ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐหวังเสรีภาพการเดินเรือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577947

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 01:10

 

(ภาพ: AP)

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ใช้เวลาช่วงวันจันทร์ 15 ก.พ. และวันอังคาร 16 ก.พ. เป็นเจ้าภาพต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มชาติอาเซียนกับสหรัฐฯ โดยการพบประชุมจัดขึ้นที่ “ซันนีแลนด์” บนพื้นที่ 200 เอเคอร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสถานที่นี้เคยเป็นที่โปรดปรานของ นักร้องคนดัง แฟรงค์ ซิเนตรา และอดีตประธานาธิบดี ดไวต์ ไอเซนฮาวร์

การประชุมสุดยอดครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯจะมีโอกาสได้แสดงถึงการให้ความสำคัญต่ออาเซียน ซึ่งเพิ่งรวมตัวกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นการพบหารือกันก่อนที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา จะหมดวาระ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วงเดือน ม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ไม่มีผู้นำ ประเทศจากเวียดนามและเมียนมาเข้าร่วมการประชุมเพราะติดภารกิจอื่นภายในประเทศ โดยมีผู้แทนจากทั้งสองรัฐบาลเข้าร่วมการประชุมแทน ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็มีกำหนดเดินทาง เยือนเวียดนามและ สปป.ลาวในช่วงปลายปีนี้

ส่วนประเด็นการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับผู้นำกลุ่มชาติอาเซียน สำคัญที่สุดหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ ซึ่งสหรัฐฯต้องการให้อาเซียนแสดงจุดยืนสนับสนุนสหรัฐฯด้วยการยึดมั่น “เสรีภาพแห่งการเดินเรือ” ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งถูกอิทธิพลของจีนครอบงำและยังเป็นดินแดนพิพาทกับชาติสมาชิกอาเซียนถึง 4 ประเทศ ได้แก่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไนและเวียดนาม ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งยังเป็นแหล่ง ประมงสำคัญของโลกมากราว 10 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นดินแดนตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียบรรจบมหาสมุทรแปซิฟิก

นอกจากนั้น ประเด็นที่สหรัฐฯให้ความสำคัญกับอาเซียนนอกเหนือจากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังรวมถึงการแสวงความร่วมมือด้านต่อต้านก่อการร้ายและปัญหาโจรสลัดชุกชุมในพื้นที่ช่องแคบ มะละกา ขณะเดียวกัน สหรัฐฯยังต้องเคารพไม่พยายาม แทรกแซงกิจการภายในของกลุ่มอาเซียน ซึ่งต่าง ยึดมั่นพันธะกรณีไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศของกันและกัน.

ฝีมือใคร?! ยิงจรวดถล่ม รพ.แพทย์ไร้พรมแดนในซีเรีย จนท.สูญหาย 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577884

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 18:54

 

(ภาพจากเว็บไซต์ขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน แสดงให้เห็นโรงพยาบาลพังเสียหาย)

โรงพยาบาลในซีเรีย ซึ่งใช้เป็นสถานที่รักษาคนเจ็บคนไข้ ขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน โดนจรวด 4 ลูก ถูกยิงโจมตี พังเสียหายยับ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลสูญหาย 8 คน ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนชี้ เครื่องบินรบรัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มเมืองนี้

เมื่อ 15 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสลด โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองมาอารัต อัล นูมาน ในซีเรีย ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่รักษาคนป่วยขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) พังเสียหายยับ เนื่องจากโดนโจมตีทางอากาศ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 8 คน สูญหาย และขณะนี้ยังไม่ทราบว่ากองกำลังฝ่ายใดต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้

องค์การแพทย์ไร้พรมแดนแถลงว่า มีจรวด 4 ลูก ถูกยิงโจมตีใส่โรงพยาบาลแห่งนี้ในเมืองมาอารัต อัล นูมาน ซึ่งเป็นเมืองที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกบฏ และอยู่ห่างจากเมืองอิดลิบ ไปทางใต้ประมาณ 30 กม. เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. และเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 8 คน สูญหาย ขณะที่ความเสียหายของโรงพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง และมีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ 54 คน ที่ถูกโจมตีนั้น ทำให้ชาวบ้านประมาณ 40,000 คน ซึ่งอยู่ท่ามกลางสงคราม จะไม่มีโรงพยาบาลสำหรับรักษาอาการป่วยและบาดเจ็บอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ทางเอ็มเอสเอฟ ขอประณามการโจมตีครั้งนี้

