ไทเชฟ สนับสนุน ‘ค่ายดาราศาสตร์’ ม.เกษตรศาสตร์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1

ไทเชฟ สนับสนุน ‘ค่ายดาราศาสตร์’ ม.เกษตรศาสตร์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1

ไทเชฟ สนับสนุน ‘ค่ายดาราศาสตร์’ ม.เกษตรศาสตร์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทเชฟ (ThyChef) สนับสนุนผลิตภัณฑ์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1 จัดโดยชมรมดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยสนับสนุนสินค้าไทเชฟหลากหลายรสชาติ อาทิ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำพริกหนุ่ม น้ำจิ้มแจ่ว ผงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวรสชาติต่างๆ ผงปรุงรสไก่ ฯลฯ

สำหรับบรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และความอบอุ่น เพื่อส่งเสริมให้น้องๆ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และเรียนรู้การทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้สําเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ไทเชฟ ได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศหรือสั่งซื้อทางออนไลน์กับบริการ “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจที่ http://www.thychef.com หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vul8664q หรือทาง Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/ thychef, Shopee : https://s.shopee.co.th/

‘กีต้าร์ คีรตา’ มิสทรานส์หนองคาย คว้ารางวัล ‘Best Royal Thai Dress’ เวที Miss Trans Thailand 2025 ‘ICONIC’

'กีต้าร์ คีรตา' มิสทรานส์หนองคาย คว้ารางวัล 'Best Royal Thai Dress' เวที Miss Trans Thailand 2025 'ICONIC'

‘กีต้าร์ คีรตา’ มิสทรานส์หนองคาย คว้ารางวัล ‘Best Royal Thai Dress’ เวที Miss Trans Thailand 2025 ‘ICONIC’

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.33 น.

เมื่อเร็วๆนี้ การประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” ภายใต้แนวคิด “Be The Inspiration” (ความสวยที่มีพลัง เพื่อเปลี่ยนโลก) ได้จัดการประกวดรอบพิเศษ “The Elegance of Royal Thai Dress Round” หรือรอบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ซึ่งเป็นรอบที่เน้นการนำเสนออัตลักษณ์และความงดงามของชุดไทยอันทรงคุณค่า โดยมี คุณนก ยลดา และ ครูต้องตา จำเริญใจ รับหน้าที่พิธีกร

ผลการตัดสินปรากฏว่า ผู้ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Best Royal Thai Dress” ไปครอง ได้แก่ กีต้าร์ คีรตา วงศ์โสภาพรรณ ผู้เข้าประกวดจากจังหวัดหนองคาย ซึ่งแสดงความสามารถในการตีความและนำเสนอชุดไทยพระราชนิยมได้อย่างสง่างามและโดดเด่น ทำให้เธอได้รับสิทธิ์ Fast Track เข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

ในรอบนี้ ผู้เข้าประกวดทั้ง 36 สาวงาม ได้นำเสนอความงามตามอัตลักษณ์ไทย ผ่านการตีความแก่นแท้ของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถอันเหนือชั้นทางด้านแฟชั่นและศิลปวัฒนธรรมของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้ความงามแบบไทยสามารถยืนเคียงข้างแฟชั่นชั้นสูงของโลกได้อย่างสง่างาม และเป็นการออกแบบความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน

การประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” จัดขึ้นโดยมี แพทย์หญิง อัญชลี ชีวจร ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Trans Thailand พร้อมด้วย คุณวันชัย เต็มธนทรัพย์, คุณพีระวัฒน์ เวชประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองประกวดฯ และ ครูต้องตา จำเริญใจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองประกวดฯ มุ่งเน้นการเฟ้นหาสาวทรานส์ที่ไม่ได้มีเพียงความงาม แต่ยังเพียบพร้อมด้วย สติปัญญา และพลังในการขับเคลื่อนสังคมอย่างแท้จริง โดยต้องการให้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ การสร้างแรงบันดาลใจ และการยอมรับความหลากหลาย เพื่อผลักดันให้สังคมเปิดกว้างและเข้าใจกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) มากยิ่งขึ้น

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสินในรอบนี้ ได้แก่:

 1.วันชัย เต็มธนทรัพย์ (ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC”)

 2.หนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม (กูรูนางงาม)

