รมว.เกษตรฯร่วมเพิ่มมูลค่า ข้าว-กาแฟไทยช่วยเกษตรกร

https://www.naewna.com/local/851362

รมว.เกษตรฯร่วมเพิ่มมูลค่า ข้าว-กาแฟไทยช่วยเกษตรกร

รมว.เกษตรฯร่วมเพิ่มมูลค่า ข้าว-กาแฟไทยช่วยเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ร่วมงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest “Year End” 2024 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดโดยเว็บไซต์ The Cloud [www.readthecloud.co] ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดยกรมการข้าว และมูลนิธิข้าวไทย ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย ดำเนินการจัดงานขึ้นภายใต้ชื่องาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลกินข้าวใหม่และตลาดรวมสินค้าของเกษตรกรเพื่อยกระดับวงการข้าวไทยและสร้างความต่อเนื่องในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย ด้วยการนำเสนอศักยภาพข้าวไทยผ่านความหลากหลายของพันธุ์ข้าวมุมมองใหม่ของข้าวไทยและสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างองค์ความรู้จากข้าวไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับงาน Thailand Coffee Fest “Year End” 2024 มหกรรมของคนกาแฟ เว็บไซต์ The Cloud ได้ร่วมมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) โดยภายในงานได้รวบรวมร้านค้าและธุรกิจที่เกี่ยวกับกับกาแฟทั้งในและต่างประเทศอย่างครบวงจร และนำเสนอกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การเล่าเรื่องราวผ่านเวทีเสวนา การแข่งขัน มอบความรู้ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป รวมถึงตลาดสินค้ากาแฟ เพื่อการพัฒนาและยกระดับกาแฟไทย ช่วยเหลือเกษตรกรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กรมส่งเสริมฯดัน แก้หนี้สหกรณ์ฯ ควบคู่กับส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได

https://www.naewna.com/local/851357

กรมส่งเสริมฯดัน แก้หนี้สหกรณ์ฯ ควบคู่กับส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได

กรมส่งเสริมฯดัน แก้หนี้สหกรณ์ฯ ควบคู่กับส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิกสหกรณ์ ในปี 2567 ว่าหนี้ NPL ในภาพรวมของสหกรณ์ภาคการเกษตร สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร ลดลงไปถึง ร้อยละ 22.95 จากเป้าหมายที่เราวางไว้ ร้อยละ 10 ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดผลดีกับสหกรณ์หลายๆ แห่ง ที่สมาชิกประสบปัญหาในเรื่องของการประกอบอาชีพ และไม่สามารถชำระหนี้ได้ โดยทางกรมส่งเสริมฯ มีทีมโค้ชที่จะลงไปในพื้นที่เพื่อจะช่วยดูแลสมาชิก ซึ่งในเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ ก็ไม่ได้เน้นเรื่องการติดตามทวงหนี้อย่างเดียว ได้เข้าไปดำเนินการในเรื่องการส่งเสริมอาชีพให้แก่สมาชิก โดยเฉพาะอาชีพระยะสนับสนุนเงินกองทุนดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ต่างๆ กู้ยืม นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้สหกรณ์ดำเนินการด้านการตลาดควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีหลายสหกรณ์ที่มีการรวบรวมผลผลิตของสมาชิกนำมาจำหน่าย ทำให้สมาชิกมีรายได้มาชำระหนี้ และอีกส่วนหนึ่งก็นำไปลงทุนต่อ

นอกจากนี้ แผนงานในปี 2568 จะยึดแนวทางปี 2567 แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือ การวางแผนทางการเงินให้สมาชิก โดยเฉพาะเรื่องการมีวินัยทางการเงิน เราจะกำกับดูแลตั้งแต่ต้น มีเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ และถ้าสมาชิกประสบปัญหาในเรื่องต่างๆ กรมส่งเสริมฯ จะช่วยดูในเรื่องการยืดเวลาชำระหนี้ หรือพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรเหล่านี้ และนำเรื่องการส่งเสริมอาชีพเข้าไปเสริม เพื่อให้สมาชิกสามารถอยู่ได้กับอาชีพการเกษตร และสิ่งที่ตั้งเป้าหมาย คือ ตัวเลขหนี้ NPL ที่ตั้งไว้ จะต้องลดลง ร้อยละ 25 เหมือนปีที่แล้ว

‘นฤมล’รายงาน’นายกฯ’ปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทย ‘มกอช.’เร่งประสานแก้ปัญหา

https://www.naewna.com/local/851377

‘นฤมล’รายงาน'นายกฯ'ปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทย 'มกอช.'เร่งประสานแก้ปัญหา

‘นฤมล’รายงาน’นายกฯ’ปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทย ‘มกอช.’เร่งประสานแก้ปัญหา

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.17 น.

‘นฤมล’แจ้ง’นายกฯ’ถึงความคืบหน้าปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทยแล้ว เผย’มกอช.’เร่งประสานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาร่วมกัน 

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2568 เวลา 16.30 น.จากกรณีที่หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารส่งออก-นำเข้าของจีน หรือ GACC ออกประกาศระงับการนำเข้าสินค้าประเภทน้ำเชื่อม และน้ำตาลผสม เนื่องจากไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาหารนั้น ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตนได้รายงานความคืบหน้าให้กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทราบถึงการแก้ปัญหาของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช.ไปแล้ว 

นางนฤมล กล่าวต่อว่า มกอช.ได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้าดังกล่าว ในช่วงคาบเกี่ยวกับการประกาศระงับนำเข้าของจีน โดยได้มีหนังสือถึงสำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน (General Administration of Customs of China : GACC ) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับกระทรวงที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลเรื่องการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของจีน ผ่านสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง เพื่อขอผ่อนผันการอนุญาตนำเข้าสินค้า

และเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา มกอช.ร่วมประชุมหารือแก้ไขปัญหากรณี GACC ระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมจากไทย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร สปษ.ปักกิ่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร การนิคมแห่งประเทศไทย ผู้แทนภาคเอกชนธุรกิจน้ำตาล เข้าประชุม และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเรื่องการส่งออกสินค้าไซรัปจากไทยที่สูงผิดปกติเนื่องมาจากการหลีกเลี่ยงภาษีและส่งผลกระทบต่อสินค้าน้ำตาลในประเทศจีน และให้ข้อมูลว่า จีนใช้มาตรการ Non tariff barrier เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ แต่อาจมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพบางส่วนจากไทยที่เข้าสู่จีนโดยโรงงานผลิตบางราย สำหรับสินค้า Premix sugar ที่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว

“กรณีที่จีนระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมจากไทย เป็นเรื่อองที่ต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวง เช่น พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ,พ.ร.บ.อาหาร ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เพราะน้ำเชื่อมเป็นสินค้าแปรรูปกลุ่มอาหาร ที่อยู่นอกเหนืออำนาจทางกฎหมายของกระทรวงเกษตร โดย มกอช.และทูตเกษตรที่ปักกิ่ง ก็ได้ร่วมให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อช่วยประสานการเจรจากับหน่วยงานอื่นแล้ว”นางนฤมล กล่าว

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทุนเรียนฟรีแก่ทายาทสหกรณ์ มุ่งสานต่ออาชีพพระราชทาน ‘เลี้ยงโคนม’

https://www.naewna.com/local/851191

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทุนเรียนฟรีแก่ทายาทสหกรณ์ มุ่งสานต่ออาชีพพระราชทาน 'เลี้ยงโคนม'

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทุนเรียนฟรีแก่ทายาทสหกรณ์ มุ่งสานต่ออาชีพพระราชทาน ‘เลี้ยงโคนม’

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

จากนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรไทยให้เข้มแข็ง ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” พร้อมทั้งให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนและสานต่องานโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง

ในการนี้ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ได้น้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 ความว่า “ต้องปลูกฝังลูกหลานสมาชิกให้รักอาชีพการเลี้ยงโคนม มีผู้สืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนม และมีการอบรมส่งเสริมให้ความรู้ในการเลี้ยงโคนม” มาสานต่อตามแนวพระราชดำริ จึงจัดทำ “โครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม” ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี (ฟรีตลอดหลักสูตร) สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สัตวศาสตร์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ให้แก่ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งกรมดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ.2560 – ปัจจุบัน) เพื่อเป็นการสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงโคนม จึงจำเป็นต้องสร้างคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนมมาต่อยอดอาชีพพระราชทาน เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย อายุเฉลี่ย 55-65 ปี ขณะเดียวกันสหกรณ์โคนมก็ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ในนวัตกรรมยุคใหม่มาส่งเสริมฟาร์มโคนมของสมาชิก โดยกรมได้จัดทำข้อตกลงกับสถาบันการศึกษา จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้บุตรหลานของสมาชิกสหกรณ์โคนม หรือสหกรณ์การเกษตรที่มีสมาชิกเลี้ยงโคนม มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเลี้ยงโคนม เช่น สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สัตวศาสตร์ หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ เพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมจะได้นำความรู้เชิงวิชาการและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ กลับไปต่อยอดอาชีพเลี้ยงโคนมและพัฒนาฟาร์มโคนมของครอบครัว และฟาร์มโคนมในพื้นที่ เป็นการช่วยพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมและธุรกิจของสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมให้เข้มแข็ง รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสหกรณ์และชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งกรมฯ ได้จัดสรรดอกผลจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 ให้บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ฟรีตลอดหลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 49 ทุน ประกอบด้วย สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์ จำนวน 17 ทุน สาขาสัตว์ศาสตร์ จำนวน 27 ทุน และสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ จำนวน 5 ทุน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจขอรับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพัฒนาบุคลากรสหกรณ์ สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ โทร. 0 2669 4577 หรือติดต่อที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสหกรณ์โคนม และสหกรณ์การเกษตรในบริเวณใกล้เคียงได้ทุกวันในเวลาราชการ ตั้งแต่วันนี้ ถึงเดือนมีนาคม 2568 (ตามแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด)

-(016)

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของ ก.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 68

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของ ก.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 68

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของ ก.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 68

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.56 น.

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

วันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 7.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการ สำนัก/กอง/ศูนย์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568 โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรและองค์กร พร้อมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ
 

กรมการข้าว ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่ 2568 กระทรวงเกษตรฯ

กรมการข้าว ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่ 2568 กระทรวงเกษตรฯ

กรมการข้าว ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่ 2568 กระทรวงเกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.51 น.

วันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 07.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหาร และบุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร – อาหารแห้ง เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายชิษณุขา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะผู้บริหารกรมการข้าว เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้นำคณะผู้บริหารกรมการข้าวเข้าร่วมสวัสดีปีใหม่ 2568 และรับพรปีใหม่จากคณะผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงาน แก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ฯ

กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เล็งยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เล็งยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เล็งยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 08.07 น.

“อธิบดีกรมการข้าว” สนองนโยบายกระทรวงเกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เพิ่มจำนวน ยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทำนา พื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด 64.6 ล้านไร่ 4.84 ล้านครัวเรือน (จำนวน 6,504 ตำบล แยกเป็นตำบลพื้นที่เกิน 1,000 ไร่ จำนวน 5,264 ตำบล พื้นที่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ จำนวน 1,240 ตำบล) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชน ให้เป็นศูนย์กลางในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ โดยมอบหมายให้กรมการข้าวเร่งผลักดันจำนวนศูนย์ข้าวชุมชนและศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าภายในปี 2569 

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่าแผนการขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชนระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2567 – พ.ศ. 2569) ที่กรมการข้าวได้วางไว้ โดยกรมการข้าวได้วางแผนและเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนของศูนย์ข้าวชุมชนให้เพิ่มขึ้นจากเดิมในปี 2567 ที่มีศูนย์ข้าวชุมชนอยู่จำนวน 4,985 ศูนย์ ในปี 2569 จะต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็น 9,985 ศูนย์ ที่จะเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีให้กับประเทศ จากเดิมในปี 2567 ผลิตได้ 200,000 ตันต่อปี ในปี 2569 จะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้มากถึง 490,000 ตันต่อปี และจะมีข้าวคุณภาพดีออกสู่ตลาดจากเดิม 12 ล้านตัน จะสามารถผลิตข้าวออกสู่ตลาดได้มากถึง 16.64 ล้านตัน ครอบคลุมเกษตรกรได้มากกว่า 295,650 ครัวเรือน ภายในปี 2569

เกษตรฯสานสัมพันธ์ติมอร์ฯ พัฒนาการเกษตรระหว่างกัน

เกษตรฯสานสัมพันธ์ติมอร์ฯ  พัฒนาการเกษตรระหว่างกัน

เกษตรฯสานสัมพันธ์ติมอร์ฯ พัฒนาการเกษตรระหว่างกัน

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ Mr. Carlos Antunes Amaral อธิบดีกรมปศุสัตว์และสัตวแพทย์ ติมอร์เลสเต (Director General of Livestock and Veterinary Services) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการหารือในวันนี้ ฝ่ายไทยได้มีการนำเสนอการดำเนินภารกิจที่สำคัญด้านปศุสัตว์ พืชสวน ประมง และการพัฒนาการเกษตรและภาคการเกษตรของไทย ซึ่งทางฝ่ายติมอร์เลสเต มีความสนใจและประสงค์จะขอรับการสนับสนุนจากไทย โดยฝ่ายไทยยินดีให้การสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการในสาขาที่ติมอร์เลสเต สนใจ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนได้จากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ผ่านช่องทางทางการทูต

ทั้งนี้ H.E. Eng. Marcos da Cruz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และป่าไม้ติมอร์เลสเต ได้เข้าพบหารือกับ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือความร่วมมือกันในด้านการเกษตร ในห้วงของการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and WaterForum 2024) ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กทม.

กรมชลฯติดตาม เฝ้าระวังฝนตก หวั่นท่วมภาคใต้ มุ่งบรรเทาปัญหา

กรมชลฯติดตาม  เฝ้าระวังฝนตก  หวั่นท่วมภาคใต้  มุ่งบรรเทาปัญหา

กรมชลฯติดตาม เฝ้าระวังฝนตก หวั่นท่วมภาคใต้ มุ่งบรรเทาปัญหา

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 62,724 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 82% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 38,782 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 21,420 ล้าน ลบ.ม.(86% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 14,724 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้เกิดฝนตกหนักจนทำให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดของทางภาคใต้ รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งทางภาคใต้ บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม จึงสั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 15-17 ติดตามและเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ชะอวด อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับพร่องน้ำเพื่อเตรียมพื้นที่ว่างไว้รองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่มอีกระลอก รวมถึงการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือเครื่องสูบน้ำ รวมกว่า 500 หน่วย ประจำจุดเสี่ยงในการเข้าช่วยเหลือหากเกิดอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์

สศก.เผยผลส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง

สศก.เผยผลส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง

สศก.เผยผลส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลกในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-ตุลาคม 2567) พบว่า ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร (พิกัด 01-24 รวมยางพารา) รวมทั้งสิ้น 2,146,745 ล้านบาท โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.49 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น การส่งออกมูลค่า 1,536,704 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.24 การนำเข้ามูลค่า 610,041 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 ส่งผลให้ไทยมีดุลการค้าสินค้าเกษตรเกินดุลถึง 926,663 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาจากสถิติการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับโลก ในเดือนมกราคม-ตุลาคม 2567 พบว่า สินค้าเกษตรที่มูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกของไทย ได้แก่ ได้แก่ ข้าว มูลค่า 168,685 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 39.24 ทุเรียนสด มูลค่า 130,352 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 4.57 ยางธรรมชาติ มูลค่า 95,927 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 54.33 ไก่แปรรูป มูลค่า 87,009 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.75 และอาหารสุนัขหรือแมว มูลค่า 79,071 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 35.45

ขณะที่สินค้าเกษตรที่ไทยนำเข้า 5 อันดับแรก ได้แก่ ถั่วเหลือง มูลค่า 56,613 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 10.38 กากน้ำมัน และกากแข็ง อื่นๆ ที่ได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง มูลค่า 43,780 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 22.90 ปลาสคิปแจ็คแช่แข็ง มูลค่า 32,452 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 26.75 ข้าวสาลีและเมสลินมูลค่า 31,820 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 23.51 และอาหารปรุงแต่งอื่นๆ (อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม) มูลค่า 28,131 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 22.62 โดยในส่วนของสินค้าที่ไทยนำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ เช่นถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง รวมถึงการนำเข้ามาเพื่อแปรรูปเป็นอาหารสุนัขหรือแมวส่งออกไปต่างประเทศต่อไป