บีบีซี รายงานด้วยว่า กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรียแจ้งว่า เครื่องบินรบของรัสเซียได้บินโจมตีทางอากาศถล่มเมืองมาอารัต อัล นูมาน เป็นเหตุให้มีชาวซีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายหลายแห่งในเมืองมาอารัต อัล นูมาน เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลรัสเซียและชาติมหาอำนาจในตะวันตก บรรลุข้อตกลงที่จะหยุดยิงในซีเรียกันเมื่อเร็วๆ นี้.

ตร.ออสซี่ผงะ ยึดยาไอซ์ ซุกในซิลิโคนเสริมหน้าอก รวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577855

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 17:30

 

ตำรวจออสเตรเลียแถลง ตรวจยึดยาไอซ์ ถูกซุกซ่อนมาในรูปซิลิโคนเสริมทรวงอกของผู้หญิง และงานศิลปะ เข้ามาในประเทศ รวมมูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท จนถือเป็นการยึดแอมเฟตามีนเหลวครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย

เมื่อ 15 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียแถลงผลงาน สามารถตรวจยึดยาไอซ์ รวมมูลค่ามหาศาล​​ถึง 1,250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 890.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (32,058 ล้านบาท) โดยเมทิลแอมเฟตามีน (methylamphetamine) หรือแอมเฟตามีนเหลวถูกซุกซ่อนมากับซิลิโคนเสริมหน้าอกของผู้หญิง และชิ้นงานศิลปะ จนถือเป็นการยึดเมทิลแอมเฟตามีนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่ตำรวจของออสเตรเลีย เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สำนักงานใหญ่ในนครซิดนีย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียได้จับกุมผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย ชาวฮ่องกง 3 คน และชาวจีน 1 คน ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบลักลอบนำแอมเฟตามีนเหลว น้ำหนัก 720 ลิตร เข้ามาในออสเตรเลีย

ยาไอซ์ถูกซุกซ่อนมาในรูปซิลิโคนเสริมทรวงอก

ข่าวแจ้งว่า การตรวจยึดยาไอซ์จำนวนมหาศาลได้ในครั้งนี้ เริ่มต้นครั้งแรกหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในนครซิดนีย์ ได้แจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียว่า มีชายฮ่องกงอายุ 33 ปี ซึ่งถูกระบุเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ได้เข้ามาในออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2558 จากนั้น วันที่ 26 ธ.ค.2558 ทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจู่โจมตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่งที่ถูกส่งมาจากฮ่องกง และพบแอมเฟตามีนเหลว ถูกซุกซ่อนในรูปของซิลิโคนเสริมทรวงอกจำนวนถึง 86 กล่องใหญ่ รวมแล้วมีปริมาณแอมเฟตามีนเหลวถึง 190 ลิตร จึงนำไปสู่การประสานงานสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการบุกตรวจยึดอย่างต่อเนื่อง

ออสเตรเลียแถลงข่าวตรวจยึดยาไอซ์ได้มหาศาล มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท

ระทึกมาก! บินโดยสารเวอร์จิน โดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ ขอลงจอดฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577815

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 15:50

 

เครื่องบินโดยสารสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก ต้องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน…เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ หลังทะยานขึ้นจากสนามบินได้ไม่นาน ขณะที่สายการบินกำลังทำงานกับเจ้าหน้าที่หาต้นตอของแสงเลเซอร์

เมื่อ 15 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ระทึก เครื่องบินโดยสารของสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก เที่ยวบิน VS025 ต้องบินกลับไปขอลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ เนื่องจากโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ หลังจากทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮีทโธรว์ได้ไม่นาน และกำลังบินอยู่ที่ระดับความสูง 8,000 ฟุต

บริษัทสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก แถลงยืนยันว่า เกิดเหตุการณ์ เที่ยวบิน VS025 ซึ่งนำผู้โดยสาร 252 คน และลูกเรือ 15 คน ทะยานออกจากสนามบินฮีทโธรว์ เมื่อเวลา 20.13 น. ของวันที่ 15 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานจอห์น เอฟ เคนเนดี ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์  โดยเสียงของนักบินคนหนึ่งในห้องนักบินที่ถูกบันทึกไว้ได้แจ้งไปยังหอควบคุมการบินไอร์แลนด์ว่า ‘ด้วยประเด็นการแพทย์ของหนึ่งในนักบิน หลังเกิดเหตุเครื่องบินถูกยิงด้วยเลเซอร์’

ด้านสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ‘จำต้องนำเครื่องบินกลับมาลงจอดที่ฮีทโธรว์ หลังโดนยิงด้วยเลเซอร์ ’พร้อมติดแฮชแท็ก#laserstrike CAD4 ขณะที่สายการบินเวอร์จิน ยังได้ออกแถลงการณ์ด้วยว่า ทางสายการบินกำลังทำงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อระบุหาแหล่งต้นตอที่ยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน VS025 ในครั้งนี้ พร้อมระบุว่าความปลอดภัยของลูกเรือและลูกค้าเป็นภารกิจเบื้องต้นของทางสายการบิน พร้อมขออภัยต่อความไม่สะดวกทุกอย่างที่เกิดขึ้น.

เดอะ เรเวแนนท์ เยี่ยมจริง! กวาด 3 รางวัลใหญ่ ‘บาฟต้า’ อีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577676

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 11:44

 

(อเลฮันโดร กอนซาเลส อินาร์ริตู และลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ)

หนังดัง ‘เดอะ เรเวแนนท์’ ประสบความสำเร็จงดงาม คว้ารางวัลบาฟต้าในอังกฤษมาครองอีกแล้ว ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ด้าน ลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ พระเอกคนดังขอมอบรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมครั้งนี้เป็นของขวัญวันเกิดแก่แม่…

เมื่อ 15 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ภาพยนตร์เรื่องเดอะ เรเวแนนท์ (The Revenant) ประสบความสำเร็จงดงาม สามารถกวาดรางวัลใหญ่ของของสถาบันศิลปะและโทรทัศน์ของอังกฤษ หรือรางวัลบาฟต้า ประจำปี 2558 มาครองอีกแล้ว โดยสามารถคว้ารางวัลทั้ง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ขณะที่ ลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ ซึ่งรับบทพระเอก โดยแสดงเป็น ฮิวจ์ กลาส นักสำรวจแห่งตำนาน ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และ อเลฮันโดร กอนซาเลส อินาร์ริตู ผู้กำกับภาพยนต์เรื่องนี้ ยังคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมอีกด้วย

อเลฮันโดร กอนซาน เลส อินาร์ริตู ผู้กำกับฯ ชาวเม็กซิโก ได้กล่าวถึงความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องเดอะ เรเวแนนท์ บนเวทีการประกาศผลรางวัลบาฟต้า ครั้งที่ 69 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงอุปรากรแห่งชาติในกรุงลอนดอน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เป็นความสำเร็จที่‘ท่วมท้น’ พร้อมกับพูดถึงพระเอกคนดังอย่าง ลีโอนาร์โด ว่า เป็นนักแสดงที่มีความสามารถ และมีความรับผิดชอบต่อโครงการที่เสี่ยง และทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีลมหายใจ

ลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ คว้ารางวัลบาฟต้า สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

ด้าน ลีโอนาร์โด ซึ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากหนังดัง เดอะ เรเวแนนท์ มาครองอีกรางวัล ต่อจากรางวัลลูกโลกทองคำ กล่าวว่า ทำให้เขารู้สึกถึงความเรียบง่ายและเป็นเกียรติ พร้อมกับยกย่องนักแสดงชาวอังกฤษว่ามีความมุ่งมั่นกับการทำงานในอาชีพนักแสดง พร้อมทั้งยังขอมอบรางวัลครั้งนี้เพื่อสุขสันต์วันเกิดแม่ของเขาด้วย

ส่วนนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมที่คว้ารางวัลบาฟต้า ประจำปี 2558 ตกเป็นของ บรี ลาร์สัน จากภาพยนตร์เรื่อง Room ซึ่งเธอได้รางวัลลูกโลกทองคำ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Room มาแล้วเช่นกัน ขณะที่ เคต วินสเลต ดาราหญิงคนดัง คว้ารางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง ‘สตีฟ จอบส์’

ความสำเร็จของ เดอะ เรเวแนนท์

ช็อก! ภูเขาน้ำแข็งลูกเดียวทำเพนกวินขั้วโลกใต้ตายไป 150,000 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577530

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 04:15

 

(ภาพ: AFP)

ความอยู่รอดของเพนกวินอาเดลีสังคมหนึ่งในแอนตาร์กติกาตะวันออกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากภูเขาน้ำแข็งลอยมาชนหาด ปิดกั้นเส้นทางอาหารของพวกมัน ทำให้ประชากรลดลงไปกว่า 150,000 ตัว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เพนกวินพันธ์ุอาเดลี ซึ่งอาศัยอยู่รวมกันเป็นสังคมใหญ่บริเวณหาดหิน ‘เคป เดนิสัน’ ทางตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกา หรือ ขั้วโลกใต้ ตายไปกว่า 150,000 ตัวตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมา หลังจากภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง ลอยไปกีดขวางเส้นทางหาเสบียงอาหารของพวกมัน

ตามรายงานของวารสารวิทยาศาสตร์แอนตาร์กติกา ซึ่งเผยแพร่โดยสื่อของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า ‘B09B’ เมื่อร่วมกับน้ำแข็งที่ขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีขนาดเกือบเท่ากับเกาะโรด ไอส์แลนด์ ของสหรัฐฯ ทีเดียว โดยมันได้ตัดเส้นทางหาเสบียงของเพนกวินฝูงนี้ และเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิทัศน์ของที่อยู่ของพวกมันด้วย

ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ลอยมาชนหาดหิน เคป เดนิสัน ในอ่าว ‘คอมมอนเวลธ์ เบย์’ เมื่อปี 2010 หลังจากลอยอยู่ตามแนวชายฝั่งมานานเกือบ 20 ปี กลายเป็นภูเขาน้ำแข็งล้อมรอบที่อยู่ของเพนกวินฝูงนี้ บีบให้พวกมันต้องข้ามเส้นทางที่ว่างเปล่าเป็นระยะทางเกือบ 40 ไมล์เพื่อหาอาหาร

ทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ของประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า จำนวนประชากรของเพนกวินกลุ่มนี้ลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา และปัจจุบันยังมีเพนกวินอาเดลีราว 5,500 คู่ที่ยังขยายพันธ์ุอยู่ในพื้นที่แถบนี้ ลดลงจากกว่า 160,000 ตัวที่เคยพบด้วยภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990

แนวโน้มการอยู่รอดของพวกมันก็เลวร้ายมาก โดยนักวิจัยคาดการณ์ว่า หากไม่มีการทำลายภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ สังคมเพนกวินอาเดลีกลุ่มนี้จะหายไปภายใน 20 ปี อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าเพนกวินอาเดลีจะสูญพันธ์ุ เพราะยังมีสังคมเพนกวินอาเดลีอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ห่างออกไปราว 5 ไมล์ และมีเพนกวินอาเดลีเพียง 30% เท่านั้นที่อาศัยอยู่ในแอนตาร์กติกาตะวันออก

นาโตฉุนรัสเซียเล่นวาทะสงครามเย็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577480

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.พ. 2559 02:10

 

(ภาพ: AP)

นายดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมิวนิกของเยอรมนี เมื่อ 13 ก.พ. พร้อมแถลงตำหนิองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กลุ่มประเทศยุโรป และสหรัฐฯ ว่ามีทัศนคติด้านลบต่อรัสเซีย ทั้งยังสมคบคิดกันเพิ่มอำนาจทางทหารและร่วมกันคว่ำบาตรรัสเซียที่สนับสนุนการลงประชามติแยกตัวเป็นอิสระของดินแดนไครเมียของยูเครนในปี 2557 ทำให้สถานการณ์ระหว่างประเทศทวีความตึงเครียด และนำโลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็นครั้งใหม่

ดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย (ภาพ: AP)

ด้านนายเยนส์ สตูลเทนแบร์ก เลขาธิการใหญ่องค์การนาโตแย้งว่า รัสเซียเป็นฝ่ายสั่งสมกำลังทางทหารและใช้วิธีการแข็งกร้าวเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในยุโรปก่อน ทั้งยังใช้ความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครนเป็น เครื่องมือในการขยายอิทธิพล ส่งผลให้นาโตต้องเพิ่มมาตรการทางทหารตอบโต้รัสเซีย

เยนส์ สตูลเทนแบร์ก เลขาธิการใหญ่องค์การนาโต (ภาพ: AP)

ขณะที่นายเปโตร โปโรเชงโก ประธานาธิบดียูเครน แถลงโต้ นายเมดเวเดฟ โดยประณามว่ารัสเซียใช้กำลังทหารแทรกแซงสถานการณ์ทั้งในยูเครนและซีเรีย แสดงให้เห็นว่ารัสเซียต้องการเห็นยุโรปในสภาพถูกโดดเดี่ยว, ไม่เคารพในหลักการสิทธิมนุษยชน และมีผู้นำที่ชื่อวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเป็นการเอ่ยชื่อพาดพิงถึงประธานาธิบดีรัสเซียโดยตรง.

กีวีผวา! ดินไหวทำผาหินถล่ม ไม่มีคนเจ็บ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577477

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.พ. 2559 01:25

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ที่นิวซีแลนด์รับวันวาเลนไทน์ ศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนอยู่ห่างเมืองไครสต์เชิร์ชที่อยู่บนเกาะใต้ ไปทางตะวันออกราว 15 กม. ลึกใต้ผืนดินแค่ 15 กม. เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ.ตามวันเวลาท้องถิ่น และยังมีแผ่นดินไหวต่อเนื่อง (อาฟเตอร์ช็อก) ตามมากว่า 40 ครั้ง ทำให้ผาหินบริเวณชายหาดสการ์โบโรและชายหาดอื่นๆ พังถล่มลงทะเลขณะผู้คนกำลังว่ายน้ำและเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่คับคั่ง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ทั่วเกาะใต้ อาคารบางหลัง ร้านค้าบางแห่งในไครสต์เชิร์ชต้องอพยพผู้คนเพื่อความปลอดภัย ผู้คนในโลกไซเบอร์ต่างโพสต์ภาพนิ่งและคลิปวีดิโอแสดงให้เห็นข้าวของตกหล่นจากชั้นวาง แต่ไม่มีการเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ แผ่นดินไหวข้างต้น เกิดขึ้น 8 วันก่อนถึงวันครบรอบเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.2554 ซึ่งทำให้ต้องซ่อมแซมเมืองไครสต์เชิร์ชเกือบทั้งเมือง และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 185 คน

ชมคลิปที่นี่

ส่วนศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯรายงานเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 แมกนิจูด ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างเมืองแฟร์วิวของรัฐโอกลาโฮมาไปทางเหนือราว 27 กม. เมื่อเวลา 11.07 น. วันที่ 13 ก.พ. ตามวันเวลาท้องถิ่นและยังเกิดแผ่นดินไหวระดับไม่รุนแรงตามมาในเวลาไล่เลี่ยกันอีก 2 ระลอก ขนาด 3.9 และ 2.5 แมกนิจูด แต่ไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรง แผ่นดินไหวขนาด 5.1 แมกนิจูด ถือเป็นแรงสั่นสะเทือนรุนแรงที่สุดอันดับ 3 ที่เกิดที่รัฐโอกลาโฮมาซึ่งถือว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงและบ่อยครั้งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยังรับรู้ได้ทั่วรัฐต่างๆ อีก 7 รัฐ รวมทั้งอาร์คันซอ นิวเม็กซิโกและเท็กซัสด้วย

ขณะเดียวกัน พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ โดยเฉพาะพื้นที่ของ 9 รัฐ ไล่ตั้งแต่รัฐเพนซิลเวเนียที่อยู่ทางเหนือไปจดรัฐเมน แถบตะวันตก กำลังเผชิญสภาพอากาศหนาวจัดฉับพลันรับช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์เช่นกัน คาดว่าเผชิญแรงลมหนาวจัดพัดแรงระดับ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและคาดว่าอากาศจะหนาวเย็นตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ทางการท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนอยู่แต่ในบ้านเพราะถือเป็น “สภาพอากาศหนาวจัดขั้นคุกคามชีวิต” สภาพอากาศหนาวจัดและหิมะตก ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันมากถึง 50 คัน บนทางหลวงสาย 78 นอกเมืองแฮร์ริสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล 40 คนและถูกส่งไปศูนย์พักพิงชั่วคราวอีก 70 คน ส่วนรถราที่ประสบอุบัติเหตุกระจัดกระจายทั่วทั้ง 3 เลนของถนนหลวง.

