5 อาจารย์ดังฝั่งโขง ขนทัพพลังบุญหนุนดวงเฮง บวงสรวง ‘ปู่ศรีสุทโธ-ย่าปทุมมา’ รับสงกรานต์

5 อาจารย์ดังฝั่งโขง ขนทัพพลังบุญหนุนดวงเฮง บวงสรวง ‘ปู่ศรีสุทโธ-ย่าปทุมมา’ รับสงกรานต์

5 อาจารย์ดังฝั่งโขง ขนทัพพลังบุญหนุนดวงเฮง บวงสรวง ‘ปู่ศรีสุทโธ-ย่าปทุมมา’ รับสงกรานต์

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.16 น.

กลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียลทันที เมื่อเหล่า “ไอดอลสายมู” ระดับท็อปจากประเทศลาว แท็กทีมรวมตัวครั้งสำคัญเพื่อทำพิธีบวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่ งานนี้บอกเลยว่าลูกศิษย์และสายเสี่ยงโชคทั่วสารทิศทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวต่างจับตามองกันตาเป็นมัน

การรวมตัวในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะเป็นการรวมเอาเจ้าของเพจดังที่มีผู้ติดตามถล่มทลาย ประกอบด้วยเพจอาจารย์ออโต้ เจ้าของเพจที่ขึ้นชื่อเรื่องศาสตร์ตัวเลข,เพจอ้ายจ่อยคนหมาน สายเฮงที่ใครติดตามก็ต้องมีคำว่า หมาน ติดตัว,เพจนางฟ้าหวยอินเตอร์ขวัญใจสายเสี่ยงโชค,เพจสดใสให้โชคพลังบวกมาเต็ม และเพจอากาศพาปัง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง

บรรยากาศในพิธีเต็มไปด้วยความเข้มขลัง โดยเหล่าอาจารย์ได้ร่วมกันทำพิธีบวงสรวง องค์ปู่ศรีสุทโธ และ ย่าศรีปทุมมา พญานาคราชผู้เป็นที่เคารพรักของชาวไทย-ลาว เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับลูกเพจและศิษย์ที่ติดตาม ณ คำชะโนด จ.อุดรธานี

ไม่ใช่แค่เรื่องโชคลาภ แต่คือการรวมพลังสายบุญ เหล่าอาจารย์ย้ำชัดว่า การรวมตัวครั้งนี้เน้นการสร้างพลังงานที่ดี เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจในการสู้ชีวิต และเปิดทางให้สิ่งดีๆ ไหลมาเทมา

งานนี้ทำเอาคอมเมนต์ในทุกเพจเดือดลูกศิษย์ต่างเข้ามาสาธุและรอรับ ของดีจากพิธีในครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ ใครที่อยากดวงปัง เห็นทีต้องรีบไปกดติดตามทั้ง 5 เพจด่วนๆ แล้วล่ะ

พม. จัดงานใหญ่วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ปี 2569 เชิญชวนลูกหลาน ‘ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง’

พม. จัดงานใหญ่วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ปี 2569 เชิญชวนลูกหลาน ‘ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง’

พม. จัดงานใหญ่วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ปี 2569 เชิญชวนลูกหลาน ‘ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง’

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง”

ในงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวรายงาน  พร้อมมอบรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 ให้แก่ นายสุทธิชัย หยุ่น, มอบรางวัลครอบครัวร่มเย็น ด้านผู้มีชื่อเสียง ประจำปี 2569 แก่ครอบครัวกิจเจริญ และ มอบรางวัลจังหวัดต้นแบบการขยายผลโรงเรียนผู้สูงอายุครบทุกตำบล (1 ตำบล 1 โรงเรียนผู้สูงอายุ) แก่จังหวัดนครราชสีมา หนองบัวลำภู และพะเยา นอกจากนี้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลบุคคล องค์กร เครือข่ายดีเด่นด้านการส่งเสริม และสนับสนุนการขับเคลื่อนงานเครือข่ายด้านผู้สูงอายุ ประจำปี 2569 จำนวน 50 รางวัล,รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ประจำปี 2569 จำนวน 50 รางวัล, รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จำนวน 70 รางวัล ,รางวัลศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว จำนวน 63 รางวัล และรางวัลครอบครัวร่มเย็น จำนวน 74 รางวัล

ทั้งนี้ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสถาบันครอบครัว อันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม และสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ด้วยการพัฒนาคนในชาติให้มีเหตุมีผล มีความรับผิดชอบต่อตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เคารพสิทธิและเสรีภาพผู้อื่น ตลอดจนสร้างสภาพสังคมและชุมชนให้รองรับสังคมสูงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุ และประชากร ทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) ดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีมีคุณค่าและเป็นพลังสำคัญของประเทศ

“เนื่องในโอกาส วันผู้สูงอายุแห่งชาติ และ วันแห่งครอบครัว ผมขอเชิญชวนให้ทุกครอบครัวหันกลับมาให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุและร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ เปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญาและหล่อหลอมบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งความรักและความอบอุ่น เพราะเมื่อเราก้ม กราบ ด้วยหัวใจ และ กอดกันด้วยความจริงใจ เราจะสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวไทย อันจะนำไปสู่สังคมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณ กระทรวง พม.  และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน ซึ่งล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม” นายกรัฐมนตรี กล่าว 

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวง พม. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้สูงอายุ ซึ่งเปรียบเสมือนคลังปัญญาอันทรงคุณค่า เป็นผู้สั่งสมประสบการณ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวและชุมชน รวมทั้ง “สถาบันครอบครัว” ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การหล่อหลอมคุณภาพคน และการสร้างความรักความอบอุ่นที่เข้มแข็งให้แก่สมาชิกทุกช่วงวัย ภายใต้บริบทของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว จึงเป็นกลไกสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ รัฐบาลจึงมุ่งส่งเสริมสวัสดิการและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัว และผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การมีงานทำที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมทางสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่า และเป็นพลังสำคัญของประเทศ

“การจัดงานในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด ‘ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง’ กล่าวคือ ‘ก้ม’และ ‘กราบ’ เป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู ความเคารพ และการตระหนักถึงคุณค่าของผู้ที่หล่อหลอมชีวิตเรา และ ‘กอด’ คือ การแสดงออกถึงความรัก ความอบอุ่น และความใส่ใจ ที่เชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าหากัน เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเข้มแข็งทำให้สังคมตระหนักถึงการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้สูงอายุ พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นำไปสู่สังคมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน” รมว. พม. กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2569 กระทรวง พม. ได้บูรณาการการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว” ประกอบด้วยกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1) การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้สูงอายุและครอบครัว จำนวนทั้งสิ้น 312 รางวัล และ 2) การจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิต โดยความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่ายด้านผู้สูงอายุและครอบครัว

เชียงใหม่–ลำพูน ยกระดับสงกรานต์ล้านนาสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม เชื่อมโยงพลังชุมชน พร้อมชวน ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’

เชียงใหม่–ลำพูน ยกระดับสงกรานต์ล้านนาสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม เชื่อมโยงพลังชุมชน พร้อมชวน ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’

เชียงใหม่–ลำพูน ยกระดับสงกรานต์ล้านนาสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม เชื่อมโยงพลังชุมชน พร้อมชวน ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เริ่มแล้ว!! เทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้ เตรียมปักหมุดเที่ยวงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปี 11 ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ให้ทุกคนได้สัมผัสความสุขที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง สืบสานวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าที่สืบทอดความงดงามของวิถีความเป็นไทย จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการพร้อมกันทั้ง 4 ภาค ใน 6 จังหวัดหลักของประเทศไทย เชื่อมพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญและประวัติศาสตร์ริมสายน้ำ ตอกย้ำคุณค่าของประเพณีสงกรานต์ในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีน้ำ…วิถีไทย ที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดลำพูน, จังหวัดอุดรธานี, จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดภูเก็ต  ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 นี้

วันที่ 11-13 เมษายน 2569 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย เชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวง

งาน “Chiang Mai Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พบกับกิจกรรมมงคล ไหว้พระขอพร ชำระล้างจิตใจที่จัดภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร กิจกรรมตักบาตรโชติกา ห่มผ้าพระธาตุเจดีย์หลวง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และร่วมขบวนแห่พระอัฏฐารส สายบุญสายมูต้องไม่พลาด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ อาทิ แข่งขันประกวดก่อเจดีย์ทรายแบบวิจิตรตามแบบแผนเจดีย์โบราณ เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีพื้นเมือง พบกับตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน เพลิดเพลินกับภูมิปัญญาพื้นถิ่นเชื่อมโยงพหุวัฒนธรรมจากชุมชนในเมืองและรอบเมือง โดยนำของดีของเด่นของอร่อยจากชุมชนมาวางจำหน่าย สัมผัสบรรยากาศปี๋ใหม่เมือง ให้ทุกคนได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งล้านนาตื่นตาตื่นใจ และเพลิดเพลินไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมอีกมากมาย

วันที่ 15 เมษายน 2569  Water Festival x ทีมช้างม่อย ณ ชุมชนช้างม่อย

 สัมผัสเสน่ห์ย่านเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ บนถนนช้างม่อยเก่าถึงขัวสะพานช้างม่อย พบกับภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นกลายเป็นงานคราฟล้านนาร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยความมนต์สะกด ผ่านงานจักสาน ข้าวยาคูสูตรเฉพาะ ขนมจีน ผ้าซิ่นตีนจก โรงตีเหล็กเก่าแก่ งานลูกปัด และคราฟต์ร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยรายละเอียดประณีต สะท้อนพหุวัฒนธรรมล้านนาอย่างงดงาม ทั้งหมดนี้ทำให้เชียงใหม่เป็นภาพของปี๋ใหม่เมืองที่ทั้งอิ่มเอม สนุก และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้สะท้อนพหุวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างงดงาม

วันที่ 11-13 เมษายน 2569  จังหวัดลำพูน ที่ถนนรถแก้ว-ถนนอินทยงยศ

ร่วมขบวบแห่สรงน้ำพระฉลองชาติกาล 150 ปีครูบาศรีวิชัย บริเวณถนนรถแก้ว ดื่มด่ำบรรยากาศสงกรานต์ในสวน พบ Local Chef Table เมนูอาหารที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเชฟเป็นผู้ออกแบบรังสรรค์เมนู นอกจากนี้พบกับตลาดนัดสินค้าคุณภาพมากมายที่มาให้เลือกซื้อมากมาย โดยทั้ง 2 จังหวัดได้มีกิจกรรมที่จัดเตรียมให้ผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ทั้งนี้ การจัดงานทุกพื้นที่ยังคงมุ่งเน้นการนำอัตลักษณ์ และเสน่ห์ของแต่ละชุมชนมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมร่วมสมัยที่เชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบันอย่างกลมกลืน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนในระดับภูมิภาค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่จะสร้างความยั่งยืนของการต่อยอดทุนวัฒนธรรม ที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสร้างโอกาสมากมาย และความภาคภูมิใจของทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

นอกจากจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน งาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”    ยังจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค 6 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ที่เชื่อมพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญริมสายน้ำ พร้อมตอกย้ำคุณค่าของประเพณีสงกรานต์ในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ และเปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วโลกได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีไทย ระหว่าง

