เอฟบีไอเคยสอบแต่ปล่อย มือบึมนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/730195

 

จากคดีลอบวางระเบิดในรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ มีผู้บาดเจ็บ 31 คน จนนำไปสู่การจับกุมนายอาห์หมัด ข่าน ราฮามี ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกานิสถานวัย 28 ปีนั้น เมื่อ 21 ก.ย. สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เผยว่า คนร้ายเคยถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอสอบสวน เมื่อปี 2557 ในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ไม่พบหลักฐานโยงใยถึงกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ แต่อย่างใด

เอฟบีไอเผยด้วยว่า ในปีดังกล่าว ราฮามีถูกบิดาแท้ๆเป็นคนแจ้งจับฐานก่อเหตุใช้มีดแทงน้องชายจนถูกจำคุก 3 เดือน จากนั้นราฮามีจึงเริ่มเดินทางไปอัฟกานิสถานและปากีสถานบ่อยครั้ง พบภรรยาที่นั่นและพากลับมายังสหรัฐฯ แต่ก่อนก่อเหตุไม่นานภรรยาได้เดินทางออกจากสหรัฐฯไป แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เจ้าหน้าที่ยังพบสมุดบันทึกของราฮามี ที่ระบุถึงความต้องการล้างแค้นสหรัฐฯ ที่สังหาร “นักรบญีฮัด” ในต่างแดน ทั้งยังอ้างอิงถึงชื่อนักเกณฑ์คนของกลุ่มก่อการร้าย อัล-เคดา ที่ถูกสหรัฐฯใช้โดรนสังหารในปี 2554.

 

แคนาดาอพยพโรงเรียนยกเกาะ หลังมือมืดปล่อยข่าวลวงขู่วางระเบิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.ย. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/730134

 

ตำรวจของประเทศแคนาดาอพยพนักเรียนนับหมื่นคน จากโรงเรียนทุกแห่งในรัฐพรินซ์เอ็ดเวิร์ดไอส์แลนด์ หลังตำรวจได้รับข้อความขู่วางระเบิด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 21 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศแคนาดาต้องอพยพนักเรียนมากกว่า 19,000 คนออกจากโรงเรียน 60 แห่งในรัฐพรินซ์เอ็ดเวิร์ดไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ทางตะวันออกของประเทศ ไปยังที่ปลอดภัยเพื่อรอผู้ปกครองมารับ หลังมีแฟ็กซ์ขู่วางระเบิดถูกส่งให้เจ้าหน้าที่ แต่ในเวลาต่อมาตำรวจก็เชื่อว่าคำขู่นี้น่าจะเป็นข่าวลวง

การอพยพเกิดขึ้นหลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงออตตาวาเผยว่า พวกเขาได้รับแฟ็กซ์จากบุคคลนิรนาม ข่มขู่ว่าจะจุดระเบิดในโรงเรียนที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นที่ใด โดยสิบโท เควิน เบลีย์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแคนาดาระบุว่า เท่าที่เขารู้ ไม่มีผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ และไม่พบภัยคุกคามใดๆ และคิดว่าคำขู่ดังกล่าวเป็นเรื่องหลอกลวง ขณะที่โรงเรียนจะเปิดตามปกติในวันพฤหัสบดี

ด้านนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวหลังจากได้รับข้อมูลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ที่รัฐออนแทริโอ ว่า เด็กๆ ทุกคนปลอดภัย และในฐานะพ่อ เขาเข้าใจดีว่าสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องน่ากังวลเพียงไร

ขณะเดียวกัน นักศึกษาในมหาวิทยาลัย เคป เบรตัน ในรัฐโนวาสโกเชีย ซึ่งอยู่ติดกัน ก็ถูกอพยพเช่นกัน หลังจากมีการพบหีบห่อต้องสงสัยภายในห้องสมุดแห่งหนึ่งในเมืองฮาลิแฟ็กซ์ ก่อนจะพบว่าหีบห่อดังกล่าวเป็นเพียงขยะเท่านั้น ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งในเมืองวินนิเพก เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐแมนิโทบา ก็ได้รับแฟ็กซ์ข่มขู่ แต่ตำรวจประจำเมืองเชื่อว่าเป็นเรื่องไม่มีมูลความจริง

