ทั้งหลอนทั้งสนุก! บิ๊กอีเว้นท์สุดมันส์ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 2025 ที่ ‘สวนน้ำรามายณะ พัทยา’

ทั้งหลอนทั้งสนุก! บิ๊กอีเว้นท์สุดมันส์ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 2025 ที่ ‘สวนน้ำรามายณะ พัทยา’

ทั้งหลอนทั้งสนุก! บิ๊กอีเว้นท์สุดมันส์ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 2025 ที่ ‘สวนน้ำรามายณะ พัทยา’

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.32 น.

เตรียมหวีดให้สุดเสียงไปกับเทศกาลแห่งความสนุกสุดหลอน!“สวนน้ำรามายณะ พัทยา แลนด์มาร์ก แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยทางน้ำชั้นนำและยอดนิยมของประเทศไทย ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 2025 จัดบิ๊กอีเว้นท์สุดมันส์ ขนทัพกิจกรรมความสนุกจัดเต็มทั้งความหลอน และความบันเทิง ตลอด 23 วันเต็ม! ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ไม่ว่าจะเป็น…

วันที่ 11 – 13 ตุลาคม 2568 สนุกสนานไปกับ

แดนซ์มันส์ๆ สุดตื้ดกับ ดีเจ และ Foam Party ที่ Monkey Beach Club

เวิร์กช็อปฮาโลวีนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ D.I.Y ถุงหอม และสร้อยข้อมือสุดชิค

เพลิดเพลินไปกับการแสดงเต้นลิมโบ และระบำฮาวายพ่นไฟสุดตระการตา ที่ Double Wave Pool

Meet & Greet สุดใกล้ชิด กับ Hanuman และผองเพื่อน

วันที่ 23 – 26 ตุลาคม 2568 และ วันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568

หวีดให้สุดเสียงกับบ้านผีสิงสุดหลอน

การแสดงผีสุดสยองที่ Double Wave Pool

แดนซ์กระจายกับดีเจ และ Foam Party ที่ Monkey Beach Club

สนุกสุดมันส์กับโซนเกมที่ Kids Kingdom ทั้งขว้างสายฟ้า เขาวงกต และแทททูสติ๊กเกอร์

Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเหล่ามาสคอตหลากหลายคาแรกเตอร์

พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายกับกิจกรรม Give Away สุดพิเศษ อาทิ

Haunted House Mini Challenge ลุ้นรับพวงกุญแจ Hanuman เงือกน้อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ (จำกัดจำนวนต่อวัน)

อิ่มอร่อยกับขนมหวานสุดคิ้วต์สำหรับเด็ก ๆ ที่โซนเกม

‘ฟาร์มเฮ้าส์’ ผนึกกำลัง 5 สถาบันเทคโนโลยี ลงนามความร่วมมือพัฒนาการศึกษา ตอบโจทย์อุตสาหกรรม พาชมเครื่องผลิตขนมปังล้ำสุดในภูมิภาค

‘ฟาร์มเฮ้าส์’ ผนึกกำลัง 5 สถาบันเทคโนโลยี ลงนามความร่วมมือพัฒนาการศึกษา ตอบโจทย์อุตสาหกรรม พาชมเครื่องผลิตขนมปังล้ำสุดในภูมิภาค

‘ฟาร์มเฮ้าส์’ ผนึกกำลัง 5 สถาบันเทคโนโลยี ลงนามความร่วมมือพัฒนาการศึกษา ตอบโจทย์อุตสาหกรรม พาชมเครื่องผลิตขนมปังล้ำสุดในภูมิภาค

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.24 น.

บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี จํากัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมปังและเบเกอรี่ ภายใต้แบรนด์ “ฟาร์มเฮ้าส์” ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ 5 สถาบันการศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ,สถาบันเทค โนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุง เทพ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร การวิจัยและพัฒนา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุมเสรีไทย 2 อาคารบางชัน โรงงานบางชัน

อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อํานวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี จํากัด (มหา ชน) ตระหนักถึงความสําคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านการพัฒนากําลังคน งานวิจัยและพัฒนา รวมถึงการบริหารจัดการองค์ความรู้ อันจะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

“ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นบริษัทผลิตอาหารชั้นนำของเมืองไทย มีการพัฒนานักศึกษา ตลอดจนทีมทำงานของบริษัทฯ นอกจากเรื่องวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ ยังมีเรื่องของคหกรรมด้วย จึงมีการให้นักศึกษาเข้ามาฝึกงาน มีความร่วมมือกับคณาจารย์มหาวิทยาลัย อัปเดตเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งเป็นความตั้งใจของเราที่ทำมาตลอด 43 ปีที่ผ่านมา”

อภิเศรษฐ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโครงการสหกิจศึกษา การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิต ตลอดจนการนําเทคโนโลยีทางวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัด การ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนําด้านเทคโนโลยี จึงเป็นอีกก้าวสําคัญในการพัฒนากําลังคนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับทั้งภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมต่อไป

รศ.ดร.สุวิทย์  แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างมากที่มีการลงนามความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาก็มีการทำงานร่วมกันมานานพอสมควร โดยเฉพาะที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง วันนี้เป็นการลงคำมั่นสัญญาอย่างเป็นทางการที่บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี ได้ทำร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา 5 แห่ง เป็นความร่วมมือทั้งในแง่นักศึกษา การใช้โจทย์ของบริษัทฯ เป็นโจทย์ในการทำวิจัยร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือแบบวิน-วิน เพราะอาจารย์ได้รับประสบการณ์มากขึ้น นักศึกษาก็ได้เรียนรู้กับของจริง

“การศึกษาจะต้องเปลี่ยนไป เราต้องดูเรื่องคนที่อยู่ในวัยทำงานด้วย ทำอย่างไรระบบจะยืดหยุ่นพอให้ได้เพิ่มเติมทักษะ ถ้าพนักงานบริษัทสา มารถมีโอกาสเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมในภาพรวมดีขึ้น ขณะเดียวกันกับนักศึกษาเอง เราจะเพิ่มคุณค่าอะไรให้กับนักศึกษาในภาพรวมของมหาวิทยาลัย เช่น การเรียนรู้จากประสบการณ์ ฉะนั้น ประสบการณ์จริงน่าจะเป็นแนวโน้มที่มหาวิทยาลัยควรจะสนับ สนุน ไม่ว่าจะประสบการณ์ในชุมชน ในโรงงาน หรือแม้กระทั่งในต่างประเทศ ผมมองว่าการศึกษาไทยจะเดินไปในทิศทางแบบนี้ รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีกับการเป็นส่วนหนึ่งในการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้”