วันที่ 11-15 เมษายน 2569  พร้อมกันทั้ง 4 ภาค ใน 6 จังหวัดหลักของไทย

ภาคกลาง วันที่ 11-15 เมษายน 2569 บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราช วรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ,ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอร์ค, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569                

ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569  และชุมชนช้างม่อย วันที่ 15 เมษายน 2569  จังหวัดลำพูน บริเวณถนนรถแก้ว – ถนนอินทยงยศ ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ณ วัดไม้ขาว และหาดป่าตอง ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี ที่บ้านเชียง ระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2569 และ จังหวัดขอนแก่น ที่ วัดไชยศรี ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569  

มาร่วม “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ในเทศกาล “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”  ทั่วประเทศพร้อมกัน และติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

สิริมงคลรับปีใหม่ไทย รวมพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ให้ประชาชนสรงน้ำใกล้ชิด

สิริมงคลรับปีใหม่ไทย รวมพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ให้ประชาชนสรงน้ำใกล้ชิด

สิริมงคลรับปีใหม่ไทย รวมพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ให้ประชาชนสรงน้ำใกล้ชิด

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เปิดประสบการณ์ทางศาสนาครั้งสำคัญ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ใจกลางกรุงเทพมหานคร เชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนร่วมกราบสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า 5 พระองค์” ที่ถูกรวมไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างสมบูรณ์ ภายในนิทรรศการ “ทัสสนานุตตริยะ” พร้อมเปิดโอกาสให้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย

ความพิเศษของงานครั้งนี้ คือการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุอันทรงคุณค่าสูงสุดในพระพุทธศาสนา ได้แก่ สมเด็จองค์ปฐม พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า มาประดิษฐานร่วมกัน พร้อมทั้งพระอรหันตธาตุจากยุคพุทธกาล ยุคพระเจ้าอโศกมหาราช และอัฐิธาตุบูรพาจารย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งนับเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับการเข้าถึงและสักการะในระยะใกล้ 

นิทรรศการจัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่  30 เมษายน 2569 ณ ศาลาบูรพาจารย์ วัดปทุมวนาราม โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมและสักการะได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. และเปิดให้ร่วมพิธี “สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน เพื่อเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย 

การจัดงานในครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญในเชิงพุทธศาสนาและวัฒนธรรม โดยจัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธภัทรกัป และอุทิศเป็นพระราชกุศล รวมถึงเสริมความเป็นสิริมงคลแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน โดยใช้วันจักรีเป็นปฐมฤกษ์ของการเปิดนิทรรศการในปีนี้ 

นอกจากการเข้าร่วมสักการะแล้ว ภายในงานยังเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญสนับสนุน “โครงการจัดสร้างหอพระบรมสารีริกธาตุ” และนิทรรศการองค์ความรู้ถาวรของวัดปทุมวนาราม เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและศูนย์รวมศรัทธาในระยะยาว โดยสามารถร่วมบริจาคได้ทั้ง ณ สำนักงานวัดปทุมวนาราม หรือโอนผ่านบัญชีธนาคารที่ทางวัดกำหนด 

ทั้งนี้ งานดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญกลางกรุงเทพฯ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ “เข้าถึงศรัทธา” อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบริบทของเมืองใหญ่ พร้อมสร้างประสบการณ์ทางจิตใจที่สงบและเปี่ยมด้วยความหมายในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ไทย

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาอยากร่วมสนับสนุนบริจาคทุนอุปถัมภ์จัดสร้างหอพระบรมสารีริกธาตุ วัดปทุมวนาราม และ นิทรรศการองค์ความรู้พระบรมสารีริกธาตุทั้งปวง อย่างเป็นการถาวร ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษธภคินี เขตพุทธาวาส วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร สามารถร่วมบริจาดทุนอุปถัมภ์ได้ที่ สำนักงานวัดปทุมวนาราม และสำนักงานโครงการปทุปทุมมามหาสิกขาลัย อาคารเสนาสนะสงฆ์ วัดปทุมวนาราม หรือโอนบริจาคได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี วัดปทุมวนาราม (โครงการปทุมมามหาสิกขาลัย) เลขที่บัญชี 205-208203-4

เนสท์เล่ยืนหยัดดูแลสุขภาพผู้สูงวัย คว้ารางวัลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ

เนสท์เล่ยืนหยัดดูแลสุขภาพผู้สูงวัย คว้ารางวัลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ

เนสท์เล่ยืนหยัดดูแลสุขภาพผู้สูงวัย คว้ารางวัลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้รับรางวัล “องค์กรเครือข่ายดีเด่นด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานเครือข่ายด้านผู้สูงอายุ” จากกรมกิจการผู้สูงอายุ ในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

รางวัลนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยทุกช่วงวัย โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เนสท์เล่ได้จัดโครงการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยหลากหลายโครงการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย อาทิ โครงการนักส่งเสริมสุขภาพรุ่นใหญ่ เนสท์เล่ได้จัดโครงการนี้อย่างต่อเนื่องและมีผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 2,000 คน มุ่งเน้นการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนในกลุ่มผู้สูงอายุ จุดเด่นคือการฝึกอบรมกลุ่มนักส่งเสริมสุขภาพดีรุ่นใหญ่ ให้นำพากลุ่มเพื่อนสังคมสูงวัยเข้าโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพการกินและการออกกำลังกายเป็นเวลากว่า 3 เดือน โดยกว่า 70% ของผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจนเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ และช่วยลดโอกาสการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างยั่งยืน อีกทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยอีกด้วย

