ซาอุฯ กร้าวหนัก ฉุนไอเอสฆ่าพระคริสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ก.ค. 2559 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674797

 

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียแถลงประณามในวาระที่แข็งกร้าวสุดว่า การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายที่ขี้ขลาดเป็นสิ่งที่ประเทศอิสลามซึ่งปกป้องพื้นที่สักการะและห้ามล่วงละเมิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ยอมรับ หลังคนร้าย 2 คนบุกจับผู้คนเป็นตัวประกัน 5 คนรวมทั้งบาทหลวงอายุอยู่ในช่วงวัย 80 ปี ซึ่งถูกฆ่าปาดคอที่โบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิกแถบชานเมืองฮูวอง ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ก่อนถูกตำรวจยิงวิสามัญฯ ตัวประกันได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทง 1 คน และต่อมากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างรับผิดชอบ

ขณะที่นายฟรองซัวส์ โมแลงส์ อัยการฝรั่งเศส เผยว่า คนร้าย 1 ใน 2 คนคือนายอะเดล เคอร์มิช วัย 19 ปี ถูกจับ 2 ครั้งเมื่อปีกลายฐานพยายามหนีไปซีเรีย และอยู่ระหว่างถูกกักบริเวณไว้ในบ้านโดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ทำให้ถูกตั้งคำถามว่าเขาออกไปก่อเหตุได้อย่างไร ส่วนคนร้ายอีกคนอยู่ระหว่างตรวจเอกลักษณ์ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังจับวัยรุ่นอายุ 17 ปีที่เกิดในแอลจีเรียไปสอบสวนด้วย เพราะเป็นน้องชายของผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งที่ถูกออกหมายจับฐานพยายามหลบหนีเข้าพื้นที่อิรัก-ซีเรีย แต่ไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวโยงกับเหตุบุกโจมตีโบสถ์หรือไม่

วันเดียวกัน ตำรวจกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับแจ้งจากฝรั่งเศส ประเทศเพื่อนบ้านให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบิน กวงแทร็งในเมืองหลวง เพราะอาจเจอการข่มขู่และเตือนผู้โดยสารเรื่องเที่ยวบินล่าช้า.

 

มะกันจารึกฮิลลารีตัวแทนหญิงชิงผู้นำคนแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ก.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674793

 

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการนับถอยหลังสู่บทสรุปสุดท้ายว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ แทนนายบารัค โอบามา หลังเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ผู้แทนพรรคเดโมแครตจากรัฐต่างๆได้ทำการขานชื่อลงมติรับรองนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นตัวแทนพรรคไปลงแข่งขันในที่สุด ระหว่าง การประชุมใหญ่ของเดโมแครต เมืองฟิลาเดลเฟีย ขณะที่ตัวแทนพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีปากจัดได้รับเลือกเป็นตัวแทนไปแล้วก่อนหน้านี้ ในงานประชุมรัฐโอไฮโอ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา

การลงมติขานชื่อรับรองนางฮิลลารี ตามผลการเลือกตั้งขั้นต้นช่วงเดือน ก.พ.-มิ.ย. ส่งผลให้นางฮิลลารีกลายเป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรคไปลงแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ซึ่งนางฮิลลารีได้ออกแถลงการณ์ผ่านวีดิโอมาที่งานประชุมแนชนัล คอนเวนชั่น เปรียบเปรยทำนองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ใกล้เข้ามาแล้ว และสำหรับเด็กผู้หญิงทั้งหลายที่กำลังรับชมการถ่ายทอดอยู่ขณะนี้ ก็ขอบอกว่าดิฉันอาจจะได้เป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศ แต่สำหรับผู้นำหญิงคนต่อๆไปคือพวกหนู

ขณะที่นายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสามีของนางฮิลลารี ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ว่า นางฮิลลารีเป็นนักเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองเคยพานพบมา ทั้งยังเป็นภริยาและเพื่อนซี้ที่ดีที่สุด เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ คู่แข่งคนสำคัญในการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตกับนางฮิลลารี ได้กล่าวสนับสนุนนางฮิลลารีว่า เราจำเป็นจะต้องได้นางฮิลลารีเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

แม้ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสองผู้แข่งขันหลักยังไม่ชัดเจนนัก แต่โพลบางสำนักอย่างรอยเตอร์/อิปซอส เริ่มแสดงให้เห็นว่านายทรัมป์มีคะแนนนำเหนือนางฮิลลารี 39 ต่อ 37 เปอร์เซ็นต์ นักวิเคราะห์มองตรงจุดนี้ว่า ส่วนหนึ่งมาจากกรณีเว็บไซต์จอมแฉวิกิลีกส์ออกมาเปิดโปงข้อมูลกว่า 20,000 ชิ้น เมื่อ 22 ก.ค. บ่งชี้ว่าแกนนำพรรคเดโมแครตพยายามหาทางทำลายการหาเสียงของนายแซนเดอร์ส ซึ่งวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเอ็นบีซี นิวส์ ได้สอบถามนายโอบามาถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่า การแฉข้อมูลครั้งนี้เป็นฝีมือของรัสเซียที่ต้องการช่วยนายทรัมป์ขึ้นเป็นผู้นำ โดยนายโอบามาตอบว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น.

 

ศาลมะกันสั่งปล่อยตัวมือยิงปธน.เรแกน จากรพ.จิตเวช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.ค. 2559 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674898

 

จอห์น ดับเบิลยู. ฮิงคลีย์ จูเนียร์

ศาลสหรัฐฯ สั่งให้ปล่อยตัว นายจอห์น ฮิงคลีย์ จูเนียร์ ผู้พยายามลอบสังหารประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน เมื่อ 35 ปีก่อน ออกจากโรงพยาบาลจิตเวชแล้ว โดยมีข้อจำกัดบางประการก่อนที่เขาจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลรัฐบาลกลางแห่งสหรัฐอเมริกา มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 27 ก.ค. อนุญาตให้นายปล่อยตัว นายจอห์น ดับเบิลยู. ฮิงคลีย์ จูเนียร์ ผู้พยายามลอบสังหารประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน เมื่อปี ค.ศ. 1981 ออกจากโรงพยาบาลจิตเวชของรัฐที่เขารับการบำบัดมานานกว่า 35 ปีได้แล้ว


โรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดี คนที่ 40 ของสหรัฐฯ

ผู้พิพากษา พอล แอล. ฟรีดแมน แห่งศาลแขวงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ฮิงคลีย์ ซึ่งขณะนี้อายุ 61 ปี ไม่มีท่าทีเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นอีกต่อไป และได้รับการปล่อยตัวไปอยู่กับมารดาของเขาที่ เมืองวิลเลียมส์เบิร์ก ในรัฐเวอร์จิเนีย แบบเต็มเวลา โดยจะมีผลอย่างเร็วที่สุดภายในวันที่ 5 ส.ค. ภายใต้เงื่อนไขการติดตามเฝ้าระวังและการบำบัดรักษาชั่วคราวหลายประการ


จอห์น ดับเบิลยู. ฮิงคลีย์ จูเนียร์ เมื่อ 35 ปีก่อน

ข้อจำกัดดังกล่าวรวมไปถึง จำกัดไม่ให้นายฮิงคลีย์ออกนอกรัศมี 50 ไมล์รอบเมืองวิลเลียมส์เบิร์ก, กำหนดให้เขาต้องรายงานข้อมูลเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือและยานพาหนะที่เขาใช้ และห้ามเขาลบข้อมูลประวัติการค้นหาในคอมพิวเตอร์ของเขา ห้ามอัพโหลดเนื้อหาใดๆ ลงในอินเทอร์เน็ต หรือเข้าสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นเอกฉันท์จากทีมบำบัด แต่ไม่ได้สั่งให้เขาใส่อุปกรณ์ติดตามตัวที่ข้อเท้า

และหากนายฮิงคลีย์ปฏิบัติตามข้อจำกัดทั้งหมดได้ พวกเขาจะเริ่มยุติข้อจำกัดต่างๆ หลังจาก 12-18 เดือน ปลดปล่อยเขาออกจากการควบคุมของศาลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เขาถูกควบคุมตัวในโรงพยาบาล เซนต์เอลิซาเบธ หลังเกิดเหตุพยายามลอบสังหาร แต่หากเขาละเมิดเงื่อนไขการปล่อยตัว เขาจะถูกส่งกลับไปยังโรงพยาบาลเซนต์เอลิซาเบธ


ประธานาธิบดีเรแกนโบกมือให้ฝูงชนเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่เขาและเจ้าหน้าที่อีก 3 คนจะถูกนายฮิงคลีย์ยิง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ปี ค.ศ. 1981 นายฮิงคลีย์ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 25 ปี ก่อเหตุช็อกโลก เมื่อเขาใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาดลำกล้อง .22 ยิงโรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีคนที่ 40 ของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่กี่สัปดาห์ ที่หน้าโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกยิงอีก 3 คน คือ เจมส์ เบรดี เลขาธิการฝ่ายสื่อ, เจ้าหน้าที่ตำรวจลับ ทิม แมคคาร์ธี และเจ้าหน้าที่ตำรวจดี.ซี. โธมัส เดลาฮันตี

