นายกเล็กจังโก้ 2 เมือง ถูกยิงตาย 2 รายซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671847

 

นายกเทศมนตรีในประเทศเม็กซิโก 2 คนถูกกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายยิงเสียชีวิต ในช่วงเวลาเพียงวันเดียว โดยต้องสงสัยว่าเป็นฝีมือของแก๊งค้ายาเสพติด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอัมโบรซิโอ โซโต นายกเทศมนตรีเมืองซุยแดด อัลตามิราโน ในรัฐเกร์เรโร ประเทศเม็กซิโก ถูกกลุ่มมือปืนยิงถล่มระหว่างที่เขากำลังโดยสารรถยนต์ส่วนตัว ทำให้เขากับคนขับรถเสียชีวิต เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ กลุ่มมือปืนยังยิงตำรวจที่ไล่ตามจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ 4 นายด้วย

ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมนายโซโต แต่เมืองซุยแดด อัลตามิราโน ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเส้นทางขนส่งยาเสพติดของแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งทำให้เกิดเหตุความรุนแรงบ่อยครั้ง

นายโซโตยังเป็นนายกเทศมนตรีในเม็กซิโกคนที่ 2 ที่ถูกยิงเสียชีวิตในช่วงเวลาเพียงวันเดียว โดยก่อนหน้านั้นในวันเสาร์ นายโดมิงโก โลเปซ กอนซาเลซ นายกเทศมนตรีเมืองซาน ฮวน ชามูลา ในรัฐเชียปัส รวมทั้งนายนาร์ซิโซ ลูเนส เอร์นันเดซ รองนายกเทศมนตรี ถูกกลุ่มมือปืนยิงเสียชีวิตขณะพบปะผู้คนที่จัตุรัสกลางเมือง เหตุการณ์นี้ยังทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 12 คนด้วย

 

เยอรมนีรวบผู้ลี้ภัยซีเรีย ใช้สปาตาร์ฆ่าหญิงท้อง ฟันเจ็บอีก 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671766

 

เกิดเหตุผู้อพยพชาวซีเรียใช้มีดสปาตาร์ทำร้ายหญิงมีครรภ์คนหนึ่งจนเสียชีวิต และทำร้ายคนอื่นเจ็บอีก 2 คน แต่ตำรวจระบุว่านี่ไม่ใช่การก่อการร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้อพยพชาวซีเรียคนหนึ่งถูกตำรวจจับกุมหลังก่อเหตุใช้มีดสปาตาร์ สังหารหญิงมีครรภ์คนหนึ่ง และทำร้ายคนเจ็บอีก 2 ราย ที่เมืองรอยตลิงเกน ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ แต่ตำรวจเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การก่อการร้าย

ตามแถลงการณ์ของตำรวจ ชายชาวซีเรียคนนี้โจมตีผู้หญิง 2 คน กับชายอีก 1 คนเมื่อเวลาประมาณ 16:30น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณใกล้สถานีรถประจำทางกลางเมืองรอยตลิงเกน ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต ส่วนผู้ก่อเหตุถูกจับกุมตัวแล้วและไม่มีข้อบ่งชี้ว่านี่เป็นการโจมตีก่อการร้าย แต่ชายคนนี้เคยก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้ง

ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เหตุโจมตีเกิดขึ้นหลังจากชายผู้ก่อเหตุทะเลาะกับผู้หญิงที่เสียชีวิต ด้านสำนักข่าวบิลด์ ของเยอรมนี รายงานว่า ผู้ก่อเหตุเสียสติอย่างสินเชิง เขาถึงกับถือมือสปาตาร์วิ่งตามรถตำรวจ ขณะที่ผู้หญิงที่เสียชีวิตทำงานที่ร้านเคบับใกล้จุดเกิดเหตุ

 

เยอรมนีเล็งทบทวน ก.ม.ปืนหลังเหตุกราดยิง 9 ศพมิวนิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.ค. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671707

 

รัฐบาลเยอรมนีเล็งทบทวนกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนในประเทศกันใหม่ หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. นายเดวิด อาลี ซันโบลี วัย 18 ปี ชาวเยอรมันเชื้อสายอิหร่าน ใช้อาวุธปืนสั้น 9 มม. กราดยิงชาวบ้านอย่างไม่เลือกหน้า ในร้านฟาสต์ฟู้ดแมคโดนัลด์ ตามด้วยบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโอลิมเปีย ในนครมิวนิก แคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 27 คน ขณะที่คนร้ายเองก็ได้ตัดสินใจใช้สื่อมรณะกระบอกเดียวกันจบชีพตัวเองในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายซิกมาร์ เกเบรียล รองนายกรัฐมนตรีเยอรมนีและรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางในการควบคุมการเข้าถึงอาวุธมรณะเหล่านี้ การควบคุมอาวุธปืนถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับรัฐบาล ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนก็อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบว่า นายซันโบลี วัยรุ่นอายุ 18 ปี มีอาวุธปืนในครอบครองได้อย่างไร ทั้งที่เคยมีประวัติเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ด้วยอาการโรคซึมเศร้า


ซิกมาร์ เกเบรียล รองนายกรัฐมนตรีเยอรมนีและรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ

ส่วนนายโธมัส ดี ไมซีเรอร์ รมว.มหาดไทยเยอรมนี ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์บิลด์ แอม ซอนน์ทาค ว่า รัฐบาลมีแผนที่จะทบทวนกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนกันใหม่ โดยจะพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่ามีจุดไหนต้องแก้ไขปรับปรุงให้มันดีขึ้น แต่เดิมทีกฎหมายอาวุธของเยอรมนีก็เข้มงวดอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องคลี่คลายให้ได้ว่านายซันโบลีได้อาวุธปืนมาอย่างไร

นายไมซีเรอร์เปิดเผยอีกว่า เบื้องต้นทีมสอบสวนพบเลขทะเบียนบนตัวปืนกล็อค 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุถูกลบออกไป ขณะที่ชื่อที่ใช้จดทะเบียนซื้อปืนดังกล่าวก็ไม่ใช่ชื่อนายซันโบลี แต่ไม่ขอเผยรายละเอียดว่าใคร ส่วนการค้นห้องนายซันโบลีก็พบหลักฐานว่า เจ้าตัวเคยถูกกลั่นแกล้งจากวัยรุ่นอายุไล่เลี่ยกัน และเคยเข้าแจ้งความกับตำรวจว่าถูกทำร้ายร่างกายในปี 2555 รวมถึงข้อมูลของนายอันเดรส เบห์ริง เบรยวิค ฆาตกรสังหารหมู่ 77 ศพ ชาวนอร์เวย์ ที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายอาจใช้เป็นแรงบันดาลใจ เนื่องจากวันเกิดเหตุ 22 ก.ค. ตรงกับวันครบรอบ 5 ปีเหตุสลดดังกล่าว

อนึ่ง กฎหมายปืนของเยอรมนีมีข้อกำหนดว่า หากผู้ซื้อมีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะต้องเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตเสียก่อน ถึงจะได้รับอนุญาตให้ซื้อปืนได้ ปืนแบบกึ่งอัตโนมัติจะอนุญาตให้ใช้ล่าสัตว์หรือการแข่งขันยิงปืนเท่านั้น ส่วนปืนแบบอัตโนมัติห้ามซื้อขายอย่างเด็ดขาด.

 

ขู่มีระเบิดบนเครื่อง! เพิ่งลงจอดสนามบินควีนส์แลนด์ อพยพวุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2559 11:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671344

 

(ภาพจากยูทูบ : FastestBreakingNews)

ระทึกกันทั้งสนามบิน.. พบข้อความขู่มีระเบิดบนเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของสายการบินแควนตัส เพิ่งมาลงจอดที่สนามบินเมืองควีนส์แลนด์ บนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ตำรวจรีบอพยพประชาชนทั้งหมดออกจากอาคารผู้โดยสารอย่างเร่งด่วน

เมื่อ 24 ก.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระทึก พบข้อความขู่มีระเบิดบนเครื่องบินโดยสารของสายการบินแควนตัส เที่ยวบินหนึ่ง ซึ่งเพิ่งลงจอดที่สนามบินเมืองควีนส์ทาวน์ บนเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงบ่าย ก่อนเวลา 15.00 น. ของวันที่ 24 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบอพยพผู้คนออกมาจากอาคารผู้โดยสารของสนามบินอย่างเร่งด่วน และขณะนี้ เครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเดินทางมาจากประเทศออสเตรเลีย กำลังจอดอยู่ที่สนามบิน

โฆษกของสำนักงานตำรวจในเมืองควีนส์ทาวน์ กล่าวว่า พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งเป็นคนเจอข้อความขู่มีระเบิดบนเครื่องบิน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอพยพประชาชนออกมาจากอาคารผู้โดยสารทันทีเพื่อความปลอดภัย

จากการเปิดเผยของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คนหนึ่ง บอกว่าทุกคนที่อาคารผู้โดยสารของสนามบิน ได้ถูกอยพไปอยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารประมาณ 50 เมตร และอยู่ห่างจากเครื่องบินลำที่พบข้อความขู่มีระเบิดราว 100-120 ม.

 

ฆ่าคลั่ง9ศพสยองมิวนิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.ค. 2559 05:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671122

 

(ภาพจาก : REUTERS)

รัวดะใกล้ห้างดัง กับหน้าร้านแมค มือปืนยิงตัวตาย

เยอรมนีผวาต่อเนื่อง เมื่อหนุ่มวัย 18 ปี ชาวเยอรมันเชื้อสายอิหร่าน ก่อเหตุสยอง แฮกเฟซบุ๊กคนอื่นล่อคนมารวมตัวในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในนครมิวนิก ก่อนเปิดฉากกราดยิงไม่เลือกหน้าตั้งแต่ร้านแมคโดนัลด์ ก่อนข้ามฝั่งมายังห้างโอลิมเปียฯ ส่งผลตาย 9 เจ็บ 16 แต่สุดท้ายก็ลั่นไกปลิดชีพตัวเอง ทางการมิวนิกประกาศไว้อาลัยเหยื่อ แต่ไม่ยืนยันเอี่ยวกลุ่มไอเอส พบประวัติชื่นชอบมือสังหารหมู่ 77 ศพ ชาวนอร์เวย์ ขณะที่สถานทูตไทยเตือนคนไทยเลี่ยงที่ชุมชน ด้าน “ประยุทธ์-ดอน” ส่งสารเสียใจต่อเหตุร้าย

กลายเป็นเหตุสลดเขย่าขวัญชาวโลกครั้งล่าสุด เมื่อคนร้ายวัยรุ่นใช้อาวุธปืนสั้นกราดยิงไม่เลือกหน้า บริเวณห้างสรรพสินค้าโอลิมเปีย ในนครมิวนิก แคว้นบาวาเรีย ทางภาคใต้ของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ส่งผลให้มีเหยื่อเคราะห์ร้ายเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 ก.ค. อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจนครมิวนิก เยอรมนี ระบุเหตุระทึกขวัญเกิดเมื่อช่วงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 22 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 23.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย คนร้ายไม่เปิดชื่อและอายุ ใช้ปืนสั้น9 มม. ก่อเหตุยิงภายในร้านฟาสต์ฟู้ดแมคโดนัลด์ บนถนนฮันนอยเออร์ ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าโอลิมเปีย ไอน์คอฟส์เซ็นตรัม ก่อนที่จะออกมาจากร้านและเดินรัวไกปืนลั่นกระสุนแบบไม่ยั้งใส่ฝูงชนบนทางเท้าริมถนน

ขณะที่คลิปวีดิโอจากกล้องโทรศัพท์มือถือของผู้รอดชีวิตรายหนึ่ง แสดงภาพคนร้ายสวมเสื้อกางเกงสีดำสะพายเป้ เดินออกมาจากร้านแมคโดนัลด์ ก่อนจะยกปืนขึ้นเล็งชาวบ้านที่เดินสวนบนทางเท้ามา และกระหน่ำยิงใส่เป็นจำนวนหลายนัด ผู้คนต้องวิ่งหนีตายเอาชีวิตรอดกันอย่างโกลาหล และมีชายผู้เคราะห์ร้ายถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะด้านหลัง เสียชีวิตคาที่

จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีเข้าไปในห้างสรรพสินค้าโอลิมเปียที่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแมคโดนัลด์ ก่อนจะขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าอาคารจอดรถของห้างที่อยู่ติดๆกัน ซึ่งสื่อท้องถิ่นเยอรมนีรายงานด้วยว่า คนร้ายที่อยู่บนดาดฟ้าลานจอดรถห้าง ได้โต้เถียงกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่อยู่บนตึกใกล้เคียงอยู่พักใหญ่ หลังโดนชาวบ้านด่าหยาบคายใส่ว่าเป็นพวกชาวต่างชาติมาก่อเหตุ แต่คนร้ายได้ตะโกนกลับไปว่าผมเป็นคนเยอรมันก่อนยิงปืนใส่

ต่อมานายฮูเบอร์ตัส อันเดร ผู้บัญชาการตำรวจนครมิวนิก เปิดเผยว่า ทางการมีคำสั่งปิดให้บริการขนส่งสาธารณะในเมืองเป็นการชั่วคราว และเรียกหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่อต้านก่อการร้ายจีเอสจี 9 เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ แต่เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่กลับพบว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงปลิดชีพตัวเองไปแล้ว โดยศพถูกพบห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมปืนกล็อค 9 มม. สื่อมรณะ และกระสุนในเป้อย่างน้อย 300 นัด จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายมีอายุ 18 ปี เป็นชาวเยอรมันเชื้อสายอิหร่านอาศัยอยู่ในย่านมาร์ควอร์สตาดต์ของนครมิวนิก ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 2 กิโลเมตร แต่เบื้องต้นยังไม่ทราบแรงจูงใจการก่อเหตุ และยังเร็วไปที่จะฟันธงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการก่อการร้าย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 9 ศพ บาดเจ็บอีก 16 คน ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย

ขณะที่จากการบุกค้นบ้านพักของคนร้ายในช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค. เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานว่า คนร้ายแฮกเฟซบุ๊กของบุคคลที่ 3 กระจายข้อความล่อลวงชาวบ้านให้มาที่ห้างสรรพสินค้าโอลิมเปียใน เวลาเกิดเหตุ เพื่อรับของรางวัลพิเศษ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบด้วยว่าคนร้ายมีความนิยมชมชอบในเรื่องราวการสังหารหมู่ มีการศึกษาเรื่องราวของนายอันเดรส เบห์ริง เบรยวิค ฆาตกรชาวนอร์เวย์ ที่ลงมือสังหารหมู่เยาวชน 77 ศพ เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่งครบรอบ 5 ปีไปเมื่อวันที่ 22 ก.ค. และเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานใดๆที่จะโยงใยไปถึงกองกำลังรัฐอิสลามหรือกลุ่มไอเอส และยังไม่พบหลักฐานว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิด หรือมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้อพยพแต่อย่างใด

วันเดียวกัน นายดีเตอร์ รีเตอร์ นายกเทศมนตรีนครมิวนิกได้ประกาศให้นครมิวนิกไว้อาลัยแก่เหยื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขณะที่นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง เช่นเดียวกับรัฐบาลออสเตรีย ที่ประกาศคุมเข้มพรมแดนติดกับเยอรมนี พร้อมสั่งการให้หน่วยต่อต้านก่อการร้ายอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ส่วนนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายฟรองซัวส์ โอลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและพร้อมที่จะยืนหยัดร่วมกับเยอรมนี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เหตุกราดยิงดังกล่าวถือเป็นเหตุระทึกขวัญภายในช่วงเวลาที่ยุโรปกำลังอยู่ในสภาพตื่นตัวจากเหตุก่อการร้าย หลังจากเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุวัยรุ่นผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันวัย 17 ปี ใช้ขวานและมีดทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง บนขบวนรถไฟสายเมืองเวิร์ซเบิร์ค แคว้นบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมนี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ซึ่งจากการสืบสวนต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่า การก่อเหตุได้รับแรงบันดาลใจจากกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. เกิดเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกไล่ทับผู้คนในเมืองนีซ ฝรั่งเศส มีผู้เสียชีวิต 84 ศพ ซึ่งกลุ่มไอเอสประกาศอ้างตัวรับผิดชอบในเวลาต่อมา

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้ออกประกาศขอให้ชาวไทยในนครมิวนิกและเมืองใกล้เคียง โปรดงดการเดินทางไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่จำเป็น และพึงใช้ความระมัดระวังในกรณีที่มีความจำเป็นต้องออกนอกเคหสถาน หากมีภารกิจจำเป็น ก็ขอให้รีบดำเนินการและออกจากที่ชุมนุมชนโดยเร็วด้วย พร้อมทั้งติดตามการรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะมีการประกาศว่าสถานการณ์ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตได้ ที่เบอร์ +49 152 0351 9139 และ +49 162 520 7553 และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ที่เบอร์ +49 175 124 1026 และเบอร์ +49 171 744 6443 ตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้มีสารแสดงความเสียใจถึงนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมีเนื้อหาว่า ในนามของรัฐบาลไทยและคนไทย ขอแสดงความเห็นใจและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไปถึงครอบครัวของผู้สูญเสียและเหยื่อความรุนแรง เช่นเดียวกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้มีสารแสดงความเสียใจ ถึงนาย Frank-Walter Steinmeier รมว.ต่างประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ต่อเหตุรุนแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยรู้สึกเสียใจกับการเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์และผู้บาดเจ็บ

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวด การคัดกรองคนเข้า-ออกประเทศ รวมทั้งกลุ่มคนถือสัญชาติที่มีความเสี่ยงต่างๆ และตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในประเทศไทย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลลงพื้นที่หาข่าว เพื่อป้องกันการก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบกลุ่มต้องสงสัยในกรุงเทพมหานคร และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไทย ขอยืนยันว่าประเทศไทยเบาใจกับสถานการณ์ เพราะไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองสากลต่างๆ

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าคดีกราดยิงในนครมิวนิก โดยอัยการนครมิวนิกเปิดเผยผลการสืบสวนเพิ่มเติม ระบุคนร้ายมีชื่อว่านายเดวิด อาลี ซันโบลี เป็นนักเรียนชาวเยอรมันเชื้อสายอิหร่านวัย 18 ปี ที่เติบโตมาในนครมิวนิก และเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ด้วยอาการโรคซึมเศร้า แต่ไม่เคยมีประวัติการก่ออาชญากรรม ขณะที่เพื่อนบ้านให้การว่า นายซันโบลีเป็นเด็กเรียบร้อย ชอบแบ่งหนังสือพิมพ์ให้อ่าน และไม่เคยแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับใครมาก่อน ส่วนผู้เสียชีวิต 9 ศพนั้น ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุ 15-21 ปี ในจำนวนนี้เป็นชาวตุรกี 3 คน ชาวโคโซโว 3 คน และชาวกรีก 1 คน ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 16 คน มีอาการสาหัส 3 คน

 

‘ฮิลลารี’ เปิดตัว ‘ทิม เคน’ เป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองปธน.มะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2559 04:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671151

 

ฮิลลารี คลินตัน ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเลือก ทิม เคน เป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฮิลลารี คลินตัน ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้ ประกาศเลือก นายทิม เคน สมาชิกวุฒิสภารัฐเวอร์จิเนีย เป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนางคลินตันระบุว่า นายเคนเป็นผู้ที่อุทิศตัวเพื่อความยุติธรรมในสังคมมาตลอดชีวิต เขาเป็นคนหัวก้าวหน้าผู้ชอบทำงานให้เสร็จสิ้น

อนึ่ง ทิม เคน เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองริชมอนด์ และอดีตผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย และเคยอยู่ในรายชื่อผู้ที่จะเป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คู่กับประธานาธิบดี บารัค โอบามา ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2008 นอกจากนี้ รัฐเวอร์จิเนียซึ่งเป็นฐานเสียงของเขาก็ยังเป็นเขตสำคัญที่จะมีการชิงคะแนนเสียงกันอย่างเข้มข้นด้วย

อีกด้านหนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้เพิ่งได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ออกมาระบุว่า การเลือกนายเคนเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองปธน.แทนที่จะเป็นเบอร์นี แซนเดอร์ส คู่แข่งชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคกับนางคลินตัน ทำให้ผู้สนับสนุนนายแซนเดอร์สโกรธเกรี้ยว เพราะนายเคนถือเป็นฝ่ายตรงข้ามของสิ่งที่นายแซนเดอร์สยึดมั่น

ส่วนทีมหาเสียงของนายทรัมป์ โจมตีนายเคนว่าเป็นคนทุจริต เนื่องจากในอดีตสมัยที่นายเคนยังเป็นผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย เขาเคยรับของขวัญมูลค่าประมาณ 160,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากฝ่ายสนับสนุน ซึ่งไม่ผิดกฎหมายของรัฐเวอร์จิเนีย “หากคุณคิดว่าฮิลลารีคนขี้โกงกับเคนคนทุจริต จะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในวอชิงตันได้ ความจริงมันตรงกันข้าม” นายเจสัน มิลเลอร์ โฆษกทีมหาเสียงของนายทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกัน สมาชิกฝ่ายซ้ายของพรรคเดโมแครตก็ออกมาตั้งคำถามในเรื่องการปฏิรูปธนาคาร และสิทธิในการทำแท้ง เนื่องจากนายเคนต่อต้านการทำแท้ง และสนับสนุนการจำกัดการทำแท้งบางส่วน (partial birth abortion) เขายังเป็น 1 ใน 70 ส.ว. ที่ลงนามจดหมายเรียกร้องให้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงิน (ซีเอฟพีบี) ออกกฎการตรวจสอบที่จะส่งผลกระทบต่อธนาคารชุมชนและเครดิตยูเนียน

 

ชี้! มือปืนมิวนิก 9 ศพ เคยรักษาโรคซึมเศร้า-หมกมุ่นเหตุกราดยิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671129

 

ตำรวจเยอรมนีเผยว่า มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงในเมืองมิวนิก เคยรับการรักษาโรคซึมเศร้ามาก่อน รวมทั้งหมกมุ่นในเรื่องเหตุการยิงต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น และเหตุโจมตีครั้งนี้เชื่อมโยงกับเหตุกราดยิง 77 ศพที่นอร์เวย์เมื่อ 5 ปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเยอรมนีเปิดเผยในวันที่ 23 ก.ค. ว่า ชายวัย 18 ปี ผู้ก่อเหตุกราดยิงใกล้ห้างสรรพสินค้า ‘โอลิมเปีย’ ในเมืองมิวนิก เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย เคยรับการรักษาอาการของโรคซึมเศร้า, หมกมุ่นในเรื่องเหตุการยิงต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส)


ร้านแมคโดนัลด์ ใกล้จุดที่มือปืนเปิดฉากกราดยิง

เหตุกราดยิงดังกล่าวยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 27 คน รวมทั้งเด็กจำนวนหนึ่ง ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน รวมทั้งเด็กชายอายุ 13 ปี มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ขณะที่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตมี 7 ราย เป็นวัยรุ่น 3 ราย เป็นชาวโคโซโว อีก 3 รายเป็นชาวตุรกี และ 1 รายเป็นชาวกรีซ ส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจยังไม่เปิดเผยนาม แต่ถูกระบุชื่อโดยสื่อท้องถิ่นว่า เดวิด ซอนโบลี เป็นชาวเยอรมันเชื้อสายอิหร่าน เกิดในเมืองมิวนิก ยิงตัวตายในที่เกิดเหตุ

ตามการเปิดเผยของตำรวจเยอรมนี เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืน ‘กล็อก’ ปืนพกขนาด 9 มม. และกระสุนอีก 300 ลูก ในกระเป๋าเป้ของชายผู้ก่อเหตุ โดยยังไม่รู้ว่าเขาได้อาวุธปืนมาได้อย่างไร แต่เขาไม่มีใบอนุญาต ขณะที่เลขทะเบียนของปืนกระบอกนี้ก็ถูกลบออก นอกจากนี้ ตำรวจยังเผยอีกว่า มือปืนผู้นี้เคยเข้าศูนย์บำบัดจิตเวช เพื่อรักษาอาการของโรคซึมเศร้า


นายโธมัส ดี เมซิแอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี (ซ้าย) และนายโยอาคิม เฮอร์มันน์ รัฐมนตรีมหาดไทยรัฐบาวาเรีย เยือนห้างฯ โอลิมเปีย ใกล้สถานที่เกิดเหตุกราดยิง

ล่าสุดในวันเสาร์ นายฮูแบร์ตุส อันเดรีย ผู้บัญชาการตำรวจเมืองมิวนิก ระบุว่า เหตุการณ์นี้มีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจน กับวันครบรอบ 5 ปี เหตุกราดยิงค่ายเยาวชนบนเกาะอูโทยา และเหตุวางระเบิดโจมตีสำนักงานรัฐบาลในกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ฝีมือนายอันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิค เมื่อปี 2011 จนมีผู้เสียชีวิตรวมถึง 77 ราย หลังพบงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับเหตุกราดยิงหลายเหตุการณ์ภายในห้องของเขา

ทั้งนี้ ตำรวจกำลังสืบสวนว่า ชายผู้ก่อเหตุล่อเหยื่อของเขาออกมาผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ด้วยการเชิญให้ไปรวมตัวกันที่ร้านแมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเปิดฉากโจมตีหรือไม่

 

มิวนิก กลับสู่ภาวะปกติ จนท.ยังมืด ไม่รู้แรงจูงใจ โจ๋18 ก่อเหตุยิงกราด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2559 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/670787

 

เมืองมิวนิก เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ถนนเริ่มเปิดใช้งาน แต่ทางการยังประกาศให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักอาศัย หลังเกิดเหตุโจ๋ 18 ปี ชาวเยอรมนีเชื้อสายอิหร่าน กราดยิงจนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย เจ็บ 16 ตร.ยังมืดไม่ทราบแรงจูงใจก่อเหตุ

ตำรวจเมืองมิวนิก เยอรมนี แถลงถึงกรณีที่คนร้ายบุกกราดยิงกลางห้างสรรพสินค้า ในเมืองมิวนิก เมื่อคืนที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย หรือในช่วงค่ำวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นของเยอรมนี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บ 16 คน ว่า มือปืนเป็นชายวัย 18 ปี ชาวเยอรมัน เชื้อสายอิหร่าน อาศัยอยู่ในเมืองมิวนิก แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัด แต่อาจเป็นไปได้ว่าเขาก่อเหตุเพียงลำพัง เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบประวัติชายคนนี้ไม่พบว่า เคยมีประวัติก่ออาชญากรรมหรือมีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด


จุดเทียนไว้อาลัย ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ กราดยิงภายในห้องสรรพสินค้า ชื่อดัง เมืองมิวนิค เยอรมนี

ในส่วนของข้อมูลที่มีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งกับตำรวจก่อนหน้านี้ว่า เห็นชาย 2 คน รีบขึ้นรถออกไปจากที่เกิดเหตุ ขณะนี้ทราบแน่ชัดแล้วว่า ทั้งคู่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้


ประชาชนไว้อาลัย แก่ผู้เสียชีวิต ที่เมืองมิวนิค เยอรมนี

ล่าสุด ระบบขนส่งสาธารณะในเมืองมิวนิกกลับมาใช้บริการได้ตามปกติแล้ว ถนนหลายสายเริ่มเปิดให้รถสัญจรไปมา ขณะที่ยังมีประกาศให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักอาศัย.

 

สถานทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เตือนคนไทยในเยอรมนี เลี่ยงชุมชน หลังเหตุกราดยิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2559 07:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/670456

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน แจ้งเตือนคนไทยในมิวนิก และเมืองใกล้เคียงในเยอรมนี เลี่ยงการเดินทางไปในที่ชุมชน ขอติดตามข่าวสารใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อได้ 24 ชม.

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 59 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Berlin ว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกิดเหตุการณ์ยิงตามสถานที่ต่างๆ ในนครมิวนิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จนมีผู้เสียชีวิต (ด่วน!! เกิดเหตุกราดยิง ในห้างเยอรมัน สื่อท้องถิ่น ระบุตาย-เจ็บจำนวนมาก) และสหพันธ์ฯ ได้งดการให้บริการรถไฟใต้ดินในนครมิวนิก ทั้งหมด ตลอดจนมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในนครมิวนิกนั้น

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ขอให้ชาวไทยในนครมิวนิก และเมืองใกล้เคียง โปรดงดการเดินทางไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่จำเป็น และพึงใช้ความระมัดระวังในกรณีที่มีความจำเป็นต้องออกนอกเคหสถาน หากมีภารกิจจำเป็นขอให้รีบดำเนินการและออกจากที่ชุมนุมชนโดยเร็วด้วย พร้อมทั้งติดตามการรายงานข่าวอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมีการประกาศว่าสถานการณ์ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ

ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่เบอร์ + 49 152 0351 9139 และ +49 162 520 7553 และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ที่เบอร์ +49 175 124 1026 และเบอร์ +49 171 744 6443 ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

ทรัมป์รับธงศึก-โวอเมริกาภิวัฒน์ปลอดภัยขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/670364

 

แม่ทัพสู้ศึก–นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์รับเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันสุดท้ายของการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันแห่งชาติ ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เมื่อ 21 ก.ค. ทรัมป์ประกาศว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” และจะทำให้ประเทศปลอดภัยขึ้น ร่ำรวยขึ้น (เอพี)

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อภิมหาเศรษฐีผู้อื้อฉาว ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์รับเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯใน 8 พ.ย. ในวันสุดท้ายของการประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรค ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ต่อหน้าผู้สนับสนุนกว่า 2,000 คน เมื่อ 21 ก.ค. โดยกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและถ่อมตน ถ้าตนได้เป็นประธานาธิบดีจะเผชิญหน้าและกำจัดภัยคุกคามต่างๆ ที่สหรัฐฯเผชิญอยู่ อาชญากรรมและความรุนแรงจะหมดไปในไม่ช้า ตนจะนำประเทศเข้าสู่ศักราชใหม่ ที่ประเทศชาติและประชาชนอเมริกันธรรมดาต้องมาก่อน

ทรัมป์ระบุว่าจะทำให้ประเทศปลอดภัย มั่งคั่งยิ่งขึ้นและมีสันติภาพ สหรัฐฯจะเป็นชาติที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และอบอุ่น แต่จะมีระเบียบกฎหมายเข้มงวด ตนจะเป็นปากเสียงของชาวอเมริกันผู้ทำงานหนักแต่ถูกลืม เขายังย้ำคำสัญญาว่าจะสร้างอภิมหากำแพงกั้นพรมแดนภาคใต้ติดเม็กซิโก เพื่อยับยั้งผู้อพยพผิดกฎหมาย แก๊งอาชญากรและยาเสพติด ขณะที่ผู้อพยพผิดกฎหมายเกือบ 180,000 คน เพ่นพ่านคุกคามชาวอเมริกัน จะ ระงับผู้อพยพเข้าเมืองจากประเทศที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ส่วนหลักการนโยบายต่างประเทศของตนคือ “อเมริกาภิวัฒน์” ไม่ใช่ “โลกาภิวัฒน์” และข้อตกลงการค้าต่างๆที่ทำลายชนชั้นกลางต้องยุติ

ทรัมป์ยังเปลี่ยนท่าทีว่า จะปกป้องกลุ่มคนที่มีความหลากหลายของเพศวิถี (แอลจีบีที) โจมตีประธานาธิบดีบารัค โอบามา ว่าล้มเหลวด้านการศึกษาการจ้างงาน และต่อสู้อาชญากรรม และโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครตคู่แข่งว่าเป็นผู้สร้างความตาย การทำลาย และความอ่อนแอส่งเสริมการอภัยโทษ การอพยพ และความไร้ขื่อแปใหญ่หลวง ขณะที่ผู้สนับสนุนทรัมป์ตะโกนว่า “ล็อกเธอไว้” ส่วนนางอิวังกา ลูกสาวของทรัมป์ และนายปีเตอร์ ธีล เจ้าพ่อนักลงทุนแห่ง “ซิลิคอน แวลลีย์” ศูนย์กลางเทคโนโลยี

ของสหรัฐฯ ก็ขึ้นเวทีชื่นชมทรัมป์ ขณะที่นายจอห์น โพเดสตา ประธานทีมหาเสียงของฮิลลารีโต้กลับว่า ทรัมป์เป็นผู้สร้างความแตกแยก ไม่เหมาะสมเป็นผู้นำก่อนหน้านี้ 1 วัน นายเท็ด ครูซ ส.ว.รัฐเท็กซัส คู่แข่งคนสำคัญของทรัมป์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์แต่ไม่ยอมรับทรัมป์ จนถูกฝูงชนโห่ไล่ ครูซกล่าวภายหลังว่าจะไม่ยอมเป็น “ลูกสุนัขทาส” ของทรัมป์ ผู้โจมตีบิดาและภรรยาของตนในช่วงหาเสียง ขณะที่แกนนำระดับสูงของพรรครีพับลิกันหลายคนที่ต่อต้านทรัมป์ รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช และจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก็ไม่ไปร่วมการประชุมใหญ่ครั้งนี้เป็นการประท้วง ส่วนนางเมลานี ภริยาของทรัมป์ ก็ถูกโจมตีว่าลอกสุนทรพจน์บางส่วนของนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 วันสุดท้ายของการประชุมใหญ่ ตำรวจต้องระดมกำลังรักษาความปลอดภัยสุดเข้มงวด และแยกไม่ให้กลุ่มที่สนับสนุนและต่อต้านทรัมป์เผชิญหน้ากัน.