ชื่นมื่น! คนไทยในซิดนีย์เลี้ยงส่งอัครราชทูต ‘แคนเบอร์รา’ ย้ายสู่ ‘จีน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577239

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.พ. 2559 10:05

 

ชื่นมื่น! บรรยากาศงานเลี้ยงส่งอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ย้ายไปดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน บุคคลสำคัญหน่วยงานราชการไทยตบเท้าเข้าร่วมท่ามกลางความอบอุ่น โดยมีชาวไทย-ซิดนีย์ ร่วมเลี้ยงอำลาจำนวนมาก…

วันที่ 14 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านอาหาร MD suki ร้านอาหารไทย ย่านใจกลาง Hyde park ถนนอ็อกซ์ฟอร์ด นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อค่ำวันที่ 13 ก.พ. ชุมชนไทยในนครซิดนีย์ และเจ้าของร้านอาหารไทยในนครซิดนีย์ สมาคมร้านอาหารไทยแห่งประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งทีมประเทศไทย นำโดย นายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย นายฉ้ตรชัย วิริยเวชกุล รักษาการกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ร่วมกันจัดงานเลี้ยงส่งนายวศิน เรืองประทีบแสง อัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ที่ย้ายไปดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

บรรยากาศในงานมี นายมาร์โก มะลิวงษ์ ผู้บริหาร Australian Center ศูนย์วีซ่าและแนะแนวการศึกษาต่อออสเตรเลีย เป็นผู้ให้การสนับสนุนในการจัดงานครั้งนี้ ภายในงานมีบุคคลสำคัญทั้งทางหน่วยงานราชการไทยและบุคคลสำคัญในวงการร้านอาหารไทย รวมทั้งชาวไทยในนครซิดนีย์มาร่วมงานจำนวนมาก มีศิลปินนักร้องที่ส่งตรงจากเมืองไทย “ดาว มยุรี” มาให้ความอภิรมย์ด้านเสียงเพลงในงาน รวมทั้งมีการแสดงรำไทยจากวงรากไทย

ร้านอาหาร MD suki ร้านอาหารไทย ย่านใจกลาง Hyde park ถนนอ็อกซ์ฟอร์ด นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อค่ำวันที่ 13 ก.พ. ชุมชนไทยในนครซิดนีย์

นายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ขอขอบคุณที่นายวศินได้ช่วยทำงานเป็นอย่างดีและเป็นที่รักของชาวไทยทุกคน นายวศินเป็นผู้ที่ช่วยเหลืองานของสังคมไทยทุกงานจนชาวไทยชื่นชม ในการเดินทางไปรับตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ของนายวศินครั้งนี้แม้ชุมชนชาวไทยซึ่งมีความผูกพันกับนายวศินมากจะเสียดาย แต่ก็ดีใจที่ได้ไปรับตำแหน่งใหม่

ด้านนายวศิน กล่าวว่า ดีใจที่ทุกคนจัดงานเลี้ยงส่งให้ด้วยความรัก ตนเห็นชุมชนไทยที่นครซิดนีย์มีความเข้มแข็ง รักใคร่สามัคคีกันเป็นอย่างดี มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน อยากให้คนไทยที่นี่รักใคร่สามัคคีกันอย่างนี้ตลอดไป ขอบคุณคนไทยในออสเตรเลีย ที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมของไทยมาโดยตลอด ถึงตนจะไปอยู่ที่ไหน แต่ชุมชนคนไทยในออสเตรเลียจะอยู่ในหัวใจของตนตลอดไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายวศินกล่าวจบ กลุ่มชุมชนคนไทยและบรรดาสื่อมวลชนไทยในนครซิดนีย์ อาทิ นสพ. THAI TOWN NEWS ได้มอบของที่ระลึกให้กับนายวศินกันเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศชื่นมื่น

ขณะที่ นายมาร์โก กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ เพราะท่านวศินได้ช่วยเหลืองานของชุมชนคนไทยในซิดนีย์มากมายหลายครั้ง ท่านไม่เคยโกรธใคร ท่านยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคนสุขุม ชอบท่านตรงที่ท่านชอบทำบุญทำกุศล ในการเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ไม่รู้จะอวยพรท่านอย่างไร เลยจัดงานนี้เสมือนเป็นการอวยพรท่านด้วย และถือได้ว่าเป็นงานเลี้ยงส่งข้าราชการไทยที่ใหญ่ที่สุดในนครซิดนีย์

“นอกจากนี้ หน่วยราชการไทยได้ช่วยเหลือเราเรื่องกฎ กติกา ของมวยไทยด้วย คือทำให้มวยไทยสามารถใช้ศอกใช้เข่าได้ ถ้าไม่ได้หน่วยราชการไทยเป็นผู้ประสานงานให้ เราก็ไม่สามารถที่จะนำ “Real Hero” หรือการจัดแข่งขันชกมวยในประเทศออสเตรเลียเข้าไปบรรจุอยู่ในรัฐบาลออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎกติกาได้ เราถือว่าท่านวศินเป็นผู้มีบุญคุณกับเรามากที่ช่วยเหลือเรา ทาง “Real Hero” และสมาคมร้านอาหารไทยฯ จึงคิดจัดงานเลี้ยงส่งขึ้นพร้อมกัน โดยมีชุมชนไทยและหน่วยงานของผมร่วมกันเชิญชุมชนมาร่วมจัดงานเลี้ยง” นายมาร์โก มะลิวงษ์ กล่าว

คนไทยร่วมเลี้ยงอำลา จัดการแสดงรำไทย

มัจจุราชเงียบ! มลพิษในอากาศ คร่าชีวิตชาวโลกตายก่อนวัยอันควรปี 56 กว่า 5.5 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577048

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 17:30

 

นักวิทยาศาสตร์หลายประเทศเสนอรายงาน ชี้มลพิษในอากาศ เป็นต้นเหตุให้ผู้คนตายก่อนวัยอันควร ด้วยโรคร้ายถึง 5.5 ล้านคน ในปี 56 ในจำนวนนี้กว่าครึ่ง อยู่ในจีนและอินเดีย

เมื่อ 13 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวที่ชาวโลกคงตะลึงด้วยความคาดไม่ถึง เมื่อเหล่านักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ แคนาดา จีน และญี่ปุ่น เสนอรายงานประจำปี ในการประชุมสมาคมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ระบุ มลพิษในอากาศ เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนกว่า 5.5 ล้านคน ตายก่อนวัยอันควร ในปี 2556 ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตเหล่านี้ กว่าครึ่งหนึ่ง อาศัยอยู่ในอินเดียและจีน

ตามรายงานของนักวิทยาศาสตร์จากหลายประะเทศ ชี้ว่า ในปี 2556 นั้น มลพิษในอากาศได้เป็นเหตุให้ประชาชนในจีน เสียชีวิต 1.6 ล้านคน และที่ อินเดีย 1.4 ล้านคน โดยนายไมเคิล บรอเออร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย กล่าวว่า มลพิษในอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงลำดับที่ 4 ที่ทำให้ประชากรโลกเสียชีวิต และก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งที่เป็นเหตุผู้คนป่วยด้วยโรคร้ายหลายโรค ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคมะเร็งปอด

ไมเคิล บรอเออร์ และทีมนักวิจัยของเขา ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงปัญหามลพิษทางอากาศในเอเชีย โดยเฉพาะที่จีน และอินเดีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหมือนกับสหรัฐฯ และยุโรปที่เคยอยู่ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อหลายทศวรรษก่อน โดยตามรายงานของนักวิจัยจากจีนระบุว่า เฉพาะมลพิษในอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหินเพียงอย่างเดียว ได้คร่าชีวิตผู้คนในจีนไปถึง 366,000 คน ในปี 2556.