นายเรแกนถูกยิงกระสุนทะลุปอด แต่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและรอดชีวิต ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่สุดคือ นายเบรดี ผู้ถูกยิงที่ศีรษะจนสมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จนต้องเป็นอัมพาตตลอดชีวิต จนกระทั่งเขาจากโลกนี้ไปเมื่อปี 2014 ในขณะที่กำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้รัฐออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน


โจดี ฟอสเตอร์ ร่วมงานโปรโมตภาพยนตร์ที่อิตาลีเมื่อปี 2005

ส่วนมูลเหตุจูงใจของนายฮิงคลีย์ มาจากความลุ่มหลงในตัวนักแสดงฮอลลีวูด โจดี ฟอสเตอร์ และภาพยนตร์ที่เธอแสดงเรื่อง ‘Taxi Driver’ (ชื่อไทย แท็กซี่มหากาฬ) ซึ่งออกฉายในปี 1976 และในเรื่องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการวางแผนลอบสังหารผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี นายฮิงคลีย์ถึงกับเคยแอบสะกดรอยตามโจดี ฟอสเตอร์ เป็นระยะเวลาสั้นๆ ในสมัยที่เธอเรียนที่มหาวิทยาลัยเยลด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน และเริ่มเขียนกวีและข้อความส่งให้ฟอสเตอร์ผ่านช่องใต้ประตูและเรียกชื่อเธอซ้ำไปซ้ำมาด้วย

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการเข้าหาฟอสเตอร์ของนายฮิงคลีย์ล้มเหลว เขาจึงตัดสินใจที่จะลอบสังหารประธานาธิบดี โดยคิดว่าจะทำให้สถานะของเขาเท่าเทียมกับฟอสเตอร์ โดยเขาติดตามประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ จากรัฐหนึ่งไปยังอีกรัฐหนึ่ง ก่อนถูกจับกุมตัวที่เมืองแนชวิล รัฐเทนเนสซี ในข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน หลังจากหมดเนื้อหมดตัว เขาจึงเดินทางกลับบ้านและเข้ารับการบำบัดอาการซึมเศร้าแต่ไม่ดีขึ้น จนในที่สุดเขาก็เบนเป้าหมายไปยังประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้ง ซึ่งก่อนลงมือเขาได้เขียนจดหมายบอกแรงจูงใจถึงฟอสเตอร์ด้วย


เจมส์ เบรดี อดีตเลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว กล่าวปราศรัยเมื่อปี 2011

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ใช้เวลาพิจารณาคดีของนายฮิงคลีย์นาน 8 สัปดาห์ ก่อนที่คณะลูกขุนจะตัดสินให้เขาไม่มีความผิดในข้อกล่าวหาทั้ง 13 ข้อ ด้วยเหตุผลด้านความวิกลจริต เมื่อเดือน มิ.ย. 1982 และให้เขาเข้ารับการบำบัดที่โรงพยาบาลจิตเวชโดยไม่ให้ออกไปที่อื่น จนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1990 เขาก็ได้รับอนุญาตให้ไปพบสมาชิกครอบครัวได้บ้าง และขยายระยะเวลาเป็นสูงสุด 17 วันต่อเดือนในเวลาต่อมา

ยอดขายไอโฟนฮวบต่อเนื่อง! ไตรมาส 2 ลดอีก ชี้ผู้คนไม่ยอมเปลี่ยนมือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2559 18:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674645

 

บ.แอปเปิล เจอยอดขายไอโฟน ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดกัน ตกลงไป 15% แต่ยังเหลือกำไรอยู่ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์ ชี้ยอดซื้อในจีน ฮ่องกง และไต้หวัน 3 ประเทศลูกค้ารายใหญ่ ร่วงลงไปถึง 33%  แสดงให้เห็นผู้คนไม่ยอมอัพเกรด เปลี่ยนมือถือเป็นรุ่นใหม่

เมื่อ 27ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัทแอปเปิล บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลก เผชิญกับยอดขายของไอโฟน ที่ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันแล้ว โดยยอดขาย ไอโฟน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ‘แฟลกชิพ’ หรือเรือธงของแอปเปิลมาตลอด ปรากฏว่า ในช่วง 3เดือนของไตรมาสที่ 2 จนถึง 25 มิ.ย. ของปีนี้ ได้ตกลงไปถึง 15% ทำให้กำไรลดลง ไป 27% อยู่ที่ 7,800ล้านดอลลาร์เท่านั้น ขณะที่รายได้ในไตรมาสที่ 2 ได้ตกลงไป 14.6% เหลือ 42,400 ล้านดอลลาร์

