ถึงจุดที่ต้องช่วยกัน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578933

โดย ทีมข่าวการเมือง 18 ก.พ. 2559 05:01

 

แค่บังเอิญมาถูกจังหวะกันพอดิบพอดี

ตามคิวที่ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดผลการตรวจสอบรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ “สมเด็จช่วง” เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครอง ที่ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

เป็นรถยนต์ผิดกฎหมายชัดเจน

โดยจังหวะไล่หลัง “ม็อบพระ” เผชิญหน้ากับทหาร สถานการณ์ร้อนๆที่พระซึ่งถูกมองว่าเป็นเครือข่าย “ธรรมกาย” และแนวร่วมระบอบ “ทักษิณ” บุกเข้าพุทธมณฑลเพื่อชุมนุมทำ “สังฆามติ” กดดันให้รัฐบาลทหาร คสช.แต่งตั้ง “สมเด็จช่วง” ขึ้นเป็นพระสังฆราช ตามมติของมหาเถรสมาคม

เช่นเดียวกันกับคิวที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้างานเลี้ยงตรุษจีนบ้าน “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง พรรคเพื่อไทย ถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ห่วยแตก ส่งสัญญาณนำร่องเกมคว่ำประชามติ

ก็กระตุกจังหวะความคืบหน้าทางคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดตามคำสั่งของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์จ่อสรุปตัวเลขค่าเสียหายที่จะเรียกจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชงลูกให้อัยการสูงสุดฟ้องแพ่งและอาญา

อารมณ์แบบว่า “ซ่ามาก” ก็โดนกระตุกชนักปักหลัง

หนังม้วนเก่าวนฉายซ้ำไปซ้ำมา สถานการณ์ “ขึงพืด” ยังอยู่ในระดับขาดผึงได้ทุกขณะ

โดยบรรยากาศกดดันภาวะการบริหารของรัฐบาล “เรือแป๊ะ” ที่กำลังเป๋เพราะพายุถาโถมเข้าใส่ทุกทิศทุกทาง แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ต้องกำหนดแนวทางให้นักข่าวตั้งคำถามได้แค่วันละ 4 คำถาม

ตามรูปการณ์ไม่ให้ผู้นำเสียเหลี่ยมจากอาการนอตหลุด

พร้อมๆกับกระแสการปรับ ครม.ที่กลับมาแรงอีกครั้ง ตามความหวังกู้ฟอร์มบริหาร โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่นับวันชาวบ้านรากหญ้าก็สะสมอารมณ์หงุดหงิดจากปัญหาปากท้อง เร้ากับเสียงเรียกร้องให้เลือกตั้งดังขึ้นทุกขณะ

ล้อตีคู่มากับข่าวลือ “รถถัง” จะวิ่งผ่าทางตันกันอีกรอบ

แต่เรื่องของเรื่อง ต้องจับอาการของพวกมดจมูกไว ไม่มีใครเกินนักเลือกตั้งอาชีพ

ในจังหวะสถานการณ์ซีเรียสภายใต้อำนาจพิเศษ ล่าสุดก็มีปรากฏการณ์การนัด “รียูเนี่ยน” ของนักการเมืองระดับบิ๊กเนมในนามกลุ่ม 16 อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายสุชาติ ตันเจริญ นายสนธยา คุณปลื้ม นายวราเทพ รัตนากร ฯลฯ

โดยเจาะจงฤกษ์ 14 กุมภาพันธ์ “วันวาเลนไทน์”

ตามเหตุปัจจัยเบื้องหลังนักการเมืองเก๋าเกมอ่านขาด ประเมินบ้านเมืองมาถึงจุดไร้ทางออกแล้ว ทุกฝ่ายต้องขยับช่วยกัน กลุ่ม 16 ที่มีศักยภาพการเมือง จึงรวมตัวเพื่อให้เกิดภาพของความรัก บรรยากาศสามัคคี แบบที่แตกแยกไปอยู่คนละขั้วยังกลับมารวมตัวกันได้ในยามบ้านเมืองวิกฤติ

ตกลงแตะมือกันหลวมๆเผื่อสถานการณ์ที่ต้องร่วมแรงเพื่อชาติ

แต่ที่ไม่ได้นัดกับใคร แค่บังเอิญตรงสถานการณ์พอดี

ล่าสุด “ดร.ซุป” นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ขึ้นปาฐกถาพิเศษบนเวที “TMB Economic Forum ส่องเศรษฐกิจโลก เจาะธุรกิจไทย 2016” ของธนาคารทหารไทย

โชว์กึ๋นชั้นอ๋อง เครดิตระดับอินเตอร์ ฟันธงเศรษฐกิจโลกยังซึมลึก

แนะรัฐบาล คสช.มาถูกทางที่เน้นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายใน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะไม่สามารถพึ่งการส่งออกจากภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน แต่ไม่ควรกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเป็นอันตราย เนื่องจากขณะหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพีสูงมาก ประชาชนไม่สามารถก่อหนี้เพิ่มอีกแล้ว

กระตุกรัฐบาลไม่ควรเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ไม่ให้ตกหลุมพรางสหรัฐอเมริกาที่จับมือกับสหภาพยุโรปในการลดบทบาทองค์การการค้าโลก หวังอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขกฎเกณฑ์การค้าโลก

แน่นอน ด้วยเงื่อนสถานการณ์การเมืองยามนี้ ภาวะเศรษฐกิจเยี่ยงนี้

ชื่อ “ศุภชัย พานิชภักดิ์” นี่แหละ คือคนที่ใช่กว่าใคร.
ทีมข่าวการเมือง

‘บิ๊กป้อม’ ได้คิวโชว์เลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578450

โดย ทีมข่าวการเมือง 17 ก.พ. 2559 05:01

 

ก่อชนวน “อุ่นเตา” ติดแล้ว

โดยแนวโน้มสถานการณ์ภายหลังฉาก “สะท้อนใจชาวไทยพุทธ” ทหารเผชิญหน้า “ม็อบพระ” ที่เดินหน้าจัดชุมนุม “สังฆามติ” สกัดแผนการล้มล้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย

เปิดหน้าลุยกันโต้งๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน

ปมเหตุมาจากการตั้งสังฆราชองค์ใหม่ ศึก “ธรรมกาย” กับ “พุทธะอิสระ” การเมืองเรื่องของ “ทักษิณ” กับเครือข่ายฝ่ายต้าน

ตามบทสรุปที่แกะรอยได้จากข้อร้องเรียนของคณะสงฆ์ที่ยื่นถึงรัฐบาล คสช. ประกอบด้วย ห้ามหน่วยงานภาครัฐเข้ามาก้าวก่ายเรื่องทางสงฆ์ ขอให้รัฐบาลยึดถือธรรมเนียมการปฏิบัติเกี่ยวกับการปกครองของคณะสงฆ์

ขอให้นายกรัฐมนตรี ยึดถือดำเนินการตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) ในการเสนอสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นสมเด็จพระสังฆราช

รวมถึงขอให้ทางรัฐบาลสั่งให้หน่วยราชการไม่ข่มขู่คุกคามคณะสงฆ์ด้วยการใช้กฎหมาย และขอให้บรรจุพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่าง

คณะสงฆ์หนุน “สมเด็จช่วง” สำแดงพลังอย่างที่ยื่นคำขาดไว้

ตามจังหวะที่ “พุทธะอิสระ” ก็รีบออกมาเคลม “ผลงาน”

โพสต์เฟซบุ๊กเป็นเชิงสะใจ จากการขุดบ่อล่อให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวมาติดกับดัก “ตายเอง” โดยไม่ต้องออกแรงอะไรมาก

ตามสูตรโยงความเคลื่อนไหวของม็อบพระ “ธรรมกาย” กับปรากฏการณ์ขยับของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่โฟนอินมาโจมตีร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” กระตุกเครือข่ายพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง นปช.ประกาศคว่ำประชามติ ไปยันการที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เปิดบ้านเชิญนักข่าวต่างชาติเข้าร่วมชมแปลงผัก

อาศัยจังหวะที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.บินไปประชุมที่สหรัฐอเมริกา หวังกดดันให้รัฐบาลรีบประกาศตั้ง “สมเด็จช่วง” ขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ใหม่

ที่ขาดไม่ได้ ในลีลาของอดีตแกนนำม็อบ กปปส.ที่แฝงไปด้วยอารมณ์บู๊ดุดัน

“พุทธะอิสระ” ประกาศยอมถูกตัดหัวหากสามารถกำจัด “อลัชชี” พ้นธรรมวินัยได้

ตั้งแท่นชงให้รัฐบาลทหาร คสช.ตบแรงๆ

โดยบรรยากาศเร้าด้วย “สื่อเลือกข้าง” ที่โหมกระแสในโซเชียลมีเดีย

ฝั่งที่ถือหาง “พุทธะอิสระ” แนวต้านธรรมกาย ก็ขยายภาพ “พระล็อกคอทหาร” กระตุกกระแสให้กองเชียร์ถล่มอาการไม่สำรวมของผู้ทรงศีล พฤติกรรมไม่เหมาะกับความเป็นพระ

ประจานพวกรับจ้างมาจากระบอบ “ทักษิณ”

ขณะที่ฝ่ายถือหาง “ธัมมชโย” เครือข่ายธรรมกาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแนวร่วม “ทักษิณ” ก็พยายามโชว์ภาพความจริงอีกมุมที่ทหารปรี่เข้าหาพลเรือนในกลุ่มผู้ชุมนุม พระเลยต้องช่วยกันห้ามไว้ อันเป็นที่มาของภาพพระล็อกคอทหาร

เหตุการณ์เดียวกัน แต่ข้อเท็จจริงสวนไปกันคนละทาง

แล้วแต่จะถือหางใคร ก็เลือกฟังพวกเดียวกัน ถล่มด่าอีกฝ่ายมันปาก

แน่นอน นี่คืองานหนักของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่บังเอิญเหตุมาเกิดในช่วงรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีพอดี

ทหารเผชิญหน้าพระ ในจังหวะต่อเนื่องกับบรรยากาศกรุ่นๆระหว่างทหารกับนักศึกษาที่เล่นเกมเอาล่อเอาเถิดกันในการล้อการเมืองงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ก็ยังไม่จาง

เงื่อนสถานการณ์พร้อมไหลผสมโรงได้ตลอด

ไหนจะจังหวะฮึ่มๆของสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยและชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านระดับจังหวัด นัดรวมตัวกันที่อาคารรัฐสภา และศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เพื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่บัญญัติไว้เฉพาะการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ได้บัญญัติการปกครองส่วนกลางส่วนภูมิภาคเหมือนในรัฐธรรมนูญปี 2550

พระ นักศึกษา กำนันผู้ใหญ่บ้าน แรงกระเพื่อมเกิดพร้อมๆกันทุกทิศทุกทาง

แต่อีกมุม ถ้า “บิ๊กป้อม” ยังเอาอยู่ โชว์ฟอร์มคุมสถานการณ์ได้ดี

มันก็ตอกย้ำบารมี “ตัวจริง” เบอร์หนึ่งฝ่ายคุมเกมอำนาจ.

ทีมข่าวการเมือง

‘ไล่ต้อน’ เหนื่อยขึ้นอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577932

โดย ทีมข่าวการเมือง 16 ก.พ. 2559 05:01

 

ได้จังหวะพักอารมณ์เครียดๆเลี่ยงปม “ยั่วตบะ” ได้หลายวัน

ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.บินลัดฟ้าถึงแดนลุงแซมเรียบร้อย เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน–สหรัฐอเมริกา ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 14–18 กุมภาพันธ์ ตามโปรแกรมยาว 5 วัน 5 คืน

ส่วนทางนี้ก็ปล่อยมือให้พี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม ครม. คุมเกมอำนาจในเมืองไทยแทนชั่วคราว

ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ร้อนอบอ้าวขึ้นทุกขณะ

ตามฉากร้อนๆล่าสุด “พระสงฆ์ปะทะทหาร” ที่มีการขัดขวางไม่ยอมให้เข้าพุทธมณฑล ตามเงื่อนสถานการณ์ที่เครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.)

ได้จัดประชุมสกัดแผนล้มล้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย อ้างเหตุเนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้กลุ่มคนบางกลุ่มออกมาย่ำยีคณะสงฆ์ ที่สำคัญเป็นการแสดงจุดยืนการเสนอตั้งสมเด็จพระสังฆราช

เร้าเงื่อนไขเข้าจุดเสี่ยง “ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง”

ส่วนที่กำลังอุ่นเตาให้กลับมาร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ตามเงื่อนสถานการณ์เดิมพันในปมทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โฟกัสความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นัดสื่อมวลชนต่างประเทศ เจาะจงเลือกเชิญเฉพาะนักข่าวต่างชาติเข้าชมแปลงผักที่ปลูกอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน

ในอารมณ์โชว์ไลฟ์สไตล์หลังโดนรัฐประหาร

แต่ยุทธศาสตร์ที่ตั้งใจจริงๆก็อย่างที่หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ ของประเทศสิงคโปร์ ตีพิมพ์รายงานพร้อมคำให้สัมภาษณ์อดีตนายกฯหญิงของไทย กำลังเรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินการทางกฎหมายต่อกรณีโครงการรับจำนำข้าว

และในคิวเดียวกัน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ก็ยังให้สัมภาษณ์นักข่าวไทย ถึงปมความคืบหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ออกมาชี้แจงโครงการรับจำนำข้าวเป็นทำนองว่า ตัวนโยบายไม่ผิดแต่พฤติการณ์ผิด

ตรงนี้ก็ยังค่อนข้างจะงงอยู่นิดนึง เพราะในเมื่อตัวนโยบายไม่ผิด แล้วข้าวก็ไม่ได้หาย ผู้ปฏิบัติก็ไม่ได้ผิด ดังนั้นในระดับนโยบายผู้ที่กำหนดนโยบายจะผิดได้อย่างไร

อ่านไต๋ชัดเจน “ยิ่งลักษณ์” ได้จังหวะกระพือปมเดิมพันคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือคาดการณ์ยากแต่อย่างใด ในเมื่อเป็นการฉวยสถานการณ์ที่ฝ่ายรุกไล่ “เขี่ยลูก” มาเข้าทางให้เองเต็มๆ

จากปรากฏการณ์ที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว “ใบ้หวยล่วงหน้า” โครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

แต่การจำนำข้าวของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ผิดแน่นอน

ต่อเนื่องกับคิวที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ยอมรับตามตรง การปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในรอบปีบัญชี 2558 ที่ก่อนหน้ากระทรวงการคลังระบุว่า มีข้าวหายไปจากสต๊อกเกือบ 4 แสนตันนั้น โดยแท้จริงอาจเป็นการลงบัญชีผิดพลาด

ซึ่งนั่นก็ทำให้ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฟันธงเลยว่า

ผลจากการยอมรับเรื่องการลงบัญชีข้าวผิดพลาดดังกล่าว ส่อทำให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์พ้นจากที่โดนกล่าวหาตามความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทำให้เกิดความเสียหาย

เนื่องจากองค์ประกอบความผิดทางอาญา ผู้ที่เป็นจำเลยต้องกระทำความผิดตามองค์ประกอบทุกข้อถึงจะมีความผิด ถ้ามันขาดองค์ประกอบไปข้อใดข้อหนึ่ง มันก็จะไม่มีความผิดตามมาตรา 157

และแน่นอน พวกที่นั่งไม่ติดก็คือทีมงานประชาธิปัตย์

ตามอาการแบบที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ รีบแถลงตีกัน แดกดันแกมสอนมวย น.ส.สมลักษณ์ เป็นผู้ใหญ่ เป็นถึงอดีตกรรมการ ป.ป.ช. แต่รีบให้ความเห็นทั้งๆที่ข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงทางคดีน้อยเกินไป

จะเป็นเหยื่อทางการเมืองของพวกบิดเบือนเอาไปโฆษณาชวนเชื่อได้

เรื่องของเรื่องว่ากันตามรูปการณ์ที่เห็นกันเบื้องหน้า สถานการณ์ปมจำนำข้าวไหลไปเข้าทางฝ่าย “ยิ่งลักษณ์” ได้เหลี่ยมกระพือข่าวให้นานาชาติร่วมเป็นสักขีพยาน

ประจานแง่มุมกฎหมายภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เข้าใจยากในมุมสากล

ที่แน่ๆงานนี้น่าจะทำให้ฝ่าย “ไล่ต้อน” เหนื่อยเพิ่มอีกเยอะ.
ทีมข่าวการเมือง

ปลุก คสช.ปั๊มลมหายใจประชาธิปไตย : ปฏิรูปยุติธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577274

โดย ทีมข่าวการเมือง 15 ก.พ. 2559 05:01

 

ยืนอยู่บนแท่นนักวิชาการและนักกฎหมาย ได้เข้าร่วมเป็นผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองใหญ่ ไปเป็นตัวหลักเข้าตรวจสอบหาข้อเท็จจริงภายหลังเกิดเหตุการณ์วิกฤติระดับชาติ

เริ่มตั้งแต่เป็นกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 35 ประธานสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนในช่วงที่รัฐบาลประกาศสงครามยาเสพติด และประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

เป็นผู้ผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมรวมเข้าไปในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในปี 2540 ในสมัยที่ นายคณิต ณ นคร เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)

วันนี้เปิดฉากให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ถึงโฉมหน้าแรกของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

แต่ นายคณิต พยายามไม่พูดถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังถูกกระแสจากหลายฝ่าย รวมถึงภาคประชาชนและฝ่ายการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหลายประเด็นร้อนๆ

ทั้งประเด็นการปฏิรูปการเมือง อาทิ ระบบเลือกตั้งกำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จะทำให้พรรคการเมืองลดความเข้มแข็ง หลังเลือกตั้งจะได้รัฐบาลผสม การเปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ที่มาของ ส.ว.จากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มอาชีพต่างๆ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทำได้ยากมาก การเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ

การแยกศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดศาล โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นอีกเสาหลักหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย นอกเหนือจาก 3 เสาหลัก คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

ยังไม่รวมถึงบทเฉพาะกาลที่ปรากฏโฉมออกมาสู่สายตาสาธารณะปุ๊บ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจ

อีกประเด็นที่โผล่ขึ้นมา คือ ในด้านสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งภาคประชาชนเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกันแล้ว เพราะร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติหลักการที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้หลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนบรรลุความมุ่งหมาย

ไม่เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 ที่กำหนดหลักการดังกล่าวไว้เป็นครั้งแรกของรัฐธรรมนูญไทย ซึ่งบัญญัติหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถือเป็นรากฐานของสิทธิและเสรีภาพทั้งหมดทั้งปวง เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติหลักนี้ไว้อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ตีความโดยองค์กรของตุลาการได้

ประเด็นร้อนๆเหล่านี้ นายคณิต ออกตัวตั้งแต่เริ่มแรกเลยว่าไม่ค่อยได้ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญเท่าไหร่

แม้ กรธ.ยกร่างแรกเสร็จแล้วมีการส่งเนื้อหามาให้พิจารณาก็ยังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ นายคณิต บอกว่า ขอให้ย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งมีหัวใจอยู่สามดวง

หัวใจดวงแรก รัฐธรรมนูญกับกฎหมายต่างๆเชื่อมต่อกันและกัน หัวใจดวงที่สองการปฏิรูปการเมือง

และหัวใจดวงที่สามการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นการปฏิรูปครั้งที่ 2 ของประวัติศาสตร์ชาติไทย

ครั้งแรกเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่

หัวใจทั้งสามดวงทำให้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปฏิรูปประเทศได้หลายเรื่อง

ที่สำคัญได้ผลักดันสำเร็จให้บรรจุคำว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ลงไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญประเทศประชาธิปไตยในโลกนี้มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ เยอรมนีและไทย

แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ยังไม่เห็นคำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นหัวใจที่มาของสิทธิและเสรีภาพ หากไม่มีคำนี้จะไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้เลย

สมมติว่าไม่มีคำนี้อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญจริงๆเท่ากับว่ามันถอยหลังเข้าคลอง แทนที่จะคืบหน้า

เพราะคำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีเจตนารมณ์ชัดเจนเมื่อเรายอมรับเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ โทษประหารชีวิตมันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เฉกเช่นในรัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมนี เมื่อบัญญัติเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ในมาตรา 1 ในมาตราต่อมาก็ให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต แต่ของไทยโทษดังกล่าวยังมีอยู่

สมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ยังมาบ่นเสียดายว่าสิ่งที่ผมเสนอไว้ไม่ได้เป็นที่ประจักษ์ในรัฐธรรมนูญ

และผมก็เขียนบทความในช่วงนั้น โดยหวังว่านายบวรศักดิ์ (ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ) คงไม่บ่นเสียทีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าทำรัฐธรรมนูญต้องก้าวหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ก็คิดเพียงแก้ปัญหาทางการเมืองอย่างเดียว

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ภาคประชาชนเคลื่อนไหวทวงเรื่องสิทธิชุมชน โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิเฉพาะสิทธิของปัจเจกบุคคล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองชุมชนหรือสิทธิกลุ่มบุคคล

รวมถึงการนำสิทธิในบางเรื่องไปบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐ อาจจะกระทบต่อหลักการคุ้มครองสิทธิของประชาชน นายคณิต บอกย้ำว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นหัวใจหลักของสิทธิและเสรีภาพ

หากในร่างรัฐธรรมนูญมีหัวใจตรงนี้ รับรองสิทธิและเสรีภาพด้านอื่นๆที่เป็นปลีกย่อยจะถูกพัฒนาต่อไป

ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีกำหนดสิทธิในบางเรื่องไปบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐ กรณีนี้อาจมีผลกระทบต่อหลักการคุมครองสิทธิของประชาชน นายคณิต ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย บอกว่า ขอย้ำว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องกำหนดเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ สิทธิและเสรีภาพด้านอื่นถึงจะตามมา

ที่ผ่านมาได้ย้ำมาตลอดว่าการปฏิรูปการเมืองไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศไทย

จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ประเทศถึงเดินหน้าไปได้และเกิดความปรองดอง

เรื่องนี้เคยเขียนไว้ในหนังสืออภิวัฒน์กระบวนยุติธรรม โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม

ในอดีตความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญตกไปถึงจุดต่ำสุดขีด ศาลปกครองและศาลยุติธรรมยังเชื่อถือได้ เพราะที่ผ่านมากฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ใช้กฎหมายในลักษณะหักดิบกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งเป็นต้นตอของวิกฤติประเทศ

ที่เห็นชัดเจนเกิดขึ้นตั้งแต่คดีซุกหุ้นภาคแรก ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนไม่ใช้หลักกฎหมาย ไม่อยู่กับร่องกับรอย จากเรื่องนี้นำมาซึ่งปัญหาหลายสิ่งหลายอย่างในบ้านเมือง

ทั้งหมดต้องการชี้ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ บ้านเมืองย่อมสงบสุขและรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกฉีก เรื่องทั้งหลายในบ้านเมืองที่ยังเกิดการยึดอำนาจกันไม่หยุดหย่อน เพราะกระบวนการยุติธรรมยังใช้ไม่ได้

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องบัญญัติอะไรไว้ในร่างรัฐธรรมนูญบ้าง นายคณิต บอกว่า อย่างน้อยในหมวดศาลจะต้องกำหนดให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาเฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น หรือไม่ก็ควรเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล เพื่อกำหนดให้แก้กฎหมายภายในเท่านั้นเท่านี้ปี

ตอนนี้ถึงไม่ค่อยสนใจร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าจะให้สนใจ กรธ.จะต้องกำหนดเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเอาไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย

ถ้าไปคิดเฉพาะจะปฏิรูปการเมือง คุณคิดว่านักการเมืองโง่เหรอ จะออกกติกาล้อมคอกจนนักการเมืองตายแน่ สุดท้ายนักการเมืองก็หารูไปจนได้

ไปสู่การปฏิรูปได้หรือไม่ตามเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ นายคณิตบอกว่า จะปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไรในเมื่อมันยังโกงกินอยู่เหมือนเดิม

กระบวนการยุติธรรมต้องเทกแอ็กชัน ตอนนี้ยังไม่สายที่จะเดินหน้าทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย ใครแหลมมา ใครซื้อเสียง ใครคอร์รัปชัน ต้องเข้าคุก

และถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยด่วน ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะมีกระบวนการยุติธรรมที่ล้าหลังที่สุดในโลก ไม่เอื้อต่อการพัฒนาในด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมือง

อย่าลืมว่าไม่มีประเทศไหนในโลกที่เป็นประชาธิปไตย

แล้วกระบวนการยุติธรรมอ่อนแอ.

ทีมการเมือง

จับตา “ประยุทธ์” ฮึดป้องศรัทธาโชว์ภาวะผู้นำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576884

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.พ. 2559 05:01

 

กระชับอำนาจ ลบภาพ“ขาลอย”

หลังสัมผัสความหนาวเย็นกันหลายวัน ตอนนี้อากาศเมืองไทยค่อยๆอุ่นขึ้น

สอดรับกับอุณหภูมิการบ้านการเมืองที่กำลังไต่ระดับความร้อนแรง ตามเงื่อนสถานการณ์มะรุมมะตุ้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

จุดชนวนปะทะทางความคิดกันอย่างรุนแรง

แบ่งภาคให้เห็นกันชัดๆ ฝ่ายเข็น รัฐบาลทหาร คสช.พยายามระดมเครื่องมือเครื่องไม้ แม้แต่การส่งนักศึกษาวิชาทหารหรือ รด.ลงพื้นที่ในการรณรงค์ทำความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญใหม่กับกลุ่มวัยรุ่นและประชาชนทั่วไป

ทหารออกแรงลุ้นให้ผ่านประชามติเต็มที่

ขณะที่ฝ่ายต้าน นักการเมือง นักวิชาการ ไปยันเครือข่ายนักศึกษา ก็ตั้งแง่ไม่เอาด้วยกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งวิธีการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. รวมไปถึงการให้อำนาจองค์กรอิสระมากจนอันตราย

แนวร่วมพวกไม่รับขึ้นป้ายโหวตโนกันพรึบพรับ

ตามกระแสกระตุกจังหวะขยับของตัวละครสำคัญอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โผล่ออกจากที่ซุ่ม โฟนอินเข้างานเลี้ยงตรุษจีนที่บ้านของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ถือโอกาสวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” อย่างร้อนแรง

“ห่วยแตก” ทำประเทศถอยหลังลงคลองไปอีก 20 ปี

ส่งสัญญาณตีธงพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมเสื้อแดง นปช. โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่หัววัน

โยนแรงกดดันใส่รัฐบาลทหาร คสช.ให้ต้องออกแรงเหนื่อยหนักเข้าไปใหญ่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่นายมีชัยและทีมงานเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆเพื่อนำไปปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ

ก่อนจะถึงกำหนดส่งร่างสุดท้ายในวันที่ 29 มี.ค.นี้

ขณะที่อีกด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการกฤษฎีกา และตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

โดยกำหนดวันลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค.2559 บวกลบไม่เกิน 7 วัน

พร้อมกับต้องมีการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นเรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ เนื่องจากในมาตรา 37 และ 37/1 มีความขัดแย้งกันว่า จะนับจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือนับจากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน

ไม่ว่าจะยังไง รัฐบาล คสช.ก็มุ่งเดินหน้าตามโปรแกรม

อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ประกาศย้ำสัญญาประชาคม ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ก็ต้องจัดเลือกตั้งตามโรดแม็ปในเดือนกรกฎาคม 2560

นั่นก็ถือเป็นการเจาะช่องระบายแรงเสียดทานร่างรัฐธรรมนูญกันในที

ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย สถาน-การณ์ที่เสี่ยงเกิดโรคแทรกได้ทุกขณะ

มุมหนึ่งก็กระแสข่าวอาการทางใจในหมู่พี่ๆน้องๆฝ่ายคุมเกมอำนาจ คสช.ที่ต่อเนื่องมาจากคิวที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดฉากแฉขบวนการระดับด็อกเตอร์แอบอ้างชื่อตัวเองและ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ไปหาผลประโยชน์จากโครงการรัฐบาล

ทำให้ พล.อ.ประวิตร ต้องเคลียร์เลยว่า อยู่ในตำแหน่งมา 2 รัฐบาล ไม่เคยแตะต้องเงินสักบาท

กระนั้นก็ยังไม่วายโดนพาดพิงไปถึงโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่มีปมเรียกค่าหัวคิวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ “บิ๊กป้อม” ต้องออกแรงเคลียร์เหนื่อยอีกรอบ ยืนยันเป็นการแอบอ้างทำให้ตัวเองเสียหาย ทั้งๆที่เป็นเพียงนายกสภา อผศ. เข้ามาทำงาน ไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

“พี่ใหญ่” ชักเหนื่อยกับปมฉาวที่พุ่งเข้าใส่ตัวเองตลอด

ตามสภาพของ “หนังหน้าไฟ” ที่ถูกมอบหมายจากน้องให้คุมงานสำคัญๆ แทนแทบทุกหมวด

และโดยรูปการณ์ “หัวไม่ส่าย” ทำท่าจะเอาไม่อยู่ กระแสออกมาในโทนที่ “บิ๊กตู่” โปร่งใสอยู่คนเดียว แต่รอบข้างยังเป็นเครื่องหมายคำถาม

มันก็ยิ่งเหมือนกดดันพี่ น้อง เพื่อน ในทีมงานอำนาจ

ซึ่งนั่นก็โยงมาถึงอาการ “ต่อมฉุนอักเสบ” พล.อ.ประยุทธ์ ระเบิดอารมณ์ใส่นักข่าว เจืออาการน้อยใจสื่อมวลชน ก่อนที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯจะออกมาขอโทษแทน พร้อมยอมรับอาการทางใจที่นายกรัฐมนตรีอาจรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง

เหมือนถูกปล่อยให้เดินหน้าลุยโดยลำพัง

โดยจังหวะ “กระแทกชิ่ง” ให้จับอารมณ์แปร่งๆระหว่างพี่กับน้องในทีมบูรพาพยัคฆ์ สะท้อนภาวะ “สนิมเนื้อใน” ห้องเครื่องอำนาจ คสช.ไม่แน่นเหมือนเดิม

หางเสือเรือแป๊ะเริ่มแกว่ง

ตามสถานการณ์ที่แรงกระเพื่อมทางการเมืองก็สวนทางขึ้นมา จากปฏิกิริยาขยับของอดีตนายกฯทักษิณโผล่ออกจากมุมมาเขย่าเกมต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

และนั่นก็กระตุกให้คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเดินหน้าโดยอัตโนมัติ ตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดตามคำสั่งของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์จ่อสรุปตัวเลขที่จะเรียกค่าเสียหายจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทีมงานอดีตรัฐมนตรี และบริษัทเอกชน

ชงลูกให้อัยการสูงสุดฟ้องแพ่งและอาญา

แต่เรื่องของเรื่อง จุดที่ฮือฮาอยู่ตรงที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว แบไต๋เป็นนัย ตัวโครงการจำนำข้าวไม่ก่อความเสียหาย แต่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์มีความผิดในเชิงพฤติการณ์

กลายเป็นปมที่เครือข่าย “ทักษิณ” ได้โอกาสย้อนเปรียบเทียบกับคดีซื้อที่ดินรัชดา ที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ คนซื้อไม่มีความผิด แต่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร คนเซ็นค้ำประกันให้ภรรยา มีความผิด

นัยว่า พี่กับน้องซ้ำรอย เป็นเหยื่อความอยุติธรรม

ตามเงื่อนสถานการณ์ที่หลายฝ่ายประเมินได้ล่วงหน้า โอกาสที่ “ยิ่งลักษณ์” จะรอดจากเหตุทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเป็นไปได้ยากมาก นั่นก็เพราะมันคือปมเหตุที่รัฐบาลทหาร คสช.ชูเป็นเงื่อนไขในการยึดอำนาจการบริหารจากอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

นั่นก็หมายถึงเกมสู้แบบคนรู้ชะตา จะละสายตาไม่ได้

หันไปอีกมุมหนึ่ง โจทย์ยากๆที่แปรผันตรงกับแรงเสียดทานรัฐบาลทหาร นั่นก็คือสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในภาวะทรงกับทรุด

เจอทั้งปัจจัยเศรษฐกิจโลกและภัยแล้งภายในประเทศ

สถานการณ์แบบที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยอมรับผลกระทบจากความไม่แน่นอนนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ส่งผลการเงินรวนไปทั่วโลก ทำให้ไทยต้องลดการพึ่งพาส่งออกหันมากระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศเป็นหลักแทน

ปัญหาอยู่ที่ทีมงานรัฐมนตรีจะมีศักยภาพตามแผนแค่ไหน

มันจึงมีกระแสข่าวการปรับ ครม.ในกระทรวงที่มีปัญหาการบริหารไม่ทันกับปัญหา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ฯลฯ

ตามสูตรอุดจุดโหว่ด้านบริหาร ปั่นเนื้องานกู้สถานการณ์

โดยสภาพเศรษฐกิจก็หนัก การเมืองก็ส่อป่วน อาการสนิมเนื้อในฝ่ายคุมเกมก็กัดเซาะอำนาจพิเศษ

บรรยากาศไม่เอื้อต่อการลุ้นฝ่าแนวต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

แต่จุดที่สังเกตได้ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลง กับการปรับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หยุดการให้สัมภาษณ์รายวัน เลิกพูดแบบปล่อยเบรกยาว นับตั้งแต่วันที่เสียอาการไปเยอะจากภาพต่อมฉุนอักเสบ โยนของใส่นักข่าว กระชากอารมณ์ใส่สื่อมวลชน

สะท้อนแรงกดดันที่อยู่เบื้องลึกในจิตใจให้คนนอกจับอาการแกว่งๆได้

โดยนายกรัฐมนตรีได้จัดเวรใหม่ในการแถลงข่าวหลังการประชุม ครม. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแถลงชี้แจงหรือให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแทน

แต่จุดโฟกัสจริงๆมันอยู่ที่คิว พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน.ชี้แจงแทน เกี่ยวกับเป้าหมายของ กอ.รมน.ที่ต้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด โดยเฉพาะนโยบายการส่งนักศึกษาวิชาทหารหรือ รด.ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชนทั่วไปและกลุ่มวัยรุ่น

ทั้งนี้ทั้งนั้น พล.อ.ธีรชัยยังกล่าวติดตลกด้วยว่า จริงๆแล้วไม่อยากพูดหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ที่ต้องพูดเพราะถูกนายกรัฐมนตรีบังคับให้พูด

เรื่องของเรื่อง มุมนี้ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่นึกตลกด้วยแน่

เพราะตามจังหวะมันล้อกระแสกันพอดีกับภาพของผู้นำที่ “ขาลอย” จากอำนาจกองทัพ

“ผู้นำอำนาจ” กับ “ผู้คุมอำนาจ” เป็นคนละคนกัน

เป็นการชิงเล่นแต้ม ในสถานการณ์ต้นทุนหน้าตักส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ในระดับสูง คะแนนนิยมจากประชาชนยังติดลมบน เมื่อเทียบกับทีมงานอำนาจพิเศษด้วยกัน

แต่ลำพังกระแส ถ้าไม่มีฐานอำนาจกองทัพรองรับมันก็ไร้ความหมาย

ดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44 ก็ไม่ต่างอะไรกับดาบไม้ธรรมดา

ฉะนั้นการเรียกผู้บัญชาการทหารบกมาเสริมภาวะการนำ ตามอาการของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือการปรับท่าที ฮึดสู้กระแส “ขาลอย”

ควบแน่นอำนาจของ “รัฏฐาธิปัตย์” ยึดกองทัพเป็นฐานทรงตัว

ไม่ให้การยึดอำนาจรอบนี้ฟาวล์ซ้ำซาก

ประเทศเสียของ ตัวเองก็เสี่ยง “เสียคน”.

“ทีมการเมือง”

เร้าอารมณ์กองเชียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576739

โดย ทีมข่าวการเมือง 13 ก.พ. 2559 05:01

 

เริ่มเข้าสู่โหมดขันนอตการทำงานช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว กับคิวที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งการระหว่างนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ครั้งแรก

กำชับทุกฝ่ายให้เข้มงวดการทำงานในทุกเรื่องให้มากยิ่งขึ้น เพราะเวลาการทำงานเหลือน้อยลง เพื่อให้ทันตามกรอบโรดแม็ปการเลือกตั้งที่วางไว้

ส่งสัญญาณกระตุ้นสปีดการทำงานให้เจ้าหน้าที่ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสตรีม พร้อมวางแผนผังการทำงานเครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย ให้ทันไฟต์บังคับหย่อนบัตรเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชนเดือน ก.ค.ปี 2560

เบอร์หนึ่ง คสช.นั่งนับถอยหลัง ใจจดใจจ่อรอเวลาลงจากหลังเสือ อยากปิดจ๊อบภารกิจเต็มที่ ไม่เสี่ยงอยู่ยาวให้เจ็บตัวเพิ่มขึ้น

ถึงเวลาต้องติดเครื่อง กางปฏิทินกำหนดตารางเวลาต่างๆ เดินหน้าสู่โรดแม็ปให้เร็วที่สุด

ตามคิวล่าสุดที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง วางหลักเกณฑ์การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

เคาะฤกษ์เข้าคูหาทำประชามติในวันที่ 31 ก.ค.2559

วางแปลนลดความเสี่ยงการคว่ำประชามติทุกทาง เพื่อปูทางไปสู่สนามเลือกตั้งกลางปีหน้า ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ โดยยึดเสียงเกินครึ่งของผู้มาใช้สิทธิ

ปลดล็อกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ปราบโกง” ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ผ่านเกณฑ์การทำประชามติได้ง่ายขึ้น ไม่ให้เกิดความกำกวมเหมือนที่ผ่านมา

หรือการระดมนักศึกษาวิชาทหารลงพื้นที่รณรงค์สร้างความเข้าใจการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชน ตลอดจนการผุดรายการ “แกะกล่องรัฐธรรมนูญ” กล่อมหูชาวบ้านผ่านสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง วันละ 2 ครั้ง หลังเคารพธงชาติช่วงเช้าและช่วงเย็น เพื่อเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นสาระสำคัญต่างๆ

ฝ่ายอำนาจพิเศษลุยปูพรมขนานหนัก ใช้ทุกตัวช่วยผลักดันกติกาใหม่ คุมนักเลือกตั้งอาชีพให้อยู่ในคอนโทรล หลังปล่อยมือจากอำนาจ

บนสถานการณ์ไฟต์บังคับต้องผ่านประชามติสถานเดียว

ในทางตรงข้ามหากร่างรัฐธรรมนูญถูกโหวตคว่ำในชั้นประชามติบนเงื่อนไขที่แพ้กัน

หลักล้านเสียง ก็ยังเตรียมทางออกฉุกเฉินสำรองไว้

ตามคิวที่นายวิษณุแย้มไต๋จะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยมาปัดฝุ่นแต่งตัวใหม่เพียงเล็กน้อย ก่อนประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

จับมัดมือชกไม่ว่าออกหน้าไหนก็หนีไม่พ้น เจอรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแน่นอน

แต่ยังอุบไต๋ซ่อนไพ่สำคัญถึงแผนสำรองที่เตรียมไว้เป็นทางออกฉุกเฉินในกรณีรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ เผลอๆอาจเจอของแข็งที่เป็นยาแรงกว่าเดิมก็ได้

รอวัดใจก๊วนขาประจำอย่างพรรคเพื่อไทยและ นปช.ยังกล้าเสี่ยงเดินหน้าคว่ำประชามติหรือไม่

ในห้วงอารมณ์ที่ “นายใหญ่” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดปุ่มต้านร่างรัฐธรรมนูญข้ามทวีป ส่งสัญญาณดังๆ

มายังลูกทีมพรรคเพื่อไทยให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์ สื่อดังแดนลอดช่อง ประเทศสิงคโปร์ เรียกร้องขอความเป็นธรรมในโครงการรับจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง

โต้กลับผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ที่มี นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่สรุปผลสอบออกมาในทำนองนโยบายจำนำข้าวเป็นเรื่องดี มีประโยชน์ต่อประชาชน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือว่ามีความผิด เพราะใช้วิธีการดำเนินการไม่ถูกต้อง

สบช่องให้ทีมลูกหาบนำไปปั่นกระแสบลัฟใส่ขุมข่ายอำนาจพิเศษว่า เมื่อเป็นนโยบายดี มีประโยชน์แล้ว แต่เหตุใด “อดีตนายกฯปู” ยังมีความผิดอีก

นางสิงห์ไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ฮึดสู้ฟ้องโลก ตอกย้ำปมถูกตามระรานต่อเนื่อง ทั้งที่เหลือสถานะปัจจุบันเป็นแค่คุณแม่ลูกหนึ่ง ไม่มีสิทธิไปคุกคามรัฐบาลทหารได้ เพราะไม่มีตำแหน่งอะไรแล้ว

ได้ทีปลุกกระแสแฟนคลับยกความไม่เป็นธรรมในโครงการรับจำนำข้าวมาเล่นตามน้ำ โยงไปถึงปมร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. เพื่อเพิ่มความชอบธรรมไม่รับร่างกติกาฉบับใหม่

พี่ชาย–น้องสาวกระโจนลงสนามปลุกอารมณ์กองเชียร์กันแล้ว!!!

ทีมข่าวการเมือง

คิกออฟเขย่า ‘ขายพ่วง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576258

โดย ทีมข่าวการเมือง 12 ก.พ. 2559 05:01

 

ยังไงปี 2560 ได้เลือกตั้งแน่ หลังจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ย้ำแล้วย้ำอีก “ไม่ฝืนประชาธิปไตย” ก็มาถึงคิว “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ย้ำซ้ำ

คงไม่ต้องระแวงคิวยื้อโรดแม็ปเลือกตั้งกันแล้ว

แม้ยังติดติ่ง โปรแกรมคืนอำนาจจะเป็นกลางปี หรือลากไปปลายปี 2560 ใน

เงื่อนไขของการจัดทำกฎหมายลูก ล้อไปกับโปรแกรมที่ “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่าง รธน.ระบุไว้

แต่บวก-ลบก็คงไม่มากเดือนกันจนเกินไป ได้เข้าคูหากาคะแนนแน่

แต่ปมที่ระแวงก็ยังอยู่ที่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมา ถ้าเป็นไปตามร่างแรกของ “ซือแป๋” ตามที่ผู้คนการเมือง นักวิชาการสแกนจับพิรุธกันละเอียด

ถึงไร้ คปป. แต่ก็หวั่นเกม “สืบทอดอำนาจซ่อนรูป” แฝงอยู่ในองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญที่เพิ่มอำนาจติดดาบกันยาวเฟื้อย ยังไม่รวมเนื้อหามาตราอื่นที่ยังหวั่นว่า

จะมีรายการพราง “อำนาจพิเศษ” ซุกไว้

เป็นโจทย์ที่ “ซือแป๋มีชัย” ต้องรับไปเคลียร์

เพราะแน่นอน เวลานี้แรงต้านชักจะปรากฏตัวให้เห็นกันชัดขึ้น ชนิดที่ถ้าปล่อย

ไหลไปถึงคิวประชามติ โอกาสร่างรัฐธรรมนูญจะคว่ำก่อนถึงที่หมายมีสูง

ยิ่งล่าสุดในการสรุปคิวทำประชามติ เปิดช่องรณรงค์คัดค้านไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้

มีโอกาสที่จะช่วยกันเตะฝุ่น ทำโปรแกรมประชามติเดือด

ชนิดที่ถึงมี “ไม้ตาย” แม้ร่างรัฐธรรมนูญติดด่านประชามติ “ดร.วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ระบุแล้ว หัวหน้า คสช. ที่หมายถึง “บิ๊กตู่” จะหยิบร่างฉบับไหนมาใช้ก็ได้ แต่ถึงเวลานั้น ก็ไม่รู้จะชุลมุนชุลเกกันแค่ไหน

เอาอยู่หรือเปล่า

เพราะดูทิศทางแล้ว ขั้วการเมืองหลักที่ออกมาต้านร่างรัฐธรรมนูญซือแป๋อย่างค่ายเพื่อไทย แปรขบวนออกโรงต้านกันเป็นแผง ตามจังหวะที่ “นายใหญ่” นายทักษิณ ชินวัตร ส่งสัญญาณชัด

ร่าง รธน.นี้ “เลวร้ายที่สุด”

เรียกว่า ถึงสายนักการเมืองอาชีพอยากให้เลือกตั้งเต็มที แต่ก็ไม่ปล่อยผ่านกฎกติกาที่จะล็อกแขนล็อกขากันในอนาคต ที่สำคัญดูเหมือนธง “นายใหญ่” จะสะบัดแรงกันแล้ว

งวดนี้นายห้างจัดคิว “ขายพ่วง” จับผูกปมคว่ำร่าง รธน. ไปกับคิวเขย่า “อำนาจพิเศษ”

ร่าง รธน. “ผ่าน–ไม่ผ่าน” กับอำนาจรัฏฐาธิปัตย์จะ “พัง–ไม่พัง”

เทเดิมพันในคิวเดียวกันไปเลย

นั่นก็ยังยาวไปราวๆกลางปี ตามคิวประชามติที่กำหนดเบื้องต้นวันที่ 31 ก.ค.นี้ แต่เหตุเฉพาะหน้าที่ต้องจับตา ย่างเข้าเดือน เม.ย.นี้ แรงกระเพื่อมภายในที่ “บิ๊กตู่” ผู้ถือดุลหลักต้องจัดการเคลียร์กันก่อน

โดยเฉพาะปมคาใจในหมู่ “เพื่อนพ้องน้องพี่” ชักจะ “สร้างดาวกันคนละดวง”

หลังจากคิวร้อนที่ “บิ๊กตู่” ออกมาติดเบรกด้วยการแฉโพย “ด็อกเตอร์อ้างโกง” แรงตกกระทบไปถึงในเครือข่ายอำนาจพิเศษ ทั้งเพื่อนรัก และพี่เลิฟกันเต็มๆ

แถมมี “มือขยัน” มาช่วยขย่ม ล่าสุดโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) มีเรื่องร้องเรียนปม “ค่าหัวคิว” ออกมาเป็นระลอกๆ ชนิดที่ “บิ๊กป้อม” ต้องออกมาแจงภาพรวม

ระบุ การแอบอ้างทำให้ตัวเองเสียหาย โดยเฉพาะองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เป็นเพียงนายกสภา อผศ. แต่ไม่เกี่ยวข้องเลย “มาอ้างชื่อไปได้อะไร ที่เข้ามาทำงานไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น”

แล้วก็เป็นที่น่าสังเกต นอกจากขั้วการเมืองเพื่อไทย แกนนำ กปปส. ยังมีเครือข่ายภาคประชาชนต้านโกง ที่เคยเขย่าปมติดตั้งกล้องซีซีทีวีชายแดนใต้ เรื่องค้างอยู่ใน ป.ป.ช.

ออกมาเล่นลูก “หัวคิวขุดลอก อผศ.” ผสมโรงคึกคัก

พร้อมเงาร่าง “คนโต” แห่งบ้านใหญ่ต้นขั้วอำนาจเก่าแก่ ร่วมด้วยช่วยกัน

ตามมาด้วยกระแสข่าว “บิ๊กตู่” เตรียมแผนยกเครื่องอำนาจพิเศษ ทั้งคิวปรับ ครม. ปรับแผงอำนาจในคิวแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกลางปี รวมทั้งการจัดแผงอำนาจในกองทัพเดือน เม.ย.นี้

มีโอกาสฝุ่นตลบกันในแผง “อำนาจพิเศษ” ก่อนโปรแกรมประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

จนต้องจับตาไปที่ปม เหตุฉุกเฉินปาดหน้าคิวเลือกตั้ง.
ทีมข่าวการเมือง

สูตรไหนก็ได้เลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575752

โดย ทีมข่าวการเมือง 11 ก.พ. 2559 05:01

 

แง้มถ้วยไฮโลให้เห็นกันเลยว่าจะออกลูกไหน

แกะรอยตามเหลี่ยมของโคตรเซียนกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ปูทาง “นำร่อง” ไว้ล่วงหน้า

ถ้าหากแม้นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ถูกคว่ำในการทำประชามติ แต่คะแนนแพ้ไม่ขาด ทิ้งกันจิ๊บๆแค่หลักล้านเสียง

ก็มีโอกาสที่ คสช.จะหยิบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” มาปรับแก้ไข

เพื่อตั้งแท่นชงให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการประกาศเลือกตั้ง

สรุปว่าหนียังไงก็ไม่พ้น

ตามรูปการณ์ก็ไม่ต่างจากที่นายมีชัยขู่ไว้ ถ้าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาจเจอโหดกว่า

หนีเสือปะจระเข้ นักเลือกตั้งอาชีพไม่มีทางเลือกว่างั้นเถอะ

และนั่นก็ต่อเนื่องกับกระแสข่าววงใน ฝ่ายคุมเกมอำนาจ ที่อาจโยนสูตรเลือกตั้ง

“ดัดหลัง” ป้อมค่ายการเมืองใหญ่ที่เป็นชนวนก่อวิกฤติความขัดแย้ง แก่งแย่งอำนาจกันไม่เลิก

โดยการปล่อยให้ลงเลือกตั้ง ส.ส.กันแบบอิสระไม่ต้องสังกัดพรรค

นัยว่าตัดปัญหาการต่อต้านขั้วอำนาจใดขั้วอำนาจหนึ่ง ไม่ให้มีค่ายใดได้เสียงข้างมาก แล้วมาจับปูใส่กระด้งตั้งรัฐบาลเบี้ยหัวแตก เลือกนายกรัฐมนตรี

บริหารประเทศไปชั่วคราว 1–2 ปี

โดยทหารคุมจังหวะ กำกับโปรแกรมเดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ที่สำคัญเพื่อให้ฝ่ายคุมเกมอำนาจตั้งหลัก ลงหลังเสือได้อย่างปลอดภัย

เอาเป็นว่ามาถึงตอนนี้ ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ไม่ใช่เงื่อนไขแล้ว

แนวโน้มยึดตามคิวที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศย้ำสัญญาประชาคม ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ก็ต้องจัดเลือกตั้งให้ได้ตามโรดแม็ปในเดือนกรกฎาคม 2560

ล็อกโปรแกรมอย่างเป็นทางการ นับจากนี้ไปอีกปีครึ่ง

แต่จะลากไปถึงหรือไม่ นี่คือคำถามที่กำลังดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศแปร่งๆ อาการทางใจในหมู่พี่ๆน้องๆฝ่ายคุมเกมอำนาจ

ตามร่องรอยจากอาการของผู้นำที่ระเบิดอารมณ์ใส่สื่อมวลชน สะท้อนแรงกดดันเบื้องลึกภายในจิตใจที่มีการยอมรับจากคนระดับโฆษกรัฐบาลในเวลาต่อมา

เกิดจากความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง ถูกปล่อยให้เดินหน้าคนเดียว

ในขณะที่มีการมองลึกไปถึงอารมณ์เสียวๆของคน “ขาลอย” จากอำนาจกองทัพ

และก็ฟอร์มเดียวกับรัฐบาลเลือกตั้ง ถึงจังหวะจนแต้ม

ล่าสุดก็มีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีเบียดแรงขึ้นมา โดยโฟกัสไปที่การโละพวกที่มีปัญหาปั่นเนื้องานไม่ออก กดทับปัญหาเศรษฐกิจให้หนักอึ้งไปกันใหญ่

ประเมินไฟต์บังคับ พล.อ.ประยุทธ์ต้องอุดรอยรั่วไว้ก่อน

กลบจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง เตรียมรับแรงกดดัน

เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติก็จะยิ่งกระตุกกระแสบีบคั้น รัฐบาลทหาร คสช.หนีไม่พ้นเสียงเรียกร้องให้ปล่อยไฟเขียวเลือกตั้งเพื่อระบายแรงเสียดทาน

ซึ่งตามรูปการณ์ที่เชื่อว่า การเลือกตั้ง เกมถนัดจะมาถึงในไม่ช้าไม่นานนี้

นั่นก็คือสาเหตุที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ถึงได้กล้าโผล่ออกจากถ้ำมาท้าทายกระบองยักษ์ เปิดปฏิบัติถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ส่งสัญญาณคว่ำประชามติ

ปลุกลูกทีมที่ถูกสั่งให้แกล้งตายมาเป็นปี

ตามยุทธศาสตร์ “ตั้งใจ” ให้ดูอ่อนแอ แต่ที่แน่ๆคือ “นายใหญ่” ไม่ต้องควักเนื้อ ในยามที่ไร้เจ้าภาพเลี้ยงดูปูเสื่ออดีต ส.ส.ที่ตกงานมาเป็นปี กำลังอดอยากปากแห้ง ท่อน้ำเลี้ยงเหือดหาย

พรรคเพื่อไทยกลับเข้าโหมดเตรียมลงสนาม

ตามฟอร์มของบริษัทจำกัด ทุกอย่างอยู่ที่ “นายใหญ่” คนเดียวจะสั่งให้พนักงานซ้ายหันขวาหัน ตามกระแสที่ยังแรงในภาคอีสาน ภาคเหนือ

ไม่ว่าจะเลือกตั้งสูตรไหน ยี่ห้อ “ทักษิณ” ก็ปรับเกมสู้ทัน.

ทีมข่าวการเมือง

ตั้งใจเปิดเกมอยู่แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575217

โดย ทีมข่าวการเมือง 10 ก.พ. 2559 05:01

 

ควันออกหู ฉุนขาดเลย

ข่าววงในล่าสุดจากแกนนำระดับคนใกล้ชิดอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ส่งไลน์คุยข้ามประเทศ ยืนยันเลยว่า “นายใหญ่” หงุดหงิดมาก

แต่ละประโยคที่พิมพ์ตอบมาสะท้อนอารมณ์ไม่พอใจอย่างแรง

กับการที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แกนนำใกล้ชิด “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ออกมาแก้ข่าว “ทักษิณ” โฟนอินเข้างานเลี้ยงตรุษจีนทีมงาน กทม. พรรคเพื่อไทย ที่บ้านของเจ้าแม่เมืองกรุง

อัดยับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ห่วยแตก ทำประเทศถอยหลังลงคลองไปอีก 20 ปี

เป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะเป็นแค่การต่อสายโทรศัพท์อวยพรปีใหม่กันธรรมดา อดีตนายกฯทักษิณขอให้ ส.ส.มีกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรค เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เป็นห่วงเศรษฐกิจและร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้ตำหนิใครเลย

โปรดอย่าฉวยมาเป็นประเด็นทางการเมือง

ตามท้องเรื่องที่ทีมงาน “เจ๊หน่อย” พยายามหมอบคลานต่ำ ไม่อยากให้ทีมงานท็อปบูตหมั่นไส้ เกรงอกเกรงใจรัฐบาลทหาร คสช.ที่มีคอนเน็กชั่นกันอยู่

ซึ่งนั่นก็ผิดคิวกันอย่างจัง หารู้ไม่ว่านั่นเป็นความตั้งใจจริงของเจ้าตัวอดีตนายกฯทักษิณ ที่จงใจเปิดฟลอร์ถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กระตุกกระแสต้านกติกาใหม่ฉบับ “มีชัย”

ตาม “ไทม์มิ่ง” ที่กะจังหวะไว้แล้ว

แนวโน้มชัดเจน “ทักษิณ” ตีธงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ล้อตามปฏิกิริยาของทีมงานพรรคเพื่อไทยและเครือข่ายเสื้อแดง นปช.ที่ประกาศจุดยืนตั้งแต่หัววัน

โหวตคว่ำประชามติแน่นอน

และมาถึงตอนนี้ มันก็เป็นอะไรที่พลิกกลับตาลปัตรจนจับทางไม่ถูก

จากเริ่มต้นที่อ่านไต๋นักเลือกตั้งอาชีพต้องโหยหาสนามเลือกตั้งเพราะตกงานมานานกว่า 2 ปี ยังไงก็ต้องหลับหูหลับตา ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติเพื่อจะได้เลือกตั้งสมใจ

ทนอดอยากปากแห้งไม่ไหวแล้ว

แต่เอาเข้าจริงก็อย่างที่จับอาการได้ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ออกมาแบบนี้ ไม่ขอลงเลือกตั้งดีกว่ายุส่งให้ คสช.อยู่ยาวแบบถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรไปเลย

นักการเมืองไม่ยึดเอาการเลือกตั้งเป็นเงื่อนไขแลกกับการผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

และนั่นก็หักมุมกลับตาลปัตรเหมือนกัน จากที่มีการจับทางฝ่ายคุมเกม ระแวงรัฐบาลทหาร คสช.จ้องลากยาวเกมอำนาจ

ไม่ยอมลงจากหลังเสือง่ายๆ

ตามเหลี่ยมต้องยื้อเกมคว่ำรัฐธรรมนูญ เพื่อต่อเวลาอำนาจพิเศษออกไป

แต่เท่าที่ประเมินกันตามเนื้อผ้า จากรูปการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ออกแรงกระตุกทุกเครือข่ายของรัฐ โดยเฉพาะทหารในการช่วยกันเร่งเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ให้ผ่านประชามติ

เพื่อให้กระบวนการโรดแม็ปเดินหน้าตามโปรแกรม แบบที่เจ้าตัวประกาศสัญญาประชาคมจะต้องพยายามให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2560

อารมณ์นี้ “บิ๊กตู่” ก็อยากรีบให้จบภารกิจเต็มที

อย่างไรก็ดี ถ้าอ่านกันตามเงื่อนเวลา “บิ๊กตู่” นั้นขอลากไปกลางปี 2560 นับจากนี้อีกปีครึ่ง

แต่ประเมินเหลี่ยมยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่ตีธงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” เพราะน่าจะประเมินกระแสแล้วว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญโดนคว่ำซ้ำแล้วซ้ำอีก โรดแม็ป คสช.ไม่ไปถึงไหน แผนปฏิรูปหวังไม่ได้ แรงกดดันจะบีบคั้นรัฐบาลทหาร คสช.ให้ต้องรีบปล่อยเลือกตั้งเร็วเลย

เนื่องจากเป็นทางออกเดียวที่จะลดความเสี่ยงอันตราย

ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ลงรอยกันในหมู่ฝ่ายคุมเกมอำนาจ เครือข่ายของ “พี่ใหญ่” กับทีมงานของ “น้องเล็ก” ที่เริ่มไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน

บรรยากาศอึมครึม จนมีคนรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย.
ทีมข่าวการเมือง

ทหารออกแรงเต็มที่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574666

โดย ทีมข่าวการเมือง 9 ก.พ. 2559 05:01

 

อย่างน้อยก็ได้ผลระดับหนึ่งในมุมของการสะกิดเตือนคนกันเอง

หลังอาการ “ต่อมฉุนอักเสบ” ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่อาละวาดฟาดงาใส่นักข่าว สะท้อนแรงกดดันภายในใจกระแทกชิ่งไปถึงคนวงในรอบข้าง

อารมณ์เหมือนถูกปล่อยให้เดินนำหน้าอย่างอ้างว้างเดียวดาย

นั่นก็ทำให้ได้เห็นอาการขยับเชิงรุกของทีมงานท็อปบูต ในการช่วยกันเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” อันเป็นเงื่อนไขสำคัญตามโปรแกรมโรดแม็ป คสช.

แบบที่รัฐบาลได้ผุดรายการ “แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่” ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เป็นแม่ข่าย หลังเคารพธงชาติ 8 โมงเช้า เพื่อเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนทางบ้านได้เข้าใจในรายมาตราสำคัญ

พร้อมๆกับอีกด้านหนึ่งก็เป็นโครงการ “รด.จิตอาสา” ที่ “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ออกหน้าการันตีนโยบายของกองทัพบก ในการส่งนักศึกษาวิชาทหารลงพื้นที่ช่วยรัฐบาลในการทำความเข้าใจเรื่องร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นให้รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นปราบการทุจริตเป็นส่วนใหญ่

ขู่นิ่มๆถ้าใครไม่เดือดร้อนก็อย่ามาใส่ร้าย รด.ให้เสียความตั้งใจ

ทหารเปิด “ปฏิบัติการจิตวิทยา” ตามยุทธศาสตร์โฆษณาชวนเชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เพิ่มสิทธิให้ชาวบ้านตาสีตาสามากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสกัดคนโกง ตอนพวกคอร์รัปชันให้สูญพันธุ์

ฉะนั้นไม่ต้องไปสนเสียงโวยวายของนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์

แต่แน่นอน ทหารก็คือทหาร ลุยกันตรงๆไม่ต้องลีลา ไม่สนจะถูกดักทาง ตามจังหวะจึงตกเป็นรองเหลี่ยมโคตรเซียนการตลาดของนักเลือกตั้งอาชีพพะยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่เปิดเกมขย่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

สร้างภาพคัมภีร์สืบทอดทายาทอสูรจนดูน่าขนลุก เทียบโยงให้เห็นภาพชัดๆ

เอาแค่ปมการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัยได้ตามประเพณีการปกครอง

ในยามบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ที่มีการเทียบโยงปรากฏการณ์ที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงสมัครเลือกตั้งปี 2549 นั่นหมายถึงพรรคไทยรักไทยโดนยุบพรรค สมาชิกบ้านเลขที่ 111 โดนโทษดองเค็ม 5 ปี ไปฟรีๆ

ตัวอย่างที่มีการเค้นคอทวงถามความรับผิดชอบจากศาลรัฐธรรมนูญให้ตอบลำบาก

หรือกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังเป็นประเด็นร้อน ก็มีย้อนความทรงจำก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เบรกแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในยุคอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งชี้เลยว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทย แนะทำถนนลูกรังให้หมดก่อน

แต่มาถึงรัฐบาลทหาร คสช.ชุดปัจจุบันที่กำลังมีการเดินหน้าโครงการเดียวกัน อีกทั้งงบประมาณในการก่อสร้างพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าเท่าตัว แถมยังมีแนวโน้มจากรถไฟทางคู่เหลือแค่ทางเดี่ยว

ในเครื่องหมายคำถามที่ยี่ห้อ “ทักษิณ” กระตุกกันนิ่มๆ ด้วยมาตรฐานการตัดสินแบบนี้ยังจะให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจล้นฟ้าเหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

บ้านเมืองในอนาคตจะไม่ยิ่งวิกฤติไปกว่านี้หรืออย่างไร

เรื่องของเรื่องไม่ใช่แค่ยี่ห้อ “ทักษิณ” แค่นั้น แม้แต่เครือข่ายแม่น้ำ 5 สายด้วยกันอย่าง นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็สะท้อนถึงมุมอันตรายที่ให้อำนาจกับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจนยากแก่การตรวจสอบ ควบคุม

แน่นอนนี่คือปมที่กระตุกแรงต้านร่างรัฐธรรมนูญหนักหน่วงสุด

และก็ไม่แปลกที่จะเป็นจุดที่นักเลือกตั้งอาชีพยี่ห้อ “ทักษิณ” ประเมินบรรยากาศล่วงหน้า แทงหวยแล้วว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” จะไม่ผ่านประชามติ และตามเงื่อนสถานการณ์ต่อเนื่องก็จะเป็นตัวเร่ง บีบให้มีการเลือกตั้งเพื่อเป็นจังหวะทางหนีทีไล่ของรัฐบาลทหาร คสช.

แบบที่ “ตัวพ่อ” อย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เริ่มโผล่โฟนอินเข้างานเลี้ยงตรุษจีนของลูกข่ายพรรคเพื่อไทย ที่บ้านของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองหลวงพรรคเพื่อไทย วิพากษ์รัฐธรรมนูญแบบแรงๆ ส่งสัญญาณให้ลูกทีมเตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้ง

นั่นก็เพราะหยั่งกระแสแล้ว กระบองยักษ์ชักจะ “ไม่ขลัง”

ลากโรดแม็ปมาถึงชั่วโมงนี้ พลังท็อปบูตแผ่วลงไปเยอะ.

ทีมข่าวการเมือง