กำไม้กายสิทธิ์รอ! แฮร์รี่ พอตเตอร์ ‘เล่ม 8’ วางจำหน่าย 31 ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575833

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 06:10

 

ปกอย่างไม่เป็นทางการของหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค 8 (ภาพ: pottermore.com)

นวนิยายชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค 8 ซึ่งประกาศจะทำเป็นละครเวทีตั้งแต่เมื่อปี 2013 เตรียมวางจำหน่ายในรูปแบบหนังสือด้วย โดยรวมบทละครบอกเล่าเรื่องราวบทใหม่ของพ่อมดผู้นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มที่ 8 ของนวนิยายแนวแฟนตาซีชุด ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ชื่อ ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเด็กต้องสาป’ (Harry Potter and the Cursed Child) จะออกวางจำหน่ายตั้งแต่เวลา 00:01 น. วันที่ 31 ก.ค. นี้ หรือ 1 วันหลังจากเวอร์ชั่นละครเวทีเริ่มการแสดงรอบแรก โดยหนังสือจะรวมบทละครเวทีซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนเข้าไว้ด้วยกัน

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเด็กต้องสาป เป็นผลงานร่วมกันระหว่าง เจ.เค. โรว์ลิง ผู้แต่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ทั้ง 7 ภาคก่อนหน้านี้, กับแจ็ค ธอร์น นักเขียนชาวอังกฤษและจอห์น ทิฟฟานี ผู้กำกับละครเวที บอกเล่าเรื่องราว 19 ปีให้หลังจากบทสุดท้ายของหนังสือภาค 7 ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต’ ซึ่งพ่อมดหนุ่มได้กลายเป็นพ่อคน และทำงานอย่างหักโหมให้แก่กระทรวงเวทมนตร์ รวมทั้งเปิดเผยเรื่องราวของพ่อแม่ผู้ล่วงลับของแฮร์รี่ด้วย

เจ.เค. โรว์ลิง ผู้แต่งนวนิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์ (ภาพ: AP)

หนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค 8 นี้จะมีวางจำหน่ายในรูปแบบดิจิตอลควบคู่ไปกับแบบพิมพ์ โดย นาย เดวิด เชลลีย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของสำนักพิมพ์ ‘Little, Brown Book Group’ กล่าวว่า พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกับการตีพิมพ์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเด็กต้องสาป มาก

“เจ.เค. โรว์ลิง และทีมงานของเธอได้รับข้อเรียกร้องมากมายจากแฟนๆ ซึ่งไม่สามารถมาที่กรุงลอนดอนเพื่อชมละครเวทีเรื่องนี้ได้ รวมทั้งผู้ที่ต้องการอ่านแฮร์รี่ภาคนี้ในรูปแบบหนังสือ เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถมีแฮร์รี่รูปแบบหนังสือแก่พวกเขา” นายเชลลีย์ กล่าว

ทั้งนี้ หนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเด็กต้องสาป ซึ่งถูกเรียกว่า ฉบับการซ้อมพิเศษ (special rehearsal edition) จะประกอบไปด้วย บทละครเวทีในขั้นตอน พรีวิว หรือการดูซ้ำทั้งหมดในฐานะคนดู ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพ.ค. ที่พาเลซ เธียเตอร์ ในกรุงลอนดอน ซึ่งบทละครอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ระเบิดฆ่าตัวตายหญิง 2 คนบึมค่ายผู้พลัดถิ่นไนจีเรีย ดับ 60 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575808

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 03:30

 

(ภาพ: AFP)

มือระเบิดฆ่าตัวตายหญิง 2 คน จุดระเบิดกลางค่ายผู้พลัดถิ่นในรัฐบอร์โน ของประเทศไนจีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายหญิง 2 คน จุดระเบิดที่ค่ายผู้พลัดถิ่นจากเหตุความรุนแรงฝีมือกลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม ในเมืองดิกวา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไนจีเรีย เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.พ. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 78 คน

