ช็อปของเก่าเก๋าที่ 2 ตลาดข้างวัดสวนแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย บ้านและสวน 27 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/840080

หากเอ่ยถึง “วัดสวนแก้ว” หลายคนรู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งซื้อหาข้าวของมือสอง ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายประเภท ครั้งนี้เราขอพาไป “ลุย” ตลาดที่ตั้งอยู่ข้างวัดแห่งนี้กันค่ะ มี 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดคลองถม 2 และตลาดประตูสมบัติ เปิดทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น. รับรองว่ามีเฟอร์นิเจอร์เก๋าๆ เก๋ๆ ให้เลือกชมแบบละลานตาเลยละ

ตลาดคลองถม 2

ตลาดนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับประตูใหญ่ของวัดสวนแก้ว เมื่อเข้ามาภายในตลาดจะพบเฟอร์นิเจอร์และของเก่าเรียงรายมากมาย แต่ละร้านค้าที่แบ่งเป็นล็อกๆ ก็จะมีสินค้าที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังเช่าไปใช้เป็นพร็อบได้อีกด้วย

ร้านลุงสิทธิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ร้านป้านิ่ม” จำหน่ายของสะสมโบราณ สินค้าเด่นคือเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า และของตกแต่งบ้านที่ทำจากเหล็กหล่อและทองเหลือง

ร้านขายของเก่าภายในตลาดคลองถม 2 มีเฟอร์นิเจอร์และของเก่าให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นของที่รับซื้อจากบ้านเรือน มีให้ เลือกทั้งเตียง ตู้ และโต๊ะ รวมไปถึงประตูไม้เก่าที่มีเอกลักษณ์

ตู้ลิ้นชักไม้สักเก่า นำมาทำสีใหม่ ขนาด 20 × 65 × 30 เซนติเมตร ราคา 1,200 บาท จากร้านป้าเล็ก

ตลาดประตูสมบัติ

ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับตลาดคลองถม ภายในตลาดมีทั้งหมด 4 ซอย แต่ละร้านล้วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป โดยเฉพาะหากใครชื่นชอบของกระจุกกระจิกหายาก หรือของสะสมเก่า ไม่แน่ว่าคุณอาจได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านไปบ้างก็เป็นได้

บรรยากาศภายในตลาดที่ทุกร้านค้ามีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ทั้งขายเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ที่คุณคาดไม่ถึง เช่น น้ำยาย้อมผม สบู่ และของพรีเมียม

ร้านขายของสะสมที่ทำให้เราหวนนึกถึงวันวาน ไม่ว่าจะเป็นกระป๋องลูกอม กระป๋องคุกกี้ ของเล่นสังกะสี หรือแก้วน้ำลายการ์ตูนที่วางอัดแน่นเต็มร้าน เหมาะสำหรับซื้อไปเป็นพร็อบ หรือซื้อเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ

“ถูก จิปาถะ” คือร้านที่รวบรวมข้าวของจิปาถะไว้หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์ทำฟัน เครื่องเสียง เครื่องดนตรี ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน เช่น โคมไฟ โต๊ะ และเก้าอี้

ที่มา – บ้านและสวน
www.baanlaesuan.com
www.facebook.com/baanlaesuanmag

 

สุดยอดรีสอร์ตบนเกาะเสม็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ม.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/844369

เริ่ด! จนได้รับรางวัล 2 ปีซ้อน ปารดี รีสอร์ท รีสอร์ตระดับ 5 ดาวสุดหรูในเครือเสม็ดรีสอร์ท กรุ๊ป จัดงานฉลองความสำเร็จในการได้รับรางวัล World Luxury Hotel Awards ระดับนานาชาติ ในปี 2016 ของ The Haute Grandeur Global Hotel Awards, Global Brands Awards ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

โกมล พรพัฒนไสว (กลาง) บอสใหญ่ปารดี รีสอร์ท ฉลองรางวัลแห่งความสำเร็จ โดยมีท่านทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย Jaime Nualart ร่วมยินดี.นอกเหนือจากรางวัลในประเทศที่ได้รับ Thailand Boutique Awards และอีกหลากหลายรางวัลจากเว็บไซต์ยอดนิยม ซึ่งปารดีได้รับการจัดอันดับจากลูกค้าและองค์กรทั่วโลก ว่าเป็นที่พักที่ได้รับมาตรฐานระดับสากลในเรื่องการ บริการและการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่เข้าพัก ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แนะนำรีสอร์ตสวยๆในประเทศไทยให้ต่างชาติได้รู้จักมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวในบางประเทศยังไม่รู้จักเกาะเสม็ด ไม่รู้ว่าความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่เสม็ด จ.ระยอง ยังมีอยู่อีกมากมาย

ทูตออสเตรียประจำประเทศไทย Enno Drofenik และครอบครัว.

พรรษชล-สยาม กุลตังวัฒนา และชัชพล บุญธนาพิบูลย์.บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยแขกวีไอพีที่เดินทางมาร่วมงานถึงเกาะเสม็ด อาทิ ทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรีย, เม็กซิโก, ฮังการี, สโลวะเกีย รวมทั้งคนกันเองอย่าง นพ.มารุต มัสยวาณิช, อวิกา แจ้งเจนกิจ, นลิน หริตวร ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดได้ดื่มด่ำกับวิวทะเลที่งดงามเป็นธรรมชาติ และเสียงเพลงจากวงบิ๊กแบนด์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี นำโดย ศ.เกียรติคุณ ดร.อภิณัฎฐ์ กิติพันธุ์ ซึ่งได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาบรรเลงอย่างซาบซึ้ง.

 

ไม่อิ่มไม่กลับบ้าน! ส่องของดี 5 ภาคงานเที่ยวเมืองไทย 2560 มหกรรมความฟิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2560 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/843706

กลับมาอย่างอลังการเช่นเคยกับ ‘เทศกาลเที่ยวเมืองไทยปี 2560’ มหกรรมท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 มกราคม 2560 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ ททท.ได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทยที่แสดงถึงอัตลักษณ์ในแต่ละภูมิภาคมาจำลองไว้ภายในงาน เรียกว่าคุณจะได้เห็นสีสัน วัฒนธรรม ของขึ้นชื่อ และอาหารท้องถิ่นจากทุกภาคทั่วไทยได้ที่นี่ที่เดียว!ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะไปเก็บภาพสีสันความสนุกสนาน บรรยากาศการช็อปปิ้งแสนคึกคัก อาหารอร่อยจากทั่วประเทศ มาฝากกัน โดยเราจะแบ่งให้ดูเป็น 5 ภาค ส่วนแต่ละภาคจะมีไฮไลต์เป็นอะไรบ้าง มาดูกัน…

ซุ้มโคมภาคเหนือ1. ภาคเหนือ สีสันเมืองล้านนา

เช็กอินกับซุ้มอุโมงค์โคม ณ ประตูทางเข้า หมู่บ้านภาคเหนือ ที่ถูกประดับประดาอย่างวิจิตรตระการตาด้วยโคมยี่เปงหลากสีสัน สัญลักษณ์แห่งเมืองล้านนา โซนสินค้าของดีก็จะมี สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ที่บอกเล่าถึงวิถีชีวิตและประเพณีของชาวล้านนา พบกับการจำลองบรรยากาศหมู่บ้าน พร้อมถ่ายภาพกับชนเผ่า 10 ชาติพันธุ์ สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชนเผ่าแต่ละพื้นที่ ผ่านการร้อง เล่น เต้น รำ มีโซน DIY ตกแต่งแหวนด้วยสี และมีโซนกาดเมืองเหนืออาหารอร่อยเพียบ

ถ่ายรูปกับชนเผ่าจากภาคเหนือ

ของดีภาคเหนืออีกอย่างที่พลาดไม่ได้

แหนมหมู น้ำพริกหนุ่ม2. ภาคอีสาน แซ่บนัว

มาต่อกันให้ม่วนซื่นกับสีสันคัลเลอร์ฟูลสไตล์ ‘อีสาน แซ่บนัว’ พบกับหมู่บ้านภาคอีสาน พร้อมตกแต่งด้วยโครงสร้างหลังคาทรงเกวียนทั้งหมู่บ้าน ชมธงใยแมงมุม เครื่องบูชาที่ชาวอีสานทำถวายเป็นพุทธบูชาและประดับตกแต่งอาคารในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อีกทั้ง ยังจะได้สักการะ พระธาตุพนมจำลอง ความสูงขนาด 10 เมตร และพระธาตุประจำวันเกิดของแต่ละวัน (7วัน 8 พระธาตุ) ห้ามพลาดงานฝีมือทำผ้าย้อมคราม ผ้าทอลายท้องถิ่น แซ่บกับอาหารอีสานมากมายหลายร้าน

มาถึงโซนภาคอีสานกันบ้าง

สักการะพระธาตุพนม

ไก่ย่างเขาสวนกวาง ภาคอีสาน

ส้มตำภาคอีสาน ขายดีมากๆ

ผ้าไหมมัดหมี่ ขอนแก่น3. ภาคกลาง อลังการเรือนแม่หญิง

พบกับการจำลองเรือนไทยเจ้าพระยา สมัยกรุงศรีฯ ในโซนหมู่บ้านภาคกลาง พบกับโซนอาหารภาคกลางที่จำลอง 15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ มารวมไว้ที่นี่ อีกทั้งมีการจำลองพิธีเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน เป็นต้น

ทอดมันภาคกลาง

ลูกชุบสีสันสดใส อร่อยคำโต ของดีภาคกลาง

ที่ภาคกลาง คนเยอะมากๆ

ไส้กรอกปลาแนม อาหารภาคกลางโบราณ

ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวขนุน4. ภาคตะวันออก สีสันแห่งท้องทะเล

เดินเข้าไปภายในก็พบกับประภาคารสูงใหญ่ สัญลักษณ์ของภาคตะวันออก ชมการจำลองสะพานอัษฎางค์ เกาะสีชัง หรือที่เรียกว่าสะพานแห่งรัก สามารถมาถ่ายรูปเช็กอินแบบเก๋ไก๋ได้ที่นี่ อีกทั้งมีโซนจำหน่ายอาหาร ของฝาก ของที่ระลึกมากมาย ได้แก่ อาหารทะเลสดๆ อาหารแห้งแปรรูป มะม่วงท้องถิ่น ข้าวหลามหนองมน หมูชะมวง กะปิเจ้าดัง หอยจ๊อ กุ้งจ๊อ ปูจ๊อ เป็นต้น

ประภาคารสูงใหญ่

สีสันตะวันออก ไปเที่ยวพัทยา และสะพานอัษฎางค์ เกาะสีชัง

มะม่วงของภาคตะวันออก

ของทะเลแห้ง5. ภาคใต้ ชมไข่มุกแท้ ไหว้เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

พบกับศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจำลอง ความศักดิ์สิทธิ์ของชาวปัตตานี ชมหมู่บ้านภาคใต้ สามารถมาสักการะ ‘พระธาตุนครจำลอง’ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์กลางวัฒธรรมและศาสนา และมีของเด่นของดีภาคใต้มากมาย เช่น โอ๊ะเอ๋วภูเก็ต ไข่มุกแท้ เครื่องสานย่านลิเภา ไข่เค็มไชยา หอยนางรมสดๆ ตัวใหญ่จากสุราษฎร์ธานี โรตีชาชัก การแสดงเชิดมังกรแสง สี เสียง อลังการ การแสดงหนังตะลุงบนเวที เป็นต้น

เดินมาถึงภาคใต้แล้ว…

การแสดงหนังตะลุง

ไข่มุกแท้จากทะเลภาคใต้

สักการะพระธาตุนคร

โอ๊ะเอ๋วภูเก็ตการเดินทาง

สามารถเดินทางไปสวนลุมพินีได้ง่ายๆ โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ให้ขึ้นที่สถานีสีลม แล้วเดินมาออกที่ทางออกหมายเลข 1 หรือขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาลงที่ศาลาแดงก็ได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องเดินมาไกลสักนิด ปีนี้ขาเที่ยวขาชิมทั้งหลายต้องไปเช็กอินที่นี่ให้ได้ อย่าพลาดนะจ๊ะ!

 

ไหว้เจ้าเสริมเฮง! เจาะ 9+1 ศาลเจ้าสุดฮิต แก้ชงรับมงคลตรุษจีนปีไก่ทอง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/843613

ซินเหนียนไคว้เล่อ! ขอต้อนรับความเฮงในปีไก่ทอง 2017 ตรุษจีนปีนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมีแต่ความเฮง เฮง เฮง ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ หน้าที่การงานรุ่งเรือง ปีใหม่ทั้งที เราเลยอยากชวนคุณไปตระเวนไหว้พระเสริมมงคล ที่วัดจีนและศาลเจ้าชื่อดังในเมืองไทย ทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง

ส่วนจะมีวัดไหนที่เป็นสุดยอดแห่งความฮอตฮิต ตามมาเช็กลิสต์ที่นี่เลย…

อ่านเพิ่ม : 5 ปีหนัก! หมอช้างแนะไหว้ ‘เทพเจ้าโชคลาภ’ เปลี่ยนหม้อข้าว กระเป๋าเงินรับเฮง

อ่านเพิ่ม : คู่มือไหว้เจ้าตรุษจีน 10 สิ่งครอบจักรวาลที่ต้องรู้ ปี 2560

1. วัดเล่งเน่ยยี่ ย่านเยาวราช

วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นวัดจีนเก่าแก่ของย่านเยาวราช ที่มีความสวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นวัดเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้ชงทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.

สำหรับปีนี้ ดวงที่ชงกับปีไก่ ได้แก่ ปีเถาะ ที่ชงปะทะเต็มๆ 100% ส่วนปีที่ร่วมชง ได้แก่ ปีระกา, ปีมะเมีย, ปีชวด คนที่อยากแก้ชง มักจะไม่พลาดมาที่วัดนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไป แม้ไม่ได้มาแก้ชงแต่ก็หลั่งไหลเข้ามาไหว้พระไหว้เจ้า เพื่อขอพรเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ภายในประดิษฐานพระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภะพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า วิหารด้านหน้าประดิษฐานท้าวจตุโลกบาลข้างละ 2 องค์ นอกจากนี้ยังมีเทพไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ตรุษจีนปีนี้ใครมาเที่ยวเยาวราช อย่าลืมเข้ามาสักการะ เทพไฉ่ซิงเอี้ย เพื่อเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ปีใหม่ด้วยโชคลาภ เงินทอง และความเป็นมงคล

ภายในวัดมังกรกมลาวาส สวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลย

วัดเล่งเน่ยยี่ เยาวราช ผู้คนนิยมไปที่นี่มากถึงมากที่สุด คนเยอะทุกปีอะ จริงๆ นะ

ไปไหว้เจ้าเสริมดวง2. ศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้า

ศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้า เป็นศาลเจ้าอีกแห่งที่เก่าแก่เช่นกัน ตามหลักฐานพบว่ามีการก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2435 ตั้งอยู่ที่ตลาดเก่าเยาวราช จากถนนมังกร เดินมาไกลหน่อย แต่ก็พอไหว เดินเรื่อยๆ สักพักก็จะถึงศาลกวนอูแห่งนี้ ความสำคัญของที่นี่นอกจากเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์แล้ว ยังประดิษฐานเทพเจ้าม้า ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นม้าเส็กเทาของเทพกวนอูอีกด้วย ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรเรื่องการงาน เรื่องสุขภาพ รวมถึงขอพรจากม้าเส็กเทาในเรื่องลูก เพื่อขอให้ลูกว่านอนสอนง่าย เป็นต้น

ศาลเจ้ากวนอูและม้าเส็กเทา3. ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ

ที่นี่เป็นศาลเจ้าแต้จิ๋วที่เก่าแก่ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของเหล่าพ่อค้าแถบนี้กันมายาวนาน ลักษณะเป็นอาคารหลังเดียวขนาดย่อม สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุยาวนานที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้มีหลักฐานจากป้ายจารึกของศาลเจ้า ที่เขียนเป็นภาษาจีนว่า สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2201 ซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง

ภายในศาลเจ้ามีแท่นบูชาเทพเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะและภรรยา เป็นแท่นประธาน ฝั่งซ้ายมือตั้งแท่นเทพเจ้ากวนอู และฝั่งขวามือเป็นแท่นประทับราชินีแห่งสวรรค์ ส่วนด้านขวาใกล้ประตู เป็นที่ตั้งระฆังโบราณที่สร้างมาตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าเต้ากวง ซึ่งเป็นฮ่องเต้ช่วงปลายราชวงศ์ชิงของจีน น่าจะยืนยันได้ว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุราว 300 กว่าปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอย่าง กระถางธูปพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เก็บไว้ด้วย

ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ย่านเยาวราช

เป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก แต่เก่าแก่โบราณมากกว่า 300 ปี4. มูลนิธิเทียนฟ้า

มูลนิธีเทียนฟ้า ตั้งอยู่ที่ริมถนนเยาวราช ตรงข้ามซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพร ในช่วงวันตรุษจีนจะมีชาวจีนและนักท่องเที่ยวเข้ามาไหว้ขอพร เพื่อให้องค์เจ้าแม่ช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีสุขภาพแข็งแรง

มูลนิธิแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2446 ในรัชกาลที่ 5 แรกเริ่มเดิมที ที่นี่เป็นโรงพยาบาลเพื่อเยียวยารักษาชาวจีน ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามายังประเทศไทย โดยรวบรวมทุนทรัพย์จากพ่อค้าชาวจีนและประชาชนในย่านนี้ร่วมกันสร้างขึ้น ต่อมาจึงได้มีการอัญเชิญสมเด็จพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม) ซึ่งเป็นไม้จันทน์แกะสลักจากประเทศจีน มาประดิษฐานเป็นที่เคารพสักการะทางใจสำหรับผู้ป่วย ตั้งบริเวณด้านหน้าของโรงพยาบาล

ในช่วงตรุษจีน ที่นี่ถือเป็นสถานที่ยอดนิยมอันดับต้นๆ ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมาสักการะขอพร นอกจากนี้ในแต่ละปีก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาชมความงดงามขององค์เจ้าแม่กวนอิม รวมถึงมาสักการะขอพรต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชม.

สักการะเจ้าแม่กวนอิม

ไหว้ขอพรให้สุขภาพดี5. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร 

วัดไทยหนึ่งเดียวในย่านเยาวราชก็คือ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือ วัดสามจีน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมูลนิธิเทียนฟ้า ว่ากันว่าที่ชื่อดั้งเดิมเรียกว่า วัดสามจีน ก็เพราะว่ามีคนจีน 3 คน ช่วยกันสร้างวัดนี้ขึ้นมา แต่ก่อสร้างมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สมัยใด กลับไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด

ที่นี่มีความพิเศษคือ เป็นที่ประดิษฐานของ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ ปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ หลวงพ่อทองคำ ได้รับการจดบันทึกลงในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ 99.9% ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ยังมีพุทธสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าอย่าง พระมหามณฑป ที่สวยงามจนสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมอยู่ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในวันตรุษจีนนี้ ผู้คนไม่ได้เดินทางไปไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดจีนเท่านั้น แต่ยังเดินทางมาสักการะหลวงพ่อทองคำแห่งวัดไตรมิตร เพื่อความโชคดีและความมั่งมีศรีสุขต้อนรับปีใหม่จีนกันทุกๆ ปี ที่นี่เขาเปิดให้เข้าชมได้ในวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

วัดไทย แต่ผู้คนก็นิยมมาไหว้กันช่วงตรุษจีนเช่นกัน

วัดไตรมิตรฯ เยาวราช6. ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า

ถัดจากย่านเยาวราช เราไปต่อกันที่ย่านเสาชิงช้ากันบ้าง ที่นี่มีศาลเจ้าอันโด่งดัง คือ ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือศาลเจ้าตั่วเล่าเอี้ย ตั้งอยู่ที่ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เป็นศาลเจ้าจีนสายลัทธิเต๋าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย

ภายในประดิษฐาน เฮี้ยงเทียนเซียงตี่, รูปเจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ผู้คนนิยมมาสักการะและขอพรในเรื่องการงานประสบความสำเร็จ เสริมอำนาจบารมี ร่ำรวยเงินทอง เป็นต้น

มาไหว้เจ้า แก้ชง เสริมดวง7. วัดทิพยวารีวิหาร บ้านหม้อ

ถัดมาเราอยากพาไปที่ย่านบ้านหม้อ ที่นี่มีวัดทิพยวารีวิหาร หรือวัดกัมโล่วยี่ ตั้งอยู่ในซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร เขตพระนคร เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีปี พ.ศ. 2319 ภายในประดิษฐานองค์เทพสำคัญๆ มากมาย เป็นอีกวัดหนึ่งที่ผู้คนนิยมมาไหว้แก้ชงเป็นประจำทุกปี

ภายในวัดมีเทพศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ หมออูโต๋ว เทพปรองดอง เทพแห่งความรัก เทพขุนพลเอี่ยยิ่ม องค์ซำกวง หรือเทพ 3 ตา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หลวงจีนคณาณัติจีนพรต เทพมังกรเขียว หรือแชเล่งเอี๊ย เทพารักษ์ผู้รักษาบ่อน้ำทิพย์ประจำวัดทิพยวารีวิหาร ผู้ศรัทธานิยมมาขอพรเรื่องความสมปรารถนา การคุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ

สักการะพระและองค์เทพเพื่อความเป็นสิริมงคล8. วัดเล่งเน่ยยี่ 2

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ตั้งอยู่ที่ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นวัดมหายานในความอุปถัมภ์ของคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่เศษ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2539

ภายในวัดประกอบด้วยวิหารต่างๆ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตามแนวทางศาสนาพุทธจีนนิกายมหายาน มีวิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์, วิหารหมื่นพุทธเจ้า, วิหารบูรพาจารย์, ห้องปฏิบัติธรรม, ที่พำนักสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ว่ากันว่าการออกแบบอาคารต่างๆ จำลองมาจากสถาปัตยกรรมจีนใน ‘พระราชวังต้องห้าม’ ของกรุงปักกิ่ง

ไฮไลต์ของที่นี่ คงหนีไม่พ้นการแก้ชง ซึ่งทุกปีจะมีผู้คนเดินทางมาแก้ชงที่วัดนี้จำนวนมาก เพื่อฝากดวงชะตาไว้กับเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย ให้คุ้มครองดวงชะตา ให้ชีวิตรุ่งเรืองราบรื่นตลอดปี ซึ่งมีป้ายบอกทางไปยังจุดที่จะทำพิธีแก้ชง และมีเจ้าหน้าที่คอยบอกขั้นตอนต่างๆ เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดเวลา 08.00 – 18.00 น.

งดงามอลังการ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง จ.นนทบุรี

สร้างคล้ายพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง

ไหว้แก้ชง9. วัดมังกรบุปผาราม จ.จันทบุรี

วัดเล่งฮัวยี่ หรือวัดมังกรฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาของวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) มีสถาปัตยกรรมลักษณะผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีนภาคใต้

ด้านหน้าวัดเป็นวิหารท้าวจตุโลกบาล ประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ส่วนภายในมีอุโบสถทรงจีนหลังคาซ้อน 3 ชั้น ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธานสามพระองค์ โดยที่นี่เป็นที่นิยมของผู้ที่ต้องการแก้ชง รวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนที่นิยมมาไหว้เทพเจ้าต่างๆ เพื่อเสริมมงคลรับปีใหม่ในปีไก่ทอง 2017

จุดไฟตะเกียงหรือเทียน เพื่อชีวิตสว่างไสวรุ่งเรือง10. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม อ่างศิลา จ.ชลบุรี

วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ซึ่งผู้คนแถวนี้รู้จักกันในชื่อ ‘ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ’ ตั้งอยู่ริมเส้นทางเลียบชายทะเลจากอ่างศิลาไปเขาสามมุข จ.ชลบุรี ที่นี่เป็นศาลเจ้าจีนที่ก่อสร้างอย่างสวยงามใหญ่โต อลังการงานสร้างสุดๆ จุดเด่นคือมีตึก 4 ชั้นสูงเด่นตระหง่าน ภายในโอ่โถงตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน ส่วนศิลปวัตถุที่สำคัญและงดงามมาก ได้แก่ รูปปั้นมังกรซึ่งมีมากถึง 2,840 ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน ภายในประดิษฐาน ‘องค์ไท้ส่วยเอี้ย’ ที่เชื่อกันว่าเป็นองค์เทพที่ช่วยคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์ มีครบทั้ง 60 องค์ เจ๋งกว่าที่นี่ไม่มีอีกแล้ว!

ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื่อ มีองค์ไท้ส่วยเอี้ยครบ 60 องค์

เจาะ 5 จุดเที่ยวสนุก! ดูวิธีฟื้นป่า ห้วยฮ่องไคร้ ใช้ชีวิตตามรอยพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/840974

แม้ว่าพระองค์จะทรงจากเราไปจนครบ 100 วัน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าคนไทยทุกคนยังคงคิดถึงพระองค์ท่าน และระลึกถึงพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระองค์ท่านอยู่ไม่เสื่อมคลาย หนึ่งในพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ที่มีความสำคัญต่อชาวเราไม่น้อย นั่นคือ การรักษาและการฟื้นฟูป่า เพื่อให้เป็นแหล่งน้ำและแหล่งทำกินของประชาชน

เมื่อมีป่าก็มีอาหาร มีอาชีพ มีรายได้ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ว่าแต่…เราจะนำหลักคำสอนของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? ถ้ายังนึกไม่ออก ก็ต้องเดินทางไปหาแรงบันดาลใจสักหน่อยแล้ว

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยขออาสาพาคุณไป ‘เที่ยวและเรียนรู้’ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย เพื่อหารูปแบบการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำที่เหมาะสม และเผยแพร่ให้ราษฎรนำไปปฏิบัติต่อไป

ที่นี่เป็นศูนย์ศึกษาฯ ลำดับที่ 5 (จากทั้งหมด 6 แห่ง) ที่พระองค์ทรงใช้เวลาถึง 30 ปี ในการฟื้นฟูที่ดินอันแห้งแล้งแห่งนี้ให้กลับมามีแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์และผืนป่าอันเขียวขจี จนวันนี้ ศูนย์ศึกษาฯ ห้วยฮ่องไคร้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย

จุดชมวิวที่ห้วยฮ่องไคร้ส่วนจะมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง มาดูกันเลย

1. ทำความรู้จัก ‘ห้วยฮ่องไคร้’

เริ่มต้นที่อาคารสำนักงานภายในศูนย์ฯ เพื่อมาหาความรู้กันก่อน “คำว่า ฮ่อง เป็นภาษาเหนือ แปลได้ว่า ร่อง (ร่องน้ำ) ส่วนคำว่า ไคร้ ก็คือต้นไคร้ เป็นพืชน้ำที่เกิดตามร่องน้ำ บ่งชี้ได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นั้นๆ” อดุลย์ มีสุข นักวิชาการเกษตรประจำศูนย์ศึกษาห้วยฮ่องไคร้ เล่าที่มาของชื่อนี้ให้ฟัง

อดุลย์เล่าต่อว่า สมัยก่อนในหลวง ร.9 มาพบพื้นที่ตรงนี้ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรม แห้งแล้ง มีแต่หินกรวด ไม่สามารถทำประโยชน์อะไรได้ แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงเห็นว่าพื้นที่นี้น่าจะฟื้นฟูได้ พระองค์ท่านจึงทรงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่มาดูพื้นที่ นำดินไปทดสอบ พบว่าดินเมื่อโดนน้ำแล้วละลายน้ำได้ดี (แปลว่าดินแบบนี้ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้)

วิวมุมสูงภายในศูนย์ฯ ห้วยฮ่องไคร้พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า ให้ต่อท่อน้ำมาจากที่อื่น ให้มีน้ำชุ่มในร่องห้วยเก่า จากนั้นให้ทำฝายเล็กๆ ไว้ตามร่องห้วย ฝายช่วยชะลอการไหลของน้ำ พอลำห้วยมีน้ำ ป่าก็ฟื้นตัว ซึ่งวิธีฟื้นป่าดังกล่าว เกิดที่นี่แห่งแรกของประเทศไทย โดยเกิดจากหลักการของพระองค์ท่าน

จากนั้นเมื่อป่าเริ่มฟื้น พระองค์ก็ทรงส่งเสริมให้ปลูกป่าเพิ่ม ตามหลักการป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง หลังจากป่าแห่งนี้ฟื้นฟูแล้ว พบว่าจากเมื่อก่อนที่เคยน้ำท่วม แต่ตอนนี้น้ำไม่ท่วม และเกิดประโยชน์ขึ้นมามากมาย เกิดตาน้ำใต้ดิน มีพรรณไม้เพิ่มขึ้นมากถึง 300-400 ชนิด พบว่ามีสัตว์คืนถิ่น โดยเฉพาะ ‘นกยูง’ พบประมาณ 300 ตัว

เรือนต้นแบบกึ่งไม้กึ่งปูน ตั้งอยู่ริมสระน้ำผลจากการดำเนินงานเรื่องฟื้นฟูป่าตามแนวพระราชดำริ พระองค์ทรงให้เจ้าหน้าที่หลากหลายหน่วยงาน มาทำงานร่วมกันเชิงบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง ปศุสัตว์ องค์กรการเกษตร ฯลฯ ทำงานร่วมกันมานานถึง 30 ปี

ทุ่งดอกคอสมอส2. ทุ่งดอกคอสมอส

หลังจากฟังความรู้คร่าวๆ แล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปเที่ยวชมภายในศูนย์ฯ ห้วยฮ่องไคร้ จุดแรกที่โดดเด่นสะดุดตาเลยก็คือ ทุ่งดอกคอสมอส คละสีกระจายตัวอยู่เต็มทุ่ง แถมยังมีดอกไม้ป่าอีกหลากหลายชนิดที่นำมาปลูกประดับไล่ระดับสีอย่างสวยงาม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาแวะถ่ายรูปมุมนี้อยู่ไม่ขาดสาย

ดอกไม้สวยๆ ฟ้าใสๆ อากาศดี

ดอกต้อยติ่งเทศสีม่วง3. แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่

ส่วนบริเวณรอบนอก เป็นที่ตั้งของแปลงสาธิตการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดต่างๆ มีทั้งแปลงข้าว หญ้าแฝก สวนต้นฟักข้าว แปลงพืชสมุนไพร ผักสวนครัว โรงเรือนจัดแสดงผีเสื้อพันธุ์ต่างๆ บ่อเลี้ยงปลาทับทิม บ่อเพาะพันธุ์กบ เป็นต้น

ลูกฟักข้าว วิตามินซีสูงมาก

แปลงปลูกต้นกาแฟ

ฟาร์มสาธิตเลี้ยงไก่พันธุ์ต่างๆ

ยุ้งเก็บข้าวเปลือกแบบโบราณของทางเหนือ

บ่อสาธิตการเลี้ยงปลา4. ฟาร์มแพะ ช็อปชิมชิล

จากนั้นเราเดินทางต่อไปยังฟาร์มแพะและฟาร์มวัวนม ที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของศูนย์ฯ ห้วยฮ่องไคร้ ที่นี่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองรีดนมวัว ให้อาหารแพะ และยังมีจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น่าสนใจ เช่น นมวัวสด นมแพะสด ไอศกรีมนมแพะ ไอศกรีมนมวัว ชีสนมแพะ โยเกิร์ตนมแพะ สบู่นมแพะ เป็นต้น

แพะนม ให้นมวันละหลายลิตร

โยเกิร์ตนมแพะ

ไอศกรีมนมแพะ

ให้อาหารแพะ5. หอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ส่วนจุดนี้กำลังจะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ นั่นคือ หอเฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวง ร.9 ซึ่งที่นี่เป็นอาคารสำหรับจัดแสดงองค์ความรู้ต่างๆ จากหลักการของพระองค์ ในรูปแบบที่ทันสมัย เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ จัดสร้างขึ้นโดยโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ไทยเบฟฯ ที่ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาคนและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

เป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับบุคคลทั่วไปโครงการจัดสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครองราชย์ครบ 70 ปี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย จากโครงการพระราชดำริจำนวนมากมาย ที่ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ โดยภายในโครงการได้มีการอนุรักษ์อาคารศาลาทรงงานหลังเก่าของพระองค์ท่านเอาไว้ พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบให้สวยงาม

ใครที่เดินทางมาเที่ยวที่เชียงใหม่ อย่าลืมแวะไปชม ชิม ชิล และสัมผัสธรรมชาติที่ศูนย์ฯ ห้วยฮ่องไคร้ นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังได้เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมอยู่ตรงหน้า จนเหมือนได้ใกล้ชิดอยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาท ทำให้รู้สึกอิ่มใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้.

ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ได้ทั้งครอบครัว

แบบร่างภายในหอเฉลิมพระเกียรติฯ 

เคยไปหรือยัง? สวยงามอลังการ สแกนชัด พุทธอุทยาน จ.กาญจนบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/828726

สวัสดีปีใหม่ ปีไก่ 2560 สัปดาห์นี้ คู่มือคนเมืองไทยรัฐออนไลน์ ขอพาไปเที่ยวชม ไหว้พระ ถ่ายรูปในสถานที่งดงามอลังการ ทั้งยังเป็นแหล่งความรู้ทางพระพุทธศาสนา  กับแลนด์มาร์คแห่งใหม่จังหวัดกาญจนบุรี ‘พุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์’ ซึ่งได้เปิดให้เข้าชมกันสักระยะหนึ่งแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักกันมากเท่าไรนัก วันนี้เราพาไปสแกนสิ่งน่าสนใจในสถานที่แห่งนี้ให้ได้ชมกัน…

เรื่องเล่า กำเนิดพระพุทธรูปปางขอฝน ‘พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์’


เมื่อครั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้าง วัดทิพย์สุคนธาราม ณ ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ให้การอุปถัมภ์การดำเนินการสร้างวัดและเสนาสนะต่างๆ  จึงทำให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ บริเวณดังกล่าวมีความแห้งแล้ง ชาวบ้านประสบปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ในการเพาะปลูก จึงไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ กอปรกับพุทธศตวรรษที่ 26 นี้ (พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2600) นับเป็นปี “พุทธชยันตี” ครบรอบวันถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลากว่า 2,600 ปี

อีกทั้งช่วงเวลาในขณะนั้นได้เกิดเหตุพระพุทธรูปศิลปะคันธาระอายุเก่าแก่ที่สลักขึ้นด้วยจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาของกษัตริย์แห่งราชวงศ์คุปตะ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 10 บนหน้าผาสูง 2,500 เมตร ในหุบเขาบามิยัน อันเป็นฐานที่มั่นของพระพุทธศาสนามาเป็นเวลากว่าสองพันปีได้ถูกทำลายลง เมื่อพุทธศักราช 2544 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ จึงเกิดแรงบันดาลใจสำคัญในการดำริสร้าง พระพุทธรูปใหญ่ เป็นสิ่งแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ปรารถนาอันแรงกล้าสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป ประกอบกับกำหนดให้เป็นปางคันธารราฐ หรือ ปางขอฝน เนื่องด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือราษฎรบริเวณนั้น เพราะพุทธานุภาพของพระพุทธรูป จะช่วยดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลได้

พระพุทธเมตตาฯ-

สวยงาม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูง 32 เมตร บนเนื้อที่กว่า 320 ไร่

สมเด็จพระมหาธีราจารย์จึงมีดำริให้สร้างพระพุทธรูปปางขอฝน องค์ใหญ่ สูง 32 เมตร หมายถึงอาการแห่งกายครบบริบูรณ์ทั้ง 32 ประการของมนุษย์ สร้างอยู่บนเนื้อที่กว่า 320 ไร่ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกความรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนาที่สืบเนื่องมาแต่อดีต พร้อมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตใจ และบำรุงขวัญพุทธศาสนิกชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ให้ยั่งยืนสืบไป โดยท่านได้ให้นามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์” อันเป็นนามที่มีความหมาย 3 ประการ คือ

1. เป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยและชาวโลก

2. เป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของสามโลก ได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก

3. เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง พระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน

พระพุทธเมตตาฯ ใช้เวลาก่อสร้างถึง 3 ปี

ปฐมฤกษ์แห่งการก่อสร้าง คณะกรรมการ โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธาน (ฝ่ายฆราวาส) ได้ดำเนินการจัดพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง ณ บริเวณอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 และเมื่อโครงการได้ดำเนินไประยะหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเททองหล่อชิ้นส่วนสำคัญของพระพุทธเมตตาประชาไทยฯ (พระหัตถ์ขวา ซึ่งเป็นกิริยาสำคัญของพระพุทธรูปปางขอฝน คือ กิริยากวักเรียกฝน) ณ วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557

จากนั้นโครงการฯ ได้ดำเนินการตามแผนอย่างเรียบร้อย โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยแรงศรัทธาจากทุกภาคส่วนที่มีความจงรักภักดีและศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาจนแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2557 รวมระยะเวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น 3 ปี ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานในพิธีสมโภชพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 23 ธันวาคม 2558

สถานที่น่าสนใจในพุทธอุทยาน

จุดแรก : องค์พระพุทธเมตตาฯ และลานประทักษิณ

เมื่อได้เห็นกับตา หลายคนต้องรู้สึกเหมือนกันว่างดงามเหลือเกิน องค์พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ประดิษฐาน ณ ลานประทักษิณ พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณเกือบกึ่งหน้าภูเขา มีรูปทรงเฉพาะเป็นสามเหลี่ยมตั้งอยู่กลางที่ราบ ทำให้องค์พระมีความโดดเด่น สง่างาม โดยมีทางเดินนำสายตามุ่งหน้าสู่องค์พระ ซึ่งบริเวณทางเดินเข้าสู่องค์พระเป็นพื้นที่ยกระดับสูงขึ้นไปทีละน้อย เปรียบเสมือนการเดินขึ้นไปนมัสการองค์พระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนที่สูง ซึ่งภูเขาที่เขียวชอุ่มด้านหลังองค์พระเป็นดังฉากหลังที่กันสายตา ส่งเสริมให้องค์พระเด่นชัดยิ่งขึ้น

ท้าวไวยเวทย์

ท้าวสุบรรณคีรี

นอกจากนั้นภูมิทัศน์โดยรอบไม่มีอาคารหรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มาบดบังมุมมองทัศนียภาพและองค์พระ บริเวณด้านหลังข้างองค์พระมียักษ์ 2 ตนเป็นผู้คอยปกป้องพิทักษ์ องค์พระพุทธรูป ยักษ์ตนที่สถิตอยู่ด้านซ้ายองค์พระ มีนามว่า “ไวยเวทย์” สีแดงฉานแสงพระอาทิตย์ อาวุธพิเศษประจำกาย คือ เมฆพัท พระอิศวรประทานให้เป็นหอก ที่มีฤทธิ์เดชเกรียงไกร สามารถพุ่งไปทำลายศัตรูให้ราบคาบในชั่วพริบตา ยักษ์ตนที่สถิตอยู่ด้านขวาองค์พระ มีนามว่า “สุบรรณคีรี” เป็นแม่ทัพยักษ์ที่มีความยิ่งใหญ่ กายเป็นสีเขียว มีรูปร่างกำยำและมีขนาดร่างกายใหญ่กว่ายักษ์ตนอื่น

จุดที่ 2 : อาคารนิทรรศการ อนุสรณ์แห่งการตื่นรู้

จุดนี้บอกเลยว่าได้รับความรู้มากมาย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลในการดำเนินโครงการจัดสร้างพระพุทธเมตตาฯ ไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ก่อกำเนิด การเผยแผ่ และพัฒนาการด้านการสืบทอดพระพุทธศาสนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชื่อที่ว่า หากพุทธศาสนิกชนเข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาได้มากขึ้นเท่าใด การสืบทอดพระพุทธศาสนาจะก้าวหน้ายืนยาวและหยั่งรากลึกลงไปถึงแก่นได้มากขึ้นเท่านั้น โดยการจัดแสดงนิทรรศการในอาคารนั้น แบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 จัดแสดงประวัติความเป็นมาของโครงการฯ ตั้งแต่การดำริสร้าง ความท้าทายทางวิศวกรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ 2 จัดแสดงนิทรรศการเรื่องของการเดินทางของพระพุทธศาสนาจากดินแดนชมพูทวีปสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ การหยั่งรากของพระพุทธศาสนาลงบนดินแดน สุวรรณภูมิจวบจนปัจจุบัน

ส่วนที่ 3 จัดแสดงสัญลักษณ์และเครื่องหมายแห่งการระลึกถึงพระพุทธศาสนา ตลอดจนหลักปรัชญาและคติคำสอน เพื่อการเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ 4 จัดแสดงเรื่องราวของการสืบทอดพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

จุดที่ 3 : วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดทิพย์สุคนธารามจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 ด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนาของนางฉันท์ทิพย์ กลิ่นโสภณ และครอบครัว โดยได้ถวายที่ดิน 339 ไร่ ที่ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยทุนทรัพย์เป็นทุนในการสร้างวัด เพื่อประโยชน์ทางศาสนาของภิกษุสงฆ์และประชาชน โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม รับอุปถัมภ์การสร้างวัดมาตั้งแต่ต้น และได้ตั้งนามวัดว่า “วัดทิพย์สุคนธาราม” และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2556

จุดที่ 4 : สวนป่าพุทธอุทยาน

สงบร่มเย็นเป็นที่สุดกับสวนป่าพุทธอุทยาน ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 170 ไร่ โดยออกแบบให้มีบรรยากาศพุทธอุทยาน ด้วยความมุ่งหมายที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น เพื่อความชุ่มชื้นของพื้นที่ มีความโดดเด่นในการใช้พรรณไม้นานาชนิดรายรอบพื้นที่ โดยการคัดเลือกพรรณไม้ที่มุ่งเน้นไม้ที่มีความหมายตามพุทธประวัติเป็นสำคัญ เป็นพรรณไม้ไทยพันธุ์หายาก พรรณไม้ในพุทธประวัติอันเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องราวการประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน สมเป็นสวนแห่งธรรม นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการจัดนิทรรศการกลางแจ้ง จัดแสดงเป็นสัญลักษณ์และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ใน พุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติจนถึงการเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 4 เหตุการณ์สำคัญ คือ

1. กำเนิดมหาโพธิ การประสูติของพระพุทธเจ้าและการเสด็จออกผนวช
2. ค้นพบการตื่นรู้ การบำเพ็ญทุกรกิริยา และการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
3. จากหน่อแรก เจริญงอกงามแผ่ขยายร่มเงา การแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
4. มหาโพธิสิ้นอายุขัย การเสด็จดับขันธปรินิพพาน

จุดที่ 5 : อ่างเก็บน้ำในพระบรมราชินูปถัมภ์

อ่างเก็บน้ำในพระบรมราชินูปถัมภ์สถานที่สุดท้ายเราถือว่าเป็นของแถมสำหรับคนชอบถ่ายรูป เป็นสถานที่เก็บกักน้ำเพื่อเอาไปใช้สอยต่างๆ ภายในอุทยาน แต่แอบบอกอีกว่าถือเป็นจุดชมวิวชั้นดีเลยก็ว่าได้ พักผ่อนหย่อนใจชิลๆ ถ่ายรูปเก๋ๆ ก่อนขับรถกลับบ้าน

พุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสักการะองค์พระพุทธเมตตาฯ
เปิดเข้าสักการะทุกวันฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00 – 19.00 น.

อาคารนิทรรศการอนุสรณ์แห่งการตื่นรู้ เปิดเข้าเยี่ยมชม วันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น.

 

ตะลุยอเมริกาเที่ยวป่า Yosemite ขาลุยห้ามพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 21 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/838557

Yosemite National Park ถือว่าเป็นสถานที่ในฝันแห่งหนึ่งของแบกกล้องเที่ยวเลย สถานที่แห่งนี้ผมเคยเห็นรูปอยู่บน wallpaper ของเครื่อง mac book ไม่เคยคิดว่า เราจะมีโอกาสได้มายืนที่นี่ ได้สัมผัสความสวยงามสุดแสนอลังการของธรรมชาติเบื้องหน้าแบบนี้

อุทยานแห่งชาติ โยเซมิตี (Yosemite National Park) ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยการผลักดันของนักอนุรักษ์ธรรมชาติคนสำคัญคือ จอห์น มุยร์ หุบเขาโยเซมิตี (Yosemite Valley) มีความกว้าง 1.6 กิโลเมตร ยาว 11 กิโลเมตร ถูกตัดผ่านโดยธารน้ำแข็ง (Glacier) ในอดีตกาล จนกลายเป็นหุบเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ฮาล์ฟโดม (Half Dome) และเอล แคปปิตอล (El Capital) ภูเขาหินขนาดใหญ่ที่มีหน้าผามหึมาตั้งฉากและสูงลิบคือสัญลักษณ์ของอุทยานฯ นี้ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แค่ขับรถเที่ยวชมก็ควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 วัน โดยเฉพาะที่หุบเขาโยเซมิตีก็ต้องใช้เวลาแล้ว 1 วัน แม้จะมีระยะทางเพียง 19 กิโลเมตร แต่ก็มีจุดที่ควรแวะดูมากมาย

เริ่มต้นให้แวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววัลเล่ย์ (Valley Visitor Center) ก่อนเป็นแห่งแรก เข้าชมการบรรยายประกอบการฉายสไลด์สั้นๆ เพื่อเข้าใจประวัติและความเป็นมาของอุทยานฯ แห่งนี้ จากนั้นขึ้นรถต่อไปยังน้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) ซึ่งเป็นน้ำตกสวยเห็นโดดเด่นแต่ไกล มีเส้นทางเดินเท่าระยะทางเพียง 400 เมตร เข้าไปถึงตัวน้ำตกชั้นล่าง หากต้องการขึ้นไปถึงชั้นบน ต้องเดินไกลเข้าไปอีกกว่า 4 กิโลเมตร กลับมารอรถบัสเที่ยวถัดไปซึ่งใช้เวลาไม่นานไปยังเอล แคปปิตอล อีกสัญลักษณ์หนึ่งของที่นี่ มันเป็นภูเขาหินขนาดใหญ่ สูงตั้งฉากขึ้นไปถึง 900 เมตร หลังจากนั้นจะผ่านจุดที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมทั้งเซนติเนล ร็อก (Sentinel Rock) และกลาเซียร์พอยต์ (Glacier Point) นับเป็นเทือกเขาหินแกรนิตอีกจุดหนึ่งที่ถูกธารน้ำแข็งกัดกร่อนในอดีตกาล

จากหุบเขาโยเซมิตีใช้ถนนวาโวนา (Wawona Road) ไปยังอุโมงค์วาโวนา (Wawona Tunnel)

จุดแรกที่ต้องแวะคือ จุดชมวิวทันเนลวิว (Tunnel View Overlook) ที่ถูกยกย่องให้เป็น the most photographed vista on earth นับเป็นจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่ยิ่งใหญ่ มองเห็นเทือกเขาหินปูนทั้งหมดของโยเซมิตี รวมทั้งน้ำตกไบรดัลเวล (Bridalveil Fall) ที่มีความสูง 186 เมตร (หากมาในช่วงบ่ายจะเห็นสายรุ้งบริเวณน้ำตก) ถัดมาอีก 11 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปใช้เส้นทางกลาเซียร์พอยต์ สองข้างทางเป็นป่าสน ไปสุดที่ลานจอดรถ จากนั้นเดินไปเพียง 250 เมตร มีจุดชมวิวหลายแห่งบนเทือกเขาซึ่งมีความสูง 964 เมตร โดยเฉพาะฮาล์ฟโดมและน้ำตกอีกหลายแห่ง

จริงๆ ที่นี่มีสถานที่เที่ยวอีกเยอะครับ แต่ผมมีเวลาแค่นิดเดียว เลยเก็บภาพส่วนหนึ่งมาให้เพื่อนๆ ชมก่อน แล้วจะมาลงทริปต่อไปให้ชมเรื่อยๆ นะครับ

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

เช็กหน่อยไหม มีอะไรใหม่? ล้วงลึก 7+3 งานรอบกรุง ชมชิลห้างดังอีเวนต์เด็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/838641

สวัสดีวันสุดสัปดาห์ เผลอแป๊บเดียวก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง เป็นประจำทุกวันศุกร์แบบนี้ พร้อมอัพเดตความเคลื่อนไหวจากทุกวงการในเมืองไทย

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีงานดีๆ มาเสิร์ฟเพียบ ไม่ว่าจะเป็นงานสำหรับนักปั่นน่องเหล็ก นิทรรศการบอกลาพลาสติกที่ทิ้งลงทะเล ผลิตภัณฑ์น่าสนใจ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร เครื่องดื่ม กิจกรรมเพื่อสังคม และอีกมากมาย

ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ต้องเข้ามาเช็กลิสต์ที่นี่ด่วนๆ

1. 100Plus Presents a day BIKE FEST

ขาปั่นมาเจอกันในงานนี้วันที่ 2 – 5 ก.พ. 2560 ชวนมาชิลในงานใหญ่ประจำปีของนักปั่น “100Plus Presents a day BIKE FEST 2016” (แต่เลื่อนมาจัด 2017) ณ สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ภายในงานพบกับ คอมมูนิตี้แบรนด์จักรยานชั้นนำกว่า 1,000 รายการ มากกว่า 200 ร้านค้าที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ

พลาดไม่ได้กับแอคเซสซอรีและจักรยานคุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ เช่น Trek, Specialized, Cervélo, Storck bicycle, Cannondale, Fuji, Orbea, Cipollini, Dahon, Brompton, Optima, schindelhauer, Eddy Merckx, Shimano, Sapim, 3T, Lazer, Bomb bike

พร้อมด้วย 14 โซนสุดโดนใจ เช่น นิทรรศการเสื้อจักรยานในตำนานและเสื้อทีมชาติหาดูยาก ฟอรั่มเสวนาและกิจกรรมเวิร์กช็อปท็อปความรู้โดยกูรู จุดรับฝากจักรยานอุปกรณ์ไตรกีฬา โชว์จักรยานวินเทจคันเก๋า โชว์จักรยานผาดโผน อะไหล่มือสอง สนามลองจักรยาน การแข่งขันชิงรางวัล และคิดส์โซน มุมโปรดของนักปั่นรุ่นจิ๋ว รวมถึงชากาแฟอาหารเครื่องดื่มครบครัน

2. HEART for the Ocean

ชวนมารณรงค์งดใช้พลาสติกวันนี้ – 4 ก.พ. 2560 ชวนคนรักษ์สิ่งแวดล้อมและท้องทะเล มาร่วมกิจกรรม “HEART for the Ocean : บอกรักทะเล บอกเลิกพลาสติก” โดยนำขยะพลาสติกหรือหลอดที่ทำความสะอาดแล้ว ส่งผ่านไปรษณีย์ ระบุหน้าพัสดุว่า “พลาสติกสำหรับนิทรรศการศิลปะ” กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สำนักงานประเทศไทย) 1371 ตึกแคปปิตอล ชั้น G ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2357-1921

ทางกรีนพีซจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าเรื่องราวของขยะสู่ท้องทะเล ผ่านนิทรรศการงานศิลปะ HEART for the Ocean : บอกรักทะเล บอกเลิกพลาสติก ที่จะจัดขึ้น ณ หอศิลป์กรุงเทพ ในระหว่างวันที่ 14 – 19 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากกรีนพีซ จำนวน 10 รางวัล

3. The Caring Message

กลุ่มเกษตรกรปลูกส้ม จ.สุโขทัยวันนี้ มีกิจกรรมดีๆ จากมาลี “The Caring Message” นำกลุ่มเกษตรกรไทยส่งมอบความห่วงใยผ่านน้ำผลไม้มาลี แก่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศย่านสีลม ถ่ายทอดความรู้สึกความห่วงใยจากใจเกษตรไทย ในการดูแลผลไม้อย่างดีตั้งแต่สวนจนถึงมือผู้บริโภค

พร้อมเสิร์ฟผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหยิบกลับบ้านได้ฟรี ด้วยน้ำผลไม้มาลีทั้ง 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ น้ำส้มเขียวหวานสุโขทัย 100% น้ำสับปะรดนางแลผสมน้ำผลไม้รวม 100% และน้ำผักผลไม้รวมสูตรมัลเบอร์รี่ 100% ในขนาด 1,000 และ 200 มิลลิลิตร

4. Little Sister

ชุดน่ารักคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดวันนี้ ชวนเด็กๆ มาสนุกกับการแต่งตัวไปพร้อมกับแฟชั่น “Little Sister” ณ ศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ พบกับ แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Little Sister ออกแบบโดย มทินา สุขะหุต นำเสนอคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลออทั่ม-วินเทอร์ 2016 จากนิทานแฟนตาซีหลายเรื่องมาเนรมิตเป็นเสื้อผ้าในฝันของเด็กๆ ในคอลเลคชั่นที่ชื่อว่า “Once Upon a Time…”

5. THE MALL GOLDEN SHINE MARKET

มาสวดมนต์รับตรุษจีนวันที่ 23 ม.ค. – 3 ก.พ. 2560 ชวนมาเลือกช็อปอาหารมงคลในวันตรุษจีนที่กำลังจะถึงนี้ “THE MALL GOLDEN SHINE MARKET” ณ บริเวณอีเวนต์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ทุกสาขา

พบกับอาหาร 8 จานมงคลจักรพรรดิ เสริมพลังรับปีระกามหามงคล ได้แก่ กระพงนึ่งสมปรารถนา, หมี่ทองคำอายุมั่นขวัญยืน, บะกุ๊ดเต๋ เทพประทาน, ปูอบจักรพรรดิ์, กุ้งกังวานบารมี, เป็ดพะโล้รุ่งเรือง, เป่าฮื้อมั่งคั่ง, หมูหันฮ่องเต้

อาหารมงคล 8 อย่างนอกจากนี้ มีเครื่องประดับ กังไส ของที่ระลึกมงคลจากจีน และสินค้าไลฟ์สไตล์มาจัดจำหน่าย และยังอัญเชิญองค์จำลองพระโพธิสัตว์กวนอิมปางจักรพรรดิ และเหรียญมงคลปีระกา ซึ่งทำพิธีสวดมนต์เสริมความเป็นสิริมงคลจากวัดผู่จี้ มาประดิษฐานให้ได้สักการะเสริมสิริมงคลต้อนรับปีระกามหามงคล ระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2560

6. Happy Hearts Charity

วันนี้ ชวนมาร่วมกิจกรรมดีๆ “Happy Hearts Charity by Twin Pin&Pang” ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พบกับ โครงการ Happy Hearts Charity โดย ฝาแฝด ปณิดา-ปภาดา กาญจนชูศักดิ์ เพื่อสมทบทุนโครงการผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดให้แก่น้องผู้ด้อยโอกาส

ช่วยน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจกันเถอะรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ใหญใจดีสามารถสมทบทุน สั่งซื้อหมอนผ้าห่มได้ในราคา 300 บาท สั่งซื้อที่ Facebook fan page : Happy Hearts Charity หรือ โทร 08-1913-3353

7. SHOW DC ติ่งเกาหลีห้ามพลาด

ห้างใหม่ เอาใจติ่งเกาหลีSHOW DC ศูนย์การค้าและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจรแห่งแรกของไทย เปิดมิติใหม่ให้กับการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วยการเปิดตัวแนวคิดใหม่ที่เหมาะกับความต้องการและความชอบของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ทั้งจากต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 67 ล้านคน 
โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 43 ไร่ พื้นที่ตัวอาคารกว่า 180,000 ตารางเมตร และพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าประมาณ 80,000 ตารางเมตร ด้วยการออกแบบด้านหน้าอาคารที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ด้วยจอ LED ขนาด 2,600 ตารางเมตร

ไปช็อปได้แล้ววันนี้ พบกับสินค้าแฟชั่นมากมาย รวมถึงโซนอาหารเครื่องดื่มที่มีมาให้เลือกชิมเพียบ และยังมี SHOW DC Venue Experience พื้นที่จัดงานและความบันเทิงทุกรูปแบบ รองรับกิจกรรมต่างๆ ได้หลากหลายสเกล ตั้งแต่งานเฟสติวัล ละครบรอดเวย์ คอนเสิร์ตทุกสไตล์

8. Prima Gold กับ Valentine Collection งดงามน่าจับจอง

เติมเต็มนิยามแห่งความรักด้วยของขวัญแทนใจล้ำค่า จาก Prima Gold กับ Valentine  Collection เครื่องประดับทองคำ 99.9% ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานด้วยความประณีตพิถีพิถัน เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคนที่คุณรัก แทนความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน และทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความรักที่มี ส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ด้วยดีไซน์สื่อรักรูปหัวใจ เปรียบเหมือนความรักที่สุกปลั่งดั่งดวงดาวพราวแสง Prima Gold ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร.0-2745-6111 ต่อ 129 Facebook : www.facebook.com/PrimaGoldThailand, Instagram : primagoldth หรือ Line : @primagold

9.ทองม้วนสอดไส้เจ้าแรกในไทย อร่อยต้องลอง

ฉีกกฎทองม้วนแบบเดิมๆ กับ “EK Elephant King” ทองม้วนสอดไส้เจ้าแรกของไทย ที่มีสูตรอร่อยลับเฉพาะ กับรสชาติที่คัดสรรมาให้คุณได้ลิ้มลองถึง 10 รสชาติ ได้แก่ พีนัทบัตเตอร์, ครีมชีส, ครีมวานิลลาทุเรียน, ช็อกโกแลต, สตรอเบอรี่, ส้ม, มะนาว, มังคุด, และมะม่วง มีให้เลือกอร่อยทั้งแบบโรลสอดไส้ (กล่องละ 89 บาท) และแบบแผ่นสอดไส้ (กล่องละ 109 บาท) พิเศษสุด! ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน กับแพ็กเกจเฮง เฮง เฮง กับทองม้วนแสนอร่อย ที่ดีทั้งความหมาย เป็นเลิศทั้งรสชาติ หนึ่งแพ็กมี 4 กล่อง 4 รส ส้ม เนยถั่ว ช็อกโกแลต และชีส

พบกับความอร่อยที่คุณต้องลิ้มลองได้ที่งาน “Central Bangkok China’s best” 22-28 ม.ค. 60 นี้ ที่โซนอีเดน ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ , ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และกรูเมต์ มาร์เก็ต หรือแอดไลน์สั่งซื้อได้ที่ Line Id: chocoteddybear สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-2455-6699.

10. เพื่อเด็ก “Little Store Manager Experience Camp”  กับแฟมิลี่มาร์ท

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่มาบอกต่อกับ โครงการ “Little Store Manager Experience Camp” หรือ “ผู้จัดการสาขาตัวน้อย” ที่ FamilyMart ร้านสะดวกซื้อใหญ่อันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่นและมีสาขาในประเทศไทยกว่า 1,130 สาขา ในปัจจุบัน ริเริ่มขึ้นมาโดยได้จัดกิจกรรมให้เด็กๆ อายุระหว่าง 3 ปี ถึง 10 ปี เข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์จริงในการทำงานเป็นพนักงานแฟมิลี่มาร์ท 1 ชั่วโมงที่สาขา เพื่อฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานของร้านสะดวกซื้อ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การบริการลูกค้า และการสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการที่สาขา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของพนักงานแฟมิลี่มาร์ททุกคนต้องพึงมี โดยโครงการฯ ได้ถูกจัดขึ้นในหลายประเทศ อาทิ ไต้หวัน จีน เป็นต้น

โครงการ “Little Store Manager Experience Camp” หรือ “ผู้จัดการสาขาตัวน้อย” ครั้งนี้จัดขึ้นที่แฟมิลี่มาร์ท สาขาสีลม 32 โดยได้คัดเลือกน้องๆ จากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 6 คน โดยน้องๆ ทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมก่อนเริ่มการปฏิบัติหน้าที่จริง ตั้งแต่การกล่าวคำทักทายกับลูกค้า ตลอดจนการจัดเรียงสินค้าที่ชั้นและตู้แช่ ก่อนเริ่มการปฏิบัติหน้าที่จริงเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ที่น้องทุกๆ คนจะได้สัมผัสกับบทบาทพนักงานหน้าร้าน ได้ทำงานเป็นทีมและการคิดวางแผนการทำงานให้ผ่านอุปสรรค์ต่างๆ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

นอกจากภาพในปีนี้แล้ว ต่อไปจะมีกิจกรรมอะไรเจ๋งๆ รอดูได้ที่ Facebook: FamilyMart Thailand

ตามหา “เกอิชา” นางฟ้ากาแฟ….แห่งเมืองน่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/840037

ภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยผาผึ้ง

หากพูดถึงเมืองน่าน ความรุ่มรวยแห่งศิลปะและวัฒนธรรม คงเป็นเหตุผลแรกที่เชื้อเชิญผู้คนจากทั่วสารทิศให้มุ่งสู่ดินแดนในอ้อมกอดของขุนเขาแห่งนี้

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ยังมีสุนทรียะของชีวิตอีกอย่างหนึ่งอยู่ที่นี่ด้วย…

กรุ่นกลิ่นกาแฟหอมลอยมาเตะจมูก ขณะที่เบื้องหน้า คือ ทะเลหมอกอันงดงามของดอยผาผึ้ง ดอยอันเป็นภูเขาหินปูนที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เมตร เป็นป่าต้นน้ำสำคัญ ที่มีตำนานของน้ำผึ้งป่าอันอุดม

การเดินทางสู่เมืองน่านคราวนี้ มีวัตถุประสงค์ที่ต่างไปจากการเที่ยวเมืองน่านในคราวอื่น ด้วยเพราะชื่อเสียงของกาแฟ ที่กำลังเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของที่นี่ ได้รับการกล่าวขาน จนทำให้คอกาแฟอย่างเราอดใจไว้ไม่ไหว ต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินและวางแผนการเดินทางสู่เส้นทางกาแฟน่าน ตามคำเชื้อเชิญของ เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบดูแลการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่และน่าน

ดอยภูคา..มุมมองจากผาผึ้งบ้าน มณีพฤกษ์ผอ.เอิบลาภ บอกกับเราว่า จริงๆแล้ว จังหวัดน่านมีแหล่งปลูกกาแฟอยู่หลายแหล่ง มีแบรนด์กาแฟที่เป็นที่รู้จักหลากหลายแบรนด์ เช่น กาแฟภูพยัคฆ์ กาแฟพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งปลูกอยู่ที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ และหมู่บ้านในโครงการฯ ในเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ กาแฟหมู่บ้านสันเจริญ เขต อ.ท่าวังผา ซึ่งชาวบ้านที่นั่นปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก ฯลฯ

เอิบลาภ ศรีภิรมย์“ทุกวันนี้ เวลามาเที่ยวน่าน นอกจากขึ้นดอย ไหว้พระ เที่ยวชมศิลปวัฒนธรรม ตามรอยเส้นทางผ้า เส้นทางเครื่องเงินแล้ว กาแฟก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการท่องเที่ยว ตั้งแต่ชิมกาแฟตามร้านกาแฟเก๋ๆ ชิคๆในเมืองน่าน และอำเภอต่างๆ อย่างเช่น อ.ปัว ที่มีร้านกาแฟสวยๆอยู่ไม่น้อย ไปจนถึงการท่องเที่ยวตามเส้นทางกาแฟที่สามารถขึ้นไปเที่ยวได้ถึงแหล่งผลิตในไร่กาแฟโดยตรง” ผอ.ททท.แพร่บอก

กรุ่นกลิ่นกาแฟท่ามกลางทะเลหมอก..ที่บ้านมณีพฤกษ์ได้รู้เรื่องกาแฟน่านอย่างคร่าวๆแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ในเขตอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งเป็นเป้าหมายการเดินทางของเราคราวนี้

ภารกิจสำคัญคือ การจิบ “เกอิชา” นางฟ้าแห่งกาแฟ ที่ร่ำลือกันว่ากลิ่นหอมและรสชาติของนางนั้น เย้ายวนนักดื่มกาแฟไม่น้อย…

เกอิชา เป็นสายพันธุ์กาแฟในตระกูลอาราบิก้า ซึ่งเป็นกาแฟที่นิยมปลูกในพื้นที่สูง ชื่อของกาแฟสายพันธุ์นี้ จริงๆแล้วมาจากชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเอธิโอเปียที่ปลูกกาแฟชนิดนี้ ต่อมามีการนำเมล็ดพันธุ์กาแฟชนิดนี้ไปปลูกที่ปานามา จนโด่งดัง จึงเรียกนางฟ้ากาแฟสายพันธุ์นี้ ว่า ปานามา เกอิชา และมีการขยายพันธุ์นำไปปลูกตามแหล่งต่างๆทั่วโลก รวมทั้งที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ด้วย

หมู่บ้านมณีพฤกษ์ เป็นอีกหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญของจังหวัดน่าน ที่มีแบรนด์กาแฟมณีพฤกษ์เป็นของตัวเอง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,200-1,400 เมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงที่มีความหนาวเย็นเพียงพอสำหรับการปลูกพืชอย่างกาแฟได้ดี

เกอิชา..นางฟ้ากาแฟแห่งบ้านมณีพฤกษ์เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ชื่อว่า หมู่บ้านฉงผ้า หรือฉงไผ่ เป็นหมู่บ้านของชาวม้งที่อพยพมาจากประเทศจีน เพราะสมัยนั้นจีนเกิดสงครามพวกม้งต้องเร่ร่อนหาที่ทำกิน เมื่อเดินทางมาถึงตอนเหนือของประเทศไทย และเห็นว่าเป็นภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก จึงตั้งรกรากขึ้นที่นี่ กระทั่งมีนายทหารชื่อ พ.ท.อนัน พฤกษ์ กับนายตำรวจอีกคนชื่อ “มณี” ไม่ปรากฏนามสกุลได้วางแผนปราบปรามคอมมิวนิสต์ จนได้รับชัยชนะ ชาวบ้านเข้ามอบตัวกับทางราชการ ในปี พ.ศ.2527 จึงเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจาก “ฉงผ้า” หรือ “ฉงไผ่” เป็น “มณีพฤกษ์” โดยใช้ชื่อนายตำรวจและนามสกุลของนายทหารสองท่านนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

การเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านมณีพฤกษ์ นอกจากจะได้เที่ยวไร่กาแฟแล้ว ยังได้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์การสู้รบของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่มีทั้งฐานที่มั่นปฏิบัติการทางทหาร และถ้ำซึ่งเป็นที่หลบซ่อนของ สหาย สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในยุคนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง และลัวะ อาชีพหลักคือทำเกษตรกรรม สมัยก่อนหลักๆก็จะปลูกกะหล่ำปลี ขิง เพิ่งมาเริ่มปลูกกาแฟในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะการปลูกพืชสองอย่างแรก แม้จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ต้องตัดไม้ถางป่าไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าปล่อยต่อไป อีกไม่นานก็จะไม่เหลือผืนป่าให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารอีก

ปัจจุบันการปลูกกาแฟที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ทำกันอยู่ 2 แบบ คือ ปลูกแซมใต้ต้นไม้ กับ ปลูกแบบเป็นไร่กลางแดด กาแฟที่นี่เป็นอาราบิก้า ปลูกแบบออแกนิกไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น

รุ่งอรุณที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ นักชิมกาแฟอย่างเราตื่นเต้นเป็นทุนเดิม เหมือนกำลังจะได้พบกับสาวงามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราย

เกอิชา คือ เธอคนนั้น…

รสชาติของเกอิชา ไม่ขมเข้มเหมือนกาแฟ

เมล็ดกาแฟเชอร์รี่สุกอร่ามพันธุ์ดุทั่วไป แต่จะออกไปทางฟรุตตี้เล็กๆ กลิ่นคล้ายดอกมะลิ คนที่ชอบกาแฟเข้มขม อาจไม่พิสมัยนางเท่าไหร่นัก แต่ถ้าจะจิบเป็นกาแฟรับอรุณเบาๆล่ะก็ เธอก็เย้ายวนไม่น้อยเหมือนกัน เรื่องเล่าต่อๆกันมาของคนปลูกกาแฟ บอกว่า เกอิชา เป็นกาแฟที่มีเมล็ดใหญ่สวย ค่อนไปทางเรียว ไม่อ้วนกลม มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ที่ไม่มีกาแฟสายพันธุ์ใดในโลกที่มีลักษณะเด่นเท่านี้อีกแล้ว

จากมณีพฤกษ์เหนือขึ้นไปอีกราว 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นที่ตั้งของดอยผาผึ้ง ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามมาก ยิ่งในช่วงที่ดอกไม้บานด้วยแล้ว ที่นี่ไม่ต่างกับสวรรค์บนดอยที่เสพและสัมผัสได้อย่างไม่รู้เบื่อ

ผอ.ททท.แพร่ บอกว่า ถ้าอยากจิบกาแฟเกอิชาแบบที่ไม่ต้องลำบากตามหาถึงดอยสูง วันที่ 25-29 ม.ค.นี้ ททท.สำนักงานแพร่ จะยกกาดกาแฟจากเมืองน่าน มาให้ได้ช็อป ชิม และจิบกาแฟหอมๆจากยอดดอยกันที่สวนลุมพินี….

ยิ่งถ้าได้ขนมหวานๆกินกับกาแฟขมร้อนๆ ต่อให้ยกอาหารภัตตาคารมายั่วยวน คอกาแฟอย่างเราไม่ปันใจให้ใครแน่นอน.

 

พลังปิกาจู! เด็กวันนี้จะเป็น ‘ผู้ใหญ่ที่ดี’ ในวันหน้า (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/835746

‘ผมว่ามันน่ารักมาก เด็กๆ ผมก็ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านี้ อย่างผมชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็กๆ เอาความฝันมาผันเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำจนถึงวันนี้’

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ ไกด์ไลฟ์ ช่างภาพนิ่งและตัดต่อวิดีโอวัย 23 ปี ฝีมือดีไทยรัฐออนไลน์ เก็บมาจากสีสันวันเด็ก เป็นสีสันความสนุกของตัวการ์ตูน เป็นโลกของพวกเขา ที่จะเติบใหญ่ไปเป็นอนาคตของชาติ

“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.” เขาบอกว่าชอบประโยคนี้ของหนังเรื่อง Forrest Gump และใช้เป็นย้ำเตือนในทุกทางเดินว่า

ถ้าเด็กๆ คุณมีความฝัน มีจินตนาการ แต่ไม่ลงมือเดินไปหาสิ่งนั้นมันก็ไร้ความหมาย.