เป็นเรื่อง! พ่อแม่ยุ่นลงโทษลูกปล่อยไว้ในป่า สุดท้ายเด็กหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/627987

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ค. 2559 00:30

 

(ภาพ: AFP)

พ่อแม่ของเด็กชายชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไปในป่าทางตอนเหนือ โกหกตำรวจว่าเด็กหายระหว่างหาของป่า ก่อนยอมรับในภายหลังว่า พวกเขาจงใจทิ้งเด็กไว้เพื่อลงโทษ แต่เด็กกลับหายตัวไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พ่อแม่ของเด็กชายชาวญี่ปุ่นวัย 7 ขวบ ซึ่งหายตัวไปบนภูเขาในจังหวัดฮอกไกโด ทางภาคเหนือของประเทศ  ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยอมรับกับตำรวจว่า พวกเขาทิ้งลูกชายไว้ในป่าเพื่อเป็นการลงโทษ ไม่ใช่เด็กหายระหว่างเดินป่าเหมือนที่แจ้งกับเจ้าหน้าที่ในตอนแรก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจมากกว่า 150 คน ออกปฏิบัติการค้นหาเด็กชาย ยามาโตะ ทาโนะโอกะ เป็นวันที่ 2 ในวันอาทิตย์ (29 พ.ค.) โดยเมื่อวันเสาร์ ครอบครัวของเด็กคนนี้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ลูกชายของพวกเขาหายตัวไประหว่างที่พวกเขากำลังเก็บผลไม้ป่าบนภูเขา ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของหมีป่า แต่ยอมรับในภายหลังว่าพวกเขาโกหก

“พ่อแม่ทิ้งลูกชายไว้ในป่าเพื่อเป็นการลงโทษ” โฆษกตำรวจกล่าว พร้อมระบุว่า พ่อแม่ของเด็ก บอกกับตำรวจว่า พวกเขารีบกลับไปยังจุดที่ปล่อยเด็กไว้ประมาณ 5 นาที แต่เด็กหายไปแล้ว  ขณะที่บิดาของเด็กชายมาโคโตะ บอกกับสถานีโทรทัศน์ ‘อาซาฮี’ ว่า พวกเขาเดินออกห่างจากลูกชายประมาณ 500 ม. ก่อนจะกลับไปดูแต่ไม่พบบุตรชายเสียแล้ว ส่วนสาเหตุที่โกหกเพราะไม่กล้ายอมรับความจริงกับเจ้าหน้าที่.

เปียงยางขู่เอาคืน หลังโสมใต้ยิงปืนเตือนใส่เรือเกาหลีเหนือล้ำน่านน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626975

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ค. 2559 01:10

 

(ภาพ: AFP)

รัฐบาลเปียงยางขู่จะตอบโต้เกาหลีใต้ หลังกองทัพเกาหลีใต้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่เรือจากเกาหลีเหนือ ซึ่งลอยลำข้ามเขตน่านน้ำพิพาท…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พ.ค. ทางการของประเทศเกาหลีเหนือ ออกมาขู่ว่าจะดำเนินการตอบโต้เกาหลีใต้ หลังจากเกาหลีใต้ยิงปืนเตือนเรือลาดตระเวน และเรือประมงของเกาหลีเหนือ ซึ่งข้ามเขตน่านน้ำพิพาทเข้าไปในน่านน้ำทางตะวันตกของคาบสมุทรเกาหลี

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 07.30 น. วันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยเรือจากเกาหลีเหนือ 2 ลำ ข้ามแนวจำกัดตอนเหนือ (เอ็นแอลแอล) ในบริเวณที่ใกล้กับเกาะยอนพยอง ก่อนที่กองทัพเรือเกาหลีใต้ยิงปืนใหญ่ขนาด 40 มม. เข้าใส่เพื่อเตือน ซึ่งเรือของเกาหลีเหนือยอมล่าถอยหลังจากนั้นราว 8 นาที

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้บัญชาการสูงสดของกองทัพประชาชนเกาหลีเหนือ ออกมากล่าวหากองทัพเกาหลีใต้ว่า รุกล้ำน่านน้ำของพวกเขา และการยิงปืนใส่เรือของพวกเขานั้น ถือเป็นพฤติกรรมยั่วยุอย่างร้ายแรง “ผู้กระทำการยั่วยุจะต้องเสียใจต่อความน่ากลัวที่จะเกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการยิงก่อนอย่างไม่ไตร่ตรองของพวกเขา”

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ข่มขู่เกาหลีใต้หลายต่อหลายครั้ง โดยความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2 ประเทศสูงขึ้น นับตั้งแต่รัฐบาลเปียงยางทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เมื่อเดือน ม.ค. และยิงจรวดส่งดาวเทียมในเดือนต่อมา ส่งผลให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงมติเพิ่มการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

ประมวลภาพ โอบามาเยือนฮิโรชิมา! ย้ำโลกนี้เสี่ยงมากที่มีอาวุธนิวเคลียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626811

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 17:20

 

ประธานาธิบดีโอบามา สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ที่มาเยือนและวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถานเมืองฮิโรชิมา ความเจ็บปวดของชาวญี่ปุ่นที่ถูกกองทัพสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มในสงครามโลกครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ เดินทางเยือนเมืองฮิโรชิมา โดยมีนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ต้อนรับ เมื่อบ่ายวันที่ 27 พ.ค. จนโอบามา นับเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่มาเยือนเมืองฮิโรชิมา ขณะดำรงตำแหน่งผู้นำชาติมหาอำนาจหมายเลขหนึ่ง หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาเป็นลูกแรกของโลก ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2

‘นี่เป็นโอกาสอันมีเกียรติต่อความทรงจำของผู้คนทั้งหมดที่ต้องพบกับความสูญเสียในสงครามโลกครั้งที่ 2 มันเป็นโอกาสที่จะตามหาสันติภาพและความมั่นคงบนโลกที่อาวุธนิวเคลียร์ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป’ ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวข้อความนี้ ระหว่างไปเยี่ยมทหารนาวิกโยธินอเมริกันที่ฐานทัพอากาศ อิวาคูนิ เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 27 พ.ค.59 ก่อนจะมาถึงเมืองฮิโรชิมา

ประธานาธิบดีโอบามา นั่งเฮลิคอปเตอร์มาถึงเมืองฮิโรชิมา

ขบวนรถของผู้นำสหรัฐฯ แล่นไปยังอนุสรณ์สถานฮิโรชิมา

ประธานาธิบดีโอบามาวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถานฮิโรชิมา

รำลึกถึงผู้เสียชีวิต

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งคาดว่าจะไม่เอ่ยคำขอโทษต่อการกระทำของทหารอเมริกันที่ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมา อันนำไปสู่การที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ได้เคยเน้นย้ำถึง ‘ความเสี่ยงอย่างมาก’ ของอาวุธนิวเคลียร์ โดยซีเอ็นเอ็น ยังรายงานด้วยว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นได้คัดค้านประธานาธิบดีโอบามาที่มาเยือนเมืองฮิโรชิมา แต่ท้ายที่สุด ก็ได้ยุติการขัดขวาง หลังจาก นายจอห์น แคร์รีย์ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้มายังอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ในเมืองฮิโรชิมาเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จนสร้างความประทับใจให้แก่ชาวญี่ปุ่นจากการมาเยือนของเขา

เป็นความเจ็บปวดร่วมกัน ต่อความสูญเสียจากการที่สหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มฮิโรชิมา สมัยสงครามโลกครั้งที่2

เป็นผู้นำคนแรกที่มาเยือนฮิโรชิมา ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ชาวญี่ปุ่นมารอรับและถ่ายรูปประธานาธิบดีโอบามาเยือนเมืองฮิโรชิมา

สื่อนอกอาลัย ช้างฮานาโกะตายแล้ว! หลังเกิดกระแสเรียกร้องปรับปรุงที่อยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626659

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 12:49

 

(ช้างฮานาโกะ)

สื่อต่างชาติ รายงานข่าวเศร้า คุณยายฮานาโกะ ช้างไทยเสียชีวิตไกลบ้าน ในวัย 69 ปี หลังต้องใช้ชีวิตเดียวดายลำพัง มานานหลายปี ในคอกซีเมนต์ของสวนสัตว์ในกรุงโตเกียว จนก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องจากผู้คนทั่วโลกให้ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของคอกช้างฮานาโกะ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศและสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น รายงานข่าวเศร้าถึงการเสียชีวิตของ ‘ฮานาโกะ’ ช้างไทยเพศเมีย ในวัย 69 ปี ที่สวนสัตว์ อิโนะคะชิระ ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลไทยได้ส่ง ช้างฮานาโกะไปให้แก่ทางการญี่ปุ่น ในฐานะเป็น ‘ของขวัญ’ หรือทูตสันถวไมตรี ตั้งแต่ อายุเพียง 2 ปี ในปี พ.ศ.2492 จนถือเป็นช้างไทยตัวแรกที่เดินทางมาญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว

สำนักข่าวบีบีซี สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ รวมทั้งสื่อต่างชาติ หลายสำนัก ได้ชูประเด็นกรณีการตายของช้างฮานาโกะ ว่า ตั้งแต่ปีที่แล้ว (2558) ผู้คนทั่วโลกได้ร่วมรณรงค์เรียกร้อง ให้มีการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของที่พักหรือคอกของช้างฮานาโกะ ที่สวนสัตว์อิโนะคะชิระ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่า ช้างฮานาโกะ ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างเดียวดายลำพังในคอกที่เป็นปูนซีเมนต์ ขณะที่ สื่อต่างชาติบางสำนัก ชี้ว่า ช้างฮานาโกะ เป็นสัตว์ที่เศร้าที่สุดในโลก

ช้างฮานาโกะ ใช้ชีวิตลำพังตัวเดียวในคอกที่สวนสัตว์ในกรุงโตเกียว มานานหลายปี

บีบีซี ชี้ว่า ช้าง ฮานาโกะ ซึ่งเป็นชื่อภาษาญี่ปุ่น มีความหมาย ‘ดอกไม้เด็กน้อย’ มีชื่อเดิมว่า ช้างพังคชา ก่อนส่งไปให้ญี่ปุ่นนั้น เป็นสัตว์ที่ดึงดูดให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมสวนสัตว์แห่งนี้อย่างมาก แต่ ช้าง เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูง เกิดในป่า ทว่าช้างฮานาโกะกลับต้องมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในคอก และอยู่ลำพังในสภาพคอกที่ปิดกั้น มีเพียงหญ้าเขียวๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อปีที่แล้ว บล็อกเกอร์ชาวแคนาดาคนหนึ่งได้เขียนบทความ เกี่ยวกับการที่ช้างฮานาโกะ ต้องมีชีวิตอยู่ในคอกที่ปิดล้อมเช่นนี้ว่า ฮานาโกะ อยู่ใน ‘คุกคอนกรีต’ จนทำให้ผู้คนทั่วโลกที่รับทราบเรื่องนี้ออกมาร่วมรณรงค์เรียกร้องให้ทางสวนสัตว์อิโนะคะชิระปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของช้างฮานาโกะให้ดีขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ก็ได้จัดหาของเล่นใหม่ๆ และมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงที่อยู่ของช้างฮานาโกะหลายอย่างตามคำเรียกร้อง

อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์อิโนะคะชิระ ให้เหตุผลว่า ช้างฮานาโกะแก่เกินไปที่จะถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าในสหรัฐฯ กล่าวว่า หากนำช้างฮานาโกะไปอยู่รวมกับช้างอื่นๆ อาจสร้างความงงงวยให้แก่ ‘ฮานาโกะ’ ได้ เนื่องจากได้ใช้ชีวิตอยู่ลำพังตัวเดียวมาเป็นเวลาหลายปี.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล้มแล้ว ‘คุณยายฮานาโกะ’ ช้างไทยเชือกแรก ทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น อายุ 69 ปี

ผู้นำใหม่ ‘ตาลีบัน’ ยัน ไม่คุยสันติภาพกับอัฟกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626382

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 03:30

 

(ภาพ: AP)

แหล่งข่าวในกลุ่มตาลีบันเผย มอลาวี ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ประกาศต่อสภาแกนนำของกลุ่มว่า จะไม่เจรจาสันติภาพกับอัฟกานิสถาน…

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน ว่า นายมอลาวี ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของกลุ่ม ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันพุธ บอกกับเหล่าผู้บัญชาการและสมาชิกสภาสูงสุดของกลุ่ม หรือสภา ‘ชูรา’ ว่า จะไม่มีการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน

แหล่งข่าวรายนี้ยังระบุอีกว่า นายอาคุนด์ซาดา จะปฏิบัติตามนโยบายของกลุ่มตาลีบันที่ออกโดย มุเลาะห์ โอมาร์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มตาลีบัน และการแต่งตั้งนายอาคุนด์ซาดา จะทำให้เป็นตาลีบันยุคสมัยของนายโอมาร์ ซึ่งนำกลุ่มด้วยความภักดี ใช้ชีวิตเรียบง่าย และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ศัตรู กลับมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายอาคุนด์ซาดา เป็นผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 3 ของกลุ่มตาลีบัน ต่อจาก มุลเลาะห์ โอมาร์ ซึ่งเสียชีวิตในปี 2013 และ นายมุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มานซูร์ ซึ่งถูกกองกำลังสหรัฐฯ ส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน โจมตีปลิดชีพขณะเขานั่งอยู่บนรถยนต์ ในจังหวัดบาโลชิถาน ของปากีสถาน เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายอาคุนด์ซาดา มาจากชนเผ่านูร์ไซ อายุ 47 ปี ตามการเปิดเผยของตาลีบัน เขากลายเป็นรองหัวหน้ากลุ่มตาลีบัน หลังจากนายมานซูร์รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกลุ่ม และมีบทบาทสำคัญในการเจรจาหยุดยิงกับกองกำลังกลุ่มตาลีบันแตกแถว ที่ไม่ยอมรับนายมานซูร์เป็นผู้นำ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

อนึ่ง การเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มตาลีบันกับรัฐบาลอัฟกานิสถานได้หยุดชะงัก นับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันประกาศข่าวการเสียชีวิตของ มุลเลาะห์ โอมาร์ เมื่อปีก่อน ขณะที่นายมานซูร์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ก็ต่อต้านการเจรจากับรัฐบาลอัฟกัน

อิรักยึดคืนเมือง ‘คาร์มา’ จากไอซิส ปูทางปลดปล่อย ‘ฟัลลูจา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626358

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 03:00

 

(ภาพ: AFP)

กองทัพรัฐบาลอิรักสามารถยึดคืนเมืองคาร์มา คืนจากกลุ่มไอซิสได้สำเร็จ หลังจากพยายามมานาน โดยเป็นการปูทางเพื่อการปลดปล่อยเมืองฟัลลูจา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังความมั่นคงของประเทศอิรักและกลุ่มติดอาวุธฝ่ายสนับสนุน สามารถยึดเมืองคาร์มา คืนจากกองกำลัง รัฐอิสลาม (ไอซิส) ได้แล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พ.ค. ถือเป็นชัยชนะสำคัญครั้งแรกในปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจา เมืองเอกของจังหวัดอันบาร์ ทางตะวันตกของกรุงแบกแดด

นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ของอิรัก โพสต์แถลงการณ์ลงบนเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก แสดงความยินดีกับประชาชนอิรักในเรื่องการปลดปล่อยเมืองคาร์มา และออกคำสั่งให้กองกำลังความมั่นคงปกป้องพลเรือน นายกฯ อาบาดียังทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ด้วยว่า “เรารวมเป็นหนึ่งเดียวในการปลดปล่อยฟัลลูจา และช่วยประชาชนคนเมืองนี้จากความโหดร้ายของไอซิส”

ทั้งนี้ ปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจา เริ่มต้นขึ้นในวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพอิรัก กลุ่มติดอาวุธมุสลิมชีอะห์ ‘กองกำลังขับเคลื่อนประชาชน’ (พีเอ็มเอฟ) และได้สหรัฐฯ คอยสนับสนุนการโจมตีทางอากาศ

การยึดคืนเมือง คาร์มา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองฟัลลูจา ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 16 กม. ในครั้งนี้ ทำให้ดินแดนทางตะวันออกของเมืองฟัลลูจาเกือบทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอิรักแล้ว อนึ่ง ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลอิรักพยายามยึดคืนเมืองคาร์มาคืนจากไอซิสมาตลอด แต่ไม่สำเร็จ และประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า ยังมีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองคาร์มา โดยกองทัพรัฐบาลและพันธมิตร กำลังพยายามขับไล่นักรบไอซิสที่หลงเหลืออยู่ในเมือง

น้ำท่วมศรีลังกาเริ่มทุเลา แต่ยอดตายทะลุ 100 ศพแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625869

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2559 05:50

 

(ภาพ: AFP)

สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศศรีลังกาเริ่มบรรเทาลงแล้ว แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ล่าสุด อยู่ที่ 101 ราย ขณะที่ผู้พลัดถิ่นจำนวนหนึ่งเริ่มเดินทางกลับบ้านแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเซ็นทรัล และพื้นที่อื่นๆ ของประเทศศรีลังกา เริ่มทุเลาลงแล้ว หลังจากถูกพายุถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 101 รายแล้ว ตามการเปิดเผยของศูนย์จัดการภัยพิบัติ (ดีเอ็มซี)

น้ำท่วมที่เริ่มลดระดับลงทั่วศรีลังกา เผยให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่ต้องอพยพเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนอีกถึง 119,694 คน ที่จำต้องพักอาศัยในศูนย์บรรเทาทุกข์ 258 แห่งทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) และสภากาชาดแห่งศรีลังกา เรียกร้องให้ประชาชนที่กำลังเดินทางกลับบ้านของตัวเอง ให้ระมัดระวังปัญหาสุขภาพ และโรคภัยไข้เจ็บ โอซีเอชเอ ยังเตือนให้ประชาชนระวังโรคฉี่หนู และโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคผิวหนัง และโรคจากแมลง

ด้าน กองทัพศรีลังกา ยังคงออกปฏิบัติการค้นหาและเก็บกู้ในพื้นที่ที่เกิดเหตุดินถล่ม แต่กองทัพอากาศตัดสินใจระงับการส่งเฮลิคอปเตอร์ไปร่วมปฏิบัติการกู้ภัย เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศ ขณะที่มีรายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มในเขตเคกัลเล ของจังหวัดเซ็นทรัล ทำให้มีผู้สูญหายอย่างน้อย 100 คน และเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว

สุดปลื้มปีติ! กษัตริย์จิกมี ทรงต้อนรับสมเด็จพระเทพฯเสด็จเยือนภูฏาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625576

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2559 16:23

 

เฟซบุ๊ก His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck เผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์ กษัตริย์จิกมีทรงต้อนรับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ

เมื่อ 25 พ.ค.59 พสกนิกรชาวไทยและชาวภูฏานต้องปลื้มปีติยินดี เมื่อได้เห็นเพจเฟซบุ๊ก ของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ที่ได้ทรงเผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์ของกษัตริย์จิกมี ขณะทรงต้อนรับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปยังพระราชพิธีต้อนรับ ณ ป้อมตาชิโซ ในระหว่างการเสด็จเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน

(ภาพจากเฟซบุ๊ก :His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck)

พร้อมกันนั้น ยังมีข้อความในหน้าเพจเฟซบุ๊กของกษัตริย์จิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงรับการต้อนรับไปยังป้อมปราการ ในพระราชพิธีต้อนรับ ขณะที่ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงได้ร่วมสวดมนต์และจุดตะเกียงไฟ 1,000 ดวง เพื่อถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน.

(ภาพจากเฟซบุ๊ก :His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck)

ภาพดาวเทียมชี้ ไอซิสถล่มฐานทัพอากาศรัสเซียในซีเรียเละ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625287

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2559 04:30

 

(ภาพ: Stratfor)

บริษัทข่าวกรองเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียม แสดงให้เห็นความเสียหายที่ฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในซีเรีย ที่กองทัพรัสเซียใช้ หลังจากมีรายงานว่า ฐานทัพแห่งนี้ถูกไอซิสโจมตีอย่างหนัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทข่าวกรองเอกชน ‘สตราตฟอร์’ เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมภาพใหม่ แสดงให้เห็นความเสียหายที่ฐานทัพอากาศ ที่กองทัพรัสเซียใช้ ในภาคกลางของประเทศซีเรีย หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) โจมตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้

ความเสียหายที่ฐานทัพอากาศ ที4 (ภาพ: Stratfor)

ภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าว แสดงให้เห็นเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ และรถบรรทุกอีก 20 คันถูกทำลายในเหตุไฟไหม้หลายระลอก ที่ฐานทัพอากาศ ‘ที4’ หรือ ‘ทียาส’ เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยสำนักข่าวอามัก ของไอซิส เป็นกลุ่มแรกที่รายงานเรื่องเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ระบุสาเหตุ และในวันเดียวกัน ไอซิส ได้เผยแพร่ภาพที่พวกเขาอ้างว่าเป็นการยิงจรวด ‘แกรด’ ไปยังฐานทัพอากาศแห่งนี้

ขณะที่ นายซิม แทค นักวิเคราะห์ของ สตราตฟอร์ ระบุว่า สิ่งที่ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นคือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการระเบิดโดยอุบัติเหตุ มันแสดงให้เห็นชัดมากว่า เกิดระเบิดที่มีต้นตอแตกต่างกันหลายอย่างทั่วฐานทัพอากาศแห่งนี้ และแสดงให้เห็นด้วยว่า รัสเซียถูกโจมตีอย่างหนัก เฮลิคอปเตอร์ต่อสู้ของรัสเซียทั้งหมดรวม 4 ลำ ถูกทำลาย และเกิดความเสียหายที่เครื่องบินซีเรียบางลำ

เฮลิคอปเตอร์ 4 ลำถูกทำลาย (ภาพ: Stratfor)

อย่างไรก็ตาม นายไอกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ยืนยันว่า เฮลิคอปเตอร์ต่อสู้ของรัสเซียในซีเรียทุกลำยังคงออกทำภารกิจ เพื่อทำให้กลุ่มก่อการร้ายไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น และระบุด้วยว่า ความเสียหายที่ฐานทัพอากาส ที4 เป็นผลจากการต่อสู้ระหว่างนักรบไอซิสกับกองทัพรัฐบาลซีเรีย หลายเดือนก่อนที่กองทัพรัสเซียจะเข้าประจำการ

รถบรรทุกถูกทำลาย (ภาพ: Stratfor)

เครื่องบินรบซีเรียลำหนึ่งได้รับความเสียหาย (ภาพ: Stratfor)

สลด! เหมืองหยกเมียนมาถล่มอีก ตายแล้ว12 อาจฝังทั้งเป็นคนงานกว่า100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625090

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 17:30

 

(ภาพเหตุการณ์ ทีมกู้ภัยค้นหาผู้เคราะห์ร้ายติดใต้ดิน หลังเหมืองหยกถล่มเมื่อธ.ค.58)

โศกนาฏกรรมซ้ำซาก เหมืองหยกในรัฐคะฉิ่นของเมียนมา ถล่มอีกแล้ว หลังฝนตกหนัก ฝังทั้งเป็นคนงานเหมือง พบศพแล้วอย่างน้อย 12 ราย ขณะที่คาดว่าอาจมีคนงานถูกฝังอยู่ใต้กองดินกองหินกว่า 100 ราย

เมื่อ 24 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเหมืองหยกถล่มในเมียนมาครั้งนี้ เกิดขึ้นที่เหมืองหยกในเมืองปากันต์ รัฐคะฉิ่น ทางภาคเหนือของประเทศ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ราย ขณะที่คาดว่าอาจมีคนงานถูกฝังอยู่ใต้ดินใต้หินที่ถล่มลงมาจากภูเขาจำนวนมากถึง 100 คนเลยทีเดียว

บีบีซีแจ้งว่า สถานการณ์ที่แท้จริงของเหตุการณ์เหมืองหยกถล่มในรัฐคะฉิ่นนั้น กำลังจะทยอยเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เผยกับนักข่าวเอเอฟพีว่า ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากกองหินกองดินที่ถล่มลงมาจากภูเขา หลังจากเกิดฝนตกหนัก ขณะที่การกู้ภัยช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ต้องประสบปัญหาเส้นทางการคมนาคมที่ย่ำแย่ และการติดต่อสื่อสารที่เข้าไม่ถึงพื้นที่ประสบเหตุ

ภาพเหตุการณ์ทีมกู้ภัยค้นหาคนงานติดอยู่ใต้ดินหลังเหมืองถล่มในเมืองปากันต์ รัฐคะฉิ่น เมื่อ ธ.ค.58

จากการเปิดเผยของชาวบ้าน ระบุว่า พวกเขาคาดว่ามีคนงานประมาณ 200 คนกำลังทำงานอยู่ในบริเวณนั้น ขณะเกิดดินถล่มลงมาจากภูเขา จึงอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้ ทั้งนี้ เมื่อเดือน พ.ย.และ ธ.ค.ปีที่แล้ว ก็เกิดเหตุดินถล่มที่เหมืองหยกในเมืองปากันต์ เป็นเหตุให้คนงานเหมืองเสียชีวิตสลดกว่า 100 คน.