เหตุโจมตีเกิดขึ้นห่างจากเมืองโมกาดิชู เมืองเอกของรัฐบอร์โน ศูนย์กลางเหตุความรุนแรงในไนจีเรียตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 85 กม. โดยมือระเบิดฆ่าตัวตายหญิง 2 คน แฝงตัวเข้าไปในค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศ (ไอดีพี) ก่อนจุดระเบิด

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มโบโก ฮาราม ซึ่งก่อการร้ายในไนจีเรียมาตั้งแต่ปี 2009 และเริ่มยกระดับการโจมตีรุนแรงขึ้นในปีที่ผ่านมา หลังถูกพันธมิตรนานาชาติโจมตีตอบโต้อย่างหนักจนเสียดินแดนในครอบครองไปมากมาย

ข่าวกรองมะกันเตือน ไอเอสเล็งโจมตียุโรป-สหรัฐฯปีนี้ เชื่อลงมือเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575743

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 02:00

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายเจมส์ แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ หรือดีเอ็นไอ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรซสหรัฐฯ ถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ระบุว่า กองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ยังคงเป็นภัยคุกคามเด่นชัดที่สุด และมีศักยภาพที่จะบงการหรือสร้างแรงบันดาลใจในการก่อเหตุต่อเป้าหมายต่างๆทั่วโลก ที่ควรระวังคือกลุ่มคนหัวรุนแรงที่เชื่อในแนวคิดของไอเอสและวางแผนก่อเหตุด้วยตัวเอง โดยคนกลุ่มนี้นอกจากมีความเชื่อในแนวคิดดังกล่าวแล้ว ยังได้รับแรงบันดาลใจจากสื่อโฆษณาชวนเชื่ออันเปี่ยมประสิทธิภาพของไอเอส รวมถึงบุคคลในสหรัฐฯและต่างแดนที่ได้รับคำชี้แนะจากไอเอสโดยตรง นอกจากนี้ ยังเตือนด้วยว่ากลุ่มไอเอสได้แฝงตัวนักรบปะปนมากับคลื่นผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ายุโรปและประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่ พล.ท.วินเซนต์ สจ๊วตต์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ หรือดีไอเอ ยังเปิดเผย ต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรซด้วยว่า ในปีนี้เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มไอเอสจะพยายามก่อเหตุโจมตียุโรปและสหรัฐฯอีก ทั้งเชื่อว่าแกนนำกลุ่มไอเอสจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นในการวางแผนโจมตี ต่างกับคราวก่อนๆ ที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้ที่เชื่อในแนวคิดไปลงมือก่อเหตุด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังพูดถึงภัยที่น่าจับตาอื่นๆด้วย ทั้งกลุ่มก่อการร้ายสากลอัลเคดา ที่ยังถือเป็นศัตรูสำคัญต่อสหรัฐฯ ภัยคุกคามโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ไปจนถึงภัยคุกคามทางโลกไซเบอร์จากจีนและรัสเซีย

วันเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสลงมติ รับรองการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน 162 เสียง คัดค้าน 148 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง ว่าด้วยมาตรการความมั่นคงที่จะอนุญาตให้ทางการถอนสัญชาติฝรั่งเศส บุคคลที่ต้องคดีก่อการร้าย พร้อมทั้งมีการลงมติยืดระยะเวลาภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศต่อไปอีก 3 เดือน หลังประกาศใช้มาตั้งแต่เหตุก่อการร้ายกลาง กรุงปารีส กลางเดือน พ.ย.ปีก่อน ทั้งนี้ มาตรการจะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อผ่านการลงมติ 3 ขั้นตอน ทั้ง ในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และการลงมติในการ ประชุมใหญ่รัฐสภาที่ต้องได้รับการรับรอง 3 ใน 5

ส่วนที่ตุรกี เจ้าหน้าที่กองทัพได้ทำการจับกุมกลุ่มคนต้องสงสัย 34 คน ที่บริเวณพรมแดนซีเรียใกล้เมืองโอกูเซลี แบ่งเป็นชาย 4 คน ผู้หญิง 10 คน และเด็ก 20 คน จากการตรวจสอบสัมภาระเดินทาง พบเสื้อระเบิดพลีชีพ 4 ชุด และวัตถุระเบิดน้ำหนักรวม 15 กิโลกรัม แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าผู้ถูกจับกุมสัญชาติอะไร และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสหรือไม่ ระบุเพียงว่าได้รับเบาะแสการลักลอบขนระเบิดข้ามพรมแดน.