โครงการ Walk More, Give More: โครงการนี้เปลี่ยนก้าวเดินจากพนักงานเนสท์เล่เป็นวีลแชร์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่กลุ่มเปราะบางในสังคม โครงการนี้ได้จัดมาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน (2566-2568) ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพของพนักงานจากการออกกำลังกาย และได้ส่งมอบวีลแชร์ไปแล้วรวม 182 คัน ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักอนามัย กทม. เพื่อนำไปมอบให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดิน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนสท์เล่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยในทุกช่วงวัย รางวัลนี้ถือเป็นความภูมิใจร่วมกันของเนสท์เล่และพันธมิตรทุกภาคส่วนที่มีเจตนารมณ์เดียวกันและได้ลงมือดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในการดูแลผู้สูงวัยในประเทศไทย เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่กลุ่มผู้สูงวัย ตามปณิธานของเนสท์เล่ในการเป็นบริษัทที่ผลิตอาหารที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (Good food, Good life)”

คุณแหน : 11 เมษายน 2569

คุณแหน : 11 เมษายน 2569

คุณแหน : 11 เมษายน 2569

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ขอแสดงความยินดีกับ คุณนาย กมลภู ในโอกาสที่ พล.อ.ต.ไชยกาล ขวัญข้าว สามีได้รับพระราชทานยศให้เป็น “นายพลคนใหม่แห่งกองทัพอากาศ” ในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาสำนักงานเจ้ากรมการเงินทหารอากาศ” เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา…
  • ขอแสดงความชื่นชมและยินดีกับ หลาน “ภีม” ของคุณย่า ท.พญ. ประทุม ประเสริฐสุนทราศัย หลานเรียนจบจาก American School in Bangkok และผ่านการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกา – Dartmouth College ให้เข้าเรียนในสาขา Biomedical Engineering ( นักเรียนไทยคนเดียวที่ผ่านการคัดเลือก ในปีนี้)…
  • เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาวันคล้ายวันเกิด ธนิต วิจิตรพันธุ์ นอกเหนือจากทำสังฆทานแล้ว ได้ทำบุญใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่ ภิกษุและสามเณรกว่า 30 รูป เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่หน้าปากซอยบ้านด้วย…และที่เจ้าตัวปลื้มไม่หายเมื่อ รศ.มนต์ชัย นินนาทนนท์ อาจารย์สอนแมสคอม มช.ไลน์มาอวยพรแต่เช้ามืด รวมทั้งเพื่อนๆสมัยร่ำเรียนอยู่ในรั้วสีม่วงด้วยกันเมื่อกว่า 55 ปีก่อนก็ชักแถว มาอวยพรอาทิ พ.ต.ท. ปรีชา เสริฐศร , รศ.ดร.นันทนา รณเกียรติ และ เต็มภักดิ์ จารุประกร ผู้ซึ่งไม่เคยลืมวันคล้ายเกิดเพื่อน ทำให้ใบหน้า “เบิร์ธเดย์บอย” เปื้อนยิ้มไปทั้งวัน…
  • พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ชนะ รุ่งแสง จัดที่ศาลา 4 สิทธิสยามการ วัดธาตุทอง วันที่ 7-11 เม.ย. 18.30 น.และพิธีพระราชทานเพลิงศพ 16 เม.ย. ณ วัดธาตุทอง (เมรุหน้า)…
  • สองด๊อกเตอร์คนเก่ง ดร.ผุสดี ตามไท กับ ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร มีทริปเที่ยวอย่างมีความสุข ที่กวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ในช่วงนี้…
  • หยุดยาวหลายวัน พิจาริณี คณิวิชาภรณ์ ชวนคุณพ่อที่รัก ดร.พิชัย ไปท่องสเปนด้วยกันสองพ่อลูก ส่วน คุณแม่ นลินี เคยไปแล้ว เลยขอบาย โดยสมัครใจอยู่เมืองไทยกินทุเรียน นกกระจิบ พวงมณี บจากจันทบุรี …เป็นชีวิตดี๊ดีที่เลือกเอง…
  • ก่อนที่จะกลับมาฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่เมืองไทย กอบแก้ว อัครคุปต์ กำลังอยู่ระหว่าง อิ่มตา-อิ่มใจ และอิ่มท้อง ด้วยการท่องเที่ยวเมืองปูซาน เมืองทางตอนใต้เกาหลีที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและทะเล ซึ่งเป็น “ซานโตรินีแห่งโลกตะวันออก” ได้รับประทานปลาสดๆที่ตลาดปลาจากัลซี แถมได้ชมดอกซากุระบาน ณ ปูซาน​ เกาหลีอีกต่างหาก…
  • ออกเดินทางไปเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ที่เมืองน่าน เนิบ เนิบ กับกลุ่มอาจารย์อาวุโส คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ มนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ รำพึง “ถึงร้อน ก็รักที่จะไปเที่ยว”…นี่คือ ใจถึงพึ่งได้ ของแท้…
  • หลังจากผ่าเข่าข้างที่สองมาได้หลายเดือน อาการเริ่มเป็นปกติ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จุไรรัตน์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ จึงชวนหลานชาย พชรพชร ลูกชาย วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ไปออกรอบกอล์ฟจนถึงบ่าย โดยคุณยายได้สอนเทคนิคในกีฬากอล์ฟให้หลานชายสุดที่รัก…ชื่นบานกันถ้วนหน้าทั้งคนสอน-คนเรียน …ส่วนกิจกรรมร่วมกับหลานคุณยายอีกคน ปณัติ พุทธวิบูลย์ ลูกชาย ดร.นิรัญชา-ดร.ปติ พุทธวิบูลย์ มีการชวนกันไปเล่นน้ำทะเล และหาอาหารทะเลสดๆรับประทาน…อิ่มหนำสำราญเบิกบานเป็นที่สุด !!…

บารอนเนส

ไดกิ้น ชูแนวคิดคุณภาพอากาศภายในอาคารคือกุญแจสู่ชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดี

ไดกิ้น ชูแนวคิดคุณภาพอากาศภายในอาคารคือกุญแจสู่ชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดี

ไดกิ้น ชูแนวคิดคุณภาพอากาศภายในอาคารคือกุญแจสู่ชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดี

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.26 น.

ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในด้านสาธารณสุขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026 มหกรรมระบบนิเวศสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในไทย บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้นำนวัตกรรมอากาศ โดยเน้นย้ำว่าการมีสุขภาพดีที่ยืนยาว (Healthspan)
ต้องเริ่มต้นจาก “อากาศ” ที่เราหายใจในทุกวินาที

เผยภัยเงียบจากมลพิษในบ้าน และการเปิดตัวมาตรฐาน “IAQ Star” ภายในเซสชันการบรรยายหัวข้อ “อยู่รอดใต้เงาฝุ่น PM2.5:Healthspan กับคุณภาพอากาศ” คุณอิทธิ ภู่วรวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์วิจัยและพัฒนา ได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ในขณะที่คนส่วนใหญ่เฝ้าระวังค่าฝุ่น PM2.5 นอกบ้าน แต่คุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality – IAQ) กลับมักถูกมองข้าม ทั้งที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง เช่น อาการคัดจมูกหรือหายใจลำบากหลังตื่นนอน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ไดกิ้นและสมาคมอากาศสะอาดแห่งประเทศไทยได้แนะนำมาตรฐาน “IAQ Star” ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ อุณหภูมิ, ความชื้น, ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), ฝุ่นละออง PM2.5 และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เพื่อกำหนดนิยามของ “อากาศภายในบ้านที่ดี” อย่างเป็นรูปธรรม

“วันนี้คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับค่าฝุ่นภายนอกอาคาร แต่ในความเป็นจริง ‘อากาศในบ้าน’ คือสิ่งที่เราสัมผัสต่อเนื่องยาวนานที่สุดในแต่ละวัน หากอากาศที่ดีไม่สามารถตรวจวัดได้ เราก็ไม่อาจบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่มาตรฐาน IAQ Star จะเข้ามาช่วยสร้างความเข้าใจใหม่ว่า อากาศที่ดีต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน และต้องดูแลอย่างถูกวิธีควบคู่กันไป” คุณอิทธิกล่าว

ไดกิ้น ในฐานะ “Air Solution Provider” กับนวัตกรรมอากาศแห่งอนาคต ไดกิ้นได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ สู่การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันอากาศ” (Air Solution Provider) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์มาตรฐาน IAQ Star ตั้งแต่ระบบการกรองอากาศขั้นสูง (Filtration) ระบบการระบายอากาศ (Ventilation) เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวอาคาร และระบบเซนเซอร์ตรวจวัด (Sensing) ที่แม่นยำ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี รวมทั้งคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยอย่างยั่งยืน

คุณอิทธิกล่าวเพิ่มอีกว่า บทบาทของไดกิ้นในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างความเย็นสบาย แต่คือการออกแบบ ‘ระบบอากาศ’ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างครบวงจร และทำงานร่วมกันแบบออพติไมซ์ ทั้งการสร้างความเย็นสบาย (Comfort) การระบายอากาศเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ (Ventilation) และการฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบอากาศสะอาดที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับทุกการใช้งาน โดยไดกิ้นนำเสนอโซลูชันอากาศที่เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี Streamer เอกสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยสลายเชื้อโรคบนแผ่นกรอง ทำงานควบคู่กับ Electrostatic HEPA filter ที่ดักจับฝุ่นได้ละเอียดกว่า 2.5 ไมครอน เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่หมุนเวียนในห้องสะอาดและปลอดภัยอย่างแท้จริง

ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย ความพิเศษของกางสร้างความเชื่อมั่นในครั้งนี้
คือการได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ประพัทธ์ พงษ์เกียรติกุล นายกสมาคมอากาศสะอาดแห่งประเทศไทย มาร่วมเป็นวิทยากรเพื่อให้ข้อมูลเชิงวิชาการรับรองความสำคัญของมาตรฐานอากาศภายในอาคาร ความร่วมมือระหว่างไดกิ้นและสมาคมฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมอากาศในประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นแค่ความเย็น ไปสู่การสร้างอากาศที่สะอาดและปลอดภัยตามหลักสากล โดย ผศ.ดร.ประพัทธ์ ยังได้แนะนำเพิ่มเติมว่า

จากการสุ่มตรวจอาคารกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ พบว่าอาคารส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐานและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แม้จะมีอีกประมาณ 30% ที่ยังต้องปรับปรุงระบบการจัดการอากาศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สมาคมฯ จึงเร่งผลักดันมาตรฐาน ‘IAQ Star’ เพื่อเป็นตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัยให้กับอาคาร ร้านค้า และโรงแรม เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดและปลอดภัยอย่างแท้จริง ยิ่งในปี 2026 นี้ เราต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ที่ส่งผลให้อากาศแห้งและฝุ่นรุนแรงกว่าปกติ การปรับตัวและเรียนรู้ที่จะจัดการคุณภาพอากาศอย่างเป็นระบบจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่มองข้ามไม่ได้”

