เดือด! ดีอาร์คองโกประท้วงไล่ปธน.วันที่ 2 ยอดตายพุ่ง 44 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729075

 

ผู้ประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีของดีอาร์คองโกและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องในวันอังคาร ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุความไม่สงบในประเทศ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์เพิ่มเป็น 44 รายแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ความไม่สงบจากการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี โจเซฟ คาบิลา แห่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย์คองโก หรือ ดีอาร์คองโก วันที่ 2 ในวันอังคารยังคงรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตในการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแล้ว 44 ราย

การประท้วงในดีอาร์คองโกเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันจันทร์ หลังจากคณะกรรมการเลือกตั้งพยายามจะเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งเดิมจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ ออกไปก่อน ทำให้ฝ่ายค้านออกมากล่าวหาว่า นี่เป็นความพยายามเพื่อให้นายคาบิลาอยู่ในอำนาจต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันได้


ตำรวจคองโกจับกุมผู้ชุมนุมประท้วง

ในวันอังคาร ไอดา ซอว์เยอร์ นักวิจัยของกลุ่มสิทธิมนุษยชน ‘ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์’ ออกมาระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 44 ราย ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 37 ราย และเป็นตำรวจ 6 นาย โดยเมื่อคืนวันเสาร์ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเผาทำลายอาคารสำนักงานใหญ่ของพรรค สังคมและประชาธิปไตยก้าวหน้า (ยูดีพีเอส) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก และโจมตีสำนักงานของพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ

“มีพลเรือนเสียชีวิต 17 รายในคืนวันจันทร์และในวันอังคาร ขณะที่มีพลเรือนเสียชีวิตอีก 20 คนเมื่อวันจันทร์ โดยส่วนใหญ่ถูกสังหารเมื่อเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน เรายังได้รับรายงานที่เชื่อถือได้ด้วยว่า ผู้ประท้วงสังหารตำรวจและผู้สนับสนุนพรรครัฐบาล พีพีอาร์ดี อย่างน้อย 6 ราย นอกจากนี้ยังเผาและปล้นร้านขายของและสถานีตำรวจหลายแห่งด้วย” ซอว์เยอร์กล่าว


ทางเข้าสำนักงานพรรคยูดีพีเอสถูกเผาทำลาย

ด้านนายเฟลิกซ์ ชิเซเกดี แกนนำฝ่ายค้านจากพรรค ยูดีพีเอส ออกมากล่าวหลังสำนักงานถูกเผา เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนออกมาประท้วงอย่างต่อเนื่อง “เราจะไม่ยอมใช้ชีวิตร่วมกับความป่าเถื่อนเช่นนี้ ผู้คนกำลังโกรธเกรี้ยว” ขณะที่โคล้ด เปโร ลูวารา โฆษกกระทรวงมหาดไทยดีอาร์คองโก บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 17 ราย และ 3 รายในจำนวนนี้เป็นตำรวจ ส่วนรายงานของฮิวแมน ไรท์ส วอตช์ ถูกทำให้ดูเกินจริง

 

ช็อก! ‘แองเจลินา โจลี’ ฟ้องหย่า ‘แบรด พิตต์’ อ้างเข้ากันไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 23:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/728974

 

สื่ออังกฤษตีข่าว แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงชื่อดังฟ้องศาลเพื่อขอหย่าจาก แบรด พิตต์ นักแสดงหนุ่มใหญ่แล้ว หลังจากแต่งงานกันได้ 2 ปี โดยเธออ้างเหตุผลในคำร้องว่า พวกเธอเข้ากันไม่ได้…

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ทีเอ็มแซด (TMZ) เว็บไซต์ข่าวบันเทิงดารายอดนิยมในอังกฤษ รายงานข่าวว่า แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงชื่อดังและนักต่อสู้มนุษยธรรม ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหย่าจาก แบรด พิตต์ นักแสดงหนุ่มใหญ่วัย 52 ปีผู้เป็นสามี จากปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับ ลูกๆ, การใช้ยาในทางที่ผิด (substance abuse) และความฉุนเฉียว