ลือสนั่น คิม จอง อึน สั่งประหารชีวิต ประธานเสธ.กองทัพเกาหลีเหนือไปแล้ว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575690

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 19:08

 

ถูกเด็ดชีพไปอีกหนึ่ง…สื่อนอกรายงานข่าวลือกันให้แซด คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือสั่งประหารชีวิต พล.อ.รี ยอง กิล ประธานเสนาธิการกองทัพ ทำผิดข้อหาคอร์รัปชัน ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เผย ยังไม่อาจยืนยันข่าวนี้

เมื่อ 10 ก.พ.59 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวครึกโครม นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ สั่งประหารชีวิตพลเอกรี ยอง กิล ประธานเสนาธิการกองทัพเกาหลีเหนือ ทำผิดในข้อหาคอร์รัปชันไปแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ นี้ เพียงแต่ไม่มีการชี้แจงหรือประกาศรายละเอียดใดๆ ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับเรื่องนี้จากสื่อของทางการเกาหลีเหนือเลย

ข่าวแจ้งว่า ข่าวที่ทางการเกาหลีเหนือสั่งประหารชีวิต พล.อ.รี ยอง กิล นับเป็นเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงคนล่าสุดที่ต้องถูกประหารชีวิต หลังจากช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือถูกประหารชีวิตไปแล้วหลายคน ด้วยความผิดในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นข้อหาทรยศ หรือแม้แต่การดูละครทีวีของเกาหลีใต้ ก็ยังต้องโทษประหาร

พลเอกรี ยอง กิล ประธานเสนาธิการกองทัพเกาหลีเหนือ

สำหรับ พล.อ.รี ยอง กิล ได้ดำรงตำแหน่งประธานเสนาธิการกองทัพเกาหลีเหนือมาหลายปี นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 อย่างไรก็ตาม นายควอน คี ฮุน โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวว่าเขายังคงไม่อาจยืนยันข่าว พล.อ.รี ยอง กิล ถูกประหารชีวิตไปแล้วว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง พล.อ.รี ยอง กิล จะนับเป็นหนึ่งในจำนวนนายทหารระดับสุงสุดที่ต้องโทษประหารชีวิต.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กข่าววุ่น! รองนายกฯ โช ยอง กอน โดนผู้นำเกาหลีเหนือ สั่งประหารไปแล้ว

จะโหดถึงไหน! รมว.เกาหลีเหนือ โดนยิงเป้า ด้วยปืนต่อสู้อากาศยาน (ชมคลิป)

อดีตจนท.ระดับสูงโสมแดง เผย คิม จอง อึน สั่งวางยาพิษอาหญิง!

โสมขาวโต้โสมแดงยิงจรวดพิสัยไกล ! ลงดาบ ระงับความร่วมมือในนิคมฯแกซอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575659

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 17:40

 

(ภาพระยะไกล นิคมอุตสาหกรรมแกซอง)

เกาหลีใต้เดินเครื่อง ตอบโต้เกาหลีเหนือแล้ว …ประกาศระงับความร่วมมือในนิคมอุตสาหกรรมแกซองทั้งหมด หวัง ‘ตัดท่อน้ำเลี้ยง’ ทางการโสมแดงนำเงินรายได้จากนิคมฯ ไปใช้พัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

