เปิดตัว‘เนื้อปลาฟู’วัตถุดิบอาหารทางเลือก ใช้ได้หลายเมนู หนุนคุมการบริโภค ลดปัญหาปลาต่างถิ่น

เปิดตัว‘เนื้อปลาฟู’วัตถุดิบอาหารทางเลือก ใช้ได้หลายเมนู หนุนคุมการบริโภค ลดปัญหาปลาต่างถิ่น

เปิดตัว‘เนื้อปลาฟู’วัตถุดิบอาหารทางเลือก ใช้ได้หลายเมนู หนุนคุมการบริโภค ลดปัญหาปลาต่างถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.

 เปิดตัว‘เนื้อปลาฟู’วัตถุดิบอาหารทางเลือก ใช้ได้หลายเมนู หนุนคุมการบริโภค ลดปัญหาปลาต่างถิ่น

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิจัยและพัฒนา “เนื้อปลาฟู” จากปลาหมอคางดำ “เนื้อปลาฟู”  เป็นผลิตภัณฑ์ขั้นต้นสามารถนำไปต่อยอดปรุงเป็นอาหารได้กว่า 10 เมนู อาทิเช่น น้ำพริกสูตรต่างๆ ผงโรยข้าว เก็บได้นาน 6 เดือนในสภาวะอุณหภูมิห้อง ไม่มีสารกันเสีย ตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ ส่งเสริมให้เกิดการ “กินเพื่อคุม” ปลาต่างถิ่น สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกล

“การใช้ประโยชน์ด้วยการบริโภค” เป็นแนวทางสำคัญในการจัดการและควบคุมประชากร “ปลาต่างถิ่น” โดยเฉพาะ ปลาหมอคางดำ (Blackchin tilapia) ทีมนักวิจัยของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองเห็นการวิจัยพัฒนาแปรรูปปลาเพื่อส่งเสริมการ “กินเพื่อคุมและกำจัด” ขยายวงกว้างขึ้น และมีผลลัพธ์ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของชุมชน จึงได้พัฒนากระบวนการแปรรูป “เนื้อปลาฟู” ให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (Raw material) ที่สามารถนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าในรูปผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค ช่วยส่งเสริมให้การบริโภคปลาชนิดนี้ง่ายและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยเนื้อปลาฟูดังกล่าวเก็บได้นานถึง 6 เดือนในสภาวะอุณหภูมิห้อง พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกล

ปลาหมอคางดำจัดเป็นปลาต่างถิ่นที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่อาหารจานหลัก ของกินเล่น น้ำพริก ไปจนถึงน้ำปลา หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปในครัวเรือนอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและการเฝ้าระวังในการเคลื่อนย้ายปลา ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่อาจจะเข้าถึงปลาหมอคางดำนี้ได้ค่อนข้างยาก

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปลี่ยน “ปัญหาในแหล่งน้ำ” ให้เป็น “โอกาสในจานอาหาร” ได้ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแปรรูปปลาหมอคางดำ ให้อยู่ในรูปวัตถุดิบที่มีศักยภาพเก็บรักษาได้นาน ขนย้ายได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ ภายใต้แนวคิดการแปรรูปด้วยกระบวนการและเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ โดยเน้นเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษา

การแปรรูปเป็น “เนื้อปลาฟู” จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคและธุรกิจแปรรูป เพราะสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบหรือปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องขอดเกล็ดหรือเลาะก้าง และจัดการได้ง่ายเหมือนมี “เนื้อปลาพร้อมปรุง”   เก็บรักษาได้นาน 6 เดือน ภายใต้การผลิตและบรรจุที่ถูกสุขลักษณะ เพิ่มความสะดวกสบายหยิบมาปรุงได้ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการจับปลาขึ้นมาบริโภคอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปปลาขั้นต้นระดับชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่

อาจารย์ญาธิปวีร์ ปักแก้ว นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ฝ่ายโภชนาการและสุขภาพ และ อาจารย์พัทธินันท์ วาริชนันท์ นักวิจัยชำนาญการพิเศษ ฝ่ายจุลชีววิทยาประยุกต์ เป็นทีมวิจัยเบื้องหลังพัฒนานวัตกรรม “ปลาหมอคางดำฟู”  กล่าวว่า ทีมวิจัยใช้หลักการเฮอเดิลเทคโนโลยี (Hurdle Technology) หรือ การถนอมอาหารแบบผสมผสาน ร่วมกับการใช้กระบวนการที่สำคัญ โดยเฉพาะ การแช่เนื้อปลาด้วยน้ำเกลือความเข้มข้น 5% เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อปลา ลดความคาวร่วมด้วยการทำแห้งด้วยลมร้อน ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในช่วงที่เหมาะสม จนได้เนื้อปลาฟูที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดีและเป็นที่ยอมรับ  มีความฟูและกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เก็บรักษาได้นานถึง 6 เดือน โดยไม่มีวัตถุกันเสีย และยังคงคุณค่าทางโภชนาการของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดี

ทีมนักวิจัยได้พัฒนาและทดสอบกระบวนการแปรรูปจนได้เนื้อปลาฟูที่ปลอดภัย มีรสชาติกลมกล่อม และสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายกว่า 10 เมนู อาทิเช่น น้ำพริกสูตรต่างๆทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ ผงโรยข้าว ยำปลาฟู รวมถึงเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆในอนาคต

อาจารย์ญาธิปวีร์ มองว่า นวัตกรรม “เนื้อปลาฟู” จากปลาหมอคางดำ เป็นแนวทางการ เพิ่มมูลค่าให้กับปลา ที่สนับสนุนให้เกิดการ จับขึ้นมาใช้ประโยชน์และบริโภคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “กินเพื่อคุม” ที่ใช้การบริโภคอย่างสร้างสรรค์เป็นกลไกควบคุมประชากรปลา ขณะเดียวกัน ยังสามารถต่อยอดเป็น “ธุรกิจของชุมชน” ในการแปรรูปขั้นต้น สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงทางอาหารไม่แพ้ปลาท้องถิ่นอื่นๆ

‘กรมชลประทาน’ส่งความปรารถนาดี เริ่มปีใหม่ แต่ความห่วงใยยังเหมือนเดิม

‘กรมชลประทาน’ส่งความปรารถนาดี เริ่มปีใหม่ แต่ความห่วงใยยังเหมือนเดิม

‘กรมชลประทาน’ส่งความปรารถนาดี เริ่มปีใหม่ แต่ความห่วงใยยังเหมือนเดิม

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

‘กรมชลประทาน’ส่งความปรารถนาดี เริ่มปีใหม่ แต่ความห่วงใยยังเหมือนเดิม

กรมชลประทาน ส่งความปรารถนาดีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ถึงพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้ามาตรการดูแลและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ โดยเร่งระดมบุคลากร เครื่องจักร และสรรพกำลัง ลงพื้นที่กำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่ ดำเนินการตัดหญ้าและวัชพืชบริเวณคันคลองส่งน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำและการส่งน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งด้านการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร ช่วยให้เกษตรกรสามารถกลับเข้าทำการเพาะปลูกได้ตามปกติ และสนับสนุนการส่งน้ำให้เกษตรกรอย่างทั่วถึงต่อไป อาทิ

#ภารกิจติดตั้งเครื่องสูบน้ำ

+ สำนักงานชลประทานที่ 10

บริเวณ หมู่ที่ 2 ตำบลธรรมามูล อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท (บริเวณคลองส่งน้ำบ้านกลำ ช่วง กม.0+000-กม.5+520)

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จำนวน 21 เครื่อง

บริเวณ ตำบลบ้านแหลม ตำบลวัดดาว ตำบลโคกคาม อำเภอบางปลาม้า และ ตำบลบางพลับ ตำบลบ้านกุ่ม ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี จำนวน 1 เครื่อง

บริเวณ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก จำนวน 2 เครื่อง

บริเวณ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี จำนวน 3 เครื่อง

บริเวณ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และตำบลหนองน้ำใหญ่ ตำบลโคกช้าง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร จำนวน 1 เครื่อง

บริเวณ ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ จำนวน 8 เครื่อง

บริเวณ ตำบลไผ่กองดิน ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี และ ตำบลลาดน้ำเค็ม อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

#ภารกิจกำจัดผักตบชวา

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ

บริเวณ ทุ่นดักผักตบชวา ปากคลองส่งน้ำ มะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล

บริเวณคลองส่งน้ำสายใหญ่ PR. (C-1) ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

บริเวณคลองส่งน้ำสายใหญ่ PR. (C1) กม.56+430 ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแควน้อยบำรุงแดน

บริเวณ คลองส่งน้ำ คลอง 1R-1L- LMC ทั้ง 2 ฝั่ง หมู่ที่ 1 บ้านวังประดู่ ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

+ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล

บริเวณ คลองระบายบางบาล 3 ตำบลปากกราน ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการเกษตร ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน รวมไปถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงประสบภัยน้ำท่วมขังที่ค้างทุ่งในบางพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้ตามปกติ หากประชาชนหรือหน่วยงานต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460

อธิบดีกรมฝนหลวง สนับสนุนโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กรและจังหวัดคุณธรรม

อธิบดีกรมฝนหลวง สนับสนุนโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กรและจังหวัดคุณธรรม

อธิบดีกรมฝนหลวง สนับสนุนโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กรและจังหวัดคุณธรรม

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

“อธิบดีกรมฝนหลวง”สนับสนุนโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กรและจังหวัดคุณธรรม

วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธี มอบเกียรติบัตรโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กร อำเภอและจังหวัดคุณธรรมภายใต้แผนปฏิบัติการ ด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) ระดับคุณธรรมต้นแบบโดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติกรมศาสนากระทรวงวัฒนธรรมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมในครั้งนี้
และในการนี้ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ร่วมสวัสดีปีใหม่ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และ และคณะผู้บริหาร เพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปีพุทธศักราช 2569 ณ ห้องประชุมหยาดพิรุณ ชั้น 3 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรปีใหม่ 2569 กระทรวงเกษตรฯ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรปีใหม่ 2569 กระทรวงเกษตรฯ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรปีใหม่ 2569 กระทรวงเกษตรฯ

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

6 มกราคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายกฤษฎิน คำตัน รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร – อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 70 รูป เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘ผอ.ฉก.พญานาคราช’เผย’ธรรมนัส’สั่งลุย ปราบขบวนการลอบนำสินค้าเกษตรเถื่อนเข้าไทย

'ผอ.ฉก.พญานาคราช'เผย'ธรรมนัส'สั่งลุย ปราบขบวนการลอบนำสินค้าเกษตรเถื่อนเข้าไทย

‘ผอ.ฉก.พญานาคราช’เผย’ธรรมนัส’สั่งลุย ปราบขบวนการลอบนำสินค้าเกษตรเถื่อนเข้าไทย

วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ผอ.ฉก.พญานาคราช” เผย “ธรรมนัส” สั่งเดินหน้าปราบ  ขบวนการลักนำเข้าสินค้าเกษตรฯเถื่อนเข้าไทยส่งกระทบสินค้าเกษตรไทย มีปัญหา  ลั่นอย่าคิดว่ากฎหมายไม่ครอบคลุม  เตือนให้หยุดการกระทำไม่เลิก ใช้กฎหมายฟอกเงินฟัน สับแหลก หากพบ ขรก.มีเอี่ยว 

2 มกราคม 2569 พล.ต.ต.มนตรี แป้นเจริญ ผอ.ฉก.พญานาคราช เปิดเผยว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ฉก.พญานาคราช เร่งดำเนินการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรฯ เข้ามาตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการละเว้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระทบต่อ สินค้าไทย โดยให้มีการตรวจสอบเข้มตามแนวชายแดน และห้ามไม่ให้มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด 

ทั้งนี้ก่อนที่ตนจะมาดำรงค์ตำแหน่ง ผอ.ฉก.พญานาคราชได้มีการสอบถามร้อยเอก ธรรมนัส อย่างตรงไปตรงมา ในขอบเขตการทำงาน โดยร้อยเอก ธรรมนัส ได้กำชับให้ทีมงานทำงานอย่างเต็มที่และห้ามละเว้น กับใครเด็ดขาด หากมีใครแอบอ้าง ว่ารู้จัก ใครก็ห้ามละเว้นให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยที่ผ่านมา ทาง ฉก. พญานาคราชได้มีการปฎิบัตอการทางลับ และมีการจับกุมสินค้าเถื่อนในหลายพื้นที่ โดย ผ่านพรมแดนธรรมชาติทั้งริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งในรูปแบบ “กองทัพมด” และ “ขบวนการรายใหญ่” โดยเฉพาะสินค้าเฝ้าระวังอย่าง กระเทียมแห้ง กุ้ง และเนื้อหมู ขณะที่พื้นที่ จ.ตราด ระนอง และตาก และอื่นๆ ที่อาจมีการลักลอบนำเข้าเช่นกันโดยเฉพาะยางพารา เพื่อไม่ให้กระทบต่อสินค้าเกษตรไทยและที่ผ่านมา ชุด ฉก.ฯได้เข้าเจรจาแก้ปัญหามะพร้าว ทำให้ราคาเริ่มขยับตัวเพิ่มขึ้นด้วย

“ก่อนผมจะรับตำแหน่ง  ผอ.ฉก.พญานาคราช ได้หารือและสอบถามท่านร้อยเอก ธรรมนัส  อย่างตรงไปตรงมา ในขอบเขตการทำงาน  โดยร้อยเอก ธรรมนัส ยืนยันและได้กำชับให้ทีมงานทำงานอย่างเต็มที่และห้ามละเว้น กับใครเด็ดขาดและให้ดำเนินคดีกับทุกคนโดยเฉพาะพวกชอบแอบอ้างว่ารู้จักท่าน ขอเตือน พวกที่ชอบแอบอ้างและ  ยังลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนที่ ทำลายเกษตรกรในประเทศให้เลิกเด็ดขาด  ตอนนี้ เราได้ เข้าตรวจสอบทางลับในหลายพื้นที่  อย่าคิดว่า กฎหมาย ที่มีอยู่เอาผิดไม่ได้   เราจะใช้กฎหมายที่มีอยู่ทำทุกวิถีทาง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอาผิด  และที่สำคัญจะใช้กฎหมายศุลกากร และกฎหมายฟอกเงิน เข้าดำเนินคดี กับพวกขบวนการพวกนี้ หากพบมีข้าราชการเกี่ยวข้องจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทันที ด้วย” พล.ต.ต.มนตรีกล่าว

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่จ.มุกดาหารเพื่อติดตามสถานการณ์และวางมาตรการสกัดกั้นสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย 
โดยประชุมร่วมกับ ผอ.พญานาคราชจังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หลังการข่าวพบพิรุธขบวนการกองทัพมดขนของหนีภาษี โดยสั่งระดมกำลังปิดช่องโหว่ธรรมชาติ ผ่านพรมแดนธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งในรูปแบบ “กองทัพมด” และ “ขบวนการรายใหญ่” โดยเฉพาะสินค้าเฝ้าระวังอย่าง กระเทียมแห้ง กุ้ง และเนื้อหมู ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลไกราคาและความอยู่รอดของเกษตรกรไทย และ จากนี้ไป จะ เข้าปฎิบัติการในหลายจังหวัด ถ้ายังไม่เลิกจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมหม่อนไหม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมนายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม ในงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 ณ บริเวณถนนสายท่องเที่ยวเกษตรงามริมกว๊านพะเยา โดยงานจะเริ่มให้นักท่องเที่ยว เข้าชมตั้งแต่วันที่ 28 – 31 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามารับชมทุ่งดอกไม้ 5 สายพันธุ์พร้อมรับของที่ระลึกตลอดการจัดงาน สำหรับพื้นที่จัดแสดง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมบูรณาการทุกหน่วยงานการจัดงานครั้งนี้

-(016)

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมเปิดงาน ‘ถนนสายท่องเที่ยวเกษตรงาม ริมกว๊านพะเยา’ ชวนเวิร์คช้อปศิลปะจากเมล็ดพันธุ์ข้าว

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมเปิดงาน ‘ถนนสายท่องเที่ยวเกษตรงาม ริมกว๊านพะเยา’ ชวนเวิร์คช้อปศิลปะจากเมล็ดพันธุ์ข้าว

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมเปิดงาน ‘ถนนสายท่องเที่ยวเกษตรงาม ริมกว๊านพะเยา’ ชวนเวิร์คช้อปศิลปะจากเมล็ดพันธุ์ข้าว

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.37 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายกฤษฎิน คำตัน รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะผู้บริหารกรมการข้าว  ร่วมงาน “ถนนสายท่องเที่ยวเกษตรงาม ริมกว๊านพะเยา” ภายใต้งาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณโซนกิจกรรมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตกแต่งสถานที่ และออกแบบรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ครั้งที่ 3 นี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวและความสวยงาม โดยการสร้างจุดเช็คอินสำหรับการถ่ายภาพที่สวยงามให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเกษตรกร กิจกรรมสาธิตและนันทนาการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ผู้เข้าเยี่ยมชมงานยังสามารถลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรมต่าง ๆ ขนของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านกันถ้วนหน้า

สำหรับกิจกรรมภายในงานจะมุ่งเน้นการสร้างสุนทรียภาพและการพักผ่อน โดยยกระดับให้เป็นจุดเช็คอินที่โดดเด่นด้วยการเพิ่มซุ้มทางเข้าที่สวยงามเชื่อมโยงภูมิทัศน์อย่างเป็นระบบ และพลิกโฉมภายใต้แนวคิด “โอเอซิส” (Oasis) ที่เน้นความเรียบง่ายและผ่อนคลาย มีการจัดพื้นที่บาร์น้ำหม่อนโซดาและที่นั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมจัดตั้งเวทีขนาดเล็กเพื่อบูรณาการกิจกรรมสาธิต นันทนาการ และงาน DIY เข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นพื้นที่กลางในการถ่ายทอดความรู้และบริการประชาชนอย่างเป็นกันเอง

ในส่วนของกรมการข้าวนั้น ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา ได้ร่วมจัดบูธกิจกรรม “บาร์พันธุ์ดี“ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปศิลปะจากเมล็ดพันธุ์ข้าว สร้างสรรค์งานศิลป์บนเฟรมผ้าใบ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย พร้อมนำผลงานกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก

-(016)

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ลุยหนัก ชูนโยบาย ‘ข้าวคาร์บอนต่ำ’ สู่ข้าวยั่งยืน

'อธิบดีกรมการข้าว' ลุยหนัก ชูนโยบาย 'ข้าวคาร์บอนต่ำ' สู่ข้าวยั่งยืน

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ลุยหนัก ชูนโยบาย ‘ข้าวคาร์บอนต่ำ’ สู่ข้าวยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.50 น.

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมกองเมล็ดพันธุ์ข้าว ครั้งที่ 4/2568 โดยมีนายกฤษฎิน คำตัน รองอธิบดีกรมการข้าว นายสันติ ไชยา ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร รักษาราชการผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกรมการข้าว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ ข้าราชการ และบุคลากรผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา

การประชุมในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อรับทราบนโยบายการดำเนินงานกองเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์เมล็ดพันธุ์คงคลังและแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2570 ตลอดจนเร่งรัดการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโครงการต่างๆ รับฟังรายงานผลคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ สรุปผลการดำเนินงานของแต่ละศูนย์ฯ ตลอดจนติดตามความก้าวหน้าจากข้อสั่งการที่ผ่านมา พร้อมให้ข้อเสนอแนะ และแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค์ในการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว 

นายอานนท์ กล่าวว่า กรมการข้าวจะต้องยกระดับการทำงานด้านข้าวในทุกๆ ด้าน ทั้งงานด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่จะต้องเข้าถึงพี่น้องเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงและทันต่อฤดูการเพาะปลูก ตลอดจนงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การนำงานวิจัยที่เป็นประโยชน์มาส่งเสริม การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาปรับใช้ให้เกิดการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา โดยผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าว และกรมการข้าวส่วนกลาง ที่เป็นหัวใจหลักให้กับพี่น้องชาวนาและเกษตรกร ตลอดจนการสนับสนุนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน (ก๊าซเรือนกระจก) การลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดการเผาตอซัง และมีการใช้สารชีวภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางของการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำของไทย ทำให้ข้าวมีคุณภาพสูงขึ้น เข้าสู่ตลาดพรีเมียม และเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวนาไทย อย่างยั่งยืนต่อไป

ในโอกาสนี้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา และ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ รวมถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ฯ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมร่วมกันไหว้แม่โพสพ และศาลพระภูมิเจ้าที่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ฯ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2569

‘กรมชลประทาน’ชวนคนไทยเที่ยวปีใหม่ 2569 สัมผัสธรรมชาติ‘เขื่อนสวย น้ำใส’ทั่วประเทศ

‘กรมชลประทาน’ชวนคนไทยเที่ยวปีใหม่ 2569 สัมผัสธรรมชาติ‘เขื่อนสวย น้ำใส’ทั่วประเทศ

‘กรมชลประทาน’ชวนคนไทยเที่ยวปีใหม่ 2569 สัมผัสธรรมชาติ‘เขื่อนสวย น้ำใส’ทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.21 น.

กรมชลประทาน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกรไทย พร้อมเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ และศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรทั่วประเทศ ให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งความสุขปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อมอบของขวัญแก่ประชาชนและเกษตรกรไทย ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาระบบชลประทาน การส่งเสริมคุณภาพชีวิต และการเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่แก่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ

สำหรับกรมชลประทาน ได้จัดกิจกรรมสำคัญเพื่อส่งความสุขในช่วงปีใหม่นี้ ประกอบด้วย กิจกรรม “มอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง” โดยการส่งมอบอาคารชลประทาน อาทิ ฝายทดน้ำ ระบบส่งน้ำ และท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีน้ำใช้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง และช่วยระบายน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาภัยน้ำหลากในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังร่วมกิจกรรม “เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” เปิดสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ราชการ และศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร ให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม พร้อมร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และสัมผัสทัศนียภาพที่สวยงามของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในความดูแลของกรมชลประทานทั่วทุกภูมิภาค อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี รวมถึงเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอีกหลายแห่งทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรม “เสริมพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ” เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรงแก่ประชาชน เช่น ข้าวอินทรีย์ ผลไม้ ผักสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชน เพื่อสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้จัดตั้งจุดบริการน้ำดื่ม กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง บริการฟรี สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจแก่ผู้เดินทางตลอดช่วงวันหยุดยาว

กรมชลประทานจึงขอเชิญชวนประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 แวะพักผ่อน เยี่ยมชมเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และศูนย์การเรียนรู้ของกรมชลประทานที่เปิดให้บริการฟรีตลอดช่วงเทศกาล พร้อมขอส่งความสุขและคำอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ขอให้ประชาชนทุกท่านมีความสุข เดินทางอย่างปลอดภัย และมีความสุขตลอดปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

อธิบดีกรมการข้าว เดินหน้ายกระดับข้าวไทย ขับเคลื่อนงานวิจัยด้านข้าวแบบองคาพยพ

อธิบดีกรมการข้าว เดินหน้ายกระดับข้าวไทย ขับเคลื่อนงานวิจัยด้านข้าวแบบองคาพยพ

อธิบดีกรมการข้าว เดินหน้ายกระดับข้าวไทย ขับเคลื่อนงานวิจัยด้านข้าวแบบองคาพยพ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.02 น.

วันที่ 25 ธ.ค. 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธาน การประชุมรายงานความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างกรมการข้าว และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าวและ สวทช. เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารสำนักงานกรมการข้าว

▫️นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้มีการดำเนินงานวิจัยด้านข้าวร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี โดยเมื่อครั้งล่าสุดได้ดำเนินการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เมื่อปี พ.ศ. 2566 ซึ่งถือเป็น MOU ฉบับที่ 5 จุดนี้แสดงให้เห็นถึง การทำงานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน ยังคงเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ โดยในปัจจุบัน กรมการข้าวได้มีงานวิจัยที่ทำร่วมกับ สวทช. จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยี และการปรับปรุงความหอมในข้าวพันธุ์รับรองผลผลิตสูง โดยใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรมอย่างจำเพาะ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วในระยะที่ 1 และเตรียมเข้าสู่ ระยะที่ 2 คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับแต่งยีนความหอม และอีกโครงการคือ โครงการ การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเจ้าหอม ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกโดยใช้เครื่องหมายทางพันธุกรรม ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ข้าวเจ้าหอม ปลูกได้ตลอดปี อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตสูง ต้านทานโรคแมลง และทนทานน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนยื่นของบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ในปีงบประมาณ 2569 นี้ 

 ▫️อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า การดำเนินงานความร่วมมือกันในอนาคต กรมการข้าว และ สวทช. มีเป้าหมายตรงกัน คือ การส่งเสริมให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ การปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมไทยเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก เน้น “ผลผลิตต่อไร่สูง และต้นทุนการผลิตต่ำ” ตลอดจนการถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยีแบบยั่งยืน นอกจากนั้นจะมีการต่อยอดไปยังการส่งเสริมข้าวอัตลักษณ์พื้นถิ่น ข้าวเฉพาะทางหรือข้าวที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงต่อไป

▫️อธิบดีกรมการข้าว กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการข้าวจะจับมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานด้านข้าวในรูปแบบองคาพยพ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและยกระดับข้าวไทย เพราะหากขับเคลื่อนร่วมกันด้วยความสามัคคี จะสามารถทำให้ข้าวไทยกลับมาเข้มแข็งในเวทีโลกได้ แต่ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องชาวนาเป็นหลัก