สอดคล้องกับข้อเสนอแนะดังกล่าว คุณอิทธิได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการจัดการคุณภาพอากาศอย่างเป็นองค์รวมและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
 การจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างเป็นระบบจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาวะของคนจำนวนมากโดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่อุณหภูมิเท่านั้นแต่ต้องมองถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นร่วมด้วย ทั้งฝุ่น PM2.5 ความชื้น และการระบายอากาศที่เหมาะสม ซึ่งไดกิ้นมีเทคโนโลยีที่พร้อมสนับสนุนอากาศสะอาดอย่างครบวงจร เพื่อสุขภาวะที่ดีของทุกคน”
คุณอิทธิ กล่าวทิ้งท้าย

คุณภาพอากาศที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่ยืนยาว “หากต้องการขยายช่วงเวลาของการมีสุขภาพที่ดี หรือ Healthspan ให้ยาวนานขึ้น สิ่งที่ต้องเริ่มทำทันทีคือการจัดการอากาศที่เราหายใจเข้าไป” ไดกิ้น ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่เพียงแต่ให้ความเย็น แต่ต้องเป็นโซลูชันที่ดูแลสุขภาพของคนไทย สอดคล้องกับแนวคิดหลักของงาน Healthspan Festival 2026 ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness Hub) แห่งเอเชีย

‘อาชีวะอาสา’ ว.การอาชีพบ้านแพ้ว จับมือ ชลิต อินดัสทรีฯ ชวนตรวจรถฟรี! 10–16 เม.ย. 69 ลดเสี่ยงอุบัติเหตุสงกรานต์

'อาชีวะอาสา' ว.การอาชีพบ้านแพ้ว จับมือ ชลิต อินดัสทรีฯ ชวนตรวจรถฟรี! 10–16 เม.ย. 69 ลดเสี่ยงอุบัติเหตุสงกรานต์

‘อาชีวะอาสา’ ว.การอาชีพบ้านแพ้ว จับมือ ชลิต อินดัสทรีฯ ชวนตรวจรถฟรี! 10–16 เม.ย. 69 ลดเสี่ยงอุบัติเหตุสงกรานต์

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.33 น.

แม้บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่คึกคักเท่าทุกปี จากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนไทยจำนวนมากเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การจราจรที่หนาแน่นในช่วงเทศกาลยังคงมาพร้อมความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุบนท้องถนน

เพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” จัดโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คก่อนสตาร์ท” ชวนประชาชนเช็กรถก่อนเดินทาง สงกรานต์กลับบ้านปลอดภัย พร้อมสนับสนุนกิจกรรม “อาชีวะ-ขนส่งอาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ “อาชีวะ-ขนส่งอาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569”  ซึ่งดำเนินการโดยวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้แก่ประชาชน ฟรี! พร้อมทีมช่างอาสาและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย เปิดให้บริการทุกวันระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 เวลา 06.00–18.00 น. ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านแพ้ว กม.17 แยกกระโจม ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

โอกาสนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการตรวจซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อสนับสนุนโครงการ “อาชีวะ-ขนส่งอาสา รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569” โดยมี นายฐิติปกรณ์ ภคุโล ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครู และตัวแทนนักเรียน นักศึกษา ณ ห้องประชุมอาคารวิทยบริการ วิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว

นายฐิติปกรณ์ ภคุโล เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯ ได้นำนักเรียน นักศึกษาสาขาช่างยนต์ ร่วมเป็นทีมช่างอาสา ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมซ่อมแซมเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน ภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ภายในจุดบริการ มีบริการตรวจเช็ครถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมแซมเบื้องต้น ให้คำแนะนำเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์  ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์จริงและปลูกฝังจิตสำนึกจิตอาสาให้กับนักเรียน นักศึกษา อาชีวะอาสาอีกด้วย

ด้าน นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ไทยมมากว่า 30 ปี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมควบคู่กับธุรกิจ โดยโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คก่อนสตาร์ท” มุ่งส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการตรวจเช็ครถฟรี เพื่อให้ทุกการเดินทางช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัย

สำหรับจุดบริการ “อาชีวะ-ขนส่งอาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569”  ของวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว ตั้งอยู่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านแพ้ว กม.17 แยกกระโจม ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญระหว่างถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยเป็นหนึ่งในกว่า 150 จุดบริการทั่วประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมการขนส่งทางบก โดยประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 ณ จุดบริการใกล้เคียงทั่วประเทศ

ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าดูแลสังคม ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย เคียงข้างชาวเชียงใหม่ในวิกฤต PM 2.5

ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าดูแลสังคม ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย เคียงข้างชาวเชียงใหม่ในวิกฤต PM 2.5

ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าดูแลสังคม ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย เคียงข้างชาวเชียงใหม่ในวิกฤต PM 2.5

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.32 น.

จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ดั๊บเบิ้ล เอ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคม ส่งความห่วงใยเคียงข้างคนไทย  มอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ “Double A Care” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก และดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่  

โดยมี ชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการบริษัทและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นตัวแทนส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่ รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ อาทิ อำเภอเชียงดาว จัดขบวนคาราวานในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ หรือสามารถรับหน้ากากอนามัยได้ที่ ร้าน Double A Copy Center, Double A Stationery Shops สาขาต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ,สถานีรถไฟเชียงใหม่, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2, สนามบินเชียงใหม่ และร้าน B2S Central Festival เชียงใหม่  ระหว่างวันที่ 10-11 เมษายน 2569 

ดั๊บเบิ้ล เอ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ พร้อมร่วมดูแลสุขภาพของทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมไทยสู่เวทีสากล สร้างพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านบทบาท “แพลตฟอร์มแห่งการเชื่อมโยง”

กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมไทยสู่เวทีสากล  สร้างพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านบทบาท “แพลตฟอร์มแห่งการเชื่อมโยง”

กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมไทยสู่เวทีสากล สร้างพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านบทบาท “แพลตฟอร์มแห่งการเชื่อมโยง”

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.31 น.