เมื่อ 10 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ตอบโต้เกาหลีเหนือทดลองระเบิดนิวเคลียร์และยิงจรวดพิสัยไกลส่งดาวเทียม ด้วยการสั่งระงับความร่วมมือกับเกาหลีเหนือในนิคมอุตสาหกรรมแกซองแล้ว ระบุการปฏิบัติการทั้งหมดที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะยุติลง เพื่อไม่ต้องการให้ทางการเกาหลีเหนือนำเงินที่ได้จากการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ไปใช้ในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมแกซอง เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งสุดท้าย ที่ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยอุตสาหกรรมแกซอง ตั้งอยู่ในเมืองปาจู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโซล ประมาณ 70 กิโลเมตร โดยถึงแม้จะเป็นการร่วมลงทุนของภาคเอกชน แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือและใต้ก็มีส่วนริเริ่มในโครการนี้ ขณะที่มีรายงานว่า แต่ละปี รัฐบาลเปียงยางได้เงินรายได้จากนิคมอุตสาหกรรมแกซองประมาณปีละ 100 ล้านดอลลาร์ (3,600 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีปะทุขึ้นมาอีกตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2559 เมื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ได้ออกมาประกาศต่อชาวโลกว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดลองระเบิดไฮโดรเจน ทว่าตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นแค่เพียงการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 เท่านั้น ต่อมา เมื่อ 7 ก.พ. เกาหลีเหนือยังได้ยิงจรวดพิสัยไกลส่งดาวเทียม ซึ่งถือเป็นการละเมิดคำสั่งของสหประชาชาติในโครงการพัฒนาขีปนาวุธ ขณะที่ ด้านทางการสหรัฐฯ ยังเพิ่งออกมาเตือนที่เกาหลีเหนือมีการหวนกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ว่าจะทำให้เกาหลีเหนือได้แร่พลูโตเนียมที่มากพอสำหรับสร้างระเบิดนิวเคลียร์ด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มะกันส่ง ‘บี-52’ บินเหนือฟ้าเกาหลีใต้ ปรามโสมแดงทดลองนุก

เขย่าคาบสมุทรเกาหลี! โสมแดง โวลั่นโลก ทดสอบระเบิดไฮโดรเจนสำเร็จแล้ว

จับตาไวรัสซิกา! ชายจีนติดเชื้อรายแรก เพิ่งกลับจากแถบอเมริกาใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575592

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 15:30

 

ทางการจีนแถลง พบชายชาวจีน วัย 34 ติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นรายแรกในประเทศจีน หลังเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศแถบอเมริกาใต้ แต่ยังดีที่ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว จึงไม่กังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสซิกามากเท่าไหร่

เมื่อ 9 ก.พ.59 สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า คณะกรรมการสาธารณสุขและวางแผนครอบครัวของจีน แถลงยืนยัน พบชายชาวจีน อายุ 34 ปี ชาวเมืองกังเซียน มณฑลเจียงซี ทางภาคตะวันออกของจีน ติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นรายแรกในประเทศจีน หลังจากชายคนดังกล่าวเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศแถบอเมริกาใต้เมื่อเร็วๆ นี้

สำนักข่าวซินหัว แจ้งด้วยว่าถึงแม้จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาในจีนรายแรก แต่ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนไม่ค่อยกังวลถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะเท่าใดนัก เนื่องจากในช่วงนี้เป็นฤดูหนาว อากาศหนาวเย็น

ส่วน ชายจีนซึ่งติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นรายแรกนั้น ได้ถูกกักกันตัวในโรงพยาบาลท้องถิ่นที่บ้านเกิด ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา และขณะนี้อาการป่วยของเขาดีขึ้น ไข้ลดลงแล้ว อุณหภูมิร่างกายอยู่ในระดับปกติ และผื่นแดงตามตัวก็น้อยลง

อย่างไรก็ตาม ด้านทางการฮ่องกง กำลังเร่งตรวจสอบประวัติการเดินทางของชายจีนที่ติดเชื้อไวรัสซิกาคนนี้ เนื่องจากเขาได้เดินทางผ่านฮ่องกง ก่อนกลับจีน พร้อมกันนั้นยังได้เพิ่มระดับการตรวจสอบผู้โดยสารที่สนามบิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งกำลังระบาดหนักในประเทศแถบอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และแคริบเบียน โดยเฉพาะที่ประเทศบราซิล เกิดการระบาดหนักที่สุด.