รศ.ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะเห็นว่าทั้ง 5 สถาบันเน้นในเรื่องการปฏิบัติ ในหน่วยงานของเราทั้ง 5 คงได้มาช่วยเหลือไม่ว่าในเรื่องของงานวิจัย ความร่วมมือในการต่อยอดต่างๆ ในส่วนของสถาบันฯ เองมีนักศึกษาจำนวนมากมาฝึกงาน รวมทั้งบุคลากรพอสมควรที่เข้ามาที่นี่ ถ้าทางสถาบันฯ สามารถต่อยอดในเรื่องของเครือข่าย ในเรื่องของความสัมพันธ์ ความร่วมมือไม่ว่าในเรื่องงานวิจัยหรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยงาน เรายินดียิ่งและสามารถพัฒนาต่อไปในอนาคตได้ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ศ.ดร.เสาวณิต สุขภารังษี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งพร้อมกับเพื่อนร่วมสถาบันอีก 4 แห่ง ลงนามความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันเป็นสะพานที่จะเชื่อมโลกของวิชาการในมหาวิท ยาลัยสู่โลกของการปฏิบัติการจริงในสถานประกอบการ มหาวิทยาลัยเองอาจจะเป็นสถานบ่มเพาะความรู้ แต่ในทักษะการทำงานจริงเราต้องหาพาร์ทเนอร์ โดยเฉพาะในเรื่องการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำ อย่างบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี ซึ่งมีความร่วมมือในหลายๆ ด้าน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพสหกิจศึกษา ขณะเดียวกันอาจารย์นิเทศก็ได้เข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีที่ทางบริษัทฯ ใช้ในปัจจุบันซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

“ในมุมมองของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่ผลิตนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานบ่มเพาะความรู้ที่สามารถยกระดับไม่ว่าจะเป็นอัปสกิล รีสกิล หรือนิวสกิล ให้กับบุคลากรในบริษัทได้ เราอยากตอบสนองอุตสาหกรรม การที่เราได้มาทำงานร่วมกันทำให้รู้ว่าผู้ประกอบการต้องการให้เด็กมีทักษะ มีความรู้ด้านไหนบ้าง เพื่อเราจะนำมาปรับปรุงหลักสูตร วิธีการสอนของเรา และในเรื่องของซอฟท์สกิลซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกวันนี้หลายๆ บริษัทให้ความสำคัญ ไม่เพียงทำให้น้องๆ ได้งานทำ แต่ยังได้ตำแหน่งงานที่ดีขึ้น” 

ผศ.นพรัตน์ ภัยวิมุติ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) กล่าวว่า โดยปกติทางมหาวิทยาลัยมีการจัดให้นักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการที่หลากหลาย และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการลงนามความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้

“ทางมหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญทางด้านคหกรรมศาสตร์อยู่แล้ว มีการฝึกนักศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอาหาร อาหารและโภชนาการ เทคโนโลยีอาหาร วิทยาศาสตร์อาหาร และในเรื่องธุรกิจอาหาร มองว่าความพร้อมตรงนี้เรามีกำลังพลที่จะพัฒนาไปร่วมกันกับบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี ไม่ว่าจะในเรื่องการออกแบบหลักสูตรร่วมกัน ตลอดจนการทำงานวิจัยร่วมกัน เราพร้อมและยินดีที่จะส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อที่จะให้เกิดความร่วมมือกัน”

ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยฯ ในการสร้างคนเสริมอาชีพว่า ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยได้ส่งนักศึกษาออกไปฝึกงานเป็นจำนวนมาก ทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโท โดยเฉพาะหลักสูตรปริญญาตรีส่งนักศึกษาออกไปฝึกงาน 100% จึงมองว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็นจุดสำคัญที่ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นักศึก ษาได้ฝึกประสบการณ์การทำงานจริงกับสถานประกอบการ ยังเป็นช่องทางหนึ่งให้กับนักศึกษา ไม่ว่าจะในเชิงอาชีพด้านช่างเทคนิค วิศวกรรม โลจิสติกส์ ฯลฯ ไปจนถึงด้านการบัญชี ได้สร้างความร่วมมือในเชิงลึกในอนาคตร่วมกัน

ทั้งนี้ หลังการลงนามความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันระหว่างบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี และ 5 สถาบันการศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยี แล้วเสร็จลง มีการพาชมเครื่องทำขนมปังเครื่องใหม่ที่ทันสมัยที่สุดและมีกำลังการผลิตมากที่สุดในภูมิภาคถึง 6,000 แถวต่อชั่วโมง หนึ่งในหัวใจของกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ “ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์” ที่สดใหม่ส่งถึงมือผู้บริโภคทุกเช้า

นวัตกรรมก้าวไกล Smart Learning ตอบโจทย์ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เปิดอบรมแก่ครู จ.อุบลราชธานี

นวัตกรรมก้าวไกล Smart Learning ตอบโจทย์ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เปิดอบรมแก่ครู จ.อุบลราชธานี

นวัตกรรมก้าวไกล Smart Learning ตอบโจทย์ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เปิดอบรมแก่ครู จ.อุบลราชธานี

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.04 น.

