โฟล์กสวาเกน มึน! โดนเกาหลีใต้ ระงับขายรถ 80 รุ่น ปรับเพิ่มอีก 600 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ส.ค. 2559 15:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679567

 

บ.โฟล์กสวาเกนอ่วม เจอรัฐบาลเกาหลีใต้ลงดาบ สั่งระงับจำหน่ายรถมากถึง 80 รุ่น พร้อมเรียกค่าปรับเพิ่มอีกเกือบ 600 ล้านบาท จากความผิดที่ บ.ผลิตรถยนต์ชื่อดังและใหญ่สุดในยุโรป โกงตัวเลขผลทดสอบค่าการปล่อยไอเสียของรถ

เมื่อ 2 ก.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้ ออกคำสั่งให้บริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดัง โฟล์กสวาเกน สัญชาติเยอรมนี ระงับการจำหน่ายรถยนต์ ถึง 80 รุ่น  ในเกาหลีใต้ พร้อมทั้งจะปรับเงินจากโฟล์สวาเกน ซึ่งถือเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นเงินถึง 17,800 ล้านวอน หรือประมาณ 16 ล้านดอลลาร์ (ราว 592 ล้านบาท) โทษฐานที่บริษัทโฟล์กสวาเกนมีการโกงตัวเลขผลทดสอบค่าการปล่อยไอเสียของรถในรุ่นดังกล่าวให้ดีขึ้น

ข่าวแจ้งว่า รถยนต์ของโฟล์กสวาเกน ที่ได้รับผลกระทบ ถูกห้ามจำหน่ายในเกาหลีใต้จากความผิดในเรื่องดังกล่าว 80 รุ่นนั้น รวมทั้ง รุ่น VW Golf และ Jetta ขณะที่ รถยนต์ 80 รุ่นของโฟล์กสวาเกนที่โดนสั่งห้ามจำหน่าย ยังมีขนาดของเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันด้วย


เจ้าหน้าที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ชี้แจงความผิดของบริษัทโฟล์กสวาเกน

ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทโฟล์กสวาเกนได้ยอมรับความผิดที่ได้โกงผลทดสอบค่าไอเสียของรถที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง จนส่งผลกระทบต่อยอดขาย และชื่อเสียงของบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ อีกทั้ง ปีที่แล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เรียกค่าปรับจากบริษัทโฟล์กสวาเกนไปแล้ว 14,000 ล้านวอน


อินเดียจับ 3 หื่นรุมโทรมแม่ลูก-โวยตำรวจไม่ช่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ส.ค. 2559 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679153

 

อินเดียคุมขังผู้ต้องสงสัย 3 คนที่มีส่วนร่วมในการก่อเหตุรุมโทรมข่มขืนแม่ลูกชาวอินเดีย บริเวณถนนหลวงแห่งหนึ่ง รวมทั้งทำร้ายร่างกายญาติที่เดินทางมาด้วยกันจนได้รับบาดเจ็บ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศอินเดีย คุมขังชาย 3 คนเป็นเวลา 14 วัน หลังพวกเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนร่วมในเหตุรุมโทรมข่มขืนแม่ลูกคู่หนึ่ง โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัยจู่โจมผู้เสียหายบริเวณถนนหลวงซึ่งเชื่อมระหว่างเขตนอยดา ชานกรุงนิวเดลี กับเมืองกันปุระ ในรัฐอุตตรประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พวกเขายังจับญาติ 3 คนของผู้เคราะห์ร้ายที่เดินทางมาด้วยกัน มัดและทำร้ายร่างกายด้วย

ซูจีต ปันเดย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงคนหนึ่ง บอกกับสำนักข่าวบีบีซี ภาษาฮินดูเมื่อวันจันทร์ว่า ชายที่ถูกคุมขังทั้ง 3 คนถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. และพวกเขาจะถูกคุมขังต่อไป หลังถูกผู้เสียหายยืนยันตัว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจับชายผู้ต้องสงสัยเพิ่มได้อีก 3 คนด้วยในวันจันทร์

อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวทำให้เกิดการกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศ และเกิดการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากเหยื่อบางรายออกมาระบุว่า พวกเขาไม่ได้การตอบสนองจากการโทรแจ้งเหตุกับตำรวจ

สมาชิกครอบครัวที่ถูกโจมตีบอกกับหนังสือพิมพ์ ฮินดูสถาน ไทม์ส ว่า สายแจ้งขอความช่วยเหลือไม่ว่างตลอด และเมื่อพวกเขาโทรติดเจ้าหน้าที่ที่ปลายสายก็เอาแต่ถามคำถาม แทนที่จะส่งกำลังมาช่วยเหลือโดยเร็ว พวกเขายังกล่าวหาอีกว่า รถตู้ของตำรวจคันหนึ่งวิ่งผ่านที่เกิดเหตุด้วย แต่พวกเขาไม่ได้หยุดช่วยเหลือ

หลังเกิดกระแสดังกล่าว รัฐบาลของรัฐอุตตรประเทศก็สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ 300 คนขึ้นมาเพื่อสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

มาแล้ว ไต้ฝุ่นนิดา! จ่อถล่มฮ่องกง ยกเลิกเที่ยวบินอื้อ ฝนตกหนักมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 14:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678657

 

(ภาพ CNN อัพโหลดลงยูทูบ )

พายุไต้ฝุ่นนิดาเคลื่อนตัวถล่มฮ่องกง ฝนตกหนัก คลื่นสูง ลมแรง สั่งปิดโรงเรียนอนุบาลทั้งหมด ยกเลิกเที่ยวบินแล้วกว่าร้อยเที่ยว เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่จีนเตือนภัยไต้ฝุ่นนิดา ระดับสีเหลือง หลายมณฑลทางใต้เตรียมเจอพายุ

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวฮ่องกงเตรียมเผชิญหน้าพายุไต้ฝุ่นกำลังแรง ‘นิดา’ (Nida) ที่เคลื่อนตัวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้ามายังฮ่องกงด้วยความเร็วลมสูงถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากถล่มฟิลิปปินส์เมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยอิทธิพลของไต้ฝุ่นนิดา ทำให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก จนต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินขึ้น-ลงฮ่องกงแล้วกว่า 120 เที่ยว และคาดว่า ในวันพรุ่งนี้ (2 ส.ค.) ท่าอากาศยานระหว่างประเทศในฮ่องกงจะต้องยกเลิกเที่ยวบินที่จะออกจากฮ่องกง อย่างน้อยอีก 26 เที่ยว

ด้านสายการบินคาเธย์ แปซิฟิก และดรากอน แอร์ ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดที่จะขึ้น-ลงที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ระหว่าง 22.00 น.ของวันที่ 1 ส.ค.-14.00 น.ของวันที่ 2ส.ค. รวมทั้งเที่ยวบิน CX709 จากฮ่องกง มายังกรุงเทพฯ ขณะที่ทางการได้สั่งปิดโรงเรียนอนุบาลและชั้นเรียนสำหรับเด็กพิเศษทั้งหมดในฮ่องกงแล้ว

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาฮ่องกง ได้ประกาศเตือนภัยพายุนิดา รุนแรง อยู่ที่ระดับ 3 ตั้งแต่เมื่อตอนเที่ยงคืนวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. ก่อนจะยกระดับความรุนแรงของพายุที่ทวีความรุนแรงจากระดับ 3 มาเป็นระดับ 8 ในเย็นวันที่ 1 ส.ค.นี้ ตั้งแต่ 16.00-10.00 น.ของเช้าวันที่ 2 ส.ค.

ข่าวแจ้งว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงคาดว่าความรุนแรงของไต้ฝุ่นนิดา ขณะเคลื่อนตัวจ่อถล่มฮ่องกง จะทำให้เกิดคลื่นสูง ทะเลปั่นป่วน ฝนตกหนัก จนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในบริเวณที่ลุ่มต่ำ ส่วนศูนย์อุตุนิยมวิทยาของจีนได้เตือนภัยไต้ฝุ่นนิดา ระดับสีเหลือง และคาดว่าจะเกิดฝนตกหนักในหลายมณฑลทางภาคใต้ของจีน หลังจากพายุนิดาได้ทำให้เกิดฝนตกหนักทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ วัดปริมาณน้ำฝนได้สูงถึง 287 มิลลิเมตร จนหลายจังหวัดอยู่ในความเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินสไลด์ลงมาจากเขา

 

โตเกียวได้ผู้ว่าฯหญิงคนแรก ‘โคอิเกะ’ อดีต รมว.กลาโหมชนะเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 11:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678498

 

ชาวญี่ปุ่นได้ผู้ว่ากรุงโตเกียวเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์…อดีต รมว.กลาโหมคนเก่ง ‘ยูริโกะ โคอิเกะ’ คว้าชัยเลือกตั้ง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการกรุงโตเกียวคนใหม่ ลั่นจะทำให้‘เป็นโตเกียว’ที่ชาวอาทิตย์อุทัยไม่เคยเห็นมาก่อน

เมื่อ 1 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า นางสาวยูริโกะ โคอิเกะ อดีต รมว.กลาโหม วัย 64 ปี เป็นผู้สมัครเลือกตั้งที่คว้าชัยชนะ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการกรุงโตเกียวคนใหม่ โดยได้คะแนนเสียงกว่า 2.9 ล้านเสียง

‘ฉันจะทำให้การเมืองในกรุงโตเกียวมีรูปแบบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นโตเกียวที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน’ นางสาวโคอิเกะ กล่าวต่อบรรดาผู้สนับสนุนหลังทราบผลการเลือกตั้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์แสดงความยินดีของบรรดาผู้สนับสนุน ขณะที่ภารกิจแรกที่ท้าทายความสามารถของเธอ คือการแก้ปัญหาการเงินของกรุงโตเกียวที่เตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ.2020 หลังจากข่าวอื้อฉาว โดนกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันในการเตรียมการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ได้ทำให้อดีตผู้ว่ากรุงโตเกียวลาออกไปแล้วถึง 2 คน


ข่าวแจ้งว่า นางสาวโคอิเกะ เป็นสมาชิกพรรครัฐบาลเสรีนิยมประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แต่เธอไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากรุงโตเกียวคราวนี้ ในนามพรรคแอลดีพีแต่อย่างใด โดยได้ลงสมัครในฐานะ ผู้สมัครอิสระ ทั้งนี้ นางสาวโคอิเกะจบการศึกษาคณะสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยไคโร ในอียิปต์ และเคยเป็นผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ มาก่อนจะเข้าสู่แวดวงการเมืองในปี 2535 จากนั้น ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.สิ่งแวดล้อมในปี 2548 และยังได้นั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เมื่อปี 2550.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่ากรุงโตเกียว ลาออก! โดนกล่าวหาเอาเงินหลวงไปเที่ยว ซื้อของให้ลูก

 

ตัดสิทธิ ส.ส.ต้านจีนลงเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678142

 

นายชาน โฮทิน สมาชิกพรรคแห่งชาติฮ่องกง ซึ่งสนับสนุนเอกราชจากจีน ได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) จากคณะกรรมการกิจการด้านการเลือกตั้งแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ว่า ขาดคุณสมบัติในการลงเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้การยื่นใบสมัครถือเป็นโมฆะ ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าตัวไม่ยอมรับในแบบฟอร์มชุดใหม่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ระบุไว้ว่า ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน

จากกรณีดังกล่าวทำให้ต่อมาทางพรรคแห่งชาติฮ่องกงโพสต์ข้อความลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กว่า พรรคแห่งชาติฮ่องกงได้รับเกียรติให้กลายเป็นพรรคแรกที่ถูกห้ามเข้าร่วมการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยจากรัฐบาล เนื่องด้วยความแตกต่างทางการเมือง ขณะที่ในคืนวันเดียวกันมีกลุ่มผู้สนับสนุนนายชานราว 100 คนออกมาเดินขบวนชุมนุม นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่ ส.ส.รายอื่นซึ่งมีแนวความคิดเหมือนนายชานอาจถูกตัดสิทธิลงสมัครเลือกตั้งด้วยเช่นกัน.

 

ญี่ปุ่นยังสนใจใช้ไทยเป็นฐานลงทุนในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2559 03:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678083

 

ปธ.กลุ่มมิตรภาพญี่ปุ่น-ไทย ประจำจังหวัดคะนะกะวะ นำคณะเข้าพบเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เชิญชวนให้ไปจัดงานเทศกาลไทยเพื่อฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ทางจังหวัดคะนะกะวะ สนใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนด้านอุตสาหกรรมในอาเซียน

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้การต้อนรับ นายฮิโระอะคิ ชิคิดะ ประธานกลุ่มมิตรภาพญี่ปุ่น–ไทย ประจำจังหวัดคะนะกะวะ และคณะ ที่สถานเอกเอกอัครราชทูต เมื่อวันที่ 29 ก.ค. โดยนายฮิโระอะคิ นำคณะมาพบเพื่อแนะนำตัวและหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจังหวัดคะนะกะวะ ให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิดย่ิงขึ้น เนื่องจากในปี 2560 จะครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ ระหว่าง ไทยกับญี่ปุ่น ทางจังหวัดคะนะกะวะ ขอเสนอให้มีการจัด “งานเทศกาลไทย” ที่ศาลาว่าการจังหวัดคะนะกะวะ ซึ่งเป็นศาลาว่าการจังหวัดที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 88 ปี รวมทั้งจัดแสดงสินค้า อาหาร และวัฒนธรรมของไทยแล้ว พร้อมกันนี้ทางจังหวัดคะนะกะวะ ยังขอให้มีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ชาวจังหวัดคะนะกะวะ ได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระราชวงศ์ของไทยและญี่ปุ่นด้วย


ในวาระ ครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ ระหว่าง ไทยกับญี่ปุ่น ทางจังหวัดคะนะกะวะ ขอเสนอให้มีการจัด “งานเทศกาลไทย” ที่ศาลาว่าการจังหวัดคะนะกะวะ

นอกจากนั้น สมาชิกกลุ่มมิตรภาพญี่ปุ่น–ไทย ประจำจังหวัดคะนะกะวะ ยังมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทย ในช่วงปลายปี 2559 หรือ ช่วงต้นปี 2560 เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับภาคส่วนต่าง ๆ ของไทย ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน โดยจังหวัดคะนะกะวะมีอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น และสนใจใช้ไทยเป็นฐานในการขยายการลงทุนในอาเซียน ตลอดจนความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนประชาชน การท่องเที่ยว และการพัฒนาบุคลากร พร้อมเชิญขอเชิญ นายบรรสาน เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เดินทางไปเยือนจังหวัดคะนะกะวะ ในโอกาสที่สะดวก เพื่อพบหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดคะนะกะวะ นายกเทศมนตรีเมืองโยโกฮามา และนายกเทศมนตรีเมืองคาวาซากิ ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และมีบริษัทต่าง ๆ ลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก


ปธ.กลุ่มมิตรภาพญี่ปุ่น-ไทย ประจำจังหวัดคะนะกะวะ นำคณะเข้าพบเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

ด้านนายบรรสาร เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และชื่นชมจังหวัดคะนะกะวะ ที่แสดงความกระตือรือร้นในการผูกสัมพันธ์กับไทยและอาเซียน นอกจากนั้น นายชิคิดะยังใช้โอกาสนี้ขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ช่วยเหลือญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ เมื่อครั้งเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทั้งเมื่อปี 2554 และแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่จังหวัดคุมะโมะโตะ อันแสดงถึงความเป็นมิตรที่ใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ.

 

แกนนำไอซิสหอบลูกเมียหนีจากโมซูลเข้าซีเรีย ก่อนรบ.เปิดฉากถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677591

 

ผู้อพยพจากเมืองใกล้เมืองโมซูล เดินทางถึงค่ายพักพิง

ทางการอิรักเผย แกนนำกลุ่มไอซิสพาครอบครัวลอบหลบหนีออกจากเมืองโมซูล ทางเหนือของประเทศ ก่อนที่กองทัพรัฐบาลและพันธมิตรจะส่งกำลังพลหลายหมื่นบุกโจมตีเพื่อยึดคืนเมืองแห่งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คาลีด อัล-โอเบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศอิรัก ออกมาเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 30 ก.ค. ว่า แกนนำของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) หลายคนพาครอบครัวหลบหนีออกจากเมืองโมซูล ฐานที่มั่นหลักของพวกเขาในภาคเหนือของอิรัก ไปยังซีเรีย ก่อนที่กองทัพอิรักและพันธมิตรจะเริ่มเปิดฉากโจมตีเพื่อยึดคืนเมืองแห่งนี้

“ครอบครัวและแกนนำมากมายในเมืองโมซูล ขายทรัพย์สินของตัวเองและแอบออกจากเมืองมุ่งหน้าสู่ประเทศซีเรีย บางส่วนยังแอบหนีเข้าสู่ดินแดนของชาวเคิร์ดในอิรักด้วย” นายโอเบดี กล่าวและเผยด้วยว่า เขามีข้อมูลข่าวกรองว่า เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในกลุ่มไอซิสมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการเงิน

ทั้งนี้ กลุ่มไอซิสสูญเสียดินแดนในอิรักที่พวกเขาบุกยึดครองตั้งแต่ปี 2014 ไปมากมาย โดยล่าสุดกองทัพอิรักและแนวร่วมสามารถยึดคืนเมืองฟัลลูจาห์ เมืองสำคัญในจังหวัดอันบาร์ จากไอซิสได้สำเร็จ และคาดว่ากองทัพอิรักจะเคลื่อนพลประมาณ 30,000 นายไปยึดคืนเมืองโมซูล ที่มั่นใหญ่สุดของไอซิสในอิรัก โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้

นายโอเบดี ระบุด้วยว่า ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล อาจทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ของประชาชนในเมืองแห่งนี้ โดยคาดว่าจะมีจำนวนผู้อพยพน้อยที่สุดที่ 500,000 คน

 

จัดงานฉลอง 40 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม อย่างยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 04:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677552

 

รองนายกรัฐมนตรี นำทีมรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมงาน “วันวัฒนธรรมไทยในเวียดนาม” ฉลอง 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยและเวียดนาม ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดขึ้นอย่างย่ิงใหญ่ ขนคณะนาฏศิลป์และโขนไปโชว์อลังการประทับใจชาวเวียดนาม…

วันที่ 30 ก.ค. 59 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดงาน “วันวัฒนธรรมไทยในเวียดนาม” เพื่อฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม อย่างย่ิงใหญ่ เมื่อค่ำวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ที่โรงละครหญ่า ฮ้าต เลิ้น หรือ โอเปร่า เฮาส์ กรุงฮานอย


นายมานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย กล่าวเปิดงาน

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีผู้แทนฝ่ายไทยไปร่วมงาน ได้แก่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และ นายมานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ส่วนผู้แทนฝ่ายเวียดนาม มี นายหวู ดึก ดาม รองนายกรัฐมนตรี, นายเหงียน หงอก เถี่ยน รมว.วัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และ นายหวู ห่ง นาม รมช.ต่างประเทศ


คณะทูตานุทูต ตื่นตาตื่นใจกับการแสดง

นอกจากนี้ ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ของไทยและเวียดนาม คณะทูตานุทูต และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศประจำเวียดนาม ชาวเวียดนาม และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก


ชาวเวียดนาม น่ังชมด้วยความประทับใจ

ในพิธีเปิดงาน เริ่มขึ้นด้วยการเคารพธงชาติของไทยและเวียดนาม เพื่อเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้ง 2 ประเทศ จากนั้นนายมานพชัยได้ขึ้นกล่าวเปิดงานฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนาม ที่มีมาอย่างแน่นแฟ้นตลอด 40 ปี และนายเหงียน หงอก เถี่ยน ขึ้นกล่าวแสดงความยินดี และกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงานฉลองสัมพันธ์ครั้งนี้


รำภาคใต้ ลีลางดงาม

จากนั้นเริ่มรายการแสดงศิลปะพื้นบ้านของไทย โดยคณะนาฏศิลป์จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย จำนวน 31 คน โชว์การแสดงในชุดโบราณคดีศรีสยาม การแสดงระนาดเอก ศิลปะป้องกันตัวของภาคกลาง รำชนไก่ รำกลองยาว รำอีสาน รำของภาคเหนือและภาคใต้ ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของผู้เข้าชม โดยเฉพาะการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ถึงฉากพระนารายณ์-พระราม ต่อสู้กับทศกัณฐ์ มีการร่ายรำอ่อนช้อยสมกับเป็นศิลปะชั้นสูง เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมไม่ขาดสาย และเมื่อจบการแสดง พล.อ.ธนะศักดิ์ และ นายหวู ดึก ดาม ได้ขึ้นเวทีมอบดอกไม้ให้แก่คณะนาฏศิลป์ของไทย และร่วมถ่ายภาพกันเป็นที่ระลึก


การแสดงโขน ศิลปะชั้นสูง ตรึงตาตรึงใจชาวเวียดนาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณภายในงาน ได้จัดแสดงผลงานศิลปะด้วยฝีมือของคนไทย เช่น การแกะสลักผลไม้ และการทำผ้าบาติก เป็นต้น ผู้ไปร่วมงานต่างให้ความสนใจเข้าชมกันแน่นขนัด ชาวเวียดนามที่ไปร่วมงานกล่าวชื่นชมการจัดงานครั้งนี้ว่าจัดได้ดีและประทับใจ ได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมของไทย ทำให้มีความรู้สึกว่าเหมือนได้ไปอยู่ที่ประเทศไทย และอยากไปเที่ยวประเทศไทย


เหยื่อน้ำท่วมภาคตะวันออกอินเดียพุ่ง 52 ศพ อพยพนับหมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677563

 

ภาคตะวันออกของประเทศอินเดียกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม หลังจากฝนตกหนักตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 52 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของมรสุมในรัฐทางตะวันออกของประเทศอินเดีย โดยเฉพาะในรัฐอัสสัม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 52 ราย และประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องอพยพ

เมื่อวันเสาร์ นายรัชนาธ สิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอินเดีย เดินทางเยือนรัฐอัสสัม ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด โดยเขาระบุว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับฝนที่ตกลงมาในรัฐแห่งนี้แล้ว 26 ราย

ด้านสำนักงานจัดการภัยพิบัติของรัฐอัสสัมระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 2 ล้านคน รวมทั้งผู้ที่ต้องอพยพ, ติดค้างอยู่ในบ้านของตัวเอง หรือสูญเสียผลิตผลทางการเกษตรหรือปศุสัตว์ ขณะที่ทหารกำลังให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม


น้ำท่วมในกรุงนิวเดลี

นอกจากที่รัฐอัสสัมแล้ว ยังเกิดน้ำท่วมในรัฐพิหาร โดยมีผู้เสียชีวิต 26 ราย และมีประชาชนได้รับผลกระทบอีก 2.2 ล้านคน เหยื่อน้ำท่วมหลายหมื่นคนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์บรรเทาทุกข์ที่ทางการตั้งขึ้นมากว่า 350 แห่ง ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเพิ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับอันตราย

ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศของอินเดียระบุว่า จะยังมีฝนตกในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต่อไปอีก 2-3 วัน

 

2 สัปดาห์ยังไม่จบ วิกฤติจับตัวประกันอาร์เมเนีย-ตร.ปะทะผู้ชุมนุมต้านรบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677452

 

สถานการณ์จับตัวประกันที่สถานีตำรวจในเมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนียยังไม่ยุติ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่เมื่อวันศุกร์ตำรวจปะทะกับผู้ชุมนุมฝ่ายค้านด้วย ทำมีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์จับตัวประกันที่สถานีตำรวจในกรุงเยเรวาน เมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนีย ยังไม่ยุติลงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานกว่า 2 สัปดาห์ โดยเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลต้องปะทะกับฝูงชนซึ่งเคลื่อนขบวนออกมาสนับสนุนมือปืนกลุ่มนี้ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย

เหตุจับตัวประกันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. โดยกลุ่มมือปืนจำนวนประมาณ 30 คน บุกโจมตีสถานีตำรวจในกรุงเยเรวานจนมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 คน และจับตัวประกัน 9 คนไว้ภายใน พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักโทษการเมืองรวมถึงนายเจอแรร์ เซฟิเลียน นักการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งถูกคุมขังเมื่อเดือน มิ.ย. ในข้อหาครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต และวางแผนก่อความไม่สงบในสังคม นอกจากนี้ กลุ่มคนร้ายยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดี แซร์ช ซาร์กเซียน ลาออกจากตำแหน่งด้วย

หลังเกิดเหตุจับตัวประกัน ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านในอาร์เมเนียก็ออกมาชุมนุมประท้วงรายวัน เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และให้ประธานาธิบดีแซร์ชลาออก


ตำรวจอาร์เมเนียจับผู้ชุมนุมฝ่ายค้าน

สถานการณ์จับตัวประกันเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ (29 ก.ค.) หลังเกิดการยิงปะทะกันระหว่างกลุ่มมือปืนและตำรวจ ทำให้ฝ่ายมือปืนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า มือปืนเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และทั้ง 3 คน รวมทั้งผู้บาดเจ็บก่อนหน้านี้ ได้รับการปฐมพยาบาลโดยเจ้าหน้าที่รถพยาบาลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในสถานีตำรวจแห่งนี้

ในเวลาต่อมา ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านออกมาเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจที่เกิดเหตุจับตัวประกัน ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลถูกส่งมาขัดขวาง ทำให้เกิดการปะทะกัน โดยเจ้าหน้าที่ใช้ทั้งกระบอง, ระเบิดแสง และแก๊สน้ำตา ในการกดดันให้ผู้ประท้วงล่าถอย ซึ่งความไม่สงบนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บราว 60 คน และอย่างน้อย 40 คน ยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีผู้ชุมนุมอีก 165 คนถูกจับกุม แต่ล่าสุดส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มือปืนบุกยึดสน.ในอาร์เมเนีย-จับตัวประกัน ร้องปล่อยนักโทษการเมือง