้วยความผิดพลาด และเจ้าหน้าที่ไม่ได้แนบสูติบัตรของเด็กคนนี้เพื่อพิสูจน์อายุด้วย ทำให้เด็กถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดในข้อหา ฆาตกรรม 4 กระทง, พยายามฆ่า 8 กระทง และทำลายทรัพย์สินของรัฐอีก 1 กระทง อนึ่ง ข่าวไม่ได้ระบุว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กวัย 4 ขวบรายนี้

ทั้งนี้ ระบบยุติธรรมของอียิปต์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารโค่นอำนาจประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ในปี 2013 จากนั้นมีผู้คนมากกว่า 1,000 คน เสียชีวิตระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหาร และเชื่อว่ามีมากกว่า 40,000 คนถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้