บีบีซี แจ้งว่า ยอดจำหน่ายไอโฟนใน 3ประเทศที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ คือ จีน ฮ่องกงและไต้หวัน ได้ตกลงไป 33% ในไตรมาสที่ 2 โดยบริษัทแอปเปิล ชี้ว่า เป็นเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะไม่แน่นอน และผู้คนไม่ยอมอัพเกรดเปลี่ยนโทรศัพท์ของตนให้เป็นรุ่นที่ทันสมัยขึ้น


หัวหน้าฝ่ายการเงินของแอปเปิล ลูคา แมสทรี กล่าวว่า แน่นอนว่า ยอดขายไอโฟนที่ลดลงเป็นสัญญาณบางประการที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวลง และเป็นผลมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดขายไอโฟนจะตกลงต่อเนื่องมา 2 ไตรมาสแล้ว แต่ราคาหุ้นของแอปเปิล ซึ่งเคยตกลงไปเกือบ 20% เมื่อปี 2558 ได้เพิ่มขึ้นมา 7% ซึ่ง แสดงให้เห็น สถานการณ์ของแอปเปิลไม่ได้แย่ หรือเลวลงอย่างที่นักวิเคราะห์มองกัน

ขณะที่ บริษัทแอปเปิลได้มียอดขายไอโฟน ในไตรมาส 3 ถึง 40.4 ล้านเครื่อง สูงกว่าที่มีการคาดการณ์กันไว้เล็กน้อยว่าจะอยู่ที่ 40.02 ล้านเครื่อง โดยนายทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล กล่าวว่า ยอดขายที่ดีกว่าที่คาดหวัง เป็นผลสะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งขึ้นของลูกค้า เกินกว่าที่เราคาดไว้

 

ตร.อังกฤษโชว์คลิปสยอง! ชายโดนรถไฟด่วนชน ไม่ตาย แต่กลายเป็นอัมพาต (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2559 16:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674466

 

ตำรวจขนส่งอังกฤษ เผยแพร่คลิปสะเทือนขวัญ ชายเดินอยู่ริมรางรถไฟจนโดนรถไฟด่วนชน ถึงแม้ไม่ตาย แต่กลายเป็นอัมพาตตลอดชีวิต หวังเตือนใจผู้คน โดยเฉพาะเยาวชนคนหนุ่มสาวควรระวังอันตรายเวลาคิดจะเดินตัดรางรถไฟ ชี้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนโดนรถไฟชนในอังกฤษ สิ้นชีพไปถึง 170 ราย

เมื่อ 27 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานสำนักงานตำรวจขนส่งแห่งอังกฤษ เผยแพร่คลิปสุดระทึกที่ได้จากกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งบริเวณรางรถไฟในอังกฤษ หวังเตือนใจให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนหนุ่มสาวให้ระมัดระวังอันตรายเวลาเดินข้ามรางรถไฟกันให้จงหนัก เนื่องจากอาจต้องประสบอุบัติเหตุโดนรถไฟพุ่งชนจนเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือไม่ก็กลายเป็นคนพิการ พร้อมระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนอังกฤษถูกรถไฟชนจนเสียชีวิตนับ 170 ราย

คลิปสุดช็อกที่สำนักตำรวจขนส่งของอังกฤษ นำมาเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ มีคำเตือนถึงภาพน่ากลัวในคลิปว่า ‘บางคนดูคลิปนี้แล้วอาจไม่สบายใจ’ เนื่องจากเป็นภาพอุบัติเหตุ ที่มีชายคนหนึ่งได้ถูกรถไฟด่วนความเร็วสูงพุ่งชน ขณะเขาเดินอยู่ริมทางรถไฟที่สถานีรถไฟ คิงส์ นอร์ตัน ในเมืองเบอร์มิงแฮม เมื่อปีก่อน โดยอุบัติเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้ ถึงแม้ชายคนดังกล่าวจะรอดตาย แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และต้องมีชีวิตที่เหลือในสภาพร่างกายที่เป็นอัมพาต


ทั้งนี้ ตำรวจขนส่งของอังกฤษแจ้งว่า เมื่อปีก่อน 2558 ได้เกิดอุบัติเหตุคนเดินตัดรางหรือเดินอยู่ริมรางรถไฟในเมืองแมนเชสเตอร์ จนโดนรถไฟชนถึง 97 ครั้ง เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่เกิดอุบัติเหตุจากสาเหตุเดียวกันนี้ 66 ครั้ง.

ชมคลิป ที่นี่

 

มาได้ยังไง ! แมวน้ำน่ารัก แอบมาหลับในห้องสุขาหญิง บนเกาะแทสมาเนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2559 14:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674349

 

(ขอบคุณภาพจาก Devenport City Council)

น่ารักมาก..แมวน้ำเพศผู้ หนักกว่า 100กก.แอบมานอนหลับปุ๋ยในห้องสุขาหญิง ที่เมืองดีเวนพอร์ต ซิตี้ บนเกาะแทสมาเนีย ของออสเตรเลีย คนงานมาเห็นตอนเช้า สุดงง…มาหลับอยู่ในนี้ได้ยังไง  ก่อนจะแจ้ง จนท.ด้านสัตว์ป่าให้มาช่วยพาไปส่งชายหาดกลับบ้าน

เมื่อ 27 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน สภาเมืองดีเวนพอร์ต ซิตี้ บนเกาะแทสมาเนีย ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย แจ้งข่าวน่ารักๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ก คนงานของสภาเมืองดีเวนพอร์ต ซิตี้ พบ แมวน้ำตัวหนึ่ง น้ำหนักนับ 120 กิโลกรัม แอบมาหลับสนิทอยู่ในห้องสุขาหญิง ที่สุสานฝังศพ เมอร์ซีย์ เวล ลอว์น บนเกาะแทสมาเนีย เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งที่ สุสานแห่งนี้อยู่ห่างจากชายทะเลถึงประมาณ 500 เมตร และบรรดาเจ้าหน้าที่สภาเมืองได้ตั้งชื่อให้แมวน้ำตัวนี้ว่า ‘แซมมี่’


‘สุขาปิด’..ขออภัยในความไม่สะดวก มีแมวน้ำนอนหลับอยู่ข้างใน

เฟซบุ๊กของสภาเมืองดีเวนพอร์ต ซิตี้ บอกว่า เจ้าแซมมี่ ซึ่งเป็นแมวน้ำ ‘เด็ก’ อายุยังไม่มาก เพศผู้ คงผ่านการผจญภัยในท้องทะเล และอยู่ไกลจากบ้านของมัน โดยหลังจากมีคนงานของสภาฯ ไปพบแซมมี่นอนหลับในห้องสุขาหญิงแล้ว จึงได้โทร.ไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานสวนสาธารณะและสัตว์ป่า เพื่อให้มาช่วยพามันกลับบ้าน และเมื่อเจ้าหน้าที่ฯ มาถึงได้ฉีดยาสลบให้แก่ แซมมี่ และพามันไปยังชายหาดใกล้ๆ เพื่อปล่อยมันกลับสู่ท้องทะเล


ส่งเจ้า แซมมี ‘กลับบ้าน’ ท้องทะเลกว้างใหญ่

ด้านโฆษกหญิงของสภาเมืองดีเวนพอร์ต ซิตี้ กล่าวกับนักข่าวบีบีซีว่า การที่เจ้าแซมมี่ มานอนหลับอยู่ในห้องสุขาหญิง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติมาก เพราะโดยทั่วไปแล้ว แมวน้ำจะอยู่ที่ชายหาด และบรรดาชาวประมงก็จะบ่นกันบ่อยๆ ว่า พวกแมวน้ำชอบขโมยกินปลาของพวกเขา แต่การมาของแซมมี่ที่แอบมาหลับในห้องสุขาหญิง ทำให้พวกเราได้ถ่ายภาพน่ารักๆ ของแมวน้ำตัวนี้ ก่อนที่มันจะกลับบ้านไป.

 

ลอนดอน สยอง! ไอซิสขู่เป้าหมายต่อไป หลังสุดโหด ฆ่าปาดคอบาทหลวงฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2559 11:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674178

 

(ภาพประกอบ: ความเหี้ยมโหดของกลุ่มไอซิสที่ผ่านมา)

กลุ่มไอซิสเตือน ลอนดอน เป้าหมายโจมตีครั้งต่อไป ขณะที่ ตร.ปราบปรามก่อการร้ายอังกฤษเตือนศาสนสถานทั่วสหราชอาณาจักรระวังภัยก่อการร้าย หลังเพิ่งเกิดเหตุ 2 คนร้ายเครือข่ายไอซิสสุดโหด บุกจับตัวประกันที่โบสถ์คาทอลิก ในแคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศส อีกทั้งยัง ฆ่าปาดคอบาทหลวงวัยชราจนสิ้นชีพ ต่อหน้ากล้อง

เมื่อ 27 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวอังกฤษมีผวา กลุ่มติดอาวุธสุดโหด ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส เตือนกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ และเมืองหลวงของประเทศใหญ่อีกหลายเมือง คือเป้าหมายโจมตีครั้งต่อไป ขณะที่ตำรวจปราบปรามการก่อการร้ายในอังกฤษยังออกคำเตือนไปยังศาสนสถานทั่วสหราชอาณาจักร ให้ระมัดระวังภัยก่อการร้าย หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ 2 ชายคนร้าย ที่เคยเดินทางไปซีเรียเพื่อเข้าร่วมกลุ่มไอซิส บุกจับตัวประกันหลายคนที่โบสถ์คาทอลิก ในเมืองแซงต์ เตเตียน ดู รูเวย์ ในแคว้นนอร์มังดี ทางภาคเหนือของฝรั่งเศสเมื่อ 26 ก.ค. จนทำให้บาทหลวงถูกสังหาร 1 และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ก่อนที่ 2 คนร้ายจะถูกตำรวจวิสามัญ ยิงปลิดชีพในที่เกิดเหตุ(ปธน.ฝรั่งเศสชี้ เหตุโจมตีโบสถ์นอร์ม็องดี เป็นก่อการร้ายในนามไอซิส)

ตามรายงานว่า SITE Intelligence Group ระบุว่า กลุ่มไอซิสได้โพสต์คำเตือนผ่านทางแอพพลิเคชั่น เทเลแกรม ซึ่งเป็นแอพฯส่งข้อความของกลุ่มญิฮัด โดยขู่ว่า ‘ลอนดอน’ คือเป้าหมายโจมตีต่อไป รวมทั้งกรุงวอชิงตัน ดี. ซี. เมืองหลวงสหรัฐฯด้วย พร้อมกับโพสต์ภาพขู่ เป็นรูปอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในนิวยอร์ก ที่ด้านหลังมีควันดำทะมึน พร้อมข้อความ ‘เร็วๆ นี้’


บาทหลวงฌากส์ อาเมล ที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์บุกจับตัวประกันที่โบสถ์ในแคว้นนอร์มังดี เมื่อ 26ก.ค.

ข่าวแจ้งว่า ตำรวจปราบปรามก่อการร้ายอังกฤษได้ออกคำเตือนไปยังโบสถ์ต่างๆ และศาสนสถานทั่วสหราชอาณาจักรให้ระวังโดนกลุ่มก่อการร้ายไอซิสโจมตี หลังจากแม่ชีที่รอดมาได้จากเหตุการณ์จับตัวประกันที่โบสถ์ในฝรั่งเศส เผยว่า 2 ชายคนร้ายที่ก่อเหตุบุกจับตัวประกันที่โบสถ์ Gambetta ในแคว้นนอร์มังดี ได้สั่งให้บาทหลวง ฌากส์ อาเมล อายุ 85 ปี คุกเข่าลง ก่อนจะฆ่าปาดคออย่างโหดเหี้ยม และยังถ่ายภาพช่วงนาทีสะเทือนขวัญด้วย

 

คลั่งแทงคนพิการ ดับสยอง 19 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ก.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673930

 

หนุ่มจิตป่วนบุก ศูนย์พักพิงญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นสุดสยอง หนุ่มจิตป่วยบุกศูนย์พักพิงดูแลคนพิการทางสมอง ไล่แทงคนพิการตาย 19 ศพ เจ็บ 25 ราย ก่อนขับรถเข้ามอบตัว พบประวัติเคยทำงานที่ศูนย์ดังกล่าวแต่ถูกไล่ออกเมื่อต้นปี และถูกส่งเข้ารักษาอาการป่วยทางจิต เพราะเขียนจดหมายถึงนักการเมืองท้องถิ่น ต้องการกำจัดคนพิการ

ชาติที่ติดอันดับความปลอดภัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างญี่ปุ่น ยังเผชิญคดีฆาตกรรมหมู่ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลา 02.30 น.วันอังคาร 26 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 00.30 น. วันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปในพื้นที่ศูนย์พักพิงดูแลคนพิการทางสมอง “สึคึอิ ยามายูริ-เอน” ตั้งอยู่ในเมืองซากามิฮารา เขตจังหวัดคานางาวะ อยู่ห่างกรุงโตเกียว ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 50 กม.และมีผู้พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์ในช่วงเวลาดังกล่าวราว 160 คน แล้วใช้มีดไล่แทงผู้พิการภายในศูนย์เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

คนร้ายที่ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือนายซาโตชิ เอมัตสึ วัย 26 ปี อดีตพนักงานศูนย์ดังกล่าว ได้บุกเข้าไปภายในศูนย์ มีพื้นที่กว้างเกือบ 20 ไร่ และตั้งอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมร่มรื่นใกล้เทือกเขาและอยู่ริมแม่น้ำซากามิ จากนั้นได้ทุบกระจกหน้าต่างเรือนนอนและจับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศูนย์คนหนึ่งมัดเอาไว้ ก่อนใช้อาวุธมีดทำครัวที่นำมาด้วยหลายเล่ม ไล่แทงผู้พิการ อยู่ระหว่างพักผ่อนนอนหลับและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้ผู้พิการเสียชีวิตมากถึง 19 ราย เป็นชาย 9 ราย และหญิง 10 ราย อายุระหว่าง 19 ถึง 70 ปี มีผู้บาดเจ็บอีก 25 ราย ในจำนวนนี้ 20 รายมีอาการสาหัส

หลังเกิดเหตุร้ายเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ ซึ่งเข้าเวรอยู่ในช่วงเวลานั้น 8 คน ได้ส่งสัญญาณไซเรนขอความช่วยเหลือ ขณะที่คนร้ายหลบหนีออกจากพื้นที่ไปได้ก่อน แต่ต่อมาคนร้ายขับรถยนต์ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจเขตสึคึอิ โดยตำรวจตรวจค้นภายในรถ พบคราบเลือดเปรอะเปื้อนบริเวณพวงมาลัยรถ

จากการสอบสวน ตำรวจระบุ มือมีดรายนี้คือ นายเอมัตสึ เคยทำงานที่ศูนย์พักพิงดูแลคนพิการทางสมองดังกล่าว แต่ถูกไล่ออกจากงานเมื่อช่วงต้นปีนี้ หลังจากเขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งถึงนักการเมืองในท้องถิ่นเมื่อเดือน ก.พ. ประกาศต้องการกำจัดผู้พิการหลายร้อยคน อ้างว่าคนพิการเหล่านั้นต้องการจบชีวิตไปอยู่กับผู้ปกป้องคุ้มครอง ทำให้นายเอมัตสึ นอกจากถูกไล่ออกแล้ว ยังถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาบำบัดอาการป่วยทางจิต ประเภทหวาดระแวงอยู่ระยะหนึ่ง กระทั่งได้รับอนุญาตให้ออกจากโรง– พยาบาลเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะแพทย์เห็นว่าอาการป่วยของเขาดีขึ้นแล้ว

เหตุร้ายที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจแก่ชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ นายโยชิฮิเด ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่า ชาวญี่ปุ่นต่างตกใจกับคดีรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์ครั้งนี้อย่างยิ่ง ขณะที่ญี่ปุ่นถือเป็นชาติที่มีความปลอดภัยต่อชีวิตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและแทบไม่เกิดคดีสังหารหมู่ผู้คนบ่อยครั้งนัก

ทั้งนี้ เหตุสังหารหมู่ที่เคยเกิดขึ้นในญี่ปุ่นคือ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2544 คนร้ายมีประวัติป่วยทางจิตใช้อาวุธมีดไล่แทงสังหารเด็กนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในนครโอซากา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2551 คนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนในย่านอากิฮาบาราในกรุงโตเกียว ก่อนลงจากรถมาใช้อาวุธมีดไล่แทงผู้คน คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้าย 7 ราย ส่วนเหตุร้ายที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก และเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2548 เมื่อสมาชิกลัทธิโอม ชินริเกียว ก่อเหตุรมแก๊สพิษซารีนที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว คร่าชีวิตผู้คน 13 ราย ล้มป่วยหลายพันคน อย่างไรก็ตาม คดีอาชญากรรมรุนแรงที่เกิดจากอาวุธปืนในญี่ปุ่นเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายควบคุมครอบครองอาวุธปืนเป็นไปอย่างเข้มงวด ทำให้แทบทุกคนไม่สามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่าย

 

ฆ่าหมู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ก.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673921

 

เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือนำตัวผู้บาดเจ็บและเคลียร์พื้นที่ในศูนย์ดูแลผู้พิการทางสมอง “สึคึอิ ยามายูริเอน” ในเมืองซากามิฮารา ประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกนายซาโตชิ เอมัตสึ อดีตพนักงานศูนย์ฯ บุกใช้มีดสังหารโหดถึง 19 ศพ.

 

มาลาวีรวบชายติดเชื้อ HIV ถูกจ้างทำพิธีกรรมมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนับร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673898

 

เอริค อานิวา

ทางการมาลาวีจับกุมชายคนหนึ่ง ซึ่งยอมรับในรายการสารคดีของบีบีซี ว่า เขาได้รับจ้างให้มีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิง ในพิธีกรรมชำระล้าง โดยที่เขาไม่ได้บอกผู้จ้างว่าเขาติดเชื้อเอชไอวี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี ปีเตอร์ มูธาริคา ของประเทศมาลาวี ออกคำสั่งให้จับกุม นายเอริค อานิวา ผู้เปิดเผยในรายการสารคดีของสำนักข่าวบีบีซีว่า ตัวเขาได้รับจ้างให้มีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงนับร้อยคน เพื่อประกอบพิธีกรรมเก่าแก่ก่อนที่เด็กจะเข้าสู่ความเป็นหญิงเต็มตัว โดยที่เขาไม่ได้บอกกับผู้จ้าง ว่าเขาติดเชื้อเอชไอวี

เมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักข่าวบีบีซีเผยแพร่สารคดีพิเศษเกี่ยวกับ พิธีชำระล้างด้วยการมีเพศสัมพันธ์ในประเทศมาลาวี โดยระบุว่า ในพื้นที่ห่างไกลทางตอนใต้ของประเทศนี้ มีประเพณีสำหรับเด็กหญิงที่ต้องมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลังจากที่เธอมีประจำเดือนครั้งแรก โดยเด็กหญิงบางคนอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น ส่วนชายที่ทำหน้าที่นี้จะถูกเรียกว่า ‘ไฮอีนา’ หรือ ‘หมาใน’

สารคดีของบีบีซีเผยอีกว่า พิธีกรรมที่ไม่ค่อยมีผู้รู้จักนี้จะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน โดยเหล่าไฮอีนาจะถูกจ้างโดยพ่อแม่ของเด็กเป็นเงินระหว่าง 4-7 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 140-245 บาท) โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าพิธีกรรมนี้จะช่วยฝึกเด็กหญิงให้กลายเป็นภรรยาที่ดี และปกป้องพวกเธอจากโรคและความโชคร้ายซึ่งอาจตกไปสู่ครอบครัวหรือหมู่บ้านของพวกเธอ

ส่วน นายอานิวา กล่าวในสารคดีว่า ไฮอีนาถูกเลือกโดยชุมชน โดยดูจากความประพฤติปฏิบัติ เขาติดเชื้อเอชไอวีและหลับนอนกับเด็กหญิงในพิธีกรรมนี้มาแล้วอย่างน้อย 100 คน โดยไม่มีการป้องกัน เนื่องจากเป็นจารีตประเพณีทำให้เขาไม่สามารถใส่ถุงยางอนามัยได้ นายอานิวาไม่เปิดเผยว่าเขาทำหน้าที่เป็นไฮอีนามานานเท่าใด แต่บอกว่าเขาตั้งใจจะเลิกทำหน้าที่นี้แล้ว

ทั้งนี้ สารคดีดังกล่าวนำไปสู่การจับกุมนายอานิวาในวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีมูธาริคา โดย นายเอ็มเกเม คาลิลานี โฆษกประธานาธิบดีระบุในแถลงการณ์ว่า “ในขณะที่เราสนับสนุนคุณค่าของวัฒนธรรมอันดี และการขัดเกลาทางสังคมในเชิงบวกของลูกหลานของเรา แต่ประธานาธิบดีกล่าวว่า วัฒนธรรมและพิธีกรรมที่เป็นโทษไม่อาจได้รับการยอมรับในประเทศนี้”

“นายอานิวาจะถูกสอบสวนเพิ่มเติมสำหรับการทำให้เด็กหญิงเหล่านี้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และจะมีการตั้งข้อหาที่สอดคล้องกันเพิ่มเติม” นายคาลิลานีเผย และเสริมด้วยว่า ประธานาธิบดียังสั่งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชายและพ่อแม่เด็กทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมนี้

“พิธีกรรมที่น่ากลัวนี้ แม้จะมีผู้กระทำเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของมาลาวีทั้งประเทศมัวหมอง และนำความอับอายมาสู่พวกเราทุกคน” แถลงการณ์ของนายคาลิลานีระบุ