สถาบันสอนภาษาอังกฤษ Coaching English นำนวัตกรรมช่วยเรียนช่วยสอนภาษาอังกฤษ Smart Learning แนะนำแก่ ครู-อาจารย์ วิชาภาษาอังกฤษ ระดับอนุบาล, ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในงานอบรมเชิงปฏิบัติการ “นวัตกรรมสื่อการสอนภาษาอังกฤษในยุคดิจิตัล” จัดโดยกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ณ หอประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะครูผู้สอนในการเลือกใช้และประยุกต์เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับรายวิชาและผู้เรียน เสริมสร้างความรู้ความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รวมถึงการพัฒนา

การสอนภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (CEFR) โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาและเทคโนโลยีจาก Coaching English จำนวน 3 คน เข้าร่วม ได้แก่ อ.สุจินดา ฉัตรทอง, ปัญญาภรณ์ เชาวน์รัตน์ และ Mr.Christopher Jonathan Roy Chaafe การอบรมในครั้งนี้มีครู อาจารย์ เข้าร่วมการอบรมกว่า 1,500 คน จาก 5 เขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาอุบลราชธานี

ปัญญาภรณ์ เชาวน์รัตน์ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสถาบันสอนภาษา Coaching English กล่าวว่า “การอบรมในครั้งนี้ เรามุ่งเน้นไปที่ “เทคนิคการสอนและการถ่ายทอดเนื้อหาในยุคดิจิทัล” ภายใต้ธีม “Teaching from the Heart” เพื่อให้ครูภาษาอังกฤษสามารถปรับตัวเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของเด็กยุคใหม่ พร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการใช้สื่อดิจิทัลในการสอนอย่างสร้างสรรค์ และแนะแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการเรียนการสอน  ส่งเสริมให้เด็กไทยมีทักษะภาษาอังกฤษที่เข้มแข็งและก้าวทันโลกยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณ ภาพการศึกษาภาษาอังกฤษในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีอย่างยั่งยืน และขยายสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป”

Mr.Christopher Brand Ambassador Coaching English กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในครั้งนี้ผมได้นำนวัตกรรมช่วยการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ Smart Learning มาแนะนำแก่ครู อาจารย์ แอปพลิเคชั่น Smart Learning มาในรูปแบบของ VDO-Based Learning เพื่อการเรียนและพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และตามระดับ CEFR (Pre A1–B2) (มาตรฐานสากลที่ใช้วัดระดับความสามารถทางภาษา โดยแบ่งเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ A1 (ผู้เริ่มต้น) ถึง C2 (เชี่ยวชาญ)) ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรงแล้ว ครูผู้สอนก็สามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านการศึกษา โชว์วิธีการสอนในรูปแบบของตัวเองในแอปพลิเคชั่นได้อีกด้วย”

อ.สุจินดา ฉัตรทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรและเทคนิคการสอน ในระบบการศึกษาไทยและนานาชาติ จาก Baptist  student Centre ( BSC ) และ Interculture Training Australia ( ITA) กล่าวทิ้งท้ายว่า “โลกในยุคดิจิตัล เป็นโลกที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในระบบการศึกษาเราต้องตามให้ทัน ในเมื่อเด็กๆ ยุคใหม่สนใจโลกของดิจิตัล เราก็ต้องเอาความรู้ต่างๆ แฝงไปกับดิจิตัล เพื่อเป็นเครื่องมือและช่วยพัฒนาส่งเสริมทักษะ ให้เด็กได้เรียนในรูปแบบใหม่ๆ ที่ตัวเองชอบอย่างมีความสุข”

แอปพลิเคชั่น Smart Learning เครื่องมือช่วยเรียน ช่วยสอน สุดทันสมัย ช่วยให้การสอนและการเรียนภาษาอังกฤษง่ายขึ้น

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมเอกชน มอบเส้นบุก 500 ลัง ผ่านสำนักงานประกันสังคม ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัย

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมเอกชน มอบเส้นบุก 500 ลัง ผ่านสำนักงานประกันสังคม ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัย

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมเอกชน มอบเส้นบุก 500 ลัง ผ่านสำนักงานประกันสังคม ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัย

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.32 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ผนึกกำลัง ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส ส่งต่อเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า 500 ลัง แก่สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ เพื่อนำไปกระจายต่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผบกระทบจากน้ำท่วม

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยนางสาวภัทรพร เอี่ยมระหงษ์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ได้ร่วมส่งมอบเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า จำนวน 500 ลัง มูลค่า 1,800,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณสราญจิตร หวัง กรรมการบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ให้แก่สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ โดยมีนางสาวบุปผา เรืองสุด เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปกระจายต่อยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้สถานการณ์น้ำท่วมยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาเราได้ร่วมลงพื้นที่กับสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการจัดกิจกรรมช่วยเหลือ โดยสิ่งที่นำมามอบ คือเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า ซึ่งเป็นอาหารแห้งที่เก็บได้นาน พกพาสะดวก และรับประทานแล้วอิ่มท้อง เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

การส่งมอบในครั้งนี้ แสดงถึงพลังความร่วมมือของมูลนิธิฯ ภาคเอกชน และภาครัฐ ที่ร่วมใจกันช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อีกทั้งยังเป็นกำลังใจสำคัญให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

-(016)

เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ เปิดเทศกาล ‘FAMILY FUN FEST 2025’ ครบทุกความสนุกรับปิดเทอม

เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ เปิดเทศกาล ‘FAMILY FUN FEST 2025’ ครบทุกความสนุกรับปิดเทอม

เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ เปิดเทศกาล ‘FAMILY FUN FEST 2025’ ครบทุกความสนุกรับปิดเทอม

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.04 น.

ปิดเทอมเดือนตุลาคมนี้ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์โคราช ยกขบวนความสนุกทั้งช้อป กิน เล่น เรียน ในกิจกรรม “THE MALL LIFESTORE FAMILY FUN FEST 2025 ปิดเทอมสนุก สุขทุกโมเมนต์” ชวนทุกครอบครัวเลือกสนุกกับกิจกรรมที่ให้ความสุข ความสนุก ครบทุกอารมณ์ ครั้งแรกกับการขับรถ ATV ลอดถ้ำชมวิถีสัตว์ยามค่ำคืน ใกล้ชิดสัตว์แปลกหาชมยาก, สัมผัสความงดงามใต้ท้องทะเลกับลีลาการว่ายของเงือกสาว ตลอดจนครั้งแรกในไทยกับการพบปะเหล่าฮีโร่ขบวนการ 5 สี ละครโทรทัศน์ดังจากญี่ปุ่น และเทศกาลฮาโลวีนสุดหลอนทุกบรรยากาศ ตลอดเดือนตุลาคมนี้ เติมเต็มทุกความสุข เอาใจวัยรุ่น และทุกครอบครัว เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ปูพรมทุกพื้นที่จัดกิจกรรมความสนุกแบบครบครัน มาพร้อมกับสุดยอดไฮไลท์ที่ห้ามพลาด อาทิ

  • ครั้งแรก! กับการขับรถ ATV ลอดถ้ำกลางศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชมวิถีสัตว์ยามค่ำคืน ในงาน THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025 EP.3” พบลิงสไปเดอร์ และโคอาติเผือก ระหว่างวันที่ 10 – 19 ตุลาคม 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 4
  • ครั้งแรก! กับความงดงามของการโชว์ลีลาเงือกสาวเจ้าหญิงแห่งท้องทะเล “THE MALL LIFESTORE NGAMWONGWAN THE MERMAID UNIVERSE” จัดแสดงเพียง 3 รอบต่อวัน ระหว่างวันที่ 10 – 13 ต.ค. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน
  • อีเว้นท์ครั้งแรกในประเทศไทย!  ของขบวนการ 5 สี และหุ่นยนต์ยักษ์ไดจูจิน ขนาดสูงกว่า 6 เมตร ฉลอง 50 ปี ละครโทรทัศน์ชุดโทกูซัตสึจากประเทศญี่ปุ่น ในงาน “50 TH ANNIVERSARY SUPER SENTAI CARNIVAL”  เอาใจวัยรุ่นและสาวกแฟนคลับที่ชื่นชอบเหล่าฮีโร่ ระหว่างวันที่ 10 –13 ต.ค. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค
  • เปลี่ยนโคราชให้เป็นดินแดนเทศกาลญี่ปุ่นต้นตำรับสุดยิ่งใหญ่ “ THE MALL  JAPAN DISCOVERY” ชวนสัมผัสบรรยากาศเทศกาลญี่ปุ่นแท้ ๆ รวมถึงโคมทานาบาตะ และเมนูดังจากเซนได ระหว่างวันที่ 7–14 ต.ค. ที่เดอะมอลล์โคราช
  • ปิดท้ายความหลอน ต้อนรับฮาโลวีน หลอนทุกพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป อาทิ โรงพยาบาลร้างสุดหลอน (บางกะปิ), A DOG FAMILY แก๊งป่วนคฤหาสน์หลอน (ท่าพระ), JOSEON NIGHTMARES พบฝูงซอมบี้คลั่งใน (งามวงศ์วาน ), THE GHOST HALLOWEEN #2 ในธีม “ป่า ช้า แตก” (บางแค) และ KIDS SHOWCASE ประกวดแต่งผีน่ารัก (โคราช)

นอกเหนือจากความครบครันของกิจกรรมความสนุก ภายในงานยังได้มอบโปรโมชั่นสุดคุ้ม (15 ก.ย.-31 ต.ค. 68)  อาทิ  สมาชิก    M CARD รับคะแนนพิเศษ M POINT X5 ในโซน EDUCATION & PLAYLAND , ลุ้นบินฟรี! กับ LUCKY DRAW มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท (เฉพาะงามวงศ์วาน–บางแค–บางกะปิ), รับ FAMILY FUN PACK คูปองและสิทธิพิเศษสูงสุด 3,000 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมีงาน “KIDS’ PLANET TOYS FUN FAIR 2025” รวมของเล่น–กิจกรรมเสริมทักษะจากแบรนด์ดัง ลดสูงสุด 50% (8 ต.ค.–23 พ.ย. ที่ KIDS’ PLANET ทุกสาขา)สนุกครบทุกความสุขทั้งครอบครัวได้ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา และเดอะมอลล์โคราช ตลอดเดือนตุลาคมนี้ หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรม ที่ Facebook: The Mall Group

#THEMALLLIFESTORE #FAMILYFUNFEST2025  #ปิดเทอมสนุกสุขทุกโมเมนต์

ยิบอินซอย มอบ “กาแฟรักษ์ป่า” เพื่อทหารกล้า สานต่อภารกิจปกป้องอธิปไตย

ยิบอินซอย มอบ “กาแฟรักษ์ป่า” เพื่อทหารกล้า สานต่อภารกิจปกป้องอธิปไตย

ยิบอินซอย มอบ “กาแฟรักษ์ป่า” เพื่อทหารกล้า สานต่อภารกิจปกป้องอธิปไตย

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.04 น.

บริษัท ยิบอินซอย จำกัด โดย มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย แววรัตน์ ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและสื่อสารองค์กร บริษัท และผู้บริหาร Robinhood พงศ์ปณต อิงคสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ Chief Commercial Officer (CCO) มอบกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม “กาแฟรักษ์ป่า” สาละวะไล่โว่ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 “โครงการพัฒนาชุมชนโดยมูลนิธิภูบดินทร์” โดยมี พล.ต.สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.พิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก (ผอ.สกร.กร.ทบ.) เป็นผู้รับมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1

นอกจากนี้ ยังได้มอบเงินที่ได้จากแคมเปญ Robinhood for Hero จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงร้านวราภรณ์ซาลาเปาที่ร่วมสมทบเงินเพิ่ม โดยนับจากทุกออร์เดอร์ผู้ใช้งาน Robinhood Application ที่ทาง Robinhood สบทบทุนจากการใช้โค้ด จำนวน 235,740 บาท

กำลังใจจาก ยิบอินซอย ผ่านกาแฟสาละวะไล่โว่ เป็นกาแฟอเมริกาโนพร้อมดื่ม สามารถรับประทานขณะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ โดยจะมอบให้กับทางกรมกิจการพลเรือนทหารบกเป็นผู้ประสานงาน ส่งมอบต่อให้กับทหารหน้าแนวที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และภาคที่ 2

ทั้งนี้ การส่งมอบกำลังใจคือพลังที่จะช่วยผลักดันให้ทุกคนมีแรงกายแรงใจที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือข้อจำกัดต่าง ๆ รวมถึงการทำสิ่งดี ๆ เพื่อตอบแทนประเทศชาติ

‘ซีพี’ หนุน 20 คนรุ่นใหม่ไทยก้าวสู่เวที One Young World 2025 เยอรมนี สานต่อภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ ‘กล้าก้าวสู่อนาคต’ เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

'ซีพี' หนุน 20 คนรุ่นใหม่ไทยก้าวสู่เวที One Young World 2025 เยอรมนี สานต่อภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ 'กล้าก้าวสู่อนาคต' เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

‘ซีพี’ หนุน 20 คนรุ่นใหม่ไทยก้าวสู่เวที One Young World 2025 เยอรมนี สานต่อภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ ‘กล้าก้าวสู่อนาคต’ เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัทในเครือ เดินหน้าสนับสนุนคนรุ่นใหม่ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องปีที่ 10 โดยส่ง 20 พนักงานรุ่นใหม่ จากบริษัทในเครือ อาทิ  ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ทรู คอร์ปอเรชั่น,  ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ซีพีแลนด์, Ascend Group, FIT, CPCRT และ CPLI เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนโลก One Young World Summit 2025 ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองมิวนิก เยอรมนี ร่วมกับเยาวชนกว่า 190 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Brave the Future, For a Better Tomorrow – กล้าก้าวสู่อนาคต เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกันหาทางออกต่อ 5 วาระสำคัญของโลก ได้แก่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy), การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก (Anti-Hate), การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Tech), การศึกษาเพื่อความเสมอภาค (Education) และ สันติภาพและความมั่นคงของโลก (Peace & Security) โดยตัวแทนทั้ง 20 คนซึ่งซีพีเชื่อมั่นว่าเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ได้ผ่านการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเข้มข้น ทั้งการศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมในเครือ ตลอดจนเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อม ณ สถาบันพัฒนาผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเสริมองค์ความรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมรับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิด ก่อนนำไปต่อยอดและแลกเปลี่ยนกับเพื่อนเยาวชนบนเวทีโลก

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางความซับซ้อนของโลกในปัจจุบัน ซีพีตระหนักดีว่าการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต้องอาศัยพลังของคนรุ่นใหม่ เราจึงสนับสนุนให้พนักงานของเราได้มีโอกาสเข้าร่วมเวที One Young World ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และร่วมสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะใน 5 ประเด็นสำคัญของโลกที่จะถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในครั้งนี้ ได้แก่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy), การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก (Anti-Hate), การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Tech), การศึกษาเพื่อความเสมอภาค (Education) และ สันติภาพและความมั่นคงของโลก (Peace & Security)ซึ่งล้วนสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของซีพี การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงมอบแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทยและคนรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการสร้าง “สะพาน” เชื่อมสู่เวทีโลก เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเสียงที่ทรงพลัง อันจะก่อให้เกิดความกล้าที่จะคิด ลงมือทำ และยืนหยัดต่อความท้าทายต่าง ๆ พร้อมนำสิ่งที่ได้กลับมาสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยในลำดับถัดไป”

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

นางสาวศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะคณะกรรมการโครงการ One Young World เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดโครงการว่า “One Young World ถือเป็นเวทีประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมคนรุ่นใหม่อายุ 18–30 ปีจากกว่า 190 ประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นเร่งด่วนที่ส่งผลต่อมนุษยชาติ โดยมีผู้นำระดับโลกเข้าร่วมเพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจและประสบการณ์ตรงให้แก่เยาวชนทั่วโลก โดยทาง ซีพี ได้ส่งพนักงานรุ่นใหม่เข้าร่วม One Young World อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพในระดับสากล”

ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

นายชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย Specialist, Web and Ecommerce, Product and Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) กล่าวว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) คือปัญหาที่ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ และ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” คือแนวทางสำคัญในการแก้ไขอย่างยั่งยืน เพราะสามารถมุ่งลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง นำสิ่งที่เหลือกลับมาใช้ซ้ำและต่อยอดให้เกิดมูลค่าสูงสุด ควบคู่กับการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต เชื่อมั่นว่าเวที One Young World จะเปิดโอกาสให้ได้รับมุมมองจากผู้นำความคิดและเพื่อนคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังเป็นพื้นที่ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองในฐานะตัวแทนประเทศไทย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนร่วมกันอย่างแท้จริง

ชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย Specialist, Web and Ecommerce, Product and Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

นางสาวภูริชญา สุวรรณศรี Business Development Officer, CPCRT  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก” (Anti-hate) กล่าวว่า “ตนเคยมีโอกาสใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้คนในประเทศเมียนมา ซึ่งทำให้เห็นว่าความแตกต่างทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความคิด ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นรอยร้าว หากแต่สามารถเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพและเกื้อกูล เมื่อผู้คนเรียนรู้ที่จะยอมรับและก้าวข้ามความเกลียดชัง ความหลากหลายก็จะกลายเป็นพลังสำคัญที่นำพาสังคมไปสู่สันติสุขอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ยังเชื่อมั่นว่าเวที One Young World จะเป็นพื้นที่ที่ศูนย์รวมความหลากหลาย เพื่อให้เราได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิด มุมมอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำพาสังคมไปสู่สันติ ลดความเกลียดชังได้”

ภูริชญา สุวรรณศรี Business Development Officer, CPCRT  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก” (Anti-hate) 

นางสาวจิณต์ธญา โภคาวสิทธิ์วรกุล Business Analyst, CPF Ventures กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Tech) กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้กับการทำงานใน CPF ถือเป็นภารกิจสำคัญ ตนมีโอกาสทำงานพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยง AI เข้ากับภาคเกษตรกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรที่ปัจจุบันย้ายเข้าสู่เมืองมากขึ้น จึงมองว่าคำถามสำคัญคือ “เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้อย่างแท้จริง” ซึ่งผู้พัฒนาเทคโนโลยีจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งในการออกแบบ การประยุกต์ใช้ และการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม โดยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมมือกัน เพื่อให้เกษตรกรไทย หรือคนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่เหมาะสม ไม่ต่างจากตัวอย่างในประเทศจีนที่ประสบความสำเร็จในการทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคเกษตรกรรมอย่างกว้างขวาง ซึ่งคาดว่าเวที One Young World จะให้โอกาสได้เรียนรู้ ต่อยอดประสบการณ์ และนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้”

จิณต์ธญา โภคาวสิทธิ์วรกุล Business Analyst, CPF Ventures กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Tech)

นางสาวรำไทย มาคะเซน LDP All Grocer, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การศึกษาเพื่อความเสมอภาค” (Education) กล่าวว่า “ตนให้ความสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งความเหลื่อมล้ำดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้ แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ ตามมา ตนได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ และเล็งเห็นว่าร้านสาขาเหล่านี้สามารถกลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ทั้งในรูปแบบการแนะแนวทางการศึกษาและการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จริง ตนเชื่อมั่นว่าเวที One Young World จะเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้นำรุ่นใหม่จากนานาประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวแนวคิดและโมเดลการพัฒนาการศึกษาที่หลากหลาย และนำกลับมาปรับใช้ในประเทศไทย เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างความเสมอภาคและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง”

นางสาวรัชพร ศิริพงษ์ Project Manager สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น สันติภาพและความมั่นคงของโลก (Peace & Security) กล่าวว่า การสร้างสันติภาพและความมั่นคง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่คือ “ความมั่นคงของมนุษย์” ที่เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยทางจิตใจของทุกคน ตนเคยมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ชายแดน ซึ่งทำให้เห็นถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสของผู้คน อันนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความไม่มั่นคงในชีวิต การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการศึกษา การสร้างความเข้าใจเพื่อต่อต้านความเกลียดชัง และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ โดยเชื่อว่าเวที One Young World จะเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองจากนานาประเทศ และนำหลักการหรือแนวคิดที่ได้มาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเท่าเทียมมากขึ้น

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ทั้ง 20 คนได้อุ่นเครื่องและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมเวที One Young World Summit 2025 ผ่านกิจกรรมการเยี่ยมชมโรงงานข้าวนครหลวง CPI โดยข้าวตราฉัตร โรงงานข้าวขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บนพื้นที่กว่า 270 ไร่ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่มีโรงเก็บวัตถุดิบข้าว 8 โรง รองรับข้าวได้ถึง 240,000 ตัน และควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์  พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมโรงงานซีพี-เมจิ ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพาสเจอร์ไรส์อันดับหนึ่งของประเทศไทย พร้อมสัมผัสประสบการณ์จริงที่ Milk Museum by CP-Meiji ศูนย์การเรียนรู้กระบวนการผลิตนมและโยเกิร์ตแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อเรียนรู้การดำเนินการธุรกิจของเครือฯ ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรม Bootcamp เพื่อเติมเต็มความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญใน 5 ด้านสอดคล้องกับหัวข้ออภิปรายในเวที One Young World Summit 2025 ได้แก่ “Circular Economy” โดย ผศ.ดร.พรพรหม สุธาทร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการเปลี่ยนแปลง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, “Anti-Hate” โดย นางสาวสุภาณี พงษ์เรืองพันธุ์ ที่ปรึกษาด้านความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), “Responsible Tech” โดย นายนพปฎล ประเสริฐ  ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ แผนกพัฒนาบริการใหม่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, “Education” โดย ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ “Peace & Security” โดย ผศ.ดร.ไพลิน กิตติเสรีชัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ตลอดจนการอบรมธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) โดยมร. คัลลัม แมคเคนซี่ ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ Yunus Thailand Foundation และการอบรมคิดวิเคราะห์เพื่อการแก้ปัญหา และการสื่อสารสาธารณะ (Critical Thinking for Problem Solving and Public Global Communication) โดยนายวิศรุต เคหะสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Critical Thinking ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ช่วยให้ตัวแทนเยาวชนได้เรียนรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดที่จะนำไปต่อยอดในการประชุม One Young World Summit 2025 อย่างมีประสิทธิภาพ

Griffith Foods SEA คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปี พร้อม 3 รางวัลพิเศษ ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

Griffith Foods SEA คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปี พร้อม 3 รางวัลพิเศษ ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

Griffith Foods SEA คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปี พร้อม 3 รางวัลพิเศษ ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Griffith Foods SEA) ผู้ผลิตและพัฒนาส่วนผสมอาหารระดับโลก ได้รับการยกย่องอีกครั้งในฐานะ “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปีติดต่อกัน (2021–2025) จากนิตยสาร HR Asia สิ่งพิมพ์ด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของภูมิภาค ที่มอบรางวัลให้แก่องค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานยอดเยี่ยม บุคลากรมีความผูกพันและการมีส่วนร่วมสูง และเป็นสถานที่ทำงานที่พนักงานภาคภูมิใจ

ธัชกร สุวรรณะโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, กานดาร์พ ซิงห์ ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด ขึ้นรับรางวัล

ปีนี้ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ยังคว้ารางวัลพิเศษเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ Sustainable Workplace Awards 2025, Most Caring Company Awards 2025 และ Tech Empowerment Awards 2025 ซึ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลบุคลากร และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน


ประชาญ ประธาน (กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด

ผลการประเมินจากแบบสำรวจ TEAM (Total Engagement Assessment Model) ยืนยันถึงความแข็งแกร่งในทุกมิติของการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน ดังนี้

– CORE (Collective Organisation for Real Engagement – ระดับองค์กร) : บริษัทได้ 91.0% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 74.6%
– SELF (Heart, Mind & Soul – ระดับบุคคล) : บริษัทได้ 91.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 75.8%
– GROUP (Think, Feel & Do – ระดับทีม) : บริษัทได้ 93.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 79.4%

ตัวเลขเหล่านี้ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่า กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ไม่เพียงสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน แต่ยังปลูกฝังความภูมิใจ ความผูกพัน และการทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งในทุกระดับ

การได้รับรางวัลทั้ง 4 สาขาในปีนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติยศที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารบุคลากร แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมพลังให้ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เดินหน้าตามปณิธาน 2030 (2030 Aspirations) ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น รางวัลเหล่านี้ยังเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าบริษัทไม่เพียงใส่ใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง แต่ยังสามารถเชื่อมโยงคุณค่านั้นไปสู่การดำเนินงานในระดับที่กว้างขึ้น ทั้งการสร้างเครือข่ายระบบอาหารที่ยั่งยืน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

รางวัลที่ได้รับในปีนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ กำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกับพันธกิจระดับโลกอย่างแท้จริง ภายใต้แนวทาง “We Blend Care and Creativity to Nourish the World – เราผสานความใส่ใจและความสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงโลก” ซึ่งหมายถึงการผสมผสานความใส่ใจต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคม เข้ากับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ดี มีคุณค่า และยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ชุมชน ลูกค้า และผู้บริโภคในทุกภูมิภาค ความสำเร็จนี้จึงมีความหมายมากกว่าการได้รับเกียรติยศ และยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ที่จะร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าควบคู่ไปกับพันธมิตรและสังคมโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่า กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรที่พนักงานภาคภูมิใจ แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ทั้งนี้ บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เป็นผู้ผลิตและพัฒนาส่วนผสมอาหารระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาส่วนผสมอาหารที่อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ และยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการบริการอาหาร ผู้ผลิต ผู้แปรรูปอาหาร ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีกทั่วโลก บริษัทเป็นพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก โดยมีพันธกิจในการผสานความใส่ใจและความสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงโลก (Blend Care and Creativity to Nourish the World) ผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วย ผงปรุงรสและเครื่องเทศ ซอส น้ำสลัด แป้งชุบทอด ซุป และแป้งผสม ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ ค.ศ. 1919 และได้รับการเลือกใช้จากบริษัทอาหารชั้นนำระดับโลกมากมาย ในฐานะที่เป็นบริษัทที่ดำเนินงานโดยครอบครัว Griffith Foods ทำงานร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อนำเสนอรสชาติและวัตถุดิบที่หลากหลายในผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน

‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นทั่วไทย 3-5 ตุลาคม ที่ The Corner House เจริญกรุง

‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นทั่วไทย 3-5 ตุลาคม ที่ The Corner House เจริญกรุง

‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นทั่วไทย 3-5 ตุลาคม ที่ The Corner House เจริญกรุง

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

เตรียมพบกับภูมิปัญญาการกลั่น หมักและผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากทั่วไทย ในงาน ‘Rin & Roll’ที่รวบรวมแบรนด์น้ำเมาไทยจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคมนี้ ณ ชั้น 2 The Corner House ถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อย

งานนี้จัดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสนับสนุนวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตไทยรายย่อยได้นำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาการหมัก บ่ม และกลั่น ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละชุมชนและแบรนด์

นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังสะท้อนความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและวัตถุดิบทางการเกษตรไทย และวงการนี้ก็กำลังค่อย ๆ เติบโตจากการผ่อนปรนมาตรการ จึงเป็นเป้าหมายของงานนี้ที่อยากชวนทุกคนมาร่วมกัน ‘Rin’ สุราไทย และ ‘Roll’ ให้ภูมิปัญญานี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานจะได้พบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยหลากหลายประเภท จากทั้งผู้ประกอบการสุราไทยรุ่นใหม่และจากปราชญ์ชาวบ้าน และที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับสุราไทยร่วมกัน ทั้งสาโท รัมไทย จินไทย เหล้าไทย เบียร์ไทย ไวน์ไทย และสุราท้องถิ่นอีกมากมาย ให้เราได้สัมผัสกลิ่นอายและรสชาติของข้าว อ้อย และวัตถุดิบการเกษตรไทยที่ซ่อนอยู่ในน้ำเมาโลคัล นำเสนอพร้อมกับอาหารนานาชาติ อาทิ RUANG KHAO SIAM SAPPHIRE,PHRAYA, KHIN'S SPIRITS, SMOKED JOINT, KAENKRUNG, GACHA, KOSAPAN, SATOM ORGANIC FARM, ORACHON, CHAMRAM, ISSAN RUM, KIRIKHAN SPIRITS, THEO LANNA
CACAO SPIRIT, THAI SAMPUN, LOVE AT FIRST DRINK, LILIT SPIRITS, SEII, SUNTREE BREWING CO., CHIANG MAI BEER และสมาคมสุราท้องถิ่นไทย

งานนี้ยังมีการจับมือกับ 3 บาร์ในย่านเจริญกรุง Tripper, To More, และ Foojohn สร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษร่วมกับ RUANG KHAO SIAM SAPPHIRE ตลอดช่วงการจัดงาน Rin & Roll จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 ณ ชั้น 2 The Corner House ถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อยบัตรราคา 500 บาท รับแก้วเทสติงสำหรับเข้าชมได้ทุกบูธ และเครดิต 200 บาทสำหรับใช้จ่ายในงาน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ fridaybangkok.com/e/Rin-and-Roll สอบถามรายละเอียด friday@fridaybangkok.com

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

สยามพารากอน เตรียมเปิดรันเวย์แฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ใน “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” (BIFW2025) ภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ที่เหนือความคาดหมาย พร้อมผลักดันศักยภาพดีไซเนอร์ไทยสู่สายตาโลกอีกครั้ง จากสุดยอด 11 โชว์ ของ 11 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยชั้นนำ ได้แก่  ๒๗ FRIDAY, 37°c Thirty-seven degrees Celsius, ASAVA, FLYNOW, FUNDAO, Greyhound Original, ISSUE, Leisure Projects, NAGARA, PAINKILLER Atelier และ PATINYA ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) เวทีแฟชั่นอันดับหนึ่งของประเทศและงานแฟชั่นยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดย สยามพารากอน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics), ธนาคารกสิกรไทย, ซิติเซน (CITIZEN), แมค คอสเมติกส์ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) และ แอปโซลูท (ABSOLUTE) เป็นเวทีที่ถ่ายทอดความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยสู่สากล พร้อมมอบแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สัมผัส และตอกย้ำบทบาทความเป็น “World Class Fashion Destination” ของสยามพารากอน ก่อนที่ม่านของรันเวย์จะเปิดโชว์สุดยิ่งใหญ่ เหล่าดีไซเนอร์ทั้ง 11 แบรนด์ ได้เผยเบื้องหลังแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นในฤดูกาลใหม่ อันเปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์และโชว์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงพลัง และแรงขับเคลื่อนให้วงการแฟชั่นไทยออกสู่สายตาเวทีโลกได้อย่างหลากมิติ อาทิ

“๒๗ FRIDAY Presented by TAT” (เทว็นตี้ เซเว่น ฟรายเดย์ พรีเซนเท็ด บาย ทีเอที)ภายใต้การออกแบบของ ชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เผยถึงคอลเลกชัน ‘Made in Thailand’ ที่นำมาตีความใหม่ จากความหมายเดิมที่ว่า “ผลิตจากประเทศไทย” มาเป็นการนำเสนอแฟชั่นที่ “ผลิตความรู้สึกของความเป็นไทย” โดยนำสัญลักษณ์ต่าง ๆ มาสื่อถึงความเป็นไทยในหลากหลายรูปแบบ

“37°c Thirty-seven degrees Celsius” (เทอร์ตี้ เซเว่น ดีกรี เซลเซียส) ผลงานการออกแบบโดย ชำนัญ ภักดีสุข ดีไซเนอร์ผู้คว่ำหวอดในวงการแฟชั่น นำเสนอความเรียบง่ายสไตล์ Equatorial Chic อันเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านคอลเลกชัน The Equator ที่เปลี่ยนสิ่งเรียบง่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นแฟชั่นที่ไม่ธรรมดา

“ASAVA” (อาซาว่า) ผลงานการดีไซน์จาก พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ เตรียมนำเสนอคอลเลกชัน Autumn/Winter 2025 “The Sentiment of Autumn” ที่สื่อให้เห็นถึงแก่นแท้ของความสง่างามเหนือกาลเวลาตามแบบฉบับ ASAVA โดยถ่ายทอดความละเมียดละไมของฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนผ่าน เพื่อสะท้อนภาพของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เพียงมุ่งไขว่คว้าความสำเร็จ แต่ยังเคารพในตัวเอง

“FLYNOW” (ฟลายนาว) โอต์กูตูร์ของไทยจาก สมชัย ส่งวัฒนา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยในปีนี้จะมาพร้อมคอลเลกชัน The Sea Mist ที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลฤดูหนาวในยามเช้า ท่ามกลางหมอกขาวที่จะเปิดประตูสู่จินตนาการและการเดินทางครั้งใหม่

ครั้งแรกของเวที BIFW 2025 ที่ได้แบรนด์กระเป๋าสุดเก๋อย่าง “FUNDAO” (ฝันดาว) ภายใต้การออกแบบจาก ฝันดาว แบ้สกุล มาร่วมโชว์ พร้อมเผยโฉมคอลเลกชัน FUNDAO: Through the New Era ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติผ่านกระเป๋าที่ออกแบบให้มีความงดงามเรียบง่าย พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อเฉลิมฉลองให้กับแฟชั่นที่ไร้กาลเวลา

“Greyhound Original” (เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล) ภายใต้การนำของ เอกบุตร อุดมผล เผยถึงคอลเลกชัน AUTUMN / WINTER 2025/26 ‘BODY OF WORK’ ว่าตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่สตูดิโอ ร่างสเก็ตช์ รวมถึงฉบับร่างที่ถูกทิ้งในฐานะ Unreleased Material เพื่อยกย่องความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบ และเศษเสี้ยวที่มักถูกมองข้าม กลายเป็นคอลเลกชันที่ตีความออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

“ISSUE” (อิชชู่) แบรนด์แฟชั่นไทยที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำโดย ภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง กล่าวถึงคอลเลกชัน ‘Made in Thailand’ ที่จะเป็นการนำเสน่ห์ของผ้าไทยและหัตถศิลป์ท้องถิ่นมาเล่าความเป็นไทยในบริบทปัจจุบัน ผ่านการตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

“Leisure Projects” (เลเชอร์ โปรเจค) ผลการออกแบบโดย ณัฐพล กนกวลีวงศ์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ นำเสนอคอลเลกชัน ‘Leisure Projects Fall Winter 2025 : Terra Mare ธรา มหาสมุทร’ ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากการเชื่อมโยงระหว่างความแข็งแกร่งมั่นคงของผืนดิน และความอิสระพลิ้วไหวของท้องทะเล มารังสรรค์เป็นคอลเลกชันเสื้อผ้าอีกทั้งยังร่วมกับ Jaar Studio ออกแบบแอ็คเซสเซอรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อเติมเต็มลุคของเหล่า Leisurer ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

“NAGARA” (นาการา) แบรนด์ไทยระดับตำนาน ภายใต้การออกแบบของ นคร สัมพันธารักษ์ นำเสนอคอลเลกชันที่ยังคงดึงดูดใจเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ด้วยไอเท็มพริ้วไหว มาพร้อมลายพิมพ์แฝงจิตวิญญาณแห่งศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นศิลปะบนผืนผ้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างทรงพลัง

“PAINKILLER Atelier Presented by CITIZEN” (เพนคิลเลอร์ อเตลิเยร์ พรีเซนเท็ด บาย ซิติเซน) ภายใต้การออกแบบโดย สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์ผ่านคอลเลกชัน ‘Embrace of Gaia’ ที่ออกแบบโดยผสานความอ่อนโยนเข้ากับความมั่นคง เปรียบเสมือนการกอดตัวเอง และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างแยบยล

ถือได้ว่าเป็นการหวนคืนรันเวย์อีกครั้งกับ “PATINYA Presented by Merz Aesthetics” (ปฏิญญา พรีเซนเท็ด บาย เมิร์ซ เอสเธติกส์) โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เผยถึงคอลเลกชัน ‘From Skyline to Starlight’ ที่นำเสนอในโชว์ โดยนำแรงบันดาลใจผสมผสานเสื้อผ้า Day to Night มาถ่ายทอดผ่านมุมมองของเสื้อผ้าชั้นสูง พร้อม Gimmick และไอเท็มพิเศษ ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์สำหรับโชว์ในครั้งนี้ สะท้อนแนวคิด Live A Better Look ที่ความรักตัวเอง ความมั่นใจ และความปลอดภัยผสานกันได้อย่างลงตัว

เรียกได้ว่าน่าจับตาและพลาดไม่ได้ทั้ง 11 คอลเลกชั่นจาก 11 แบรนด์ นับเป็นการรวมพลัง ดีไซเนอร์ไทยเพื่อโชว์ศักยภาพของแฟชั่นไทยสู่สากลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงโชว์บนรันเวย์ที่จะสร้างโมเม้นต์สะกดสายตา แต่ยังดึงดูดเหล่าแฟชั่นนิสต้าคนดังและเหล่าเซเลบริตี้ ให้มาร่วมสร้างปรากกฏการณ์แฟชั่นวีคแห่งปี อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นภาพจำของ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week เฉกเช่นทุกปีที่ผ่านมา

16-19 ตุลาคม 2568 เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของที่สุดของมหาปรากฏการณ์แฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและรับชมแฟชั่นโชว์ทั้ง 11 โชว์ผ่าน Live ได้ที่เว็บไซต์ www.siamparagon.co.th หรือเฟซบุ๊ก Siam Paragon