‘พอร์ช’ร่วมงาน “น้ำใจ…สร้างกุศล”รณรงค์รับบริจาค “เข็มวันอานันทมหิดล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/339604

'พอร์ช'ร่วมงาน “น้ำใจ...สร้างกุศล”รณรงค์รับบริจาค “เข็มวันอานันทมหิดล”

‘พอร์ช’ร่วมงาน “น้ำใจ…สร้างกุศล”รณรงค์รับบริจาค “เข็มวันอานันทมหิดล”

วันศุกร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 11.53 น.

ช่อง 7HD ส่ง พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์  จากละครเรื่อง สายโลหิต และ แม่สื่อปากร้าย ผู้ชายรสจัด
ร่วมงาน “น้ำใจ…สร้างกุศล” Everyone can be a HERO ปลุกพลังฮีโร่ในตัวคุณ รณรงค์รับบริจาค “เข็มวันอานันทมหิดล” ประจำปี 2561 เพื่อนำรายได้สมทบ มูลนิธิอานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย สงเคราะห์ พระภิกษุอาพาธ-ผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ณ ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันก่อน

พระเอกหนุ่ม พอร์ช-ศรัณย์ จากช่อง 7HD เผยว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้ร่วมรณรงค์รับบริจาค “เข็มวันอานันทมหิดล” เพื่อหารายได้สมทบ มูลนิธิอานันทมหิดล มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย และช่วยเหลือ “พระภิกษุอาพาธ-ผู้ป่วยยากไร้” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยอีกด้วย มาร่วมปลุกพลัง
ฮีโร่ในตัวคุณ ส่งต่อธารน้ำใจ เพื่อช่วยสร้างกุศลให้กับผู้ป่วยยากไร้และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือกันนะครับ ทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้ด้วยการแบ่งปันน้ำใจ สร้างความเป็นผู้ให้ ส่งต่อถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเยอะๆ นะครับ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/anandamahidol.day”

ติดตามภาพกิจกรรมดีๆ และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของช่อง 7HD ได้ทางhttps://www.facebook.com/BBTV.Ch7, www.ch7.com และ Instagram : @bbtv_ch7

‘ตั๊ก มยุรา’ สาวสองพันปีสุดเป๊ะ ถ้าวันไหนไม่แต่งตัวออกจากบ้านไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/339603

'ตั๊ก มยุรา' สาวสองพันปีสุดเป๊ะ ถ้าวันไหนไม่แต่งตัวออกจากบ้านไม่ได้

‘ตั๊ก มยุรา’ สาวสองพันปีสุดเป๊ะ ถ้าวันไหนไม่แต่งตัวออกจากบ้านไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 11.52 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นดาราที่มีความเป๊ะมากที่สุด ตั้งแต่หัวจรดเท้า สำหรับ ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา แม้อายุจะย่างเข้าเลข 6 แต่กาลเวลาก็ทำอะไรเธอไม่ได้ ความสวยยังคงเดิม

“อยู่ในวงการมา 43 ปี เข้าวงการตั้งแต่อายุ 16 ปีค่ะ”

ในวงการบันเทิงชอบอะไรมากที่สุด?

“จริงๆ ที่ทำส่วนมากจะชอบหมด แต่ความชอบมีชอบมากชอบน้อย ละครอาจจะเหนื่อย พิธีกรอาจจะชอบแต่ต้องดูสคริปมากน้อยก็จะเครียด หนังก็ชอบแต่ว่าเล่นอาจจะไม่สนุก เพราะจะเล่นทีละคัด”

งานในสมัยนี้กับปัจจุบันแตกต่างกันเยอะมั้ย​?

“เยอะมาก วิธีการแตกต่างเยอะมาก”

ในช่วงหนึ่งจะเห็นเราอยู่หน้าจอทีวีเกือบทุกช่อง จนช่วงหลังเริ่มหายหน้าไป?

“คืออย่างนี้งานก็มีบ้าง แต่เนื่องจากทีวีเปลี่ยนไป และน้องรุ่นใหม่มาเยอะ ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นสัจธรรม ถ้าเรามีธุรกิจเราก็ไปทำ แล้วถ้ามีงานบทดีๆ เราก็เล่น ถามว่าหายไปมั้ยก็ไม่ได้หาย อย่างละครก็มีมาให้เลือกตลอด อย่างตอนนี้ก็ดีคนก็ยอมรับ”

เคยเบื่อคิดจะออกจากวงการบ้างมั้ย?

“มี พี่เบื่อพวกที่ก่อนจะออกจากข้างนอก ต้องสระผม อาบน้ำ แต่งหน้า ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างเลยเบื่อ”

คนเลยเม้าท์กันว่าพี่ตั๊กเป็นสายเป๊ะ เป๊ะทุกอย่าง?

“คือทุกสิ่งที่เราทำ เราอยากทำให้มันดี ไม่ใช่ว่าเราแต่งตัวออกมาแล้วคนเค้าอี๋ใส่ เค้าจะไม่ชอบ เพราะฉะนั้นพี่จะไม่ลากรองเท้าแตะ ถ้าเรามากองถ่ายสภาพไม่ดี เราก็จะทาลิปมันหน่อย ใส่แว่น ถ้าไม่ใส่ส้นสูงก็จะใส่รองเท้ามีส้นหน่อย หรือไม่ก็ใส่ผ้าใบดีๆ หน่อย เพราะเวลาเดินเข้ากองถ่ายจะผ่าน รปภ. ผ่านคนแถวนั้น เราก็ต้องทำให้มันดี”

อายุจะ 60 แล้วมีศัลยกรรมเพิ่มมั้ย?

“ถ้าทำเรื่องผิว เลเซอร์หรือทรีทเมนต์พี่ชอบ แต่ถ้าฉีดๆ ยัดๆ ยังไม่ใช่ตอนนี้ ยังอยากดึงนะแต่ยังไม่ทำตอนนี้ ส่วนพวกฉีดฟิลเลอร์ปากก็อยากไปทำแต่ไม่ว่างสักที

ส่วนเรื่องรูปร่างพี่เป็นคนเข้ายิมนะ ช่วงที่ทำเกมส์โชว์พี่เข้ายิม 2 ชม. เพื่อไปทำงานตอนบ่ายสามโมงแล้วเลิกตี1 ไม่งั้นพี่ยืนถึงตี1 ไม่ได้ เพราะต้องใส่รองเท้าสูง 5 นิ้ว พี่เชื่อว่ารูปร่างคนมันทำให้ดีได้ ถ้าในวัยเดียวกันแล้วพี่ปล่อยรูปร่าง พี่อาจจะเผละก็ได้ ตอนนี้เอวพี่ 24 นะ เพราะวัยพี่มันนิ่มๆ เหลวๆ เร็ว พี่เลยต้องเข้ายิมตลอด”

มีวันที่เหนื่อยแล้วนอนแผ่ร่างบ้างมั้ย?

“เชื่อมั้ยว่าไม่เคย อยากเลิกอยากไม่ทำ พี่เหนื่อยมาก พี่อยากเดินแบบไม่นุ่งผ้าแล้วออกไปข้างนอก อยากไม่แต่งอะไรเลย”

แรงบันดาลใจที่เป็นแบบนี้?

“คือการเป็นนักแสดงของเรา เราเป็นแบบนี้มันเลยทำให้เราต้องทำ”

เค้าบอกว่าพี่ตั๊กเป็นดารารุ่นแรกๆ ที่แต่งงาน?

“ตอนนั้นถ้าแต่งงานก็จะตกเลยนะ แต่พี่ไม่มี พี่แต่งงานตอน 25 แต่งงานเร็ว สามี 27 เอง”

อยู่มานานได้ยังไง ขาเตียงถึงแข็งแรงอย่างนี้?

“มันก็มีบ้าง แต่เชื่อมั้ยว่าอยู่มานานขนาดนี้ อาจจะหมดฤทธิ์แล้ว พอมาถึงปัจจุบันอยู่ด้วยความเป็นเพื่อนและความรัก”

เคยหนีออกจากบ้านด้วยเหรอ?

“ถ้าบอกว่าแต่งงานแล้วไม่ทะเลาะกันมันไม่จริง มันต้องมีปากเสียงกันบ้าง เวลาเถียงเราจะมีอารมณ์ เราก็หนีเลยดีกว่า ขับรถออกจากบ้าน ไม่อยากอยู่แล้ว แต่พี่ไม่ได้ไปไหนนะ จอดมันข้างซอยนั่นแหล่ะ แล้วก็มองว่าเค้าจะมาง้อเรามั้ย เค้าไม่มาสรุปเราก็กลับบ้านดีกว่า แล้วเดินขึ้นไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เวลาทะเลาะกันพี่จะเป็นอย่างนี้ ไม่ไปสร้างภาระให้ใคร แต่จะจอดรถนอนข้างซอยนั่นแหล่ะ”

ดูแลสามียังไง?

“บอกได้เลยว่าคนอื่นดูแลไม่ดีเท่าเราหรอก”

ดูแลดีขนาดนี้ บ้านเล็กบ้านน้อยมีมั้ย?

“ไม่อยากรู้แล้ว ไอ้บ้านคงไม่มีคงมีเป็นหย่อมๆ ถามว่าเคยจับได้มั้ย เคย แต่เดี๋ยวนี้หมดฤทธิ์แล้ว พอให้ไปดันไม่ไป”

‘ไฮโซโอบอุ้ม’แนะเคล็ดลับเพิ่มความสวยให้ตัวเอง ดูสดใส-อ่อนเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/339602

'ไฮโซโอบอุ้ม'แนะเคล็ดลับเพิ่มความสวยให้ตัวเอง ดูสดใส-อ่อนเยาว์

‘ไฮโซโอบอุ้ม’แนะเคล็ดลับเพิ่มความสวยให้ตัวเอง ดูสดใส-อ่อนเยาว์

วันศุกร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 11.50 น.

เป็นไฮโซสาวสวยที่ทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะงานด้านอสังหาริมทรัพย์ มีที่ดินให้เช่า เล่นหุ้น และเร็วๆ นี้ก็เตรียมจะเปิดเพจนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ กินเที่ยวในสถานที่สุดวีไอพีให้หลายๆ คนได้ติดตามกัน สำหรับคุณโอบอุ้ม ชุมสาย ณ อยุธยา ที่หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินชื่อไฮโซสาวรายนี้มาแล้ว

แต่ด้วยธุรกิจและงานที่เยอะมาก ทำให้คุณโอบอุ้มอาจจะมีเวลาพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอ และอาจจะต้องเดินทางไปคุยงานบ่อย จึงทำให้ต้องพบเจอกับแสงแดด และมลภาวะต่างๆ มากมาย จนทำให้ใบหน้าของคุณโอบอุ้มดูอ่อนเพลีย ดูไม่สดใส และอาจจะดูโทรมได้ อีกทั้งคุณโอบอุ้มยังทำงานหนัก ต้องมีการเข้าสังคมเลยทำให้มีการดื่มเยอะ พักผ่อนน้อย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ แต่คุณโอบอุ้มกลับไม่เป็นเช่นนั้น ยังคงความสวย ความสดใสได้เหมือนเดิม ทางผู้สื่อข่าวก็เลยแอบไปสืบเคล็ดลับความสวยของคุณโอบอุ้มมา ว่าเหตุใดใบหน้าของคุณโอบอุ้มถึงยังดูดี ดูอ่อนเยาว์ ได้ขนาดนี้

โดยคุณโอบอุ้มก็ได้เผยออกมาว่า เมื่อก่อนนั้นเธอก็มีความกังวัลเกี่ยวกับเรื่องของความโทรมบนใบหน้า จากการที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และจากการดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ได้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอเกรซ ที่ Doctor Grace Clinic คุณหมอเลยแนะนำว่าควรจะฉีดสารเติมเต็มอย่าง Filler ในส่วนของ Mid-Face เพื่อปรับรูปหน้า และทำให้ใบหน้ากลับมาดูสดใสเหมือนเดิม ตอนแรกที่ได้ยินว่าควรจะฉีดสารเติมเต็ม Filler ก็มีกังวลเหมือนกัน เพราะกลัวปัญหาและผลข้างเคียงจะตามมา แต่ก็ได้เห็นว่ามีหลายคนเข้ามาใช้บริการกับทางคลินิก และคุณหมอเกรซก็แก้ปัญหาส่วนนั้นได้ จนหลายๆ คนดีขึ้น เลยตัดสินใจทำกับคุณหมอเกรซ เพราะมั่นใจในมาตรฐาน และฝีมือคุณหมอ

เนื่องจากที่ Doctor Grace Clinic นั้นใช้สารเติมเต็มที่ได้คุณภาพ มาตรฐาน อีกทั้งทำไปแล้วเห็นผลได้อย่างชัดเจน ไม่มีผลข้างเคียงในทางที่ไม่ดี มีแต่ผลข้างเคียงในทางที่ดี เพราะนอกจากจะปรับรูปหน้าเราให้สมดุลแล้ว ยังทำให้ใบสดใส ไม่ดูอ่อนเพลีย และดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย เพราะการฉีดสารเติมเต็มเข้าส่วน Mid-Face บนใบหน้านั้น เป็นจุดกึ่งกลางของใบหน้า ระหว่างใต้ตาและแก้ม คือช่วงระหว่างหว่างคิ้วและปลายจมูกนั่นเอง เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวบริเวณนี้จะหายไป ทำให้ใบหน้าของเราดูเป็นแอ่งลึก มีริ้วรอย ใบหน้าดูโทรม การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในส่วนนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ สดใสมากขึ้น ชื่น ใบหน้าดูไม่อ่อนเพลีย ผิวหน้าดูฟู อิ่มน้ำมากขึ้น เพราะสารเติมเต็มอย่าง Filler นั้น เป็นสารอุ้มน้ำนั่นเอง

คุณโอบอุ้มยังบอกอีกว่าหลังจากทำมาแล้ว ตอนนี้ความมั่นใจที่มีอยู่แล้วก็มากขึ้นกว่าเดิม หลายๆ คนก็ทักว่าหน้าใส เวลาไปคุยงาน คุยธุรกิจก็ราบรื่นไปได้ด้วยดี ไม่มีใครทักว่าดูเพลีย หรือโทรมอีกแล้ว  และนี่ก็เป็นเคล็ดลับความสวยของไฮโซสาวสวยคุณโอบอุ้ม ชุมสาย ณ อยุธยา ที่เราอยากจะบอกต่อ ใครอยากดูดีแบบสาวไฮโซคนนี้ ก็ลองไปปรับรูปหน้าด้วยการฉีดสารเติมเต็ม Filler ที่ Doctor Grace Clinic กันได้นะคะ

‘การให้อิ่มใจเสมอ’ สุปราณี พาณิชเจิรญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 พ.ย. 2560 เวลา 09:46 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/527174

'การให้อิ่มใจเสมอ' สุปราณี พาณิชเจิรญ

โดย วราภรณ์ ภาพ : สุปราณี พานิชเจริญ

เหตุน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ไม่ได้นำมาแต่ความสูญเสีย แต่ยังทำให้เกิดคำว่า “จิตอาสา” เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และหนึ่งในจิตอาสาที่ทำการให้ ตั้งแต่เหตุน้ำท่วมอย่างเช่น “มะนาว” สุปราณี พาณิชเจริญ วัย 31 ปี คุณแม่ของลูกสาววัยกำลังน่ารักหรรษา เด็กหญิงสุวิชญา พาณิชเจริญ วัย 1.6 ขวบ รู้จักการเป็นผู้ให้ตั้งแต่นั้น และอยากส่งต่อการให้ไปสู่ลูกสาว เพราะการเป็นผู้ให้ความรู้สึกอิ่มใจ ซึ่งถือเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตต่อไป

มะนาว เป็นคน จ.นนทบุรี จุดเริ่มต้นของการเป็นจิตอาสาย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน ที่เดิมเธอเป็นคนชอบท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด ซึ่งนำพาความสุขมาให้ ณ ตอนที่ไปเยือนสถานที่นั้นๆ แต่การทำจิตอาสาไม่ใช่ เพราะได้ความประทับใจกับพื้นที่ที่ไปด้วย

“ครั้งแรกที่มะนาวได้เป็นจิตอาสา ตอนเรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่วิทยาลัยเพาะช่าง แต่ก่อนหน้านั้นเมื่อปีน้ำท่วมใหญ่ ผู้คนเดือดร้อนมาก มะนาวจึงอยากช่วยเหลือ เพราะเราไม่ได้เดือดร้อน”

 เธอบอกว่า เพราะอาศัยอยู่ในเขตปริมณฑลที่ไม่ได้โดนน้ำท่วมก็ได้ยินคำว่าจิตอาสา จึงอยากช่วยเหลือคนอื่นๆ

 “ไปทั้งช่วยไปแพ็กของที่ดอนเมือง เวลาได้ยินว่าสถานที่ไหนอยากได้จิตอาสามะนาวก็ชวนเพื่อนไป ไปช่วยหลายกลุ่มหลากมูลนิธิมาก พอได้ไปช่วยเหมือนได้พบมิตรภาพได้พบเพื่อนใหม่ๆ ที่มีจิตอาสาเหมือนกัน”

 มะนาวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เธอยังร่วมเป็นจิตอาสาของมูลนิธิต่างๆ เช่น เรดบลู โรงบ่มอารมณ์สุข และบ้านดินไทย โดยดูช่วงเวลาที่ว่าง เพราะหลังศึกษาจบเธอเข้าไปทำงานในฝ่ายโฆษณาให้กับบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง เฉลี่ยทำกิจกรรมจิตอาสา 1 ครั้ง/เดือน แล้วยังชวนแฟนหนุ่มพนักงานปูนซิเมนต์ไทยมาเป็นผู้ให้ด้วย

แม้ในช่วงใช้ชีวิตสมรสกับแฟนหนุ่ม ก็ยังจัดสรรเวลาไปเป็นจิตอาสาออกค่ายพัฒนาโรงเรียนให้กับเด็กๆ ตามต่างจังหวัด แต่พอมีลูกน้อยก็ห่างหายไป ได้ไปเพียงครึ่งปีต่อหนึ่งครั้ง

“พอแต่งงาน สามีก็ไม่ได้ขัด เขายังจะไปร่วมด้วยหากเวลาได้ แต่ช่วงมีลูกยังเล็กมากก็นานๆ ไปที รวมทั้งมะนาวต้องเป็นคุณแม่ฟลูไทม์ แต่ก็ยังหาเวลาไปเป็นจิตอาสาอยู่นะคะ เพราะมันเป็นความชอบ แม้ไปร่วมกลุ่มเป็นจิตอาสากับเพื่อนๆ ไม่ได้ แต่ก็เป็นการบริจาคสิ่งของแทน ถึงไม่ได้ลงไปด้วยตัวเอง”

 เหตุการณ์การเป็นจิตอาสาที่มะนาวรู้สึกประทับใจที่สุดมีเยอะแยะมากมาย แต่งานจิตอาสาที่เธอชื่นชอบคือ การทำงานเกี่ยวกับเด็ก

“มะนาวรู้สึกว่าโตมากับครอบครัวฐานะปานกลาง อยากได้อะไรพ่อแม่ก็หาให้ได้ทุกอย่าง มะนาวไม่รู้สึกว่าขาดอะไร แต่การเป็นจิตอาสาได้เจอเด็กที่อยู่ห่างไกล ซึ่งเราไม่เคยรู้เลยว่า ของที่เราเหลือใช้แล้ว มันจะมีคุณค่าทำให้เด็กๆ รู้สึกมีความสุขมาก มันเป็นจุดที่ทำให้มะนาวรู้สึกว่าได้ให้แล้วรู้สึกอิ่มใจ ไม่รู้สึกว่าเราให้แล้วเสียไป แต่เรารู้สึกว่าได้รับ

ตอนเรียนวิทยาลัยเคยรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ไปเป็นจิตอาสาตามโรงเรียนต่างจังหวัด ไปจัดทาสีจัดบอร์ดให้น้องๆ ทำให้โรงเรียนของเขามีสีสัน ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ก็ได้ความสุขทุกครั้ง ซึ่งเราคิดว่าเราไปให้เด็กๆ นะคะ แต่จริงๆ แล้วเรากลับได้ความอิ่มใจกลับมามากเหลือเกิน

อย่างเราอยู่กรุงเทพฯ เราพบเจอแต่ความไม่เป็นระเบียบ การเบียดเบียนกันของผู้คนในเมือง แต่ไปต่างจังหวัดแม้เราไปทำให้ลูกๆ หลานๆ ของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านก็ยังเป็นห่วงเราว่า ที่อยู่สบายไหม อาหารที่เขาทำให้กินเรากินได้หรือเปล่า มันเป็นความห่วงใยและเป็นน้ำใจที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้มาก่อน มันอบอุ่นมาก”

 ความอบอุ่นนี่เองที่ให้มะนาวได้จากการเป็นจิตอาสา และมะนาวยังจะส่งต่อการให้นี้ไปสู่ลูกสาว และเธอตั้งใจว่าหากลูกสาววัย 2-3 ขวบ เธอจะพาลูกไปออกค่ายด้วย เพื่อลูกจะได้เรื่องการใช้ชีวิตสอนให้เขารู้จักการแบ่งปัน

“ความเป็นเด็กมักเป็นฝ่ายได้รับ มะนาวอยากสอนให้ลูกได้รู้จักคุณค่าของการให้บ้าง น่าจะทำให้จิตใจของลูกได้รู้สึกแบบน่าจะมีความสุขเหมือนเรา ปกติถ้าสามีไม่ได้ติดอะไร เขาก็ไปด้วยตลอด สามีเป็นแฟมิลี่แมนมากค่ะ มะนาวตั้งใจว่าจะเป็นจิตอาสาไปตลอด เพราะรู้สึกมันอยู่ข้างในเราแล้ว คิดว่าจะปลูกฝังให้ลูกด้วย ซึ่งสามีเห็นด้วย เขาเข้าใจในสิ่งที่เราอยากปลูกฝังค่ะ”

4 เคล็ดลับออกกำลังกายให้ได้นาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 24 พ.ย. 2560 เวลา 17:10 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/527091

4 เคล็ดลับออกกำลังกายให้ได้นาน

การจะออกกำลังกายให้ได้นานต้องได้ทั้งสุขภาพและความสุขควบคู่กันไป

ช่วงนี้หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพ เล่นฟิตเนส ออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่บางคนทำได้ไม่เท่าไหร่ก็ล้มเลิกไปซะเฉยๆ อาจจะด้วยหลายๆ เหตุผล แต่หากเราออกกำลังกายอย่างมีความสุขแล้วล่ะก็ เชื่อว่าทุกคนจะต้องสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีเบื่อและล้มเลิกไปกลางคันแน่นอน

1. วอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย – เหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนหยุดออกกำลังกายไปกลางคัน อาจเนื่องมาจากบาดเจ็บ ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งวิธีหนึ่งที่จะป้องกันอาการเจ็บปวดเหล่านั้นได้ ก็คือการวอร์มก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อเป็นการเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมใช้งาน และไม่ควรหยุดออกกำลังกายทันที ควรค่อยๆ ผ่อนให้ร่างกายเย็นลงช้าๆ อย่างการคูลดาวน์ เพื่อเป็นการรักษาวงจรในร่างกายให้สมดุลต่อไปนั่นเอง

2. ชุดออกกำลังกาย – เสื้อผ้าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เรามีความสุขกับการออกกำลังกายได้ ควรเลือกรองเท้าและเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะ ที่จะช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างไม่สะดุด รวมไปถึงสมัยนี้ก็มีชุดออกกำลังกายดีไซน์สวยๆ มากมายให้เราเลือกใส่ตามความชอบ

3. สถานที่ในการออกกำลังกาย – การเลือกสถานที่ออกกำลังกายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความสะดวกของแต่ละคน จะทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น หากใครชอบกิจกรรมกลางแจ้งก็อาจจะไปวิ่งตามสวนสาธารณะ ไปปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ หรือหากใครไม่สะดวก อาจจะด้วยปัจจัยเรื่องเวลา ก็อาจจะออกกำลังกายในฟิตเนส หรือที่บ้านแทน

4. เพลง – เชื่อหรือไม่ว่าการฟังเพลงระหว่างออกกำลังกายนั้น สามารถช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นกว่าเดิมมาก การตั้งเพลย์ลิสต์โดนๆ ฟังเพลงสนุกๆ ระหว่างออกกำลังกาย จะช่วยบิ้วให้เรารู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน เผลอแป๊บเดียวก็เล่นไปได้เป็นชั่วโมงแล้ว

10 อาหารที่ช่วยบำรุงผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 24 พ.ย. 2560 เวลา 15:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/527080

10 อาหารที่ช่วยบำรุงผม

อาหารที่ช่วยบำรุงให้เส้นผมสวยงามสุขภาพดี

เส้นผมสวยเป็นเสน่ห์ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าสาวๆ ก็อยากที่จะมีผมนุ่มสวย น่าสัมผัส นอกจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมต่างๆ แล้ว อาหารบางชนิดก็มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมได้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เส้นผมสวยสุขภาพดี เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก

1. ปลาแซลมอน ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง พร้อมด้วยวิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก หรือกินแฟลกซ์ซีดบดประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน

2. ผักใบเขียว จำพวกผักโขม บร็อกโคลี่ และสวิสชาร์ด นับเป็นแหล่งวิตามินเอและซีชั้นเลิศ ที่ช่วยเร่งการผลิตเซรั่มซึ่งเป็นสารที่มีความมันตามธรรมชาติ ช่วยเคลือบและบำรุงเส้นผม นอกจากนี้ ผักที่มีสีเขียวเข้มยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและแคลเซียมอีกด้วย

3. ธัญพืช ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วเลนทิล เป็นแหล่งอาหารสำคัญของเส้นผมที่มีโปรตีนสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม และยังมีธาตุเหล็ก ซิงค์ และไบโอติน แนะนำให้กินอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ถ้วย

4. เมล็ดถั่ว เช่น ถั่วบราซิลนัท เป็นหนึ่งในอาหารที่มีเซเลเนียมในปริมาณสูง ซึ่งเป็นเกลือแร่ธรรมชาติที่สำคัญต่อสุขภาพหนังศีรษะ ถั่ววอลนัทประกอบด้วยกรดอัลฟา-ไลโนเลนิก หรือกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยปรับสภาพเส้นผม และยังเป็นแหล่งรวมซิงค์ชั้นดีเช่นเดียวกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพีแกน และเมล็ดอัลมอนด์ ซึ่งการขาดซิงค์จะทำให้เส้นผมขาดความชุ่มชื้น

5. เนื้อสัตว์ปีก เนื้อไก่ที่ให้โปรตีนคุณภาพสูง ช่วยให้เส้นผมสวยสุขภาพดี เพราะเมื่อร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอมักจะส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอ ขาดง่าย รวมถึงทำให้เส้นผมเปลี่ยนสีอีกด้วย

6. ไข่ เป็นแหล่งอุดมไปด้วยโปรตีน และยังมีไบโอตินและวิตามินบี 12 อีกด้วย อีกทั้งสาวๆ หลายคน ต้องเคยใช้ไข่ขาวเป็นหนึ่งในสูตรหมักผมสวย ซึ่งสามารถช่วยจัดการกับปัญหาผมเสียได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไข่ไก่อุดมไปด้วยวิตามินอีกหลากชนิด รวมถึงสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม

7. ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมธัญพืช ไม่ว่าจะเป็นขนมปังโฮลเกรน ซีเรียลผสมโฮลเกรน ให้คุณค่าของธาตุเหล็ก และวิตามินบีที่ช่วยบำรุงเส้นผม

8. หอยนางรม มีซิงค์สารแอนตี้ออกซิแดนซ์ที่ดีต่อการบำรุงให้ผมมีสุขภาพดี

9. นมพร่องมันเนย และโยเกิร์ตพร่องมันเนย มีแคลเซียมที่เป็นแร่ธาตุสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และยังมีโปรตีนเวย์และคาเซอินที่มีคุณภาพสูงอีกด้วย

10. แครอท มีวิตามินเอสูง สามารถช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี ส่งให้เส้นผมสุขภาพดีเปล่งประกายได้ตั้งแต่รากจรดปลายผม

3 เรื่องในชีวิตที่ควรแคร์ให้น้อยลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 24 พ.ย. 2560 เวลา 14:19 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/527071

3 เรื่องในชีวิตที่ควรแคร์ให้น้อยลง

บางครั้งคนเราก็ไม่ควรแคร์กับสิ่งต่างๆ ไปเสียทุกเรื่อง ยังมีบางเรื่องที่เราสามารถปล่อยวางได้บ้างเหมือนกัน

ด้วยสภาพสังคม สภาพแวดล้อม และเรื่องราวต่างๆ รอบตัว ส่งผลให้เกิดความเครียดได้ง่าย หลายคนมักจะเก็บสิ่งต่างๆ รอบตัวมาคิดมากจนปวดหัวไปตามๆ กัน การใส่ใจกับหลายสิ่งรอบตัวแท้จริงแล้วก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่เราสามารถปล่อยวางได้บ้างเหมือนกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องพบเจอเรื่องเครียดๆ มากจนเกิดผลเสียกับสุขภาพ

1. ความแตกต่าง – หลายคนมักไม่กล้าที่จะแตกต่าง ไม่กล้าที่จะเป็นตัวเอง เพียงเพราะจะดูแปลกแยกจากสังคม แต่จริงๆ แล้ว การเป็นตัวของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ดีสุด เราไม่ควรฝืนตัวเองให้เป็นแบบใครๆ กล้าคิดต่าง ทำต่าง บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นเดียวกัน

2. แคร์คนอื่นมากเกินไป – การใส่ใจคนรอบข้างแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ดี แต่หากคนเราแคร์ทุกเรื่องหรือทุกคนบนโลกนี้ ก็อาจจะเกิดความเครียดได้เหมือนกัน ควรเดินทางสายกลาง หันกลับมาแคร์ตัวเองบ้าง กล้าออกความเห็นให้มากขึ้น ถ้าใครบางคนทำอะไรที่ทำให้คุณทุกข์หรือไม่พอใจก็ลองพูดหรือแสดงออกมาให้เขารับรู้บ้าง

3. กลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง – หลายคนมักจะกลัวอนาคตโดยไม่รู้ตัว กลัวเรื่องบางเรื่องแม้สิ่งนั้นอาจจะยังมาไม่ถึง แต่ก็คิดมากและกลัวไปก่อน อนาคตเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้และไม่มีใครเดาได้ ถ้าเราใช้เวลาทั้งชีวิตกังวลทุกเรื่องในโลกนี้ ก็จะไม่มีความสุข ดังนั้นควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด มีความสุขกับทุกวินาทีของชีวิตดีกว่า

5 สัญญาณปัญหาภายในช่องปากที่ควรสังเกต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 24 พ.ย. 2560 เวลา 11:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/527049

5 สัญญาณปัญหาภายในช่องปากที่ควรสังเกต

สุขภาพภายในช่องปากเป็นอีกสิ่งที่หลายคนไม่ควรละเลย

สุขภาพช่องปาก เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลยและเพิกเฉย เพราะอาจกำลังส่งสัญญาณอันตรายบางอย่าง มูลนิธิทันตสาธารณสุข ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึง 5 สัญญาณภายในช่องปากที่ควรสังเกต

1. มีกลิ่นปากโดยหาสาเหตุไม่ได้ – รู้สึกถึงกลิ่นปากที่ลอยออกมาทุกครั้งที่พ่นลมหายใจ หรือพูดกับคนรอบข้าง หลังแปรงฟัน

2. สีฟันขุ่นมัว ดูเหลือง ไม่ขาวสะอาด – หลังแปรงฟันเสร็จส่องกระจกแล้ว ยังเห็นสีฟันเหลืองชัดเจนอยู่

3. คราบพลัคที่เกาะอยู่บนผิวฟัน – หลังจากแปรงฟันเสร็จแล้ว แต่ยังรู้สึกเหมือนมีแผ่นฟิล์มเหนียวๆ ติดอยู่บนฟัน

4. โรคฟันผุ – แปรงฟันเป็นประจำ แต่ทำไมยังปวดฟันอย่างหาสาเหตุไม่ได้ และฟันเริ่มเป็นรูและจุดดำเล็กๆ

5. เหงือกอักเสบและเป็นแผล – เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างแปรงฟัน

ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้แปรงสีฟันนานกว่า 3 เดือน เนื่องจากแปรงสีฟันด้ามเก่านั้นมักจะมีขนแปรงที่บานจนขาดประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเศษอาหาร และสิ่งสกปรกตามซอกเหงือกและฟัน ทำให้สิ่งสกปรกตกค้าง เกิดการหมักหมมภายในช่องปาก ออรัล บี ให้คำแนะนำว่า แปรงสีฟันควรใช้งานไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของของแบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งสกปรกต่างๆ นับล้านชนิด

7 เหตุผลที่ควรเล่นปิงปอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 24 พ.ย. 2560 เวลา 10:35 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/527030

7 เหตุผลที่ควรเล่นปิงปอง

ปิงปองเป็นกีฬาที่สนุกและให้ประโยชน์แก่ผู้เล่นมากมายหลายประการ

หลายคนอาจยังจำโมเมนต์สนุกๆ เวลาตีปิงปองกับเพื่อนที่โรงเรียนได้อยู่ และคงไม่ยากที่จะกลับมาเรียนรู้และรื้อฟื้นการเล่น “เทเบิลเทนนิส” หรือปิงปอง อีกครั้ง ด้วยเหตุผล 7 ข้อนี้

1. ทำให้เราออกกำลังกายได้ทุกส่วนของร่างกาย ช่วยฝึกให้อวัยวะต่างๆ ทำงานสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น ทั้งสมอง สายตา มือ ข้อมือ แขน ลำตัว ต้นขา หัวเข่า เท้า ทั้งยังก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บน้อยเมื่อเทียบกับกีฬาชนิดอื่น

2. ดีต่อใจ เนื่องจากต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วในขณะเล่น ผู้เล่นจึงได้ฝึกตัวเองให้มีจิตใจที่มุ่งมั่นเข้มแข็ง และมีความมั่นใจสูงขึ้น แถมในเกมที่มีการตัดสินแพ้ชนะยังช่วยให้คุณฝึกที่จะยอมรับความจริงอีกด้วย

3. ดีต่อสติปัญญา เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก และยังฝึกการตัดสินใจเฉพาะหน้าได้เก่งขึ้น ฝึกปฏิภาณไหวพริบให้ดีขึ้น เพื่อรับมือกับลูกตบสุดโหดจากฝ่ายตรงข้าม

4. เป็นกีฬาของเจ้าหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงโปรดกีฬาชนิดนี้ และทรงใช้ปิงปองเป็นสื่อในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนหันมาเล่นกีฬา

5. เป็นกีฬาของเหล่าคนดัง ไม่ว่าจะเป็นสายร็อกแบบ ตูน บอดี้สแลม สายบิวตี้อย่าง แพรี่พาย หรือแม้แต่ผู้นำระดับประเทศอย่าง ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ชอบในกีฬาชนิดนี้เช่นกัน

6. เป็นหนังสร้างแรงบันดาลใจ ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีภาพยนตร์เรื่อง As One จากประเทศเกาหลีใต้ ที่หยิบยกเรื่องราวของปิงปองขึ้นมาเป็นประเด็นสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย และหนังยังได้สร้างความประทับใจเสียจนแม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังมีคนหาหนังเรื่องนี้มาดูซ้ำแล้วซ้ำอีก

7. เป็นกีฬาที่เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะสามารถเล่นได้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะประชุม โต๊ะกินข้าว บางแห่งจริงจังถึงขั้นจัดการแข่งขันเล็กๆ ขึ้นมาเลย

แล้วถ้าคุณเป็นคนที่เล่นปิงปองอยู่แล้ว และมั่นใจในฝีไม้ลายมือก็อย่ารอช้า อยากชวนให้ไปร่วมการแข่งขันเทเบิลเทนนิส BBG PRINCESS CUP 2017 ชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ธ.ค. 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าบราเสื่อมสภาพแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 23 พ.ย. 2560 เวลา 17:09 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526874

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าบราเสื่อมสภาพแล้ว

การปล่อยให้ตัวเองใส่ชุดชั้นในที่เสื่อมสภาพ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

สิ่งที่สาวๆ หลายคนลืมนึกถึงก็คือการตรวจเช็คว่าชุดชั้นในที่ใส่กันอยู่ทุกวันนั้นเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง การปล่อยให้ตัวเองใส่ชุดชั้นในที่เสื่อมสภาพ เนื่องจากอายุการใช้งานที่นานเกินไปอาจส่งผลในแง่สุขภาพได้ โดยปกติอายุการใช้งานของบราจะอยู่ที่ประมาณ 6 – 12 เดือน แล้วหลังจากนั้นบราก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงจนไม่สามารถประคับประคองหน้าอกให้อยู่ในรูปทรงที่เหมาะสมได้อีกต่อไป ลองสำรวจบราของคุณว่ามีสัญญาณอันตรายเหล่านี้แล้วหรือยัง

1. โครงเปลี่ยนรูปทรง – ไม่ว่าจะเกิดจากอายุการใช้งานที่นานแล้ว หรือการซักอย่างผิดวิธี แต่ถ้าหากโครงเหล็กของบราเริ่มบิดงอแล้วล่ะก็ น่าจะถึงเวลาเปลี่ยนบราสักที

2. เต้าทรงย่น หรือฟองน้ำยุบ – หากเต้าของบรา หรือฟองน้ำเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ก็เป็นอีกสัญญาณที่บอกว่าบรานั้นเสื่อมสภาพแล้ว

3. ลำตัวด้านข้างยืด – บราที่ดีควรจะกระชับและซัพพอร์ตทรวงอกได้อย่างเต็มที่ หากบราเริ่มย้วย ไม่กระชับ ก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว

4. สายบราเลื่อนหลุด – ถ้าไม่ว่าจะปรับอย่างไรแล้วสายบราก็ยังเลื่อนหลุดอยู่อีก ก็ได้เวลาซื้อใหม่เสียที เพราะนอกจากจะไม่กระชับแล้ว อาจเกิดอุบัติเหตุในที่สาธารณะได้

5. ใส่แล้วไม่พอดีกับรูปร่าง – เมื่อเวลาผ่านไป รูปร่างเราก็เปลี่ยนไปด้วย หากบราเริ่มไม่พอดีแล้ว ก็ควรจะซื้อใหม่ ทางที่ดีควรวัดขนาดใหม่ทุกครั้ง และลองสวมใส่ก่อนตัดสินใจซื้อด้วย