เป็นเศรษฐีในพริบตา!! แจ็กพอตพาวเวอร์บอลมะกัน เงินรางวัล 5.4 หมื่นล้าน แตกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562759

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 16:26

 

แจ็กพอตพาวเวอร์บอล เงินรางวัลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐฯ ถึง 5.4 หมื่นล้านบาท แตกแล้ว… เจ้าหน้าที่กองสลากพาวเวอร์บอล เผย มีคนดวงเฮงสุดๆ อย่างน้อย 3 คน ในรัฐ แคลิฟอร์เนีย เทนเนสซี และฟลอริดา ถูกรางวัลแจ็กพอตกลายเป็นเศรษฐีในพริบตา

เมื่อ 14 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องสุดฮือฮา โฆษกประจำสำนักงานสลากพาวเวอร์บอลของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ เผยสลากแจ็กพอตพาวเวอร์บอล ซึ่งมีเงินรางวัลมหาศาลมากสุดเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐฯ นับ 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 54,000 ล้านบาท ได้ถูกขายไปแล้วใบหนึ่งจากร้าน เซเว่น-อีเลฟเว่น ที่ชิโน ฮิลส์ ย่านชานเมืองลอสแองเจลิส

ขณะที่ เจ้าหน้าที่กองสลากเผยว่ามีคนดวงเฮงสุดๆ ถูกแจ็กพอตพาวเวอร์บอล อย่างน้อย 3 คน ทั้งจากที่ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย, รัฐเทนเนสซี และรัฐฟลอริดา โดย บีบีซี รายงานว่า ก่อนจะถึงการประกาศเลขรางวัล แจ็กพอตพาวเวอร์บอลนั้น ได้มีประชาชนหลายพันคนทั่วสหรัฐฯ ยอมอดทนยืนเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียดนานหลายชั่วโมง รอซื้อสลากพาวเวอร์บอลเพื่อหวังจะโชคดี ถูกแจ็กพอตหวยพาวเวอร์บอลที่มีเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จนกลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน

พนักงานที่ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สุดดีใจที่เขาเป็นผู้ขายสลากพาวเวอร์บอลล์ที่ถูกเลขแจ็กพอต

สำหรับเลขแจ็กพอตพาวเวอร์บอลที่ออกมา เมื่อคืนวันพุธที่ 13 ม.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ) คือ 4-8-19-27-34 และพาวเวอร์ 10 โดยเจ้าหน้าที่กองสลากคาดว่า คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะทราบว่าใครคือผู้ถูกแจ็กพอตพาวเวอร์บอล ทั้งหมด

บึมจาการ์ตาตายแล้ว 6! เหตุระทึกยังไม่จบ คนร้ายยังยิงต่อสู้ตร. ส่งทีมสไนเปอร์มาแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562660

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 13:04

 

เหตุรุนแรงในกรุงจาการ์ตายังไม่จบ หลังเกิดระเบิดต่อเนื่องหลายจุดตายแล้วอย่างน้อย 6 ศพ คนร้ายยังยิงต่อสู้กับตำรวจ ขณะที่ทางการต้องส่งทีมตร.สไนเปอร์มายังที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งเตือนประชาชน อย่าออกนอกอาคารบ้านเรือน เกรงจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดต่อเนื่อง อย่างน้อย 6 ครั้ง ทางตอนกลางกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย โดยจุดเกิดเหตุเกิดขึ้นบริเวณใกล้กับสำนักงานสหประชาชาติและทำเนียบประธานาธิบดี และซารีนาห์ มอลล์ เบื้องต้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย และในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 รายว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีการไล่ล่าและยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ โดยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตือนให้ประชาชนควรอยู่แต่ภายในอาคารบ้านเรือน เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก

ช่างภาพรอยเตอร์ เปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดลูกหนึ่ง ที่ด้านหน้าร้านกาแฟ สตาร์บัคส์ แรงระเบิดเป็นเหตุให้กระจกของร้านกาแฟชื่อดังแตกกระจาย ขณะที่ มีชายผู้หนึ่งอยู่บนหลังคาของร้านสตาร์บัคส์ และตำรวจได้เล็งปืนไปที่ชายคนดังกล่าว

ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากเหตุระเบิด

ด้านสื่อท้องถิ่นในอินโดนีเซีย รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียได้ส่งทีมตำรวจสไนเปอร์มายังที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่อาคารสำนักงานของสหประชาชาติ ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้ปิดประตู ไม่อนุญาตให้ใครเข้าหรือออกจากอาคาร อีกทั้งยังมีการอพยพประชาชนออกจากตึกและอาคารอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ

ตำรวจนอกเครื่องแบบพยายามตามล่าคนร้าย

ช็อก! เกิดระเบิดหลายจุด กลางกรุงจาการ์ตา ตร.ปะทะคนร้ายเดือด ตายแล้ว 3 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562628

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 11:54

 

เกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญ ในกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย  ประชาชนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้ง เบื้องต้น สำนักงานตำรวจอินโดฯ แจ้งผ่านทวิตเตอร์ เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ด้านหน้า ‘ซารินาห์ มอลล์’ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

เมื่อ 14 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุระเบิดรุนแรงต่อเนื่อง อย่างน้อย 6 ครั้ง บริเวณใจกลางกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเช้าวันที่ 14 ม.ค. ตามด้วยเสียงปืนดังสนั่นจากการยิงปะทะกันระหว่างตำรวจกับกลุ่มคนร้าย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ขณะที่ ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างตื่นตระหนกตกใจหวาดกลัวสุดชีวิต

คลิปขณะเกิดเหตุระเบิด โดย ผู้ใช้งานยูทูบ Luqman Hakim

พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บนถนนกลางกรุงจาการ์ต้า

เบื้องต้น มีรายงานว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่บริเวณใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดี และสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในกรุงจาการ์ตา โดยทวิตเตอร์ของสำนักงานตำรวจในกรุงจาการ์ตา แจ้งผ่านโลกออนไลน์ว่า เกิดเหตุระเบิดลูกหนึ่ง ที่ด้านหน้า‘ซารินาห์ มอลล์’ ช็อปปิ้ง มอลล์ แห่งหนึ่งในกรุงจาการ์ตา

เมื่อเวลา 11.58 น.กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเบื้องต้นทางทวิตเตอร์ @MFAThai ระบุ ตามที่มีข่าวเหตุระเบิดที่กรุงจาการ์ตา สอท. ตรวจสอบแล้ว ในชั้นนี้ไม่พบคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว โดย สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้ส่งข้อความถึงชุมชนคนไทย ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าว มีคนไทยอาศัยในอินโดนีเซียประมาณ 4,000 คน ในกรุงจาการ์ตามีประมาณ 300 คน

เมื่อเวลา 11.58 น. ตำรวจจาการ์ตา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับคำขู่จากกลุ่มไอซิสเมื่อเดือนธันวาคมว่าจะมีการก่อเหตุที่คอนเสิร์ตในกรุงจาร์กาต้า

12.23น.สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีที่กรุงจาการ์ตาแล้ว 5 คน บาดเจ็บ39 คน ตำรวจคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับไอซิส.

ระทึก! ธรณีพิโรธ 6.7 เขย่าเกาะฮอกไกโดซ้ำ หลังเพิ่งเกิดแผ่นดินไหว 3 วันก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562608

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 11:16

 

ชาวญี่ปุ่นบนเกาะฮอกไกโดระทึกอีก…เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.7 เขย่าเกาะฮอกไกโด ทางเหนือของญี่ปุ่น หลังจาก 3 วันก่อนเพิ่งเกิดธรณีพิโรธ ขนาด 6.1

เมื่อ 14 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ที่เกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 12.25 น. ของวันที่ 14 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 10.25 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยเบื้องต้น วัดความรุนแรงของแผ่นดินไหวได้ขนาด 6.6

3 วันก่อนหน้านี้ เพิ่งเกิดธรณีพิโรธ ขนาด 6.1 ในมหาสมุทรแปซิฟิก เขย่าเกาะฮอกไกโด โดยมีจุดศูนย์กลาง ห่างจากเมืองริชิริ บนเกาะฮอกไกโด ไปทางใต้ราว 75 กม. และมีความลึก 236 กิโลเมตร เมื่อเช้าวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา

ทร.สหรัฐฯ ปลดประจำการ ‘เอส-3 บี ไวกิ้ง’ หลังรับใช้ชาติมา 40 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562493

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 08:30

 

เครดิตภาพ U.S. Navy โดย Scott Dworkin

ทร.สหรัฐฯ ปลดประจำการเครื่องบินปราบเรือดำน้ำ เอส-3 บี ไวกิ้ง อย่างเป็นทางการหลังประจำการมากว่า 40 ปี โดยจัดพิธีบินอำลาไปเมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ฐานเวนตูร่า เคาท์ตี้ แคลิฟอร์เนีย…

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2559 กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้จัดพิธีเที่ยวบินอำลาของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลและปราบเรือดำน้ำ เอส-3บี ไวกิ้ง (S-3B Viking) หลังจากที่เข้ารับใช้ในกองทัพมากว่า 40 ปี ในฐานะ เครื่องบินปราบเรือดำน้ำ โดยงานมีขึ้นที่ฐานทัพเรือในเวนตูร่า เคาท์ตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย

เอส-3 ไวกิ้ง เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อปี 1974 เพื่อทดแทนเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลและปราบเรือดำน้ำแบบ เอส-2 แทร็คเกอร์ ที่เป็น 2 เครื่องยนต์ใบพัด ใช้มาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น โดย เอส-3 มีเครื่องยนต์ไอพ่น 2 เครื่อง มาพร้อมระบบตรวจจับเรือดำน้ำที่ทันสมัยมากกว่า เอส-2 และรัศมีการปฏิบัติการที่ไกลกว่า และยังสามารถใช้งานในภารกิจอื่นๆ ได้แก่ เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ สอดแนมทางอิเล็กทรอนิกส์ และขนส่งระหว่างเรือบรรทุกเครื่องบิน

โดยก่อนหน้านี้ไวกิ้งได้ถูกปลดประจำการจากแนวหน้าในกองทัพเรือเมื่อปี 2009 แต่นายทหารหลายคนได้โต้แย้งและให้มันได้อยู่ในกองทัพต่อไป ในบทบาทด้านอื่นที่ไม่ใช่การรบ โดยเครื่องบิน เอส-3 ที่เหลือถูกส่งไปยังฝูงบินทดสอบและประเมินผลที่ 30 หรือ Air Test and Evaluation Squadron (VX)

กัปตันจอห์น โรเซ็ตอู นักบินของไวกิ้ง กล่าวว่า แม้ว่ามันจะเก่า แต่มันยังบินได้เร็ว และไกลอยู่ ส่วนระบบเรดาร์ที่แม้จะโบราณเก่าตกรุ่น แต่มันก็ยังสามารถจับการเคลื่อนไหวของโลมาในโรงเรียนฝึกโลมา และ การเคลื่อนไหวของสาหร่ายทะเลที่จับตัวเป็นแพได้ แม้มันจะยังมีอายุใช้งานเหลือ แต่มันก็มีค่าบำรุงรักษาที่สูงเพื่อคงสภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งเมื่อต้องชั่งน้ำหนักแล้ว คุณก็ต้องเอามันออกไปในที่สุด

เครื่องบินเอส-3 บี ไวกิ้ง 2 ลำสุดท้ายในการบินอำลากองทัพเรือสหรัฐ เครดิตภาพ U.S. Navy โดย Scott Dworkin

สำหรับ เอส-3 บี ไวกิ้ง จำนวน 3 ลำสุดท้ายที่มาอยู่กับฝูงบินทดสอบ VX-30 นี้ ลำแรกได้ปลดประจำการไปเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และถูกส่งไปยังสุสานเครื่องบินในฐานทัพอากาศเดวิส มอนธาน รัฐแอริโซนา ส่วนอีก 2 ลำที่เหลือก็มีอายุการใช้งานมากว่า 40 ปีก็ไม่น่าจะมีชะตากรรมต่างไปจากลำแรกเท่าไร อย่างไรก็ตาม 1 ใน 2 ลำสุดท้ายถูกมอบหมายงานส่วนกลาง ก่อนจะปลดประจำการ เพื่อส่งมอบให้องค์การนาซา (NASA) ใช้ในการบินเพื่อวิจัยค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องไปนอนในสุสานเครื่องบินเหมือนเพื่อนของมัน แต่ในเที่ยวบินสุดท้ายของนักบินไวกิ้งเป็นความรู้สึกที่หวานขมระคนกันไป กับการอำลากองทัพเรือของมัน ปิดฉากยุคสมัยของเครื่องบินปราบเรือดำน้ำ ชื่อไวกิ้ง ไปตลอดกาล.

ที่มา : US navy

นาซา ก่อตั้งสำนักงานปกป้องโลก จากดาวหาง-ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562456

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 05:45

 

(ภาพ: AFP)

นาซาจัดตั้ง สำนักงานประสานงานปกป้องโลก เพื่อคุ้มครองโลกจากดาวเคราะห์น้อยและดาวหางที่อาจพุ่งชนโลก โดยมีหน้าที่ทั้งคอยตรวจจับ, ติดตาม และเตือนภัยดาวเคราะห์น้อย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ ได้ก่อจัดตั้ง ‘สำนักงานประสานงานปกป้องโลก’ (Planetary Defense Coordination Office) เพื่อปกป้องโลกจากดาวเคราะห์น้อยและดาวหางที่เข้ามาใกล้โลกมากจนเกินไป

หน่วยงานดังกล่าว ซึ่งรวมถึงตำแหน่งเจ้าหน้าที่คุ้มครองโลก บริหารจัดการโดยแผนกวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ (Planetary Science Division) ของกรมภารกิจวิทยาศาสตร์ (Science Mission Directorate) ที่สำนักงานใหญ่องค์การนาซาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีภารกิจต่างๆ รวมทั้ง การตรวจจับวัตถุที่อาจเป็นภัย (potentially hazardous objects: PHOs) มุ่งสู่พื้นผิวโลกให้ได้ล่วงหน้า โดยวัตถุดังกล่าวหมายถึง ดาวเคราะห์น้อยและดาวหางที่เข้าใกล้โลกในระยะ 0.05 หน่วยดาราศาสตร์โลก หรือราว 150 ล้านกม. และมีขนาดใหญ่ประมาณ 30-50 ม.

นอกจากนี้ พวกเขายังต้อตามรอยและประกาศคำเตือนเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว หรือพยายามทำให้พวกมันเปลี่ยนทิศทาง แต่หากสายเกินไปและพบว่าเศษดาวเคราะห์น้อยกำลังมุ่งหน้าสู่พื้นผิวโลก ทีมงานจะประสานกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อวางแผนตอบสนองต่อแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง เป็นเศษที่หลงเหลือจากยุคต้นของระบบสุริยจักรวาลของเราเมื่อประมาณ 4.6 พันล้านปีก่อน โดยดาวเคราะห์น้อยหินมีขนาดหลากหลาย และส่วนใหญ่จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ในพื้นที่ที่เรียกว่า ‘เข็มขัดดาวเคราะห์น้อย’ (asteroid belt) ซึ่งอยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี โดยมีดาวเคราะห์น้อยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 1 กม.ระหว่าง 1.1-1.9 ล้านดวง และขนาดเล็กกว่าอีกหลายล้านดวง

ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ตรวจพบวัตถุใกล้โลก (near-Earth objects: NEOs) มากกว่า 13,500 ชิ้น และตรวจพบเพิ่มขึ้นปีละกว่า 1,500 ชิ้น

“การตรวจจับ, ติดตาม และป้องกันโลกของเราจากดาวเคราะห์น้อยเป็นเรื่องที่นาซา, หุ้นส่วนประสานงานของเรา และประชาคมโลก ถือเป็นเรื่องจริงจังมาก” นาย จอห์น กรุนส์เฟลด์ รองผู้บริหารของกรมภารกิจวิทยาศาสตร์กล่าว และเสริมว่า “ในขณะที่ยังไม่รู้ถึงภัยคุมคามจากการตกกระทบในเวลานี้ เหตุการลูกไฟยักษ์ที่ เชลยาบินสค์ (รัสเซีย) เมื่อปี 2013 และเหตุ ดาวเคราะห์น้อยวันฮัลโลวีน เมื่อไม่นานมานี้ ย้ำเตือนเราว่าทำไมเราถึงต้องคอยระแวดระวังและจับตาดูท้องฟ้าต่อไป”

ตุรกีกวาดเครือข่ายไอเอสหลังเหตุบึ้มอิสตันบูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562436

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ม.ค. 2559 05:00

 

(ภาพ: AFP)

ตำรวจตุรกีนำกำลังตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัย 68 ราย รวมถึงชาวรัสเซีย 3 คนได้ในกรุงอังการาและเมืองอื่นๆตามพรมแดนติดซีเรีย ในฐานะผู้เป็นแนวร่วมกองกำลังติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย ซึ่งประกาศตัวเป็นกลุ่มก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สวนสาธารณะในย่านท่องเที่ยวสุลต่านอาห์เหม็ดในนครอิสตันบูลของตุรกี เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย และบาดเจ็บ 15 ราย ถือเป็นความสูญเสียร้ายแรงที่สุดในรอบหลายเดือนหลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงอังการาของตุรกีเมื่อเดือน ต.ค.2558 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย

ด้านนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประณามการก่อเหตุ พร้อมระบุด้วยว่าผู้เสียชีวิต 8 ใน 10 รายที่นครอิสตันบูลเป็นนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมเยอรมนีระบุว่า แม้การก่อเหตุในตุรกีครั้งนี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน แต่ทางการก็ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ชัดว่ากลุ่มก่อเหตุเตรียมวางแผนโจมตีในแผ่นดินเยอรมนี ส่วนรัฐบาลเปรูและนอร์เวย์แถลงว่าผู้เสียชีวิตอีก 2 คน เป็นพลเรือนของประเทศตน ขณะที่ตำรวจตุรกีตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญเพื่อป้องกันการก่อเหตุระลอกใหม่.

โอบามาร่ายยาว-ย้ำมะกันยังแกร่งไม่ได้ตกต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562433

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ม.ค. 2559 04:25

 

(ภาพ: AP)

นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงผลงานและนโยบายประจำปี (State of the Union) ครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 ต่อที่ประชุมสภาร่วมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่าน โทรทัศน์ไปทั่วประเทศเมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ผู้นำสหรัฐฯเน้น พูดเรียกคืนศรัทธาจากคำมั่นสัญญาคำว่า เปลี่ยนแปลง (Change) ซึ่งเคยช่วยดันขึ้นสู่อำนาจ ประกาศว่า ประเทศต้องไม่ยอมให้ความหวาดกลัวและการแบ่งแยก แบ่งขั้วในปีแห่งการเลือกตั้ง ทำให้ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและความมั่นคงอยู่ในภาวะเสี่ยง

เมื่อกล่าวถึงสภาคองเกรสที่นำโดยฝ่ายค้านรีพับลิกันที่ยึดท่าทีเป็นปรปักษ์ (ต่อรัฐบาล) และการ ที่ประเทศกระโจนเข้าสู่ความวุ่นวายในห้วงเวลาแห่งการหาเสียงเลือกตั้งที่เกรี้ยวกราด โอบามาได้กล่าวสรุปรวมวิสัยทัศน์ที่เห็นพ้องต้องกันของรัฐบาลและเพื่ออนาคต

“การที่พูดกันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอย ถือว่าเป็นการพูดไร้สาระทางการเมืองทั้งเพ ซึ่งก็รวมทั้งสำนวนโวหารที่พวกคุณได้ยินมาเกี่ยวกับศัตรูของพวกเราที่แข็งแกร่งขึ้นและอเมริกากำลังอ่อนแอ”

โอบามาระบุและว่า สหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดบนผืนปฐพี โอบามายังกล่าวตอบโต้คำวิจารณ์ของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งเหล่าผู้สมัครชิงตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ก็ยอมรับความล้มเหลวที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีการเมืองที่ดีขึ้นและเป็นเอกภาพมากขึ้นได้ ก่อนกล่าวปกป้องผลงาน ระบุเป็นนัยให้เลือกคนพรรคเดโมแครตเป็นผู้นำอีกเพื่อสานต่องานให้สำเร็จ

โดยโอบามายังประกาศแผนริเริ่มวิจัยมะเร็งแห่งชาติใหม่ที่จะนำโดยรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่พูดถึงอาวุธปืนซึ่งเขาเพิ่งประกาศใช้อำนาจบริหารผลักดันมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้นเพียงสั้นๆ ส่วนเวลาที่เหลือ 1 ปี ต้องทำภารกิจหลายอย่างให้ลุล่วง รวมทั้งปิดเรือนจำกวนตานาโมและอนุมัติใช้กำลังทหารสู้กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส)

ด้านนักการเมืองพรรครีพับลิกัน โดยเฉพาะบรรดาผู้สมัครชิงตัวแทนพรรคไปสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดียังคงกล่าวโจมตีโอบามาแบบไม่ยั้ง อย่างเช่น นายโดนัลด์ ทรัมพ์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้า โพสต์ข้อความในเว็บไมโครบล็อคทวิตเตอร์ ระบุโอบามาพูดน่าเบื่อที่สุด พูดสะเปะสะปะ ไร้สาระสำคัญ ด้านนายเจ๊บ บุช ผู้สมัครแถวหน้าของรีพับลิกันอีกคน ย้อนถามโอบามากลับว่า ปลอดภัยเหรอ? กลุ่มไอเอสกำลังแผ่อิทธิพล เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ ซีเรียกำลังระอุ หรือกลุ่มตาลีบันกำลังเคลื่อนพล ประธานาธิบดีคนนี้กำลังอยู่ในอีกโลก.

หิมะถล่มสกีรีสอร์ตบนเทือกเขาแอลป์ฝรั่งเศส ดับ 3 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562448

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 03:45

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุหิมะถล่มที่สกีรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุหิมะถล่มที่สกีรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเทือกเขาแอลป์ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา (13 ม.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 คนเป็นนักเรียนจากเมืองลียง ของฝรั่งเศส และอีก 1 คนเป็นนักท่องเที่ยวชาวยูเครน

ข่าวระบุว่า เหตุหิมะถล่มเกิดขึ้นในบริเวณเนินสกี ‘เบลล์คอมเบอ’ (Bellecombe) ที่ถูกปิดอยู่ ในอาณาเขตของสกีรีสอร์ต ‘เลอส์ ดุก แอลป์’ ซึ่งนักเรียนจากเมืองลียง 9 คน, อาจารย์ 1 คน และนักท่องเที่ยวชาวยูเครนอีก 1 คนกำลังใช้งานอยู่ ทำให้ทั้งหมดถูกหิมะกลบฝัง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 60 คนพร้อมกับสุนัข และเฮลิคอปเตอร์อีก 4 ลำร่วมออกปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พบศพนักเรียน 2 คน และศพของนักท่องเที่ยวชาวยูเครน นักเรียนอีก 2 คนถูกพบในสภาพหัวใจหยุดเต้น ขณะที่อาจารย์ถูกพบในสภาพหมดสติ ส่วนนักเรียนที่เหลือถูกพบตัวหมดแล้ว

ด้าน ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนเปิดเผยต่อสถานีวิทยุ ฟรองซ์ เบลีย ของฝรั่งเศสว่า ดูเหมือนหิมะถล่มจะเกิดจากการเล่นสกีของกลุ่มคนที่ประสบเหตุ ด้านประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และกล่าวว่าทั้งประเทศจะรวมเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกับพวกเขา

ทั้งนี้ เนินสกี เบลล์คอมเบอ ตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 2,500 ม. จากระดับน้ำทะเล บนภูเขาฝั่งหันหน้าไปทางทิศเหนือซึ่งมีน้ำแข็งปกคลุมเป็นพิเศษ ถูกจัดเป็นลานสกีระดับสีดำ หรือมีความยากมากที่สุด ขณะที่มีระดับความเสี่ยงเกิดหิมะถล่มที่ระดับ 3 จาก 5 ระดับ โดยตามการเปิดของผู้จัดการรีสอร์ตลานสกีแห่งนี้ถูกปิดตั้งแต่เริ่มฤดูกาลเล่นสกีเนื่องจากไม่ค่อยมีหิมะในช่วงวันหยุด แต่หิมะเพิ่งมาตกหนักในวันพุธนี้เอง

จบด้วยดี! อิหร่านปล่อยตัว ทหารเรือมะกัน 10 นายแล้ว เผยงานนี้ สหรัฐฯยอมขอโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562277

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 17:58

 

อิหร่านยอมปล่อยตัวทหารเรืออเมริกัน 10 นายบนเรือลาดตระเวนของสหรัฐฯ 2 ลำที่รุกล้ำน่านน้ำแล้ว ขณะที่ ผบ.กองทัพอิหร่าน เผย สหรัฐฯยอมขอโทษ และจากการไต่สวนทหารเรืออเมริกัน พบว่า ไม่มีเจตนาเข้ามาในน่านน้ำของอิหร่าน

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศอ้างสถานีโทรทัศน์ เพรส ทีวี ของทางการอิหร่าน รายงาน ทางการอิหร่านได้ปล่อยตัวทหารเรืออเมริกัน 10 นายแล้ว เมื่อ 13 ม.ค.หลังจากได้ถูกควบคุมตัวเนื่องจากเรือลาดตระเวนของสหรัฐฯ 2 ลำได้แล่นรุกล้ำน่านน้ำของอิหร่าน ใกล้กับเกาะฟาร์ซี เมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา

‘มีหลักฐานบ่งบอกว่าทหารเรืออเมริกันเหล่านี้แล่นเข้ามาในน่านน้ำของอิหร่านโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากระบบนำทางของเรือเกิดผิดพลาด’ โฆษกของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติแห่งอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เพรส ทีวี

ก่อนหน้านี้ พลเอกอาลี ฟาดาวี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติแห่งอิหร่าน เผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯได้ขอโทษต่ออิหร่านแล้ว ที่เรือลาดตระเวนของสหรัฐฯ 2 ลำรุกล้ำน่านน้ำของอิหร่าน จนเป็นเหตุให้ทหารเรืออเมริกัน 10 นายถูกทางการอิหร่านควบคุมตัว โดยพลเอกฟาดาวี ยังตำหนิทหารเรืออเมริกัน 10 นายเหล่านี้ว่า ไม่มีความชำนาญ

ข่าวแจ้งว่า ก่อนที่ทางการอิหร่านจะยอมปล่อยตัวทหารเรืออเมริกันทั้ง 10 นายนั้น ได้กินเวลายืดเยื้อไปนานถึง 4 ชม. เนื่องจากได้ทำการไต่สวนทหารเรืออเมริกันเหล่านี้ว่า มีเจตนาแล่นเรือรุกล้ำน่านของอิหร่านหรือไม่ รวมทั้งทางการอิหร่านยังเรียกร้องให้สหรัฐฯออกมาขอโทษ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เกิดขึ้นขณะที่อิหร่านกำลังเกิดความตึงเครียดกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นมิตรประเทศกับสหรัฐฯพอดี จนทำให้ประชาคมโลกมีความวิตกกังวลกลัวเหตุการณ์ขัดแย้งจะรุนแรงมากกว่าเดิม