 3.พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์

 4.วิชัย ศรีหาพรหม

 5.อาร์ท อัครัช เนรมิตศิลป์

 6.บิวตี้โรส

รายชื่อ 36 สาวงามผู้เข้าประกวด Miss Trans Thailand 2025

* มิรา ศิริสุนธรเวช |กรุงเทพมหานคร

* นลินนิภา เชื้อประทุม| กาฬสินธุ์

* ศศิกตัญญู อนันต์ธนชาญกิจ | กำแพงเพชร

* ทิพย์ญาดา ภักค์ดีวัชรสกุล|ขอนแก่น

* ชญาภา สุพรม| จันทบุรี

* กวินธิดา นาเจริญ | ชลบุรี

* ไดญา ตัณตะวาโญ | ตรัง

* อริศรา เจริญพืช | ตราด

* อลิสษา ชัยภูมิ | นครปฐม

* รัญชน์รวี่ รักอักษร | นครราชสีมา

* ปณิธาน บุญเรื่อง | นครศรีธรรมราช

* สมรักษ์ เลาซางเปลี่ย | น่าน

* ณภัสสร สืบทอง | บุรีรัมย์

* อัญรินทร์ ธนาพลสุรพัชร์ | ปทุมธานี

* ทลิตา สุนทรานันต์ | พระนครศรีอยุธยา

* รดารัณ ยืนทรัพย์ | พัทลุง

* ริญญภัสร์ สุริยเศรษฐาพร | เพชรบูรณ์

* ปอนิดา โคตรชนะ | ภูเก็ต

* จันจิรา แหล่งสนาม | มหาสารคาม

* ชญาภา ไพราม | แม่ฮ่องสอน

* จิรภัทร ตรงจิตต์รักษา | ยะลา

* กานต์พิชชา พานาสันต์ | ร้อยเอ็ด

* เมษา เพ็ชรคราม |ระนอง

* รินรนี อัฐธะจิรานนท์ | ลพบุรี

* พัฏฐ์ณิชา แย้มประเสริฐ | ลำปาง

* ฑีรดา พีนธ์พงค์ | ศรีสะเกษ

* อรชพร องค์อรวรลักษณ์ | สตูล

* ฉัตรชฎา กายงาม |สมุทรสงคราม

* พีรญา พงษ์อิศรานุพร | สมุทรสาคร

* มิรดา ทองแย้ม | สระบุรี

* ภคพล วงษ์จันทร์ | สิงห์บุรี

* สิรภัชชา กฤษณ์ประไทย | สุพรรณบุรี

* นริสรา บุญวัฒน์ | สุราษฎร์ธานี

* คีรตา วงศ์โสภาพรรณ | หนองคาย (ผู้คว้ารางวัล Best Royal Thai Dress)

* อภิรดา มาตย์วิเศษ | อ่างทอง

* ชนัญชิดา ดีโพธิ์กลาง | อุบลราชธานี

ติดตามความเคลื่อนไหวของกองประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” ได้ทาง FB Miss Trans Thailand: https://www.facebook.com/share/1CUfJv8Eh5/ และ Tiktok Misstransthailand.official https://www.tiktok.com/@misstransthailandoffi?_r=1&_t=ZS-91kMLTRcnk8

-(016)

ฉลองครบรอบ 20 ปี ‘ซีไลฟ์ แบงคอก’ จัดแสดงโชว์ใต้น้ำสุดงดงาม ‘Dive Into the Water Dance Show!’

ฉลองครบรอบ 20 ปี 'ซีไลฟ์ แบงคอก' จัดแสดงโชว์ใต้น้ำสุดงดงาม 'Dive Into the Water Dance Show!'

ฉลองครบรอบ 20 ปี ‘ซีไลฟ์ แบงคอก’ จัดแสดงโชว์ใต้น้ำสุดงดงาม ‘Dive Into the Water Dance Show!’

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.25 น.

ซีไลฟ์ แบงคอก ฉลองครบรอบ 20 ปี ยิ่งใหญ่ จัดแสดง Dive Into the Water Dance Show! สุดอลังการ พร้อมเปิดตัวมูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส ตอกย้ำเบอร์ 1 ศูนย์กลางการเรียนรู้และความบันเทิงโลกใต้ทะเลกลางกรุง

ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ซีไลฟ์ แบงคอก (SEALIFE Bangkok) จัดแคมเปญ “SEALIFE Bangkok 20th Anniversary Celebration” อย่างยิ่งใหญ่ จับมือ Mermaid Land (เมอเมด แลนด์) จัดการแสดง “Dive Into the Water Dance Show!” โชว์ใต้น้ำสุดงดงามอลังการ พร้อมเปิดตัว มูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส (SLBKK Plus: Sealife Bangkok Plus Foundation) มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขานรับนโยบายการอนุรักษ์ท้องทะเลและสัตว์น้ำของซีไลฟ์ทั่วโลก ตอกย้ำผู้นำศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงโลกใต้ทะเลกลางกรุง พร้อมเปิดศักราชใหม่เดินหน้ากลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง ต่อเนื่อง ดึงพาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างกิมมิคทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ดึงดูดลูกค้าจากทั่วโลกทุกไตรมาส ผ่านทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ออฟไลน์ทรงพลัง

นางสาวสกลภัส ปลูกจิตรสม ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า กว่า 2 ทศวรรษ ซีไลฟ์ฯ นับเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวโลกใต้น้ำมาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยที่อยู่ใจกลางเมือง ที่ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเราเป็นพื้นที่ที่นำเสนอความรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจผ่านโลกใต้น้ำให้กับผู้คนจากทั่วโลก โดยการนำสัตว์น้ำที่น่าสนใจจากทั่วโลกมาจัดแสดงให้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันได้จัดแสดงสัตว์น้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ รวมกว่า 4,000 ตัว รวมทั้งสร้างสรรค์กิจกรรมที่มีความน่าสนใจและตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนจำนวนมาก ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ซ้ำในทุกครั้งที่เข้าชม ซึ่งทางซีไลฟ์ฯ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกๆท่าน สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ที่มาเที่ยวชม และรีวิวที่ช่วยแชร์ความประทับใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซีไลฟ์ฯ ได้รับฟีดแบค เพื่อนำมาพัฒนาการให้บริการ รวมถึงสร้างสรรค์กิจกรรมที่เหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่ม

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปี ซีไลฟ์ แบงคอก จัดการแสดง “Dive Into the Water Dance Show!” โชว์นางเงือกใต้น้ำสุดงดงามอลังการ โดยจัดการแสดงเพียง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 9 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ซึ่งเป็นความร่วมกับ Mermaid Land นำโดย โค้ชปูเป้-ธัญลักษณ์ พุฒิสิริโรจน์ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำลีลาทีมชาติไทย นำเสนอความงดงามของทะเลในรูปแบบแฟนตาซี ผ่านศิลปะการเคลื่อนไหวใต้น้ำอันอ่อนช้อยและตระการตา ที่สำคัญการแสดงนี้ยังสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างแยบยล โดยมุ่งหวังอยากให้ผู้ชมทุกเพศทุกวัยได้รับทั้งความเพลิดเพลินและกลับไปด้วยหัวใจที่อยากร่วมดูแลท้องทะเลไทยรวมทั้งยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงศักยภาพนักกีฬาว่ายน้ำลีลาทีมชาติไทย พร้อมกับสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจกีฬาว่ายน้ำลีลามากขึ้น เพราะนี่คือกีฬาที่ผสมผสานทั้งความแข็งแรง ความคิดสร้างสรรค์ ความมีวินัยและศิลปะไว้ด้วยกัน 

สกลภัส กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีกหนึ่งก้าวสำคัญของซีไลฟ์ แบงคอกที่ภาคภูมิใจมาก คือ การสานต่อพันธกิจด้านอนุรักษ์สัตว์น้ำและท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการก่อตั้ง มูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส (SLBKK Plus) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งดำเนินการภายใต้แรงบันดาลใจและแนวทางเดียวกับ SEA LIFE Trust องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรด้านการอนุรักษ์ของ เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส กรุ๊ป ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงงานอนุรักษ์ในประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายของซีไลฟ์ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และระบบนิเวศทางทะเลในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เกี่ยวกับสัตว์ทะเลและท้องทะเลไทย รวมทั้งเพื่อสร้างการเรียนรู้ผ่านการปลูกฝังหัวใจของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนในกลุ่มเยาวชน ครอบครัว ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสต่างๆ นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างเสริมการเปิดประสบการณ์ให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในการเข้าชมซีไลฟ์ฯ และมาดามทุสโซฯ อีกด้วย”  

สำหรับปีหน้า ซีไลฟ์ แบงคอก พร้อมเปิดศักราชใหม่เดินหน้ากลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง ต่อเนื่อง ปูพรมจัดกิจกรรมเซอร์ไพรส์แน่นเต็มสูบ ดึงไลฟ์สไตล์พาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างกิมมิคทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ดึงดูดลูกค้าคนไทยและต่างชาติจากทั่วโลกในทุกไตรมาส สื่อสารผ่านทุกแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ออฟไลน์ทรงพลังเข้าถึงและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในวงกว้าง รวมทั้งผ่านทางพันธมิตรทางการตลาดที่แข็งแกร่ง มั่นใจว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้เราจะยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในร่มที่สำคัญที่เสริมความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ รวมทั้งเป็น Soft Power ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ และการบริการด้วยรอยยิ้ม

ติดตามกิจกรรม และโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย ได้ที่ http://www.sealifebangkok.com/ หรือโทร. 02 842 2000 โดยสามารถตรวจสอบราคาในแต่ละวันได้ทางเว็บไซต์ ซื้อตั๋วเข้าชมล่วงหน้าถูกกว่า 10% ผ่านเว็บไซต์ https://www.visitsealife.com/bangkok/tickets/

-(016)

อ.ต.ก.ขับเคลื่อนสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทยสู่ตะวันออกกลางในงาน ‘Agro food Jeddah 2025’

อ.ต.ก.ขับเคลื่อนสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทยสู่ตะวันออกกลางในงาน ‘Agro food Jeddah 2025’

อ.ต.ก.ขับเคลื่อนสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทยสู่ตะวันออกกลางในงาน ‘Agro food Jeddah 2025’

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.12 น.

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทยสู่ตลาดสากล ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐานปลอดภัย การตลาดเชิงรุก และสร้างโอกาสทางการค้าในต่างประเทศอย่างยั่งยืน

อ.ต.ก. เตรียมเข้าร่วมจัดกิจกรรม Agro food Jeddah ระหว่างวันที่ 3–5 ธันวาคม 2568 ณ เมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อเผยแพร่ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคจากทั่วโลก พร้อมสร้างเวทีเจรจาธุรกิจและขยายเครือข่ายทางการค้า

“อ.ต.ก. มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้แข่งขันได้ในระดับโลก โดยยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาด งาน Agro food Jeddah เป็นเวทีสำคัญในการเปิดตลาดใหม่และสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงต่อการเติบโตในอนาคต”

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทย , ขยายช่องทางจำหน่ายและเพิ่มมูลค่าทางการค้า , ส่งเสริมโอกาสการเจรจาธุรกิจระหว่างไทย–ตะวันออกกลางและตลาดโลก และศึกษาแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาด แก่กลุ่มเป้าหมาย อาทิ เกษตรกรผู้ผลิตสินค้ามาตรฐานส่งออก , ผู้ประกอบการรวบรวม/ส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพสูง และผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดตะวันออกกลาง เป็นต้น

-(016)

สภากาชาดไทย ชวนผู้มีจิตศรัทธาต่อยอดความหวังผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เปิดรับบริจาค ‘โครงการภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม’

สภากาชาดไทย ชวนผู้มีจิตศรัทธาต่อยอดความหวังผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เปิดรับบริจาค ‘โครงการภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม’

สภากาชาดไทย ชวนผู้มีจิตศรัทธาต่อยอดความหวังผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เปิดรับบริจาค ‘โครงการภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม’

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“มะเร็งเต้านม” โรคร้ายที่สร้างความหวาดกลัวและเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้หญิงนับล้านคนทั่วโลก  สำหรับประเทศไทย ตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 22,000 คน ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายนี้

จากพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระราชประสงค์ว่า “ฉันอยากให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง” จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2548 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนก่อตั้ง และทรงรับเป็นองค์อุป ถัมภ์โครงการ ดำเนินงานภายใต้การดูแลของ รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม

ปัจจุบัน แม้การรักษามะเร็งเต้านมจะมีหลายวิธี ทั้งการผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสี หรือการใช้ยาต้านฮอร์โมน ซึ่งช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้อย่างมาก แต่ในบางกรณีมะเร็งอาจกลับมาอีกครั้ง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้

ป่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุด ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถฯ ได้เปิดมิติใหม่ของการรักษาด้วยวิธี “ภูมิคุ้มกันบำบัด” (Immunotherapy) ซึ่งถือเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยเป็นการใช้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยในการกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด T-cell ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ทหาร” ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้ เซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถเข้าถึงทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงสมองซึ่งการรักษาด้วยเคมีบำบัดไม่สามารถทำได้ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะในรายที่มะเร็งลุกลามหรือไม่ตอบสนองต่อการรัก ษาแบบเดิม โดยผลจากการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลังผ่านไป 6 เดือน พบว่า ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวด และไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง กล่าวได้ว่า การรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดนั้นเป็นความหวังที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกคน

Donation HUB สภากาชาดไทย ในฐานะศูนย์รวมการบริจาคและจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อสนับสนุนทุกภารกิจการช่วยเหลือของสภากาชาดไทย เปิดรับบริจาค “โครงการภูมิคุ้มกันบำบัด (IMMUNOTHERAPY) เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม” เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันส่งมอบน้ำใจ ในการพัฒนาการรักษา และช่วยต่อยอดโอกาสให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอีกมากมายที่รอการรักษา ร่วมบริจาคได้ที่เว็บไซต์ Donation HUB https://www.donationhub.or.th/project/139/detail

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2568

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll มองฟ้าไม่เห็นฟ้า เห็นแต่น้ำ หลากมา เป็นสายสาย , ย่อยยับ อัปปาง วางวาย , อยู่กับความ โหดร้าย ของสายชล , ท้อแท้ รันทด หมดแรงสู้ , วังเวง หดหู่ และสับสน ,ทรัพย์สิน สลายไป ในบัดดล , เหลือแต่ความ ทุกข์ทน กับน้ำตา , อยู่กับความ ลำบาก และขาดแคลน , อยู่กับความ แร้นแค้น เฉพาะหน้า , กราบขอบคุณ สายน้ำใจ ที่ไหลมา , บ้านน้ำท่วม มิดหลังคา น้ำตาซึม , ทรัพย์สิน สลายไป ในบัดดล , เหลือแต่ความ ทุกข์ทน กับน้ำตา…ร้อยกรองข้างบนนี้เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกสะเทือนใจกับ ข่าวมหาอุทกภัยภาคใต้ ที่กระแทกใจคนไทยเป็นอย่างยิ่ง อันเป็นการร้อยเรียงตัวอักษรของ กวีรัตนโกสินทร์ สุภาพ คลี่ขจาย นักหนังสือพิมพ์อาวุโส … ซึ่ง”บารอนเนส” ขออนุญาต ณ ตรงนี้ต่อ “พี่สุภาพ” เจ้าของบทประพันธ์นำมาลงเผยแพร่กัน ทั้งนี้ทราบมาว่า ตระกูลวัฒนา ณ เชียงใหม่ ได้นำมาเรียบเรียง ทำนอง และดนตรี พร้อมกับร้องเองด้วย ในเพลงที่ให้ชื่อว่า”มองฟ้าไม่เห็นฟ้า” ผลิตโดย : TKW Music ให้ผู้ฟังได้ประทับใจกันถ้วนหน้า… 

ll “มองฟ้าไม่เห็นฟ้า” บทเพลงสะท้อนความทุกข์ ความลำบาก และพลังใจของพี่น้องต่างจังหวัดที่ต้องเผชิญภัยน้ำหลากซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ่ายทอดอารมณ์จริงจากปลายปากกาของ สุภาพ คลี่ขจาย สู่ท่วงทำนองที่เรียบเรียงขึ้นเพื่อปลอบประโลมใจ และส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังยืนสู้อยู่ท่ามกลางสายน้ำจากการสร้างสรรค์ของ ตระกูลวัฒนา ณ เชียงใหม่…ไพเราะเพียงใด คงต้องหาฟังกันได้ทางสื่อต่างๆในตอนนี้…

ll ขอรายงานข่าว เบื้องหลังของการช่วยผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้…ทราบว่า พิมรี่พาย ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมที่ อ.รัฐภูมิด้วยตัวเอง โดยนำเรือ เจ็ตสกี และโรงครัวไปช่วยด้วย พร้อมเหมาอาหาร และของใช้มาหมดแม็คโคร โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาจากการอุดหนุนสินค้าของบรรดาเพื่อนรัก 100 % ไม่มีการเปิดขอรับบริจาค เพราะ พิมรี่พาย ให้เหตุผลว่า ตัวเองบริหารไม่ถูก ใช้เงินตัวเองสบายใจกว่า…ขอนุโมทนาบุญด้วย…

ll ส่วน องค์การทำดีของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้เดินหน้าช่วยผู้ประสบภัยที่หาดใหญ่อย่างเข้มแข็ง… เจ้าตัวเผยว่า ทั้งทีมงานและผู้ประสบภัย ไม่มีใครยอมแพ้ กว่าจะส่งของให้แต่ละบ้านได้ มีความยากลำบากหลายอย่าง…แต่พวกเราก็สู้สุดใจ เพื่อให้ถุงยังชีพถึงมือผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด…

ll ด้วยเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ ภัยธรรมชาติร้ายแรง ซึ่งทำให้ชาวใต้หลายจังหวัด ถึงกับหมดเนื้อหมดตัว ทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ รวมทั้งชีวิตของคนที่รักต้องสูญเสียไปกับน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้…น่าเห็นใจเป็นอย่างมาก…ร่วมปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย เลขบัญชี 045-3-04637-0 ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ประเภทกระแสรายวัน / www.donationhub.or.th …นอกจากนี้ สิ่งของจำเป็นสำหรับช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ได้แก่ อาหาร เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแห้ง ,เครื่องนอน เช่น ที่นอนปิคนิค หมอน เสื่อ ผ้าห่ม , ของใช้จำเป็น เช่น ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม(ผู้ใหญ่-เด็ก) ยากันยุง ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า(ใหม่) ชุดชั้นใน(ใหม่)…ติดต่อนัดหมายเพื่อบริจาคได้ที่ คลังสัมภาระผู้ประสบภัย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย โทร 02-251-7853 และ 089-782-0660 …-

ll สวด ศ.คลินิก เกียรติคุณ.ทพ.เบ็ญจพจน์ ยศเนืองนิตย์ 27 พ.ย.-3 ธ.ค.18.00 น. ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ..พระราชทานเพลิงศพ 4 ธ.ค.17.00 น. !!…

บารอนเนส

เปิดมุมมองใหม่วงการแพทย์ กับเวทีเสวนาดูแลสุขภาพโรคด้วย ‘DNA-based’ โดยนักวิจัยระดับโลก

เปิดมุมมองใหม่วงการแพทย์ กับเวทีเสวนาดูแลสุขภาพโรคด้วย ‘DNA-based’ โดยนักวิจัยระดับโลก

เปิดมุมมองใหม่วงการแพทย์ กับเวทีเสวนาดูแลสุขภาพโรคด้วย ‘DNA-based’ โดยนักวิจัยระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.11 น.

อิมมูเจนซ์ (Immugence) ภายใต้ บริษัท อีซีจี อิมมูนิเตอร์ จำกัด (ECG Immunitor) บริษัท Biotech ด้านสุขภาพชั้นนำ  ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมการรักษาโรคจากรากฐานระดับพันธุกรรม (gene-level) ด้วยแพลตฟอร์ม Antisense Oligonucleotide (ASO) ที่เป็นของตัวเอง รวมทั้งให้บริการเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพในด้านต่างๆ จัดงานเสวนาทางวิชาการ “2025 Mini Scientific Forum on DNA-based therapeutics (Immugence)” เปิดเวทีเสวนาด้านนวัตกรรรมการดูแลสุขภาพโรคด้วย DNA-based อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย

โดย นายพัทธ์ชลิต กลิ่นหอม ผู้ก่อตั้ง บริษัท อีซีจี เวนเจอร์ แคปปิตอล และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซีจี อิมมูนิเตอร์ จำกัด พร้อม วิชัย จิรฏฐิติกาล, อรศศิพัชร์ ศิริวรรณพร หนึ่งในทีมผู้บริหาร เปิดมุมมองใหม่ในวงการแพทย์ การดูแลสุขภาพโรคด้วย DNA-based รวมถึงการทำความเข้าใจระบบภูมิคุ้มกันและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รวมถึงแง่มุมของแนวทางการวิจัยและพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในอนาคต พร้อมด้วยนักวิจัยระดับโลก ศาสตราจารย์ โจนาธาน หว่อง นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยยา จากประเทศแคนาดา ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับที่มาของการวิจัยการรักษาด้วยเทคโนโลยี DNA และ ศาสตราจารย์ ฮอลแลนด์ เชง ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาโมเลกุล มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส จากประเทศอเมริกา ร่วมบรรยายในหัวข้อการพัฒนาการ ดูดซึม DNA ในระบบทางเดินอาหาร และ ผศ. ดร. นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเสวนาในการประชุมวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), ดร.ฐนียา รอยตระกูล สวทช. (ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ – BIOTEC), นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ. อุดม อัศวุฒมางกุร สาธารณสุขนิเทศก์กระทรวงสาธารสุข และบุคคลในวงการแพทย์เข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้ ณ เดอะ เกรท รูม พาร์ค สีลม ชั้น 29

นวัตกรรมด้านสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยี DNA (DNA-based health innovation) จะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ถือเป็นการป้องกันเชิงรุกที่แม่นยำ และเฉพาะเจาะจงเป็นหลายบุคคลเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา ลดผลข้างเคียง ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมการ แพทย์และสาธารณสุข ซึ่งคาดว่าจะเป็นเทรนด์สำคัญของการดูแลสุขภาพและอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้สนใจสุขภาพในอนาคตอันใกล้

ถึงแม้เทคโนโลยีนี้อาจฟังดู ล้ำสมัย และ ดีเกินจริง แต่แท้จริงแล้วทั้งหมดตั้งอยู่บนรากฐานของชีววิทยาระดับโมเลกุลและข้อมูลทางพันธุกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยจำนวนมาก อีกทั้งยังผ่านกระบวนการวิเคราะห์และทดสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงทั้งความแม่นยำและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน  และมุ่งเน้นด้านความยืนยาวของชีวิต (longevity) ECG Immunitor จึงถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่แถวหน้าในการปฏิวัติวงการ healthcare แบบ Personalized & Precision Health

ศึกษารายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.immugence.com , Facebook : Immunic.thailand , Line OA : @immunic

-(016)

‘คอมพานี บี’ เปิดตัว ‘งัวแดง’ พลิกภาพลักษณ์เนื้อไทยทัดเทียมสากล

‘คอมพานี บี’ เปิดตัว ‘งัวแดง’ พลิกภาพลักษณ์เนื้อไทยทัดเทียมสากล

‘คอมพานี บี’ เปิดตัว ‘งัวแดง’ พลิกภาพลักษณ์เนื้อไทยทัดเทียมสากล

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.07 น.

บริษัท คอมพานี บี จำกัด ผู้นำในธุรกิจร้านอาหารและผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์เนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม เปิดตัวโปรเจคการสร้างสรรค์เนื้อวัวสายพันธุ์ Beef Master คุณภาพสูงในประเทศ ผ่านโครงการ “งัวแดง : การผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพเพื่อทดแทนการนำเข้า และสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย” ลุยตลาดเปิดตลาดแบรนด์ใหม่ “งัวแดง – แก่นแท้ งัวเนื้อไทย” พร้อมเปิดตัวเนื้อวัวพรีเมียม “Copper Prime” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แสวงหาเนื้อวัวคุณภาพแทนเนื้อนำเข้า

ที่ผ่านมา ร้านอาหารในเครือของบริษัท คอมพานี บี เคยพึ่งพา “เนื้อนำเข้า” จากออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เพื่อใช้ในร้านอาหารอย่าง “เนื้อแท้” แต่ตลอดหลายปีของการร่วมพัฒนาระหว่างทีมวิจัยและฟาร์มพันธมิตร ได้นำไปสู่การสร้าง สายพันธุ์และระบบการเลี้ยง “งัวแดง” ที่เหมาะกับภูมิอากาศไทยอย่างแท้จริง การร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเกษตรกรของโครงการงัวแดง  ในครั้งนี้ ทางคอมพานี บี ทำหน้าที่เป็นผู้รับซื้อปลายทาง เป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารในเครือและต่อยอดพัฒนาไปสู่สินค้าอื่นๆในอนาคต

ด้วยการใช้เนื้อวัวสายพันธุ์ Beef Master ขุนด้วยธัญพืชสูตรเฉพาะ ทำให้เราสามารถผลิตเนื้อที่ นุ่ม หอม ไขมันแทรกแบบพอดี และได้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ตามแบบฉบับของ “เนื้อแท้”

เพื่อยืนยันคุณภาพในระดับพรีเมียม บริษัทฯ ได้เตรียมเปิดตัว “Copper Prime” การคัดเลือกเฉพาะ Prime Cut ชั้นเยี่ยมที่สุดจากโครงการงัวแดง ผ่านระบบคัดเกรดที่โปร่งใส เข้มงวด และตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ทำหน้าที่เป็น “Trusted Mark” ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและร้านอาหารทั่วประเทศ

โครงการ “งัวแดง” ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังเป็นการ
เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ให้แก่บริษัท คอมพานี บี อย่างมหาศาล โดยมีแผนการขยายธุรกิจต่อไป

เตรียมแผนรุกตลาดค้าปลีก (Modern Trade) ในอนาคต เพิ่มทางเลือกให้แก่ตลาดเนื้อสดคุณภาพสูง โดยการนำผลิตภัณฑ์เนื้อวัวจากโครงการงัวแดงเข้าสู่ช่องทาง Modern Trade หลัก อาทิ Makro, Lotus’s, Big C  และตลาดกลุ่ม Horeca ตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจรับจัดเลี้ยง ที่ต้องการเนื้อวัวคุณภาพพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้และมีแหล่งผลิตที่ชัดเจน

ขยายผลิตภัณฑ์สู่สินค้าแปรรูป วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) จากเนื้อวัวโครงการงัวแดงในอนาคต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

นี่คือก้าวแรกของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เนื้อวัวไทยทั้งระบบ งัวแดงและ Copper Prime จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของเนื้อไทยคุณภาพจริง มาตรฐานจริง และเศรษฐกิจหมุนเวียนจริง การขยายการซื้อขายสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และตลาด Horeca นี้ จะช่วยส่งเสริมและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเนื้อวัวไทย รวมถึงให้ความช่วยเหลือและสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรไทยกว่า 864 ล้านบาท/ปี เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจที่เราพัฒนาด้วยมือของคนไทยเอง

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ภายใต้โครงการ ‘กลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ’

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ภายใต้โครงการ ‘กลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ’

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ภายใต้โครงการ ‘กลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.56 น.

กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นอันดับแรก โดยเตรียมมาตรการดูแลทั้งด้านสาธารณสุข การซ่อมแซมอุปกรณ์สำ คัญของประชาชน และการฟื้นฟูบ้านเรือน เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้เร็วที่สุด อาทิ ไทวัสดุ,ศูนย์การค้าเซ็นทรัล,โก โฮลเซลล์ หาดใหญ่ และเพาเวอร์บาย เตรียมประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และหน่วยราชการ เพื่อให้บริการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าและรถมอเตอร์ไซค์หลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

“เซ็นทรัล ทำ – โครงการฟื้นฟูภัยพิบัติ” เตรียมร่วมมือกับหน่วยงานราชการและมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูบ้านเรือนของพนักงานและประชาชนที่ได้รับความเสียหาย

เซ็นทรัล ทำ พร้อมประสานความร่วมมือ ลงพื้นที่สนับสนุนด้านสุขภาพจิตและประเมินภาวะสุขภาพของพนักงาน ครอบครัว และประชาชน ทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้การฟื้นฟูด้านสุขภาพเป็นไปอย่างครอบคลุม

OFM และ B2S พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนหลังน้ำท่วม

โก โฮลเซลล์ สนับสนุนถุงยังชีพ 1,000 ชุด พร้อมช่วยดูแล Big Cleaning ร้านค้า คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ

ออโต้วัน ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี

นอกจากแผนฟื้นฟูระยะต่อเนื่องแล้ว กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ยังให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนต่อเนื่องในช่วงน้ำท่วม โดยดำเนินการร่วมกับ มูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์ ภายใต้ “โครงการกลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ” มอบเงินบริจาค 2 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ พร้อมผนึกกำลังภาคีเครือข่ายและประชาชนทั่วประเทศ เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา รวมถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสันและไทวัสดุเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ได้แก่ สุราษฎร์ ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรง กลุ่มเซ็นทรัลได้เปิดพื้นที่ศูนย์การค้าเป็นจุดรับบริจาคกลาง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนส่งต่ออาหารแห้ง น้ำดื่ม ชุดยังชีพ เวชภัณฑ์ ของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และอุปกรณ์ทำความสะอาด โดยมีทีมพนักงานจิตอาสาร่วมคัดแยกและเตรียมสิ่งของอย่างรอบคอบ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า  “กลุ่มเซ็นทรัลขอส่งกำลังใจจากใจจริงไปยังพี่น้องชาวใต้ที่กำลังเผชิญกับวิกฤต เราเชื่อว่าพลังแห่งความสามัคคีจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ การมอบเงินบริจาค 2 ล้านบาท รวมถึงการเปิดศูนย์อำนวยการภัยพิบัติน้ำท่วมที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ โรงครัวกลาง และศูนย์รับบริจาคทั่วประเทศ และยังได้เตรียมมาตรการ ฟื้นฟูหลังน้ำลด ร่วมกับภาคีและหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้านเรือน การดูแลด้านสา ธารณสุข และการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด เป็นความตั้งใจของเราที่จะเร่งส่งต่อความช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เราหวังว่าทุกถุงยังชีพและทุกสิ่งของที่ประชาชนร่วมกันบริจาค จะเป็นกำลังใจสำคัญ และเราจะอยู่เคียงข้างทุกชุมชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”

ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากกลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ (แบ่งเป็น 4 หมวด)

การระดมทุนและความช่วยเหลือผ่านองค์กรหลัก เซ็นทรัล ทำ เปิดโครงการระดมทุนผ่านมูลนิธิเตียงฯ เพื่อภัยพิบัติ กลุ่มเซ็นทรัลและมูลนิธิเตียงฯ จัดทำ “ถุงยังชีพกลุ่มเซ็นทรัลและมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์” ส่งมอบให้กองทัพไทยช่วยกระจายสู่พื้นที่เสี่ยง

การสนับสนุนวัตถุดิบ อาหาร และของใช้จำเป็น เซ็นทรัล ทำ โดยชุมชนแม่ทา ส่งวัตถุดิบ เช่น มันม่วง กะหล่ำปลี เพื่อช่วย ณ ครัวกลาง ศูนย์อำนวยการภัยพิบัติน้ำท่วม

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งสินค้า และวัตถุดิบจาก GO Wholesale ช่วยศูนย์พักพิง มอ. สงขลาฯ

ท็อปส์ สนับสนุนถุงยังชีพ ผ่านสภากาชาดไทย

โก โฮลเซลล์ หาดใหญ่สนับสนุนพื้นที่เปิดโรงครัวพระราชทาน

โก โฮลเซลล์ ส่งอาหารแห้งและน้ำดื่มให้ศูนย์จิตอาสาพระราชทานเพื่อนำส่งพื้นที่ภาคใต้

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สนับสนุนถุงยังชีพ 500 ชุด

โก โฮลเซลล์ สนับสนุนถุงยังชีพ 1,000 ชุด พร้อมช่วยดูแล Big Cleaning ร้านค้า คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ

เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ร่วมบริจาคเสื้อผ้า และชุดชั้นใน ภายใต้สินค้าใครเครือ

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพ 50,000 บาท

การสนับสนุนอุปกรณ์กู้ภัยและสิ่งของยังชีพ เซ็นทรัล ทำ สนับสนุนเสื้อกีฬาและเสื้อกันหนาว 3,000 ตัว และผ้าห่ม 1,500 ผืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ สนับสนุนน้ำดื่มมาลี 500 ลัง รวม 12,000 กล่อง

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งถุงยังชีพ 1,100 ถุง ให้ มทบ.42 กระจายช่วยเหลือที่ศูนย์ฯ หาดใหญ่

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งเรือยนต์ 2 ลำ พร้อมห่วงยางและเสื้อชูชีพ 21 ชุด ให้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่

ไทวัสดุ สนับสนุนเรือพาย 10 ลำ เรือยนต์ 1 ลำ และน้ำดื่ม 100 แพ็ค

ซูเปอร์สปอร์ต สนับสนุนรองเท้ากีฬา 3,300 คู่ จากโครงการ “รองเท้านี้เพื่อน้อง”

การเปิดพื้นที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, โก โฮลเซลล์ และไทวัสดุ หาดใหญ่ เปิดบริการจุดจอดรถฟรี

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน หาดใหญ่ เปิดเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวก่อนส่งต่อหน่วยราชการ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ และ GO Wholesale ร่วมกับจังหวัดจัดตั้งโรงครัวกลาง

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ฉลอง และตรัง เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

กลุ่มเซ็นทรัลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น สิ่งของจำเป็น ชุดฟื้นฟูหลังน้ำลด และการทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและตรงความต้องการจริงของแต่ละจังหวัด

ประชาชนสามารถร่วมบริจาค เพื่อระดมทุนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ผ่านมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ (สามารถลดหย่อนภาษีได้), https://www.tham-dee.com/projects/floodrecovery (สามารถลดหย่อนภาษีได้), การเปลี่ยนคะแนน The 1 เป็นเงินบริจาคไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงกล่องรับบริจาคในจุดแลกซื้อ จุดประชาสัมพันธ์ และจุดชำระเงินในร้านค้ากลุ่มเซ็นทรัล

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องภาคใต้ทุกท่าน และจะเดินหน้าสนับสนุนทุกความช่วยเหลือจนกว่าชุมชนจะกลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด

 พลเอก นพดล ปิ่นทอง และ พิชัย จิราธิวัฒน์

พลเอก นพดล ปิ่นทอง และ พิชัย จิราธิวัฒน์

Allwell หนุนคนไทยใส่ใจสุขภาพ เนื่องใน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก”

Allwell หนุนคนไทยใส่ใจสุขภาพ เนื่องใน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก”

Allwell หนุนคนไทยใส่ใจสุขภาพ เนื่องใน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก”

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.35 น.

บริษัท ออลล์เวล ไลฟ์ จำกัด (Allwell) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมด้านสาธารณสุข ในงาน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก” ที่จัดขึ้นในโรงพยาบาลหลายแห่ง ผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพคุณภาพสูง อาทิ เครื่องวัดน้ำตาล เครื่องวัดความดัน เครื่องชั่งวิเคราะห์มวลร่างกาย ฯลฯ เพื่อตรวจคัดกรองผลสุขภาพให้ประชาชนที่มาเข้าร่วม พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ของ Allwell ลงพื้นที่ร่วมสนับสนุนการคัดกรอง เพื่อแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์สุขภาพสำหรับการดูแลตนเองที่บ้าน

กิจกรรม “วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day)” และ “วันแผลกดทับโลก (World Pressure Injury Prevention Day)” ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่โรงพยาบาลทั่วประเทศจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อตอบรับสถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทย เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบมากและมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แผลกดทับเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการป้องกันและดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ดังนั้น การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การให้ความรู้ด้านการป้องกัน และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนจึงเป็นภารกิจสำคัญของโรงพยาบาลทั่วประเทศ

ด้วยความตระหนักในความสำคัญดังกล่าว Allwell จึงร่วมสนับสนุนกิจกรรมในหลายพื้นที่ โดยสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพที่ผ่านมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ ทั้งการช่วยตรวจสุขภาพ การแนะนำวิธีใช้อุปกรณ์ และการให้คำปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำอุปกรณ์ที่มีอยู่ไปใช้ดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ สำหรับกิจกรรมวันเบาหวานโลก Allwell ได้สนับสนุนเครื่องมือเพื่อใช้คัดกรองและประเมินภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวาน ขณะที่ในวันแผลกดทับโลก บริษัทได้จัดแสดงอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง พร้อมทีมงานคอยแนะนำการใช้งานและดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

การร่วมสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลหลายแห่งในครั้งนี้ สะท้อนถึงพันธกิจของ Allwell ในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการสนับสนุนด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในภาคสนามจริง ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเอง Allwell จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสุขภาพในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขต่อไป