พอช.ลงใต้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลุยช่วย’ชุมชนเสม็ดเรียง’

พอช.ลงใต้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลุยช่วย'ชุมชนเสม็ดเรียง'

พอช.ลงใต้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลุยช่วย’ชุมชนเสม็ดเรียง’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ลงใต้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ บ้านเล็กๆของคนจนในเมืองสุราษฎร์ธานี เผยปัญหาที่ภาครัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแก้ ทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ สาธารณูปโภค การศึกษาและน้ำท่วมจากน้ำทะเลหนุน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ไปลงตรวจสอบ กรณีประชาชนเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ในบริเวณชุมชนเสม็ดเรียง ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้ลงพื้นที่ร่วมกับแกนนำเครือข่ายโครงการบ้านมั่นคงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองบางใหญ่ จำนวน 25 ครัวเรือน อาศัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 มีปัญหาที่อาศัยจำนวน 2 จุด

“จุดที่ 1 บริเวณซอยแสงอรุณ 15 มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 20 หลังคาเรือน มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรม หลังจากที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีได้มาตอกเขื่อน ทำให้บ้านเรือนของประชาชนอยู่ในเขตคลอง มีทะเบียนบ้านถาวรจำนวนห้าหลัง ที่เหลืออีก 15 หลังคาเรือนไม่มีทะเบียนบ้านต้องอาศัยอยู่กับอีก 5 หลังคาเรือน มีฐานะยากจน ระบบไฟฟ้าประปาต้องต่อพ่วงจากบ้านที่มีทะเบียนบ้านหลัก มีเด็กอยู่ในวัยเรียนจำนวน 20 คน ซึ่งบางคนไม่ได้ไปเรียนหนังสือ เวลาน้ำทะเลหนุนน้ำจะท่วมบริเวณบ้านในบางหลัง ทำให้ปัญหาของชาวบ้านอยู่ในที่ดินเดิมอาจจะจัดระเบียบใหม่  หรือหากมีที่ดินแปลงอื่นรองรับในบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้เกิดความมั่นคงในที่อาศัยของพี่น้องประชาชน”

นายสยาม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนในจุดที่ 2 ตั้งอยู่หลังบริเวณหลังห้างแม็คโคร มีจำนวนทั้งสิ้น 5 หลังคาเรือน สภาพบ้านทรุดโทรมไม่มีทางเข้าออก ต้องเดินทางผ่านที่ดินคนอื่น บ้านเรือนตั้งอยู่นอกเขื่อนของเทศบาล ไม่มีทะเบียนบ้าน มีฐานะยากจน ระบบไฟฟ้าใช้เป็นหม้อชั่วคราวทางการเกษตร ใช้เพื่อเป็นไฟในบ้านและสูบน้ำบริเวณลำคลองขึ้นมาใช้ ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำในการอุปโภคบริโภค เวลาน้ำทะเลหนุนก็จะเกิดน้ำท่วมบริเวณบ้าน ประชาชนอยากให้ภาครัฐเข้ามาปรับปรุงในที่ดินชุมชนเพราะไม่ได้อยู่ในริมริมคลองแล้ว และยังมีบริเวณที่ดินว่างเปล่าอยู่บริเวณข้างเคียงด้วย

“หลังจากได้ลงพื้นที่แล้วจะได้ประมวลเรื่องเสนอท่านเลขานุการรัฐมนตรีฯ เพื่อประสานโครงการบ้านมั่นคงเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และตรวจสอบเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาที่อยู่อาศัยพี่น้องประชาชนให้เกิดความมั่นคงในที่อาศัยต่อไป” นายสยาม กล่าว

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมหารือป้องกัน-แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมประชุมหารือป้องกัน-แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมหารือป้องกัน-แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.27 น.

ส.ป.ก.ร่วมประชุมหารือการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (pm 2.5)

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 มกราคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมประชุมหารือการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (pm 2.5) พร้อมด้วย นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นางสาวยุพเรศ เพิ่มพูน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย (สกม.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ประธานการประชุมฯ

– 006

‘อิทธิ’มอบโค-กระบือ ให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ

‘อิทธิ’มอบโค-กระบือ  ให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ

‘อิทธิ’มอบโค-กระบือ ให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่บริเวณโซนปศุสัตว์ งานมหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว ถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา

นายอิทธิ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรที่ตรงจุด ไม่เป็นการสร้างภาระหนี้สินให้เกษตรกร สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยแก้ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานของเกษตรกร การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังช่วยรักษาสภาพผืนแผ่นดินให้ทวีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ซึ่งกรมปศุสัตว์ ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 383,424 ราย มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 144,815 ราย

ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค ภายใต้โครงการนี้ โดยมีกิจกรรมดำเนินการ 2 กิจกรรม ประกอบด้วย การมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ 94 ราย และการไถ่ชีวิตโคเพศเมีย 69 ตัว โดยกรมปศุสัตว์ จะนำไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่ 2 อำเภอของ จ.พะเยา ได้แก่ อ.เมือง และ อ.ภูกามยาว

สำหรับ จ.พะเยา ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมด 1,546 ราย ในปีงบประมาณ 2567 ได้มอบกรรมสิทธิ์ โค-กระบือให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จ.พะเยา เป็นกรรมสิทธิ์แม่โคและแม่กระบือ 859 ตัว คิดเป็นมูลค่า 19,158,700 บาท ถือได้ว่าก่อเกิดประโยชน์เป็นคุณูปการแก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นที่น่ายินดีที่มีการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำเนินงาน ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำริด้านการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ เป็นการยืมเลี้ยงเพื่อการผลิตโดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อลูกโคตัวแรกมีอายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกโคคืนโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ส่วนลูกโคตัวต่อไปเป็นของเกษตรกรที่ได้รับมอบ และเมื่อสัญญายืมครบ 5 ปี แม่โคและลูกโคตัวที่เกิดถัดไป ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม

‘นฤมล’ถกสภาอุตสาหกรรม เตรียมจัดงานFTI Expo2025

‘นฤมล’ถกสภาอุตสาหกรรม  เตรียมจัดงานFTI Expo2025

‘นฤมล’ถกสภาอุตสาหกรรม เตรียมจัดงานFTI Expo2025

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานและนโยบายที่สำคัญเพื่อสามารถนำมาบูรณาการให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ การทำการเกษตรยั่งยืน การทำการเกษตรมูลค่าสูง และ BCG Model พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรไทยในอนาคต ในส่วนกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดนิทรรศการในส่วนของเวที “Go Green” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบริการด้านการเกษตร การทำการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีมาตรฐาน งานวิจัย และองค์ความรู้ต่างๆ

กรมชลฯจัดการน้ำให้พอใช้ตลอดปี

กรมชลฯจัดการน้ำให้พอใช้ตลอดปี

กรมชลฯจัดการน้ำให้พอใช้ตลอดปี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 61,203 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 37,262 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 20,625 ล้าน ลบ.ม. (83% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 13,929 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 6,008 ล้าน ลบ.ม. (21%จากแผนฯ) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้ว 2,177 ล้าน ลบ.ม. (25% จากแผนฯ) ด้านผลการเพาะปลูกพืชทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วรวม 4.74 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้ว 3.77 ล้านไร่

ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในช่วงการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง จึงกำชับไปยังโครงการชลประทาน ให้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังจำนวนมาก ให้พิจารณาปรับแผนการส่งน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมควบคุมการใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด เน้นน้ำอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังรักษาคุณภาพน้ำ มีการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันสถานการณ์ฝนลดลงแล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่ระดับตลิ่ง กรมชลประทาน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆลงสู่ลำน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าภาคใต้ตอนล่าง จะมีปริมาณฝนตกเล็กน้อยและฝนตกหนักในบางพื้นที่จึงยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป

‘อัครา’รุดตรวจฝาย ดอยน้อย-ห้วยมะนาว เร่งบริหารจัดการน้ำ มุ่งทำเกษตรสมัยใหม่

‘อัครา’รุดตรวจฝาย  ดอยน้อย-ห้วยมะนาว  เร่งบริหารจัดการน้ำ  มุ่งทำเกษตรสมัยใหม่

‘อัครา’รุดตรวจฝาย ดอยน้อย-ห้วยมะนาว เร่งบริหารจัดการน้ำ มุ่งทำเกษตรสมัยใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาชลประทาน ที่โครงการชลประทานเชียงใหม่ โครงการฝายดอยน้อย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ โดยมีนายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ส่วนจังหวัด และเกษตรกร ต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพบปะและให้กำลังใจเกษตรกร รวมถึงรับทราบปัญหา พร้อมมอบแนวทางการบริหารจัดการน้ำแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

จากนั้นนายอัครา เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว ต.ดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ติดตามโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว ให้มีประสิทธิภาพการจัดเก็บน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 56,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 4,986 ไร่ สามารถรองรับโครงการพระราชดำริได้ในอนาคต

“กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายดูแลเกษตรกรให้มีน้ำใช้อย่างทั่วถึง โดยมอบหมายกรมชลประทาน ดูแลฝายให้พร้อมใช้งาน มีการวางระบบกระจายน้ำให้ถึงพื้นที่เกษตรกรรม และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเกษตรให้เกษตรกรเพื่อหาตลาดก่อนปลูกพืช พร้อมทำการวิจัยและปรับปรุงดินให้เหมาะสม รวมถึงจัดหาสัตว์น้ำ (กุ้งก้ามกราม และปลาบึก) ให้เกษตรกรสามารถทำประมงเพิ่มเติมได้ ตามนโยบายเกษตรทันสมัยของรัฐบาล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบเต็มระบบ สามารถยกระดับรายได้ให้กับ
พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน”นายอัครา กล่าว

‘อธิบดีทวีศักดิ์’หารือ’มูลนิธิปิดทองหลังพระ’ ร่วมพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร

'อธิบดีทวีศักดิ์'หารือ'มูลนิธิปิดทองหลังพระ' ร่วมพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร

‘อธิบดีทวีศักดิ์’หารือ’มูลนิธิปิดทองหลังพระ’ ร่วมพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.41 น.

วันพุธที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น. ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานการหารือร่วมกับนายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมคณะ จากมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานพระราชดำริ เพื่อพิจารณาแนวทางการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กของกรม ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแนวทางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก อาทิ การออกแบบให้คำแนะนำในการปรับปรุง ซ่อมแซม โครงการที่ชำรุดเสียหาย ให้กลับสู่สภาพพร้อมใช้งานต่อไป โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1214 ชั้น 2 อาคาร 1 กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

‘กรมพระศรีสวางควัฒน’พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 แก่’กรมปศุสัตว์’

'กรมพระศรีสวางควัฒน'พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 แก่'กรมปศุสัตว์'

‘กรมพระศรีสวางควัฒน’พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 แก่’กรมปศุสัตว์’

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.39 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 แก่กรมปศุสัตว์

วันพุธที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายบุญเชิด กันภัย รองผู้อำนวยการกองงานในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญฯ พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส.) และสมุดบันทึก เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นผู้รับบัตรอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส.) พระราชทาน และสมุดบันทึก ณ อาคารสำนักงาน พระตำหนักจักรีบงกช อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

– 006

‘กรมพระศรีสวางควัฒน’พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 แก่’ส.ป.ก.’

'กรมพระศรีสวางควัฒน'พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 แก่'ส.ป.ก.'

‘กรมพระศรีสวางควัฒน’พระราชทาน ส.ค.ส.เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 แก่’ส.ป.ก.’

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 พร้อมคำอวยพรแก่ ส.ป.ก.

15 มกราคม 2568 เวลา 14.30 น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายมานพ ตั้งตรงไพโรจน์ ผู้อำนวยการติดตามและวิเคราะห์โครงการทับทิมสยาม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้อัญเชิญ ส.ค.ส. พระราชทาน มามอบให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และคณะผู้บริหาร เข้ารับพระราชทาน ส.ค.ส. ณ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และนับเป็นขวัญกำลังใจอย่างยิ่งกับพี่น้องชาว ส.ป.ก. ที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่สนองพระราชปณิธานในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสุดความสามารถต่อไป

– 006

‘หม่อนไหม’ส่งความสุข แจกพันธุ์หม่อน-ไข่ไหมเกษตรกร

‘หม่อนไหม’ส่งความสุข  แจกพันธุ์หม่อน-ไข่ไหมเกษตรกร

‘หม่อนไหม’ส่งความสุข แจกพันธุ์หม่อน-ไข่ไหมเกษตรกร

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนไหมเลี้ยงไหม และช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย รวมทั้งจูงใจให้เกษตรกรรายใหม่เข้าสู่อาชีพหม่อนไหม เพื่อรองรับความต้องการของตลาดมากขึ้น จึงจัดกิจกรรมการให้บริการพันธุ์หม่อนและไข่ไหมพันธุ์ดีให้กับเกษตรกรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตามประกาศกรมหม่อนไหม เรื่องหลักเกณฑ์การแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม และวัสดุย้อมสี ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายน 2567

“สำหรับการแจกไข่ไหมพันธุ์ดี เราจะพิจารณาจากพื้นที่ปลูกหม่อนของเกษตรกรแต่ละราย เพื่อความเหมาะสม และขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมหม่อนไหม สามารถขึ้นทะเบียนได้ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 25 ศูนย์ เพื่อให้กรมหม่อนไหมมีข้อมูลสถานการณ์ในด้านหม่อนไหม ทั้งในส่วนของการปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การทอผ้า รวมถึง การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม สำหรับวิเคราะห์วางแผนและส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรหรือจะทำโครงการมาตรการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรหม่อนไหม และสามารถประมาณการผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเวลาต่างๆ รวมทั้งจำแนกพื้นที่เพื่อป้องกันและดูแลเมื่อเกิดภัยพิบัติโรคระบาดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด” นายนวนิตย์ กล่าว

ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจรับบริการพันธุ์หม่อน และไข่ไหมพันธุ์ดี สามารถติดต่อได้ที่กรมหม่อนไหม (สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม) สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯเขต 1-5 และศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ 25 แห่ง ทั่วประเทศ