เกษตรฯรับมอบสนามบินตาก ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ

เกษตรฯรับมอบสนามบินตาก  ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ

เกษตรฯรับมอบสนามบินตาก ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีส่งมอบ-รับมอบความรับผิดชอบการบริหารท่าอากาศยานตาก จากกรมท่าอากาศยานให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กรมฝนหลวงฯ ใช้ประโยชน์ในภารกิจเกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวงฯพัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานตาก ให้เป็นศูนย์หลักในการปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศ และสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ได้เต็มประสิทธิภาพ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567

นายอิทธิกล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ปัญหาด้านมลพิษทางอากาศภาคเหนือรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งปฏิบัติการฝนหลวง ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว และปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกรในภาคเหนือ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 กรมฝนหลวงฯ ได้มีหนังสือถึงกรมท่าอากาศยาน แจ้งความประสงค์ขอใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานตาก เพื่อการบินปฏิบัติการฝนหลวง และขอรับโอนท่าอากาศยานตาก เพื่อพัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานดังกล่าวเป็นศูนย์หลักในการปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศ การปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาภัยแล้งการปฏิบัติการดับไฟป่า และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอิทธิกล่าวอีกว่า กรมฝนหลวงฯ ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.ตาก โดยเล็งเห็นว่าปัจจุบันท่าอากาศยานตาก ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ทำการบินแบบประจำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 จึงเป็นการลดภาระด้านงบประมาณที่ต้องจัดสรรให้กรมท่าอากาศยาน รวมถึงเป็นการให้ทางราชการสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าอากาศยานตาก ได้อย่างเต็มที่ และเป็นการกระจายงบประมาณที่รัฐบาลสนับสนุนให้กรมท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ เป็นการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ด้านนายราเชนกล่าวว่า สำหรับท่าอากาศยานตาก ก่อสร้างในปี พ.ศ.2516 บนพื้นที่ 1,300 ไร่ ตั้งอยู่ใน ต.น้ำรึม อ.เมือง จ.ตาก เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2518 เดิมถูกกำหนดเป็น Local Airport แต่เนื่องจากการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางอากาศของภาคเหนือสอดคล้องกับการเติบโตของการเดินทางในภาคเหนือตอนบน ที่มีศักยภาพในการยกระดับเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค จึงทำให้ท่าอากาศยานตาก ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ทำการบินมาเป็นเวลานาน กรมท่าอากาศยาน จึงมอบหมาย
ความรับผิดชอบและบริหารท่าอากาศยานตาก ให้กับกรมฝนหลวงฯ พัฒนาปรับปรุงให้เป็นศูนย์หลักในการบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ผู้ตรวจฯหาแนวทางจัดการ หนอนฯมะพร้าวแพร่พันธุ์

ผู้ตรวจฯหาแนวทางจัดการ  หนอนฯมะพร้าวแพร่พันธุ์

ผู้ตรวจฯหาแนวทางจัดการ หนอนฯมะพร้าวแพร่พันธุ์

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการระบาดและแพร่พันธุ์ของหนอนหัวดำมะพร้าว ที่ จ.สมุทรสงคราม ว่าสิ่งแรกที่ควรทำคือการสแกนพื้นที่เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ชัดเจนก่อนว่าพื้นที่ไหนระบาดหนัก แล้วจึงประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไข หากมีการใช้สารเคมีต้องดูว่าวิธีการใช้เป็นอย่างไร เช่น ใช้อีมาเมกตินเบนโซเอตอัตรา 5 ซีซี ในต้นมะพร้าวความสูงไม่เกิน 12 เมตร หรืออัตรา 10 ซีซี ในต้นมะพร้าวความสูงมากกว่า12 เมตร เป็นต้น

นายกฤษกล่าวต่อว่า สำหรับสวนที่ถูกทิ้งร้างไม่มีการดูแล หรือเป็นที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือสวนที่มีการถมที่ดินเพื่อปลูกมะพร้าวแต่ไม่ได้ดูแลอย่างจริงจัง เนื่องจากมาตรการอื่นๆ ทางด้านที่ดิน จึงเป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ศัตรูพืชนั้น พื้นที่เหล่านี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัด ต้องสแกนให้หมด แล้วเขียนแผนในการดำเนินงาน รวมทั้งต้องลงไปดูแลเพื่อจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ให้ได้ จากนั้นค่อยเข้าสู่กระบวนการอื่นๆ ต่อไป

รองปลัดฯพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ

รองปลัดฯพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ

รองปลัดฯพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ (สมุนไพร) ปีงบประมาณ 2568” โดยมีนายปรีชา ดิลกพรเมธี รอง ผวจ.นครปฐม กล่าวต้อนรับ และนางอมราพร ชีพสมุทร์ ผองกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี จ.นครปฐม ว่าการสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะด้านการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรให้ได้คุณภาพมาตรฐาน สร้างเครือข่ายการผลิตพืชสมุนไพรให้มีคุณภาพและมาตรฐาน GAP/GACP หรือเกษตรอินทรีย์ในเมืองสมุนไพรและจังหวัดอื่นๆ ให้มากขึ้น

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสินค้าเกษตรชีวภาพสมุนไพร เป็นพืชที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจ ยกระดับเป็นเกษตรมูลค่าสูง เนื่องจากกระแสตื่นตัวด้านสุขภาพและความงามด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีมากขึ้น กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนจึงถือเป็นผู้ผลิตสำคัญ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานดูแลต้นน้ำด้านการผลิตจึงเป็นโอกาสที่จะยกระดับการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถผลิตพืชสมุนไพรที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายตลอดห่วงโซ่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนด้านวัตถุดิบสมุนไพร ตามแผนปฏิบัติการฯ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การส่งเสริมการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยแผนการส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพสมุนไพรที่มีคุณภาพ สู่การผลิตสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง (High value added) เป็นการนำองค์ความรู้การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการทำเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Farming) เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน

‘อัครา’รุดติดตาม แผนการแก้ปัญหา หมอคางดำระบาด จ่อชงครม.เห็นชอบ

‘อัครา’รุดติดตาม  แผนการแก้ปัญหา  หมอคางดำระบาด  จ่อชงครม.เห็นชอบ

‘อัครา’รุดติดตาม แผนการแก้ปัญหา หมอคางดำระบาด จ่อชงครม.เห็นชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ครั้งที่ 1/2568 ที่กรมประมง โดยที่ประชุมได้พิจารณาแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2568-2570 (ฉบับปรับปรุง) ประกอบด้วย 7 มาตรการ 15 กิจกรรม 61 โครงการ พร้อมพิจารณาโครงการควบคุมและกำจัดประชากรปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณงบกลาง ปีงบประมาณ 2568 และ (ร่าง) คำสั่งคณะทำงานพิจารณากรอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการและมอบหมายกรมประมงปรับปรุงรายละเอียดการดำเนินงาน
เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ภายใต้แผนปฏิบัติการฯ 7 มาตรการ สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาด ปัจจุบันพบปลาหมอคางดำ 17 จังหวัด ไม่พบจังหวัดที่มีความชุกชุมมาก พบเพียงระดับความชุกชุมปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยในช่วง 12-52 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร รวม 8 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่มีความชุกชุมน้อย รวม 9 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่พบปลาหมอคางดำ รวม 2 จังหวัด

‘ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.’ร่วมเปิดตัว’RID UNITED’ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

'ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.'ร่วมเปิดตัว'RID UNITED'ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

‘ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.’ร่วมเปิดตัว’RID UNITED’ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ ได้เข้าร่วมการเปิดตัว “RID UNITED” ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ โดย นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2580” โดยมี รองอธิบดีกรมชลประทาน ทั้ง 4 สายงาน เป็นผู้รับมอบนโยบายและนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแต่ละด้านต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

'อธิบดีกรมการข้าว'เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

‘อธิบดีกรมการข้าว’เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.44 น.

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ฟื้นฟูเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลังน้ำลด โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์เหลว (ชนิดน้ำ) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบอุทกภัย ช่วงการเกิดภัยระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2567

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตั้งแต่งคณะกรรมการบริหารโครงการและคณะทำงานโครงการฯ พร้อมทั้งขออนุมัติจัดสรรเงินงบประมาณ และจัดทำร่างคู่มือการปฏิบัติงานโครงการฯ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกับแผนงานของโครงการฯที่วางไว้

– 006

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่ สร้างการเติบโตภาคเกษตร

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่  สร้างการเติบโตภาคเกษตร

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่ สร้างการเติบโตภาคเกษตร

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือทวิภาคี กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายเรมี เอเจล (Mr. Remy Ejel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียโอเชียเนีย และแอฟริกา (Chief Executive Officer Zone Asia, Oceania and Africa) บริษัทเนสท์เล่ (Nestle) ในการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 (WEF AM25)

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้ขอให้บริษัท เนสท์เล่ สนับสนุนเกษตรกรไทย มุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่ และการเป็น Smart Farmers โดยเฉพาะเรื่องการวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรม ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุน ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมโคนมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตร และร่วมผลักดันเป้าหมายของไทยในการส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน นอกจากนี้ความตกลงเขตการค้าเสรี FTA ไทย-EFTA ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยและต่างประเทศที่ลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

“บริษัท เนสท์เล่ แสดงความมุ่งมั่นว่าจะลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทยโดยช่วงปี 2561-2567 ได้ลงทุนขยายสายการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ เครื่องดื่ม UHT และอาหารสัตว์ รวมสูงถึงกว่า 22,800 ล้านบาท ในปี 2568 และอนาคต บริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อขยายสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ  ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และหารือการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม โดยมีนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ว่าได้ศึกษาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกร เช่น การจัดทำโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” สนับสนุน “ปลานักล่า” ให้เกษตรกรใช้ควบคุมปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยง หลังจากปล่อยปลาลงเลี้ยง 2-3 เดือน เกษตรกรจะส่งคืนปลานักล่า 10% (สิบหยิบหนึ่ง) ให้กับสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปปลาหมอคางดำ อาทิ น้ำหมัก ปุ๋ย ตลอดจนปลาร้า ซึ่งมอบหมายกรมประมง เร่งหาจุดรับซื้อที่เหมาะสมในการรับซื้อปลาหมอคางดำ

ทั้งนี้ จากผลการขับเคลื่อนภารกิจการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ตามแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ พ.ศ.2567–2570 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และรักษาความหลากหลายทางระบบนิเวศ พบว่ามาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยวิธีการลงแขก-ลงคลอง จับปลาหมอคางดำ ซึ่งสามารถกำจัดออกจากแหล่งน้ำได้ 55,302.55 กิโลกรัม และการกำจัดปลาหมอคางดำจากบ่อเลี้ยงด้วยกากชาและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นร่วมด้วย มาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปลากะพงขาว และปลาอีกง สู่แหล่งน้ำธรรมชาติ นับตั้งแต่ที่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่ไปแล้วกว่า 673,500 ตัว

มาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ อาทิ โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางโครงการสร้างแรงจูงใจในการนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกไปใช้ประโยชน์โดยการหมักปลาร้า พ.ศ.2567 รวมการนำปลาหมอคางดำ มาใช้ประโยชน์ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2567-มกราคม 2568 รวม 331,282 กิโลกรัม อีกทั้ง ยังได้ดำเนินการตามมาตรการสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจาย ปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน รวมถึงส่งเสริมการรับรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้แก่กลุ่มเกษตรกร

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบพันธุ์ปลาผู้ล่า 5,000 ตัว ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” และร่วมปล่อยพันธุ์ปลาผู้ล่าที่เกษตรกรคืนมา หลังจากนำไปกำจัดในบ่อเลี้ยงลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา เป็นประธาน ที่กรมพัฒนาที่ดิน โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนและปรับปรุงแผนการดำเนินงานในปี 2568–2570 ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) เพื่อให้โครงการเกษตรวิชญา เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างครบวงจรโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม พล.อ.กัมปนาท เน้นย้ำให้การจัดทำแผนการดำเนินงานสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง รวมถึงมีการประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำในมิติของผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสังคมเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา ในปี 2567 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราสัญลักษณ์โครงการเกษตรวิชญา

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ การใช้ที่ดินมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ โดยดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้และสาธิตด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงแบบชุมชนมีส่วนร่วม สำหรับเกษตรกรในโครงการและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสืบสาน รักษา และต่อยอดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘กรมชลประทาน’เปิดตัว’RID UNITED’ ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

'กรมชลประทาน'เปิดตัว'RID UNITED' ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

‘กรมชลประทาน’เปิดตัว’RID UNITED’ ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.17 น.

“กรมชลประทาน”เปิดตัว”RID UNITED” ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน มอบนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2580” โดยมีรองอธิบดีกรมชลประทานทั้ง 4 สายงาน เป็นผู้รับมอบนโยบายและนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแต่ละด้านต่อไป

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ทุ่มเททำงานเพื่อสานต่องานด้านชลประทานอย่างไม่หยุดนิ่ง มุ่งมั่นเดินหน้างานตามภารกิจหลักภายใต้ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) โดยการขับเคลื่อนกรมชลประทานภายใต้นโยบาย RID UNITED ยึดหลักนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี 4 ด้าน และพันธกิจกรมชลประทาน 4 พันธกิจ ประกอบด้วย 8 นโยบายหลัก ได้แก่

นโยบายที่ 1 : เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

นโยบายที่ 2 : บริหารจัดการน้ำ ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

นโยบายที่ 3 : ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วนต่องานชลประทาน

นโยบายที่ 4 : ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

นโยบายที่ 5 : รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านน้ำ อย่างเป็นระบบ

นโยบายที่ 6 : พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

นโยบายที่ 7 : ปรับปรุงกรอบโครงสร้างอัตรากำลัง ให้เหมาะสมต่อการส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากร

นโยบายที่ 8 : ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

กรมชลประทาน จะดำเนินการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวทางการบริหารงาน ตามนโยบาย “RID UNITED” ซึ่งมีการเน้นการทำงานในลักษณะของความสามัคคี (Unity) การปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (Norm) การบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน (Integration) รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology & Innovation) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ (Empathy) พร้อมทั้งยกระดับการทำงานในองค์กรให้ทันสมัยและสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก (Diversity & Dynamic)

ทั้งนี้ นโยบาย “RID UNITED” จะดำเนินงานเพื่อตอบสนองกับนโยบายของรัฐบาล และนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ความสำคัญกับโครงการชลประทานตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่ชลประทาน ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งโดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับทุกภาคส่วน รวมถึงส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายให้กรมชลประทานเป็นองค์กรที่สร้างประโยน์สูงสุดให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

“กรมชลประทาน มุ่งมั่นเดินหน้าในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สามารถตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” นายสุริยพลฯ กล่าวปิดท้าย
ในการนี้อธิบดีกรมชลประทาน ได้นำทีมคณะผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกรมชลประทาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมภายในองค์กร โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่บุคลากรในกรมชลประทาน รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงราชการ การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างพลังร่วมกันของบุคลากรกรมชลประทานในการปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรที่ปราศจากทุจริตคอร์รัปชัน โปร่งใส และมีคุณธรรมอย่างยั่งยืน

– 006