ทีเอ็มแซดรายงานว่า โจลี นักแสดงหญิงวัย 41 ปี ยื่นเอกสารการหย่าต่อศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) โดยอ้างเหตุผลเรื่องความเข้ากันไม่ได้ และระบุว่าพวกเธอแยกกันอยู่ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ปี ค.ศ. 2016 โดยเธอยังขอให้ศาลมอบสิทธิ์ในการเลี้ยงดูหลัก (physical custody) ของลูกๆ ทั้ง 6 คนแก่เธอ และขอให้ศาลมอบสิทธิ์ในการเข้าเยี่ยมลูกๆ (right of visitation) รวมทั้งสิทธิ์ในการอารักขาเด็กตามกฎหมาย (legal custody) แก่แบรด พิตต์ ขณะที่เธอยังไม่ขอค่าเลี้ยงดูภรรยาด้วย


แองเจลินา โจลี และลูกๆ ของเธอ ที่สนามบินในเมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2010

ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งมีความใกล้ชิดโจลีกับแบรด พิตต์ บอกกับทีเอ็มแซดว่า การตัดสินใจหย่าของโจลีเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่เป็นพ่อของลูกของแบรด พิตต์ และเธอไม่พอใจวิธีการของเขามาก โดยเธอเอือมระอากับพฤติกรรมการบริโภคกัญชาและอาจรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้เป็นสามี กอปรกับเธอเชื่อว่าปัญหาเรื่องความฉุนเฉียว อาจเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ได้

แหล่งข่าวยังยืนยันกับทีเอ็มแซดด้วยว่า การฟ้องหย่าของโจลีครั้งนี้เป็นเพราะเรื่องปฏิสัมพันธ์ที่แบรด พิตต์ มีต่อเด็กๆ เพียงอย่างเดียว ไม่มีมือที่ 3 มาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ แองเจลินา โจลี และ แบรด พิตต์ ถือเป็นคู่รักดาราที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคู่หนึ่งของโลก โดยพวกเขาพบรักและอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยามาตั้งแต่ปี 2004 แต่เพิ่งมาแต่งงานเป็นสามีภรรยากันจริงๆ เมื่อเดือน ส.ค. 2014

 

UN ระงับความช่วยเหลือทั้งหมดในซีเรีย หลังขบวนรถโดนยิงด้วยขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 18:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/728785

 

ชาวซีเรียแย่แน่…ยูเอ็น ตัดสินใจระงับปฏิบัติการช่วยเหลือในซีเรียทั้งหมดแล้ว ไม่มั่นใจความปลอดภัย หลังขบวนรถบรรทุกของยูเอ็น โดนเครื่องบินรบยิงขีปนาวุธโจมตีอย่างโหดเหี้ยม ดับสลดอย่างน้อย 12 ศพ

เมื่อ 20 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โฆษกประจำสหประชาชาติ ประกาศ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตัดสินใจระงับปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในซีเรียทั้งหมดแบบไม่มีกำหนดแล้ว หลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ขบวนรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ของยูเอ็นโดนเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศด้วยขีปนาวุธ ใกล้เมืองอเลปโป เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 12 ราย และหนึ่งในผู้เสียชีวิต มีเจ้าหน้าที่อาวุโสของสภาเสี้ยววงเดือนแดงในซีเรียรวมอยู่ด้วย


การโจมตีทางอากาศใส่รถบรรทุก 18 คัน จาก 31 คันในครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงอย่างมาก ขณะที่ นายปีเตอร์ มอเรอร์ ประธานคณะกรรมการสภากาชาดสากล ได้กล่าวถึงการโจมตีขบวนรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ของยูเอ็นที่เมืองโอรัม อัล-คูบราว่า เป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประณามว่าเป็นการโจมตีที่โหดร้ายป่าเถื่อนอย่างมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โหด! เผยขบวนรถบรรทุกUN ในซีเรีย โดนบินรบโจมตีด้วยขีปนาวุธ ดับ12

 

โสมแดงฉุดไม่อยู่! โวทดสอบ เครื่องยนต์จรวด ไว้ส่งดาวเทียม สำเร็จอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 13:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/728289

 

เกาหลีเหนือกำลังมาแรง…ประกาศความสำเร็จอีกแล้ว ในการทดสอบภาคพื้นดิน เครื่องยนต์จรวดสำหรับส่งดาวเทียมโคจรรอบโลก นับเป็นความสำเร็จล่าสุดของทางการโสมแดงในโครงการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ที่กำลังสร้างความวิตกกังวลให้ประชาคมโลกมากขึ้น

เมื่อ 20 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการเกาหลีเหนือประกาศ ประสบความสำเร็จอีกแล้ว ในการทดสอบภาคพื้นดิน เครื่องยนต์จรวด สำหรับใช้ในการส่งดาวเทียมโคจรรอบโลก นับเป็นความสำเร็จล่าสุดอีกครั้งในโครงการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ หลังจากเพิ่งประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งใหญ่สุดเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา จนสร้างความกังวลใจให้แก่นานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นอย่างยิ่ง

สำนักข่าว KCNA กระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือ เปิดเผยด้วยว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ยังได้ขอร้องให้บรรดานักวิทยาศาสตร์และวิศวกรอยู่ในความเตรียมพร้อมในการส่งดาวเทียมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


สถานที่ยิงจรวดส่งดาวเทียม โซแฮ ของเกาหลีเหนือ

ขณะที่ สำนักข่าว KCNA ยังแจ้งว่า การทดสอบระบบเครื่องยนต์จรวดของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ มีขึ้นที่ฐานยิงจรวดส่งดาวเทียม โซแฮ ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ยิงจรวด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยความสำเร็จในการทดสอบระบบเครื่องยนต์จรวดจะทำให้เกาหลีเหนือมีความสามารถเพียงพอที่จะส่งดาวเทียมได้หลากหลายชนิดไปนอกโลก อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการทดสอบเครื่องยนต์จรวดส่งดาวเทียมในครั้งนี้ ทำให้บรรดานักสังเกตการณ์คาดว่ารัฐบาลเปียงยางอาจจะมีการยิงทดสอบจรวดพิสัยไกลอีกในเร็วๆ นี้อีกก็เป็นได้.

 

โหด! เผยขบวนรถบรรทุกUN ในซีเรีย โดนบินรบโจมตีด้วยขีปนาวุธ ดับ12

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 11:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/728180

 

(ภาพประกอบ เครื่องบินรบในซีเรีย)

สุดช็อก..เผย ขบวนรถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นในซีเรีย โดนโจมตีทางอากาศใกล้เมืองอเลปโป ในเขตพื้นที่ยึดครองของกบฏ ดับอย่างน้อย 12 ราย คาดเป็นฝีมือ เครื่องบินรบรัฐบาลซีเรีย หรือไม่ก็รัสเซีย ที่ยิงขีปนาวุธราว 5 ลูกถล่ม

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน กับขบวนรถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในซีเรีย โดนโจมตีทางอากาศใกล้เมืองอเลปโป เบื้องต้น มีรายงานแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึงอย่างน้อย 12 ราย โดยโฆษกของยูเอ็น เผยว่า รถบรรทุกความช่วยเหลือของยูเอ็น ราว 18 คันจากจำนวน 31 คัน โดนโจมตีทางอากาศ

ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงในซีเรีย แถลงว่า ขบวนรถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น ได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์จากเมืองอเลปโป ไปยังพื้นที่ในชนบท ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เป็นประจำตามปกติ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ของกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย กล่าวว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 12 ราย จากการถูกโจมตีทางอากาศเมื่อวันจันทร์ที่ 19ก.ย.ที่ผ่านมา  ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยชน และคนขับรถบรรทุก ส่วนเครื่องบินที่โจมตี อาจเป็นเครื่องบินรบซีเรียหรือไม่ก็เป็นเครื่องบินรบรัสเซีย


พยานที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเผยกับนักข่าวรอยเตอร์ว่า มีขีปนาวุธประมาณ 5 ลูกถูกยิงมาโจมตีรถบรรทุกของยูเอ็น ที่กำลังจอดลงสิ่งของอยู่ที่โกดังของศูนย์สภาเสี้ยววงเดือนแดงในเมืองโอรัม อัล-คูบรา โดยเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นสร้างความโกลาหลวุ่นวายมาก และเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยชนและภารกิจให้ความช่วยเหลือชาวซีเรียที่ตกอยู่ในสงครามกลางเมืองต้องมาถูกโจมตีอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจมตีทางอากาศโดนรถขนของช่วยเหลือ-กองทัพซีเรียลั่นหยุดยิงล่มแล้ว

 

เกมออฟโทรนส์ทุบสถิติ คว้ารางวัลมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ย. 2559 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727894

 

เมื่อ 19 ก.ย. “เกม ออฟ โทรนส์” ละครซีรีส์แฟนตาซีชื่อดัง ฉายทางโทรทัศน์ช่องเอชบีโอของสหรัฐฯ คว้ารางวัล 3 สาขา รวมถึงซีรีส์ดรามายอดเยี่ยม ในงานแจกรางวัลรายการทางโทรทัศน์ เอ็มมี อวอร์ดส์ ประจำปี 2559 ทำให้กลายเป็นซีรีส์แฟนตาซีเรื่องแรกที่ทำลายสถิติรับรางวัลมากที่สุด หลังคว้าชัยชนะไปแล้วถึง 38 สาขา นับตั้งแต่เริ่มออกฉายเมื่อปี 2554

ส่วนละครซีรีส์ตลก “วีพ” ได้รับรางวัลสาขาซีรีส์ตลกยอดเยี่ยม รายการ “เดอะ วอยซ์” ได้รับรางวัลรายการเรียลลิตี้-แข่งประกวดยอดเยี่ยม ขณะที่รามี มาเลค คว้านักแสดงนำดรามายอดเยี่ยมจากผลงานซีรีย์ มิสเตอร์โรบอต และตาเตียนา มาสลานี คว้านักแสดงนำหญิงดรามายอดเยี่ยม จากซีรีส์ออร์เฟิน แบล็ก.

 

พรรครบ.เยอรมันพ่ายยับเลือกตั้งเบอร์ลิน-แมร์เคิลรับ นโยบายผู้อพยพทำพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727899

 

พรรครัฐบาลเยอรมนีของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล พ่ายยับในการเลือกตั้งที่กรุงเบอร์ลิน โดยชาวเมืองหันไปเทคะแนนในพรรคฝ่ายต่อต้านนโยบายรับผู้อพยพ จนมีผู้แทนเข้าสู่สภาเป็นครั้งแรก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรครัฐบาลเยอรมนีของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พ่ายแพ้ยับเยินในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเบอร์ลินเมื่อวันจันทร์ หลังจากชาวเมืองเริ่มหันไปลงคะแนนให้พรรคทางเลือกเยอรมนี (เอเอฟดี) ฝ่ายขวาจัดซึ่งต่อต้านนโยบายรับผู้อพยพ ซึ่งนางแมร์เคิลออกมายอมรับด้วยว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นผลจากมาตรการดังกล่าว

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันจันทร์ พรรคเอเอฟดีได้คะแนนโหวต 14.2% ทำให้มีผู้แทนเข้าร่วมในสภากรุงเบอร์ลินเป็นครั้งแรก ขณะที่พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (ซีดียู) ของนางแมร์เคิล ได้คะแนนเสียงเพียง 17.6% จนไม่อาจเป็นพรรคร่วมบริหารเมืองหลวงแห่งนี้กับพรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี) ฝ่ายกลาง-ซ้าย ที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ที่ 21.6% อีกต่อไป โดยเอสพีดีจะตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคฝ่ายซ้ายอื่นๆ อย่างพรรค ดี ลิงเคอ และพรรคกรีน ที่ได้คะแนนเสียง 15.6% และ 15.2% ตามลำดับ


(จากซ้าย) เฟาเกอ เพทรี ประธานพรรคเอเอฟดี, เกยอร์ก ปาซเดอร์สกี ผู้สมัครของพรรคเอเฟดี และ เยิร์ก มอเธิน ประธานพรรคร่วม

หลังผลการเลือกตั้งได้รับการเปิดเผยออกมาก นางแมร์เคิลก็ออกมายอมรับความผิดพลาด และจุดด้อยของนโยบายรับผู้อพยพซึ่งทำให้มีผู้อพยพนับล้านคนเดินทางเข้าประเทศเมื่อปีก่อน “หากทำได้ ฉันคงจะย้อนเวลากลับไปเพื่อที่ฉันและรัฐบาลกลางเยอรมนีและเหล่าผู้นำจะได้สามารถเตรียมการได้ดีกว่านี้” “เราไม่ได้ทำทุกอย่างให้ถูกต้องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราไม่ใช่แชมป์โลกในด้านการบูรณาการ”

แมร์เคิลยังเน้นย้ำด้วยว่า กระบวนการรับผู้ลี้ภัยใช้เวลานานเกินไป และมีคอสสอนภาษาน้อยเกินไป รวมทั้งไม่มีการบูรณาการตลาดแรงงานอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ พรรคเอเอฟดีก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยการวิธีจัดการวิกฤติยูโรโซนของนางแมร์เคิล โดยเฉพาะการให้เงินช่วยเหลือแก่กรีซ ก่อนที่แนวทางของกลุ่มจะเปลี่ยนไปเป็นชาตินิยมมากขึ้น โดยต่อต้านการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้อพยพในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มาจากประเทศมุสลิม

ในช่วงที่ผ่านมา นางแมร์เคิลยังคงยืนยันจุดยืนในการรับผู้ขอลี้ภัยเกือบทั้งหมดที่เป็นผู้อพยพอย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจความคิดเห็นของประเทศชนชี้ว่า ชาวเยอรมันมาถึง 82% ไม่มีความสุขกับนโยบานผู้อพยพของนายกฯ หญิงเหล็กผู้นี้

 

พรรคปูตินเฮ! ชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในรัฐสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 00:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727825

 

พรรครัฐบาล ยูไนเต็ด รัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีปูตินสนับสนุน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอย่างท่วมท้น โดยได้ครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรค ‘ยูไนเต็ด รัสเซีย’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภาที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยได้คะแนนโหวตถึง 54.28% หลังจากนับบัตรเลือกตั้งไปแล้ว 93% ทำให้พรรครัฐบาลพรรคนี้ได้ครองเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา

ตามรายงานของสำนักข่าว ทาสส์ (TASS) ซึ่งบริหารโดยรัฐบาลรัสเซีย ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นจากคณะกรรมการเลือกตั้งกลาง (CEC) ของรัสเซีย บ่งชี้ว่า พรรคยูไนเต็ด รัสเซีย จะได้เก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรของประเทศถึง 343 ที่นั่ง จากทั้งหมด 450 ที่นั่ง ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์ ได้ไป 42 ที่นั่งด้วยคะแนนเสียง 13.54% นำหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยแห่งรัสเซีย (LDPR) ซึ่งได้เก้าอี้ไป 39 ที่นั่ง ส่วนพรรค แฟร์ รัสเซีย ตามมาที่ 23 ที่นั่ง

ทั้งนี้ มีผู้ออกมาลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาประมาณ 47% ลดลงจาก 60% ในการเลือกตั้งเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะที่นาง เอลลา ปามฟิโลวา ประธาน CEC บอกกับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ว่า เธอไม่คาดคิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในผลการเลือกตั้ง ผลที่ออกมานั้นชัดเจน และหวังว่า ผลการเลือกตั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงอย่างเหมาะสม


ดีมิทรี เมดเวเดฟ ประธานพรรคยูไนเต็ด รัสเซีย และวลาดิเมียร์ ปูติน อดีตประธานพรรค กล่าวสุนทรพจน์ที่สำนักงานของพรรคยูไนเต็ด รัสเซีย หลังทราบผลเลือกตั้ง

อนึ่ง ผลการเลือกตั้งที่ออกมาแสดงให้เห็นความนิยมที่เพิ่มขึ้นของพรรค ยูไนเต็ด รัสเซีย หลังจากการเลือกตั้งในปี 2011 พวกเขาได้คะแนนเสียงไป 49% และครองเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎร 238 ที่นั่ง และการได้เพิ่มอีก 105 ทีนั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หมายความว่าพรรคฝ่ายตรงข้ามของพวกเขากำลังเสียหายอย่างหนัก โดยพรรคคอมมิวนิสต์เสียเก้าอี้ไป 50 ที่นั่ง ส่วนพรรค LDPR เสียไป 17 ที่นั่ง

พรรคยูไนเต็ด รัสเซียได้รับอานิสงค์อย่างมากจากประธานาธิบดีปูติน ซึ่งครองอำนาจสูงสุดในรัสเซียมานาน 17 ปี โดยสลับเป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของประเทศ และเป้าหมายต่อไปของเขาคือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2018

 

รวบแล้ว! ‘รอฮามี’ ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวบึมนิวยอร์ก-ยิงต่อสู้จนท.เจ็บ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2559 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727805

 

ตำรวจสหรัฐฯ สามารถจับกุมตัวนาย อาหมัด ข่าน รอฮามี ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในนครนิวยอร์กและรัฐนิวเจอร์ซีย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แล้ว โดยเขายิงเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นายด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย อาหมัด ข่าน รอฮามี ชาวรัฐนิวเจอร์ซีย์ อายุ 28 ปี ถูกตำรวจตามล่าตัวเพื่อสอบปากคำในคดีเหตุระเบิดย่านเชลซี ของเมืองแมนฮัตตัน ในรัฐนิวยอร์ก จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 29 คนเมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น และเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เมืองซีไซด์ พาร์ค ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในเช้าวันเดียวกัน รวมทั้งการพบระเบิดท่อ (ไพพ์บอมบ์) 5 ลูกในกระเป๋าเป้ซึ่งถูกซุกซ่อนเอาไว้ในถังขยะ ในเมืองเอลิซาเบธ ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ผ่านมา และลูกหนึ่งระเบิดระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ


อาหมัด ข่าน รอฮามี

นายรอฮามีถูกตามตัวเจอที่เมืองลินเดน ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันจันทร์ ก่อนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น โดยนายรอฮามีโดนจับกุมหลังถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ขวาจนต้องหามส่งโรงพยาบาล ขณะที่มีตำรวตถูกยิง 2 นายด้วย โดยนายหนึ่งถูกยิงเข้าเสื้อเกราะกันกระสุน ขณะที่อีกนายถูกยิงที่มือ

ก่อนหน้านนี้ ตำรวจสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นในวันจันทร์ว่า เหตุระเบิดและการพบระเบิดดังกล่าวทำให้พวกเขาเชื่อว่ามีกลุ่มก่อการร้ายปฏิบัติการอยู่ในรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ โดยตำรวจได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยคือนายรอฮามี ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกานิสถาน ซึ่งที่อยู่ล่าสุดที่รู้คือที่เมืองเอลิซาเบธ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยเขาถูกบันทึกชื่อลงในบัญชีเฝ้าระวังผู้ก่อการร้ายสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว


ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นภาพนายรอฮามีอยู่ในที่เกิดเหตุ

ขณะที่ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) นายรอฮามีเป็นที่ต้องการตัวเนื่องจากเขาถูกกล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่เข้าเขากำลังวางกระเป๋าทรงกระบอก (duffle bag) ใกล้ถนนหมายเลข 23 ในย่านเชลซี ที่ระเบิดหม้อต้มความดันเกิดระเบิด รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ในจุดที่ห่างออกไปราว 4 ช่วงตึก ที่ระเบิดแบบเดียวกันอีกลูกหนึ่งถูกพบด้วย

ด้านนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แถลงในวันจันทร์ว่า ระเบิดที่พบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีความเชื่อมโยงร่วมกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ และเขาไม่แปลกใจหากเจ้าหน้าที่มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุลคลหนึ่งเป็นพิเศษ หรือพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มต่างชาติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯตะลึง! เจอระเบิด 5 ลูกในเป้ลึกลับ บึมสนั่น ที่นิวเจอร์ซีย์

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กยัน เหตุระเบิดเป็นก่อการร้าย-ไม่พบเอี่ยวต่างชาติ

 

ชาวไทย-ลาวจัดทำบุญ 7 วันอุทิศหนุ่มไทยถูกฆ่าชิงทรัพย์ที่สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2559 19:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727700

 

ตร.รอส่งตัว 2 ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์หนุ่มไทยเจ้าของร้านอาหารขึ้นศาล คาดศาลใช้เวลาพิจารณาคดีประมาณ 9 เดือน โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ส่วนชาวไทยและลาวในรัฐจอร์เจียร่วมทำบุญ 7 วัน ครบรอบการเสียชีวิต พร้อมตั้งโต๊ะรับบริจาคสมทบกองทุนส่งศพกลับไทย

จากกรณี นายสมโภชน์ หรือบอย อารมสุข อายุ 34 ปี เจ้าของร้านอาหารไทยชื่อ ไหมไทย เมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกอดีตพนักงานสาวของร้านพาแฟนหนุ่มมาชิงทรัพย์ และแฟนหนุ่มยิงนายสมโภชน์ 2 นัด ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น และต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายทั้ง 2 คน ได้เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา (หนุ่มเจ้าของร้านอาหารไทยถูกฆ่าชิงทรัพย์ที่รัฐจอร์เจีย , รวบ 2 คนร้ายร่วมฆ่าชิงทรัพย์หนุ่มไทยเจ้าของร้านอาหารที่สหรัฐฯ)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.59 นายสมิทธิ์ ทรัพย์วิบูลย์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำรัฐจอร์เจีย รายงานว่า จากการสอบถามตำรวจกองบังคับการตำรวจเขตดีแคล์ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องควบคุม เนื่องจากยังต้องรอนำตัวขึ้นศาลตามนัด ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ ตามกระบวนการของคดีประเภทนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาตัดสินคดีประมาณ 9 เดือน และโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนที่วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 19 ก.ย. เวลา 03.00 น. พระเทพกิตติวิมลหัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐฯ ฝ่ายธรรมยุติ และเจ้าอาวาสได้จัดพิธีทำบุญครบ 7 วันการเสียชีวิต เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่นายสมโภชน์ โดยมี นพ.สมพงษ์ ทิตาราม ประธานบริหารวัดพุทธบูชาเป็นประธานในพิธี มีเพื่อนๆ และคนที่สนิทคุ้นเคยกับนายสมโภชน์ไปร่วมพิธีด้วย พร้อมด้วยกรรมการสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย และมีการตั้งโต๊ะรับบริจาคสมทบ ‘กองทุนส่งบอยกลับบ้าน’


นายขวัญชนก ตันติเวชกุล ประธานกรรมการบริหาร สมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย เปิดเผยว่า มีผู้ร่วมบริจาคสมทบ ‘กองทุนส่งบอยกลับบ้าน’ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้กลุ่มคนไทยและเพื่อนนักศึกษาปริญญาโทของนายสมโภชน์ ที่รัฐเคนตักกี แจ้งให้ทราบว่าเพื่อนนักศึกษาได้รวบรวมเงินเพื่อส่งไปช่วยเหลือครอบครัวของนายสมโภชน์ที่ประเทศ ไทยด้วย โดยจะส่งผ่านมาทางวัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา


นอกจากนั้นชุมชนชาวลาวและกลุ่มเพื่อนสนิทชาวลาวของนายสมโภชน์ ได้รวมตัวกันทำบุญสวดพระอภิธรรมอุทิศส่วนกุศลให้กับนายสมโภชน์ ที่วัดลาวพุทธโพธิสาราม เมืองคอนเลย์ ทางใต้ของแอตแลนตา มีชาวลาวและนายขวัญชนก ตันติเวชกุล ประธานกรรมการสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจียไปร่วมงานด้วย พร้อมทั้งมีการตั้งโต๊ะรับบริจาค เพื่อช่วยส่งศพนายสมโภชน์กลับประเทศไทย โดยมีเพื่อนสนิทชาวไทยและชาวลาวที่ได้รับมอบอำนาจจัดการเรื่องทรัพย์สิน ให้เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน


ขณะเดียวกันมีผู้บริหารสายการบินเดลตาแอร์ไลน์ ที่เป็นลูกค้าประจำร้านอาหารไหมไทยของนายสมโภชน์ ทราบข่าวการเสียชีวิตและคุณประโยชน์ที่นายสมโภชน์ทำเพื่อชุมชน จึงได้ทำเรื่องเสนอผู้บริหารเพื่อขอลดค่าส่งศพกลับประเทศ ในอัตรา 50% เพื่อช่วยเหลือในการจัดส่งนายสมโภชน์กลับประเทศไทยในวันที่ 23 ก.ย.นี้.