 

มารียง กอตียาร์ ปฏิเสธข่าวลือสนั่น ‘มือที่ 3’ ทำแองเจลินา เตียงหัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 19:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729985

 

มารียง กอตียาร์ นักแสดงหญิง ปฏิเสธ ไม่ได้เป็น ‘มือที่ 3’ ทำชีวิตรักของแบรด พิตต์ กับแองเจลินา โจลี ล่ม หลังตกเป็นข่าวลือมานายหลายเดือน แอบกิ๊กกับพระเอกคนดังขณะทั้งคู่ร่วมแสดงหนังเรื่องเดียวกัน จนแองเจลินาหึงหนัก ขนาดจ้างนักสืบคอยจับตาสามี

เมื่อ 21 ก.ย.59 สื่อต่างประเทศ รายงานข่าวรักล่มของแองเจลินา โจลี กับแบรด พิตต์ คู่รักดาราแห่งฮอลลีวูด ว่า นอกจากจะมีการเอ่ยถึงเจนนิเฟอร์ อนิสตัน นักแสดงหญิง ในฐานะที่เธอเคยเป็นอดีตภรรยาของ แบรด พิตต์ แล้ว ยังมีชื่อของ มารียง กอตียาร์ ดาราหญิงชาวฝรั่งเศส วัย 41 อีกคนที่มีชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตแต่งงานที่จบลงด้วยการยื่นฟ้องหย่าของแองเจลินา โจลี เนื่องจากมารียง กอตียาร์ ได้ตกเป็นข่าวเม้าท์สนั่นมาหลายเดือนแล้วว่า แอบกิ๊กๆ กั๊กๆ อยู่กับแบรด พิตต์ ขณะที่ทั้งสองได้ร่วมแสดงภาพยนตร์แนวดราม่า เรื่อง ‘Allied’ ขณะที่ทางฝ่ายของมารียง ก็มีสามี กีโยม กาเนต์ เป็นตัวเป็นตน และมีบุตรด้วยกัน 1 คนแล้วเช่นกัน

เว็บไซต์ เดอะ ซัน รวมทั้ง มิเรอร์ ในอังกฤษ เผยว่า แองเจลินา ที่ตกอยู่ในอารมณ์หึงหวง ปฏิเสธที่จะพูดคุยกับมารียง กอตียาร์ อีกทั้งยังมีข่าวออกมาว่า แองเจลินาได้เคยว่าจ้างนักสืบเอกชนคอยสอดส่องจับตาดูความเคลื่อนไหวของแบรด พิตต์ สามีขณะมาแสดงภาพยนตร์ร่วมกับมารียงเลยทีเดียว


มารียง กอตียาร์ – แบรด พิตต์ ในภาพยนตร์เรื่อง Allied

อย่างไรก็ตาม หลังจากตกเป็นข่าวลือ ‘มือที่สาม’ ที่ทำให้เกิดรักร้าวระหว่างแองเจลินา กับแบรดแล้ว และโดนกระแสชาวเน็ตพูดถึงอีกคนในช่วง 24 ชั่วโมง หลังข่าวแองเจลินาฟ้องหย่าแบรด พิตต์ กระหึ่มโลก ปรากฏว่า มารียง ซึ่งเคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้ว ได้ออกมาปฏิเสธด้วยความฉุนเฉียว เกี่ยวกับข่าวลือว่าเธอแอบ ‘กิ๊ก’ กับแบรดพิตต์ โดยแหล่งข่าวบอกว่า มารียง ไม่สบายใจกับข่าวลือว่าเธอเป็นมือที่ 3 อย่างมาก ในขณะที่เธอมี กีโยม เป็นสามี และทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยาที่รักกันมานาน นอกจากนั้น มารียง และกีโยม ยังเป็นคู่รักที่มีความสุข และข่าวลือที่บอกว่า มารียงเป็นมือที่ 3 ของชีวิตคู่ระหว่างแบรดกับแองเจลินา จึงเป็นเรื่องที่มารียงไม่ต้องการได้ยินเลย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รับกรรมกันไป! เผย เจนนิเฟอร์ อนิสตัน สะใจ รู้ข่าว แบรด พิตต์ เตียงหัก

เสียใจมาก! แบรด พิตต์ รู้ล่วงหน้าวันเดียว แองเจลินา จะฟ้องหย่าสะท้านโลก

รับกรรมกันไป! เผย เจนนิเฟอร์ อนิสตัน สะใจ รู้ข่าว แบรด พิตต์ เตียงหัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729790

 

แหล่งข่าวเผย เจนนิเฟอร์ อนิสตัน อดีตภรรยาแบรด พิตต์ แอบสะใจ หลังรู้ข่าว แองเจลินา โจลี ยื่นฟ้องขอหย่า แบรด พิตต์ บอก ‘มันเป็นกรรมตามสนอง’ ขณะที่ชาวเน็ตแซวขำๆ สนั่นออนไลน์ถึงปฏิกิริยาของเจนนิเฟอร์ว่าน่าจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้

เมื่อ 21 ก.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ชาวเน็ตเกาะติดข่าวสุดช็อก สองดาราดังคู่ขวัญ แองเจลินา โจลี ยื่นฟ้องขอหย่า แบรด พิตต์ พร้อมกับมีการเม้าท์สนั่น คิดถึงเจนนิเฟอร์ อนิสตัน นักแสดงหญิงคนสวย อดีตภรรยาของแบรด พิตต์ จนชื่อ Jennifer Aniston กลายเป็นเทรนด์บนโลกออนไลน์ชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน จะรู้สึกอย่างไรต่อข่าวรักล่มระหว่างแบรด พิตต์ กับ แองเจลินา โจลี ที่เคยพรากคนรักไปจากเธอ ภายในช่วงเวลาเพียงไม่นาน หลังจากทั้งคู่แอบ ‘กิ๊ก’ กัน

เว็บไซต์ มิเรอร์ รวมทั้งสื่อหัวสีในต่างแดน เผยว่า หลังข่าวแองเจลินา โจลี มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอหย่าขาดกับแบรด พิตต์ เมื่อวันจันทร์ที่ 19ก.ย.ที่ผ่านมา ปิดฉากชีวิตคู่ 12 ปี จนกลายเป็นข่าวดังสะท้านโลก ปรากฏว่า ยูเอส วีคลี่ เผยว่า เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ไม่ได้พูดแสดงความเห็นอะไรต่อสาธารณะ เกี่ยวกับข่าวรักร้าวของแองเจลินากับแบรด ด้วยความที่เธอไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่อง ‘เตียงหัก’ ซ้ำสองของอดีตสามีเก่า ทว่าหลังฉาก มีแหล่งข่าวคนใกล้ชิดเผยว่า เจนนิเฟอร์ พูดสั้นๆ (แต่เจ็บลึก) ว่า “มันเป็นกรรม”


รักที่เคยว่าหวาน…แบรด พิตต์ กับ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน เมื่อปี 2543

แหล่งข่าวผู้นี้ยังเผยกับนิตยสารยูเอส วีคลี่ด้วยว่า เจนนิเฟอร์ อนิสตัน นักแสดงหญิงวัย 47 ปี ซึ่งเพิ่งตัดสินใจแต่งงานกับ จัสติน เธอรู เมื่อปีกลาย หลังคบหาดูใจกันมานานมาก บอกถึงความรู้สึกของเจนนิเฟอร์ ว่า รู้สึกสะใจที่แบรดแยกทางกับแองเจลินา ‘เย่ กรรมตามสนองแล้ว’ แหล่งข่าวเผยคำพูดของเจนนิเฟอร์ หลังรู้ข่าวนี้

มิร์เรอร์ ยังเผยว่า ถึงแม้ขณะนี้ เจนนิเฟอร์ มีความสุขกับชีวิตแต่งงานครั้งที่ 2 กับ จัสติน เธอรู และจบรักเก่าของเธอกับแบรด พิตต์ ไปแล้ว แต่บรรดาแฟนหนังที่ชื่นชอบเธอ ก็ยังรู้สึกว่า เรื่องระหว่างแบรดกับเจนนิเฟอร์ยังไม่จบ ด้วยความที่ยังแค้นเคืองแบรดกับแองเจลินาไม่หาย ที่มาปิ๊งกัน หลังทั้งคู่ได้มาร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง Mr. and Mrs. Smith (มิสเตอร์ แอนด์ มิสซิส สมิธ) จนนำไปสู่การปิดฉากชีวิตสมรสกับเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ในเวลารวดเร็ว ทั้งที่เคยเป็นคู่รักฮอลลีวูดที่ใครๆ ต่างพากันอิจฉา.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสียใจมาก! แบรด พิตต์ รู้ล่วงหน้าวันเดียว แองเจลินา จะฟ้องหย่าสะท้านโลก

มะกันโวยรัสเซีย ต้องรับผิดชอบ ส่งบินรบ 2ลำโจมตีขบวนรถUN ตายเพิ่มเป็น20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 15:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729590

 

สหรัฐฯ เรียกร้อง รัสเซีย ต้องรับผิดชอบ โจมตีทางอากาศสุดเหี้ยม ถล่มขบวนรถบรรทุกยูเอ็นในซีเรีย ตายเพิ่มเป็น 20 รายแล้ว ชี้ มีเครื่องบินรบรัสเซีย 2 ลำบินเหนือขบวนรถบรรทุกช่วงเกิดเหตุ ขณะที่รัสเซีย ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่เกี่ยวข้อง บอกถ้าโจมตีทางอากาศจริง จะเสียหายหนักกว่านี้

เมื่อ 21 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ ขบวนรถบรรทุกของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในซีเรียโดนโจมตีทางอากาศ ใกล้เมืองอเลปโป ในประเทศซีเรีย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดเป็นฝีมือของเครื่องบินรบซีเรีย หรือไม่ก็รัสเซีย เนื่องจากพื้นที่ที่ขบวนรถยูเอ็นถูกโจมตีที่เมืองโอรัม อัล คูบรา อยู่ในเขตยึดครองของกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย และยอดพลเรือนที่เสียชีวิตเพิ่มเป็นประมาณ 20 ราย จนทำให้ในเวลาต่อมา ยูเอ็นได้ประกาศระงับปฏิบัติการช่วยเหลือทั้งหมดในซีเรียด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยนั้น

บีบีซีแจ้งว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์โจมตีขบวนรถของยูเอ็น โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเผยกับนักข่าวบีบีซีด้วยว่า มีเครื่องบินรบรัสเซีย Su-24 2 ลำ ต้องรับผิดชอบกับการโจมตีขบวนรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ของยูเอ็น เนื่องจากบินอยู่เหนือขบวนรถในช่วงที่รถบรรทุกโดนโจมตี


ชายซีเรีย ในทีมกู้ภัย เล่าถึงสภาพความเสียหายของรถบรรทุกยูเอ็น หลังโดนโจมตีทางอากาศ ใกล้เมืองอเลปโป

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงประณามจากทั่วทุกสารทิศ ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวว่า เครื่องบินรบรัสเซีย หรือเครื่องบินรบซีเรียไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจมตีขบวนรถบรรทุกยูเอ็น โดยชี้ว่า เหตุรุนแรงครั้งนี้ มาจากการยิงโจมตีภาคพื้นดิน ไม่ใช่การโจมตีทางอากาศ เพราะบริเวณที่ถูกโจมตี ไม่ได้เกิดหลุมกว้าง และสภาพด้านนอกรถก็ไม่ได้เสียหายร้ายแรง เพราะหากเป็นการโจมตีจากการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินจะเสียหายมากกว่านี้ ขณะที่ โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ก็ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีข้อเท็จจริงมาสนับสนุนคำกล่าวหาที่ว่ารัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มขบวนรถบรรทุกของยูเอ็น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

UN ระงับความช่วยเหลือทั้งหมดในซีเรีย หลังขบวนรถโดนยิงด้วยขีปนาวุธ

 

เชื้อมหันตภัยใหม่ของโลก! 193 ชาติ ร่วมลงนามปฏิญญาUN กำจัดเชื้อดื้อยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 13:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729485

 

ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว…193 ประเทศทั่วโลก ร่วมลงนามในปฏิญญาสหประชาชาติ ผนึกกำลังจับมือ ร่วมกันกำจัดเชื้อดื้อยา ‘ซุปเปอร์บัก’ ที่กำลังกลายเป็นเชื้อมหันตภัยใหม่ สามารถคร่าชีวิตมนุษย์ ถึงปีละนับ 7 แสนราย ถ้าไม่รีบดำเนินการหาทางสกัดก่อนสาย

เมื่อ 21 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บรรดาผู้นำจาก 193 ประเทศทั่วโลกพร้อมใจกันร่วมลงนามในปฏิญญาสำคัญของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่จะกำจัดเชื้อดื้อยา หรือซุปเปอร์บัก (Supperbug) ให้หมดไปจากโลก ในระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 71 ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ โดยนับเป็นการร่วมลงนามในปฏิญญายูเอ็น เกี่ยวกับประเด็นสาธารณสุข เป็นครั้งที่ 4 ต่อจากการร่วมลงนามในเรื่องเชื้อไวรัสเอชไอวี-เอดส์ เมื่อปี 2534, โรคกลุ่มที่ไม่ติดต่อ (non-communicable disease) ในปี 2554 และเชื้อไวรัสอีโบลา ในปี 2556

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การร่วมแรงร่วมใจของประชาคมโลกในการกำจัดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะนั้น จะทำให้ภายในเวลา 6 ปี สามารถป้องกันการเสียชีวิตของผู้คนจากเชื้อดื้อยาถึงปีละ 700,000 ราย โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เชื้อดื้อยา กลายเป็นหนึ่งในเชื้อที่คุกคามชีวิตของมนุษยชาติมากที่สุดในวันนี้ และหากไม่มีการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนแล้ว จะทำให้การติดเชื้อนี้เป็นเรื่องง่าย และกลายเป็นโรคที่ไม่สามารถใช้ยาที่มีอยู่ในปัจจุบันรักษาได้


ทั้งนี้ ปัญหาที่นำไปสู่การเกิดเชื้อดื้อยาในปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ยาปฏิชีวนะในมนุษย์ สัตว์ และด้านการเกษตร ที่มากเกินไป จนทำให้เชื้อแบคทีเรีย และเชื้ออื่นๆ รวมทั้งเชื้อเอชไอวี และเชื้อมาลาเรีย เกิดการกลายพันธ์ุ รวมถึงการค่อยๆ พัฒนาสายพันธุ์เพื่อเอาชนะยาปฏิชีวนะที่มนุษย์ใช้กำจัดพวกมันได้.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะพรึง! มะกันเจอ ‘อีโคไล’ ดื้อยาปฏิชีวนะทุกชนิดครั้งแรก

 

เสียใจมาก! แบรด พิตต์ รู้ล่วงหน้าวันเดียว แองเจลินา จะฟ้องหย่าสะท้านโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 11:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729384

 

(หน้าบ้านพักของแองเจลินา โจลี-แบรด พิตต์ที่ลอส เฟลลิซ รัฐแคลิฟอร์เนีย )

ช็อกฮอลลีวูด.. แบรด พิตต์ รู้ล่วงหน้าแค่วันเดียว แองเจลินา โจลี จะยื่นฟ้องขอหย่า ปิดฉากชีวิตคู่ 12 ปี เผยรู้สึกเสียใจมาก แต่เรื่องที่คำนึงถึงมากที่สุดในตอนนี้ คือ ลูกๆ พร้อมขอสื่อให้พื้นที่ความเป็นส่วนตัว

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. สื่อต่างประเทศเกาะติดข่าวรักร้าวสะท้านโลกของสองดาราดังคู่ขวัญแห่งฮอลลีวูด แองเจลินา โจลี ตัดสินใจฟ้องหย่า แบรด พิตต์ ปิดฉากชีวิตคู่ที่อยู่กินกันมานาน 12 ปี และทั้งคู่เพิ่งจูงมือแต่งงานจดทะเบียนสมรสเมื่อ 2 ปีก่อนว่า แหล่งข่าวใกล้ชิดกับครอบครัวของดาราดัง เผยต่อสื่อในสหรัฐฯ ‘US Weekly’ ว่า แบรด พิตต์ มารู้ว่า แองเจลินา จะขอหย่าขาดจากเขา เพียงวันเดียวก่อนที่แองเจลินาจะมอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอหย่ากับแบรด พิตต์ เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่า  ‘เข้ากันไม่ได้’

แหล่งข่าวยังเผยด้วยว่า การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อยื่นฟ้องหย่าของแองเจลินา มีขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังทั้งคู่ได้แยกกันอยู่ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยแองเจลินา บอกว่า แบรด ยังคงเป็นความรักในชีวิตของเธอ และการตัดสินใจยื่นฟ้องหย่าเป็นเรื่องสร้างความทุกข์ใจให้เธอมาก แต่สิ่งที่เธอคำนึงถึงเป็นเรื่องแรกคือลูกๆ


เอกสารยื่นฟ้องขอหย่า

เว็บไซต์ มิร์เรอร์ เผยว่า แบรด พิตต์ ได้บอกถึงความรู้สึกของเขาผ่านทาง นิตยสาร พีเพิล ต่อการที่แองเจลินา ยื่นฟ้องขอหย่าว่า เขารู้สึกเสียใจมากในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ เรื่องที่คำนึงถึงมากที่สุด คือ ลูกๆ ของพวกเขา พร้อมกันนั้น แบรด พิตต์ วัย 52 ปี ยังขอร้องสื่อให้พื้นที่สำหรับความเป็นส่วนตัวขณะที่พวกเขากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้


ช่วงเวลาอบอุ่นของครอบครัว

ขณะที่แหล่งข่าวยังเผยกับนิตยสารพีเพิล ว่าการที่แองเจลินา ตัดสินใจฟ้องหย่าแบรด พิตต์ ทำให้ช็อกมาก เพราะเวลาที่ผ่านมาในปีนี้ ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และเพิ่งฉลองครบรอบวันแต่งงานกันอยู่เลย ทั้งนี้ แองเจลินา โจลี วัย 41 ปี ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องต่อศาล ด้วยเหตุผลที่ทั้งคู่เข้ากันไม่ได้ และเธอยังขอให้ศาลมอบสิทธิ์ในการเป็นผู้เลี้ยงดูหลัก ลูกๆ ทั้ง 6 คนด้วย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก! ‘แองเจลินา โจลี’ ฟ้องหย่า ‘แบรด พิตต์’ อ้างเข้ากันไม่ได้

 

‘ลูลา’ อดีตปธน.บราซิล เตรียมขึ้นศาลคดีคอร์รัปชัน-ฟอกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729154

 

ลูอิซ อินญาซิโอ ลูลา ดา ซิลบา อดีตประธานาธิบดีแห่งประเทศบราซิล เตรียมเข้ารับการพิจารณาคดีในชั้นศาล ในคดีคอร์รัปชันและฟอกเงิน จากการมีส่วนพัวพันในเรื่องอื้อฉาวของบริษัท ปิโตรบราส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 20 ก.ย. ผู้พิพากษาของประเทศบราซิลเผยว่า นาย ลูอิซ อินญาซิโอ ลูลา ดา ซิลบา อดีตประธานาธิบดีแห่งประเทศบราซิลในวัย 70 ปี เตรียมเข้ารับการพิจารณาคดีในชั้นศาล ในคดีคอร์รัปชันและฟอกเงิน จากการพัวพันคดีทุจริตของบริษัท ‘ปิโตรบราส’ บริษัทน้ำมันของรัฐบาลบราซิล ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ผู้บริหารรับสินบนเพื่อตอบแทนที่ขายสัญญาแก่บริษัทก่อสร้างต่างๆ ในราคาสูง

อัยการบราซิลระบุว่า นายลูลาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการของแผนการดังกล่าว และรับเงินสินบนจำนวนกว่า 3.7 ล้านเรอัล (ราว 1 ล้านบาท) โดยเงินจำนวนนี้ผ่านการฟอกเงินมาแล้วจากการซื้อและบูรณะอพาร์ตเมนต์ติดชายหาดแห่งหนึ่ง ซึ่งอพาร์ตเมนต์แห่งนี้สร้างโดยบริษัทก่อสร้างที่มีส่วนพัวพันในเรื่องอื้อฉาวนี้ด้วย

ด้านผู้พิพากษา เซอร์จิโอ โมโร ผู้ควบคุมดูแล ‘ปฏิบัติการล้างรถ’ (Operation Car Wash) หรือการสืบสวนคดีฟอกเงินของบริษัทปิโตรบราส กล่าวว่า มีหลักฐานสำคัญที่ระบุว่าลูลาต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยก่อนหน้านี้ มีนักการเมืองและผู้บริหารของปิโตรบราสหลายคนถูกจับกุมและถูกลงโทษไปแล้ว

 

มะกันตั้งข้อหาอัฟกันเอี่ยวบึม 2 จุดในสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.ย. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729035

 

นายอาหมัด ข่าน ราฮามี ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกานิสถาน วัย 28 ปี ถูกตำรวจบุกจับกุมได้ที่เมืองลินเดอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเช้าวันที่ 19 ก.ย. โดยเขาได้รับบาดเจ็บระหว่างยิงปะทะกับตำรวจด้วยแต่อาการไม่สาหัส ทั้งนี้ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันเหตุระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีงานแข่งวิ่งการกุศลที่เมืองซีไซด์ พาร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเช้าวันที่ 17 ก.ย. แต่ไม่มีใครเป็นอันตรายเพราะระเบิดก่อนงานแข่งวิ่งจะเริ่ม และเหตุระเบิดแสวงเครื่องโดยใช้หม้อตุ๋นแรงดันสูงและส่วนประกอบระเบิดอื่นๆ ที่ระเบิดขึ้นแถวถนนเวสต์23 ย่านเชลซี มหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ ช่วงคืนวันเดียวกัน มีผู้บาดเจ็บ 29 คนส่วนใหญ่อาการไม่หนักและระเบิดอีกลูกอยู่ห่างออกมา 4 ช่วงตึกซึ่งเก็บกู้ได้ทัน

นายข่านถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า 5 กระทงและข้อหาอื่นๆ รวมทั้งครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย นอกเหนือจากรอถูกสอบปากคำฐานเกี่ยวข้องเหตุระเบิดทั้งสองเหตุการณ์ รวมทั้งกรณีที่พบวัตถุระเบิดอีก 5 ลูกในถังขยะใกล้สถานีรถไฟเมืองเอลิซาเบธ ซึ่งเป็นเมืองที่เขาพักอาศัยอยู่กับครอบครัวพร้อมทำธุรกิจเปิดร้านขายไก่ทอดในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ก่อนถูกจับ ตำรวจใช้ระบบเตือนภัยฉุกเฉินไร้สายแจ้งเตือนผู้คนผ่านเครือข่ายระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งปกติใช้แจ้งเตือนสภาพอากาศหรือแจ้งเด็กหาย.

 

ยูเอ็นประชุมวิกฤติผู้ลี้ภัย-มะกันโมโหขบวนรถบรรเทาทุกข์ถูกโจมตี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.ย. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729032

 

การประชุมสุดยอดสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยวิกฤติผู้ลี้ภัยและผู้อพยพครั้งแรก ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก เมื่อ 19 ก.ย. ที่ประชุมได้รับรองแถลงการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีผลผูกมัด ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนสิทธิของผู้ลี้ภัย ช่วยผู้ลี้ภัยตั้งถิ่นฐานใหม่ และรับประกันว่าผู้ลี้ภัยจะเข้าถึงการศึกษาและงาน

นายเซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น กล่าวเปิดการประชุมซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ครั้งที่ 71 วิงวอนให้โลกเผชิญหน้ากับพวกยึดมั่นถือมั่นรุนแรงที่ใช้คำพูดด้านเชื้อชาติชี้นำโน้มน้าวประชาชน และว่าวิกฤติผู้ลี้ภัยมีต้นตอจากความล้มเหลวของประชาคมโลกในการยุติสงครามซีเรียซึ่งย่างเข้าปีที่ 6 ขณะที่มีเสียงเตือนว่าวิกฤติผู้ลี้ภัยทำให้กระแสเกลียดกลัวชาวต่างชาติในยุโรปทวีขึ้น

ยูเอ็นระบุว่า วิกฤติผู้ลี้ภัยขณะนี้ร้ายแรงที่สุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีผู้คนกว่า 65 ล้านคนอพยพพลัดถิ่นฐานเพราะสงคราม การกดขี่ และความยากจน ในจำนวนนี้เป็นผู้ลี้ภัยถึง 21 ล้านคน โดยหลายล้านคนทะลักเข้ายุโรป ส่วนตุรกีซึ่งมีพรมแดนติดซีเรีย ต้องรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียถึง 2.7 ล้านคน และในการประชุมรอบที่ 2 ใน 20 ก.ย. ซึ่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ คาดว่าราว 40 ประเทศจะเสนอความช่วยเหลือใหม่ๆแก่ผู้ลี้ภัย หลังจีนสัญญาจะช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อผู้ลี้ภัย 100 ล้านดอลลาร์

วันเดียวกัน สหรัฐฯแสดงความโกรธเคืองกรณีที่ขบวนรถบรรเทาทุกข์ถูกโจมตีทางอากาศใกล้เมืองอูรัม อัล-คูบรา ใน จ.อะเลปโปในซีเรีย ขณะลำเลียงความช่วยเหลือไปให้ประชาชนในเขตสู้รบ 78,000 คนใกล้เมืองอะเลปโป ทำให้รถบรรทุก 18 คันในทั้งหมด 31 คันถูกทำลาย และกลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 12 คน รวมทั้งอาสาสมัครและคนขับรถของสภาเสี้ยววงเดือนแดง ส่วนเครื่องบินที่โจมตี เป็นของกองทัพรัฐบาลซีเรียหรือรัสเซีย ส่วนโฆษกยูเอ็นชี้ว่า ถ้าเป็นการจงใจโจมตี เท่ากับเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม

เหตุโจมตีมีขึ้นหลังกองทัพรัฐบาลซีเรียประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งสหรัฐฯและรัสเซียเป็นผู้สนับสนุนและมีผลตั้งแต่ 12 ก.ย. ยุติลงแล้ว หลังคู่กรณีกล่าวหากันว่าละเมิดข้อตกลง รวมทั้งกรณีเครื่องบินรบของพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ซึ่งสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ทิ้งระเบิดถล่มทหารรัฐบาลซีเรียซึ่งมีรัสเซียสนับสนุน ที่เมืองเดียร์ อัล-ซูร์ เมื่อ 17 ก.ย. ทำให้ทหารซีเรียเสียชีวิตกว่า 60 นาย แต่สหรัฐฯอ้างว่ามุ่งเป้าโจมตีกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) แต่ผิดพลาด ส่วนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ประณามว่า นี่คือการรุกรานอันโจ่งแจ้งของสหรัฐฯต่อทหารรัฐบาลซีเรีย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มไอเอส.