ในโลกที่การท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ของประเทศไม่ได้ถูกนิยามด้วยสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่คือ “ประสบการณ์” ที่ผู้คนได้สัมผัสผ่านทุกมิติของการรับรู้ ศิลปะและวัฒนธรรมจึงทำหน้าที่เป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิด และแรงบันดาลใจเข้าหากัน พร้อมจุดประกายการเดินทางข้ามพรมแดน  ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของศิลปะ ภายใต้บริบท “พลังของการเชื่อมโยง” กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือจึงมุ่งทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เชื่อมโลก วัฒนธรรมและโอกาส เข้าด้วยกันโดยใช้ศักยภาพของธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติถ่ายทอดเสน่ห์ของความเป็นไทยและความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริงและต่อยอดสู่การใช้จ่ายและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมบทบาทดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมเสน่ห์ไทยสู่เวทีโลก การเชื่อมผู้คนผ่านประสบการณ์ และการเปิดโอกาสสู่การเติบโต

เชื่อมเสน่ห์ไทยสู่เวทีโลก

กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าขยาย “เสน่ห์ไทย” สู่สายตาชาวโลกอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติโดยเฉพาะการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งวัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์

ในงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste Of Thai) ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กรุงเบอร์ลิน หนึ่งในห้างสรรพสินค้าลักชูรี่ระดับโลกของกลุ่มเซ็นทรัล พื้นที่ทั้งหมดถูกแปลงเป็น Immersive Experience ผ่าน Brand Takeover ตั้งแต่แบนเนอร์ขนาดยักษ์บน Façade ไปจนถึง Window Display ที่ถ่ายทอดเรื่องราว “อาหารไทย 5 ภาค” เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยว สถาปัตยกรรม และงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย ผู้เข้าชมไม่ได้เพียง “เห็น” แต่ได้ “สัมผัส” ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตการปรุงอาหาร และการลิ้มลองเมนูไทยที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดศักยภาพของไทยในมิติ Gastronomy และ Wellness พร้อมแปลง “รสชาติ” ให้กลายเป็น “แรงบันดาลใจในการเดินทาง” ที่กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวจริงในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัลยังภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ศิลปะระดับโลก “KAWS: HOLIDAY THAILAND” โดยความร่วมมือระหว่าง KAWS, Allrightsreserved และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งนำผลงานศิลปะระดับสากลมาจัดแสดง ณ ท้องสนามหลวง พื้นที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของกรุงเทพมหานคร ไฮไลต์สำคัญคือประติมากรรม COMPANION สูง 18 เมตร ในอิริยาบถนั่งโอบอุ้มดวงจันทร์อย่างอ่อนโยน ณ พื้นที่ที่มีรากฐานจากคติความเชื่อเรื่องศูนย์กลางจักรวาล สะท้อนเชิงสัญลักษณ์ถึงการส่งต่อความรู้ คุณค่า และความใส่ใจจากรุ่นสู่รุ่น การผสานโลกศิลปะร่วมสมัยเข้ากับบริบทไทยในครั้งนี้ไม่เพียงดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัส แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Cultural Destination ที่สามารถเชื่อมโยงศิลปะระดับโลกเข้ากับอัตลักษณ์ไทยได้อย่างลงตัว

เชื่อมผู้คนผ่านประสบการณ์

กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการสร้าง “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้คนอยากมาเยือน มาใช้เวลา และกลับมาอีกครั้ง โดยยกระดับศูนย์การค้าให้เป็น “Tourism Magnet” ผ่านการออกแบบ World-Class Experiences ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับวัฒนธรรมและกันและกัน ตัวอย่างสำคัญของ Flagship Festival ของเรา อาทิ

Summer Fest 2026: Sound Of Summer  โดยเซ็นทรัลพัฒนา ใช้งบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท จัดกิจกรรมมากกว่า 1,000 อีเวนต์ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ Global Summer Festival ผ่านการผสานดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้ากับพลังของ Fandom ภายใต้แนวคิด “Creative Economy” และ “Fandom Empowerment” สร้าง Engagement ที่ต่อยอดสู่การเดินทาง การท่องเที่ยว และการใช้จ่าย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2569

Pride Month โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ที่ได้เปลี่ยนศูนย์การค้าให้กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกตัวตน ขยายพื้นที่จัดงานจาก 9 สาขาในปี 2023 สู่ 39 สาขาในปี 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1.3 ล้านคน สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้าง และสามารถเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเท่าเทียมผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 3 ในเอเชีย และอันดับที่ 38 ของโลก

Central 78th Anniversary 2025: Fall In Love With Every Visit  แคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 78 ปีของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่เปลี่ยนการช้อปปิ้งให้กลายเป็นประสบการณ์เชิงศิลปะ ผ่านเทศกาล “The Art Of Flowers” ซึ่งนำดอกไม้จากทั่วโลก โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ไทยและพืชพื้นถิ่น มาสร้างเป็น Installation ขนาดใหญ่ สะท้อน อัตลักษณ์ไทยและสร้างแรงบันดาลใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ก่อนต่อยอดสู่ Global Visibility ผ่านบิลบอร์ดขนาดใหญ่ ณ Times Square นครนิวยอร์ก สะท้อนภาพลักษณ์อีเวนต์ระดับสากลและตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ค้าปลีกของห้างเซ็นทรัล