ตร.อินเดีย จับแพะ!! โดนข้อหา เข้ามากัดต้นไม้ในสวนบ้านผู้พิพากษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575506

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 13:02

 

(ภาพจากทวิตเตอร์ ANI )

ตำรวจอินเดีย ‘จับแพะ’… โดนเชือกคล้องคอมัดผูกติดกับหลัก หมดอิสรภาพ ก่อนจะได้รับการประกันตัวพร้อมเจ้าของ  หลังทั้งแพะและคนต้อง ‘คอตก’ โดนตำรวจจับ แอบเข้ามากัดกินต้นไม้ ดอกไม้ ในสวนของบ้านผู้พิพากษา จนถูกดำเนินคดีอาญา

สื่อในอินเดียรายงานข่าวสุดฮาแต่เป็นเรื่องจริง ผู้พิพากษาคนหนึ่งในรัฐฉัตติสครห์ ในประเทศอินเดีย ถึงกับโทรแจ้งความให้ตำรวจมา ‘จับแพะ’ อย่างครึกโครม เพราะ ‘แพะ’ ที่โดนจับไม่ใช่ ‘แพะรับบาป’ ซึ่งหมายถึงการจับกุมคนที่ไม่ได้ทำความผิด ตามสำนวนไทย แต่กลับเป็น ‘แพะ’ ตัวเป็นๆ สัตว์สี่เท้าที่กินหญ้าเป็นอาหาร

ที่มาที่ไปที่ทำให้ แพะผู้ต้องหา ขนสีดำสนิทตัวนี้ต้องถูกจับกุม โดนเชือกคล้องคอผูกกับหลักไม้ (ตามรูป)แถมเจ้าของของมัน คือ นายอับดุล ฮัสซัน ก็ต้องโดนตำรวจจับด้วยนั้น เนื่องจากแพะตัวนี้ (ไม่มีชื่อ) โดนผู้พิพากษา เจ้าของบ้าน กล่าวหาว่า มันได้กระโดดเข้ามาในรั้วบ้าน และกัดกินต้นไม้ ดอกไม้ในสวนหลายครั้งหลายหนแล้ว

ข่าวแจ้งว่า คนทำสวนบ้านผู้พิพากษาได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาได้เห็นแพะเข้ามาในสวนกัดกินดอกไม้ ต้นไม้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และเคยบอกตักเตือน นายฮัสซัน เจ้าของแพะไปหลายครั้งแล้วด้วย แต่นายฮัสซันก็ทำเฉย ปล่อยให้แพะเข้ามากัดกินต้นไม้ในสวนอยู่เช่นเดิม ด้วยเหตุนี้ ทางผู้พิพากษาเจ้าของบ้านจึงได้แจ้งความให้ตำรวจมาจับแพะ กับเจ้าของของมัน

ด้านผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ เผยว่า ตอนนี้แพะและเจ้าของคนเลี้ยงได้รับการประกันตัวไม่ต้องถูกควบคุมแล้ว หลังจากทั้งแพะและคนถูกตั้งข้อหา กระทำความผิดคดีอาญาในข้อหาบุกรุก และทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นไปเรียบร้อย.

แรงใจมาเพียบ!! ทรัมป์-แซนเดอร์ส เฮลั่น ชนะเลือกตั้งขั้นต้นที่นิวแฮมป์เชียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575448

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 11:21

 

โดนัลด์ ทรัมป์ และ เบอร์นี แซนเดอร์ส สุดปลื้ม .. เป็นสองผู้สมัครของพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ที่คว้าชัยเลือกตั้งขั้นต้น แบบไพรมารี ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เพื่อไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อ 10 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายเบอร์นี แซนเดอร์ส สองผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน และเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สุดดีใจ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.59 โดยทางฝั่งพรรครีพับลิกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากรัฐนิวยอร์ก ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง 34% อันดับ 2 คือ นายจอห์น แคซิช ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ได้ 16% ส่วนนายเท็ด ครูซ วุฒิสมาชิก (ส.ว.) รัฐเทกซัส ซึ่งชนะการเลือกตั้งแบบคอคัสในรัฐไอโอวา หล่นมาอยู่ที่อันดับ 3 11%

ขณะที่ด้านพรรคเดโมแครต นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ ได้ 60% ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ได้ 39% โดยนายแซนเดอร์ส ซึ่งสามารถเอาชนะนางฮิลลารีในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ได้สำเร็จ หลังพ่ายเลือกตั้งที่รัฐไอโอวาไปอย่างฉิวเฉียด กล่าวว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ แสดงให้เห็นว่าผู้คนต้องการ ‘ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง’

จอห์น แคซิช ผู้สมัครพรรครีพับลิกัน ได้อันดับ 2 ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์

ด้าน นางฮิลลารี ภริยาของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ นายเบอร์นี แซนเดอร์ส พร้อมกล่าวว่า จะยังคงต่อสู้เพื่อทุกคะแนนเสียงต่อไป ในขณะที่ผลการเลือกตั้งไพรมารีในรัฐนิวแฮมป์เชียร์จะเป็น ‘แรงเหวี่ยง’ ที่ช่วยหนุนส่งการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐต่อไปคือ เซาท์แคโรไลนา และเนวาดา

ฮิลลารี คลินตัน ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะขั้นตอนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประชาธิปไตยแบบอเมริกัน

หักปากกาโพล! เท็ด ครูซ พลิกชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกตั้งขั้นต้นที่ไอโอวา

ชายปริศนาจุดไฟเผาตัวตายหน้าวังเคนซิงตัน ที่ประทับครอบครัวปรินซ์วิลเลียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575287

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 05:20

 

(ภาพ: REUTERS)

ชายปริศนาก่อเหตุจุดไฟเผาตัวตายหน้าพระราชวังเคนซิงตัน ที่ประทับเจ้าชายวิลเลียมและครอบครัวในกรุงลอนดอน แต่ตำรวจยืนยันไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.พ. 2016 ชายไม่ทราบชื่อก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองตายบริเวณหน้าพระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน ที่ประทับของเจ้าชายวิลเลียม, เจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และพระโอรสพระธิดา โดยเจ้าหน้าที่ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานในสวนใกล้พระราชวังเคนซิงตัน (ภาพ: REUTERS)

ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนเปิดเผยว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ตอนกลางของกรุงลอนดอนโทรเรียกพวกเขาในช่วงหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย เพื่อให้ช่วยตามหาคนไข้คนหนึ่ง อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งหายตัวไปจากโรงพยาบาล โดยตำรวจออกตามหาที่บ้าน 3 แห่งแล้วแต่ก็ยังไม่เจอ จนกระทั่งในเวลาประมาณ 3:00 น. วันอังคาร ตำรวจได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบที่ประตูสวนใกล้พระราชวังเคนซิงตัน และพบชายที่กำลังตามหาในสภาพไฟลุกท่วม เจ้าหน้าที่พยายามเข้าช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล และตำรวจก็ประกาศว่าชายคนนี้เสียชีวิตในอีก 45 นาทีต่อมา

ทั้งนี้ ตำรวจไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต แต่ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ขณะที่ไม่มีการเปิดเผยว่า เจ้าชายวิลเลียมและครอบครัวประทับอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตันในช่วงเวลาเกิดเหตุหรือไม่

ผู้สมัครลุ้นผลหยั่งเสียง ‘ไพรมารี’ รัฐนิวแฮมป์เชียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575224

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 02:15

 

(ภาพ: AFP)

การหยั่งเสียง หรือเลือกตั้งขึ้นต้น แบบ ไพรมารี ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ซึ่งถือเป็นรัฐแรก เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยเมืองที่มีประชากรเบาบางจะเริ่มเลือกตั้งตั้งแต่ขึ้นวันใหม่วันที่ 9 ก.พ. ขณะที่เมืองอื่นๆจะเริ่มลงคะแนนในช่วงเช้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งระบบไพรมารี ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เพื่อหาตัวแทนพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังเที่ยงคืนของวันใหม่อังคารที่ 9 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราวช่วงเที่ยงตามเวลาไทย ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ที่เมืองดิ๊กซ์วิลล์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพรมแดนแคนาดาราว 32 กม. ผลปรากฏว่า ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ จากรัฐเวอร์มอนต์ ชนะด้วยคะแนนสูงสุด 4 เสียง ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ได้เลยสักเสียงเดียว ฝั่งพรรครีพับลิกัน นายจอห์น คาซิช ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ชนะไปด้วยคะแนนโหวต 3 เสียง ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐี 2 เสียง คงเหลือผลการนับคะแนนที่เมืองฮาร์ตกับเมืองมิลส์ฟิลด์ และคูหาเลือกตั้งสำคัญอื่นๆในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเปิดจะช่วงเช้า 06.00 น. วันที่ 9 ก.พ.ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 18.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย

เบอร์นี แซนเดอร์ และฮิลลารี คลินตัน ตัวเก็งผู้ชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งมีประชากรอาศัยค่อนข้างเบาบางเพียง 1.3 ล้านคน ระบุไว้ว่า ชุมชนใดที่มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งไม่ถึง 100 คน สามารถขออนุญาตเปิดคูหาเลือกตั้งของตัวเองตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไปและปิดหีบทันทีที่มีผู้ใช้สิทธิ์ครบถ้วน และพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 เมือง ได้แก่ เมืองดิ๊กซ์วิลล์ เมืองฮาร์ต และเมืองมิลส์ฟิลด์

ก่อนหน้านี้ ผลการสำรวจโพลล่าสุดของสำนักซีเอ็นเอ็น/ดับเบิ้ลยูเอ็มยูอาร์ แสดงให้เห็นว่า แซนเดอร์มีคะแนนนำฮิลลารี คลินตัน 26 จุด ส่วนฝั่งพรรครีพับลิกัน ทรัมป์ยังคงรักษาแชมป์ไว้ได้อย่าง เสมอต้นเสมอปลาย 31% เฉือนรูบิโอที่ได้คะแนนนิยม 17% แล้วในผลสำรวจเดียวกันก็ยังพบว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งระบบไพรมารีนี้ยังไม่ตัดสินใจเลือกตัวแทนพรรครีพับลิกัน 30% พรรคเดโมแครต 16% ซึ่งนางคลินตันยังคงหาเสียงที่เมืองแมนเชสเตอร์กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ยังกำลังตัดสินใจ หรือยังคงเลือกซื้อสินค้า ก็หวังว่าข้าพเจ้าจะปิดการเจรจาครั้งนี้ได้

เท็ด ครูซ, มาร์โก รูบิโอ และโดนัลด์ ทรัมป์ 3 ตัวเก็งชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วงปลายปี 2016 (ภาพ: AP)

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งระบบไพรมารี ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์นี้ ก็มีโอกาสสู้ต่อสำหรับการ เลือกตั้งครั้งหน้าที่รัฐเซาท์แคโรไลนาและรัฐเนวาดา ส่วนผู้ลงสมัครอื่นที่คะแนนไม่ดีนักอาจถูกผู้บริจาคเงินสนับสนุนเริ่มถอนตัวและกดดันให้ถอนตัว ขณะที่ทรัมป์ก็หาเสียงโจมตีอีกฝ่ายอย่างหนัก ไม่เพียง ส.ว.เท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส ที่สามารถชนะทรัมป์จากการเลือกตั้งระบบคอคัสในรัฐไอโอวา แต่ยังโจมตีนายเจ็บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ว่าเป็นลูกชายและน้องชายอดีตประธานาธิบดี เป็นเด็กเสียคนและเป็นความอับอายให้กับตระกูล ขณะที่เจ็บ บุช เองก็ มองว่าทรัมป์เป็นคนขี้แพ้ จอมโกหก โหยหวน และตัวเลือกเลวร้ายสุดสำหรับการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ.