ทีมค้นหา MH370 ไม่พบเครื่องบิน แต่เจอซากเรือโบราณ ใต้ท้องมหาสมุทรอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562176

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 16:00

 

ศูนย์ปฏิบัติการค้นหาเอ็มเอช 370 เผยพบซากเรือโบราณ สมัยศตวรรษที่ 19 ใต้ท้องมหาสมุทรอินเดีย นับเป็นการพบซากวัตถุครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ค้นหาเครื่องบินโดยสารของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มานานเกือบ 2 ปี

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าในการค้นหาซากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH 370 (เอ็มเอช 370) ที่หายไปหลังทะยานออกจากท่าอากาศยานกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ว่า ทีมเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติการค้นหา เผยได้พบซากเรือโบราณลำหนึ่ง สมัยศตวรรษที่ 19 ใต้ท้องมหาสมุทรอินเดีย จนนับเป็นการค้นพบซากวัตถุเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ได้ดำเนินการค้นหาซากเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 มานานเกือบ 2 ปี

ข่าวแจ้งว่า ซากเรือโบราณที่พบนี้ เป็นซากของลำตัวเรือที่สร้างโดยเหล็ก หรือเหล็กกล้า ซึ่งเชื่อว่า เรือลำนี้ได้จมสู่ใต้ท้องมหาสมุทรอินเดีย มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19  และจุดที่พบอยู่ในระดับความลึกจากผิวน้ำถึง 3.7 กิโลเมตร โดยศูนย์ประสานงานสำนักงานร่วม หรือ JACC แถลงว่า เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย ได้มีการตรวจสอบภาพซากเรือในเบื้องต้น ด้วยระบบโซนาร์ ชี้ว่า เรือโบราณลำนี้ดูเหมือนจะเป็นเรือที่สร้างด้วยเหล็กกล้า หรือเหล็ก ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.ค.2558 มีการพบซากปีกเครื่องบิน ในส่วนที่เรียกว่า ‘แฟล็ปเพอรอน’ ความยาว 2 เมตร ถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดบนเกาะรีอูนิยง ในมหาสมุทรอินเดีย และผลการตรวจสอบ ออกมาว่า ซากปีกเครื่องบินที่พบ เป็นซากปีกของเครื่องบินโดยสาร เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ที่หายไป จนนับเป็นการพบซากเอ็มเอช 370 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ดำเนินการค้นหามานานเกือบ 2 ปี

ระเบิดพลีชีพ ถล่มศูนย์ฉีดวัคซีนโรคโปลิโอ ในปากีสถาน ตายสลด 14!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562143

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 14:24

 

โหดมาก…เกิดเหตุระเบิดพลีชีพ ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ในเมืองเควตตา ประเทศปากีสถาน ดับอนาถอย่างน้อย 14 ราย เหยื่อเคราะห์ร้าย ส่วนใหญ่เป็นตำรวจ

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระเบิดพลีชีพ ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ในเมืองเควตตา ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 13 ม.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย โดยในจำนวนเหยื่อเคราะห์ร้าย ประกอบด้วยตำรวจถึง 12 นาย ทหาร 1 นาย และพลเรือนอีก 1 ราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 23 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเควตตา เผยว่า เหตุระเบิดรุนแรงที่ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอในเมืองเควตตา ดูเหมือนจะเป็นเหตุระเบิดพลีชีพ แต่ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุระเบิดและกลุ่มคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรง

เว็บไซต์เดอะ การ์เดียน รายงานว่า เหตุระเบิดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ เกิดขึ้นเพียงไม่นาน ก่อนที่ทีมเจ้าหน้าที่จะแยกย้ายออกไปฉีดวัคซีนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอเป็นเวลา 3 วัน

โอบามา แถลงผลงานประจำปี ทิ้งทวน ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562106

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 12:55

 

ประธานาธิบดีโอบามาแถลงผลงานประจำปี ในฐานะผู้นำสหรัฐฯ เป็นปีสุดท้าย เรียกร้องให้ชาวอเมริกัน เปิดตา เปิดใจ และมองในแง่ดีต่อประเทศชาติ ขณะที่เนื้อหาโดยรวม ส่วนใหญ่ โอบามาพูดถึงผลงานที่ผ่านมาในช่วง 7 ปี ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อ 13 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ แถลงผลงานประจำปี (State of The Union) ต่อสมาชิกสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 12 ม.ค.59 ซึ่งถือเป็นการแถลงผลงานประจำปีครั้งที่ 8 และครั้งสุดท้ายในฐานะประธานาธิบดีของชาติมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก โดยโอบามาได้เรียกร้องให้ชาวอเมริกันปฏิเสธการเมืองที่แบ่งแยกแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่ายพวกใครพวกมัน เลิกหวาดกลัวกับ ‘ความโคลงเคลง’ จากการรณรงค์หาเสียงของบรรดาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และหันมา ‘เปิดตา เปิดใจ และมองในแง่ดีต่อประเทศชาติ’

บีบีซี ชี้ว่า เนื้อหาของการแถลงผลงานประจำปีของโอบามา โดยรวมส่วนใหญ่แล้ว ได้กล่าวปกป้องผลงานในช่วง 7 ปีของเขาระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเช่น การปฏิรูประบบประกันสุขภาพ มากกว่าการเสนอนโยบายใหม่ๆ ของรัฐบาล ขณะเดียวกัน โอบามายังได้เน้นย้ำถึงอนาคตของประเทศชาติ

โอบามา แถลงผลงานประจำปีครั้งสุดท้ายแล้ว

นางมิเชล โอบามา ภริยาของประธานาธิบดีบารัค โอบามามาร่วมฟังการแถลงผลงานประจำปีด้วย

‘สำหรับการแถลงผลงานประจำปีครั้งสุดท้ายต่อสมาชิกสภา ผมไม่ต้องการจะพูดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นแค่ประมาณปีหน้า แต่ต้องการมุ่งเน้นถึงอนาคตของเรา’ ประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งจะพ้นวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยที่ 2 ตอนปลายปี กล่าว พร้อมกับเน้นย้ำถึงการจัดการรายได้ที่ไม่เท่าเทียม, การใช้เทคโนโลยีในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการรักษาความมั่นคงของประเทศ ขณะที่ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคกำลังติดหล่ม

ประธานาธิบดีโอบามาทักทายกับนายจอห์น แคร์รี่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ(ซ้าย)

นอกจากนั้น ประธานาธิบดีโอบามายังได้ประกาศเริ่มต้นดำเนินการเรื่องการวิจัยโรคมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งจะมีนายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับหน้าที่เป็นหัวหน้าในเรื่องนี้ พร้อมกับได้กล่าวถึงเรื่องอาวุธปืนโดยใช้เวลาสั้นๆ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประธานาธิบดีโอบามาเพิ่งผลักดันมาตรการควบคุมอาวุธปืนในประเทศ

ศาลไม่รับฟ้องลิง คนตกเป็นจำเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561592

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2559 08:01

 

มนุษย์คนแรกที่ตกเป็นจำเลย โดยถูกลิงป่าเป็นโจทก์ยื่นฟ้องศาล บอกว่ารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อศาลอ้างว่าลิงไม่อาจจะเป็นโจทก์ฟ้องมนุษย์เป็นจำเลยได้

กลุ่มอนุรักษ์กลุ่มต่อสู้สิทธิ์ของสัตว์ป่าได้ฟ้องต่อศาลว่า เจ้าลิงกังตัวหนึ่ง ในป่าอินโดนีเซีย มีผู้อ้างว่ามันเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพเซลฟี่ของตัวมัน ควรจะได้รับเงินรายได้จากการเป็นเจ้าของภาพนี้ โดยได้เรียกร้องว่าค่าลิขสิทธิ์ของรูปนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 เป็นต้นมา ควรจะตกเป็นของมันแต่ตัวเดียว แต่ผู้พิพากษาศาลไม่เห็นด้วยและตัดสินว่าลิงจ๋อไม่อาจจะเป็นโจทก์ฟ้องมนุษย์เป็นจำเลยได้

นายเดวิด สเลเตอร์ ช่างภาพ ผู้ตกเป็นจำเลยของลิงครั้งแรกของโลก ยังได้โต้กลับกลุ่มอนุรักษ์นั้นว่า เป็นพวกหิวเงิน และหน้าด้านยิ่งกว่าลิงเสียอีก แถมยังเอาเงินที่มีผู้บริจาคมาใช้จ่ายในเรื่องนี้ ทางโฆษกกลุ่มอนุรักษ์กล่าวว่า ถึงแม้จะแพ้ความก็ไม่เป็นไร เพราะคดีเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญยิ่งของการเรียกร้องสิทธิ์พื้นฐานให้กับสัตว์.

สเปนยิ้ม! นักท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กว่า 5 ล้านล้านบาทในปี 58

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561936

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 07:05

 

(ภาพ : The guardian)

หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศสเปนเผยว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวในสเปนปี 2558 ดีเยี่ยม เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลบเลี่ยงภัยก่อการร้ายในชาติอื่นๆ ของยุโรป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหภาพผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยว ‘เอ็กเซลทูร์’ ของสเปน (fédération patronale Exceltur) รายงานเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค. ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศสเปนในปี 2558 เป็นปีที่ดีเยี่ยม เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงปัญหาการก่อการร้ายในประเทศอื่น แต่ในปี 2559 อาจจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปีท่ีผ่านมา

ออสการ์ เปเรรี ผู้อำนวยการด้านการศึกษาวิจัยของเอ็กเซลทูร์กล่าวว่า “ในปี 2559 ธุรกิจท่องเที่ยวได้สร้างรายได้ให้กับประเทศสเปนจำนวน 124,000 ล้านยูโร (ราว 5 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 3.7 และเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550 หนึ่งปีก่อนที่จะเกิดปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จนก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจครั้งสำคัญในประเทศสเปน สเปนเป็นประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศฝรั่งเศส ในปี 2557 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 65 ล้านคน

ปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองระหว่างประเทศและการวางระเบิดในประเทศต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกสเปนเป็นเป้าหมายของการพักผ่อน “เมื่อใดที่เกิดเหตุก่อการร้าย เช่น ระเบิดในประเทศตูนิเซีย (ที่พิพิธภัณฑ์บาร์โด เมืองตูนิส เมื่อเดือนมีนาคม และที่โรงแรมริมหาดที่เมืองซูส เมื่อเดือนมิถุนายน) หรือเครื่องบินรัสเซียที่ตกในอียิปต์ช่วงปลายเดือนตุลาคม เราสังเกตพบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวสเปนเพิ่มขึ้น” ออสการ์ เปเรรี ตั้งข้อสังเกต แต่จำนวนค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลงเหลือคนละ 741 ยูโร (30,000 บาท) ซึ่งลดลงจากปี 2557 ถึง 2.1%

องค์การระหว่างประเทศสร้างงาน 121,000 คนในกรุงบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561935

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ: บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม)

รายงานชี้ หน่วยงานระหว่างประเทศในกรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม สร้างงานมากกว่า 121,000 ตำแหน่ง และ และมีมูลค่าเพิ่มต่อระบบเศรษฐกิจถึง 5,000 ล้านยูโร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างข้อมูลจากรายงาน “กรุงบรัสเซลส์-ยุโรป ตัวเลขในปี 2016” (Bruxelles-Europe en chiffres 2016) ที่จัดทำโดยเว็บไซต์ visitbrussels และได้มีการเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม ระบุว่า กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรปหรือองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือองค์การนาโต โดยองค์กรเหล่านี้ได้สร้างงานจำนวน 121,000 ตำแหน่ง เป็นงานโดยตรงจำนวน 81,000 คน และโดยอ้อมอีกจำนวน 40,000 คน

การจ้างงานขององค์การระหว่างประเทศในเมืองหลวงของเบลเยียมมีสัดส่วนถึง 16.7% ของการจ้างงานในกรุงบรัสเซลส์ และมีมูลค่าเพิ่มต่อระบบเศรษฐกิจจำนวน 5,000 ล้านยูโร (200,000 ล้านบาท) “รายงานฉบับนี้ทำให้เรามองเห็นภาพผลกระทบของสถาบันและองค์การระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นระดับยุโรป ระดับนานาชาติ หรือรัฐบาล ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ และยัง มีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งอีกด้วย” รัฐบาลภูมิภาคเมืองหลวงบรัสเซลส์ระบุ สำหรับงานในองค์การระหว่างประเทศจะมีทั้งข้าราชการประจำ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ผู้ฝึกงาน หรือตัวแทนรัฐบาลที่มาประจำการ

สหภาพยุโรปมีการจ้างงานโดยตรงจำนวน 25,192 คน รัฐสภายุโรปจำนวน 6,324 คน คณะมนตรีสหภาพยุโรปจำนวน 3,049 คน นับโดยรวมแล้วในกรุงบรัสเซลส์มีองค์การระดับยุโรปจำนวน 20 องค์กร และองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาลจำนวน 42 องค์การ.

เป็นเรื่อง! อิหร่านสกัดเรือลาดตระเวนสหรัฐฯ รวบทหารเรือมะกัน 10 นาย คาดล้ำน่านน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561918

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 05:55

 

 อิหร่านควบคุมตัวทหารเรืออเมริกันจำนวน 10 นาย หลังเข้าสกัดเรือลาดตระเวนขนาดเล็กของกองทัพสหรัฐฯ 2 ลำ สาเหตุอาจมาจากการรุกล้ำน่านน้ำ…

เมื่อ 13 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายกลาโหมของรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอังคาร (12 ม.ค.) ว่า ทางการของประเทศอิหร่านได้ควบคุมตัวทหารเรืออเมริกันจำนวน 10 นาย หลังจากได้เข้าสกัดเรือลาดตระเวนขนาดเล็กของกองทัพสหรัฐฯ 2 ลำ ที่ดูเหมือนว่าจะรุกล้ำน่านน้ำของอิหร่านในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯได้ขาดการติดต่อกับเรือทั้ง 2 ลำระหว่างกำลังแล่นอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หลังเดินนทางออกจากประเทศคูเวต มุ่งหน้าไปยังบาห์เรน “เราได้ติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของอิหร่านแล้ว ซึ่งพวกเขาแจ้งต่อเราเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนของเรา เรายังได้รับการรับประกันว่า ทหารเรือสหรัฐฯจะได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อทันที”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าตอนนี้ทหารเรือทั้ง 10 คนได้รับการปล่อยตัวแล้วหรือยัง ขณะที่มีรายงานว่า นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ติดต่อถึง นาย จาวาด ซาริฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่านทันทีหลังเกิดเหตุ เพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

ขณะที่นาย จอช เออร์เนสต์ หัวหน้าฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว เผยต่อสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และจะหารือกับสมาชิกสภาคองเกรสในเรื่องนี้.