นอกจากกิจกรรมและอีเวนต์ กลุ่มเซ็นทรัลยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ “พื้นที่” ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมเซ็นทารา ที่นำอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ลวดลาย หรือองค์ประกอบศิลป์ที่สะท้อนเรื่องราวของพื้นที่นั้น ๆ พื้นที่ของโรงแรมจึงไม่ใช่เพียงสถานที่พัก แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ “สัมผัส” และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด อาทิ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลล่าหัวหิน โรงแรมเซ็นทาราอยุธยา โรงแรมเซ็นทาราอุบล โรงแรมเซ็นทาราอุดร และโรงแรมเซ็นทาราโคราช

เปิดโอกาสสู่การเติบโต

นอกเหนือจากการสร้างการรับรู้และประสบการณ์ กลุ่มเซ็นทรัลยังมุ่งสร้าง “โอกาส” ให้แก่ศิลปิน ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านหลากหลายโครงการ

จริงใจ มาหา…นคร  อีเวนต์ประจำปีที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากเข้ากับผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้นำเสนอสินค้าเกษตร งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า สร้างรายได้ และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

โครงการ Decentral ศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเปิดพื้นที่แสดงผลงาน แต่ตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ศิลปินได้ทดลอง พัฒนา และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านพื้นที่จัดแสดง โปรแกรมพัฒนาทักษะ และ “ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ” (Production Grant) ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยทั้งรุ่นใหม่และรุ่นที่มีประสบการณ์ได้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยอย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ยังมีโครงการ “Travel Grants for Writers” ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนรุ่นใหม่ได้ลงพื้นที่ ทำความเข้าใจบริบท และถ่ายทอดมุมมองต่อศิลปะร่วมสมัยในมิติที่หลากหลาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงงานศิลปะออกสู่สังคมในวงกว้าง

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน หนุน SMEs ไทยรุ่นใหม่ร่วมกันผลักดันให้ GDP ของประเทศให้เติบโตก้าวหน้า ผ่านคอร์ส LEAD หลักสูตรรีเทลหนึ่งเดียวของไทยที่แตกต่างและสร้างความสำเร็จจริง ด้วยโมเดล “เรียนจริง-ทำจริง-โตจริง” โดยมีเซ็นทรัลพัฒนาเป็น Business Incubator แชร์ Knowledge, Khow-how พร้อมมอบโอกาสในการเริ่มธุรกิจ ส่งเสริมให้เติบโตได้หลาย Platform ภายใต้ Retail Ecosystem ที่แข็งแกร่งของเซ็นทรัลพัฒนา สร้างความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้เรียนมาแล้วถึง 240 แบรนด์ รวมเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากกว่า 3,800 ล้านบาท และมีการขยายหน้าร้านกว่า 600 ร้านค้า

โรงแรมเซ็นทารา พื้นที่สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น ในปี 2025 โรงแรมเซ็นทารา 18 แห่งได้จัดสรรพื้นที่รวมกว่า 2,368.5 ตารางเมตร สำหรับตลาดชุมชน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและศิลปินท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้า พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่สู่ผู้มาเยือน ยกระดับประสบการณ์ของแขกผู้เข้าพักให้ได้สัมผัสวิถีชีวิต ศิลปะ และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านสินค้าและผลงานที่มีเอกลักษณ์

เพาเวอร์บาย x Artstory x มูลนิธิออทิสติกไทย ความร่วมมือที่เนรมิตหน้าจอทีวีกว่า 100 เครื่องให้กลายเป็น   แกลเลอรีดิจิทัล จัดแสดงผลงานของศิลปินออทิสติก 19 คน รวม 100 ชิ้น ภายใต้นิทรรศการ “Power Of Art By Power Buy X Artstory” สะท้อนพลังของเทคโนโลยีในการสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม และยืนยันว่าศิลปินกลุ่มพิเศษเหล่านี้มีพื้นที่ มีศักยภาพ และมีคุณค่าในสังคม ภายใต้แนวคิด “Power Of Love – Technology For All” ซึ่งเป็นความร่วมมือต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างเพาเวอร์บายและมูลนิธิออทิสติกไทย

Good Goods และ Central Tham อนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทย ผ่านแบรนด์ Good Goods ภายใต้วิสาหกิจเพื่อสังคม เซ็นทรัล ทำ ที่มุ่งสนับสนุนงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอนาหมื่นศรีจาก จ.ตรัง, ผ้าครามสกลนครจาก จ.สกลนคร, กระเป๋าถักราฟเฟียจากกลุ่มแม่บ้านสันมะเกลือ จ.ลำปาง, กระเป๋าโท้ตผ้าม่อฮ่อมพื้นเมืองจาก จ.เชียงใหม่ และกระเป๋ากระจูดจาก จ.พัทลุง พร้อมเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วย “วัฒนธรรมที่เชื่อมผู้คนและสร้างมูลค่า”

 กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่า “ศิลปวัฒนธรรม” ไม่ได้เป็นเพียงรากฐานของอัตลักษณ์ แต่คือพลังสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างแรงบันดาลใจ และขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว ด้วยบทบาทของ “แพลตฟอร์มแห่งการเชื่อมโยง” กลุ่มเซ็นทรัลจึงยังคงเดินหน้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศิลปิน ชุมชน และพันธมิตรทุกภาคส่วน ผ่านการสร้างโอกาส การเชื่อมโยงเครือข่าย และการต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เพื่อให้วัฒนธรรมไทยและความคิดสร้างสรรค์เติบโตอย่างมีคุณค่า เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคง — มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย “วัฒนธรรมที่เชื่อมผู้คนและสร้างมูลค่า” ให้กลายเป็นพลังแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล