โดนโห่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มิ.ย. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646756

 

ชาวอังกฤษฝ่ายสนับสนุนอยู่กับสหภาพยุโรป (อียู) กรูเข้าล้อมรถและตะโกนด่า นายบอริส จอห์นสัน (ซ้าย) แกนนำหนุนสหราชอาณาจักรออกอียู ขณะที่นายเดวิด คาเมรอน นายกฯ จูงมือภริยา ออกมาแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่ง.

 

ดอยช์แบงก์ เตรียมปลดพนักงาน 3 พันคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646702

 

เมื่อ 23 มิ.ย. ธนาคารดอยช์แบงก์ สัญชาติเยอรมนี ประกาศแผนปลดพนักงาน 3,000 ตำแหน่ง และปิดสาขาเกือบ 200 แห่งทั่วประเทศ และในปี 2570 ก็จะควบรวม 723 สาขาที่มีให้เป็น 535 สาขาที่ใหญ่ขึ้นด้วยมาตรการนี้คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต้นทุนราว 3,800 ล้านยูโร ซึ่งรวมถึงการปรับโครงสร้างและการจ่ายเงินชดเชยลูกจ้าง

กรณีเลิกจ้าง หลังประกาศผลประกอบการเมื่อเดือน ต.ค.ปีกลายประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 233,000 ล้านบาท และคดีเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยซึ่งถูกปรับ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงทางสวิตเซอร์แลนด์ที่กำลังตรวจสอบกรณีต้องสงสัยกำหนดราคาทองคำในตลาด และสหรัฐฯ ก็เข้าตรวจสอบสาขากรุงมอสโก ในรัสเซีย ซึ่งต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องการฟอกเงิน.

 

นายกฯ สกอต ไม่ยอมถูกลากออกจากอียู! มีแผน 2 ลงประชามติแยกจากยูเคอีกรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 19:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646516

 

ยูเคยังยุ่งต่อ… หลังผลประชามติ Brexit ชนะ… นายกฯ หญิงสกอตแลนด์ ประกาศลั่น ไม่ยอมให้สกอตแลนด์ถูก ‘ลาก’ ออกไปจากอียูง่ายๆ เพราะผิดไปจากเจตนารมย์ของรัฐบาล และชาวสกอตส่วนใหญ่ เผยกำลังมีแผนก๊อกสอง จัดให้มีการลงประชามติสอบถามชาวสกอตอีกครั้ง ต้องการแยกตัวจากสหราชอาณาจักรหรือไม่

เมื่อ 24 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีหญิงสกอตแลนด์ และหัวหน้าพรรคชาติสกอต ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ต่อผลประชามติที่ออกมาว่า ฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักร ออกจาก สหภาพยุโรป (อียู) เป็นฝ่ายชนะ ออกมากล่าว หลังจากนายเดวิด คาเมรอน ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ หลังทราบผลประชามติว่า รัฐบาลสกอตแลนด์ กำลังมีแผน ‘2’ จัดให้มีการลงประชามติรอบสอง สอบถามความเห็นของชาวสกอตแลนด์ว่า ควรแยกประเทศเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักรหรือไม่ ถ้ารัฐบาลสหราชอาณาจักรใช้อำนาจตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน ฉบับปี 2552 ในการดำเนินกระบวนการลาออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งการเจรจาอาจต้องใช้เวลานานราว 2 ปี

นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ กล่าวว่า รัฐบาลสกอตแลนด์ มีแผนลงประชามติรอบ 2 ‘วางอยู่บนโต๊ะอยู่แล้ว’ หากมีการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างสกอตแลนด์กับอีก 3 ประเทศสมาชิกสหราชอาณาจักร โดยตามกระบวนการทางกฎหมาย ได้กำหนดให้สกอตแลนด์กลับไปทำประชามติ ถ้าอังกฤษออกจากอียู โดยนางนิโคลา กล่าวด้วยว่า เธอไม่มีความตั้งใจที่จะยอมให้สกอตแลนด์ถูก ‘ลาก’ ออกไปจากอียู


นายกรัฐมนตรีนิโคลา สเตอร์เจียน แห่งสกอตแลนด์ หย่อนบัตรลงประชามติ เมื่อ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับจุดยืนของรัฐบาลสกอตแลนด์ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหญิง สเตอร์เจียน นับว่าสอดคล้องกับความต้องการของชาวสกอตแลนด์ส่วนใหญ่ จากผลการลงประชามติที่ออกมาว่า สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ เป็นสมาชิกยูเค 2 ประเทศ ที่ต้องการให้ ยูเค อยู่กับ อียู ตามเดิม ในขณะที่ อังกฤษ กับ เวลส์ เป็นสองประเทศสมาชิกยูเค ที่ผลประชามติส่วนใหญ่ออกมาว่า ต้องการออกจากอียู

 

ตลาดหุ้นทั่วโลกกระอัก! ยูเคออกจากอียู เงินยูโรอ่อนค่ามากสุดตั้งแต่ใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 17:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646462

 

ตลาดหุ้นอังกฤษดิ่งเหว..หลังผลลงประชามติ สหราชอาณาจักรออกจากยูเคชนะพลิกความคาดหมาย โดยเฉพาะ หุ้นธนาคารในอังกฤษ เจอผลกระทบไปเต็มๆ แบงก์บาร์คเลยส์ และ RBS หุ้นร่วงระเนระนาด 30% ส่วนค่าเงินยูโรอ่อนตัวมากสุดนับตั้งแต่เริ่มใช้กันมา

เมื่อ 24 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ผลการลงประชามติในสหราชอาณาจักร (ยูเค) ที่ออกมาแบบสุดช็อกว่า ฝ่ายสนับสนุนให้ออกจากอียู เป็นฝ่ายชนะ ได้คะแนนเหนือว่าฝ่ายต้องการให้ยูเคอยู่กับอียู 52% ต่อ 48% ส่งผล ดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในอังกฤษร่วงกราวรูด โดยเฉพาะหุ้นของธนาคารในอังกฤษ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยดัชนีหุ้นของธนาคาร HSBC ซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ร่วงลงไป 11% ส่วนธนาคาร สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ ราคาหุ้นร่วง 12% ขณะที่ ธนาคารบาร์คเลย์ส และ RBS ร่วงดิ่งเหวถึงประมาณ 30%

ด้านธนาคารกลางของอังกฤษ ออกแถลงการณ์ กำลังเฝ้าจับตาสถานการณ์ในตลาดหลักทรัพย์ในอังกฤษ อย่างใกล้ชิดและจะใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ระบบการเงินของอังกฤษมีเสถียรภาพ ขณะที่บีบีซี รายงานผลกระทบจากผลประชามติสหราชอาณาจักรออกจากอียู ยังทำให้ดัชนีหุ้นในปารีสของฝรั่งเศส และแฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนี ร่วงลงไปประมาณ 8% ส่วนธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินทันที เพื่อให้ค่าเงินฟรังก์ สวิส มีเสถียรภาพ


ขณะเดียวกัน ผลลงประชามติ สหภาพยุโรปออกจากอียู ส่งผลให้ ดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั่วเอเชีย ร่วงไปตามๆ กัน โดยดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ นิกเคอิ ของญี่ปุ่น ร่วงถึง 7.92% ซึ่งถือเป็นวันเลวร้ายที่สุดของตลาดหุ้นนิกเคอิ ในรอบ 5 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก ก็ร่วงเช่นกัน โดยราคาน้ำมันดิบ เบรนต์ ร่วงลงไป 2.68 ดอลลาร์ อยู่ที่ราคา 48.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นราคาน้ำมันที่ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.เป็นต้นมา ส่วน ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ก็ร่วง 5.4% หรือ 2.69 ดอลลาร์ ลงไปอยู่ที่ 47.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เช่นเดียวกับค่าเงินยูโร ของอียู ก็อ่อนค่าลงไป 3.3% เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นค่าเงินยูโรที่ลดลงมากที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่มีการเริ่มต้นใช้เงินสกุลยูโร หลังจากก่อนหน้านี้ค่าเงินปอนด์ สเตอร์ลิงของอังกฤษ ได้ร่วงลงถึง 11% เงินปอนด์อ่อนค่าหนักสุดในรอบ 31 ปี ต่ำกว่า 1.35 ดอลลาร์ต่อปอนด์ หลังผลประชามติออกมา.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อังกฤษช็อกต่อ! เดวิด คาเมรอน ประกาศลาออก หลังผลประชามติ Brexit ชนะ

 

อังกฤษช็อกต่อ! เดวิด คาเมรอน ประกาศลาออก หลังผลประชามติ Brexit ชนะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646364

 

ชาวอังกฤษ ตะลึงต่อ.. ผลโหวตฝ่าย Brexit สหราชอาณาจักรออกจากอียู ชนะ ส่งผล เดวิด คาเมรอน ตัดสินใจลาออกจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษแล้ว เพียงแต่จะอยู่ในตำแหน่งจนถึงเดือน ต.ค.นี้ ขณะที่อดีตนายกฯโทนี แบลร์  บอกถือเป็นวันที่แสนเศร้าของประเทศชาติ

เมื่อ 24 มิ.ย. สำนักข่าวบีบีซี รายงาน นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ ออกมาประกาศจะลาออกจากตำแหน่ง ภายในเดือนตุลาคมนี้ หลังผลการลงประชามติ ออกมาว่า ฝ่าย Brexit สนับสนุนให้สหราชอาณาจักร (ยูเค) แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) เป็นฝ่ายชนะ เหนือฝ่ายต้องการให้อยู่ต่อ ด้วยคะแนน 52% ต่อ 48%

นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ซึ่งออกมาประกาศตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตการเมืองของเขา ที่หน้าบ้านพักนายกฯ เลขที่ 10 บนถนนดาวน์นิ่ง ในกรุงลอนดอน โดยมี นางซาแมนธา ภริยายืนอยู่เคียงข้าง กล่าวว่า เขาจะพยายามทำให้รัฐนาวาอังกฤษแล่นต่อไปอย่างราบรื่น ในช่วงไม่กี่สัปดาห์และไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่การมีผู้นำคนใหม่เป็นสิ่งที่จำเป็น โดย นายคาเมรอน ยังกล่าวด้วยว่า เขาได้ทูลแจ้งเรื่องนี้ต่อสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แล้วว่า จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นช่วงเวลาสั้นๆ จากนั้นจะส่งมอบหน้าที่ให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในช่วงที่พรรคอนุรักษ์นิยมจะมีการร่วมประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคมที่จะถึง


นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยมีนางซาแมนธา ภริยา อยู่เคียงข้างให้กำลังใจ

‘ประชาชนในอังกฤษ ได้โหวตออกจากสหภาพยุโรป และความประสงค์ของพวกเขาจะต้องได้รับการเคารพ’ นายกรัฐมนตรีคาเมรอน กล่าวถึงการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ในฐานะที่เขาเป็นแกนนำเรียกร้องให้ยูเค อยู่กับ อียู ตามเดิม  ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ของอังกฤษ กล่าวถึง ผลประชามติที่ออกมาฝ่ายต้องการให้สหราชอาณาจักรออกจากอียูชนะ นับเป็นวันที่แสนเศร้าของประเทศชาติ

ทั้งนี้ ผลการลงประชามติที่ออกมา ปรากฏว่า ประชาชนในอังกฤษ และเวลส์ เป็นสองประเทศใน 4 ประเทศของสหราชอาณาจักร ที่คะแนนเสียงฝ่ายต้องการให้ ยูเค ออกจาก อียู มากกว่าฝ่ายต้องการให้อยู่ต่อ ผิดกับสกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือ ที่ฝ่ายสนับสนุนให้ ยูเค อยู่ต่อกลับมีคะแนนมากกว่าโหวตให้ออกจาก อียู


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อกโลก! ลงประชามติยูเค ฝ่ายหนุน ‘ออก’ จากอียูชนะ เงินปอนด์ร่วงหนัก อ่านข่าวต่อได้ที่

 

ช็อกโลก! ลงประชามติยูเค ฝ่ายหนุน ‘ออก’ จากอียูชนะ เงินปอนด์ร่วงหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 12:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646137

 

ฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักร ออกจากอียู เฮลั่น ผลลงประชามติพลิก เป็นฝ่ายชนะ 52% ต่อ 48% ได้คะแนนเหนือกว่าฝ่ายต้องการให้ยูเคอยู่กับอียูต่อ กว่าล้านคะแนน ด้านนิเกล ฟาราจ หัวหน้าพรรค UKIP ประกาศลั่น เป็นวันเอกราชของยูเค ขณะที่เงินปอนด์ ร่วงกราวแล้วกว่า 11% ต่ำสุดในรอบ30ปี

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลสรุปสุดท้าย การลงประชามติในสหราชอาณาจักร (ยูเค) ซึ่งประกอบด้วย ประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า จากจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 72% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงประชามติในยูเค 46,499,537 คน ในที่สุด ฝ่าย Leave สนับสนุนให้ยูเค “ออก” จากสหภาพยุโรป (อียู) เป็นฝ่ายชนะเหนือกว่าฝ่ายสนับสนุนให้ยูเค (Remain) “อยู่” กับอียู ตามเดิม อยู่ที่ 51.89% ต่อ 48.11 %

โดยจากผลนับคะแนนของเขตเลือกตั้งทั้งหมด จำนวน 382 เขต  ฝ่ายสนับสนุนให้ยูเคออกจากอียู  ได้คะแนน 17,410,742 คะแนน ขณะที่ฝ่ายต้องการให้อยู่ตามเดิม ได้ 16,141,241 คะแนน จึงทำให้ฝ่ายเลือกให้ยูเค ออกจากอียู ได้คะแนนมากกว่าฝ่ายต้องการให้อยู่ต่อกว่า1.26 ล้านคะแนน ทำให้สหราชอาณาจักร กลายเป็นสมาชิกชาติแรกที่ออกจากอียู


เจ้าหน้าที่เทบัตรลงประชามติออกมานับ

นายนิเกล ฟาราจ หัวหน้าพรรคยูเค อินดิเพนเดนซ์ (UKIP) แกนนำการรณรงค์สนับสนุนให้ยูเค ออกจากอียู ประกาศด้วยความดีใจว่า วันนี้ ถือเป็น ‘วันเอกราช’ ของสหราชอาณาจักร ขณะที่ ตามความเห็นของนักวิเคราะห์การเมือง ชี้ว่า การที่ผลการลงประชามติออกมาว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากอียู ถือเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ระหว่าง ยูเคกับยุโรป และประเทศอื่นๆ ของโลก อีกทั้ง ยูเค ยังกลายเป็นประเทศแรกที่ออกจากอียู จึงถือเป็นพายุลูกใหญ่สุดที่ถาโถมใส่อียู ซึ่งมีสมาชิก 28 ประเทศ นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นมาในปี 2494


นายนิเกล ฟาราจ หัวหน้าพรรคยูเค อินดิเพนเดนซ์ แกนนำรณรงค์ให้ยูเคออกจากอียู ดีใจสุดๆเมื่อรู้ผลลงประชามติ

ข่าวแจ้งว่า ผลการลงประชามติที่ออกมาพลิกความคาดหมาย ยูเคจะออกจากอียู ทำให้ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ร่วงลงไปแล้วถึง 11% ซึ่งถือเป็นค่าเงินปอนด์ที่ร่วงหนักสุดภายในวันเดียว อีกทั้งทำให้ค่าเงินปอนด์ เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนตัวลงไปต่ำกว่า 1.35 ดอลลาร์ต่อปอนด์แล้ว ซึ่งถือเป็นค่าเงินปอนด์ที่ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2528 เลยทีเดียว ขณะที่ดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของเอเชียก็ร่วงระนาวเช่นกัน.


สีหน้าของฝ่ายเชียร์ให้ยูเคอยู่กับอียูตามเดิม หลังทราบผลลงประชามติ
 

นับคะแนนลงประชามติยูเค สุดระทึก! ฝ่ายหนุน ‘ออก’จากอียู นำห่าง5.8แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 10:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646096

 

(นายนิเกล ฟาราจ หัวหน้าพรรคยูเค อินดิเพนเดนซ์ ดีใจหลังทราบผลนับคะแนน)

ผลลงประชามติในสหราชอาณาจักรพลิก…ฝ่ายสนับสนุนให้ออกจากอียู มีคะแนนนำ ทิ้งห่างฝ่ายต้องการให้ยูเคอยู่กับอียูตามเดิม แล้วประมาณ 5.8 แสนคะแนน

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานผลการนับคะแนนการลงประชามติในสหราชอาณาจักร (ยูเค) แบบเรียลไทม์ ว่าจะอยู่หรือออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หลังปิดหีบเมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 23 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นว่า จากการนับคะแนนจนถึงเวลา 10.22 น. ของวันที่ 24 มิ.ย. ตามเวลาในประเทศไทย ผลปรากฏว่า ฝ่ายที่สนับสนุนให้ยูเค ออกจากอียู ได้คะแนน 10,894,193 คะแนน ขณะที่ฝ่ายต้องการให้ยูเคอยู่กับอียูตามเดิม ได้ 10,313,294 คะแนน จึงทำให้ฝ่ายเชียร์ให้ยูเคออกจากอียู มีคะแนนทิ้งห่างฝ่ายต้องการให้ยูเค อยู่กับอียู ถึงประมาณ 5.8 แสนคะแนน

ด้าน นายนิเกล ฟาราจ หัวหน้าพรรคยูเค อินดิเพนเดนซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำรณรงค์เรียกร้องให้ยูเคออกจากอียู กล่าวด้วยความหวังเมื่อทราบผลการนับคะแนนที่ออกมานำว่า “จงกล้าฝัน อรุณรุ่งกำลังปรากฏบนแผ่นดินสหราชอาณาจักรที่ได้รับเอกราช”


บีบีซี แจ้งว่า จากผลการนับคะแนนการลงประชามติที่ออกมา ชี้ว่า ประชาชนในสกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ส่วนใหญ่ต้องการให้ยูเคอยู่กับอียูตามเดิม ขณะที่ประชาชนในอังกฤษ และเวลส์ ที่สนับสนุนให้ยูเคออกจากอียู มีมากกว่าฝ่ายต้องการให้อยู่ต่อไป


ฝ่ายเชียร์ให้ยูเค อยู่กับอียู ต่อ ผิดหวังกับผลนับคะแนนลงประชามติที่ออกมา

นายเจนนีย์ วัตสัน หัวหน้าคณะกรรมการการนับคะแนนการลงประชามติกล่าวว่า การประกาศผลสรุปสุดท้ายของการลงประชามติจะประกาศที่ ศาลาว่าการในเมืองแมนเชสเตอร์ หลังจากการนับคะแนนการลงประชามติในเขตเลือกตั้งทั้งหมด 382 เขตเสร็จสิ้นเรียบร้อย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อกโลก! ลงประชามติยูเค ฝ่ายหนุน ‘ออก’ จากอียูชนะ เงินปอนด์ร่วงหนัก

 

ปิดหีบแล้ว! ประชามติยูเค รอลุ้นอยู่หรือไปจากอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645952

 

สหราชอาณาจักรปิดหีบลงคะแนนเสียงประชามติซึ่งจะชี้ชะตาว่าพวกเขาจะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไปหรือไม่แล้วในคืนวันพฤหัสบดี โดยขณะนี้ในแต่ละเขตกำลังนับคะแนนกันอย่างแข็งขัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การลงประชามติเพื่อกำหนดอนาคตของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ว่าควรอยู่หรือแยกจากสหภาพยุโรป (อียู) สิ้นสุดลงแล้วในเวลา 22:00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยขณะนี้กำลังอย่างระหว่างการนับคะแนนซึ่งหลายฝ่ายมองว่าผลลัพธ์จะออกมาใกล้เคียงสูสีที่สุด

การลงประชามติครั้งนี้ไม่มีการทำเอ็กซิทโพลทำให้ชาวบริเตนหลายล้านที่ออกมาใช้สิทธิ์ และผู้เกี่ยวข้องทั่วโลกต้องรอฟังผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งทั้ง 382 เขตเลือกตั้งจะทยอยประกาศผลตลอดคืนวันพฤหัสบดี และทราบผลลัพธ์ในช่วงเช้าวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม บริษัทวิจัยตลาด ‘ยูโกฟ’ (YouGov) จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ขึ้นในวันที่ 23 มิ.ย. โดยมีผู้ร่วมสำรวจถึง 5,000 คน ซึ่งผลปรากฏว่า ผู้ร่วมสำรวจ 52% เลือกที่จะอยู่ต่อ ขณะที่อีก 48% เลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรป ส่วนบริษัทสำรวจ ‘อิปซอส โมรี’ (Ipsos Mori) เผยผลสำรวจที่จัดทำในวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชี้ว่า มีผู้โหวตให้อยู่ต่อ 54% และโหวตให้ออก 46%

ขณะที่นาย ไนเจล ฟาเรจ แกนนำโหวตออกจากสหภาพยุโรป บอกกับสำนักข่าวสกาย นิวส์ ว่า ดูเหมือนฝ่ายอยู่ต่อจะเบียดขึ้นมาได้

 

อังกฤษพนันคึกคักเลือกข้างยังอยู่กับอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มิ.ย. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645937

 

บรรยากาศการลงประชามติของชาวสหราชอาณาจักรรวมราว 46.5 ล้านคน ออกไปใช้สิทธิเลือกถอนตัวจากสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู 28 ประเทศหรือไม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มิ.ย. เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 13.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 23 มิ.ย. ถึง 04.00 น. เช้าวันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย การลงประชามติจัดขึ้นในพื้นที่ลงคะแนน 382 เขต และผลประชามติทราบได้ภายในช่วงเช้าวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงสายวันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย แต่ยากคาดเดาได้ว่าฝ่ายใดจะชนะ

อย่างไรก็ตาม แวดวงพนันในอังกฤษต่างคึกคัก คาดว่าจำนวนเงินแทงพนันครั้งนี้รวมสูงถึง 100 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 5,300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เลือกแทงฝ่ายอังกฤษยังอยู่ร่วมกับสหภาพยุโรป แต่ก็มีบางคนลงประชามติเลือกถอนตัวจากอียู แต่แทงพนันฝ่ายอยู่ร่วมกับสหภาพยุโรปชนะ ซึ่งการพนันในเรื่องเกี่ยวข้องกับการเมืองในอังกฤษครั้งนี้ถือว่าเงินพนันสูงสุดในประวัติศาสตร์ เหนือกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2555 และเหนือกว่าศึกฟุตบอลโลกเมื่อปี 2557

ผลโพลก่อนการลงประชามติ พบว่าฝ่ายสนับสนุนเลือกอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไปมีคะแนนนำเหนือฝ่ายถอนตัว 48 ต่อ 42 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตลาดการค้า การเงิน การลงทุนและกลุ่มบริษัทต่างๆในอังกฤษ ต่างเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นถ้าผลประชามติออกมาว่าให้ต้อง “ถอนตัว” ส่วนเหล่าผู้นำโลกรวมถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯและประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ผู้นำจีน ต่างไม่ต้องการให้อังกฤษถอนตัวจากอียู ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจทำให้อังกฤษถูกลดเครดิตลงทันทีจากระดับสูงสุด AAA

ก่อนหน้านี้ ผู้สนับสนุนทั้งฝ่ายเลือกสหราช-อาณาจักรอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป หรือ Remain กับฝ่ายเลือกสหราชอาณาจักรถอนตัวจากสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ Leave ต่างเร่งโน้มน้าวหาแนวร่วมฝ่ายตนได้อย่างอิสระ ขณะที่วันลงประชามติบรรยากาศในอังกฤษมีฝนตกและน้ำท่วมบางพื้นที่ อาจเป็นอุปสรรคต่อการออกไปใช้สิทธิลงคะแนนประชามติอยู่บ้าง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ของอังกฤษมีท่าทีสนับสนุนอยู่ร่วมกับอียู ผิดจากกลุ่มคนวัยสูงอายุที่มีมุมมองอนุรักษนิยม.

 

ลุ้นระทึก! ประชามติชี้ชะตา จะเกิดอะไรขึ้นหากยูเคออกจากอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645951

 

ชาวสหราชอาณาจักรเริ่มการลงคะแนนเสียงประชามติเพื่อตัดสินว่าอนาคตของประเทศว่า ควรอยู่หรือแยกจากสหภาพยุโรปแล้ว ในเวลา 07:00 น. วันที่ 23 มิ.ย. หรือเวลา 13:00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย และจะสิ้นสุดลงในเวลา 22:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 04:00 น. วันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. ตามเวลาไทย

การลงประชามติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเตือนจากนานาประเทศว่า การออกจากอียูอาจทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมา ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า ฝ่ายหนุนให้อยู่ต่อ กับฝ่ายหนุนให้ออก มีจำนวนใกล้เคียงสูงสีกันอย่างมาก จึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเช่นไร จนกว่าการนับคะแนนจะเสร็จสิ้นลงในวันศุกร์

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น มาดูกันก่อนว่ามีอะไรที่อาจเกิดขึ้นบ้าง หากประชาชนโหวตเลือกให้สหราชอาณาจักร ออกจากสหภาพยุโรป


ป้ายไฟประดับที่เมืองไบรตัน ทางใต้ของอังกฤษ

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากฝ่ายโหวต ‘ออก’ ชนะ

หากฝ่ายโหวตออก ได้เสียงข้างมาก นี่จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีประเทศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้ไม่มีใครรู้กระบวนการที่แน่ชัด แต่เป็นที่คาดกันว่า นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งสนับสนุนให้ยูเคอยู่ร่วมกับอียูต่อ จะใช้ มาตรา 50 ของสนธิสัญญาณลิสบอน ซึ่งเป็นกลไลสำหรับประเทศใดๆ ที่ต้องการออกจากอียู

มาตรา 50 จะกำหนดวิธีการเจรจากรอบเวลาที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป โดยบริเตนจะไม่เจรจาโดยตรงกับประเทศสมาชิกอียู แต่สมาชิกอียูจะหารือกันเองในที่ประชุมคณะกรรมการยุโรป (อีซี) และกำหนดกรอบเวลาออกมา จากนั้นฝ่ายยูเคจึงจะเข้าไปเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิกับคณะกรรมการยุโรป โดยที่ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรป (อีพี) ด้วย

มาตรา 50 ยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงในการออกจากสหภาพยุโรปต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 2 ปี และในระหว่างนั้นประเทศที่ต้องการจะออกจากการเป็นสมาชิกจะต้องบริหารประเทศภายใต้กฎหมาย และสนธิสัญญาต่างของอียูต่อไปก่อน แต่เส้นตายดังกล่าวสามารถถูกเลื่อนออกไปได้ หากสมาชิกอียูทั้งหมดเห็นชอบ และเมื่อเข้าสู่กระบวนการถอนตัวของมาตรา 50 จะไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผลการลงประชามติไม่มีข้อผูกมัดในตัวเอง และข้อตกลงใดก็ตามต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาสหราชอาณาจักร ซึ่งหมายความว่า ส.ส.ฝ่ายสนับสนุนให้อยู่ต่อ ซึ่งครองเสียงข้างมาก อาจพยายามขัดขวางกระบวนการนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ และนายกรัฐมนตรีคาเมรอน อาจต้องลาออก

แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่นายคาเมรอนจะไม่ใช้มาตรา 50 ทว่าหันไปใช้กฎหมายประชาคมยุโรปปี 1972 แทน เพื่อถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่การทำเช่นนี้จะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปยิ่งขึ้นไปอีก และอาจส่งผลให้ยูเคถูกบีบให้ทำข้อตกลงเพื่อออกจากอียู และแก้กฎหมายโดยไม่มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะส่งผลร้ายมากกว่าดี


นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กับ ซาแมนธา ภริยา กำลังเดินทางไปใช้สิทธิ์ลงประชามติ

ผลกระทบต่อสหราชอาณาจักร

ฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป เตือนว่าการออกจากอียูจะทำให้ประเทศอยู่ในภาวะไม่แน่นอนนานนับทศวรรษ เพราะพวกเขาจะต้องทำข้อตกลงทางการค้ารอบใหม่กับอียู และอีก 52 ประเทศที่ทำข้อตกลงกับอียู ซึ่งที่ผ่านมาเคยครอบคลุมถึงยูเคด้วย และพวกเจาต้องแก้กฎหมายซึ่งเคยอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายสหภาพยุโรปทั้งหมด ซึ่งกระบวนการเหล่านี้อาจต้องกินระยะเวลาล่วงเลยไปจนถึงปี 2021

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การออกจากสหภาพยุโรปอาจทำให้การเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศชะลอตัวหรือลดลง อันเป็นผลจากการลดลงของคนต่างด้าว เช่นจากประเทศสมาชิกอียู ที่จะเดินทางเข้ามาในยูเค ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับนักลงทุน แต่กลับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ซื้อที่จะได้ซื้อบ้านในราคาถูกลง โดยเฉพาะในกรุงลอนดอนซึ่งเป็นหนึ่งเมืองที่ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงที่สุดในโลก

ด้านการเดินทางไปมาระหว่างสหราชอาณาจักรและชาติสมาชิกอียู เชื่อว่าไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เนื่องจากยูเคอยู่นอกเขตไร้พรมแดน ‘เชงเกน’ ดังนั้น ชาวบริเตนต้องแสดงหนังสือเดินทางเมื่อเข้าสู่ชาติสมาชิกอียูอยู่แล้ว สิ่งที่อาจเพิ่มขึ้นมาหลังออกจากอียูคือ ชาวบริเตนต้องให้เจ้าหน้าที่ประทับตราหนังสือเดินทาง และเข้าแถวสำหรับนักเดินทางที่ไม่ใช่พลเมืองอียูเท่านั้น

ส่วนผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเสรีซึ่งอนุญาตให้พลเมืองของชาติสมาชิกอียู เข้าไปหางานในสหราชอาณาจักร หรือในทางกลับกัน จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่ายูเคจะออกจากสหภาพยุโรปโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี

ขณะที่ชาวอียูที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรกังวลว่าพวกเขาอาจถูกไล่กลับประเทศ หากชาวบริเตนเลือกที่จะออกจากอียู แต่แกนนำนักการเมืองฝ่ายหนุนให้ ‘ออก’ เคยออกมาบอกว่า ชาวอียูในประเทศจะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ต่อไป ส่วนคนอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามา จะต้องผ่านระบบใหม่ ซึ่งอาจเป็นการระบุแรงงานที่ต้องการในอุตสาหกรรมเฉพาะ และอนุญาตให้คนเหล่านี้ทำงานและอาศัยในประเทศ

ขณะเดียวกัน มีชาวสหราชอาณาจักรราว 4.5 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และมากกว่า 1.5 ล้านคนในจำนวนนี้อยู่ในชาติอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งชาวบริเตนกลุ่มนี้ก็กังวลเช่นเดียวกันว่า พวกเขาอาจต้องกลายเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายทันทีที่ยูเคออกจากอียู ขณะที่ชาวบริเตนที่ต้องการไปอาศัยอยู่ในชาติสมาชิกอียูจะต้องเจอข้อจำกัดมาขึ้นกว่าเดิม เช่นจำเป็นต้องใช้วีซ่าในการหางาน และไม่ได้รับสิทธิด้านสุขภาพที่เคยได้อีกแล้ว หากไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ เพิ่มเติม


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และแห่งอื่นๆ ทั่วโลกต่างจับจ้องการทำประชามติของสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

การถอนตัวจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนเป็นเวลานาน และความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่ตลาดการเงินไม่ชอบ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ค่าเงินปอนด์จะลดลงทันทีในวันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. ผลการลงประชามติออกมาว่าชาวบริเตนเลือกที่จะออก โดยจอร์จ โซรอส นักลงทุนเจ้าของฉายาพ่อมดการเงินชี้ว่า ค่าเงินปอนด์อาจดิ่งลงระหว่าง 15-20% ขณะที่ค่าเงินยูโรก็จะลดลงในช่วงสั้นๆเป็นอย่างน้อย

ขณะที่คาดว่าตลาดหุ้นก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักรออกมาระบุว่า เขาจะงดทำการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนในวันศุกร์ หาชาวบริเตนเลือกออกจากสหภาพยุโรป โดยผลกระทบจากเรื่องนี้มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก

นอกจากนี้ หากค่าเงินปอนด์และตลาดหุ้นอังกฤษได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากเกินไป ธนาคารกลางยูเค ‘แบงก์ ออฟ อิงแลนด์’ อาจเขามาแทรกแซงโดยมีหลายวิธีให้เลือกใช้เช่น พยุงค่าเงินด้วยการซื้อเงินปอนด์ด้วยเงินสกุลต่างประเทศมากขึ้น หรือขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกระทบต่อการจำนองและการกู้เงินต่างๆ ในยูเค


ผู้คนเข้าคิวที่หน้าสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในรุงลอนดอน

ผลกระทบต่อสหภาพยุโรป

การลงประชามติครั้งนี้ของสหราชอาณาจักร อาจกลายเป็นชนวนให้นักการเมืองฝ่ายต่อต้านสหภาพยุโรปทั่วทั้งทวีปเริ่มมีปากมีเสียงมากขึ้น โดยผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า ในหลายประเทศเช่นฝรั่งเศสและอิตาลี ต้องการให้รัฐบาลของพวกเขาจัดการลงประชามติเกี่ยวกับสถานภาพความเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ขณะที่ผลกระทบในด้านอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยที่สุด เรื่องนี้จะทำให้สหภาพยุโรปเผชิญปัญหาด้านการขนส่งเพิ่มขึ้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะล่าช้า ท่ามกลางปัญหาอีกมากมายที่ต้องจัดการทั้ง วิกฤติผู้อพยพ, ปัญหาเศรษฐกิจยูโรโซน และความก้าวร้าวของรัสเซีย

ความเคลื่อนไหวของสกอตแลนด์

มีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มชาตินิยมในสกอตแลนด์อาจเรียกร้องให้มีการจัดการลงประชามติเพื่อขอออกจากสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังจากล้มเหลวไปในปี 2014 หากชาวบริเตนเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรป โดยผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า ชาวสกอตต์ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ยูเคเป็นส่วนหนึ่งของอียูต่อไป ขณะที่ ส.ส.ของสกอตแลนด์ถึงกับระบุว่า พวกเขาจะพิจารณาหันไปใช้สกุลเงินยูโร หรือค่าเงินปอนด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ริชาร์ด วิตแมน จาก ‘ราชสถานบันกิจการระหว่างประเทศ’ หรือ ‘แชตแฮม เฮาส์’ ระบุว่า ช่วงเวลาเป็นสิ่งสำคัญ หลังสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์สามารถรอเพื่อดูว่ายูเคจะมีข้อตกลงแบบใดกับสหภาพยุโรป ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเรียกร้องการลงประชามติอีกรอบหรือไม่ พวกเขาจะรอช่วงเวลาที่มีโอกาสมากที่สุด หรือสกอตแลนด์อาจฉวยโอกาสนี้เจรจากับรัฐบาลกลางเพื่อขออำนาจปกครองเพิ่มขึ้นแทนก็ได้


นิโคลา สเตอร์เจียน รัฐมนตรีลำดับ 1 ของสกอตแลนด์ หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงประชามติ

แล้วถ้าฝ่ายโหวตให้ ‘อยู่ต่อ’ ชนะจะเกิดอะไรขึ้น?

ในทางทฤษฎี จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ตลาดหุ้นซึ่งตกอยู่ในความกังวลมาหลายสัปดาห์อาจปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินปอนด์และดัชนี FTSE 100 ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่อาจเกิดปัญหาในภายในพรรคอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน เพราะการทำประชามติครั้งนี้ทำให้เกิดความแตกแยกอย่างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี

แต่หากฝ่ายอยู่ต่อชนะแบบฉิวเฉียด นายคาเมรอนอาจต้องเผชิญการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ไนเจล ฟาเรจ แกนนำหนุ่นให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป อาจเรียกร้องให้มีการลงประชามติเป็นครั้งที่ 2 แม้นักการเมืองคนอื่นจะระบุว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็ตาม


บัตรลงคะแนนเสียงประชามติ